คัดลอกลิงก์เเล้ว

อย่าลืมของดีมาฝาก

แกย้ำกับผมอยู่เสมอว่าอย่าลืมเอาของดีมาฝาก แต่ของดียังไม่ถึงมือแกเลย แกก็มาเป็นอย่างนี้ซะแล้ว

ยอดวิวรวม

35

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


35

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 พ.ค. 60 / 17:22 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ผมเองก็ยังไม่อยากเชื่อในเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับเพื่อบ้านคราวนั้น 
แกเป็นช่างไฟ ชอบลากสายไฟฟ้าบ้านมาชอร์ตปลาในท้องร่องสวนยางพารา
วันหนึ่งแกกลับเข้าบ้านด้วยความหิว และในตู้เย็นก็ไม่มีอะไรพอจะปะทังความหิวได้เลย
แกจึงทำอย่างที่เคยทำมา....ต้องจบลงแบบนี้....

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 3 พ.ค. 60 / 17:22

บันทึกเป็น Favorite



       สี่แยกหนองแหวน ห่างจากถนนสุขุมวิทไปตามเส้นทางคุ้งวิมานประมาณ 2-3 กม. แยกเข้าไปในซอย 5 ซึ่งอยู่ในเขตบ้านห้วงน้ำเค็ม ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จันทบุรี มีสภาพเป็นซอยตัน มีบ้านอยู่เพียงสองหลังคือหลังแรกเป็นบ้านของผม หลังถัดไปเป็นบ้านของตาทอนหรือนายสุนทร นาคประเสริฐ อายุ 67 ปี
       ด้วยสภาพสิ่งแวดล้อมเป็นสวนยางพาราและห่างไกลจากบ้านเรือนเพื่อนบ้านหลังอื่น ๆ จึงทำให้เราสนิทสนมกันเป็นพิเศษ มีเรื่องสับเพเหระอะไรก็นำมาปรึกษาหารือกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเย็น ๆ เราแทบจะไม่ว่างเว้นในการเสวนากันเลย แม้ว่ารสนิยมในการดื่มของเราจะแตกต่างกันก็ตาม..นั่นคือ
      ตาทอนชอบก๊งเหล้าป่า
      ส่วนผมชอบละเลียดเบียร์
      ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา...สุดท้ายก็เมาและเคลิ้มฝัน
     ส่วนเรื่องกลับแกล้มยิ่งหายห่วง แกสามารถจับปลาช่อนในท้องร่องในสวนขึ้นมาต้มยำหรือย่าง นึ่งมะนาว แป๊ะซะได้อิ่มเอมได้ไม่ยาก แค่แกลากสายไฟบ้านไปแปลงนิดหน่อยด้วยวิธีการง่ายๆที่แกคิดขึ้นมาเอง
     "ถึงยังไงตาก็ต้องระวังด้วยก็แล้วกัน"
     "มึงรุ่นหลาน ไม่ต้องมาสอนกูเว้ย กูรู้ดีกว่ามึง" เสียงแกเริ่มอ้อแอ้ตามประสาคนดื่มซึ่งเราเข้าใจกันดี
     "ปะ...เปล่า..ผมไม่ได้สอน แต่บอกด้วยความเป็นห่วง..."
     "ไม่...มึงไม่ต้องเป็นห่วงกู เพราะกูเป็นหมอไฟ...ไม่ใช่หมองู  ฮ่าๆๆๆๆเอิ๊กๆๆๆๆ..."
     "ถ้างั้น  ผมก็ขอถอนคำสาบาน..เอ้ย....คำพูด...."
      สภาพของผมก็คงได้ที่ได้ทางกึ่ม ๆ ไม่ต่างจากตาทอนมากนัก 
      "แสดงว่าตาต้องมีของดีแน่ ๆ เลย"
      "ตอนนี้ไม่มีแล้ว เมื่อก่อนเยอะแยะ หลวงพ่อรุ่นไหนดังๆขลังๆข้ามีหมดแหละ ไม่อยากเอ่ยถึงมันเจ็บกระดองใจ ฉิบ"
      "อ้าว ทำไมล่ะ ปล่อยของดีไปหมดแล้วหรือไงตา"
      "ปล่อยกะผีอะไร  ก็...ไอ้ลูกเขยคนก่อนโน้นมันขโมยของข้าไปทั้งพวงเลย ยังเจ็บใจไม่หายจนกระทั่งทุกวันนี้ เอ็งถามทำไม"
      "ปะ..เปล่าครับ.."
      "ปัดโธ่ นึกว่าจะมีของดีให้ตาซะอีก"
      ความจริงเรื่องวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังกับชาวบ้านเป็นของคู่กันมาแต่อดีตกาล โดยผสมผสานเข้ากับหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี ยิ่งเราอยู่ห่างไกลชุมชนอย่างนี้ความวิเวกโดดเดี่ยวในยามวิกาลก็เป็นสิ่งน่าขยาดไม่น้อย ถ้ามีพระเครื่องหรือเหรียญหลวงพ่อติดตัวบ้างก็ทำให้อุ่นใจได้เหมือนกัน
      หลังจากนั้นตาทอนก็มักจะพูดถึงของดีกับผมอยู่บ่อยๆว่าอยากมีไว้ติดตัวสักองค์-สององค์พอเป็นที่ยึดเหนี่ยว ซึ่งผมก็รับปากจะหาให้แกสักองค์ แต่ก็ยังไม่สบโอกาสสักที
      จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์จากน้องสาวโทรมาจากอีสานว่าให้ผมไปช่วยงานแกะสลักที่วัดถ้ำแสงเพชร จังหวัดอำนาจเจริญ
ผมจึงฝากสวนให้ตาทอนดูแลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาที่ผมไปทำงานแกะสลักต่างจังหวัด
       "คงจะไปอยู่เป็นปีแหละตา คราวนี้ เพราะเป็นงานแกะสลักอุโบสถเกือบทั้งหลัง"
       "อย่าลืมเอาของดีมาฝากข้านะเว้ย
อาจารย์วัดถ้ำแสงเพชรต้องขลังแน่นอนระดับนี้แล้ว"
       "ครับ ๆ ตา  ผมจะต้องบูชาของแท้ๆจากมือสมภารวัดมาฝากตาอย่างแน่นอน"
      "ขอบคุณล่วงหน้าสักสามกิโล ส่วนสวนทางนี้ก็ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะจัดการดูแลให้ดี"
      แล้วเย็นวันนั้นตาทอนก็ลากสายไฟฟ้าบ้านไปที่หลังบ้านทันที ไม่นานแกก็ได้ปลาช่อนมาประมาณสามกิโลตามที่แกพูด 
      เราสังสรรค์กันเป็นครั้งสุดท้ายก็ไม่ผิด !
      วันรุ่งขึ้นผมได้ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่วัดถ้ำแสงเพชร อำนาจเจริญทันที ด้วยความที่ต้องมุ่งมั่นกับการทำงานแกะสลักที่ต้องใช้สมาธิเป็นส่วนสำคัญ จึงทำให้ผมขาดการติดต่อกับตาทอนไป..
      แต่แล้ววันหนึ่งผมก็ได้รับโทรศัพท์ในเวลายามแดดร่มลมตกพอดี
     "ข้าตาทอนนะเว้ย...ไม่มีอะไรหรอกโทรมาคุยเล่น ๆ..."
      "ผมก็คิดถึงตานะครับ ว่าจะโทรไปวันไหนก็ยังไม่ได้โทรเลย ลุงมีอะไรก็บอกมาเลยนะ..."
       แกเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดว่า
       "ของดีที่ว่าจะเอามาฝากข้านั้นได้มาหรือยัง..."
       "ผมกลับวันไหนรับรองตาได้แน่นอน ไม่ต้องห่วง"
        "เมื่อไรกลับ... "
         แล้วเสียงตาทอนก็ขาดหายไปเฉย ๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไร การที่สัญญาณขาดหายไปเป็นเรื่องธรรมดาของวัดที่อยู่บนเชิงเขาหลายซับหลายซ้อน
         กระทั่งตอนสายของวันรุ่งขึ้น ผมกดรับโทรศัพท์ซึ่งเป็นเบอร์ของตาทอนโดยมีเสียงสะอื้นของลูกสาวตาทอนดังขึ้น
        "พ่อตายแล้วน่ะ  โดนไฟชอตที่หลังบ้าน"
        ผมพูดอะไรไม่ออกนอกจากแสดงความเสียใจสั้น ๆ ไม่คิดว่ามัจจุราชจะทวงบัญชีแกได้รวดเร็วขนาดนี้
      เมื่อผมกลับมางานศพตาทอนผมได้เดินไปสำรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับญาติพี่น้องของแกได้พบว่า
      ในขณะที่แกยื่นสายไฟฟ้าลงไปจุ่มน้ำในท้องร่องนั้นอาจจะลื่นเสียหลัก หรือไม่ก็เป็นลมหน้ามืดขึ้นมา
กระทันหัน แล้วล้มลงไปในท้องร่องพร้อมกับสายไฟฟ้าในมือ
     "อย่าลืมเอาของดีมาฝากเร็วๆนะเว้ย..."
      เสียงสุดท้ายของคนตายยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผมจนกระทั่งทุกวันนี้...
     วันที่ผมยังไม่มีของดีใดๆอย่างที่ตาทอนต้องการ
                    *******
      

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ภูมี ผีน้อย จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น