คัดลอกลิงก์เเล้ว

เสียงเพรียก !

เจ้าพ่อเลี้ยงวัวจากสุพรรณบุรีแก้ปัญหาขั้นแตกหักกับเจ้าของถิ่นอุทัยธานี เหมือนตัวเองเป็นผู้ชนะ แต่ต้องเผชิญกับเสียงลึกลับอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นฝ่ายชนะจึงหรือ..

ยอดวิวรวม

8

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


8

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 พ.ค. 60 16:27 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    เสียงเพรียก อยู่ในรวมเรื่องสยองขวัญชุด "แกะรอยตาย !" 
    เมื่อเจ้าพ่อเลี้ยงวัวจากสุพรรณบุรีมีปัญหากับเจ้าของถิ่น
    จึงแก้ปัญหาด้วยแนวคิด "อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้"
    แต่ท้ายที่สุดตัวเองต้องมาเผชิญกับสิ่งนี้.....

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 4 พ.ค. 60 / 16:27

บันทึกเป็น Favorite




เสียงเพรียก !

      นายล้วน  แถบทอง  มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสุพรรณบุรี  แกประกอบอาชีพทำนาเช่นเดียวกับชาวบ้านทั่วไป  แต่ที่ทำให้แกมีฐานะดีขึ้นกว่าใครคือการเลี้ยงวัว  แกจับจองแหล่งเลี้ยงวัวกระจายกันอยู่ตามชนบทหลายท้องที่  ในหลายจังหวัดใกล้เคียง 
        ครั้งหนึ่ง..
        เจ้าพ่อเลี้ยงวัวจากทุ่งสุพรรณบุรีพร้อมลูกน้องครบทีมได้นำวัวไปปักหลักเลี้ยงอยู่เขตพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีรอยต่อกับเขตจังหวัดนครสวรรค์  แล้วมีเหตุต้องทะเลาะรุนแรงกับเจ้าของที่ข้างเคียง  
         เนื่องจากวัวจำนวนหนึ่งแตกคอกด้วยเหตุสุดวิสัย  หลุดไปเหยียบย่ำไร่พริกกำลังให้ผลผลิตเสียหายหลายสิบไร่   
การเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหายเกือบลงเอยด้วยดีโดยความพอใจของทั้งสองฝ่าย และไม่มีใครหรือฝ่ายใดมาเกี่ยวข้อง
        แต่แล้วก็จบไม่ลง !  
แท้จริงแล้วมันคือจุดเริ่มต้นของละครชีวิตฉากใหญ่ที่กำลังเริ่มแสดง 
เพราะเรื่องได้ลามไปถึงตำรวจแล้วไปสิ้นสุดลงที่ศาล   ปรากฏว่าคำตัดสินได้ชี้ขาดว่าเจ้าพ่อเลี้ยงวัวเป็นฝ่ายผิดเต็มประตู  
          ดังนั้น จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่เจ้าทุกข์เรียกร้องโดยไม่มีทางบิดพลิ้ว
  นายล้วนยอมกัดฟันปฏิบัติตามกฎหมายในฐานะผู้แพ้  แต่ที่แกยอมไม่ได้จริง ๆ คือเสียศักดิ์ศรีเจ้าพ่อวัวและรู้สึกอับอายขายหน้า  
          ความคิดที่จะเอาชนะโดยวิธีนอกกฎหมายจึงเข้มแข็งขึ้นตามลำดับ  มันกลายมาเป็นความอาฆาต  การจองเวรชนิดที่อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้   ซึ่งความรู้สึกนั้นมันไม่ต่างจากเปลวเพลิงที่โหมกระพืออยู่ภายในใจของแก  
แกพยายามถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา  ทำอย่างไรจึงจะดับมอดความทุกข์  ความเร่าร้อนเหมือนตกอยู่ในอเวจีนี้ได้
ในที่สุดสิ่งที่แกเฝ้าหวังก็ได้จบสิ้นลง
         เมื่อมีเสียงพูดฉาดฉานดังอยู่ตรงหน้า
“เรียบร้อยครับ ลูกพี่”
         “เรียบร้อยยังไง”
          “ฮ่า ๆ ๆ พอข้าเรียกชื่อมัน   มันก็หันขวับมา  ข้าก็ปล่อยลูกตะกั่วไปปลิดชีวิตมันทันทีตามเจตนาของลูกพี่ทุกประการ  มันจบแล้วครับ ลูกพี่”
  มือปืนเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเหมือนเล่าเรื่องกิจวัตรประจำวัน  ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย  คู่อาฆาตของแกถูกยิงเจาะกะโหลกสมองกระจาย  ร่างนั้นแดดิ้นลงไปในบ่อน้ำกลางดงพริก 
         นายล้วนก็ยินดีจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายด้วยความพออกพอใจ  แกรู้สึกปลอดโปร่งไม่ต่างจากปลดโซตรวนออกไปจากชีวิต   ไม่มีสิ่งใดเป็นประเด็นค้างคาใจแก   อีกต่อไป
         เรียกว่าได้กอบกู้จิตใจที่พ่ายแพ้กลับมาชนะอีกครั้ง
 แต่มันเป็นชัยชนะจริงหรือ ! 
ต่อมา เวลาประมาณช่วงใกล้เที่ยงของวันหนึ่ง  บนถนนมาลัยแมนในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์  
          คนเห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า 
          ผู้ตายขับรถมอเตอร์ไซด์อยู่ริมถนนเลนซ้ายมือตามปกติ   ครั้นพอใกล้ถึงจุดยูเทิร์นแกก็เร่งเครื่องตัดไปกลางถนนโดยไม่ได้มองกระจกหลัง  ซึ่งเป็นจังหวะเดียวที่รถทัวร์กำลังพุ่งมาแบบศึกคึกคะนองเต็มที่เลยชนเข้าอย่างเหมาะเหม็ง 
           คนขับรถมอเตอร์ไซด์ลอยละลิ่วไปตกลงหลุมที่กำลังก่อสร้างท่อระบายน้ำพอดิบพอดีเหมือนกับผีจับยัด   ศีรษะทิ่มเหล็กที่โผล่อยู่บนคานปูนเข้าอย่างจัง  
  ลิ่มเลือดและเศษสมองเกลื่อนกระจายอยู่ในหลุม !
  นางสาลี   แถบทองภรรยาผู้ตายเล่าว่า 
          ตลอดหนึ่งปีที่มีเรื่องขึ้นศาลในคดีวัวเหยียบไร่พริกและต่อมาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีจ้างวานฆ่าเจ้าของไร่พริก นายล้วนกลายเป็นคนหวาดระแวง  ขี้สงสัย  หมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอดเวลา  อีกทั้งแกยังบอกว่า มีเสียงประหลาดคอยหลอกหลอนไม่เว้นแต่ละวัน สำเนียงเรียกแหบห้าวและมักจะเรียกสั้น ๆ ว่า
          ‘ล้วน!..ไอ้ล้วนโว้ย !..’
  ในคืนก่อนจะเสียชีวิต   แกได้ยินเสียงเรียกอยู่นอกบ้าน  ครั้นเปิดประตูออกไปก็พบแต่ความว่างเปล่า  แล้วรีบผลุบเข้ามาว่ามีเสียงเรียกดังอยู่ข้างใน ซอกค้นหาเจ้าของเสียงตามห้อง,ตู้เสื้อผ้าอย่างบ้าคลั่ง  ถึงแม้นางจะยืนยันว่าไม่มีใครแปลกปลอมซ่อนอยู่ในบ้าน  
         แต่แกก็ค้านเสียงแข็ง 
        “มันเรียกชื่อข้า ล้วน ไอ้ล้วน แกไม่ได้ยินหรือ”
“แกจะบ้าไปแล้ว...กลับไปนอนเสียที ซักรำคาญแล้ว”
“มันเรียกข้าอีกแล้ว” นายล้วนบอกกับเมียด้วยเสียงหนาวสั่น “มันเรียกข้าอยู่ข้างนอก”
  “ก็แล้วแกจะไปฟังมันทำไม”
“ก็มันรบกวนจนข้านอนไม่หลับ”
“แกนะแก...ข้าจะบ้าตายไปอีกคน”
เพื่อนบ้านแทบไม่เชื่อว่าเหตุใดมัจจุราชจึงเอาชีวิตนายล้วน แถบทองไปอย่างง่ายดาย  เมื่อวานยังเห็นกันอยู่หลัด ๆ ได้พูดจาเสวนากันอย่างรื่นรมย์ แต่ไฉน วันนี้ได้กลายเป็นผีไปซะแล้ว
         ถึงกระนั้น ผู้ตายย่อมตระหนักดีว่าร่างที่มองไม่เห็นนั้นมันส่งเสียงเรียกชื่อแกและส่งกลิ่นแห่งความตายเข้ามาใกล้ทุกขณะ
แล้วในที่สุดก็ต้องไปตามเสียงเพรียกของความตายอย่างไม่น่าเชื่อ !
       
                                 ******
***ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาติดตามอ่าน ยังมีเรื่องดี ๆ มาอัพให้อ่านที่นี่ครับ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ภูมี ผีน้อย จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น