ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 55 : ตอนพิเศษ ดอกท้อของมังกร (一)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 391 ครั้ง
    1 เม.ย. 64

ตอนพิเศษ


 

ดอกท้อของมังกร


 

 

ต้นท้อใหญ่มากมายนับสิบ นับร้อยต้นเรียงรายอย่างงดงาม กิ่งก้านแผ่ไปไพศาลสอนประสานกับต้นข้างๆ จนแลดูคล้ายซุ้มต้นท้อขนาดใหญ่ กลีบสีชมพูอ่อนเต็มผืนฟ้าจนราวกับคล้ายหลงไปอยู่ในผืนทะเลสีชมพูอันแสนอบอุ่นอ่อนหวาน ยามสายลมบางเบาพัดผ่านนำพากลิ่นหอมละมุนแสนหวานมาด้วย

อาชาสีนิลดุจราตรีและสีขาวงดงามดุจหิมะถูกผูกไว้ที่ต้นดอกท้อต้นหนึ่ง ม้าทั้งสองส่ายหางไปมาราวพักผ่อนและอิ่มเอมกับทิวทัศน์แสนงดงามนี้ด้วยเช่นกัน

ที่ใต้ต้นท้อต้นใหญ่...บุรุษหนึ่งอาภรณ์ขาวสะอาดเรียบๆ ไร้ลวดลายปลิวไสว แม้จะเป็นเสื้อผ้าที่ดูธรรมดายิ่งแต่ถ้าหากให้ช่างทอหรือให้ผู้ที่มีความรู้เรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์สักคนมาเห็นจะต้องตาวาวและอุทานเพราะความล้ำค่าของอาภรณ์ชุดนั้นเป็นแน่...

 

เพราะมันตัดจากไหมสีมะขาวที่สิบปีจะทอออกมาได้สักพับ

ล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำเสียอีก!

 

มือเรียวเกี่ยวเส้นผมสีดำยามที่มันรวบไว้ง่ายๆ มาทัดหู ใบหน้าหล่อเหลางดงามดูสงบและผ่อนคลาย ริมฝีปากเจือรอยยิ้มบางยามทอดดวงตามองทิวทัศน์รอบๆ ...ดวงตาดอกท้อเป็นประกายแวววาว

“เจ้าเหม่ออันใด?” เสียงทุ้มของคนที่ใช้ตักของร่างในอาภรณ์ขาวต่างหมอนถามขึ้น ดวงตามคมที่หลับไหลไปเมื่อครู่ปรือมอง

“เห็นป่าดอกท้อที่ราวตกอยู่ในทะเลดอกท้อนี้แล้ว ก็อดคิดถึงปีนั้นไม่ได้...ครั้งแรกที่เจอกับท่านหลงเกอ”

คนยึดตักนุ่มต่างหมอนหัวเราะหึๆ แทนที่จะชันตัวขึ้นมานั่งดีๆ เพราะตื่นแล้วนั้นก็ฉวยโอกาสดึงร่างเจ้าของตักให้มานอนบนตัวเอง แขนแกร่งรัดเอวของอีกคนไว้แน่นก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อถูกดวงตาดอกท้อคู่งามขึงตาใส่เอา

“วันที่เจ้าโมโหข้าแทบตายแต่ก็ต้องตีหน้ายิ้ม แล้วหลังจากนั้นก็ไปเอาคืนข้าทีหลังน่ะเหรอ...เสี่ยวจิง”

ใช่แล้ว...ทั้งสองคนคือไท่ซั่งหวง อดีตฮ่องเต้เย่เทียนหลงและอดีตอัครเสนาบดีลู่จิง ที่บัดนี้เป็น ที่ปรึกษาพิเศษของสภาขุนนาง แต่หลังจากฮ่องเต้พระองค์ใหม่เสด็จขึ้นครองราชย์ ทั้งสองคนก็ออกเดินทางท่องเที่ยวหลายเดือนถึงจะกลับเมืองหลวงไปหาลูกหลาน ถ้าหากเจ้าตัวน้อยเย่ซืออวิ๋นส่งจดหมายมาหาด้วยความคิดถึง

“เจ้าทำให้ข้าถูกเสด็จพ่อสั่งคัดอักษรตั้งพันจบ”

“ท่านก็ทำให้ข้าถูกท่านพ่อนั่งคุกเข่าอยู่ตั้งสามชั่วยามเช่นกันนั่นล่ะ!” ลู่จิงรู้สึกหมั่นไส้จนห้ามมือไม่ไหว แต่เขาขยับไม่ได้เพราะถูกแขนแกร่งกอดไว้แน่น เลยกัดคางได้รูปนั่นหนึ่งทีไปเสียเลย!

“หึๆ” เย่เทียนหลงหัวเราะในลำคอ เดี๋ยวนี้เสี่ยงจิงของตนกล้าทำร้ายร่างกายเขาบ่อยขึ้น เพราะถือว่าเขาไม่ใช่ฮ่องเต้แล้ว แต่เช่นนี้ก็ดีกว่า...เพราะเขาชอบให้เสี่ยวจิงตีเขาเช่นนี้มากกว่า “เจ้าทำร้ายร่างกายสามีอีกแล้วนะเสี่ยวจิง”

“แล้วจะอย่างไร? ท่านเป็นสามีข้าก็สมควรถูกตีแล้ว คิดว่าข้าต้องข่มกลั้นมาตั้งกี่ปีกัน ท่านทำตัวน่าโมโหขนาดไหนกัน” ลู่จิงพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้คน

“หืม? มิใช่ว่าเจ้าก็ตีข้าออกบ่อยหรอกหรือ” เย่เทียนหลงอุ้มร่างของลู่จิงขึ้น ก่อนจะชันตนเองขึ้นโดยวางอีกฝ่ายไว้บนตัก ไม่ว่าจะขยับเปลี่ยนท่าอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยอีกฝ่าย “ซ้ำยังข่วนข้าจนหลังมีแต่รอยเล็บของเจ้าหมดแล้ว อืม...อ้อ ลืมไป เจ้าชอบทำเช่นนั้นเวลาข้าเข้าไปในตัวเจ้าลึกๆ และแรงๆ นี่”

“หลงเกอ!!” เรียกเสียงดังไปพลางฟาดไหล่แกร่งไปด้วย ดูคนร้ายกาจนี่เอาเถิด!

“ไม่แกล้งเจ้าแล้วเสี่ยวจิง” คนขี้แกล้งเอ่ยเบาๆ หน้านิ่งปลอบโยนเสี่ยวจิงของตนด้วยจุมพิตร้อนแรงและปลายลิ้นที่กระหวัดดูดดึงแรงๆ จนลู่จิงหายใจแทบไม่ทัน พอมีเวลาเพียงเล็กน้อยได้พักหายใจก็ถูกบดขยี้ริมฝีปากลงมาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุด

แม้ในใจจะก่นด่าอีกฝ่ายเพียงไร ทว่ามือของลู่จิงก็โอบรอบลำคอแกร่งไว้ เอียงหน้ารับสัมผัสร้อนผ่าวแสนหวานล้ำนั้นแต่โดยดี

 

กว่าจะมีวันที่สามารถโอบกอดจุมพิตและเคียงคู่กันโดยมิต้องคิดสิ่งใดนอกจากกันและกันเช่นนี้...

ไม่ง่ายดายเลยจริงๆ

 

“เจ้ายังหวานไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ” เย่เทียนหลงกระซิบข้างใบหูลู่จิง ดวงตาคมทอประกายระยับยามนึกถึงเจ้าเด็กตัวกะเปี๊ยกในอดีตที่ต่อให้เขากวนโมโหเจ้าตัวอย่างไรก็ยิ้มรับและข่มกลั้นได้ทุกอย่าง แต่หลังจากนั้นเย่เทียนหลงก็ได้รับโทษเสมอ

 

ร้ายทั้งๆ ที่ยิ้มตาใส...นิสัยของลู่ถิงอวี่ก็ได้มาจากเสี่ยวจิงส่วนหนึ่งนั่นล่ะ

แต่เจ้าตัวชมชอบที่จะบอกว่าเป็นเพราะเขา

มันน่าจับมาตีก้นสั่งสอนจริงๆ ...แต่มิใช่ตีด้วยไม้หรอกนะ หึ!

 

“หวานเหมือนคราแรกที่ข้าขโมยจุมพิตเจ้าเลย” มือแกร่งจับคางของลู่จิงไว้ พิจมองใบหน้าแดงก่ำอย่างคนไม่เคยชินสักทีนั้นอย่างเอ็นดู “ตอนนั้นเจ้าก็เขินอายเช่นนี้”

ลู่จิงหัวเราะ ดึงมือใหญ่ออกก่อนจะอิงแอบอกแกร่งและนั่งบนตักกว้างอย่างสบายใจ ผ่อนคลาย...บัดนี้คนผู้นี้มิใช่ฮ่องเต้ผู้อยู่เหนือคนนับหมื่น ตนเองก็หาใช่อัครเสนาบดีอีกแล้ว

 

พวกเขาคือสามีภรรยา...

 

“เพราะท่านเอาแต่ใจน่ะสิ” เสียงนุ่มนวลเอ่ยกล่าว ขณะที่ห้วงความคิดทอดไปไกล...ในวันเวลาของอดีต ช่วงเวลาวัยเยาว์ที่ได้พานพบกันครั้งแรก...

 

เด็กน้อยที่ดูอย่างไรก็เป็นปีศาจน้อยผู้นั้น

องค์ชายใหญ่...เย่เทียนหลง

 

.......

 

ย้อนไปหลายสิบปีก่อน

 

 

“ท่านพ่อ วันนี้จะพาข้าไปไหนหรือขอรับ” เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบผู้มีใบหน้าที่น่าเอ็นดูชวนให้ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก ดวงหน้าขาวผ่อง แก้มยุ้ยๆ ริมฝีปากสีชมพู และที่เด่นสะดุดตาที่สุดก็คือ...ดวงตาดอกท้องดงามเปี่ยมเสน่ห์ ยิ่งอยู่ในชุดสีขาวสะอาด มวยผมขึ้นเล็กน้อยดูราวซาลาเปานุ่มๆ เคลื่อนที่ได้เลยทีเดียว

“พาเจ้าไปแนะนำกับองค์ชายใหญ่เย่เทียนหลง อีกไม่กี่ปีองค์ชายพระองค์นี้ก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทแล้ว เจ้าเองก็ต้องทำความรู้จักกันไว้จะได้ช่วยงานพระองค์ในอนาคต” อัครเสนาบดีลู่เหิงเจีย เอ่ยกับบุตรชายตนเองพลางคลี่รอยยิ้มน้อยๆ ให้

“องค์ชายใหญ่ผู้นั้นน่ะเอง” เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ องค์ชายผู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะ แตกฉานสี่หนังสือห้าคัมภีร์ตั้งแต่ยังเยาว์ อาจารย์ที่มาสอนล้วนมิอาจสั่งสอนความรู้ให้อัจฉริยะผู้นี้ได้ สุดท้ายก็เหลือเพียงบิดาของตนเท่านั้นที่พระอาจารย์เพียงคนเดียวเท่านั้น

 

แค่ฟังก็รู้ว่าเป็นคนเอาแต่ใจ

 

“สีหน้าเจ้าเหมือนไม่อยากไปเจอพระองค์เลยนะอาจิง” ลู่เหิงเจียหัวเราะเบาๆ ส่วนลูกชายเพียงคนเดียวของตนอย่างลู่จิงก็ส่ายหน้า พลางยิ้มน้อยๆ สงบนิ่งเกินวัยจนผู้เป็นบิดาได้แต่ถอนหายใจ

 

นายเหนือหัวของตนหนักใจเพราะบุตรชายนั้นร้ายกาจเกินวัย เขาก็กลุ้มใจที่บุตรชายเป็นผู้ใหญ่เกินวัยเช่นกัน

 

อาจิงนะอาจิงเจ้าจะสดใสร่าเริงให้สมวัยไม่ได้หรืออย่างไรกัน แต่อย่าร้ายกาจเหมือนลูกศิษย์ตนอย่างองค์ชายใหญ่เย่เทียนหลง ดังนั้นการให้สองคนนี้รู้จักกันไว้นับว่าเป็นเรื่องสมควรแล้ว!

 

“ลูกก็ไม่อยากไปเจอจริงๆ นั่นล่ะขอรับ” ลู่จิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นขันทีประจำวรกายฮ่องเต้วิ่งมาทางนี้

“ท่านอัครเสนาบดีลู่...ฝ่าบาทรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

ลู่เหิงเจียเลิกคิ้ว ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ตนเพิ่งเข้าวังมานานเหนือหัวก็รู้ดีจนต้องให้คนวิ่งมาตาม ดูท่านจะไม่ใช่แค่ตนพี่หยางเย่าก็คงถูกเรียกเข้าเฝ้าด้วย

 

ฮองเฮาคงก่อปัญญาอีกแล้วเป็นแน่

 

“อาจิง เจ้าไปรอพ่อที่อุทยานหลวงก่อน อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามพ่อจะไปหาเจ้านะ”

ลู่จิงยิ้มน้อยๆ พยักหน้าอย่างว่าง่ายให้ท่านพ่อของตน “ท่านพ่อโปรดวางใจลูกหยิบตำราอ่านเล่นมาด้วย สามารถนั่งรอได้หลายชั่วยามขอรับ”

 

ตำราอ่านเล่นของลูกชายคงไม่พ้นตำราพิชัยสงครามเล่มหนาเป็นแน่ มิเช่นนั้นแขนเสื้อคงไม่ป่องขนาดนั้นหรอก

 

ลู่เหิงเจียถอนหายใจยิ้มๆ ยกมือแปะหัวลูกชายเบาๆ แล้วเดินตามขันทีตำหนักจิ้งหยางไป ส่วนลู่จิงนั้นก็มองตามหลังท่านพ่อของตนแล้วยิ้มจาง ดึงตำราเล่มใหญ่ในแขนเสื้อออกมา ก่อนจะถือไว้แล้วเดินไปตามอุทยานหลวง ลู่จิงมาวังหลวงอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่เขาเป็นคนความจำดี สามารถจำทางได้โดยที่ไม่ต้องมีผู้ใดนำทาง

เด็กน้อยเดินแผ่นหลังตรงดูอย่างไรก็สง่างามเกินวัย เมื่อถึงอุทยานหลวงที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ถูกจัดแต่งอย่างงดงาม ศาลาริมน้ำนั้นมีทางเดินทอดยาวไปยังศาลากลางน้ำ ยามนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิด ต้นท้อที่ปลูกไว้ริมสระนั้นถูกสายลมพัดพากลีบท้อล่องลอยลม บางกลีบหล่นแต่งแต้มผืนน้ำสะอาด ก่อเกิดเป็นวงกระเพื่อมเล็มๆ

 

งดงามจับตา แลดูอ่อนโยน

 

ลู่จิงน้อยก้าวไปนั่งอยู่ที่ศาลากลางสระ เขาถอดรองเท้าและถุงเท้าออก จากนั้นก็ปล่อยให้เท้าลงไปจุ่มในน้ำ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อปลาไนในสระมาตอดเท้าขาวๆ ซ้ำยังแกว่งเบาๆ อีกด้วย แสงแดดอ่อนๆ ในฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้มิได้ร้อนซ้ำยังให้ความรู้สึกสดใสอีกด้วย เขาเปิดหนังสือในมืออ่านอย่างผ่อนคลาย

ลู่จิงนั่งอ่านตำราพิชัยสงครามในมือไปเรื่อยๆ ยามที่กลบดอกท้อโปรยลงมาใส่หน้าหนังสือ เขาก็หัวเราะแล้วปัดออก มิได้เดือดร้อนหรือรำคาญแม้แต่น้อย

 

ท่วงท่าเช่นนี้สุขุมผ่อนคลายเกินวัย ซึมซับความสงบโดยแตกต่างกับเด็กวัยเดียวกันคนอื่นๆ

 

ตูม!! ตูม!!

 

ทว่าซึมซับความสงบได้ไม่นาน ลู่จิงก็สะดุ้งเพราะมีบางอย่างตกลงมาใกล้บริเวณที่เขานั่งอ่านหนังสืออยู่ ลู่จิงขมวดคิ้ว มองหนังสือที่เปียกไปเสียครึ่งด้วยความไม่พอใจ เขาลุกขึ้นก่อนจะตวัดดวงตามองในสระ เห็นเด็กวัยเดียวกันสองคนที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำอย่างอนาถ พอทอดสายตาไปที่ริมฝั่งก็เห็นเด็กน้อยผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์สีดำล้ำค่าลายมังกรสีทอง ใบหน้าหล่อเหลาตั้งแต่ยังเยาว์ดูหยิ่งยโส อวดดีและเอาแต่ใจ

 

ดวงตาคมกริบที่ผู้ใดเห็นก็ต้องยอมสยบนั้นเปี่ยมอำนาจ

 

ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดบอกกล่าวลู่จิงก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กน้อยผู้แผ่รัศมีน่าเกรงขามออกมาผู้นี้เป็นใคร

องค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์ผู้ที่กำลังจะถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า...

เย่เทียนหลง

 

“เย่เทียนหลง! เจ้ากล้าทำเช่นนี้ข้าจะทูลฟ้องเสด็จพ่อ!”

“เย่เทียนหลง!”

“เชิญพวกเจ้าไปฟ้องเถิด” เด็กน้อยนามเย่เทียนหลงเชิดใบหน้าขึ้น จากนั้นก็ก้มหยิบก้อนหินใกล้ขามาดีดเบาๆ ทว่าแฝงไปด้วยลมปราณที่พุ่งใส่หน้าอีกสองคนจนหงายหลังล้มลงไปในสระอีกรอบ เสียงตูมดังขึ้นมาอีกครา ส่วนคนลงมือเพียงมองอย่างนิ่งเฉย ปรายดวงตาคมกริบมองทั้งสองคนอย่างไม่ใส่ใจ เขาเหยียบย่างลงบนผิวน้ำอย่างแผ่วเบานุ่มนวล ราวแสงจันทร์ฉายแสงบนผิวน้ำ

 

วิชาตัวเบาที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสามวิชาตัวเบาที่เลิศล้ำที่สุดในใต้หล้า

เร้นเงาจันทรา

มิคาดคิดว่าวิชาตัวเบาที่ร้ายกาจเช่นนี้เด็กน้อยผู้หนึ่งจะใช้ได้อย่างคล่องแคล่วถึงเพียงนี้

 

ลู่จิงถอนหายใจเบาๆ เขามิใคร่สนใจความขัดแย้งและการกลั่นแกล้งรังแกกันของคนในราชวงศ์ เด็กน้อยหมุนกายกลับ เก็บหนังสือเล่มหนาใส่ไว้ในแขนเสื้อ ตั้งใจว่ารีบกลับจวนไปทำให้หนังสือแห้งดีกว่า ดวงตาดอกท้อหรี่ลงลงอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก

 

หนังสือของตนเปียกไปเสียครึ่งเล่มจะให้ดีใจหรือชอบใจได้อย่างไรกัน!

เย่เทียนหลงผู้นี้...มิใคร่น่าคบหาเท่าไหร่ เช่นที่คิดไว้จริงๆ ด้วย

 

เท้าเปล่าเปลือยของลู่จิงย่ำไปบนกลีบดอกท้อที่ถมเต็มทางเดิน กลิ่นหอมนุ่มนวลช่วยคลายความหงุดหงิดในใจไปได้บ้าง ทว่าก้าวผ่านต้นท้อไปได้ไม่นานร่างก็ต้องหยุดชะงัก...

 

พรึ่บ!

 

เพราะร่างที่สูงกว่าร่างหนึ่งกระโดดลงมาจากกิ่งดอกท้อ ขวางหน้าลู่จิงไว้ในพริบตา!

ชายอาภรณ์สีดำสนิทต้องลม ปลิวไสว กลีบดอกท้อโปรยลงมา ยามดวงตาคมกริบนั้นจับจ้องมองมา ราวเวลารอบกาย...

 

พลันหยุดนิ่งลง

เสมือนมีเพียงคนสองคน...ท่ามกลางกลีบดอกท้อที่ปลิวไสว

 

“เจ้าลืมของ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น โยนรองเท้าสีขาวและถุงเท้าใส่อกลู่จิงที่กะพริบตาแล้วก้มลงมองรองเท้าที่ตนจงใจไม่เก็บมา

 

ใช่...เขาเจตนาหนี

ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทะเลาะวิวาทกันของผู้อื่น

 

“อ้อ...ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” ลู่จิงสีหน้าไม่เปลี่ยน ริมฝีปากขยับรอยยิ้มจาง ท่าทางสงบนุ่มนวล ก้มลงนั่งใส่ถุงเท้ารองเท้าอย่างเชื่องช้า..ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น

 

รวมถึงเย่เทียนหลงด้วย

 

คิ้วเรียวบนใบหน้าขององค์ชายผู้ถูกเมินเลิกขึ้น ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก “เจ้าคงเป็น...ลู่จิง?”

“องค์ชายทรงรู้จักกระหม่อมด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ลู่จิงที่จงใจใส่ถุงเท้าและรองเท้าอย่างเชื่องช้าเพราะมิอยากสนทนากับคนที่เขาคิดว่าร้ายกาจอย่างเย่เทียนหลง

“ย่อมรู้จักดี”

เจ้าเด็กที่พระอาจารย์และพระบิดาของตนชมเชยให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง มิเคยเห็นตัวจริงได้ยินเสียงชื่อ เด็กที่เสด็จพ่อตรัสว่านิสัยน่ารักกว่าตน...

 

ซึ่งเย่เทียนหลงก็รู้ดีว่าตนห่างไกลกับคำว่าน่ารักอยู่มากโข

 

แต่...ใจเย็นเกินวัยจนน่าหมั่นไส้

น่ากลั่นแกล้งรังแกให้ใบหน้าแต้มรอยยิ้มและดูสงบนั่นเปลี่ยนไปมา ทำให้ตกใจจนร่ำไห้งอแงคงน่าดูชมมิใช่น้อย...

 

“เจ้าเลิกใช้วิธีเมินข้าแล้วก็ใส่ถุงเท้ากับรองเท้าให้เร็วๆ เถิด”

“กระหม่อมชมชอบทำอันใดช้าๆ พ่ะย่ะค่ะ” ลู่จิงถอดรองเท้าออกแล้วใส่ใหม่อีกรอบ จนเย่เทียนหลงเลิกคิ้ว...จงใจกวนอารมณ์ของเขาสินะ

 

หึๆ

น่าสนุกจริงๆ

 

“ในเมื่อเจ้าชอบทำอันใดช้าๆ ดี!” เย่เทียนหลงถอดรองเท้าของตนออก แล้วนั่งลงข้างๆ ลู่จิง ทำให้ดวงตาดอกท้อเบิกขึ้นเล็กน้อย

 

องค์ชายผู้สูงศักดิ์ที่ใดมานั่งกับผืนดินเช่นนี้!

 

“ข้ามีเวลารอ”

“องค์ชาย...” ลู่จิงแทบจะถลึงตาใส่อีกฝ่าย แทบจะเรียกเสียงดังด้วย ทว่าเขากลับสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงแทน

 

อดทนไว้ อดทนไว้ลู่จิง...

 

ต่อให้ถูกคนเอาแต่ใจกวนประสาทก็อย่าเสียงดัง อย่าอารมณ์เสีย อีกฝ่ายเป็นองค์ชาย เป็นรัชทายาท และจะเป็นนายเหนือหัวแห่งแว่นแคว้นในอนาคต

สงบจิตใจตนได้แล้วลู่จิงก็สวมใส่ถุงเท้าและรองเท้าอย่างรวดเร็ว เขาจะลุกขึ้นทว่าอีกคนกลับใช้มือที่ใหญ่กว่าฉุดตนให้นั่งลงแล้วก็เลิกคิ้ว “ข้ารอเจ้าไปแล้วเจ้าก็ต้องรอข้าเช่นกัน”

เย่เทียนหลงเจตนาถอดรองถุงเท้าออก เขาโยนไปอีกทางที่ระยะมือตัวเองเอื้อมถึง จงใจดึงถุงเท้าเข้าหาตัวช้าๆ จนลู่จิงคิ้วกระตุก

 

เขากำลังถูกเอาคืน!

ร้ายกาจไม่ยอมผู้ใดจริงๆ !

 

“กระหม่อมขอพระราชทานอภัยที่ทำให้องค์ชายขุ่นเคืองพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” ลู่จิงประสานมือคำนับ เขาขอโทษอีกฝ่ายเพราะรู้ดีว่าถ้าหากตนไม่ทำเช่นนี้ไม่ทางจบแน่ๆ

 

ดูก็รู้ว่าองค์ชายใหญ่เย่เทียนหลงเอาแต่ใจเพียงใด!

 

เย่เทียนหลงเลิกคิ้ว เจ้าก้อนกลมตรงหน้าตนช่างน่าสนใจจริงๆ ใจเย็นจนน่ากลั่นแกล้ง รู้รบรู้ถอย รู้ว่าเวลาใดควรทำเช่นไร

 

ตอนนี้ก็ชิงขอโทษเสียก่อน ถ้าตนไม่ปล่อยก็จะเป็นคนใจแคบสินะ

แต่เย่เทียนหลงก็ไม่เคยใช่คนใจกว้างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

“กระหม่อมรับปากพระองค์ว่าจะไม่กล่าวเรื่องในวันนี้ออกไปพ่ะย่ะค่ะ” ลู่จิงคิดว่าที่อีกฝ่ายมาขวางเขาก็เพราะต้องการปิดปาก

“เจ้าจะไปทูลเสด็จพ่อก็ได้...เพราะข้าไม่สนใจ” แต่ไหนแต่ไรมาเย่เทียนหลงก็จัดการพวกที่บังอาจมายุ่งเกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว คนเหล่านั้นริษยาเพราะตนเป็นองค์ชายที่เสด็จพ่อโปรดปรานและกำลังจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาท

 

กล้าหาเรื่องตนก็รับผลตอบแทน...โดยเฉพาะบรรดานางสนมที่อยู่เบื้องหลังให้บุตรชายมาระรานเขา อย่าคิดว่าเย่เทียนหลงไม่เอาคืน!

 

“ในเมื่อองค์ชายไม่ใคร่สนใจ เหตุใดจึงแค่โยนลงในสระเล่าพ่ะย่ะค่ะ?”

เย่เทียนหลงชะงักก่อนจะแหงนหน้าหัวเราะลั่น “ฮะๆ! เจ้านี่ร้ายกว่าที่ข้าคิดจริงๆ ลู่จิง...หึๆ คราวหลังข้าจะทำตามที่เจ้าแนะนำ เอาล่ะ..ไปเถิด”

“ไป..เดี๋ยวพ่ะย่ะค่ะ!” ลู่จิงกำลังถามว่าจะไปไหน แขนก็ถูกคว้าไว้และพาวิ่งออกไปด้วยวิชาตัวเบาจนเขามองรอบข้างแทบไม่ทัน รู้ตัวอีกทีก็มาปรากฏที่หน้าตำหนักหนึ่งเสียแล้ว

“แฮ่กๆ ...ที่...นี่” ลู่จิงหอบหายใจ เวียนหัวเล็กน้อย มิทันจะได้สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ก็ถูกดึงเข้าไปในตำหนักเสียแล้ว

“ตำหนักข้าเอง”

“พระองค์...ทรงพากระหม่อมมา?”

“ในเมื่อเจ้าเสนอวิธี เช่นนั้นข้าก็จะให้เจ้าสมรู้ร่วมคิด...อ้อ ลู่จิง...” เย่เทียนหลงกำมือลู่จิงน้อยแน่นขึ้น ริมฝีปากนั้นแสยะยิ้มที่ดูอย่างไรก็เป็นปีศาจสำหรับลู่จิงอยู่ดี “ถ้าหากเจ้าหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือ...ข้าจะมาแกล้งเจ้าแทน นี่...ลู่จิงขอบอกเจ้าให้รู้ไว้นะ ว่าการที่เจ้าใจเย็นเกินไปมันทำให้ข้า...คันไม้คันมืออยากรังแกเจ้าจนร้องไห้จ้ายิ่งนัก”

 

ข้าใจเย็นก็ขัดตาท่านหรืออย่างไร! ท่านมันเอาแต่ใจอย่างที่ข้าคิด...ไม่สิ เหนือกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก!

 

เย่เทียนหลงหัวเราะหึๆ กับดวงตาดอกท้อที่โตขึ้นและริมฝีปากที่อ้าออกเล็กน้อยนั่น จิ้มหน้าผากเล็กเบาๆ “นินทาข้าในใจก็ไม่ได้”

 

คนร้ายกาจ!

 

........
 


 

เป็นพาร์ทตอนพิเศษของเสด็จพ่อกับท่านอาจารย์ลู่จะมีประมาณเกือบสิบตอนนะคะ เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่เจอกันไปจนถึงพาร์ทปัจจุบันเลยค่ะ ^_^ มีขมบ้างเล็กน้อยอย่างที่บอกไป แต่อยากจะบอกว่าเสด็จพ่อน่ะเป็นต้นแบบนิสัยลูกๆ ทุกคนเลยล่ะค่ะ 555

ช่วงนี้เรามาอัพนิยายดึกแทบทุกครั้งเลย เพราะติดธุระและยุ่งมากจริงๆ สำหรับตอนพิเศษจะอัพสลับกันบ้างนะคะ อาจจะมีคู่อื่นมาด้วย

ช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนมาก ร้อนจริงๆ ทุกคนอย่าลืมดูแลตัวเองและอย่าลืมรักษาสุขภาพกันน้าาา อย่าปล่อยให้ป่วยกันนะคะ
 

ตอนจบก่อนหน้าตัวอักษรไม่พอ เราเลยรวบยอดมาขอบคุณทุกคนในตอนนี้น้าาาา ^_^

ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมานานเกือบหนึ่งปีกับนิยายเรื่องใครฆ่าองค์ชายใหญ่ ช่วยดูคำผิด ช่วยดูเนื้อเรื่อง คอยให้กำลังใจ คอยคอมเมนท์ รวมถึงโดเนทให้กันอยู่เสมอ ดีใจมากๆ ที่ได้รู้จักกันผ่านตัวอักษร ดีใจที่สามารถทำให้ทุกคนยิ้มได้ เรามีความสุขทุกครั้งที่ทุกคนบอกว่าชอบและมีความสุขในการอ่านนิยายเรื่องนี้

องค์ชายใหญ่เป็นนิยายที่ยาวมากๆ ที่สุดเท่าที่เคยเขียน ใช้เวลานานที่สุดเช่นกัน...เป็นเรื่องที่รู้สึกผูกพันกับตัวละคร เหมือนคอยเฝ้ามองพวกเขาเติบโตไปเรื่อยๆ ^_^ ใจหายเหมือนกันที่พิมพ์คำว่าจบลงไปในหน้านิยาย แต่ว่าก็รู้สึกยินดีด้วย เพราะรู้ว่าพวกเขาก็เติบโตต่อไปในแบบของพวกเขา เฝ้ามองเหล่าเด็กๆ ที่กำลังจะเติบโต

ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะที่อยู่ด้วยกันมานานเกือบปี ไม่ทิ้งกันไปไหน บางครั้งก็อัพช้า บางครั้งก็เลท แต่ทุกคนก็ยังคอยเป็นกำลังใจให้กันมาตลอด ไม่รู้จะพูดยังไงนอกจากขอบคุณและกอดทุกคนแน่นๆ การที่เราสามารถอัพนิยายเรื่องใครฆ่าองค์ชายใหญ่มาถึงตอนจบได้เพราะมีพวกคุณคอยให้กำลังใจกันอยู่เสมอ เพราะทุกคนจริงๆ ค่ะ

ขอให้ทุกวันของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนะคะ ^_^

ขอบคุณและยินดีมากๆ เลยค่ะที่ได้รู้จักกัน ดีใจจริงค่ะ ^_^

 

สำหรับวันนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์น้าาาา ^_^
 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 391 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,282 ความคิดเห็น

  1. #4144 HYUNPARK (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 18:40
    นี่สินะต้นแบบของความร้ายกาจที่เด็กๆได้รับไป เสด็จพ่อนี่เอง
    #4,144
    0
  2. #4099 Ppp (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 20:32

    ร้ายมากกก5555

    #4,099
    0
  3. #4094 siipaa (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 23:06
    น่ารักก รอค่ะ
    #4,094
    0
  4. #4093 siipaa (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 23:06
    น่ารักก รอค่ะ
    #4,093
    0
  5. #4091 Niraaaa. (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 22:07
    น่ารักอ่า แงง นึกภาพต้าวก้อนน้อยๆ สองก้อน.. อ้ย ใจเจ่บไปหมด ;—;)
    #4,091
    0
  6. #4088 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 06:18

    คู่นี้เราว่าน่าจะขมมาก ไม่น่าจะน้อยได้อ่ะ รอนะคะไรท์ รักษาสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ

    #4,088
    0
  7. #4079 น้อง อืดด ด (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 03:48
    แง เซอไพร์ทมากกกก รออ่านเลยค่ะ
    #4,079
    0
  8. #4077 Notty Kero (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 22:21
    คู่นี้น่าจะหนักเอาการ
    #4,077
    0
  9. #4075 CieloCielo (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 19:01
    ร้ายกาจ คนพ่อร้ายกาจกว่าลูกๆอีก555
    #4,075
    0
  10. #4073 ความกาวในตัวคุณ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 15:49
    ร้ายกาจจจ//เสียง รอน วิสลีย์
    #4,073
    0
  11. #4068 Pui-Pui (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 10:22
    กว่าคู่นี้จะฝ่าฟันจนถึงวันนี้ได้ไม่ง่ายจริงๆ
    #4,068
    0
  12. #4066 Jessie2544 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 07:32
    พระร้าย55555
    #4,066
    0
  13. #4064 Lalaland332221 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 05:39
    แสบมากกกกก
    #4,064
    0
  14. #4063 nongning5657 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 05:22
    เรายังคงรอคอยพี่ปินಥ‿ಥ
    ชอบความตวงติงกันไปมา5555
    #4,063
    0
  15. #4062 Bblack Bbutler (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 02:29
    55555 ร้ายกาจกันทั้งครอบครัวแหละดูแล้ว ขนาดลูกยังขนาดนั้น คนพ่อจะน้อยหน้าได้ยังไง ต้องx2ความร้ายกาจของคนลูกไปซะมั้ง
    #4,062
    0
  16. #4060 queenpkk (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 00:49
    การมูฟออนเป็นวงกลม 5555
    #4,060
    0
  17. #4059 chichichichichichichic (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 00:46
    ผชบ้านนี้เหมือนกันไปหมด55555
    #4,059
    0
  18. #4058 pcard (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 00:36
    เสด็จพ่อร้ายกาจแต่เด็กเลย เป็นต้นแบบของลูกๆจริงๆ 555++
    #4,058
    0
  19. #4057 another16579 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 00:28
    ลู่จิงตอนเด็กน่ารักมากแน่ๆเอ็นดูเค้านะคะ โดนแกล้งมาหลายปีเลย
    #4,057
    0
  20. #4056 DinDumm (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 00:20
    Good story thank you writer 🙏😊
    #4,056
    0