ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 43 : 三十六 ภาคสอง เติบใหญ่และสิ้นสุด : 九 งานเลี้ยงสกุลฉิน (二)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 897 ครั้ง
    8 ม.ค. 64

九 

งานเลี้ยงสกุลฉิน 

 

“ท่านตาไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้เราจะลองถามเสด็จแม่ฮองเฮาดูว่ามีความเห็นอย่างไร”

“ขอบพระทัยองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ...คงต้องรบกวนพระองค์แล้ว แต่ในฐานะคนแก่ๆ คนหนึ่งกระหม่อมกังวลใจกับอนาคตของหลานๆ เหลือเกิน”

“เรารู้ อืม...เราว่าจะกลับแล้วล่ะ ดึกดื่นเช่นนี้ถิงอวี่จำเป็นต้องพักผ่อนประเดี๋ยวเขาจะไม่สบายเอาน่ะ” เย่ซืออวิ๋นลุกขึ้นก่อนจะเดินออกจากเรือนหลักของฉินเมิ่ง เมื่อท่านตาของเขาที่อ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยเดินนำมาที่นี่

 

เรื่องสำคัญที่ว่าคือเรื่องตำแหน่งว่าที่พระชายาขององค์ชายรัชทายาทเย่เฟิง

ดูเหมือนสกุลฉินจะทนไม่ไหว อยากได้ตำแหน่งชายาเอกขององค์ชายรัชทายาทเต็มทีแล้ว 

 

ฉินเมิ่งที่ได้ยินน้ำเสียงอ่อนหวานของเย่ซืออวิ๋นยามพูดถึงลู่ถิงอวี่เช่นนั้นก็ได้แต่รู้สึกเบื่อจนไม่อยากฟัง เขากลอกตาด้วยความระอา

 

รู้สึกเหมือนถูกอวดความรักให้เห็นอีกแล้ว!

ข้าจะดูสิว่าวันนี้พวกเจ้าจะยังรักกันได้อีกหรือไม่!

 

“กระหม่อมจะเดินไปส่งองค์ชายที่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราจะไปรับถิงอวี่...” เย่ซืออวิ๋นเดินไปที่งานเลี้ยงที่ยังคงรื่นเริงอยู่ ดูจากความวุ่นวายแล้วคาดว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเป็นแน่ แต่เขาไม่เห็นสามีตนเองนั่งอยู่ที่เดิม เย่ซืออวิ๋นก็ขมวดคิ้ว 

“คุณชายลู่อาจจะไปเดินเล่น กระหม่อมจะให้คนไปตาม...” ป่านนี้แผนการทั้งหมดคงสมบูรณ์แล้ว ที่เหลือเพียงแค่สร้างเรื่องราวให้ใหญ่โต ให้แขกเหรื่อมากมายที่มาวันนี้เป็นพยานปากสำคัญ

 

จะได้ทำให้ชื่อเสียงของลู่ถิงอวี่และหยางฉิงเสื่อมเสียจนทำอย่างไรก็ไม่อาจกู้ขึ้นมาได้อีก!

 

เย่ซืออวิ๋นสังเกตเห็นสายตาของฉินเมิ่งอยู่เขาก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก คนพวกนี้กำลังวางแผนอะไรสักอย่างอยู่แน่นอน เขากวาดตามองรอบๆ ก็เห็นฉินไห่ฟงที่ยืนส่งแขกอยู่อีกมุมกำลังพยักหน้าให้เขา เย่ซืออวิ๋นก็เลยยิ้มอย่างวางใจ

 

สามีของเขาเก่งกาจและชาญฉลาดขนาดนั้นย่อมต้องปลอดภัยอยู่แล้ว! อย่างฉินเจานั่นน่ะดูอย่างไรก็มิค่อยฉลาดเท่าไหร่หรอก สู้ถิงอวี่ของเขาก็ไม่ได้!

 

เมื่อชมถิงอวี่ของตนในใจไปหนึ่งรอบถ้วน จากนั้นเย่ซืออวิ๋นก็หันมาแสร้งตีสีหน้ากังวลใส่ฉินเมิ่ง ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เม้มริมฝีปากแดงเบาๆ

 

ตอนนี้เขาต้องทำเป็นกังวลใจให้มากจะได้ช่วยให้กลุ่มคนวางแผนร้ายสบายใจไปก่อน...เรื่องนี้เมื่อก่อนตนไม่ถนัด แต่ตอนนี้ถนัดยิ่ง!

 

“ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็นคุณชายลู่...เช่นนั้นกระหม่อมจะให้คนไปตามให้...”

“เราไปด้วยดีกว่า เราเป็นห่วงถิงอวี่น่ะ” สีหน้าของเย่ซืออวิ๋นเต็มไปด้วยความกังวล นั่นทำให้ฉินเมิ่งแสยะยิ้ม

“องค์ชายกับคุณชายลู่ช่างรักมั่นกันจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ” 

“อื้ม!” เย่ซืออวิ๋นยิ้มหวาน จากนั้นก็เดินไปตามหาสามีตนเอง...ที่บัดนี้คงกำลังมีเรื่องสนุกๆ ให้รอชม

 

แต่ถ้าหากถิงอวี่เป็นอะไรไปสักนิดเดียวล่ะก็...เขาจะให้คนสกุลฉินชดใช้!

สามีของข้าเย่ซืออวิ๋นข้าปกป้องมาตลอด! ใครก็แตะต้องไม่ได้!

 

........

 

ส่วนทางด้านนี้นั้นร่างของลู่ถิงอวี่ถูกข้ารับใช้จวนสกุลฉินประคองมาในห้องกว้างที่ตกแต่งอย่างหรูหราห้องหนึ่ง บนเตียงที่รายล้อมด้วยผ้าโปร่งสีชมพูอ่อนดูงดงามนั้นมีร่างสตรีคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงก่อนแล้ว

 

นางคือหยางฉิง...

 

“วางมันลง จัดท่าทางให้มันด้วย” ฉินเจาออกคำสั่งกับข้ารับใช้ เขาต้องการจัดฉากให้ลู่ถิงอวี่กับหยางฉิงดูเหมือนลักลอบมีอะไรกัน! และถูกแขกเหรื่อมากมายเห็นเข้า

 

ชื่อเสียงของลู่ถิงอวี่และหยางฉิงจะป่นปี้!

 

คนหนึ่งจะไม่สามารถนั่งในตำแหน่งอัครเสนาบดีได้ และหยางฉิงเองก็จะไม่สามารถแต่งออกไปกับสกุลดีๆ ที่ไหนอีกเป็นแน่...ตำแหน่งพระชายาขององค์ชายรัชทายาทนางก็ไม่มีสิทธิ์!

 

ต่อให้คนพวกนั้นมารู้คราวหลังว่าเป็นแผนการของเขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว! แก้ตัวไม่ได้!

 

นอกจากนี้ฉินเจายังให้คนวางยากำหนัดลงในสุราของลู่ถิงอวี่ด้วย อีกทั้งห้องนี้ก็ยังจุดกำยานกระตุ้นกำหนัด แม้จะบางเบาแต่ก็ส่งผลต่อความรู้สึกผู้ที่ได้กลิ่นอยู่ดี ถ้าหากลู่ถิงอวี่กับหยางฉิงตื่นขึ้นก็ทำอะไรไม่ได้เพราะว่าจะถูกฤทธิ์ยากระตุ้นอารมณ์จนพวกเขาได้แต่ต้องยอมรับโดยไร้ข้อโต้แย้ง!

ฉินเจากอดอกมองร่างคนทั้งสองบนเตียง เขาแสยะยิ้ม นึกถึงความสะใจที่จะได้สัมผัสในอีกไม่นานนี้ก็ปลื้มยินดีจนเก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ แต่เมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ รู้สึกเหมือนยังไม่พอ เขาจังสะใจไม่พอ

 

ต้องให้พวกมันดูน่าสมเพชกว่านี้!

 

“ถอดเสื้อผ้าออกทั้งคู่!”

“อ่ะ...เอ่อ!”

“เร็วสิ! ถ้าพวกเจ้าไม่ทำมันก็จะไม่สมจริงๆ ถอดแล้วจัดท่าทางให้ดูล่อแหลมยิ่งกว่านี้!...”

 

เฮือก!

 

ฉินเจาไม่ทันจะได้ทำตามที่ต้องการ เขาก็เห็นดวงตาดอกท้อของลู่ถิงอวี่ลืมขึ้นมาสบตากับเขา ฉินเขาก็สะดุ้งเฮือก ไม่แม้แต่จะได้ทันตกใจ ร่างก็ถูกทุบจากด้านหลังแรงๆ!

 

จากนั้นทั้งร่างก็ล้มลง!

 

“คุณชาย...อึ่ก!” ข้ารับใช้สองสามคนเองก็ถูกทุบจากด้านหลังจนล้มลงกับพื้นในพริบตาเดียวเช่นกัน คนที่ทุบดื่มสุราในไหจนหมดจากนั้นก็โยนไหสุราลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ เลิกคิ้วเรียวของตนมองลู่ถิงอวี่ที่ลุกขึ้นนั่งเรียบร้อย เห็นท่าทางอีกฝ่ายดูหงุดหงิดไม่น้อย

“เจ้าเสแสร้งได้เก่งมากเจ้ามารร้าย ว่าแต่หงุดหงิดอันใดรึ?”

“ข้ามิใคร่ชมชอบนอนข้างคนอื่นนอกจากภรรยาตัวเอง” ลู่ถิงอวี่รีบก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว แถมยังปัดไม้ปัดมือไปตามตัวทำราวสตรีงามที่ถูกบุรุษหลอกล่อหรือลวนลามเอา ทำเอาหยางฉิงที่แสร้งสลบลืมตาขึ้นมาได้แต่กลอกตาระอา พลางถลึงตาใส่ลู่ถิงอวี่

 

นางมิใช่หรือที่ต้องทำเช่นนั้น บุรุษผู้นี้นี่อย่างไรกัน!

 

“พี่ลู่คิดว่าข้าอยากมาใกล้ท่านนักหรือเจ้าคะ! ถ้ามิใช่เพราะจะวางแผนจัดการคนสมองมีปัญหาอย่างฉินเจาข้าไม่เข้าใกล้ท่านหรอกเจ้าค่ะ!”

“น้องฉิงพูดถูก” เสียงนุ่มๆ ขององค์ชายรัชทายาทเย่เฟิงดังขึ้น ร่างสูงที่สวมชุดสีดำสนิทเรียบง่ายคล้ายกำลังพลางตัวนั้น กระโดดเข้ามาทางหน้าต่าง จากนั้นก็อุ้มคู่หมั้นของตนมาไว้ในอ้อมแขน ดวงตาคมมองสำรวจนางอย่างห่วงใย เมื่อพบว่าไม่มีอะไรผิดสังเกตเขาก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลให้หยางฉิง “ไม่เป็นไรนะน้องฉิง ข้าอยู่นี่แล้ว”

ลู่ถิงอวี่หันมองเย่เฟิงกับหยางฉิงแล้วก็ยิ้มน้อยๆ โดยไม่พูดอะไร แต่หยางฉิงกลับถลึงตาใส่ลู่ถิงอวี่อีกรอบเพราะรู้ดีว่าอีกคนกำลังจะเย้านาง!

“ยาปลุกกำหนัดในสุราเล่า?”

“ข้ามิได้ดื่ม” ลู่ถิงอวี่เอ่ยยิ้มๆ เขาที่ป่วยมานานมีหรือจะไม่รู้ว่าในจอกสุรามีสิ่งผิดปกติ อีกทั้งไห่ฟงก็เตือนไว้แล้ว ยาปลุกกำหนัดที่ได้ผลดีส่วนมากคือวางยาวในสุรา และภรรยาของเขาก็ช่วยสลับจอกเหล้าด้วย 

 

ดังนั้นสุรานั่นคงโดนเทราดต้นหญ้าในสวนไปเสียแล้ว

 

“เสี่ยวฉิงฉิงเจ้านี่ก็เสแสร้งเก่งไม่แพ้เจ้ามารร้ายเลยนะ ทำเอาข้าเกือบเชื่อไปแล้ว” เนี่ยรุ่ยเอินมองหน้าทั้งสองคนอย่างนับถือยิ่ง ประสานมือคาราวะให้ทั้งคู่หนึ่งที ทำเอาหยางฉิงได้แต่ตีหน้ายุ่ง 

 

ไม่ค่อยอยากรับคำชมเท่าไหร่เลยเจ้าค่ะพี่รุ่ยเอิน!

 

“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกับเจ้าฉิน...เอ่อ...ฉินอะไรนะ?” เนี่ยรุ่ยเอินขมวดคิ้ว พลางเกาศีรษะตัวเองไปด้วย สีหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง คนอื่นๆ ก็ได้แต่ยิ้มมิได้เฉลย ปล่อยให้เนี่ยรุ่ยเอินคิดไปเถิด จะได้ไม่เย้าแหย่ผู้อื่นอีก

 

ขอโทษด้วยแต่เขาจำไม่ได้จริงๆ

 

“เขาอยากให้เจ้ากับน้องฉิงอยู่บนเตียง และคิดจะพาผู้คนมาดูพวกเรา ทำให้น้องฉิงเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่สามารถแต่งเข้าตำหนักบูรพาได้ ส่วนเจ้า...ก็คงไม่มีคุณสมบัติของอัครเสนาบดี คบชู้ทั้งๆ ที่แต่งงานกับองค์ชายใหญ่ของราชวงศ์...อีกทั้งเสด็จพ่อต้องลงมือกับเจ้าเป็นแน่ แผนการนี้ถ้าหากสำเร็จจะกำจัดศัตรูได้หลายทอดทีเดียว” เย่เฟิงหรี่ตาลงด้วยประกายตาเยือกเย็นราวคมมีด มองฉินเจาที่นอนสลบอยู่บนพื้นจนถ้าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาก็คิดว่าคงได้ถูกแช่แข็งกับสายตาของเย่เฟิงเป็นแน่

 

น้องฉิงของเขา กล้าแตะต้องงั้นหรือ!

 

“นายโลมคนโปรดของฉินเจาเล่า?” เย่เฟิงเอ่ยถามกับองครักษ์เงาของเขาที่ปรากฎตัวขึ้นทันทียามได้ยินเสียงเรียกของผู้เป็นนาย

“รออยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“พาเข้ามา”

 

ในเมื่อพวกเจ้าอยากจัดฉากนัก ข้าก็จะจัดการให้สมดั่งใจ!

องครักษ์เงาพาบุรุษหนุ่มน้อยที่หน้าตางดงามเป็นอย่างยิ่งคนหนึ่งเข้ามา เป็นบุรุษหนุ่มที่มีดวงตาแวววาวเป็นประกาย ดูอ้อนแอ้นบอบบางน่าสงสารและน่ากอดถนอมไว้ในอ้อมแขน ร่างนั้นกำลังหอบหายใจและกึ่งหลับกึ่งตื่นดูเย้ายวนใจยิ่งนัก

นายโลมคนโปรดของฉินเจา ที่แค้นเคืองฉินเจาและยินยอมร่วมมือกับแผนการนี้ด้วยตนเอง แลกกับการไถ่ตัว เปลี่ยนชื่อและไปอยู่ต่างแคว้น ซึ่งในฐานะองค์ชายแห่งต้าเซี่ยแล้วเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

ลู่ถิงอวี่เลิกคิ้วมองสหายสนิท อย่างรู้เท่าทันว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เตรียมการได้รวดเร็วยิ่ง...คงต้องขอบคุณเย่เซียวและเย่หานที่คอยช่วยประสานงานให้ด้วยสินะ

 

บรรดาพี่น้องสกุลเย่นี่นะ...

 

“เจ้านี่ร้ายจริงๆ เย่เฟิง”

“ข้าไม่อยากให้เจ้ามาว่าหรอกนะ” เย่เฟิงถอนหายใจเบาๆ เขาเอามือปิดตาหยางฉิงเอาไว้จากนั้นก็ให้องครักษ์จับฉินเจาและนายโลมคนโปรดนอนลงบนเตียงด้วยกัน ให้คนถอดเสื้อผ้าของทั้งสองคนออกจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลืออะไรแม้แต่ชิ้นเดียว

“พี่เฟิงไม่ต้องปิดตาน้องก็ได้นะเจ้าคะ อย่างฉินเจาไม่มีอะไรน่าดูเลยสักอย่าง!” หยางฉิงงึมงำ

“ชู่ว์ น้องฉิงเด็กดี ข้ามิอยากให้เจ้าดูเรือนร่างของบุรุษผู้อื่น...ถ้าเจ้าอยากดูก็มาดูของข้า” เย่เฟิงเอ่ยกระซิบกับคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน แต่นอกจากจะทำให้หยางฉิงแก้มร้อนวาบซุกหน้ากับอกเขาไม่เงยหน้ามามองใครแล้วก็ได้รับเสียงกระแอมไอจากเนี่ยรุ่ยเอินและลู่ถิงอวี่ด้วย

“หวานเลี่ยน”

“บุรุษปากหวานนั้นเชื่อถือไม่ได้ เย่เฟิงเจ้านี่สมแล้วที่เป็นสหายของเจ้ามารร้าย ความปากหวานของพวกเจ้านี่พอๆ กันเลย!” เนี่ยรุ่ยเอินบ่นอย่างระอาใจ พลางโบกมือที่จมูกตนเองไปมาราวกับทนกลิ่นของความรักอันแสนอบอวลในห้องนี้ไม่ไหว 

“ไม่สู้เจ้าหรอกถิงอวี่ แล้วก็ไม่สู้คนกันเองของเจ้าด้วยรุ่ยเอิน” เย่เฟิงยิ้มจาง เมื่อเห็นทั้งสองคนบนเตียงที่กอดรัดกันอย่างแนบแน่น เคล้าคลอเคลียกันอย่างร้อนแรง แล้วเขาก็ให้คนใช้ยาปลุกกำหนัดป้อนให้ทั้งสองคนกิน เนี่ยรุ่ยเอินหิ้วข้ารับใช้ทั้งสามคนออกไปโยนไว้ไกลๆ ก่อนไปเขายังซุกซนเอากำยานปลุกกำหนัดไปอังใต้จมูกฉินเจาอีกด้วย

“ข้ารับใช้ที่นำทางข้ามา ให้องครักษ์ลับปลอมตัวเป็นเขา” ลู่ถิงอวี่ประสานมือไว้ที่หน้าท้อง เอียงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับภาพมัวเมาโลกีย์และกลิ่นกำยานปลุกกำหนัดในห้องมิสามารถทำลายความบริสุทธิ์ดุจหยกขาวของเขาได้เลยแม้แต่น้อย

“ขอรับคุณชาย” บรรดาองครักษ์ลับรับคำสั่ง จากนั้นก็ออกไปดำเนินตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว

 

ทำกรรมใดไว้กรรมนั้นย่อมตามสนอง!

คิดจะใช้สิ่งใดทำร้ายผู้คนก็เตรียมตัวรับสิ่งนั้นกลับคืน!

 

เนี่ยรุ่ยเอินหัวเราะหึๆ เขาซ่อนข้ารับใช้ทั้งสามนั้นไว้ในพุ่มไม้หนาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายๆ เดิมทีข้าเสียจะง่ายที่สุด แต่ปล่อยให้คนพวกนี้จัดการกันเองนั้นย่อมสะใจกว่า! 

 

แผนการโง่ๆ ที่มีแต่ช่องโหว่นี่คนมีสมองก็ดูออกหมดแล้ว เฮ้อ...ในบรรดาลูกหลานที่เป็นบุรุษของสกุลนี่มีแค่เจ้าหน้านิ่งของเขาเท่านั้นที่ฉลาดที่สุด!

อ้ะ...ของเขาหรือ?

 

เนี่ยรุ่ยเอินคิดแล้วก็แก้มร้อน ก่อนจะส่ายหน้าแรงๆ แล้วก็ออกจากห้องไป ดูเหมือนฉินเจากับนายโลมคนโปรดที่ถูกปลุกให้ตื่นเพราะฤทธิ์ยากระตุ้นกำหนัดเริ่มนัวเนียกันอย่างร้อนแรกว่าเดิมง จนเขาต้องรีบกระโดดออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับคนอื่นๆ 

“เสี่ยวฟางฟาง เอ่อ...พี่ฟางหนี่ว์นางกำลังซ้อนแผนจะจัดการฉินเจาและคุณหนูรองกับคุณหนูสามสกุลฉิน นางบอกว่าแค้นที่วัดเกาเสียงยังทวงคืนไม่ครบเลยเจ้าค่ะ” เดี๋ยวพี่สาวคนงามคงต้องจัดการเอาคืนต่อเป็นแน่ รายนั้นยิ่งแค้นแรงอยู่ด้วย 

 

อย่าทำให้สตรีโกรธ! และอย่าได้คิดหยามเกียรติสตรีเพราะถ้าหากพวกเราเอาคืนขึ้นมาก็ยิ่งกว่านางมารร้ายเสียอีก!

 

“ความโกรธของสตรี...” ลู่ถิงอวี่ส่ายหน้ายิ้มๆ เขาก็ชักอยากจะรอชมว่าฉินฟางหนี่ว์และฉินฮวาซิงทั้งสองคนจะจัดการอย่างไร และคงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับฉินเจาเป็นแน่

 พวกเขาที่เร้นตัวอยู่บริเวณใกล้ๆ กับห้องนั้นได้ยินเสียงครางอย่างเร่าร้อนและเสียงราวข้าวของในห้องแตกกระกายจากความรุนแรงของกิจกรรมบนเตียงนั้นได้อย่างดี เย่เฟิงเอามือปิดหูหยางฉิงกอดนางไว้เต็มอ้อมแขนเพื่อไม่ให้น้องฉิงของเขาได้ยินอะไรระคายหู เมื่อองครักษ์ลับแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ลู่ถิงอวี่ก็เอ่ยอธิบายแผนการตลบหลังง่ายๆ สั้นๆ

พวกเขาเฝ้ารอให้เกิดความวุ่นวายอยู่อย่างเงียบๆ จนเกือบสองเค่อ รอไม่นานก็ได้ยินบรรดาข้ารับใช้จวนสกุลฉินวิ่งตามหาคุณชายลู่กันให้ทั่ว บรรดาแขกเหรื่อที่ยังไม่กลับก็ดูเหมือนว่าเกิดสงสัยและอยากรู้อยากเห็นเช่นกันเลยแสร้งทำกันเป็นช่วยตามหา ทั้งๆ ที่ความจริงก็อยากเห็นเรื่องสนุกๆ กันทั้งนั้นก็ออกมาช่วยตามหากันด้วย 

พวกเขาที่ซ่อนอยู่เห็นองค์ชายใหญ่ก้าวรีบๆ ด้วยสีหน้าร้อนใจดวงตาคู่สวยนั้นสอดส่องราวหาอะไรบางอย่างไปทั่ว และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าพวกเขามองอยู่ก็เลยเหลือบสายตามาทางพวกเขาพลางกะพริบตาอย่างใสซื่อและจากนั้นก็กลับไปตีสีหน้ากังวลต่อ ทำเอาเย่เฟิงกับลู่ถิงอวี่ได้แต่กลั้นยิ้มจนปวดแก้ม

 

พี่ใหญ่เก่งขึ้นจากตอนเด็กๆ ยิ่งนัก!

น้องสามกับน้องสี่ก็ต้องภูมิใจเหมือนที่เย่เฟิงกับลู่ถิงอวี่ภูมิใจ!

 

ตามหาลู่ถิงอวี่มาแทบจะทั่วจวนสกุลฉินจนเกือบสองเค่อแล้วก็ยังไม่พบคน เย่ซืออวิ๋นยิ่งต้องพยายามทำเป็นร้อนใจมากขึ้นกว่าเดิม และเขาก็ขมวดคิ้วเข้าหากันยามข้ารับใช้คนหนึ่งวิ่งมารายงานอะไรบางอย่าง

“พวกเจ้าเห็นถิงอวี่กันที่ไหนนะ?” เย่ซืออวิ๋นถามข้ารับใช้ที่ตอบเขาเสียงสั่นๆ คำบอกเล่าที่ทำให้เกิดเสียงซุบซิบจากคนรอบๆ

“คะ...คุณชายลู่ กะ...กับคุณหนูหยางฉิง ดะ...เดินไปด้วยกันขอรับ” ข้ารับใช้ตัวสั่นก้มหน้าตอบเสียงสั่นๆ เพราะสายตาอันแสนเย็นชาขององค์ชายใหญ่ทำให้เขากลัว อีกทั้งเรื่องนี้ก็มิใช่ความจริง...แต่เป็นคำสั่งของคุณชายใหญ่ให้เขาพูดเช่นนี้!

 

ไม่เหมือนองค์ชายใหญ่ที่อ่อนโยนและเป็นมิตรคนนั้นเลย!

น่ากลัวและเปี่ยมอำนาจยิ่งนัก!

 

“เจ้าเห็นจริงๆ เช่นนั้นหรือ! ห้ามกล่าววาจาโกหกเป็นอันขาด!” ฉินเมิ่งแสร้งเบิกตาและถามเสียงเย็น ดูเคร่งขรึมและดูเป็นกังวลคล้ายกำลังห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งนัก 

“พูดให้ชัดเจน! เพราะถ้าหากข้าจับได้ว่าเจ้าโกหก...เจ้าต้องรับผิดชอบ!” เย่ซืออวิ๋นเอ่ยเสียงเย็น แม้เขารู้ว่าข้ารับใช้คนนี้แต่งเรื่องโกหก แต่พอเจอคนมาพูดจาว่าร้ายถิงอวี่และส่อเจตนาอยากทำลายชื่อเสียงของสามีตนเช่นนี้ก็อดหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ ไม่ได้!

 

เรื่องนี้ข้าเอาคืนเป็นแน่! 

 

“ขะ...ข้าน้อย...” บ่าวรับใช้คนนั้นตัวสั่นไปหมด ก้มหน้าก้มตาแทบจะชิดพื้น ไม่กล้าตอบอะไรอีก ข้ารับใช้คนอื่นๆ ในจวนก็วิ่งตามหาลู่ถิงอวี่กันให้วุ่นตามคำสั่งที่ฉินเจาและฉินเมิ่งเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้

 

สร้างเรื่องให้ใหญ่โตที่สุด! 

 

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ ย่อมไม่มีอะไรเป็นแน่ คุณชายลู่เป็นสามีขององค์ชาย คุณหนูหยางก็เป็นสตรีสกุลใหญ่จากจวนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน ทั้งคู่คงมินัดทำอะไรไม่ดีกันหรอกพ่ะย่ะค่ะ ยิ่งในจวนของสกุลฉินเช่นนี้...ทำเช่นนั้นจะเป็นการหมิ่นเกียรติองค์ชายเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!” ฉินเมิ่งเอ่ยราวจะปลอบเย่ซืออวิ๋นแต่วาจานี้ฟังอย่างไรก็คล้ายจะโหมกระพือความสงสัยและไฟอยากรู้อยากเห็นของคนรอบๆ

คนเหล่านี้ล้วนเป็นชนชั้นสูงในเมืองหลวงและยังเป็นตระกูลดังมีชื่อเสียง ถ้าหากกระจายข่าวให้คนเหล่านี้รู้ รับรองวันพรุ่งคนทั้งเมืองหลวงก็จะรู้เช่นกัน!

แต่ละคนหันไปซุบซิบพลางมองเย่ซืออวิ๋นด้วยสายตาแปลกๆ และคล้ายจะเห็นอกเห็นใจอยู่ด้วย

 

ดูเหมือนคุณชายลู่กำลังจะหาเศษหาเลยทั้งๆ ที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน

และชู้รักคนนั้นก็เป็นถึงคุณหนูจวนแม่ทัพอีกด้วย!

ทั้งคู่กล้าลักลอบพบกันในจวนสกุลฉิน! ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!

 

“ถิงอวี่มิใช่คนเช่นนั้นหรอก” เย่ซืออวิ๋นปฏิเสธเสียงเรียบ ไม่ยอมรับท่าเดียว นั่นทำให้ฉินเมิ่งแค่นหัวเราะในลำคอ แทบอยากจะเห็นความจริงที่ทำพวกประเภทบูชาในความรักผิดหวังเต็มทีแล้ว

 

เมื่อพลาดและเสียใจจากรักที่ว่าก็ไม่ยากนักที่จะชักจูงให้เดินตามแผนการของเขา!

 

“องค์ชายโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะให้คนตามหาให้ทั่ว จะนำคำตอบมาให้พระองค์แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!” ฉินเมิ่งให้คำมั่น ทำราวกับตนเองเป็นญาติผู้ใหญ่ที่แสนดีและร้อนใจกับความทุกข์ของหลานชาย “พวกเจ้าไปเรียกคนมาให้หมด ใครเห็นคุณชายลู่และคุณหนูหยางให้มาบอกทันที”

“ขอรับ!” บรรดาข้ารับใช้ตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามหาคุณชายลู่และคุณหนูหยางฉิง

เมื่อเดินมาใกล้ห้องที่นัดหมายกันไว้กับฉินเจา ทุกคนที่ตามมาด้วยเพราะความอยากรู้อยากเห็นก็พากันได้ยินเสียงโวยวาย เสียงร้องและเสียงด่าแว่วๆ เสียงนั้นดูจะไม่ใช่การร่วมรักอย่างเร่าร้อนและเป็นเสียงก่นด่าอย่างหยาบคายกันมากกว่า

และแต่ละคนที่เคยได้ยินเสียงของลู่ถิงอวี่มาก่อนย่อมประทับใจไม่รู้ลืม...เพราะเสียงคุณชายลู่นั้นไพเราะดุจเสียงของฉินก้องกังวาน

 

แต่นี่ดูไม่เหมือนเสียงของคุณชายลู่เลย...

และเสียงที่ตอบโต้กับคุณชายลู่นั้นก็ไม่ใช่เสียงของสตรีด้วย...ไม่ใช่คุณหนูหยางฉิงเป็นแน่

 

แต่ละคนพากันขมวดคิ้วอยากไปดูให้รู้ให้เห็นจะแย่ แต่ต้องพึงรักษามารยาทเอาไว้ เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นจวนสกุลฉิน ต้องรอให้เจ้าขอจวนนั้นนำไปเสียก่อน

ฉินเมิ่งเองก็เริ่มขมวดคิ้วสงสัยเช่นกัน เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง และคล้ายจะเกิดความผิดพลาดขึ้น แต่เขาไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้วเพราะว่าบรรดาขุนนางตระกูลใหญ่ที่เขาชักจูงให้มาดูเรื่องสนุกนี่ไม่มีทางกลับไปเป็นแน่! ฉินเมิ่งตัวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่...

 

ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังร้องเตือนเขา...ทว่าเขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร!!

 

เสียงกระเบื้องและเสียงข้าวของตกกระทบพื้นยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และยิ่งกระพือความอยากรู้ของทุกคนมากขึ้น แต่ละคนอยากรู้อยากเห็นอยากจะเข้าไปดูกันทั้งนั้น แต่ก็ยังคงเกรงใจฉินเมิ่งอยู่ ได้แต่ทำสายตาอยากรู้อยากเห็นเต็มที่

 

รีบๆ เดินไปยังห้องนั้นสักทีสิ!

พวกเราอยากรู้จะแย่อยู่แล้ว!

 

ฉินเมิ่งรู้สึกราวมีเผือกร้อนอยู่ในมือ และเขายิ่งสะดุ้งมากขึ้นยามเห็นข้ารับใช้ที่วางตัวให้มาตามลู่ถิงอวี่ไปเดินมาทางนี้...ที่สำคัญข้างหลังของข้ารับใช้คนนั้นก็คือ...

 

ลู่ถิงอวี่!

ลู่ถิงอวี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!

 

ถ้าหากลู่ถิงอวี่มาอยู่ที่นี่แล้วในห้องนั้นคือผู้ใดกัน!

 

“ซืออวิ๋น...เกิดอะไรขึ้น” ลู่ถิงอวี่เอ่ยขึ้นมาแผ่วเบา ท่าทางของเขาราวคุณชายอ่อนแอที่ถูกทำร้ายมาหมาดๆ อาภรณ์ที่สวมนั่นก็ราวจะเปื้อนดินและเศษหญ้าด้วย แต่ละคนพากันแหวกทางให้ลู่ถิงอวี่เดินมาหาเย่ซืออวิ๋น จากนั้นก็มองหน้ากันไปมาด้วยสายตาเปี่ยมความสงสัย

 

คุณชายลู่ไม่ได้อยู่ในห้องจริงๆ ด้วย อีกทั้งท่าทางยังเหมือนถูกทำร้ายมาเสียด้วย!

 

“ถิงอวี่” เย่ซืออวิ๋นกอดร่างของลู่ถิงอวี่ไว้แน่นอย่างเป็นห่วง แม้จะรู้ว่าสามีตนไม่มีทางเป็นอะไรและไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับอีกฝ่าย แต่พอเห็นท่าทางที่ดูซีดเซียวรวมถึงคราบเปื้อนบนอาภรณ์หายากของถิงอวี่แล้วก็รู้สึกโกรธและหงุดหงิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่!

 

เย่ซืออวิ๋นรู้ดีว่าตอนนี้...เขากำลังโกรธ!

โกรธมากด้วย!

 

แต่แม้จะโกรธอย่างไรองค์ชายใหญ่ก็ยังคงห่วงใยสามีของตนเต็มเปี่ยม “ข้าเป็นห่วงเจ้าแทบแย่” เย่ซืออวิ๋นลูบแก้มลู่ถิงอวี่ มองหาความผิดปกติของสามี จับลู่ถิงอวี่หมุนไปรอบๆ เห็นรอยเฉี่ยวที่คล้ายกับถูกของแข็งหรือเฉียดทุบเอาที่บริเวณหลังคอก็ยิ่งขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น ถิงอวี่พูดมา...ข้าอยู่ตรงนี้จะทวงความยุติธรรมให้เจ้าเอง!” มือเรียวกุมมือของลู่ถิงอวี่ไว้แน่น กวาดดวงตาไปรอบๆ 

 

และยิ่งเย็นชามากขึ้นยามจับจ้องคนสกุลฉิน!

 

อำนาจบารมีขององค์ชายผู้หนึ่งที่ปกติเย่ซืออวิ๋นไม่คิดจะใช้กับใคร...วันนี้กลับแผ่ออกมาจนคนมองตัวสั่น อำนาจกดดันที่หลายคนเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นองค์ชายที่เคยใจดีอ่อนโยนและเมตตาพระองค์นั้น!

 

เพราะมันทำให้คนมองแทบหายใจไม่ออก และแทบจะต้องคุกเข่าลงด้วยความเคารพ!

 

ดวงตาดอกท้อคู่สวยอันแสนงดงามของลู่ถิงอวี่มองภรรยาคนงามที่กำลังกางแขนปกป้องเขาอยู่ รวมถึงจับมือเขาไว้แน่น บ่งบอกชัดเจนว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพื่อเขา

 

ท่าทางจริงจังและโกรธขนาดนี้ลู่ถิงอวี่ก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน

แต่...

เขาดีใจและยินดียิ่งนัก

 

มีภรรยาคนงามคอยปกป้องและเป็นห่วงอยู่เสมอเช่นนี้ในฐานะสามีแล้วลู่ถิงอวี่รู้สึกว่าเขาช่างโชคดีเหลือเกิน!

 

“มีคนรับใช้มาบอกข้าว่าเจ้าอยากเจอข้า ข้าเลยเดินไปตามเขา...แต่ว่า...เดินไปถึงสวนดอกไม้ ทั้งข้าและข้ารับใช้คนนั้นก็ถูกทุบด้านหลังศีรษะ จนสลบไป...แต่ดีที่ถูกตีไม่แรงนักเลยใช้เวลาไม่นานก็ฟื้นขึ้นมา กลัวเจ้าเป็นห่วงก็เลยรีบมา แค่ก..” ลู่ถิงอวี่ยกชายแขนเสื้อมาปิดปากตนเองก่อนจะไอออกมาเบาๆ  

ท่าทางอ่อนแอราวจะล้มเสียให้ได้ทำให้ทุกคนพากันสงสารและเห็นใจเขา...คุณชายลู่ปกติก็ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว นี่คนใจร้ายที่ไหนถึงได้วางแผนทำร้ายอีกฝ่ายได้อีก!

“ถูกทุบที่ด้านหลังศีรษะงั้นหรือ!!” เย่ซืออวิ๋นแค่นเสียงเย็น ด้านหลังศีรษะเป็นจุดอันตรายที่ถ้าหากกระทบแรงๆ ก็อาจส่งผลต่อชีวิต นี่คนพวกนั้นถึงกลับกล้าทำร้ายถิงอวี่ของเขาขนาดนี้! “ตามหมอหลวงให้ข้าที!” เย่ซืออวิ๋นเอ่ยเสียงดังข้ารับใช้คนอื่นๆ ในจวนสกุลฉินพากันมองหน้า และรีบไปทันทีเมื่อฉินไห่ฟงที่เพิ่งเดินมาพยักหน้า

“ท่านตา”

“ไห่ฟงมาแล้วหรือ ส่งแขกเสร็จแล้วสินะ?” ฉินเมิ่งพยายามควบคุมเสียงของตนให้นิ่ง เขาพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าก็หยุดมือที่สั่นของตัวเองไม่ได้อยู่ดี!

 

ผิดแผนไปหมดแล้ว!

 

“แขกส่วนมากกลับไปแล้วขอรับ” ฉินไห่ฟงประสานมือคำนับเย่ซืออวิ๋นและฉินเมิ่งตามลำดับ เขาบอกว่าแขกส่วนมากกลับไปแล้วก็จริงๆ แต่แขกที่กลับไปนั้นมีน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ล้วนมาอยู่ตรงนี้กันทั้งนั้น

“ท่านตา เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร เราคุยกับท่านตาอยู่ดีๆ ไม่เคยบอกกล่าให้ข้ารับใช้คนไหนไปตามถิงอวี่เลยสักคำ ท่านตาจะอธิบายให้เราฟังอย่างไรรึ!” น้ำเสียงเย็นชายิ่งขององค์ชายใหญ่นั้นยิ่งกดดันฉินเมิ่งมากขึ้นกว่าเดิม เหงื่อเย็น ไหลออกมาตามขมับและมือของเขาจนเหนียวไปหมดแล้ว 

แต่ดูเหมือนเรื่องร้ายสำหรับฉินเมิ่งจะมิได้มีแค่นี้ เมื่อฉินฟางหนี่ว์และฉินฮวาซิงที่เพิ่งเป็นตัวแทนส่งแขกบางส่วนกลับเดินมาร่วมวงสนทนาด้วย

ฉินฟางหนี่ว์ยอบกายลงอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะคลี่รอยยิ้ม “ท่านตาเจ้าคะ เมื่อครู่พวกเราเจอคุณหนูหยางฉิงจากจวนแม่ทัพอยู่ที่เรือนข้าง ก็เลยชวนกันมาด้วยกันเจ้าค่ะ ว่าแต่...ที่นี่เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ แล้วเสียงโวยวายในห้องนั้นคืออันใด?”

ยิ่งได้ยินที่ฉินฟางหนี่ว์พูดและเอ่ยถาม ฉินเมิ่งยิ่งตัวสั่นอย่างมิอาจควบคุมได้ขึ้นไปอีกขั้น หัวใจเขาบีบรัดและเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง รู้สึกราวลมตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ทว่าก็ต้องเก็บเอาไว้ เห็นสตรีงามนางหนึ่งที่ถูกหลานสาวคนโปรดอย่างฉินฮวาซิงประคองไว้

 

หยางฉิง!

 

แผนการณ์ผิดพลาดไปหมดแล้ว!

ทั้งหยางฉิงและลู่ถิงอวี่มาอยู่ที่นี่แล้วในห้องนั้น...คือผู้ใดกันเล่า!

 

“คุณหนูหยางสบายดีก็ดีแล้ว” ฉินเมิ่งพยายามมากที่จะยิ้มให้อ่อนโยน แต่ทุกคนต่างเห็นกันถ้วนว่าหน้าเขาซีดเผือนและฝืนยิ้มจนดูน่าเกลียดเพียงใด

“น้ำชาหกใส่อาภรณ์ของข้า ก็เลยไปเปลี่ยนชุดใหม่มาเจ้าค่ะท่านผู้เฒ่า ระหว่างทางมึนหัวและเมาสุราเล็กน้อยเลยหยุดนั่งพักในห้อง เจอคุณหนูใหญ่กับคุณหนูสี่พอดีก็เลยมาด้วยกันเจ้าค่ะ” หยางฉิงยิ้มน้อยๆ จากนั้นก็ยกมือกุมศีรษะของตัวเอง นางยืนได้ไม่มั่นคงเท่าไหร่นักต้องมีฉินฮวาซิงช่วยประคองไว้ ดูเหมือนคนเมาที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวจริงๆ “เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?”

“มีคนเห็นคุณหนูกับคุณชายลู่เดินไปด้วยกัน!”

“ใช่!”

“นี่มันใส่ร้ายกันซึ่งๆ หน้าเลย”

“เป็นแผนการที่วางแผนไว้ก่อนแล้วเป็นแน่!”

“ชัดเจนว่าต้องการทำลายชื่อเสียงของคุณชายลู่และคุณหนูหยาง!!”

บรรดาผู้ดีสกุลใหญ่ที่อยู่โดยรอบพยายามเอ่ยบอกอย่างอดรนทนไม่ไหว ในฐานะที่เป็นตระกูลขุนนางผู้มีชื่อเสียงในเมืองหลวง เรื่องราวสกปรกอย่างวางแผนจัดฉากใส่ไคล้ผู้อื่นเช่นนี้มิใช่พวกเขาไม่เคยประสบพบเจอ ก็ว่าแล้วเชียวว่าเรื่องราวนั้นแปลกเกินไป

คุณชายลู่เป็นบุรุษที่ถูกกล่าวขานว่ามีความสามารถและเก่งกาจยิ่งนัก อีกทั้งคนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าคุณชายผู้นี้เป็นโรคหลงภรรยายิ่งนัก จะทำเรื่องนอกบัดสีบัดเถลิงสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร

ไหนจะคุณหนูฉิง นางเป็นคุณหนูคนเดียวของจวนแม่ทัพ ศักดิ์และฐานะของนางนั้นเพียบพร้อม เป็นหลานสาวของว่านกุ้ยเฟย นางจะทำเรื่องโง่ๆ อย่างการคบชู้กับสามีขององค์ชายใหญ่ไปได้อย่างไรกัน

 

แผนร้าย! นี่เป็นแผนร้ายจริงๆ ด้วย!

 

“ใช่! ต้องเป็นแผนการที่วางแผนไว้ก่อนแล้ว เมื่อครู่มิใช่มีคนบอกหรือว่าเห็นสามีของข้าเดินไปกับคุณหนูหยางฉิง? แล้วเหตุใดความจริงจึงไม่ใช่เล่า!” เย่ซืออวิ๋นหันไปถามข้ารับใช้ทั้งหลายของสกุลฉินที่ก้มหน้างุดตัวสั่น ไม่กล้าสบตาเขาสักคน

 

ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ตอนเขาถามดันตอบเรื่องโกหก เหอะ!

 

“สามีของข้าถูกทำร้ายที่จวนสกุลฉินและถูกใส่ร้าย หวังทำลายชื่อเสียง...ท่านตา ท่านคงต้องมีคำตอบให้เรา!!”น้ำเสียงขององค์ชายใหญ่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคู่สวยบัดนนี้วาวโรจน์ เขายืนบังลู่ถิงอวี่เอาไว้ขณะที่จับมือของสามีไว้แน่น และจ้องฉินเมิ่งด้วยสายตาเย็นชาและต้องการคำตอบ

 

“กระ...หม่อม...” ทำอย่างไรดี ควรทำอย่างไรดี! ตอนนี้แก้ไขอันใดไม่ได้แล้ว! เหตุใดทุกอย่างถึงกลับตาลปัตรเช่นนี้ไปได้!!

 

“เราไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ!! เห็นชัดว่ามีคนต้องการทำลายชื่อเสียงของสามีข้า! จากรูปการแล้วคนผู้นั้นย่อมต้องเป็นคนในสกุลฉินด้วย!” เย่ซืออวิ๋นรู้สึกโกรธจริงๆ อย่างที่ไม่เคยได้โกรธมาก่อน ยิ่งเห็นท่าทางซีดเซียวของลู่ถิงอวี่ รวมถึงที่บอกว่าเขาสามีของเขาถูกทำร้ายมาหัวใจก็เจ็บปวดจนอยากพาอีกฝ่ายกลับจวนแล้วกอดปลอบโยนลู่ถิงอวี่ไว้แน่นๆ  ให้แน่ใจว่าเขาจะปลอดภัยดี

“จวนสกุลฉินย่อมต้องมีคำตอบให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะตามหาตัวผู้กระทำ...มาให้ได้พ่ะย่ะค่ะ” ฉินไห่ฟงก้าวออกมารับมือสถานการณ์ด้วยสีหน้านิ่งๆ นั่นทำให้หลายคนชื่นชมเขาเพราะความใจเย็นที่สามารถจัดการเรื่องราวได้ดี  

 

ในขณะเดียวกันก็ทำให้ฉินเมิ่งที่ยืนนิ่งราวคนไร้วิญญาณนั้นดูไร้ฝีมือไปเลย!

 

“ท่านกล่าวว่าถูกทำร้ายในสวนกับข้ารับใช้...เจ้าลองพูดมาสิ” ฉินไห่ฟงหันไปคุยกับลู่ถิงอวี่ ชั่วขณะหนึ่งแววตาของเขาฉายแววระอายามมองคุณชายลู่

 

เสี่ยวรุ่ยมาบอกเขาเมื่อครู่ว่าคนเจ้าเล่ห์บางคนไม่เป็นอะไรด้วยซ้ำ...แล้วท่าทางอ่อนแอราวกิ่งหลิวต้องลมจนสั่นไหวนี่คืออันใดกัน?

แต่ฉินไห่ฟงก็พอจะเข้าใจว่าลู่ถิงอวี่ทำไปทำไม...หาเรื่องอ้อนองค์ชายใหญ่น่ะสิ

 

“ขะ...ขอรับ ข้าน้อย...กับคุณชายลู่ ถะ...ถูกทำร้าย” ข้ารับใช้ผู้นั้นคุกเข่าลง ก้มหน้าลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ส่วนลู่ถิงอวี่ก็กุมมือภรรยาคนงามไว้มั่นเขียนหลังมือของเย่ซืออวิ๋นบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร ไม่ได้ถูกทำร้ายอันใด อย่าโกรธอีกเลย

“ใครออกคำสั่งให้เจ้าเป็นคนพาคุณชายลู่ไปทางนั้น?” ฉินไห่ฟงยังคงถามต่อ

“ขะ...ข้าน้อย...” ข้ารับใช้ก้มหน้าลงจนแทบจะชิดพื้น ตัวสั่นเทาไม่กล้าพูดราวกับคำพูดนั้นเป็นอะไรร้ายแรงและสิ่งต้องห้าม เขาเหลือบตาไปมองฉินเมิ่งแวบหนึ่ง ท่าทางเช่นนั้นยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนได้เป็นอย่างดี แม้ฉินเมิ่งจะรู้ว่าข้ารับใช้คนนี้ไม่เปิดปากพูดเป็นแน่เพราะเขากุมจุดอ่อนของมันไว้หมดแล้ว แต่ก็อดรู้สึกราวมีบางอย่างไม่ถูกต้องอยู่ดี

 

ข้ารับใช้คนนี้จะถูกทำร้ายพร้อมลู่ถิงอวี่ได้อย่างไรกัน!

ฉินเจาไม่มีทางพลาดด้วยเรื่องโง่ๆ เช่นนี้เป็นแน่!

 

ลู่ถิงอวี่ที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังขององค์ชายใหญ่เห็นสายตาของฉินเมิ่งพอดี ต้องบอกว่าเขาแอบจับจ้องท่าทางของฉินเมิ่งอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่ในสายตาทุกคนตอนนี้เขาคือคุณชายหยกขาวผู้อ่อนแอที่ถูกวางแผนทำร้ายมาหมาดๆ

 

ข้ารับใช้คนนี้จะไม่พูดอะไรออกมา...ถ้าหากยังเป็นข้ารับใช้คนเดิม

 

แต่บังเอิญว่านี่เป็นองครักษ์ลับเมฆดำที่ปลอมตัวมาโดยใช้หน้ากากพิเศษที่รังสรรค์มาจากองค์ชายสี่เย่หาน แม้จะไม่สมบูรณ์นักแต่ยามราตรีที่แสงไฟสลัวเช่นนี้ผู้ใดจะสนใจข้ารับใช้คนหนึ่งกันเล่า

 

ส่วนสถานการณ์ในห้องนั้น...เขาไม่รู้ด้วย เพราะแผนการต่อจากนี้เป็นของฉินฟางหนี่ว์กับฉินฮวาซิง

 

ตาต่อตาฟันต่อฟัน

เฮ้อ...อย่าทำให้สตรีโกรธจริงๆ ด้วย

 

“เจ้าพูดมา! ไม่ต้องกลัว ข้ารับรองความปลอดภัยของเจ้า!” เย่ซืออวิ๋นที่ยังไม่หายโกรธเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ปะ...ปะ เป็นคุณชายใหญ่ขอรับ! คุณชายใหญ่สั่งให้ข้าน้อยทำ! คุณชายใหญ่บอกข้าน้อยว่าองค์ชายใหญ่ต้องการพบคุณชายลู่ ขะ...ข้าน้อย แค่ แค่ทำตายคำสั่งขอรับ!” คำตอบที่สร้างเสียงฮือฮาและเสียงซุบซิบให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง พลางมองฉินเมิ่งด้วยสายตาเปี่ยมคำถาม สายตาเหล่านั้นยิ่งทำให้ฉินเมิ่งแทบจะควบคุมความเยือกเย็นเอาไว้ไม่อยู่

 

พลาด!

พลาดไปหมดจนควบคุมไม่ได้แล้ว!!

 

“พี่ชายใหญ่หรือเจ้าคะ!” ฉินฟางหนี่ว์ยกมือขึ้นปิดปาก เบิกตาโตอย่างตกใจ “เมื่อไม่ถึงชั่วยามก่อน ขะ...ข้าเห็นพี่ชายใหญ่กับ เอ่อ...นายโลมคนโปรดของเขา แต่ไม่นึกว่าจะเป็นฝีมือของพี่ชายใหญ่เลย ใจคนช่างยากจะหยั่งถึงจริงๆ” ฉินฟางหนี่ว์แสร้งทำหน้าตกใจ จากนั้นนางก็ไปซุกหน้ากับไหล่ของฉินฮวาซิงราวรับไม่ได้กับความโหดร้ายของพี่ชายสกุลเดียวกัน จนคุณหนูใหญ่ตระกูลฉินที่ยืนมองสถานการณ์นิ่งๆ อยู่ได้แต่กอดปลอบน้องสาวไว้ แม้ในใจนางกำลังจะหัวเราะด้วยความอ่อนใจก็เถอะ

หยางฉิงก็กำลังหัวเราะในใจเช่นกัน...นางแทบจะปรบมือให้เสี่ยวฟางฟาง ความสามารถของเสี่ยวฟางฟางนี่ช่างร้ายกาจจนเกือบจะเทียบเท่าพี่ลู่เลยด้วยซ้ำ!

“ท่านตา ฉินเจาเล่า? ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีเงื่อนงำมากกว่าที่คิด และเหตุการณ์ทั้งหมดก็พุ่งเป้าไปที่จะทำลายชื่อเสียงของถิงอวี่กับคุณหนูหยางฉิง โดยที่ทั้งหมดเป็นคำสั่งของฉินเจา! ท่านตา...ลากตัวเขามาให้เรา!”

“กระหม่อม...เกรงว่าเรื่องนี้อาจมีการเข้าใจ...ผิด”

“เข้าใจผิด? ท่านตา เรามิได้โง่! ท่านบอกจะทวงความยุติธรรมให้เรา! เช่นนั้นก็พาตัวฉินเจาออกมาเดี๋ยวนี้!!” เย่ซืออวิ๋นตวาดฉินเมิ่งอย่างไม่ไว้หน้า นั่นทำให้ฉินเมิ่งอารมณ์เสียจนเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่

 

เด็กนี่กล้าตะคอกเขา!!

บัดซบ!

 

“คือ...”

 

เพล้ง! เพล้ง!

 

ไม่ทันที่ฉินเมิ่งจะได้ตอบหรือแก้ตัวอะไร ทุกคนก็ได้ยินเสียงข้าวของแตกออกมาจากห้องใกล้ๆ ที่เคยเกิดเสียงขึ้นมาแล้วรอบหนึ่งนั่น แต่ละคนมีสีหน้าอยากรู้อยากเห็นกันเต็มเปี่ยมทว่าก็ไม่ทำเรื่องไร้มารยาทอย่างการไปเปิดห้องหับในจวนผู้อื่น  แต่องค์ชายอย่างเย่ซืออวิ๋นไม่จำเป็นต้องมีมารยาทกับจวนขุนนางหนึ่ง!

“ไปดูกันเถิด! ถิงอวี่...เจ้าไปพักผ่อนก่อนนะ ไม่ต้องห่วง ข้าจะทวงยุติธรรมให้เจ้าเอง!” เย่ซืออวิ๋นลูบแก้มลู่ถิงอวี่อย่างห่วงใย  

“ไม่เอา” ลู่ถิงอวี่กลับกุมมือขาวเรียวไว้แน่น “ข้าอยากไปดูด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อเรื่องนี้พุ่งเป้ามาที่ข้า...ข้าย่อมต้องรู้ความจริง อีกทั้งไม่อยากให้เจ้าต้องมาเหนื่อยเพราะเรื่องของข้าด้วย”

“ไม่เหนื่อย เจ้าเป็นสามีของข้า ทุ่มเทเพื่อเจ้าล้วนเป็นสิ่งที่ข้าควรทำ”

ชั่วขณะนั้นแต่ละคนที่อยู่รอบๆ รู้สึกสีหน้าว่างเปล่าขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่...รู้สึกเหมือนถูกสามีภรรยาคู่นี้กำลังอวดความรักอย่างไรไม่รู้!

“เราไปกันเถอะ” เย่ซืออวิ๋นกุมมือลู่ถิงอวี่ก่อนจะเดินนำไปด้านในห้องนั้นเป็นคนแรก พร้อมๆ กับลู่ถิงอวี่ คนอื่นๆ ก็รีบตามไปทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างที่สุด ส่วนฉินเมิ่งนั้นไม่สามารถห้ามอะไรได้แล้ว หัวใจเต้นถี่รัวจนเขากลัว ตัวสั่นไปหมดแต่จำเป็นต้องเดินตามไปด้วย เขาส่งสายตาหาฉินไห่ฟงคล้ายถามไถ่ แต่หลานชายคนโปรดก็ส่ายหน้าเป็นเชิงไม่รู้เช่นกัน 

 

ใช่...ไห่ฟงย่อมไม่รู้เรื่องนี้ เพราะนี่เป็นแผนการของฉินเจาคนเดียว!

 

ฉินฟางหนี่ว์ที่กำลังทำหน้าตกอกตกใจกับฉินฮวาซิงและหยางฉิงอยู่นั้นไม่กลัวที่จะทำให้เรื่องใหญ่ขึ้นไปอีก นางแสร้งเดินไปประคองท่านตา จากนั้นก็เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกึ่งฟ้อง อย่างที่ทำเสมอ “ท่านตาเจ้าคะ ตอนที่ท่านตาจากมาในงานเลี้ยงพี่หญิงรองและพี่หญิงสามได้ทะเลาะตบตีกับคุณหนูจวนสกุลจ้าว...ข้ากับพี่หญิงใหญ่เข้าไปห้ามแล้ว แต่พวกเราก็ถูกลูกหลงมาด้วยเจ้าค่ะ!” ฉินฟางหนี่ว์เอียงหน้าให้เห็นรอยข่วนจางๆ บนหน้านาง และก็เรียกฉินฮวาซิงให้มาแสดงรอยแดงด้วยอีกคน

ฉินเมิ่งที่ได้ยินเรื่องวุ่นวายอีกเรื่องปวดหัวจนแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่แล้ว เขาเบิกตาถลน ดีที่ทั้งฉินฮวาซิงและฉินฟางหนี่ว์ประคองไว้คนละข้างก่อน มิเช่นนั้นป่านนี้คงล้มไปกองกับพื้นแล้ว! 

 

เกิดเรื่องขึ้นอีกแล้วงั้นหรือ!

นางเด็กสองคนนั่นก่อเรื่องอีกแล้ว!

 

ซ้ำยังกล้าตบตีกับสตรีจากจวนสกุลจ้าวอีกด้วย! เขาเพิ่งตกลงกับจวนขุนนางที่มีชื่อเสียงและเป็นตระกูลเก่าแก่ไปว่าจะให้นางทั้งสองแต่งออกไป แต่พวกนางมาก่อเรื่องตบตีกันท่ามกลางงานเลี้ยงที่มีผู้คนมากมาย!

ชื่อเสียงพวกนางจะเหลืออะไรอีก! ป่านนี้ตระกูลดีทั้งเหมืองหลวงมิใช่ลือกันไปแล้วหรือว่าหลานสาวทั้งสองของเขานั้นเป็นสตรีเจ้าอารมณ์และชอบทะเลาะวิวาท!

 

แล้วจะมีใครอยากแต่งพวกนางเข้าจวนอีก!!

 

“กรี๊ดดดดดด!”

“ทุเรศลูกตาเหลือเกิน!”

“ข้าอยากจะอาเจียน!”

“นี่มันอะไรกัน!” เสียงตวาดลั่นของเย่ซืออวิ๋นยิ่งทำให้ทุกคนเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้บริเวณห้องนั้นเร็วขึ้น ส่วนฉินเมิ่งนั้นแทบจะก้าวเดินไม่ไหวเสียแล้ว เขาบอกข้ารับใช้ทั้งหมดให้ไปตามลูกชายทั้งสองมา เสียงอุทานและเสียงร้องด้วยความตกใจจากบรรดาแขกเหรื่อที่ยังไม่กลับรอชมเรื่องสนุกๆ นั้นยิ่งทำให้ฉินเมิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขา!! 

“อย่ามอง” ลู่ถิงอวี่กระซิบเบาๆ กับภรรยา เขาดึงร่างอีกฝ่ายมากอดไว้ในอ้อมแขน ให้ใบหน้างามนั้นซุกกับซอกคอตนเพื่อไม่ให้มองภาพแสน...อืม...

 

สยดสยอง

 

สตรีชนชั้นสูงที่มารอชมนั้นหวีดร้องกันอย่างตกอกตกใจ และรีบวิ่งออกมากองรวมกันที่อีกมุมหนึ่งทีที พลางกรีดร้องลั่น พร้อมเอ่ยทำว่าทุเรศออกมาไม่หยุดหย่อน

เพราะภาพที่เห็นเบื้องหน้านั้นคือ...

สภาพของฉินเจาที่ตัวเปล่าเปลือย นั่งอยู่กับพื้นท่ามกลางแอ่งเลือดปริมาณไม่น้อย และมีส่วนของเนื้อบางส่วนที่หลุดออกมาจากร่างกายของเขาวางไว้ข้างๆ กัน!!

 

และที่ทำให้ทุกคนตกใจก็เพราะว่าชิ้นเนื้อนั้น...คือแท่งหยกของฉินเจาที่ถูกของมีคมตัดขาด!!

 

ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นคาวจากการมั่วโลกีย์นั้นมีเพียงฉินเจาอยู่คนเดียวเท่านั้น นายโลมคนโปรดของเขา...หายไปอย่างไร้ร่องรอย

“อั่ก...ท่าน ท่านตา...” ฉินเจาเบิกตากว้าง ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาราวคนสติไม่ดี มองไปรอบๆ ยามเห็นฉินเมิ่งก็เอ่ยเรียก “ท่านตาช่วยหลาน...ช่วยหลานด้วย”  น้ำเสียงของเขานั้นโหยหวนจนแสบแก้วหู สภาพก็น่าสมเพชและน่าสยดสยองยิ่งนัก เขารีบเรียกฉินเมิ่งทันที พลางเอื้อมมือมาหาฉินเมิ่งที่เบิกตากว้างราวไม่เชื่อในภาพที่เห็นตรงหน้า

 

หลานชายคนโตของเขา! ผู้สืบทอดสกุลของเขา!

บัดนี้กลายเป็นคนพิการไร้ความสามารถในการสืบทายาทไปเสียแล้ว!!

เป็นไปไม่ได้!!

 

“นี่เป็นเรื่องภายในสกุล ขออภัยแขกทุกท่านด้วย” ฉินไห่ฟงให้คนปิดประตูห้อง จากนั้นก็เชิญแขกทุกท่านที่ยังไม่กลับให้กลับทันที แม้แต่ละคนจะยังอยากรู้อยากเห็นแต่ภาพอันสยดสยองก็ติดตาทุกคนไปเสียแล้ว พวกเขาพากันกลับจวนของตนและเก็บเรื่องใหญ่นี้เอาไว้ไปพูดต่อ

 

พรุ่งนี้ได้มีเรื่องใหญ่ที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง...ไม่สิทั่วทั้งแว่นแคว้นเป็นแน่!!

 

เมื่อแขกเหรื่อทั้งหมดกลับไปหมดแล้ว ฉินเจาก็ยิ่งแผดเสียงลั่นมากขึ้นกว่าเดิม ฉินไห่ฟงให้คนไปเรียกหมอ จากนั้นก็เดินไปประคองฉินเจาขึ้น แต่เขากลับถูกปัดมือออก

“ออกไป!! อย่ามาแตะต้องข้า! ท่านตา...ท่านตาช่วยข้าด้วย!” ฉินเจาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว และแม้สติของเขาจะมิได้สมบูรณ์นักแต่ความเกลียดที่มีต่อฉินไห่ฟงก็ทำให้เขาปฏิเสธความช่วยเหลือ

 

เฮือก! เฮือก!

 

ฉินเมิ่งเบิกตากว้าง หอบหายใจหนัก จากนั้นก็ทรุดลงกับพื้นโดยที่ฉินฮวาซิงและฉินฟางหนี่ว์ประคองไว้ไม่อยู่ ชายชราเป็นลมไปเสียแล้ว!!

“ท่านตา!!” 

“ท่านพ่อ!!”

ฉินเซ่าเจ๋อและฉินเหวินที่เพิ่งมาถึงเพราะมีคนไปตามและบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ฉินเซ่าเจ๋อรีบไปประคองบิดา ส่วนฉินเบิกตากว้างกับสภาพของลูกชาย

 

เกิดอะไรขึ้นกับอาเจาของเขา!!

“อาเจา เกิดอันใดขึ้นกับเจ้า!”

“ท่านพ่อ...ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าที ข้า...” 

ฉินเหวินสีน้าซีดเผือด เขาเอาผ้าไปคลุมฉินเจาไว้ จากนั้นร้องไห้และเกรี้ยวกราดมากขึ้น ฉินเซ่าเจ๋อไม่ได้สนใจสองพ่อลูกตรงนั้น เขากวาดตามองรอบๆ เห็นองค์ชายใหญ่ที่ถูกลู่ถิงอวี่โอบไว้แน่น ส่วนหลานสาวทั้งสองนั้นมองฉินเมิ่งด้วยความเป็นห่วง หยางฉิงที่ยังไม่กลับก็สงบนิ่ง 

 

แผนการทั้งหมดผิดพลาดสินะ

 

แม้ฉินเซ่าเจ๋อจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สุขภาพของบิดานั้นสำคัญกว่ามาก เขาหันไปส่งสายตาให้ฉินไห่ฟงจัดการสถานการนี้ 

“ฮวาซิง ฟางหนี่ว์ เป็นตัวแทนสกุลฉินส่งคุณหนูหยางกลับจวนแม่ทัพด้วย”

“เจ้าค่ะท่านลุง คุณหนูหยาง...เชิญ”

หยางฉิงตามฉินฮวาซิงและฉินฟางหนี่ว์ออกไปโดยที่ไม่พูดอะไร  

“องค์ชาย...” ฉินไห่ฟงก้าวมาหาลู่ถิงอวี่กับเย่ซืออวิ๋น 

“ข้าเองก็จะกลับแล้ว” เย่ซืออวิ๋นบอกเสียงอู้อี้ แม้เขาจะอยากดูสถานกาณ์ทว่าถิงอวี่ก็ไม่ยอมให้เขาเห็น องค์ชายใหญ่เลยกอดเอวสามีไว้แน่นแล้วลูบหลังอีกฝ่ายราวปลอบโยน ทำให้ลู่ถิงอวี่อมยิ้มอย่างเอ็นดูภรรยาตัวเอง

 

อวิ๋นของเขาน่ารักน่าเอ็นดูที่สุดในใต้หล้า!

 

“เจ้า! พวกเจ้าทำร้ายข้า!” ฉินเจาที่เหมือนจะคุมสติไว้ไม่อยู่ เบิกตากว้างจนแทบถลนยามมองมาที่ลู่ถิงอวี่ เห็นสายตาที่มองมาเขาก็รู้สึกว่ามันทำลังเหยียดหยามเขา!! แม้จะยังจำอะไรไม่ได้เพราะมันลางเลือน แต่เขาก็เกลียดมัน!

 

ลู่ถิงอวี่และฉินไห่ฟงกำลังสมเพชดูถูกเขา!!

บัดซบ! สารเลว!!

 

“เจ้ามันสารเลว! บัดซบ! ข้าจะฆ่าเจ้า! จะข้าเจ้า!!” ฉินเจาพุ่งเข้าหาลู่ถิงอวี่ด้วยความโกรธแค้น ดวงตาเบิกโพลงสภาพน่ากลัวและดูสยดสยองไม่น้อย

 

พลั่ก!

ทว่าไม่ทันที่จะได้ถึงตัวลู่ถิงอวี่เขาก็ถูกตบหน้าเสียงดังลั่นและถูกถีบจนกระเด็นไปไกล! จนชนกับโต๊ะ ซ้ำร้ายยังถูกแก้วกระเบื้องตกใส่ไปอีก!

 

และคนที่ทำเช่นนั้นก็คือองค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋น!

 

เย่ซืออวิ๋นที่จงใจถีบฉินเจาไปตรงนั้นเพราะเห็นว่ามีแก้วกระเบื้องที่วางชิดริมอยู่ จากนั้นก็เชิดหน้าขึ้นด้วยและเช็ดมือตัวเองข้างที่ตบหน้าฉินเจาราวรังเกียจ ก่อนจะถูกลู่ถิงอวี่เอาไปกุมไว้แล้วลูบเบาๆ ปลอบโยน

“อาเจา! องค์ชายทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ!!” ฉินเหวิดตวาดลั่นแต่กลับถูกสายตาเย็นชาของเย่ซืออวิ๋นตวัดใส่ พร้อมฝ่าเท้าที่ยกขึ้นถีบฉินเหวินไปกองอยู่มุมเดียวกับฉินเจาด้วย

“เขากล้าทำร้ายถิงอวี่ต่อหน้าข้า! อ้อ...ท่านลุง อย่าลืมว่าสกุลฉินต้องมีคำตอบเรื่องนี้ให้ข้า!! ถิงอวี่พวกเรากลับกันเถิด! ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ให้เป็นอัปมงคล!” ยามเอ่ยด่าว่าคนขึ้นมาเย่ซืออวิ๋นก็ฝีปากไม่แพ้ใคร ซ้ำยังเหยียดตามองสองพ่อลูกสกุลฉินด้วยแววตาสมเพชด้วย!

 

เย่ซืออวิ๋นรู้สึกว่าตนเองยังไม่หายโกรธเลยด้วยซ้ำ!

ดังนั้นเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ เป็นแน่!

เตรียมตัวรับผิดชอบเสียเถิดสกุลฉิน!!

 

………

 

รู้สึกช่วงนี้เหมือนจะอัพเด็กดีตอนเดียวจบไม่ได้เพราะเกินห้าหมื่นตัวอักษรหลายตอนมาก แฮ่ม…ที่จริงตอนนี้เป็นครึ่งหลังของตอนงานเลี้ยงสกุลฉินนะคะ แต่ว่ารวมกันแล้วมันเกินห้าหมื่นตัวอักษรดังนั้นก็เลยต้องมาเปิดตอนใหม่ค่ะ 

สำหรับเรื่องงานเลี้ยงนี้ยังไม่จบนะคะ ยังมีต่อ 555 ตอนหน้าจะขยายรายละเอียดมากขึ้นว่าแต่ละอย่างมันมาได้อย่างไรค่าาา ผู้ชายเรื่องนี้เป็นคนร้ายๆ แต่อย่าให้ผู้หญิงโกรธนะคะ ร้ายพอกันแหละ ตาต่อตาฟันต่อฟัน องค์ชายใหญ่ของพวกเราก็โกรธไม่หายหรอกค่ะ ทำสามีน้องได้ยังไงกัน ถึงพี่ลู่จะเสแสร้งเก่งจนได้โล่ก็เถอะนะ ^_^

เราจะมาๆ หายๆ สักแป๊บนะคะ ช่วงนี้ภูมิแพ้ขึ้นตา และโพรงจมูกอักเสบด้วย T_T ทุกคนอย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยน้าาา พักผ่อนกันเยอะๆ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ขอบคุณที่เป็นห่วงเราน้าาา เราป่วยเพราะอากาศแทบทุกเดือนเลย 

 

สำหรับวันนี้…ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 897 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,282 ความคิดเห็น

  1. #4142 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 15:14
    แซ่บไม่แซ่บ55555
    #4,142
    0
  2. #3724 HYUNPARK (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 15:13
    ซืออวิ๋นน้อยก็โกรธไปสิ แต่เจ้าคนคลั่งรักแถวนั้นดูจะชอบใจที่เจ้าตัวน้อยโกรธและเป็นห่วงตัวเองเป็นอย่างมากนะ
    #3,724
    0
  3. #2918 kkkkklll44 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 10:49

    ปังมากอวิ๋น
    #2,918
    0
  4. #2853 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 02:17
    เรียกน้องไม่ได้แล้ว ต้องเรียกแม่
    #2,853
    0
  5. #2852 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 02:17
    ควีนมากกกกกแม่ สามีข้าใครอย่าแตะ ปังสุดดดด
    #2,852
    0
  6. #2849 AirrUtai (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 23:16
    เป็นห่วงไร้ท์นะคะ พักผ่อนเยอะๆค่ะ
    #2,849
    0
  7. #2848 mook2328 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 14:10
    รักษาสุขภาพด้วยคะ่ไรท์ เป็นห่วงนะคะ
    #2,848
    0
  8. #2847 Littlemar (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 11:50
    อย่าทำให้ผู้หญิงโกรธจริงๆนะ 55555
    #2,847
    0
  9. #2844 indytheendblue (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 11:44
    55555555555 แอแงน้องถีบกระเด็นเลยอะ สมน้ำหน้าจะมาตีสามีคนอื่นเค้าได้ยังไงอะ แต่คิดไม่ถึงว่าจะโดนหั่นอันนั้นนะคะ แต่พอคิดถึงไปตอนที่จะทำร้ายฮวาซิงแล้วก็ได้แต่เออ สมควรแล้วอะ

    สนุกมากค่าาาาาาาาาาาาาาาาา
    #2,844
    0
  10. #2843 zezeuiaz (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 01:28
    ไรท์ ไม่เป็นไรนะ มีเราป่วยเป็นเพื่อน เริ่มจากแพ้อากาศจนคัน

    ผื่นขึ้น แทบจะเป็นลมพิษ ไอ จามไม่หยุด จับไข้ เป็นหวัด

    ล่าสุดลามมาเป็นหอบหืดแล้ว ดีที่เตรียมยาไว้ก่อนล่วงหน้า ไม่งั้นได้เผ่นไปโรงบาลไม่ทันแน่

    แต่ยังดีที่ไม่เป็นโควิด เพราะเราเป็นน้องๆฮิกกี้ ชอบอยู่บ้านมากกว่าไปไหน ของส่วนใหญ่ล้วนเตรียมไว้แล้ว

    ตอนต่อไปมาเร็วๆนะ รอดูบ้านฉินอกแตกตายอยู่ กระอักเลือดไปทีแล้ว ยังรอดมาได้อีก อึดเกินไปจริงๆ
    #2,843
    0
  11. #2841 ครับพี่ครับ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 00:25

    สมควรแล้ว

    #2,841
    0
  12. #2839 khunsom08 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 22:23
    ร้ายกาจมาก ดีนะแผนการไม่สำเร็จ
    #2,839
    0
  13. #2835 ฟูจินางะ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 20:17

    เขียนยังไงให้ตอนหนึ่งเกินห้าหมื่อนอักษรคะ? อิจ

    #2,835
    0
  14. #2834 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 13:40

    สะใจดีแท้!!! 55555

    #2,834
    0
  15. #2832 MarkBam2324 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 12:22
    ถีบได้สวยค่ะลูกขาาา
    #2,832
    0
  16. #2831 Pugkard Piyamaporn (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 11:39
    รอค่าาา
    #2,831
    0
  17. #2830 Kornravee Kunathom (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 11:21
    จัดให้หนัก
    #2,830
    0
  18. #2829 mothergod (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 10:49
    ฟาดอีกกก เอาให้ไม่ให้ฟุดให้เกิดด
    #2,829
    0
  19. #2828 kai_kook (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 09:52
    ชอบสุดๆเลย ฟาดอีกค่ะลูกอย่าได้หยุด
    #2,828
    0
  20. #2827 56523a (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 08:56

    รออออออ
    #2,827
    0
  21. #2826 tongmeelee (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 08:40
    รอได้คร้า
    #2,826
    0
  22. #2825 VKK42 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 07:36
    ลูกแง้วกางเล็บพองขนแล้ว
    #2,825
    0
  23. #2824 ดาวนอกโคจร (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 02:07
    วางแผนกันเป็นหมู่คณะ สมเป็นเจ้าวายร้ายจริงๆ ส่วนยัยลูกแมวก็กางเล็บออกมาข่วนแล้ว

    รักษาสึขภาพด้วยนะคะไรต์ ขอให้หายไวๆ
    #2,824
    0
  24. #2822 Notty Kero (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 00:42
    อย่าให้ผู้หญิงต้องแค้นเลยเจ้าค่ะ
    #2,822
    0
  25. #2821 Observer (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 00:12
    ดุเดือดมากกก
    #2,821
    0