ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 38 : ตอนพิเศษ 'รอย' (ฉินไห่ฟง X เนี่ยรุ่ยเอิน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 802 ครั้ง
    13 ธ.ค. 63

ตอนพิเศษ

'รอย'

 

เนี่ยรุ่ยเอินเป็นเด็กดื้อ...ดื้อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่สำคัญยังเป็นเด็กดื้อที่เอาแต่ใจมากด้วย ทว่าแม้จะรู้อย่างนั้นฉินไห่ฟงก็ยังตามใจอีกฝ่ายอยู่ดี อาจเพราะรุ่ยเอินเหมาะกับรอยยิ้มเสียงหัวเราะ ความร่าเริงและการก่อเรื่องป่วนๆ ในแต่ละวันมากกว่า

 

แต่ช่วงนี้ดูเหมือนเพราะเขานี่ล่ะที่ทำให้เนี่ยรุ่ยเอินมิได้ออกไปซุกซนข้างนอก

 

ดวงตาคมมองคนที่กำลังนั่งหลับอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน แรกเริ่มเดิมทีก็แค่นอนบนแขนตัวเอง ยกขาแกว่งไปมา ยามนี้รึไถหน้าลงไปกับโต๊ะเสียแล้ว ฉินไห่ฟงจุดรอยยิ้มบางเบาที่ริมฝีปาก มือใหญ่เอื้อมไปลูบเส้นผมสีดำยาวที่ไม่ได้สวมกวานแต่มัดรวบไว้เฉยๆ 

 

รู้สึกเสียดายเหลือเกินที่มิได้เข้าร่วมพิธีสวมกวานของรุ่ยเอิน

มิเช่นนั้นคงทำอะไรได้ชัดเจนกว่านี้

 

“อือ” คนหลับที่ความรู้สึกไวอยู่เสมอ สลึมสะลือตื่นขึ้นมา ดวงตากะพริบปริบๆ อยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่มิไกลเนี่ยรุ่ยเอินก็ยิ้มกว้างอย่าว่าง่ายอ่อนโยน อย่างที่ถ้าหากสติครบถ้วนล่ะก็ไม่มีทางยิ้มเช่นนี้ให้เห็นกันเป็นแน่ๆ

ฉินไห่ฟงมองรอยยิ้มนั้นอย่างพอใจ กระซิบเบาๆ ข้างหูคนเพิ่งตื่น “เสี่ยวรุ่ย”

เนี่ยรุ่ยเอินเอียงหน้าอย่างมึนๆ งงๆ เหมือนลูกเสือน้อยที่เพิ่งตื่นนอน “เจ้าหน้านิ่ง”

“ชู่ว์...เรียกพี่ไห่ฟง”

“พี่...ไห่ฟง” เนี่ยรุ่ยเอินเรียกตามที่อีกคนบอกอย่างสะลึมสะลือ ส่วนเนี่ยรุ่ยเอินก็กะพริบตาถี่ๆ ยามได้สติคืนมาก็เรียกเสียงดัง “เจ้าหน้านิ่ง! นี่เจ้ายื่นหน้ามาใกล้ข้าทำไมกันเล่า!”

“เจ้าเป็นยื่นหน้ามาเอง” ฉินไห่ฟงถอยหลังกลับไป เอนหลังพิงเก้าอี้มองคนเพิ่งตื่นที่หน้ายุ่งใส่เขาอย่างเอ็นดู คำพูดพี่ไห่ฟงเมื่อครู่ได้ยินเพียงแค่ตอนเจ้าตัวแสบสะลึมสะลือเท่านั้นล่ะ “หิวหรือยัง?”

“ยังไม่หิว ข้าเพิ่งกินมาเมื่อครู่เองนะ เจ้าคิดว่าข้าจะกินๆ นอนๆ หรืออย่างไรกัน” เนี่ยรุ่ยเอินถลึงตาใส่ “หรือเจ้าหิวแล้ว”

“ช่วงที่เจ้าหลับข้าเพิ่งกินของว่างไป เตรียมไว้ให้เจ้าด้วย” ฉินไห่ฟงชี้ไปที่กล่องขนมซึ่งถูกส่งมาจากตำหนักบูรพาของเย่เฟิง เพราะเจ้าตัวแสบติดใจฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวที่ตำหนักบูรพาไม่น้อย และช่วงนี้ดูเหมือนเย่เฟิงจะเป็นห่วงที่เขาไม่สามารถทำงานที่ห้องทำงานของตนได้เพราะบรรยากาศรอบตัวเพื่อนร่วมงานอย่างลู่ถิงอวี่...

 

บรรยากาศอ่อนหวานจนทำให้คนอยากละลายและหมั่นไส้

ลู่ถิงอวี่ที่กำลังจะแต่งงาน...และแต่งกับองค์ชายใหญ่แห่งต้าเซี่ย

คนที่เป็นน้องชายของเขา

 

ฉินไห่ฟงรู้สึกยินดีกับทั้งสองคนด้วยใจจริง เพราะเขารู้ว่ามันไม่ได้ง่ายดายเลย และที่ผ่านมาเขาก็เห็นทั้งสองคนรักใคร่กันเพียงใด

 

ทว่า...ถ้าหากท่านตาทราบว่าองค์ชายใหญ่แต่งเข้าจวนสกุลลู่

คงได้โมโหอาละวาด ทำลายข้าวของในห้อง หรือไม่ก็โมโหจนป่วยเป็นแน่

เพราะท่านตาและท่านพ่อคาดหวังกับสมรสพระราชทานครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง...ถ้าหากพบว่าไม่เป็นดั่งที่หวังล่ะก็...

 

“เจ้าคิดอะไรอยู่” เนี่ยรุ่ยเอินยื่นหน้ามาใกล้ หยิบขนมกุ้ยฮวาขาวจ่อที่ปากฉินไห่ฟง “กินเร็ว พ่อครัวที่นี่เขาทำขนมดอกกุ้ยฮวาขาวอร่อยยิ่งนัก ข้ามักหิ้วไปเย่เซียวที่ชายแดนบ่อยๆ แต่เจ้านั่นใจแคบไม่ยอมแบ่งให้ข้ากินด้วย” 

ฉินไห่ฟงอ้าปากรับขนมชิ้นนั้นอย่างว่าง่าย ดวงตาคมหรี่ลงยามได้ยินถ้อยคำสนิทสนมของเนี่ยรุ่ยเอินที่พูดถึงองค์ชายามเย่เซียว...

“สนิทกันหรือ?” 

“ก็สนิทกันนะ” เนี่ยรุ่ยเอินเอียงหน้า “ตั้งแต่ที่เย่เซียวไปชายแดนข้าก็เทียวไปเทียวมาหาเขาอยู่บ่อยๆ ย่อมสนิทสนมกับเขาเป็นธรรมดา นี่! เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ!” แล้วท่านประมุขน้อยก็เป็นอันต้องโวยลั่นเพราะถูกฉินไห่ฟงให้มือสองข้างจับเอวของเนี่ยรุ่ยเอินไว้แน่น ซ้ำยังดึงเข้าหาตัว แล้วเปลี่ยนมาโอบไว้แนบชิดแทน “ปล่อยข้า!”

“เจ้าช่างสนิทกับคนอื่นไปทั่วจริงๆ เสี่ยวรุ่ย” เสียงเย็นๆ ที่เอ่ยข้างหูนั่นทำให้เนี่ยรุ่ยเอินรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ประมุขน้อยรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างจากร่างสูงกว่าจนชะงัก 

“เอ่อ...แหะๆ ก็...ก็สหายกันอย่างไรเล่า” เนี่ยรุ่ยเอินตอบเสียงอ้อมแอ้ม “เชื่อข้าเถอะ ปล่อยข้าสักที”

“อืม” ฉินไห่ฟงอืม แต่ก็ไม่ยอมปล่อยอยู่ดี เนี่ยรุ่ยเอินขมวดคิ้ว ฟาดมือลงไปไหล่แกร่งนั้นแรงๆ แล้วก็รีบถอยหลังออกมาสองก้าว พลางมองฉินไห่ฟงตาขวาง

“เจ้าหน้านิ่ง!”

“อืม”

“หน็อย! เจ้ามันชอบหาเรื่องแกล้งข้านัก คอยดูเถิด...” 

“เจ้าน่าแกล้ง” ฉินไห่ฟงโอบเอวเนี่ยรุ่ยเอินไว้มิให้อีกฝ่ายหนี ก่อนจะเอ่ยเบาๆ “ไปกันเถิด ข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่น”

“จริงหรือ” พอพูดถึงเรื่องเดินเล่น เนี่ยรุ่ยเอินก็ตาพราวขึ้นมาทันที รีบเกาะแขนฉินไห่ฟงไว้ทันที “ข้าว่าจะซื้อของกลับไปที่บ้านด้วย เสี่ยวเยว่บอกว่าอยากกินขนมดอกกุ้ยของเมืองฝูหยางให้ข้าส่งไปให้เขาหน่อย ไหนๆ ส่งให้เสี่ยวเยว่แล้วก็ส่งให้ทุกคนที่บ้านด้วยเลย”

“ได้ เจ้าซื้อเลย ข้าจ่ายให้เจ้าเอง”

เนี่ยรุ่ยเอินหัวเราะ ยักคิ้วจึก เจ้าหน้านิ่งก็ชอบจ่ายให้เขาเสมอ แม้เนี่ยรุ่ยเอินจะมีป้ายหยกของอีกฝ่ายที่สามารถเบิกเงินในทุกกิจการร้านของสกุลฉินที่ฉินไห่ฟงดูแลอยู่ได้ก็เถอะ

“แต่ข้าคงต้องปลอมตัวสักหน่อยกระมัง วันนี้เจ้าอยากเดินกับสตรีงามสักคนหรือไม่เล่า?”

“สตรีงาม?” ฉินไห่ฟงหรี่ตามองคนข้างกายยิ้มๆ “เป็นเจ้าดีที่สุดแล้ว” 

ฉินไห่ฟงกับเนี่ยรุ่ยเอินช่วยกันขนกองฎีกากลับไปยังห้องทำงานของอัครเสนาบดี ที่ลู่ถิงอวี่และเย่เฟิงนั่งทำงานอยู่ เห็นคนบางคนยังคงทำสีหน้าเปี่ยมสุขอยู่ฉินไห่ฟงก็รู้สึกรีบอยากออกมาเสียแล้ว

“จะไปเดินเล่นกันหรือ?” ลู่ถิงอวี่ขยับยิ้มรู้เท่าทัน “ขอให้สนุกเล่า”

“เห็นสีหน้าเจ้าแล้วข้ารู้สึกว่ามันไม่น่าไว้วางใจอย่างไรก็ไม่รู้สิเจ้ามารร้าย” เนี่ยรุ่ยเอินมองหน้าลู่ถิงอวี่อย่างหวาดระแวง ส่วนลู่ถิงอวี่ก็หัวเราะหึๆ มิตอบคำ

“พี่ใหญ่บอกให้พ่อครัวที่ตำหนักข้าส่งขนมดอกกุ้ยไปให้เจ้าแล้ว ได้กินหรือยัง?” เย่เฟิงเอ่ยถามเบา รับกองฎีกาที่ฉินไห่ฟงส่งให้มาเรียง เป็นเขาก็อยากจะหอบงานหนีไปทำที่อื่นเหมือนกัน รู้สึกหมั่นไส้เพื่อนสนิทเหลือเกิน

“กินแล้ว คนงามน้อยซืออวิ๋นนี่ใส่ใจกันจริงๆ ข้าไปดีกว่า ประเดี๋ยวจะซื้อของมาฝากพวกเจ้านะ” 

“เจ้ามิได้จ่ายเองเสียหน่อย อย่างไรไห่ฟงก็เป็นคนจ่ายอยู่แล้ว” ลู่ถิงอวี่เอ่ยดักคออย่างรู้เท่าทัน ส่วนเนี่ยรุ่ยเอินก็ถลึงตาใส่เขา รีบลากฉินไห่ฟงออกไปทันที ลู่ถิงอวี่หัวเราะเบาๆ ตามแผ่นหลังของทั้งคู่ อวยพรไล่หลังที่ทำให้ฉินไห่ฟงหรี่ตาลงอย่างไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่นัก

“ขอให้เดินเล่นให้สนุกนะ”

 

.........

 

เมืองฝูหยางของต้าเซี่ยนั้นแม้จะเป็นยามเย็นย่ำแล้วก็ยักคึกคักไม่แพ้ยามกลางวัน บรรดาชาวบ้านหรือแม้กระทั่งขุนนางที่เดินไปมานั้นต่างเดินเที่ยวกันอย่างครื้นเครง ร้านอาหารทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย 

หอวารี อันเป็นร้านอาหารเลื่องชื่อของเมืองฝูหยางยามนี้ก็มีบรรดาลูกค้ามาใช้บริการมากมาย ที่นี่มีห้องพิเศษที่มีเพียงห้องเดียวอยู่ด้วย ซึ่งจะรองรับเพียงแขกพิเศษจริงๆ และต้องทำตามกฎของร้าน...ดังนั้นเนี่ยรุ่ยเอินจึงค่อนข้างแปลกใจที่เจ้าหน้านิ่งบางคนสามารถพาตนมาอยู่ในห้องพิเศษที่ว่าได้

“เจ้าอยากสั่งอะไรก็สั่ง”

“เจ้าเลี้ยง?”

ฉินไห่ฟงยิ้มน้อยๆ “มีหรือข้าจะไม่เลี้ยงเจ้า”

“ว่าแต่เหตุใดเจ้าถึงสามารถพาข้ามาที่ห้องพิเศษหอวารีนี่ได้กันล่ะ ที่นี่มิใช่ว่าจองยากจองเย็นหรอกหรือ ขนาดขุนนางใหญ่ในราชสำนักยังมิอาจจองได้เลยนี่”

“ที่นี่เป็นกิจการของสกุลเย่” ฉินไห่ฟงบอก ส่วนเนี่ยรุ่ยเอินก็เลิกคิ้ว จากนั้นก็แหงนหน้าหัวเราะลั่นอย่างชอบใจ

 

สกุลเย่...เชื้อพระวงศ์แห่งต้าเซี่ย

มินึกว่าหอวารีที่มีชื่อเสียงแห่งนี้จะเป็นกิจการของเชื้อพระวงศ์!

 

“อ้อ...บังเอิญเหลือเกินที่สหายของข้ากับเจ้ามีคนสกุลเย่อยู่ไม่น้อยล่ะสิ” เนี่ยรุ่ยเอินหัวเราะ “สงสัยต้องหาของดีๆ ไปตอบแทนแล้วกระมังเจ้าหน้านิ่ง”

“อืม”

“ข้าอยากกินนี่ นี่ นี่แล้วก็นี่” เนี่ยรุ่ยเอินชี้รายการอาหารไปหลายอย่าง ส่วนฉินไห่ฟงก็มิได้ขัดข้องอะไร เขาบอกเสี่ยวเอ้อร์ที่รอรับรายการอาหารอยู่ด้านนอกถูกเรียกเข้ามา เห็นรายการอาหารยาวๆ ทว่ากินกันสองคนแล้วก็แต่กะพริบตา แต่อย่างไรเสียความต้องการของลูกค้าก็ต้องมาเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว เลยรับคำและรีบลงไปบอกพ่อครัวทันที

“เจ้าหน้านิ่ง เจ้ามิได้เสียใจหรอกหรือที่คนงามน้อยซืออวิ๋นจะแต่งงานกับเจ้ามารร้าย เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้าดูจะยินดีเสียด้วย”

“เหตุใดข้าต้องเสียใจ?”

เนี่ยรุ่ยเอินกลอกตา ขยับไปนั่งใกล้ฉินไห่ฟงจากนั้นก็เอาขาทับอีกฝ่ายไว้ครึ่งหนึ่งแล้วทำหน้ายุ่ง “เพราะเจ้าแอบชมชอบคนงามน้อยซืออวิ๋นอยู่มิใช่หรอกหรือ! เหอะ...อย่ามาทำหน้านิ่งกลบเกลื่อนเลย เสียใจก็บอกมาดีๆ สิ!”

ฉินไห่ฟงหรี่ตาลงมองยิ้มๆ ในดวงตาคมเต็มไปด้วยเอ็นดูที่ซ่อนอยู่ลึก...มิน่าช่วงนี้เสี่ยวรุ่ยถึงพยายามมาอยู่กับเขาทุกวัน ไม่เคยปล่อยให้ฉินไห่ฟงอยู่คนเดียวเลยคงเพราะจ้าตัวเข้าใจว่าเขากำลังเสียใจอยู่กระมัง...

 

น่าเอ็นดูเสียจริง

 

“ถ้าหากข้าเสียใจเล่า? เจ้าจะปลอบใจอย่างไร”

เนี่ยรุ่ยเอินที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าขยับขึ้นมาบนตักของฉินไห่ฟงตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นชะงัก จากนั้นก็ทำสีหน้าที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้เช่นกันว่าเป็นอย่างไร...มันเหงาๆ ดูเสียใจจนน่าสงสาร จนฉินไห่ฟงอยากจะบอกความจริงทุกอย่างว่าเขากับองค์ชายใหญ่เป็นพี่น้องกัน...แล้วเขาจะไม่ยินดีได้อย่างไรถ้าหากน้องชายกำลังจะมีความสุข

 

ทว่า...กับรุ่ยเอินที่ความรู้สึกช้ามาก จนถ้าหากไม่ถูกกระตุ้นก็ยังไม่รู้ตัวน่ะ...ต้องทำเช่นนี้เท่านั้น

 

“เจ้า...ชอบคนงามน้อยซืออวิ๋นจริงๆ หรือ” เสียงของเนี่ยรุ่ยเอินเหงาหงอยราวแมวถูกทิ้ง ทำให้ฉินไห่ฟงกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ลูบหัวอีกฝ่ายราวเจ้าของกำลังปลอบแมวขนฟูของตัวเอง “คงจะ...ชอบมากสินะ อ้ะ...” เนี่ยรุ่ยเอินชะงักเมื่อรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นและความร้อนผ่าวที่ซอกคอ จากนั้นใบหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด

 

ยามที่อีกคนขบเม้มลำคอขาวเรียวของตนแรงๆ

 

“เจ้า!” เนี่ยรุ่ยเอินถลึงตาใส่ จับคอของตนไว้จากนั้นก็รีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วร่าง มองอีกคนตาขวางแต่ในสายตาฉินไห่ฟงดูอย่างไรก็เหมือนแมวที่กำลังพองขนใส่เมื่อถูกเจ้าของแหย่เอาชัดๆ

 

เป็นแมวตัวแสบที่เขี้ยวคมเล็บคม

 

“อาหารมาแล้ว กินข้าวกันก่อนเถิด” ฉินไห่ฟงได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก จากนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกเบาๆ เสี่ยวเอ้อร์ของร้านสองคนเดินเข้ามาเมื่อได้รับอนุญาต วางถาดอาหารที่ยกมาลง จากนั้นก็ทยอยยกอาหารขึ้นโต๊ะ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็รีบโค้งก่อนจะออกไป “เสี่ยวรุ่ย...กินข้าว”

“เหอะ! ฝากไว้ก่อนเถิด!”

“อืม...จะให้เจ้ากัดคืนแล้วกัน”

“เพ้ย! ที่เจ้าทำมันไม่ใช่กัดสักหน่อย...มัน...มัน...” เนี่ยรุ่ยเอินยิ่งพูดไปก็ยิ่งรู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนวาบไปด้วย...มันไม่เหมือนทุกทีที่อีกฝ่ายชอบกัดคอเขาจนเป็นรอยฟัน แต่การที่ริมฝีปากร้อนนั้นขบเม้มลำคอตนจนเขารู้สึกว่ามันต้องเป็นรอยแดงปื้นใหญ่แน่ ไหนจะความชุ่มชื้นของปลายลิ้นที่ไล้เลียนั่น...

 

ยิ่งคิดก็รู้สึกว่าแก้มของตนอาจจะแตกเพราะความเขินอายได้!...เขินทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเขินอะไร!

 

“กินเร็ว” ฉินไห่ฟงคีบเนื้อนุ่มๆ ป้อนเนี่ยรุ่ยเอินถึงปาก คนที่ยังคงแก้มแดงอยู่ก็อ้าปากรับอย่างว่าง่าย พอของอร่อยเข้าปากอารมณ์เมื่อครู่ก็จางหายไปทันที ขยับร่างมานั่งใกล้ๆ ฉินไห่ฟงทันที 

“ข้าอยากลองชิมปลาน้ำแดงจานนั้น” เนี่ยรุ่ยเอินชี้บอก ฉินไห่ฟงก็คีบเนื้อปลามาใส่จานของตน จัดการเลาะเนื้อปลาออกแล้วก็ป้อนให้เนี่ยรุ่ยเอินทันที 

“ที่ทำอาหารได้รสเลิศจริงๆ เจ้าหน้านิ่ง เจ้าอยากกินอะไรบ้าง”

“เจ้าจะป้อน?” ฉินไห่ฟงเลิกคิ้ว

“ป้อนเจ้ามีอันใดเสียหาย เจ้ายังป้อนข้าได้เลย...บะหมี่นั่นเส้นน่าจะนุ่มนะ ลองชิมหรือไม่?”

“อืม” 

คนสองคนผลัดกันชิมอาหารหลายอย่างบนโต๊ะ ถ้าอันไหนที่เนี่ยรุ่ยเอินว่าอร่อย ฉินไห่ฟงก็จะชิมตามและพยักหน้ายืนยัน ถ้าอันไหนที่ฉินไห่ฟงว่ารสดีเนี่ยรุ่ยเอินก็จะรีบกินตามแล้วก็ทำตาวาวอย่างชอบใจ 

อาหารเลิศรสมีหรือจะขาดสุราดี เนี่ยรุ่ยเอินชี้สุราชนิดหนึ่งไปโดยไม่รู้ว่าเป็นอะไร...หอวารีแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการหมักสุราและมีสุรารสเลิศ ทว่ามิได้บอกชื่อสุราไว้ในรายการอาหาร กลับเรียกขานตามภาชานะที่บรรจุแทน เช่นสุราที่เนี่ยรุ่ยเอินสั่งไปใส่ไว้ในขวดกระเบื้องสีขาวไข่มุก และใช้จุกไม้จันทร์แดงปิดไว้...

“นี่มันสุราอะไรกัน?” เนี่ยรุ่ยเอินเลิกคิ้ว ดึงจุกไม้ออกแล้วคว้าไหสุรามาดมกลิ่น...แค่กลิ่นก็ยังทำให้รู้สึกเวียนหัวเลย แต่เนี่ยรุ่ยเอินกลับยักคิ้วชอบใจ รินสุราใส่แก้วจากนั้นก็ดื่มรวดเดียวจนหมด

เขาชอบดื่มสุราฤทธิ์ร้อน เพราะอยากรู้ว่าสุราใดที่จะทำให้ตนเมามายได้บ้าง

“เสี่ยวรุ่ย ดื่มน้อยๆ หน่อย”

“เจ้ามิใช่บิดาข้าเสียหน่อย พูดมากนักก็มาดื่มด้วยกันเลย” เนี่ยรุ่ยเอินรินสุราใส่แก้วจากนั้นก็รีบบังคับให้ฉินไห่ฟงดื่มทันที ฉินไห่ฟงชะงักเมื่อได้กลิ่นสุรารวมถึงสีเขียวดุจมรกตของมันด้วย...

 

ถ้าหากเขาจำไม่ผิดสุราชนิดนี้คือ...ฝนมรกต

 

สุราฤทธิ์ร้อนทว่ามิได้ร้อนแรงเกินไปนัก เหมาะจะดื่มกับรายการอาหารบนโต๊ะเหล่านี้จริงๆ นั่นล่ะ แต่ดูเหมือนนอกจากกลิ่นสุราแล้วราวกับจะมีกลิ่นบางอย่างอยู่ด้วย...

 

เป็นกลิ่นสมุนไพรที่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร

 

ฉินไห่ฟงได้แต่สงสัยแต่ก็ยังดื่มสุราแก้วนั้นลงไป...ของที่เสี่ยวรุ่ยยื่นให้มีหรือที่ฉินไห่ฟงจะปฏิเสธ และเขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง ความปลอดภัยที่หอวารีแห่งนี้นั้นขึ้นชื่ออยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร สุรา ชา ขนมหรือของว่างที่ได้รับการตรวจสอบก่อนนำมาให้ลูกค้าได้กิน

“รสดี...จริงๆ”  เนี่ยรุ่ยเอินที่ดื่มสุราฝนมรกตจนหมดไหไปแล้วก็เอนไปมา เหมือนคนเมา ดวงตาดู่ฉ่ำวาวน่าเอ็นดู อาภรณ์สีแดงถูกเจ้าตัวดึงสายรัดเอวออกรวมถึงเสื้อตัวนอกแล้วโยนทิ้งไปไกลๆ เพราะความร้อนผ่าวของฤทธิ์สุราที่แล่นปราดไปทั่วร่าง “อือ...ร้อนจัง”

“เสี่ยวรุ่ย” ฉินไห่ฟงปราม ส่วนคนถูกดุก็ทำหน้าโมโห โผล่พรวดมาดึงคอเสื้อของฉินไห่ฟงแล้วเขย่าแรงๆ ทันที 

“อย่ามา...อย่ามาดุข้านะ...เจ้ามัน...เจ้ามันใจร้าย” เนี่ยรุ่ยเอินว่าด้วยน้ำเสียงงึมงำที่ฟังดูอย่างไรก็...คล้ายเสียงงอแง ซ้ำยังทุบตีไหล่ของฉินไห่ฟงไม่หยุดด้วย จนคนถูกทุบได้แต่ต้องรวบร่างคนเมามากอดไว้ในอ้อมแขนให้แน่นเพื่อตัดปัญหา เพราะรู้สึกว่าแรงทุบจะค่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ 

“ข้าใจร้ายอย่างไรหรือ?” ฉินไห่ฟงถามเสียงนุ่ม ค่อยๆ นวดขมับให้เนี่ยรุ่ยเอินเบาๆ “บอกพี่ชายมาสิเสี่ยวรุ่ย” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูอีกฝ่ายเบาๆ ฉวยโอกาสขบเม้มใบหูข่าวนุ่มๆ นั่นหนึ่งที 

สมัยก่อนตอนเด็กๆ ที่พวกเขาเจอกัน ยามฉินไห่ฟงไปเยี่ยมท่านแม่ เจ้าตัวแสบมักจะเกาะติดมาหาเรื่องเขาเสมอ เรียกพี่ชายด้วยเสียงฮึดฮัดที่น่าเอ็นดู พอโตแล้วอีกฝ่ายก็มิเรียกพี่ชายกันเสียแล้ว 

“อือ...เจ้า...เจ้าชอบคนงามน้อย...”

“เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น”

“ก็...ก็...เจ้าใจดีกับ...งือ...อย่ากัดนะ” คนเมาที่กลายเป็นลูกแมวตัวเปื่อยไปแล้วนั้นตัวสั่นพร่า ยามซอกคอถูกริมฝีปากร้อนๆ ไล้ผ่าน พร้อมกัดแรงๆ 

“กัดเพราะเจ้าคิดอะไรฟุ้งซ่านน่ะสิ”

“ข้าเปล่า...อย่าใส่ร้าย...”

“เด็กดื้อ ข้าเอ็นดูองค์ชายใหญ่เพราะเขาเป็นน้องชายของข้าต่างหาก” ฉินไห่ฟงบอก เพราะเขารู้นิสัยรุ่ยเอินดีว่าถ้าหากหายเมาประเดี๋ยวเสี่ยวรุ่ยก็ลืม 

“จริง...จริงหรือ” คนบนตักเงยหน้ามามองตาใสแป๋ว อย่างที่ถ้าเป็นยามปกติไม่มีทางได้เห็นเป็นอันขาด ยิ่งทำให้ฉินไห่ฟงรู้สึกว่าสติของตนกำลังถูกทดสอบ...ฟันคมขบเข้าหากันแน่นเพราะมิอยากฉวยโอกาสนี้เผลอรังแกคนเมาไปเสียก่อน

 

ยามนี้...เสี่ยวรุ่ยกำลังยั่วเขาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

 

“จริงสิ” ฉินไห่ฟงตบรับเสียงพร่า มองริมฝีปากแดงที่ฉ่ำวาวเพราะฤทธิ์สุรานั้นอย่างหลงใหล จนต้องโน้มใบหน้าลงไปใกล้ ริมฝีปากแทบจะแนบชิดกันแต่ฉินไห่ฟงก็ชะงักไว้เสียก่อน เขาขบฟันตัวเองแน่น...

 

แม้จะอยากจุมพิตเพียงใด...ก็อยากให้สัมผัสครั้งแรกระหว่างพวกเขาทั้งสองเกิดขึ้นในยามที่มีสติและด้วยความเต็มใจทั้งคู่

 

“พี่...ไห่ฟง…อื้อ!” ทว่าเสียงเรียกแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่านั่นทำให้สติของฉินไห่ฟงหลุดลอย เขาเชยคางของเนี่ยรุ่ยเอินขึ้นและบดจูบลงไปแรงๆ ทันที...กลีบปากแดงถูกฟันคมขบกัดย้ำๆ ปลายลิ้นร้อนผ่าวแทรกเข้าไปไล้ชิมความหอมหวานด้านใน ถอนริมฝีปากออกมาและย้ำจูบลงไปอีกครั้ง อีกครั้ง และทวีความร้อนแรงขึ้นทุกครั้งที่กดจูบลงไป! 

“อือ...พี่ชาย...พี่ไห่ฟง” เนี่ยรุ่ยเอินครางอือ เขารู้สึกร้อนผ่าวยิ่งกว่าตอนดื่มสุรา ยามเห็นดวงตาคมที่กำลังฉายชัดภาพเขาอยู่ด้านใน ดวงตานั้นราวจะคลุ้มคลั่งไม่น้อย ยิ่งได้ยินเสียงเรียกของเนี่ยรุ่ยเอิน ดวงตาคมก็เข้มขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากร้อนกัดลงที่ซอกคอขาว และขบเม้มแรงๆ สร้างรอยจนทั่ว มือใหญ่เคล้นคลึงไปตามผิวกายที่ต่อให้ผ่านเสื้อผ้าอาภรณ์ก็สร้างความรู้สึกวาบหวามให้พวกเขา...

“เจ้ายั่วข้า!” ฉินไห่ฟงคำรามในลำคอ บดขยี้ริมฝีปากลงบนปากของเนี่ยรุ่ยเอินอีกครั้ง “เสี่ยวรุ่ย”

“อือ...อือ...”

 

ก๊อก ก๊อก 

 

เสียงเคาะประตูของห้องดังขึ้น ทำให้ฉินไห่ฟงชะงัก จากนั้นฉินไห่ฟงก็ได้แต่ขว้างไหสุราที่อยู่ใกล้มือออกไปเพื่อระบายความรู้สึกของตนเอง เสียงเพล้งดังก้อง ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์และอุ้มเนี่ยรุ่ยเอินขึ้นมากอดไว้แน่นในอ้อมแขน ลูบเส้นผมของอีกฝ่ายเบาๆ ราวปลอบที่รังแกไปเมื่อครู่

 

รุ่ยเอินทำให้ความอดทนของเขาต่ำลงโดยไม่รู้ตัวเสมอเลย

เห็นทีว่าตั้งแต่นี้คงต้องระวังตัวมากกว่านี้เสียแล้ว

 

“ข้าเข้าไปได้หรือยัง?” น้ำเสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านนอก พร้อมร่างของลู่ถิงอวี่และเย่เฟิงที่เดินเข้ามาด้านใน กวาดมองสภาพในห้องเรียบร้อยทั้งคู่ก็ยกยิ้ม มองคนซนที่บัดนี้หลับคาอ้อมแขนฉินไห่ฟงไปแล้วอย่างขำๆ

“ฝนมรกต” ฉินไห่ฟงเอาเสื้อคลุมของตนเองคลุมเนี่ยรุ่ยเอินไว้ด้วยความหวงแหน เรียกรอยยิ้มจากเย่เฟิงและลู่ถิงอวี่ได้เป็นอย่างดี “สมุนไพรในสุรานั่น”

“ดอกละอองคราม เป็นสมุนไพรที่ช่วยให้ผ่อนคลายน่ะ ผสมในสุราก็จะออกฤทธิ์เร็วขึ้น ทำให้เมามายและหลับ เห็นเสี่ยวรุ่ย...แฮ่ม รุ่ยเอินเหนื่อยมาหลายวันแล้วก็อยากให้เขาพักผ่อนดีๆ น่ะ” คุณชายลู่รีบเปลี่ยนคำเรียกขานเมื่อฉินไห่ฟงมองตนตาขวางที่เรียกเสี่ยวรุ่ยของเจ้าตัว

เย่เฟิงส่ายหน้า ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเขากับถิงอวี่แค่อยากให้ไห่ฟงผ่อนคลายด้วย เพราะดูเหมือนช่วงนี้เจ้าตัวจะเคร่งเครียดเกินไปจริงๆ อีกทั้งรุ่ยเอินก็เหนื่อยมาหลายวันแล้วด้วย อีกทั้ง...อยากแกล้งคนชมชอบทำตัวเย็นชาอย่างไห่ฟงเล่นด้วย

ฉินไห่ฟงได้แต่ถอนหายใจ อุ้มคนในอ้อมแขนขึ้น จากนั้นก็ก้มมองเนี่ยรุ่ยเอิน แล้วมองลู่ถิงอวี่ ก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าอดทนได้อย่างไร?”

คุณชายลู่ยกยิ้มเมื่อรู้ว่าฉินไห่ฟงถามอันใด หัวเราะแผ่วแล้วตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ “เพราะเป็นเขาก็เลยต้องอดทนอย่างไรเล่า...”

“...แม้เขาจะยั่วเย้าเพียงใดก็จำเป็นต้องอดทน เพราะว่าจะเป็นคู่ชีวิตที่มีเพียงคนเดียว...ต้องให้เกียรติและถนอมไว้จนกว่าจะถึงวันที่ได้ครอบครองอย่างเป็นทางการ” เย่เฟิงเอ่ยต่อยิ้มๆ 

ฉินไห่ฟงมองทั้งคู่ก่อนจะกระตุกยิ้มเช่นกัน ยื่นมือไปตบไหล่ทั้งคู่เบาๆ จากนั้นก็เดินอุ้มเนี่ยรุ่ยเอินออกไป ใช้วิชาตัวเบาพาอีกคนไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเย่เฟิงกับลู่ถิงอวี่ก็มองรอบๆ ห้อง 

“ให้คนมาจัดการทำความสะอาดเถิด ว่าแต่เย่เฟิง...เมื่อครู่ไห่ฟงยังมิได้จ่ายค่าอาหารใช่หรือไม่?”

“ถือว่าเลี้ยงเขาแล้วกัน เขาเครียดเพราะสกุลฉินกดดันเขาเพียงนั้น พี่ใหญ่ก็รู้สึกเป็นห่วงเขาอยู่เหมือนกัน” เย่เฟิงส่ายหน้ายิ้มๆ “พวกเรารีบซื้อปลาผัดพริกกลับไปให้พี่ใหญ่กันเถิด”

“นั่นสิ ต้องไปบอกซืออวิ๋นด้วยว่าไม่ต้องห่วงแล้ว”

องค์ชายรัชทายาทและคุณชายลู่ที่ออกนอกวังมาเพราะซื้อปลาให้พี่ชายคนโตที่บ่นอยากกินนั้นพากันส่ายหน้ายิ้มๆ นึกถึงประโยคที่บอกฉินไห่ฟงไปเมื่อครู่

 

เพราะเป็นเขา...เขาคนเดียว

คนที่จะกลายมาเป็นคู่ชีวิต...

 

........

 

ฉินไห่ฟงพาเนี่ยรุ่ยเอินมาถึงห้องนอนเรียบร้อย จัดการเช็ดตัวให้อีกฝ่ายจากนั้นตนก็ไปอาบน้ำและกลับมานอนอยู่ข้างๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่คุ้นเคยคนหลับก็เคลื่อนตัวเข้าหาราวเด็กๆ เอนหน้าซบกับอกกว้าง กอดเอวอีกฝ่ายไว้แน่นหลับไปอย่างฝันดี ส่วนฉินไห่ฟงก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ อย่างระอา มองคอของเนี่ยรุ่ยเอินที่เต็มไปด้วยรอยแดงจ้ำๆ และรอยกัด 

รุ่ยเอินจะนอนหลับไม่สนิทถ้าหากไม่มีเขา เรื่องนี้ฉินไห่ฟงรู้และวางแผนให้เป็นเช่นนั้น ทว่ายามนี้รู้สึกว่าแผนการนั้นจะย้อนมาทำร้ายตัวเองเสียแล้ว เขาจำเป็นต้องอดทนอย่างยิ่ง ส่วนบางคนก็หลับโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาเสียเลย

“ถ้าหากวันนั้นมาถึง...”

 

เจ้าจะวังตัวไว้เถิดเสี่ยวรุ่ย...ข้าจะคิดดอกเบี้ยที่ต้องอดทนเพราะถูกเจ้ายั่วให้หนักเลยคอยดูเถิด!

 

.........

 

 เนี่ยรุ่ยเอินตื่นเช้ามาด้วยความปวดหัว เมื่อคืนน่าจะเพราะตนดื่มสุราจนเมาเป็นแน่ กวาดตามองไปรอบๆ ห้องก็ไม่พบเจ้าของห้องอย่างฉินไห่ฟงเสียแล้ว คาดว่าอีกฝ่ายคงออกไปทำงานแล้วกระมัง 

เนี่ยรุ่ยเอินเห็นอาหารบนโต๊ะ ไออุ่นและควันที่ที่ลอยกรุ่นอยู่ด้านบนนั้นบ่งบอกให้รู้ว่าเพิ่งทำเสร็จหมาดๆ ราวกับรู้เวลาตื่นนอนของตนเป็นอย่างดี ทำให้เนี่ยรุ่ยเอินได้แต่หัวเราะอย่างอ่อนใจ เดินเข้าไปในส่วนของห้องน้ำที่มีน้ำอุ่นเตรียมไว้ให้เรียบร้อยเขาก็รีบปลดเสื้อผ้าลงไปแล้วกระโดดลงอ่างทันที จนน้ำกระเพื่อมออกมา ยามลำคอขาวโดนน้ำอุ่นก็รู้สึกแสบจนต้องส่งเสียงร้องเบาๆ

“แสบจังเลยแฮะ” เนี่ยรุ่ยเอินอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เห็นชุดสีแดงเพลิงที่เขาชอบใส่วางไว้ใกล้ๆ เรียบร้อย มีพวกหยกพกที่ฉินไห่ฟงเคยให้ไว้และหยกพกประจำตัวของเนี่ยรุ่ยเอินเองวางไว้ข้างๆ เป็นความใส่ใจที่ทำให้เคยชินทว่าก็มิได้หมายความว่าไม่อุ่นใจ...

 

เจ้าหน้านิ่งนั่น...ขยันทำให้เขาทำตัวไม่ถูกจริงๆ

 

เนี่ยรุ่ยเอินแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกไปด้านนอก หยิบคันฉ่องอันเล็กมาด้วยเพราะทุกครั้งที่ตื่นนอนคอของเขาต้องมีรอยกัดสักรอยสองรอยเสมอนั่นแหละ แต่วันนี้...

“เพ้ย!!” เนี่ยรุ่ยเอินโยนกระจกลงพื้นทันที ก่อนจะผุดลุกขึ้นอย่างอารมณ์เสีย เพราะคอของตนนั้นมิได้มีแค่รอยกัดรอยสองรอยเหมือนทุกที แต่มันมีรอยแดงเป็นจ้ำๆ และรอยกัดจนเต็มไปหมด ไหนจะริมฝีปากของเขาที่บวมแดงและมีรอยช้ำนั่นอีก “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันเนี่ย!!”

 

คอของเขาแทบจะไม่ที่ว่างเลย เป็นลายเสียอย่างกับอะไรดี

 

“เจ้าหน้านิ่ง! หน็อย! ข้าจะตีเจ้าให้หนักเลยคอยดูสิ!” 

แล้วประมุขน้อยเนี่ยก็รีบออกจากห้องไปด้วยความโมโหหมายมั่นว่าจะทุบตัวต้นเหตุที่ทำร้ายคอเขาสักที คราวนี้จะไม่มีทางปล่อยให้เจ้านั่นหนีรอด ต่อให้พูดหรือเอาอะไรมาล่อก็ไม่ยอม!

 

ฉินไห่ฟงข้าจะทุบเจ้าให้น่วมเลยคอยดูสิ! 

ฮึ่ม!!

 

…………

 

น้องรุ่ยรู้ตัวไหมน้อออ ว่าถูกพี่ขโมยจูบไปแล้ว อ้อ…ไม่น่าจะรู้เพราะร้องจำไม่ได้ 555 จำไม่ได้ว่าเคยเรียกพี่ไห่ว่าพี่ จำไม่ได้ว่าไปยั่วเขา นี่เป็นเหตุผลที่พี่ไห่ไม่ค่อยให้น้องรุ่ยดื่มเหล้าค่ะ แล้วเรื่องนี้ก็ทำให้น้องไม่ค่อยซนด้วย เพราะซนแล้วเดี๋ยวคอจะลายพร้อย 555 

พี่ไห่เขาร้ายๆ เรื่องนี้มีแต่คนร้ายๆ ค่ะ 555 เดี๋ยวถ้าพี่ไห่ได้แต่งน้อยรุ่ยล่ะก็…คนซนน่าจะลุกขึ้นไปซนไม่ได้แน่ๆ เลยค่ะ ^_^

ช่วงนี้เรากำลังจะสอบไฟนอลแล้ว อาจจะไม่ค่อยได้มาอัพนิยายบ่อยนะคะ ดังนั้นตอนหลักน่าจะมาอีกทีวันอาทิตย์เลยนะคะ 

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อย่าลืมรักษาสุขภาพและดูแลตัวเองกันน้าาา ช่วงนี้ออกไปข้างนอกอย่าลืมพกแมสกันด้วยนะคะ 

 

สำหรับวันนี้…ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 802 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,282 ความคิดเห็น

  1. #3314 HYUNPARK (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:14
    รุ่นเอินเป็นเพื่อนที่ดีมากๆเลยทีเดียว น้องไปมาหาสู่กับทุกคนไม่เคยขาด ให้ความช่วยเหลือเพื่อนทุกคนได้ทุกอย่าง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างกลัวว่าพี่ไห่ฟงจะเหงาก็ยังใส่ใจ แต่อันนี้ดูเหมือนจะใส่พี่เขาเป็นพิเศษแหละแต่แค่ไม่รู้ใจตัวเอง

    เสี่ยวรุ่ยเป็นเจ้าก้อนดื้อที่แท้จริงมากๆ
    #3,314
    0
  2. #3023 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 22:11
    ชอบคู่นี้จริงๆน่ารักกกกก
    #3,023
    0
  3. #2678 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 11:22
    น่ารักกก
    #2,678
    0
  4. #2651 mothergod (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 20:48
    พี่เขาใจดีด้วยแล้วนะ น้องงง 555555
    #2,651
    0
  5. #2581 Whatever it is (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 08:01
    555 ขอบคุณค่ะ
    #2,581
    0
  6. #2548 beerbbbbbb (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 22:42
    สนุกมากค้าบบ อ่านวนไปวนมา รอไรท์มาต่ออยู่น้าา ✌
    #2,548
    0
  7. #2540 Littlemar (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 10:32
    เอ็นดูยัยน้องงงง หึยยยย หมั่นเขี้ยวววว
    #2,540
    0
  8. #2537 mata4chol (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 00:22
    ชั้นชอบบ ฉันพายย คู่นี้คือชอบมากม้ายหวายแย้ว เสี่ยวรุ่ยมารน้อยแสนซ่ากับ ยุงลายเย็นชา อ้ายยยยยย จงเจริญยืนนาน จงได้กัน
    #2,537
    0
  9. #2536 Ppcybk_ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 23:16
    คนพี่คือร้ายมากกกก น้องตามไม่ทันแล้วเนี่ยยย แต่เอ็นดูน้องอ่าแง้ ติดตามอยู่นะค้าาาาา
    #2,536
    0
  10. #2535 May2324 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 20:22
    มีแต่คนรว้ายๆๆๆ คูมไรท์ดูแลสุขภาพด้วยนะค้าา สู้สู้ค่า ฝันดีราตรีสวัสดิ์น้าา ปากำลังใจไปให้ ปิ้วๆๆ❤️💖
    #2,535
    0
  11. #2534 pl0y-yii (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 11:01
    ไห่ฟงเค้าร้ายยยยยยย
    #2,534
    0
  12. #2533 unlockme3402 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 03:03
    เป็นกำลังใจให้คุณไรท์สู้ๆค่าาา รอให้ถึงวันอาทิดไวๆนะคะะ
    #2,533
    0
  13. #2532 killur (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 02:22

    รักคู่นี้~~
    #2,532
    0
  14. #2531 pugkard25 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 00:00
    โถ่วน้อนนน55555
    #2,531
    0
  15. #2530 sudarat30876 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 23:50
    เอ็นดู~~
    #2,530
    0
  16. #2529 guitar358 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 23:10
    รู้สึกสมน้ำหน้าไห่ฟง ว่างแผนให้น้องติดตัวเองกรรมสนองแล้ว5555555555555555555555555555
    #2,529
    0
  17. #2528 makimasa (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 22:36
    เอ็นดูวววววว
    #2,528
    0
  18. #2527 pcardcards (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 22:17
    เสี่ยวรุ่ยยยยยย เอ็นดูน้องงงงง
    #2,527
    0
  19. #2526 teemares (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 22:16
    ยัยน้องงง
    #2,526
    0
  20. #2525 VARANTHITA (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 22:00

    หวานไม่แพ้คู่หลักเล้ยยยยย
    #2,525
    0
  21. #2524 PuiPui--r (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 21:54
    โอ๊ย~ พ่อคู้ณละมุนเหลือเกินรักเอ็นดูแฟนเหลือเกินนนน ว่าแต่เสี่ยวรุ่ยรู้ตัวรึยังว่าเป็นแฟนตาพี่
    #2,524
    0
  22. #2523 Tonfern2755 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 21:41
    ไม่มีอะไรจะบรรยายความฟินนี้ได้ มันแบบว่าพร่กเหรหวดบำงกรห้ฟ้าหน เลยค่ะพส
    #2,523
    0
  23. #2522 rana571q (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 21:21
    น้อนนนร
    #2,522
    0
  24. #2521 Lalaland332221 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 21:20
    รอออออออ
    #2,521
    0
  25. #2520 amon_aim (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 21:01

    ฟินตัวแตกเลยฮะ
    #2,520
    0