ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 22 : ตอนพิเศษ : วันธรรมดาขององค์ชายใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,326 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

ตอนพิเศษ

วันธรรมดาขององค์ชายใหญ่

 

ปกติแล้ววันๆ หนึ่งขององค์ชายใหญ่แห้งต้าเซี่ยนั้นไม่ได้มีอะไรมาก แม้หลังจากเติบโตขึ้นบรรดาองค์ชายทั้งหลายไม่ต้องเข้าไปถวายพระพรยามเช้าที่ตำหนักจิ้งหยางทุกวันแต่เย่ซืออวิ๋นก็เคยชินที่จะตื่นยามเหม่าเสียแล้ว ข้ารับใช้ในตำหนักลั่วสุ่ยต่างก็รู้นิสัยเช่นนี้ดี จึงได้เตรียมข้าวของเครื่องใช้ไว้รอท่าและรอรับใช้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

“อันกงกง...วันนี้ท่านอาจารย์ลู่งดเรียน ประเดี๋ยวพวกเราเอาของที่เตรียมไว้เมื่อคืนแวะเวียนไปตำหนักอื่นๆ แล้วค่อยไปขอมื้อเที่ยงที่ตำหนักจิ้งหยางของเสด็จพ่อกันดีกว่า” เมื่อวานเนื่องจากพวกเขาทำได้ดีในวิชาเรียน ท่านอาจารย์ลู่ผู้เข้มงวดก็เลยให้รางวัลเป็นการงดเรียนหนึ่งวัน 

“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” อันกงกงช่วยหวีผมดำยาวดุจเส้นไหมขององค์ชายใหญ่ให้อย่างเบามือ ก่อนจะรวบไว้ด้วยผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นเงินงดงาม แขวนหยกธาราครามไว้ให้ที่ข้างเอว แม้องค์ชายใหญ่จะมีหยกประดับและพู่หยกมากมาย และล้วนเป็นของล้ำค่าหาได้ยากยิ่ง แต่หยกธาราครามที่คุณชายลู่ให้ไว้ก็เป็นหยกที่พระองค์ติดตัวบ่อยที่สุด “มื้อเช้านี้จะรับสำรับที่ตำหนักลั่วสุ่ยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“เมื่อวานมิใช่น้องรองบอกว่าจะเชิญข้าไปตำหนักลู่จื่อหรอกหรือ ยังเอาของอร่อยมาหลอกล่อข้าอยู่เลย” เย่ซืออวิ๋นยิ้ม จำได้ว่าเมื่อวานตอนเลิกเรียนน้องรองของตนร่ายเมนูอาหารหลายอย่างที่แค่ฟังก็ชวนให้น้ำลายสอ บอกว่าถ้าพรุ่งนี้ไปตำหนักลู่จื่อแล้วจะได้ทาน

อันกงกงเองก็กลั้นยิ้มเช่นกัน มิรู้ว่าบรรดาองค์ชายทั้งสามนั้นคิดอย่างไรกันขึ้นมา ช่วงนี้ต้องหาทางให้องค์ชายใหญ่ไปกินข้าวตำหนักตัวเองสักมื้อ หรือไม่ก็ต้องแวะมาตำหนักลั่วสุ่ยทุกวัน 

“เช่นนั้นกระหม่อมจะให้คนไปแจ้งตำหนักลู่จื่อนะพ่ะย่ะค่ะ”

“อันกงกงของข้ารอบคอบและแสนดีที่สุดจริงๆ”

กงกงใหญ่ประจำตำหนักลั่วสุ่ยยิ้มกว้างจนปาแทบจะฉีก ในใจก็ชื่นชมว่าองค์ชายของกระหม่อมก็น่ารักแสนดีที่สุดเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ เขาเหมือนผู้ใหญ่ที่ในสายตามีแต่หลานบ้านตัวเองดีที่สุดจนข้ารับใช้คนอื่นชินเสียแล้ว

องค์ชายใหญ่เดินออกจากตำหนักลั่วสุ่ยพร้อมข้ารับใช้เพียงไม่กี่คน ในมือแต่ละคนยังถือกล่องเล็กๆ ที่ใส่ในตะกร้า แต่ราคาของเหล่านั้นไม่เล็กแม้แต่น้อย เพราะล้วนมาจากคลังสมบัติของฉินกุ้ยเฟยทั้งสิ้น เย่ซืออวิ๋นส่งคนไปแจ้งตำหนักจิ้งหยางแล้ว มิเช่นนั้นประเดี๋ยวเสด็จพ่อทรงตรัสถามขึ้นมาว่าทำไมตนไปตำหนักอื่นก่อนเขาจะได้มีคำตอบ

องค์ชายใหญ่นำของล้ำค่าที่ตนคัดเลือกอย่างตั้งใจไปให้จ้าวฮองเฮาก่อนเป็นอันดับแรก แต่โชคดีที่ว่านกุ้ยเฟยเองก็อยู่ด้วย เขาเลยไม่ต้องเดินไปเทียวมาหลายรอบ สตรีผู้กุมอำนาจในวังหลังสองคนต่างยิ้มแย้มยินดีต้อนรับกับความน่ารักน่าเอ็นดูขององค์ชายใหญ่ รีบสั่งนางกำนัลยกขนมและน้ำชามาต้อนรับอย่างรวดเร็ว

“ใยต้องลำบากนำของมาให้บ่อยๆ นะลูกอวิ๋น นี่มันก็วัสสานฤดูแล้ว ประเดี๋ยวเจ้าต้องละอองฝนจนไม่สบายไปข้ากับน้องจืออิงจะปวดใจเอาได้” ฮองเฮาลูบศีรษะเล็กๆ นั่นอย่างเอ็นดู มององค์ชายใหญ่ที่กำลังเคี้ยวขนมจนแก้มป่องคล้ายลูกแมว น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก

 

เฮ้อ...จะมีก็แค่เด็กคนนี้นี่ล่ะ ที่ชื่นชมและชอบฝีมือการทำอาหารของฮองเฮากับว่านกุ้ยเฟยและเอ่ยปากชมอย่างจริงใจทุกครั้ง คนอื่นน่ะหรือล้วนชมอย่างขอไปทีทั้งนั้น!

ไม่น่ารักเหมือนลูกอวิ๋นสักคน!

 

“เมื่อวานลูกกับอันกงกงนำเอาเครื่องประดับบางอย่างมาทำความสะอาด เห็นกำไลกับปิ่นประดับที่เหมาะกับพระนางทั้งสองก็เลยนำออกมาพ่ะย่ะค่ะ อีกทั้งช่วงนี้ฝนมิตกมาสองวันแล้ว ท้องฟ้าก็แจ่มใสลูกมิต้องกังวลว่าจะโดนฝนจนไม่สบาย...อ้ะ ขนมอันนี้หน้าตาน่าทานยิ่งพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่กระพริบตาวาวๆ มองขนมที่ถูกตัดตกแต่งเป็นเป็นดอก แต้มสีชมพูอย่างงดงามน่าทาน 

ว่านกุ้ยเฟยยิ้มขำอย่างเอ็นดู “ประเดี๋ยวให้อันกงกงเอากลับตำหนักลั่วสุ่ยไปสักสองกล่องแล้วกัน ข้าเพิ่งลองทำดูวันนี้ นำมาให้พี่หญิงลองชิมเป็นคนแรก ลูกอวิ๋นเป็นคนที่สองเลย”

 

ส่วนฝ่าบาทกับบุตรชายของนางน่ะหรือ...ไม่มีส่วนแบ่งให้หรอก เพราะทั้งสองล้วนเอ่ยปากบอกว่าไม่ชอบของหวาน นางมีหรือจะเอาไปให้เสียของ

ไม่น่ารักเหมือนลูกอวิ๋นเอาเสียเลย!

 

“ทรงดีกับกระหม่อมที่สุดเลยพ่ะย่ะค่ะ!” เย่ซืออวิ๋นตาพราวระยับ มองว่านกุ้ยเฟยอย่างนับถือยิ่ง เป็นตัวตะกละน้อยที่เอาของอร่อยมาล่อได้เหมือนเดิมจนฮองเฮากับว่านกุ้ยเฟยหัวเราะอย่างเบิกบานใจ

“วันนี้ไม่มีเรียนหรอกหรือ หืม?”

“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ” เย่ซืออวิ๋นรินชาให้พระนางทั้งสอง “ท่านอาจารย์ลู่บอกว่าให้พักหนึ่งวัน เพราะเมื่อวานพวกเราตอบคำถามได้ดี...วันนี้กระหม่อมเลยว่างพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่างก็ควรพักผ่อนดีๆ มิใช่เทียวมาดูแลผู้อื่นอยู่เช่นนี้นะเจ้าตัวน้อย”

“ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ...กระหม่อมตัวโตแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” เย่ซืออวิ๋นโอดครวญเสียงเบา ริมฝีปากแดงยู่ไปมาเล็กน้อย ดูน่าบีบนัก เหตุใดทั้งเสด็จพ่อ ทั้งฮองเฮาและว่านกุ้ยเฟยต้องเรียกตนว่าเจ้าตัวน้อยด้วยเล่า เขาตัวโตแล้วต่างหาก!

“เจ้านี่นะ! ก็ยังตัวน้อยอยู่ดี อย่าไปใส่ใจน้องชายดื้อด้านพวกนั้นของเจ้าให้มากนักเลย โตๆ กันแล้วแท้ๆ” ฮองเฮาจิบชาอย่างแช่มช้า ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ 

“นั่นสิเจ้าตัวน้อย เจ้าเด็กดื้อพวกนั้นน่ะตามใจมากไปไม่ได้หรอกนะ”

เย่ซืออวิ๋นยิ้มขำ แพขนตาเรียงตัวสวยสั่นไหวเบาๆ อยากจะบอกพระนางทั้งสองเหลือเกินว่าพวกเด็กดื้อด้านที่ว่านั่นก็ล้วนเป็นบุตรชายของพระนางทั้งสิ้น “ก็กระหม่อมเป็นพี่ใหญ่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

 

เห็นได้ชัดว่าการเป็นพี่ใหญ่ที่ดีนั้นไม่ง่ายเอาเสียเลยจริงๆ

จะรักหรือใส่ใจน้องชายคนไหนคนหนึ่งมากไปก็ไม่ได้ มิเช่นนั้นน้องชายอีกสองคนจะน้อยใจ มีอะไรก็ต้องแบ่งปันอย่างเท่าเทียม...และเขาก็ไม่ได้รู้สึกไปเอง เพราะยิ่งโตขึ้นน้องชายทั้งสามก็ยิ่งจะเอาอย่างเสด็จพ่อมากขึ้นทุกทีแล้ว

 

เย่ซืออวิ๋นยังนั่งทานขนมและน้ำชาอยู่ตำหนักคุนหนิงอยู่อีกสักพัก ก่อนจะขอตัวกลับมาก่อน ขามาองค์ชายใหญ่พาของมาไม่น้อย ขากลับก็ได้ของพระราชทานมาไม่น้อยเช่นกัน ไหนจะขนมและใบชาชั้นดีหลายกล่องนั่นอีก จนเย่ซืออวิ๋นต้องให้นางกำนัลนำกลับไปที่ตำหนักลั่วสุ่ยก่อน

องค์ชายใหญ่โผล่หน้าไปตำหนักลู่จื่อขององค์ชายรัชทายาทเป็นอันดับแรก แต่ดูเหมือนน้องรองของตนจะไม่อยู่ พอถามองครักษ์ส่วนตัวของเย่เฟิงอีกฝ่ายก็ได้แต่ทำหน้าลำบากใจเพราะตนเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าองค์ชายรัชทายาทผู้เป็นนายนั้นไปไหน

“น้องรองคงมิใช่ลืมมื้อเช้าของข้าหรอกนะ” องค์ชายใหญ่เอียงหน้าเล็กน้อย ถ้าหากน้องรองลืมมื้อเช้าของตนขึ้นมาล่ะก็...จะตีเข้าให้จริงๆ ด้วย “เช่นนั้นข้าไปตำหนักน้องสามกับน้องสี่ก่อน ถ้าน้องรองกลับมาให้คนไปบอกข้าสักหน่อยเล่า”

“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” องครักษ์ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม 

เย่ซืออวิ๋นเดินไปตำหนักของน้องชายทั้งสองก็พบเจอเหตุการณ์เดียวกัน นั่นคือไม่มีเจ้าของตำหนักอยู่ในตำหนักเลยเหมือนกัน ทำให้องค์ชายใหญ่ขมวดคิ้วหรี่ตาลงเล็กน้อย

 

น้องชายทั้งสามต้องแอบไปทำอะไรไม่บอกเขาอีกแน่

ฮึ่ม!

ต้องมีถิงอวี่ไปด้วยแน่ๆ เลย!

 

องค์ชายใหญ่หน้ายุ่ง เม้มปากก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปตำหนักจิ้งหยางแทน ไม่จำเป็นต้องรายงานใดๆ อันกงกงก็รีบเชิญองค์ชายใหญ่เข้าไปในตำหนักทันที

“ฝ่าบาท...องค์ชายใหญ่มาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม...เจ้าตัวน้อย เหตุใดจึงทำหน้าบึ้งเช่นนั้นกันเล่า...มีคนรังแกเจ้าหรือ?” เย่เทียนหลงเลิกคิ้วเมื่อเห็นบุตรชายทำตาวาวๆ ริมฝีปากแดงนั้นยู่ไปมาแล้วก็เม้มปากแน่น ช้อนตาแป๋วขึ้นมามองพระบิดา จนเย่เทียนหลงได้แต่วางฎีกาลงแล้วเดินไปอุ้มองค์ชายใหญ่มานั่งไว้บนตัก แม้อายุไม่น้อยแล้วแต่เย่ซืออวิ๋นก็ยังถูกพระบิดาอุ้มมานั่งตักได้ง่ายๆ เหมือนเดิม แรกๆ ก็ค้านบ้าง แต่นานๆ เข้าเขาก็เคยชินเสียแล้ว 

 

อีกทั้งอ้อมกอดของเสด็จพ่อนั้นอบอุ่นยิ่งนัก

 

“ไหนเล่ามาสิ?” เย่เทียนหลงลูบผมดำนุ่มๆ นั้นเบาๆ อีกมือก็อ่านฎีกาไปด้วย

“วันนี้ลูกไปหาน้องรอง น้องสาม น้องสี่ที่ตำหนักมา เมื่อวานหลักเลิกเรียนกับท่านอาจารย์ลู่ น้องรองยังรับปากลูกเลยพ่ะย่ะค่ะว่าจะเลี้ยงมื้อเช้าลูก แต่วันนี้พอไปหาน้องรองที่ตำหนักลู่จื่อก็ไม่เจอ หนำซ้ำลูกยังไม่เจอน้องสามกับน้องสี่ที่ตำหนักด้วยพ่ะย่ะค่ะ ทุกคนต้องแอบไปทำอะไรไม่บอกลูกแน่ๆ เลย” องค์ชายใหญ่ฟ้องพระบิดาทันที ทำดวงตาวาวๆ จนเย่เทียนหลงหัวเราะในลำคอ

“โกรธหรือเป็นห่วง หืม?”

“เป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ คาดว่าถิงอวี่ก็ต้องไปกับน้องชายทั้งสามด้วยเป็นแน่ คอยดูเถิดถ้ามีแผลกลบมาลูกจะไม่สนใจพวกเขาแล้ว” ไปไหนไม่บอกกันน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ทั้งน้องชายทั้งถิงอวี่น่ะชอบทำอะไรเกินตัวแล้วพอบาดเจ็บมาก็ปิดบังเขาตลอดเลย

“อ้อ” เย่เทียนหลงเลิกคิ้ว...จะว่าไปช่วงนี้บรรดาเจ้าลูกชายกับลู่ถิงอวี่ก็ชอบเกาะติดเจ้าตัวน้อยเป็นประจำ มักแย่งภาพวาดและเวลาของเจ้าตัวน้อยไปบ่อยๆ ดูสิ...ปกติองค์ชายใหญ่มาทานมื้อเช้าที่ตำหนักจิ้งหยางอยู่บ่อยครั้ง เดี๋ยวนี้น่ะหรือ แต่ละคนก็ชอบแย่งเลี้ยงอาหารองค์ชายใหญ่อยู่เสมอ “น้องชายเจ้ากับลู่ถิงอวี่ช่างไม่ได้ความจริงๆ”

เกาจิ้นที่รอรับใช้อยู่ข้างๆ นั้นได้แต่ก้มหน้าต่ำลงไปอีก เพราะเขารู้ดีว่าที่องค์ชายทั้งสามพระองค์และคุณชายลู่หายไปนั้นก็เป็นเพราะรับสั่งของฝ่าบาทมิใช่หรือ แล้วเหตุใดยามนี้พระองค์จึงมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เล่าพ่ะย่ะค่ะ

“เอาล่ะๆ มาเถิด ให้เกาจิ้นตั้งสำรับ อย่าทำหน้ายุ่งเลย ประเดี๋ยวจะปวดท้องได้”

“เสด็จพ่อดีกับลูกที่สุดเลยพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่ยิ้มกว้าง กลิ้งใบหน้ากับพระอังสากว้างของเสด็จพ่อ เย่เทียนหลงหัวเราะหึอย่างเอ็นดู ก่อนจะให้เกาจิ้นยกสำรับเช้ามาตั้งบนโต๊ะ 

สองพ่อลูกทานอาหารกันอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เย่ซืออวิ๋นเลาะก้างปลาแล้วก็คีบให้พระบิดาอย่างเอาใจใส่ สลับกันพูดคุยเรื่องราวต่างๆ มากมาย แม้ปกติเย่เทียนหลงจะไม่ได้ชอบพูดนักแต่ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าบุตรชายที่เจื้อยแจ้วเป็นพิเศษอย่างเย่ซืออวิ๋น ถ้าหากไม่พูดล่ะก็ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่จะถูกตากลมๆ นั่นมองค้อนขวับเอาหลายๆ รอบ

เมื่อของคาวทานหมดเกาจิ้นก็ยกของหวานและน้ำชาขึ้นโต๊ะ เป็นใบชาชั้นเลิศที่ล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ ส่วนขนมก็เป็นของที่องค์ชายใหญ่ทรงชอบเสวย ตำหนักจิ้งหยางทำของพวกนี้ทุกวัน

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ...เอ่อ...องค์ชายรัชทายาท องค์ชายสาม องค์ชายสี่และคุณชายลู่มาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” 

สิ้นเสียงรายงานของเกาจิ้นทำให้องค์ชายใหญ่ช้อนตาจากจานขนมมองทันที พอเห็นน้องชายทั้งสามกับลู่ถิงอวี่เข้ามาก็ถลึงตาใส่แวบหนึ่งจากนั้นก็หันไปสนใจขนมมากกว่า ทำเอาทั้งสี่คนได้แต่ถอนหายใจแผ่ว

 

พวกเขาหายไปไม่ได้บอกกล่าวนั้นมีความผิดติดตัวก็จริงอยู่...แต่องค์ชายใหญ่ไม่น่าจะสนใจขนมมากกว่าพวกเขาขนาดนี้...

 

ดวงตาสี่คู่เหลือบมองฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ที่นั่งดื่มชาอยู่เงียบๆ คล้ายสอบถาม แต่เย่เทียนหลงกลับกระตุกรอยยิ้มมุมปากให้แวบ หนึ่งทำเอาแต่ละคนถอนหายใจแผ่ว

 

เสด็จพ่อนี่จริงๆ เลย พระองค์เป็นคนรับสั่งมอบหมายงานให้พวกเขาเองแท้ๆ ยามนี้เหตุใดถึงได้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เช่นนี้เล่า!

 

“พี่ใหญ่...”

“น้องรองบอกว่าจะเลี้ยงมื้อเช้าข้า เมื่อวานเจ้ายังพูดเลยว่าวันนี้ให้ห้องเครื่องทำปูผัด ทำปลาหิมะนึ่งพริก ไหนจะมีเกี๊ยวน้ำหอมๆ อีก...ส่วนน้องสามกับน้องสี่ก็บอกจะมาทานข้าวด้วยกัน” องค์ชายใหญ่ทำตาดุๆ ใส่ จากนั้นก็มาหยุดที่ลู่ถิงอวี่แล้วแก้มก็พองลมขึ้นมา “ถิงอวี่ด้วย...”

“แฮ่ม ซืออวิ๋นข้า...”

“เจ้าตัวน้อย อย่าให้วาทศิลป์ของคนหน้าตายนี่มาเป่าหูเจ้าได้สิ คนพวกนี้แอบหนีไปทำเรื่องอันตรายลับหลังเจ้า” เย่เทียนหลงเอ่ยมาหนึ่งประโยค แต่ทำให้ทุกคนล้วนไร้วาจาจะกล่าว โดยเฉพาะลู่ถิงอวี่ที่นิ่งไปแล้ว

 

ฝ่าบาท...พระองค์นี่ช่าง...

 

“จริงด้วยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ” เย่ซืออวิ๋นกระพริบตา แม้จะมองทั้งสี่คนอย่างเป็นห่วงแต่ก็ยังทำแก้มป่องอยู่ดี ดวงตากลมโตสังเกตเห็นว่าน้องชายและถิงอวี่มีแผลเล็กน้อย เขาแทบอยากจะลุกไปดูแลเสียแล้ว

“พวกเจ้ามีแผลมาด้วย? เกาจิ้น ตามหมอหลวง”ฮ่องเต้เลิกคิ้ว แต่ประโยคนั้นกลับทำให้บรรอาองค์ชายกับลู่ถิงอวี่ไร้หนทางแก้ตัวโดยสิ้นเชิง...หายไปไม่บอกน่ะพอว่า มีแผลกลับมาให้แมวน้อยขนฟูเป็นห่วงมากขึ้นนี่สิเรื่องใหญ่

เห็นดวงตากลมโตนั่นถลึงมองพวกเขาก็ได้แต่พากันก้มหน้าถอนหายใจ

“พ่ะย่ะค่ะ” เกาจิ้นกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ถ้าหากให้ใครมาเห็นภาพเช่นนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อเป็นแน่ว่านี่คือองค์ชายรัชทายาทและองค์ชายผู้เก่งกาจ กับคุณชายหยกขาวผู้เลื่องชื่อ...

 

แต่ว่าต่อหน้าองค์ชายใหญ่แล้วล้วนไม่มีใครสู้ได้เลยสักคน

 

“เจ้าตัวน้อย วันนี้ลู่จิงให้เจ้าหยุด ออกไปเที่ยวในเมืองกันดีไหม?” เย่เทียนหลงหันไปคุยกับบุตรชาย ทำราวกับห้องนี้มีเพียงแค่สองคนเท่านั้น 

“ดีพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ!” เย่ซืออวิ๋นตาโตอย่างดีใจยิ่ง

“อืม...เช่นนั้นไปกันเถิด ส่วนพวกเจ้าทั้งสี่คน...ก็ให้หมอหลวงดูอาการสักหน่อย ไม่ต้องออกไปไหน” 

“เสด็จพ่อ ลูกแค่โดยมีดเฉี่ยวมา...”

“น้องสามโดนมีดเฉี่ยวก็ควรใส่ยา พันแผล ห้ามขยับมือ” เย่เซียวไม่ทันพูดจบเย่ซืออวิ๋นก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน 

“พี่ใหญ่ แผลข้าเล็กกว่าแมวข่วน น้อยกว่าตอนที่ท่านข่วนเสียอีก ข้าได้วยคนสิ”

“ใช่แล้วพี่ใหญ่ ข้าแค่ถูกกิ่งไม้เกี่ยวเอาเช่นกัน...แค่ก” เย่หานไปสองที แสร้งเอาอาการป่วยของตนมาเป็นข้ออ้าง นั่นทำให้องค์ชายใหญ่ที่แทบจะลุกขึ้นมาดูน้องชายทันที แต่ถูกฮ่องเต้เกี่ยวเอวไว้เสียก่อน พระเนตรคมกริบหรี่มองลูกชายที่แสร้งเอาอาการป่วยมาใช้ได้อย่างสมจริงหนึ่งที

“ยิ่งป่วยเจ้าก็ต้องพักผ่อน คัดคัมภีร์พระธรรมช่วยได้”

“พี่ใหญ่...” เย่เฟิงเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่ม “โกรธพวกข้ามาหรือ?”

“เปล่า” เย่ซืออวิ๋นเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “มิได้โกรธ เพียงแค่เป็นห่วงที่ทุกคนไปไม่บอกข้า ดูสิยามนี้ยังได้แผลมากันคนละแผลสองแผลอีก ในเมื่อทุกคนดื้อ เช่นนั้นข้าก็จะดื้อด้วย...ไม่สนใจทุกคนสักครึ่งวัน”

“ซืออวิ๋น...อย่าไม่สนใจพวกเราสิ แค่เค่อเดียวที่เจ้าไม่สนใจข้า ข้าก็ปวดใจแล้ว นี่ตั้งครึ่งวันเลยเชียวหรือ” ลู่ถิงอวี่ทอดเสียงนุ่มอย่างไพเราะดุจเสียงฉินต้องลมคิมหันต์ ดวงตาดอกท้อออดอ้อนและหวาน จนเย่ซืออวิ๋นแก้มร้อนผ่าว 

“ลู่ถิงอวี่ เจ้าอยากมาปากหวานกลบเกลื่อน” เย่เทียนหลงส่งสายตาเยือกเย็นใส่คนเจ้าเล่ห์บางคน เจ้านี่ปากหวานไม่เหมือนบิดาเอาเสียเลย ลู่จิงน่ะเหรอจะมาพูดอะไรเช่นนี้ ไม่มีทางเสียหรอก

“ถ้ากระหม่อมหาวิธีให้ท่านพ่อเข้าวังวันนี้ฝ่าบาทจะทรงยินยอมอนุญาตให้กระหม่อมติดตามองค์ชายใหญ่ไปได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ลู่ถิงอวี่ขายบิดาออกมาได้หน้าตาเฉยโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ส่วนเย่เทียนหลงนั้นก็เลิกคิ้วก่อนจะยิ้มมุมปาก

“หลายวันมานี้ลู่จิงวุ่นยิ่งนัก ให้เขาพักผ่อนสักวันจะเป็นไรไป” นั่นคือพระองค์ปฏิเสธข้อแลกเปลี่ยนของลู่ถิงอวี่ “อีกทั้งประเดี๋ยวข้าพาตัวน้อยออกนอกวัง ไปเที่ยวเล่นจวนอัครเสนาบดีก็ได้แล้ว”

ลู่ถิงอวี่ถอนหายใจแผ่ว...คิดอยากจะใช้ลูกเล่นเดียวกับองค์ชายสี่ก็ไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายชิงใช้ตัดหน้าไปเสียก่อนแล้ว

 

เฮ้อ! 

 

ลู่ถิงอวี่มองสบตาเย่เฟิง สองสหายต่างคิดหาวิธีอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ถูกองค์ชายใหญ่ไม่ใส่ใจไปครึ่งวัน แต่พอพวกเขาจะพูดอะไรฮ่องเต้บางพระองค์ก็ดักทางอย่างรู้เท่าทันเสียก่อน สุดท้ายก็ได้แต่พ่ายแพ้

 

เพราะอย่างไรขิงแก่ก็ย่อมเผ็ดกว่าอยู่แล้ว

 

ฮ่องเต้เลิกพระขนงแล้วก็ยิ้มอย่างผู้มีชัยให้บรรดาผู้พ่ายแพ้ทั้งหลาย จูงมือองค์ชายใหญ่ออกไปข้างนอกวังอย่างสบายใจ

“เอ่อ...องค์ชาย คุณชายลู่...หมอหลวงมารออยู่แล้ว...”

“หมอหลวงจะมารักษาอะไรพวกข้ากันเล่า” เย่เซียวกลอกตาหลายรอบ 

“บอกหมอหลวงให้กลับไปเถิดเกาจิ้น พวกข้ามียาทารักษาบาดแผลอยู่แล้ว อีกทั้งแผลพวกนี้ก็เล็กน้อยมาก” เย่เฟิงถอนหายใจแผ่ว แค่คิดถึงตอนที่พี่ใหญ่ถลึงตาใส่ก็รู้สึกปวดหัวแล้ว

“พี่ลู่ ท่านรีบใช้สมองใสๆ ของท่านช่วยคิดหาวิธีง้อพี่ใหญ่เร็วๆ หน่อยเถิด” เย่หานรีบขอความช่วยเหลือจากคุณชายลู่ทันที เพราะขืนปล่อยไว้เช่นนี้เกรงว่าวันนี้พวกเขาก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว เพราะมัวแต่กังวลใจที่ไม่ได้รับความใส่ใจจากพี่ใหญ่

“อืม...”

 

แล้วหลังจากนั้นองค์ชายรัชทายาท องค์ชายสาม องค์ชายสี่ และคุณชายลู่ก็ต่างเคร่งเครียดยิ่งกว่ายามทำงานสำคัญเร่งด่วนเสียอีก...

 

..................

 

เย่ซืออวิ๋นกลับมาตำหนักลั่วสุ่ยอย่างอารมณ์ดียิ่ง เพราะวันนี้ได้ออกไปเที่ยวเล่นกินของอร่อยนอกวังมากับเสด็จพ่อกับอาจารย์ลู่จนเกือบค่ำ พอกลับมาถึงตำหนักลั่วสุ่ยเย่ซืออวิ๋นก็ชะงักเล็กน้อย เพราะเขาเห็นตามรายทางเต็มไปด้วยเทียนที่สลักเป็นรูปดอกบัวงดงาม ไหนจะโคมไฟที่สร้างอย่างประณีตเป็นรูปแมวและกระต่ายแสนน่ารักนี่อีกเล่า...

 

แสงไฟเหล่านี้ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเปล่งประกายยิ่งนัก...โดยเฉพาะในยามค่ำคืนเช่นนี้

 

พอเดินก้าวมาได้ไม่กี่ก้าวเย่ซืออวิ๋นได้ยินเสียงพิณอันแสนไพเราะบรรเลงขึ้นมา ท่วงทำนองเพลงนั้นแว่วหวาน ละมุนละไมและอ่อนโยนยิ่งนัก 

 

ดุจราวสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่ไล้ผ่านหมู่มวลบุปผาอย่างแผ่วเบาอ่อนโยน

ฝีมือพิณที่สามารถนำเอาความงดงามของธรรมชาติมาเรียงร้อยและรังสวรรค์ได้อย่างลงตัวเช่นนี้...มีเพียงลู่ถิงอวี่คนเดียวเท่านั้น

 

เย่ซืออวิ๋นเดินเข้าไปภายในตำหนักที่ยามนี้มีผ้าม่านสีขาวตกแต่งอยู่โดยรอบ ผ้าเหล่านั้นโปร่งใสราวจะดูดแสงจันทร์และเรืองแสงได้ในความมืด...รวมไปกับแสงของไข่มุกราตรีที่ประดับอยู่โดยรอบ

 

งดงามจับตาและเปล่งประกายเหลือเกิน

ราวนำผืนฟ้าราตรีกาลนั้นมารวมอยู่ในตำหนักลั่วสุ่ยแห่งนี้...

 

และตรงลานด้านนอกตำหนัก...ริมระเบียงที่ยื่นออกไป เปลวเทียนกำลังโบกไสวอย่างนุ่มนวล ร่างหนึ่งในชุดขาวนั่งหลังตรง ไล้ปลายนิ้วขาวไปตามสายพิณก่อเกิดเป็นท่วงทำนองอันแสนไพเราะขึ้นมา ชายอาภรณ์สีขาวนั้นราวกับจะเคลื่อนไหวไปตามแรงลมเป็นทำนองเดียวกับบทเพลง ใบหน้าที่ทั้งหล่อเหลาทั้งงดงามหลับพริ้มลงดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีที่ตนบรรเลงขึ้น เส้นผมสีดำยาวพลิ้วไหวน้อยๆ...

 

ดุจเทพเซียนที่เยื้องกรายลงมายังโลกมนุษย์

งดงาม...สูงส่ง จนแทบมิอาจจับต้อง

 

และชั่วขณะที่ดวงตาคู่นั้นปรือขึ้น...เย่ซืออวิ๋นก็รู้สึกว่าหัวใจตนนั้นสั่นไหวและเต้นดังยิ่งนัก...

ชั่วขณะที่ราวโลกหยุดหมุน

 

ลู่ถิงอวี่เผยรอยยิ้มที่ทั้งงดงามทั้งอ่อนหวานออกมา สะบัดปลายนิ้วเปลี่ยนท่วงทำนองเป็นเพลงหงส์วอนรักที่อ่อนหวานกว่าเดิมแทน นั่นยิ่งทำให้เย่ซืออวิ๋นแก้มร้อนผ่าวกว่าเดิม

“เหตุใดเขาจึงได้บรรเลงหงส์วอนรักอีกแล้วเล่าพี่รอง” น้ำเสียงหงุดหงิดดังมาจากเบื้องหลังของเย่ซืออวิ๋น องค์ชายใหญ่หันกลับไปมองก็เห็นน้องชายทั้งสามที่กำลังส่งยิ้มมาให้ตนแล้วก็ทำตาขวางใส่คุณชายหยกขาวบางคน

“เมื่อครู่ยังตกลงกันเสียดิบดีเลย” เย่เซียวกับเย่หานบ่นงึมงำ ส่วนเย่เฟิงนั้นก็ถอนหายใจในความเจ้าเล่ห์ของเพื่อนสนิท ยิ้มจางให้พี่ชาย ยื่นมือไปกุมมือเรียวเล็กไว้เย่ซืออวิ๋นก็มิได้สะบัดออกแต่อย่างใด

“แผลหายดีแล้วหรือน้องรอง” ตอนแรกเย่ซืออวิ๋นก็อยากจะไม่ใส่ใจต่อไปอีกสักเล็กน้อย แต่นี่เลยเวลาครึ่งวันที่ตนประกาศกร้าวไปแล้ว

“มิได้เป็นอะไรมากจริงๆ แค่รอยเฉี่ยวพวกเราทายาแล้ว พี่ใหญ่...หายโกรธแล้วหรือยัง?”

“ข้าก็บอกแล้วว่าไม่ได้โกรธ”

“แต่ท่านบอกจะไม่ใส่ใจพวกเราครึ่งวัน” เย่เซียวอยากจะจิ้มหน้าผากพี่ชาย แต่ลืมไปว่าตอนนี้ตนมีคดีติดตัวอยู่ องค์ชายสามเลยได้แต่สะบัดมือไปมาอย่างทำอะไรไม่ได้ เห็นน้องชายเป็นเช่นนี้แล้วเย่ซืออวิ๋นก็ยิ้มกว้างหัวเราะออกมา

“เอาล่ะๆ ไม่โมโหพวกเจ้าแล้ว...ขอโทษด้วยที่ทำให้พวกเจ้าลำบาก” ดูจาการตกแต่งตำหนักลั่วสุ่ยแห่งนี้แล้ว คาดว่าแต่ละคนคงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยแน่ๆ 

 

แล้วทุกคนก็ทำเพื่อเขาด้วย...

 

“ลำบากอะไรกันเล่า” เย่หานถอนหายใจเบาๆ “แค่ท่านพอใจก็พอแล้ว”

“อืม...ข้าชอบมาก ขอบคุณนะทุกคน”

“แล้วเพลงของข้าเล่า...ซืออวิ๋นชอบฟังหรือไม่?” น้ำเสียงของลู่ถิงอวี่ดังขึ้นมาข้างหู พร้อมคนที่กำลังบรรเลงเพลงอยู่เมื่อครู่ที่เดินเข้ามาหาเขา

“ชอบสิ” เขาจะกล้าไม่ชอบเพลงของถิงอวี่ได้อย่างไรกันเล่า ใต้หล้านี้จะมีใครบรรเลงพิณได้ไพเราะเท่าถิงอวี่อีก!

“ในเมื่อชอบ...เจ้าก็ต้องกลับมาใส่ใจข้าได้แล้วนะ หืม? รู้หรือไม่เจ้าไม่ใส่ใจข้าแค่ครึ่งวันข้าก็ปวดใจไปหมดแล้ว” ลู่ถิงอวี่ทำหน้าปวดใจจริงอย่างที่คิด ดวงตาดอกท้อคู่สวยดูเจ็บปวดจริงจนเย่ซืออวิ๋นกระพริบตาปริบๆ

 

หรือว่านี่...ตนจะทำร้ายจิตใจถิงอวี่ไปจริงๆ กระมัง

 

“แฮ่ม! พี่ใหญ่ พวกข้าเองก็ช่วยเตรียมกันเยอะมาก เหนื่อยยิ่งนัก” เย่เซียวรีบเอ่ยขัดเพราะขืนปล่อยไว้เกรงว่าพี่ใหญ่ของตนได้ถูกใครบางคนล่อลวงเอาอีกเป็นแน่

 

ไว้ใจไม่ได้เลยจริงๆ!

 

“เข้าไปด้านในกันเถิด ข้าบอกให้คนที่ตำหนักลู่จื่อยกอาหารมาที่นี่แล้ว...ของอร่อยที่ข้าสัญญากับพี่ใหญ่ไว้ ไม่โกหกท่านหรอก” เย่เฟิงจูงมือพี่ชายให้เดินเข้าไปด้านใน บนโต๊ะกลมนั้นเรียงรายไปด้วยอาหารหลายชนิดที่กำลังส่งไอควันจางๆ ออกมา พอเห็นของอร่อยหอมๆ องค์ชายใหญ่ก็ตาโต แม้ตนจะกินมาจากข้างนอกไม่น้อย แต่ก็ยังกินได้อีก

“อื้อ! ขอบใจนะน้องรอง น้องสาม น้องสี่ ถิงอวี่ พวกเจ้าดีกับข้ายิ่งนัก”

เย่ซืออวิ๋นนั่งลงเรียบร้อยก็จัดการตักอาหารให้ทุกคนอย่างเอาใจใส่ เห็นท่าทางเช่นนั้นแต่ละคนก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเบาใจ 

 

ค่อยคุ้มค่ากับที่วุ่นมาทั้งวันหน่อย

แค่รอยยิ้มงดงามนี้แย้มยิ้มให้...แค่ความใส่ใจอย่างบริสุทธิ์นี้มอบให้

ก็ล้ำค่าและทำให้วันธรรมดาๆ วันหนึ่งมีความสุขแล้ว

 

“เมื่อวานพวกข้าออกไปจัดการงานร่วมกับองครักษ์เมฆดำ แค่งานสืบข่าว” เย่หานเป็นคนบอกบอกกล่าวออกมาแทนเพื่อไม่ให้พี่ใหญ่มารู้ทีหลังแล้วโมโหกว่าเดิม

“เป็นงานด่วนเลยมิได้ทิ้งข่าวสารไว้บอกท่าน” เย่เซียวยิ้มเจื่อน “ท่านรู้แล้วก็อย่าได้ถือสาพวกเราทีหลังเลย คราวหลังรับรองว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก”

“อื้ม! แค่พวกเจ้าทุกคนปลอดภัยแล้วก็สัญญาว่าไปไหนก็จะบอกข้าสักเล็กน้อยก็ยังดี ทิ้งข้อความไว้สักประโยคก็ได้แล้ว ข้ามิใช่คนไร้เหตุผลพวกเจ้าก็รู้”

“อืม...คราวหลังพวกข้าจะไม่ให้มีอีก ซืออวิ๋นมิต้องห่วง” ลู่ถิงอวี่ยิ้มน้อยๆ สีหน้าดูจริงใจน่ามองยิ่งนัก จนเย่ซืออวิ๋นแก้มร้อนวาบอีกรอบ

 

นี่ถิงอวี่กำลังใช้แผนชายงามกับตนอยู่หรือเปล่านะ...

แต่คงไม่หรอกกระมัง...

 

“ฝนตกแล้ว...” เย่เฟิงเปรยขึ้นมาคล้ายขัดบรรยากาศที่ลู่ถิงอวี่จงใจสร้างขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองด้านนอก เมด็ฝนค่อยๆ โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้ายามราตรีกาล ผืนฟ้าที่พร่างพราวหมู่ดาราเมื่อครู่ยามนี้นั้นค่อนข้างมืดครึ้ม หยาดฝนยามราตรีกระทบกระเบื้องหลังคา เกิดเป็นทำนองที่ไพเราะน่าฟัง

 

เสียงของธรรมชาติอันแสนละมุนละไม

 

ดังนั้นเมื่อพวกเขาทั้งหมดทานข้าวกันเสร็จก็ออกไปดื่มชาและสุราที่ริมระเบียง สดับฟังสำเนียงเสียงของสายฝน ลมของวัสสานะฤดูพัดผ่านมาต้องผิว ให้กลิ่นอายสดชื่นและชุ่มฉ่ำ

“เดี๋ยวก็ไม่สบาย” ลู่ถิงอวี่ปล่อยผ้าคลุมของตนสวมให้เย่ซืออวิ๋น ก่อนจะยิ้ม “ถ้าเจ้าไม่สบายข้าจะยิ่งเสียใจและปวดใจยิ่งกว่าเจ้าไม่ใส่ใจอีกนะ”

“อือ...แต่ถิงอวี่น่ะสิเจ้าไม่แข็งแรงกว่าข้าอีกนะ”

“ไม่เป็นไร...ข้ามิได้ยืนอยู่ทิศเดียวกับที่ลมพัดผ่าน”

“แต่ว่าน่าเสียดายมิน้อยเลย...เทียนกับโคมที่ทุกคนอุตส่าห์จุดไว้ตรงทางเข้าตำหนักก็ดับไปหมดแล้วน่ะสิ” เย่ซืออวิ๋นรู้สึกเสียดายยิ่งนัก 

 

ทุกคนอุตส่าห์ทำเพื่อตนนี่นา

 

“อ้ะ...แต่ข้าจะวาดภาพไว้เป็นความทรงจำ ประเดี๋ยวจะวาดลงบนร่มน้ำมันให้ทุกคนเลยดีหรือไม่” องค์ชายใหญ่ยิ้มกว้างเมื่อนึกวิธีดีๆ ออก เขาจำภาพเหล่านั้นได้ติดตา ไหนๆ ช่วงนี้ฝนก็ต้องมาบ่อยแต่ละคนต้องใช้ร่มหลายๆ คัน ดังนั้นเขาก็นำภาพอันแสนน่าประทับใจนั้นมาวาดบนร่มแล้วก็ให้ทั้งสี่คนเสียเลย

“ดียิ่งนัก” เย่เฟิงพยักหน้า

“จริงด้วย” เย่เซียวเองก็เห็นด้วย

“ข้าจะรอนะพี่ใหญ่” เย่หานพยักหน้าหงึกอีกคน

“ถ้าซืออวิ๋นอยากให้ข้าช่วยอะไรก็บอกได้เลยนะ...ข้าเองก็จะตั้งตารอร่มคันใหม่จากเจ้า” ลู่ถิงอวี่อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองเย่เฟิงคล้ายจะถามความคิดเห็น เมื่อองค์ชายรัชทายาทพยักหน้าลู่ถิงอวี่ก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม “ซืออวิ๋นวาดให้พวกเราแค่สี่คนได้หรือไม่?”

“หืม? ก็ต้องวาดให้พวกเจ้าสี่คนอยู่แล้ว” เย่ซืออวิ๋นเอียงหน้า

“สัญญานะ” ลู่ถิงอวี่ยื่นมือไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยขาวของเย่ซืออวิ๋น องค์ชายใหญ่พยักหน้าเขย่ามือเบาๆ ให้คำมั่น ยื่นมือไปเกี่ยวก้อยให้กับน้องชายทั้งสามคนอีกด้วย

 

บรรดาองค์ชายกับลู่ถิงอวี่สบตากัน ก่อนจะยิ้มน้อยๆ พูดคุยกันเบาๆ ฟังเสียงฝนและซึมซับความสดชื่นยามราตรีกาล

 

ฝ่าบาท...อย่าคิดว่าท่านเป็นฮ่องเต้แล้วจะรังแกพวกเราได้ตลอดนะพ่ะย่ะค่ะ

ฮึ! ให้พระองค์ทรงอิจฉาที่ไม่ได้ร่มน้ำมันที่องค์ชายใหญ่วาด

 

ต่อให้ได้ไปก็เป็นความทรงจำของพวกเขาทั้งห้าคน

ส่วนฝ่าบาทน่ะ...

 

ฮึ!

 

………………

 

ตอนหน้าจะเครียดนิดนึง เลยเอาตอนพิเศษมาส่งก่อนค่ะ เป็นตอนสบายๆ ขององค์ชายใหญ่กับบรรดาน้องชาย แล้วก็เสด็จพ่อด้วย ^_^ คราวนี้เสด็จพ่อได้อิจฉาร่มสวยๆ แน่ๆ 555

เราเพิ่งกลับมาจากการเดินทาง อากาศที่ไม่เหมือนกันทำให้ภูมิแพ้ขึ้นอีกแล้วค่ะ งือออ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะพยายามมาต่อตอนหลักนะคะ เพราะวันพุธยังต้องเดินทางอีกแล้วววว ต้องขอโทษด้วยนะคะที่หายไปนาน ช่วงนี้เรายุ่งมากจริงๆ เลยเอาตอนพิเศษมาชดเชยก่อนนะคะ อย่าโกรธกัน้าาาา

อย่าลืมดูแลตัวเอง อย่าลืมรักษาสุขภาพ และพักผ่อนให้เพียงพอกันด้วยน้าาาา

สำหรับวันนี้…ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.326K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,284 ความคิดเห็น

  1. #2999 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 23:36
    แต่ละคนคือขิงกันจัดๆบอกเลย5555
    #2,999
    0
  2. #2667 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 20:35
    5555555สมน่ำหน้าเค้านะคะ
    #2,667
    0
  3. #2641 mothergod (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 13:05
    เดี๋ยวก็โดนอีกหรอก555555
    #2,641
    0
  4. #1773 khunsom08 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 04:49
    ตลกมาก
    #1,773
    0
  5. #1772 Avista (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 01:48
    55545545
    #1,772
    0
  6. #1138 HYUNPARK (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 16:45
    ก็คือเป็นตอนที่ทุกคนแย่งความรักความสนใจจากซื่ออวิ๋นน้อยดีๆนี่เอง
    #1,138
    0
  7. #1087 sakura17 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 17:58
    ก็คือวันสบายๆที่ฮ่องเต้แย่งองค์ชายใหญ่มาจากบรรดาองค์ชายอื่นๆกับลู่ถิงอวี่ได้555
    #1,087
    0
  8. #1072 molyarat (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 00:16
    ชอบมากกก
    #1,072
    0
  9. #1044 @BANANANANANANA (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 10:11
    อยากเปิดฮาเร็มจริงๆเลย
    #1,044
    0
  10. #1005 ขุนพลอมนุษย์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 23:04
    ไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว5555
    #1,005
    0
  11. #988 Pugkard Piyamaporn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 22:06
    55555555
    #988
    0
  12. #987 Yunnill (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 22:02
    ตอนนี้น่ารักมากกก
    #987
    0
  13. #986 b_bbexam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 22:01
    เอ็นดูม้าก5555555555
    #986
    0
  14. #985 puy3123 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 12:53

    มาต่อเร็วๆนะจ๊ะ
    #985
    0
  15. #984 puy3123 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 12:53

    มาต่อเร็วๆนะจ๊ะ
    #984
    0
  16. #983 puy3123 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 12:53

    มาต่อเร็วๆนะจ๊ะ
    #983
    0
  17. #982 Baby_BT (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 12:12
    มารออ่านค์ชายใหญ่ทุกวันเลยค่ะ ขึ้นว่าอัพก็ปลื้มปริ่มหัวใจ❤️
    #982
    0
  18. #981 oopipphuket (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 10:50
    ฝ่าบาทแซ่บค่ะ
    #981
    0
  19. #980 56523a (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 10:44

    สู้ๆนะ✌✌💞💞😍😍
    #980
    0
  20. #979 FiShandBird (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 08:02
    ฮืออ เขินมากๆ ;-;;;
    #979
    0
  21. #978 Whatever it is (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 07:13
    ขอบคุณค่ะ น่ารักจริงๆเลย
    #978
    0
  22. #977 _Daonuea_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 05:39

    คิดถึงมากๆๆๆ รักษาสุขภาพด้วยนะคะไรท์ไปไหนก็พกร่ม พักผ่อนเยอะๆค่ะ รอได้เสมออย่าหักโหมนะคะ เดินทางปลอดภัยค่าาา
    #977
    0
  23. #976 shino13 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 05:22
    ตอนหน้ามีเรื่องแน่ๆ
    #976
    0
  24. #975 TTXNG KKWX (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 00:01
    อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วเลยย รอนะคะะ
    #975
    0
  25. #974 0892812425 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 23:55
    โดนเอาคืนแล้วฝ่าบาท5555
    #974
    0