ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 15 : 特地 หลังเมฆงามลับฟ้า (ตอนพิเศษ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,071 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

ตอนพิเศษ

 

 

หิมะสีขาวโปรยปรายลงมาอย่างแช่มช้านุ่มนวล แม้ไม่ได้ตกหนักมากดั่งเช่นเหมันต์ฤดูที่ผ่านมา แต่ก็โปรยปรายลงมาไม่ขาดสายมาหลายวันแล้ว...ราวกับจะย้อมทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นสีขาวโพลน

 

และ...ราวกับไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับ

 

หิมะขาวโปรยปรายจากฟากฟ้า...แช่มช้อยอ้อยอิ่ง

บางครา...ก็ดุจน้ำตาจากผืนฟ้าไพศาล

 

ใช่...ตั้งแต่วันที่คนผู้หนึ่งจากไป...ละอองหิมะก็โปรยปรายลงมาเช่นนี้ไม่หยุดหย่อน ตำหนักลั่วสุ่ยนอกวังที่เคยได้รับการกล่าวขานว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงยามนี้ถูกหิมะปกคลุมเต็มไปหมด พื้นดินก็เป็นสีขาวโพลน ละอองหิมะทับถมกันไปเรื่อยๆ ทำให้เดินอย่างยากลำบาก...สวนเหมยแดงที่ขึ้นอยู่ตามตำหนักถูกละอองหิมะปกคลุม

 

เป็นสีแดงสลับขาวที่ดูงดงาม...ทว่าเย็นชายิ่ง

 

บุรุษหนุ่มร่างสูงที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวสะอาดดูราวจะกลมกลืนไปกับหิมะ แต่ว่าเขาเป็นบุรุษที่ดูโดดเด่นยิ่งนัก จนสามารถทำให้ความงามของธรรมชาติก็มิอาจสู้เขาได้ ชายอาภรณ์สีขาวขลิบด้วยไหมสีดำฝีเข็มประณีตละเอียด ด้ายที่ใช้นั้นเป็นสีนิลที่ทำมาจากไหมเลื่องชื่อของสู่ชวน ห้อยเอวด้วยหยกนิลด้าน เส้นผมสีดำยาวดุจเส้นไหม มวยผมยกขึ้นด้วยกวานหยกฉลุลายล้ำค่า

 

หล่อเหลางดงาม...ทว่าเศร้าหมอง

ยิ่งผสานไปกับแต่งกายที่ราวกับไว้ทุกข์อยู่นั่นอีก...ยิ่งทำให้เขาดูเศร้าสร้อยล้ำลึก

 

ดวงตาดอกท้อคู่สวยทอดมองออกไปยังท้องฟ้าสีเทาในเหมันต์ฤดู ปลายนิ้วเรียวเคาะกับริมระเบียง ปล่อยให้ละอองหิมะต้องมือจนเย็น เขาก็ไม่คิดจะสนใจ เสียงเคาะแผ่วๆ จากปลายนิ้วเกิดเป็นท่วงทำนองเหงาเศร้า...

 

ราวบทเพลงอาลัยแด่ผู้ล่วงลับ...

 

เขาคือบุรุษผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นบุรุษที่งดงามเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า...อัจฉริยะผู้งดงามดุจสลักมาจากหยกขาว

บุตรชายของอัครเสนาบดีลู่...

ลู่ถิงอวี่

 

ลู่ถิงอวี่ผู้นี้แม้จะเป็นที่ชื่นชมแต่ขณะเดียวกันก็เป็นที่ขบขันของผู้คนมิน้อย เพราะแม้เขาจะเก่งกาจเพียงใด แต่ร่างกายกลับอ่อนแอขี้โรค ซ้ำยังถูกองค์ชายใหญ่ของราชวงศ์แต่งเข้าจวนพร้อมสามีอีกสองคนและอนุอีกสี่คน...ตัดสิทธิ์ในการเข้ารับราชการและตำแหน่งอัครเสนาบดีของเขาอย่างสิ้นเชิง

 

มีความสามารถแล้วอย่างไร เป็นอัจฉริยะแล้วอย่างไร

ก็เป็นเพียงหนึ่งในสามีขององค์ชายไร้ค่าผู้หนึ่งเท่านั้น...

 

แต่บัดนี้...ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

ไม่มีองค์ชายใหญ่ผู้ที่งดงามเป็นเอกผู้นั้นอีกแล้ว ไม่มีตำหนักลั่วสุ่ยนอกวังที่รายล้อมไปด้วยคนงามผู้เลื่องชื่อ

และไม่มี...สามีที่ถูกผู้คนใต้หล้าซุบซิบนินทาเช่นคุณชายลู่...

 

เพราะองค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋นผู้นั้น...เสียชีวิตจากไปแล้ว

 

เป็นการจากไปที่ทำให้ผู้คนจดจำเพียงชั่วครู่...ดุจพลุที่เปล่งประกายบนผืนฝ้าราตรีเพียงประเดี๋ยว ผู้คนร่วมอาลัยเพียงระยะเวลาเก้าวันเก้าคืนในการจัดงานพระศพเท่านั้น เพราะฮ่องเต้เย่เทียนหลงได้รับสั่งให้จัดงานอย่างสมเกียรติ และฝังบรรจุดร่างไว้ในสุสานหลวงแต่งตั้งยศบรรดาศักดิ์ย้อนหลังเป็นชินอ๋อง

 

ช่างสมกับคำร่ำลือที่เคยบอกว่าองค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋นเป็นองค์ชายที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุดพระองค์หนึ่ง

แต่จะมีใครรู้ดีเท่าลู่ถิงอวี่...

 

เกียรติยศเหล่านั้นเป็นการชดเชยให้องค์ชายผู้หนึ่งที่ถูกดึงเข้ามาร่วมในแผนการ และจบชีวิตลงอย่างปวดร้าว แม้องค์ชายผู้นั้นจะกระทำสิ่งที่ไม่อาจอภัยให้ลงไปก็ตาม...

 

ลู่ถิงอวี่ถอนหายใจแผ่วเบา เขาขยับเปลี่ยนมาเอนตัวพิงริมระเบียงไว้ ขณะที่เคลื่อนกายก็เผยให้เห็นสร้อยยาวเส้นหนึ่งที่มีจี้ห้อยหยกงามดุจแสงอรุณไว้

 

หยกอุ่นอรุณ...สมบัติล้ำค่าควรเมือง

 

หยกที่คนผู้หนึ่งนำมามอบให้เขาเป็นของขวัญในยามที่แต่งเข้าตำหนักลั่วสุ่ยนอกวังมา เพราะรู้ว่าเขาร่างกายอ่อนแอและสิ่งเหล่านี้จำเป็นกับเขามาก คนผู้นั้นที่มักคอยเป็นห่วงสุขภาพของเขาอยู่เสมอ ทุ่มเทเพื่อเขามากมาย ใส่ใจเขาเสมอ มักแอบมองอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยกล้าเข้ามาพูดคุยราวลูกแมวตัวน้อย

 

และจากไป...โดยที่เข้าใจเขาผิด

ไม่ฟังคำตอบของคำถามที่เคยถามเขาไว้...

 

เหล่าข้ารับใช้ที่อยู่คอยรับใช้นั้นต่างก็ไม่กล้าเข้าไปพูดคุย แม้เจ้านายของตำหนักจะจากไปแล้ว แต่ฝ่าบาทยังทรงให้พวกเขาทั้งหมดอยู่ในตำหนักแห่งนี้ต่อ รับใช้เจ้าของตำหนักคนใหม่...

 

อย่างคุณชายลู่

ผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นอัครเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าเซี่ย

 

ข้ารับใช้ทั้งหลายไม่กล้าเข้าไปขัดคุณชายลู่ แม้เสียงเคาะนิ้วที่ก่อเกิดเป็นบทเพลงของเขาจะไพเราะแต่ทว่าเศร้ามาก เป็นเช่นนี้มาเกือบเดือนแล้ว พวกเขาฟังจนเศร้าตาม ไหนคุณชายลู่จะสวมใส่ชุดขาวเรียบง่ายเช่นนี้มานาน

 

ราวกับจะไว้ทุกข์...

 

เหล่าข้ารับใช้ก้มหน้าต่ำลงอีก ทำความเคารพร่างสูงหนึ่งที่เดินเข้ามา ผู้มาเยือนได้ยินเสียงเคาะนิ้วหม่นหมองนั่นแล้วก็ย่นคิ้ว พลางถอนหายใจแผ่วเบา เดินมาหยุดข้างๆ ลู่ถิงอวี่ “เจ้าที่เป็นเช่นนี้ล้วนทำให้พวกเราเป็นห่วง” น้ำเสียงนุ่มนวลของชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นองค์ชายรัชทายาทและกำลังจะก้าวขึ้นเป็นฮ่องเต้ของต้าเซี่ยในอีกไม่กี่วันข้างหน้าดังขึ้น แต่ลู่ถิงอวี่ก็ไม่ได้ผินกายกลับมามองแต่อย่างใด

 

ระหว่างพวกเขาหาใช่เจ้านายกับข้ารับใช้...แต่เป็นสหายรักที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา

ดังนั้นมารยาทบางอย่างเลยไม่จำเป็น

 

เย่เฟิงถอนหายใจอีกรอบ “อากาศหนาว เจ้าออกมายืนตากหิมะเช่นนี้ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาอีก”

ลู่ถิงอวี่ยกยิ้มมุมปาก...คำพูดนี้คนผู้นั้นก็พูดกับเขาบ่อยๆ เช่นกัน...บางครั้งก็ฝากเหล่าข้ารับใช้หรือคนอื่นๆ มาบอกถ้าไม่กล้ามาเอง และถ้าหากเขาไม่ขยับไปไหนก็ขนเตาอุ่น ผ้าหนาๆ มาให้เสมอ

 

แต่...เขาคนนั้นไม่อยู่...ไม่อีกแล้ว

 

“ข้าแข็งแรงดี เจ้าอย่าได้กังวล” เส้นเสียงไพเราะของลู่ถิงอวี่นั้นแหบลงเล็กน้อย เสียงทุ้มนุ่มพร่าลงราวผ่านการใช้เสียงมาอย่างหนัก

 

ในพิธีศพขององค์ชายใหญ่ลู่ถิงอวี่เป็นคนเขียนและอ่านกลอนไว้อาลัยด้วยตัวเองตลอดเก้าวันเก้าคืน เขาไม่ยอมให้ผู้อื่นทำ แม้น้ำเสียงจะแหบพร่าจนต้องจิบน้ำอุ่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ลู่ถิงอวี่ก็ทำไม่ขาดตกบกพร่อง

 

“เย่เซียวคงกำลังใกล้กลับมาแล้ว?”

“อืม...เขาใช้เวลาแค่สี่วันก็กวาดล้างสกุลฉินและผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดที่หลบหนีออกไปนอกแคว้นได้แล้ว นับว่าฝีมือน้องสี่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น”

“เย่หานคงกำลังจัดการสายลับทั้งหมด”

ลู่ถิงอวี่ยิ้มจาง...องค์ชายรองเย่เฟิงกำลังจะก้าวเข้าสู่การครอบครองบัลลังก์มังกรที่อยู่เหนือผู้คนใต้หล้า องค์ชายสามและองค์ชายสี่ได้รับยศชินอ๋อง คนหนึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ได้รับสมญานามว่าเทพสงคราม อีกคนเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ที่เก่งกาจมากฝีมือ

 

ค้ำจุนบัลลังก์ ปกปักษ์รักษาแผ่นดิน

 

ว่าที่ฮ่องเต้เห็นเพื่อนสนิทเป็นเช่นนี้แล้วก็ได้แต่ถอนใจแผ่ว ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่เขาและหลายคนค้างคาใจมาตั้งแต่เรื่องราวคราวนั้น... “เจ้าโทษข้า...โทษพวกเราหรือไม่”

ลู่ถิงอวี่ยกยิ้มงดงามน่ามองทว่าเศร้าสร้อยยิ่งนัก ส่ายหน้าช้าๆ “ไม่...ข้าไม่เคยโทษเจ้าเย่เฟิง จะเย่หานหรือเย่เซียวข้าก็ไม่เคยโทษ”

“แล้วเสด็จพ่อกับบิดาเจ้า รวมถึงพวกท่านลุงหยางเล่า?”

ลู่ถิงอวี่ส่ายหน้าอีกครา “ยิ่งไม่เคยโทษ...”

 

เช่นนั้นเจ้าก็อย่าเป็นอย่างนี้

 

เย่เฟิงได้แต่บ่นในใจ...ลู่ถิงอวี่ครองตนด้วยความหมองเศร้ามาตลอด แม้ปกติเขาจะสวมใส่ชุดขาวอยู่เสมอ แต่มิได้ดูเรียบง่ายและเป็นสีดำขาวเช่นนี้ ผู้ที่รู้จักและสนิทชิดเชื้อกับคุณชายลู่ต่างก็รู้ดี...

 

ว่าเขากำลังไว้ทุกข์...

ไว้อาลัยให้แก่เสด็จพี่ใหญ่ที่จากไปผู้นั้น

 

เย่เฟิงไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ว่าลึกซึ้งเพียงไร แต่เขาไม่เคยพอใจยามที่เสด็จพี่ใหญ่ทูลขอสมรสพระราชทานกับเพื่อนสนิทของเขา การแต่งเข้าจวนหรือตำหนักองค์ชายสักคนโดยที่ทั้งสองเป็นบุรุษนั้น...เท่ากับตัดอนาคตทั้งหมดของลู่ถิงอวี่ไปอย่างสิ้นเชิง

 

เข้ารับราชการไม่ได้ สืบต่อสกุลไม่ได้ สืบทอดตำแหน่งต่อไม่ได้

 

ไม่ค่อยได้พูดคุยทำความรู้จักและสนิทสนมกัน ในบรรดาที่น้องทั้งหมด เย่เฟิงไม่สนิทสนมกับเสด็จพี่ใหญ่ผู้นี้เลย ซ้ำเขายังทำเรื่องราวมากมายลงไป...สิ่งที่พวกเขามิมีทางยอมได้

 

ทรยศแผ่นดิน...ให้ความช่วยเหลือเหล่ากบฏ

 

แม้ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้อง ยามที่อีกฝ่ายจากไปพวกเขาก็มิได้ร่ำไห้เสียใจ แค่ไปร่วมพิธีตามหน้าที่เท่านั้น เพราะวัยเยาว์ก็หาได้พูดคุยกันมากนัก ไม่มีความผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น ในวังหลวงเองก็ไม่มีใครเสียใจ หลังเก้าวันเก้าคืนของพิธีผ่านไป ทุกคนก็กลับมาใช้ชีวิตดั่งเดิม

 

 

และในตำหนักลั่วสุ่ยนอกวังนี้...เกรงว่านอกจากลู่ถิงอวี่แล้วก็คงไม่มีใครเสียใจกับการจากไปของอดีตองค์ชายใหญ่

 

“นี่เป็นผลที่เกิดมาจากการกระทำของเขาเอง ข้าล้วนไม่โทษใครทั้งสิ้น เขาเลือกกระทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง...แม้สกุลฉินจะคอยชักจูงและค่อยกล่อมเขา แต่การตัดสินใจทั้งหมดก็มาจากเขาทั้งนั้น”

 

แต่ข้าโทษตัวเอง...ที่ไม่ใช้เวลากับเขาให้มากกว่านี้

 

ยามที่เขามาหลบซ่อนแอบมองราวลูกแมวน้อย ยามที่เขาคอยใส่ใจดูแล ยามที่เขาเป็นห่วงและหาของขวัญมามอบให้...ข้าน่าจะเข้าไปพูดคุยกับเขา น่าจะสานสัมพันธ์กับเขาให้สมกับฐานะสามี

 

แต่ใต้หล้านี้ไหนเลยจะมีคำว่า ‘น่าจะ’

ทำได้เพียงเสียดายช่วงเวลาเหล่านั้น...ที่ไม่มีวันหวนกลับ

 

“แล้วเจ้าจะเป็นเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน?”

“ข้าก็ยังเป็นข้ามิใช่หรือ งานใดๆ ล้วนไม่บกพร่อง” ลู่ถิงอวี่ตอบกลับยิ้มๆ และก็เป็นจริงอย่างที่เขาพูด มิว่าจะงานราชการ งานดูแลความเรียบร้อยในตำหนักลู่ถิงอวี่ก็ล้วนจัดการได้อย่างเรียบร้อยไม่เป็นที่ติ

เย่เฟิงส่ายหน้า “ถิงอวี่...เจ้ามิใช่จะเป็นเช่นนี้ไปตลอดใช่หรือไม่ ไว้ทุกข์และบรรเลงแต่เพลงอาลัย...เจ้าอายุยังน้อย มิคิดจะหาผู้ใดมาเคียงกายบ้างหรือ...เจ้าไม่ใช่สามีของเสด็จพี่ใหญ่ผู้นั้นอีกแล้ว แต่เป็นว่าที่อัครเสนาบดีที่เก่งกาจสามารถและรูปงามเป็นอันดับหนึ่ง”

 

คุณชายลู่ผู้บรรเลงพิณได้เป็นเลิศที่สุดกลับไม่สามารถดีดบรรเลงเพลงที่มีความสุขหรือสนุกสนานออกมาได้อีกแล้ว...ทุกครั้งยามไล้มือบนสายพิณจะก่อเกิดแต่บทเพลงที่เหงาเศร้า

 

“ท่านพ่อคงฝากเจ้ามากล่อมข้า” ลู่ถิงอวี่เอ่ยดักคออย่างรู้เท่าทัน เพราะบิดามักบ่นเขาอยู่เสมอว่าควรหาคนมาอยู่เคียงข้างได้แล้ว...

“เฮ้อ...ทั้งอาจารย์ ทั้งเสด็จพ่อ เสด็จแม่ ว่านกุ้ยเฟย หรือกระทั่งท่านลุงหยางต่างก็ล้วนเป็นห่วงเจ้ากันทั้งนั้น สตรีรูปโฉมงดงามมากความสามารถทั้งแว่นแคว้นต่างก็อยากเข้าจวนอัครเสนาบดีกันมิขาด”

“เจ้ากำลังจะอภิเษกสมรสใช่ว่าข้าต้องมีคู่แต่งงานไปด้วย”

“เย่เซียวกับเย่หานก็มีคนที่ต้องตาต้องใจแล้ว เจ้ากลับจะครองความโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตเช่นนั้นหรือ?”

ลู่ถิงอวี่พยักหน้ารับยิ้ม “แต่งงานเป็นสามีภรรยาร่วมผูกผม มีฟ้าดินเป็นพยานกันแล้วครั้งหนึ่ง...ก็ย่อมเป็นเช่นนั้นไปตลอด”

 

ชาติภพนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

และหวังว่าชาติภพหน้า...จะได้ครองคู่ผูกผมร่วมกัน คล้องแขนดื่มสุรา ม่านแดงมงคลรายล้อมอีกครา

 

เย่เฟิงนิ่งไปทันที พลางมองลู่ถิงอวี่อย่างจนปัญญาจะปราม “เจ้ายืนยันจะไม่แต่งงานอีก...แม้ตอนนี้เสด็จพ่อจะมีราชโองการหย่าให้เจ้าแล้วก็ตาม”

ลู่ถิงอวี่พยักหน้า น้ำเสียงนุ่มเอ่ยด้วยความหนักแน่นมั่นคง “ใช่”

“ถิงอวี่...”

ลู่ถงอวี่ยิ้ม ใบหน้างามแหงนมองผืนฟ้า ปล่อยให้ละอองหิมะโปรยปรายแตะแก้ม ความเย็นมิได้ทำให้เขาสนใจ ในดวงตาดอกท้อนั้นฉายแววเศร้าเหงาลึกล้ำ

“ข้ารักเขา...แต่ไม่เคยได้บอกออกไป”

 

รักตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...รู้ตัวอีกทีเขาก็เข้ามาอยู่ในหัวใจจนต้องมองหาอยู่ร่ำไป

 

ลู่ถิงอวี่ยังจำภาพวันนั้นได้ติดตา...ท่ามกลางกลองเพลิงที่ลุกไหม้ ร่างดงามที่ถูกคนผู้นั้นอุ้มกลับมา เขาได้แต่แน่นิ่ง แม้คิดไว้มากมาย แต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกฝ่ายในสภาพที่ไร้ชีวิตไปแล้วเช่นนั้น ลู่ถิงอวี่ทำได้เพียงรับร่างนั้นมาอุ้มไว้ กอดร่างเย็นชืดที่ไร้ชีวิตไร้จังหวะการเต้นของชีพจรนั้นไว้ในอ้อมแขน พร่ำบอกคำที่ไม่ได้กล่าวออกไป ถ้อยคำมากมายเขาล้วนพูดออกมาทั้งหมด...

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าหิมะตกลงมาตอนไหน..

ความเย็นของหิมะทำให้เขาต้องล้มป่วยอยู่ในห้องถึงสามวันเต็มๆ แต่ลู่ถิงอวี่ก็ยังฝืนตัวเองออกมาจัดการงานพิธีศพให้องค์ชายใหญ่

 

เพราะเขารู้ดี...ว่าการจากไปครั้งนี้...

มีเพียงน้อยคนนักที่เสียใจและร่ำไห้ออกมาด้วยใจจริง...

 

เย่เฟิงถอนหายใจอีกรอบ มองใบหน้าของเพื่อนสนิทที่เหมือนเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิม ถิงอวี่ยังคงสง่างามดุจหยกขาวเช่นเดิม แต่กลิ่นอายเศร้าโศกกลับรายล้อมรอบตัวไม่จางหาย เย่เฟิงตบไหล่ลู่ถิงอวี่เบาๆ แล้วหมุนกายกลับโดยไม่พูดอะไรอีก...แม้พวกเขาจะเป็นเพื่อนสนิทแต่บางอย่างก็ล้วนต้องเป็นการตัดสินใจของเจ้าตัวเอง

 

โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ...

 

.....................

 

“คุณชายลู่ขอรับ...ค่ำแล้ว ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะขอรับ”

“อันกงกง” ลู่ถิงอวี่ที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ริมระเบียงหันมาเรียกขานเบาๆ ...กงกงใหญ่ประจำตำหนักลั่วสุ่ยที่มาประจำอยู่ที่นี่ ใบหน้าของผู้สูงวัยนั้นใต้ตาบวมช้ำราวผ่านการร้องไห้เสียใจมาอย่างหนัก ร่างกายก็ซูบผอมไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต

 

คนผู้นี้เป็นข้ารับใช้ที่สนิทสนมกับองค์ชายใหญ่ที่สุด

และเสียใจกับการจากไปของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง...

 

“ขอสุราเพิ่มให้ข้าอีกสักไหสิ”

“คุณชาย...ท่านอย่าเป็นเช่นนี้เลยขอรับ ถ้าหากองค์ชายทรงทราบเกรงว่าจะไม่สบายใจเอานะขอรับ”

มือขาวเรียวของลู่ถิงอวี่ชะงักไหเหล้าที่กำลังยกขึ้นดื่ม เขาถอนหายใจแผ่ว ก่อนเทเหล้าที่บรรจุในขวดกระเบื้องขาวลงจนหมดรดน้ำให้ต้นเหมยข้างๆ จากนั้นก็ยกยิ้มจาง “คนขี้กลัวเช่นเขาคงได้แต่มองอยู่ไกลๆ มิกล้าเข้ามาบอกข้าเอง หรือต่อให้มาก็คงมานั่งเป็นเพื่อนมากกว่า เขาชอบให้เจ้ามาบอกข้า...แต่ช่างเถิด เขาใส่ใจสุขภาพของข้าที่สุด ข้าไม่อยากทำให้เขาเป็นห่วง”

 

แม้คนผู้นั้นจะไม่อยู่แล้วก็ตาม

 

ราวกับมีภาพคนบางคนคอยแอบมองอยู่ตรงเสาต้นใหญ่ตรงนั้น ดวงตากลมโตมองมาอย่างเป็นห่วง ยามที่เขาสบตากลับไปก็จะยิ้มเก้ออย่างน่าเอ็นดูราวลูกแมว แต่ก็ไม่กล้ามาคุย ผ่านไปไม่ถึงเวลาครึ่งถ้วยชาก็มีข้ารับใช้เอาเตาอุ่นและเปลี่ยนเป็นน้ำชาเลิศรสกับขนมหายากมาให้เขาแทน

อันกงกงคลี่รอยยิ้มน้อยๆ พยักหน้าเห็นด้วย เขารู้ดีว่าคำพูดนี้ใช้ได้ผลเสมอ...ขอแค่เอาชื่อองค์ชายใหญ่มาอ้าง คุณชายลู่ก็จะรับฟังอยู่ตลอดเวลา ตนเองก็อยากรับใช้บุคคลนี้ต่อจากเจ้านายน้อยผู้จากไป

 

เพราะเขาคือคนที่องค์ชายใหญ่รักที่สุดผู้หนึ่ง

 

“คนอื่นๆ คงกำลังเตรียมตัวออกจากตำหนักนอกวังไปหมดแล้วกระมัง” เหล่าอนุและสามีที่เหลือต่างได้รับราชโองการหย่าจากฮ่องเต้ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปยังที่ที่ตนกลับมากลับประจำหน้าที่และตำแหน่งที่เคยเป็น

 

บางคนก็จากไปไม่มีวันกลับ บางคนก็ได้เลื่อนตำแหน่ง บางคน...ก็กลับไปยังแว่นแคว้นของตัวเอง

 

“ขอรับ”

“อันกงกงจะอยู่ที่นี่ตลอดไปสินะ”

“ขอรับ...คุณชายลู่เองก็คงเช่นกัน”

ลู่ถิงอวี่ยิ้มรับ แม้อีกไม่กี่วันข้างหน้าตนจะสืบต่อตำแหน่งอัครเสนาบดี มีจวนเป็นของตัวเอง แต่ลู่ถิงอวี่ก็ไม่คิดจะย้ายไปไหน ในเมื่อฮ่องเต้ทรงพระราชทานตำหนักหลังนี้ให้ตนแล้ว...

 

เช่นนั้น...เขาก็จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นี่

 

‘บ้าน’ ที่แม้ไม่มีใครคนนั้นอยู่ แต่ทุกที่ราวมีกลิ่นอายน้ำค้างอันแสนบริสุทธิ์รายล้อม ราวกับมีเงาของใครคนนั้นอยู่ทุกที่ ทุกการกระทำ ทุกท่าทางล้วนเต้นเร่าอยู่ในความทรงจำ

ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายคิดว่าไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา...แต่ไม่เคยรู้ว่าสำหรับลู่ถิงอวี่แล้ว ล้วนจำได้ไม่เคยลืมเลือน ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ท่วงท่า ทุกิริยา ราวกับเต้นเร่าอยู่ในดวงตา อยู่ในหัวใจไม่เสื่อมคลาย

 

ตราตรึงไปถึงส่วนที่ลึกที่สุด งดงามที่สุด

ฝังรากลึกไปยังกระดูกและทุกส่วนของร่างกาย

 

“ชั่วชีวิตที่เหลือต่อจากนี้...ข้าจะไม่แต่งงานใหม่ จะไม่มีคนมาแทนที่อยู่ข้างกาย และจะสวมใส่ชุดขาวดำไว้ทุกข์ไปตลอดชีวิต”

 

เพื่อท่าน...ที่จากไปไม่มีวันหวนกลับ

นี่เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ข้าจะทำเพื่อ...ภรรยาของข้า

 

“เช่นนั้นข้าน้อยจะอยู่เป็นเพื่อนท่าน”

ลู่ถิงอวี่หัวเราะหนึ่งเสียง เอนตัวพิงระเบียงกำแพง ยอมรับเสื้อคลุมที่อันกงกงส่งมาให้แต่โดยดี เมรัยร้อนถูกแทนที่ด้วยชาบัวแดงหิมะที่ใครคนหนึ่งชอบดื่มเป็นที่สุด

 

หลายปีต่อจากนั้น...ลู่ถิงอวี่ก็กลายเป็นอัครเสนาบดีลู่ผู้เก่งกาจและชาญฉลาด เป็นหนึ่งในเสาหลักค้ำจุนแผ่นดินต้าเซี่ยจนเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม

 

แต่ชั่วชีวิตของท่านอัครเสนาบดีผู้เป็นตำนานและประวัติศาสตร์ของต้าเซี่ยผู้นี้...กลับไม่แต่งงานใหม่ สวมใส่ชุดขาวดำราวไว้ทุกข์มาตลอดชีวิต

พิณงามในตำนานที่อยู่ในมือลู่ถิงอวี่ขับขานบทเพลงอาลัยทุกวันไม่เคยขาด...จวบจนวันสุดท้ายของชีวิตก็เป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

 

ตราบสูญสิ้นลมหายใจ...

 

 

พันหมื่นชาติภพวนเวียนมิจบสิ้น เวียนว่ายตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้าหากชาติหน้ามีจริง...ข้าก็วาดหวังและภาวนาให้พวกเราได้มีโอกาสเคียงคู่

 

แต่งงานร่วมผูกผม ร่วมเรียงเคียงหมอน กอบกุมสองมือ...ไม่มีวันพรากจาก

 

จะถนอมตัวตนและรอยยิ้มของท่าน...ถนอมช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน และไม่มีวันปล่อยให้ท่านหลงไปเดินทางผิดอีกเป็นอันขาด จะรักใคร่ถนอมมิหน่าย

 

และจะพร่ำบอกคำที่ชาตินี้ไม่เคยมีโอกาสได้บอก

 

‘ข้ารักท่าน...เย่ซืออวิ๋น’

 

..............

 

หลังน้องจากไป...จะมีรายละเอียดมากกว่านี้นะคะ แล้วก็จะมีคำตอบด้วยว่าทำไมชาตินี้น้องถึงกลับมาเพราะพี่ลู่ แต่ถ้าเราใส่ดีเทลเยอะกว่านี้ทุกคนได้รู้ตัวคนฆ่าน้องแน่ๆ ค่ะ จะมีมุมมองของสามีและอนุคนอื่นๆ ด้วย แต่เราเล่ามากไม่ได้ เดี๋ยวสปอยล์ 555 ^_^

อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้จะหม่นๆ เล็กน้อย พี่ลู่ไม่ยอมแต่งงานใหม่ ใส่ชุดไว้ทุกข์ชั่วชีวิต และไม่เคยบรรเลงพิณอื่นนอกจากเสียงพิณอาลัยกับเพลงที่น้ององค์ชายใหญ่ชอบ บางครั้งการที่รักแต่ไม่ได้บอกออกไป แถมคนที่รักยังจากไปโดยที่เข้าใจผิดก็เป็นความเจ็บปวดอย่างหนึ่งเหมือนกันค่ะ งืออออ

อย่าลืมดูแลตัวเอง อย่าลืมรักษาสุขภาพ พกแมส พกเจลกันด้วยนะคะ หน้าฝนแล้วอย่าลืมพกร่มกันด้วย พักผ่อนเยอะๆ อย่าให้ตัวเองป่วยกันน้าาาาา

 

สำหรับวันนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์ค่าาา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.071K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,284 ความคิดเห็น

  1. #4262 MatteMe (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 11:38
    -กุร้องไห้ มันเห็นภาพหลานจ้านหลังเว่ยอิงตาย ขอโทษแม่ ทับซ้อนนิดหน่อย แต่ก็เศร้าไปกับคุณชายลู่เค้าจริงจังมาก มันเศร้าตรงที่คนที่เรารักอ่ะ- ใครไม่เสียใจแต่เราเสียใจ บีบหัวใจสุด
    #4,262
    0
  2. #4251 sungva (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 17:15
    บีบหัวใจมาก น้ำซึมเลยค่ะ😭😭
    #4,251
    0
  3. #4240 Dongji-feihua (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 02:31
    ต่อให้บอกแค่ไหนก็ไม่ได้ยินและไม่รับรู้แล้ว พี่ลู่คงเจ็บปวดมากๆ

    อ่านแล้วเจ็บปวดหัวใจ T-T
    #4,240
    0
  4. #4235 shokon477 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 01:23
    ตอนนี้เศร้าจริงน้ำตามาเป็นสาย😭😭😭
    #4,235
    0
  5. #4204 buabiiz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 23:18
    ร้องจนแน่นจมูกเลย แงงงงง
    #4,204
    0
  6. #4198 BeeBangpho (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 09:20
    น้ำตาแตกกกก 😭😭😭😭😭
    #4,198
    0
  7. #4124 cherry bomb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 21:39
    น้ำตาไหลตั้งแต่รู้ว่าตอนนี้เป็นมุมมองหลังน้องตายในชาคิที่แล้ว ฮือออออออ
    #4,124
    0
  8. #4123 nnppnew (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 19:51
    ฮืออออแงงงง อย่างน้อย คนที่น้องรัก ก็รักตอบ ถึงแม้ว่าน้องจะไม่รู้ก็ตาม
    #4,123
    0
  9. #4121 tamtawax (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 13:19
    อ่านตอนนี้วนหลายรอบและก็ร้องจนร้องไม่ออกเลย ใคร! ใครกันที่ทำน้อง ใคร!!
    #4,121
    0
  10. #4116 Kn_nann (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 03:51
    ชั้นร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง
    #4,116
    0
  11. #4110 Mayyongchy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 10:13

    อ่านตอนนี้แล้วน้ำตาไหลเลยจริงๆ
    #4,110
    0
  12. #4101 0979843633 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 21:27
    ครั้งแรกคิดว่าคนตระกูลฉิน ตอนนี้คิดว่าคนในวังหลวงนี่แหล่ะ ไม่เหล่าองค์ชายก็ฮ่องเต้
    #4,101
    0
  13. #4083 Gslotte (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 13:16
    หรือว่าคนฆ่าน้องจะเป็นฝ่าบาทกันนะ
    #4,083
    0
  14. #4041 아가세 MB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 12:46
    เปียกปอน เห้อเหมือนปลดล็อกคำถามที่เกิดขึ้นในใจแทนน้อง
    #4,041
    0
  15. #4025 vviiwwyy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 21:56
    น้ำตาไหลท่วม แง้
    #4,025
    0
  16. #3947 Little Bear's (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มีนาคม 2564 / 15:26
    แงน้ำตานองหน้า;-;
    #3,947
    0
  17. #3845 NameB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 20:33
    หมอนเปียกของจริง
    #3,845
    0
  18. #3820 Waris-pim (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 14:07
    ตอนแรกได้แต่สงสัยนะว่าพระเอกรักนายเอกมั่งมั้ยในชาติที่แล้ว พอรู้แล้วก็น้ำตาไหลไม่หยุดเลยจ้า
    #3,820
    0
  19. #3666 BabieGirl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:41
    บทนี้เปียกปอนจริงๆค่ะ 😢
    #3,666
    0
  20. #3659 SONE07 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:59
    เปียกปอนไปหมดเลยค่ะคุณไรท์เขียนบรรยายออกมาได้ดีจริงๆ
    #3,659
    0
  21. #3573 Sannina (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:05
    แงงงง เปียกปอนไปหมด
    #3,573
    0
  22. #3315 Kazuyae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:54
    กลับมาอ่านอีกรอบก็น้ำตาไหลเหมือนเดิม เจ็บปวดไปหมด😢
    #3,315
    0
  23. #3101 LukeFay-- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:04
    เปียกปอน แงงงงง
    #3,101
    0
  24. #3073 zezeuiaz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:12
    เมื่อย้อนกลับมาอ่านรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว เซียวแต่งกับใคร ในเมื่อฮวาอยู่สำนักชีจนวันตาย
    #3,073
    0
  25. #3051 Celestial things (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:12
    ร้องไห้ทั้งตอน เศร้ามากเลย ฮืออออ
    #3,051
    0
  26. #3021 queenpkk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 19:14
    คิดว่าจะน่าจะเป็นฮ้องเต้ เพราะบอกว่าจะจัดงานให้สมเกียรติ
    #3,021
    1
    • #3021-1 zezeuiaz(จากตอนที่ 15)
      2 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:10
      ก็คิดเหมือนกันว่าอาจเป็นเต้ แม้ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะกลัวน้องใจสลาย
      #3021-1