ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 1 : 一 องค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,198 ครั้ง
    7 ต.ค. 63

.一.

องค์ชายใหญ่...เย่ซืออวิ๋น

 

“ท่าน...” ชายหนุ่มผู้งดงามในสภาพเปื้อนคราบเลือดเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางกองเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้ย้อมราตรีกาลให้ตกอยู่ในห้วงทะเลเพลิง อาภรณ์ขาวที่ถูกย้อมด้วยหยาดโลหิตแดงฉานมิอาจลดทอนความงดงามของร่างนั้นแต่แม้แต่น้อย แต่ว่าดวงตาคู่สวยกลับสะท้อนความเจ็บปวดที่ราวแตกสลาย และความเจ็บปวดนั้นก็แล่นปราดไปทั่วร่าง นัยน์ตาหลุบต่ำลงมองดาบเล่มงามที่เสียบทะลุร่างตน...ตรงตำแหน่งหัวใจ

 

เขา...ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น...ไม่เคยคิดว่าคนผู้นี้จะปลิดชีพตน

 

“เหตุ...เหตุ...ใด” น้ำเสียงเริ่มขาดห้วง คำถามไม่ทันสิ้นประโยค เพราะมือใหญ่ที่จับดาบนั้นแม้จะสั่นไหวเพียงครู่ก็พริบตาเดียวก็กลับมามั่นคงและบิดหมุนเบาๆ ทำให้ร่างงามสะท้านเฮือกไปด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงและทรุดร่างลง...สิ้นใจไปทั้งอย่างนั้น

เจ้าของดาบดึงดาบออก หยาดโลหิตสาดกระจาย เปรอะเปื้อนร่างที่เคยถูกกล่าวขานว่างดงามไม้แพ้ผู้ใด แม้จะสิ้นชีพแล้วใบหน้านั้นก็ยังคงงดงามมิเปลี่ยนแปลง ดวงตาที่เคยสุกสกาวดุจดวงดาราเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดและความไม่เข้าใจ...ตายตาไม่หลับ

ร่างสูงใหญ่ของผู้สังหารย่อตัวลง มือใหญ่ปัดผ่านปิดดวงตาคู่งามลงช้าๆ ก่อนจะไล้ใบหน้าขาวแผ่วเบา...ความไม่เชื่อ ความสงสัย ความเจ็บปวดรวดร้าวสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นก่อนสิ้นลมจากไป ความรู้สึกเหล่านั้นเต้นเร่าอยู่ในใจของเขาด้วยเช่นกัน หยาดน้ำอุ่นๆ ค่อยๆ ไหลจากดวงตาเปรอะเปื้อนใบหน้างามของคนตาย มือใหญ่ช้อนร่างที่เริ่มเย็นชืดขึ้นในอ้อมแขน ก้าวเดินออกไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมลุกไหม้ไม่หยุด ทะเลเพลิงผสานไปกับทะเลเลือดดูน่ากลัวไม่น้อย เขาหลุบตามองร่างในอ้อมแขนกล่าวเสียงเบาทว่าเจ็บปวดนัก

“ข้าจะฝังศพเจ้าอย่างมีเกียรติ...ซืออวิ๋น

 

เฮือก!!

 

ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา หยาดเหงื่อไหลมาตามใบหน้าและไรผม เสียงหอบลมหายใจหนักๆ เฮือกๆ หน้าอกสะท้านขึ้นลงๆ มือขาวเรียวยกขึ้นทาบหน้าอกที่สะท้านไหว ความเจ็บปวดจากในห้วงฝันนั้นราวยังคงอยู่…แม้มันจะเป็นแค่ความฝัน แต่ความรู้สึกที่ดาบแทงทะลุหัวใจนั้นกลับสลักลึก

“ฝันอีกแล้ว” ฝันเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ แม้จะไม่สามารถเห็นหน้าผู้สังหารตน และไม่อาจจดจำได้แต่ความเจ็บปวดราวหัวใจแตกสลายนั้นเป็นของจริง...แสดงว่าผู้ที่สังหารเขาในชาติก่อนนั้นต้องเป็นคนสนิทและคนที่เขาให้ความสำคัญเป็นแน่

 

ใช่แล้ว...ชาติก่อน

 

นี่เป็นชีวิตที่สองของเขา...เย่ซืออวิ๋น องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นต้าเซี่ยราชวงศ์เย่ ชาติก่อนเขาตายไปโดยที่อายุน้อย และมิรู้ว่าใครเป็นผู้สังหารกันแน่...เย่ซืออวิ๋นจำได้ว่าตนนั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าพี่น้อง ถึงขั้นทูลขอเสด็จพ่อสมรสกับบุรุษด้วยกันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้วยซ้ำ

แม้ยุคสมัยนี้บุรุษกับบุรุษจะหาใช่เรื่องแปลกเท่าใดนัก แต่ก็ไม่มีใครเป็นเช่นตน เพราะนอกจากสามีที่ได้สมรสพระราชทานผู้นั้นแล้ว เย่ซืออวิ๋นยังทูลขอชายหนุ่มรูปงามเพิ่มอีก...ทำให้ในจวนของเขามีถึงสามสามี สี่อนุ ถูกตัดสิทธิ์ในการครองบัลลังก์อย่างสิ้นเชิง และถูกประณามจากผู้ใต้หล้า ทั้งเหล่าขุนนางและชาวประชา แทบจะเอาเรื่องราวของเขาไปแต่งเป็นนิทานเล่าขานไว้สั่งสอนลูกหลานมิให้เอาเยี่ยงอย่างด้วยซ้ำ แต่เย่ซืออวิ๋นหาได้สนใจไม่ เขาใช้ชีวิตเรียบง่ายดูแลเหล่าคนงามในจวนของตนเป็นอย่างดี แม้ไม่ได้แตะต้องคนเหล่านั้นก็เถอะ

 

สุดท้าย...ผู้ใดกันแน่ที่ฆ่าเขา

 

“องค์ชายยามเหม่าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงของอันกงกง กงกงคนสนิททำให้เย่ซืออวิ๋นที่เหม่อลอยกลับมาจอจ่อกับปัจจุบัน เด็กน้อยวัยสิบสองถอนหายใจแผ่วเบา เอ่ยเสียงนุ่มที่ยังฟังดูใสซื่ออยู่ตามประสาเด็ก

“เข้ามา”

อันกงกงพานางกำนัลสองสามคนเข้ามาด้วย ก่อนจะจับจูงเย่ซืออวิ๋นไปอาบน้ำชำระกาย แม้ข้างในจะเป็นบุรุษวัยยี่สิบและไม่จำเป็นต้องให้ใครมาปรนนิบัติแล้ว แต่ทำเช่นนั้นดูจะเป็นที่สงสัยเกินไป เย่ซืออวิ๋นเลยปล่อยให้พวกนางขัดผิวของเขาอย่างเบามือ สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา หวีผม ติดเครื่องประดับให้เรียบร้อย

ใช้เวลาเพียงเค่อเดียวก็เสร็จเรียบร้อย แย่ซืออวิ๋นที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวสะอาดปักลายเมฆาเคลื่อนด้วยด้ายสีทอง หยกธารธาราสีขาวเนื้อดีถูกห้อยไว้ที่เอว เส้นผมสีดำสนิทดุจเส้นไหมถูกรวบไว้อย่างเรียบง่ายด้วยผ้าปักลายเดียวกับชุด แพขนตาเรียงตัวสวยกระพริบเบาๆ รับกับดวงตากลมโตที่สุกสกาวดุจดวงดารา ยามมองสบผู้ใดก็ราวกับจะขโมยหัวใจผู้คน ผิวกายขาวผุดผาด ยามแย้มยิ้มเห็นฟันขาวดุจไข่มุก

 

ราวเทวดาน้อยที่แสนน่ารักน่าชัง

 

“ไปเถิด เดี๋ยวจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อสาย” เย่ซืออวิ๋นเดินออกไปจากตำหนักลั่วสุ่ย มีขันทีคนสนิทอย่างอันกงงและนางกำนัลสองคนเท่านั้นที่เดินตาม เหล่าข้ารับใช้ทั้งหลายต่างแอบมององค์ชายใหญ่ที่เป็นโอรสองค์โปรดขององค์ฮ่องเต้ องค์ชายที่ถือกำเนิดจากฉินกุ้ยเฟย สตรีที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นรักแท้ของโอรสสวรรค์ แม้มารดาจะสิ้นชีพไปแล้วแต่ความโปรดปรานที่ฝ่าบาทมีให้องค์ชายใหญ่ก็ไม่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

 

อาจเพราะดูแล้วองค์ชายใหญ่ผู้นี้น่ารักน่าเอ็นดูก็เป็นได้...

 

“เสด็จพี่ใหญ่จะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อหรือพ่ะย่ะค่ะ?” น้ำเสียงเคร่งขรึมเกินวัยจากเด็กน้อยที่อายุเท่ากับเย่ซืออวิ๋น เพียงแต่เขาเกิดก่อนก็เท่านั้นเอง

“น้องรอง” เย่ซืออวิ๋นยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกาย น้องร้องผู้นี้มีนามว่าเย่เฟิง เป็นโอรสที่ถือกำเนิดจากฮองเฮาคนปัจจุบัน และในชาติที่แล้วเย่เฟิงก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทด้วย แต่เย่ซืออวิ๋นไม่รู้ว่าเขาได้ขึ้นครองราชย์หรือไม่ เพราะตนเองตายไปเสียก่อน ชาติก่อนน้องรองผู้นี้ก็ดีกับเขาไม่น้อยเลย...ไม่เคยดูถูกเหยียดหยามเขาด้วย

 

ดังนั้น...เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตนนับแต่นี้ ต้องตีสนิทไว้ก่อน! 

 

“น้องรองเองก็จะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อหรือ” เย่ซืออวิ๋นยิ้มหวาน ท่าทางสนิทสนม “ไปด้วยกันดีหรือไม่...ข้าไม่อยากเดินไปคนเดียว ตำหนักจิ้งหยางของเสด็จพ่อไกลเกินไป ระหว่างทางไม่มีผู้ใดคุยด้วยแล้วรู้สึกเหงานัก”

คราวนี้องค์ชายรองถึงขั้นเลิกคิ้วขึ้น มองดูพี่ชายที่กำลังยิ้มแย้มมีทีท่าสนิทสนมกับเขาอย่างแปลกใจ ปกติพี่ใหญ่พูดคุยอย่างมีไมตรีกับทุกคนก็จริง แต่ก็หาได้สนิทสนมกับใครจนเกินไปนัก แม้จะใจดีแต่ก็มักสงวนรอยยิ้ม เหตุใดวันนี้ถึงได้...แล้วอันใดคือไม่มีคนคุย ขันทีกับนางกำนัลของพระองค์เล่า เห็นชัดว่ายังอยู่นี่

 

แต่รอยยิ้มของพี่ชายคนนี้...ช่างงดงามเหลือเกิน

เพียงหนึ่งยิ้มก็ราวกับทำให้มวลไม้ในอุทยานต้องหม่นหมองลงเพราะไม่อาจสู้รอยยิ้มนี้ได้

 

“เช่นนั้น...เชิญพี่ใหญ่” เย่เฟิงผายมือให้เย่ซืออวิ๋นเดิน พวกเขาทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไป เหล่าขบวนนางกำนัลและขันทีขององค์ชายรองนั้นมากกว่าองค์ชายใหญ่พอเดินรวมกันก็เป็นขบวนที่ค่อนข้างยาว

“หลังจากเข้าเฝ้าเสด็จพ่อแล้ว น้องรองจะไปไหนหรือ?”

“รับมื้อเช้า เรียนหนังสือพ่ะย่ะค่ะ”

เย่ซืออวิ๋นถึงขั้นเงียบไปครู่ใหญ่ กระพริบตาปริบๆ ...ลืมไปเสียสนิทว่าตอนอายุสิบสองพวกเขายังต้องเรียนหนังสือกับเหล่าอาจารย์ทั้งหลายอยู่เลย จนกว่าอายุสิบห้าทำพิธีสวมกวานและแยกไปมีตำหนักนอกวังเป็นตนเองนั่นล่ะถึงไม่ต้องเรียนหนักแล้ว องค์ชายทั้งหลายจึงมักตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้รับคำชม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตนเอง ส่วนเขาน่ะเรียนพอผ่านเท่านั้น...ขี้เกียจมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ภาพลักษณ์ใดล้วนไม่อยากรักษา

“เอ่อ...แหะๆ ข้าลืมน่ะ...ก็ข้าขี้เกียจเรียนนี่” ท้ายประโยคพึมพำเบาๆ กับตัวเองแต่มิอาจรอดพ้นจากการได้ยินของเย่เฟิงอยู่ดี องค์ชายรองขยับยิ้มมุมปาก มองพี่ชายอายุมากกว่าที่ตัวสูงน้อยกว่าเขากำลังหันมองโน่นมองนี่ราวเด็กน้อยช่างสงสัย ก่อนอีกฝ่ายจะสะดุดล้มจนเซ ดีที่เย่เฟิงยื่นมือไปจับไว้ทัน ไม่เช่นนั้นคงมีใครบางคนร่ำไห้เป็นแน่

“องค์ชาย!” เหล่าขันทีและนางกำนัลร้องอย่างตกใจ

“ไม่เป็นไร อันกงกง ใจเย็นๆ ...ขอบใจนะน้องรอง” เย่ซืออวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองพื้นตาขวางหนึ่งครา ก่อนจะยิ้มให้ผู้ช่วยชีวิต ขืนล้มลงไปได้อับอายขายหน้าเป็นแน่ ช่วยไม่ได้นี่นา…ชาตก่อนเขาอายุยี่สิบแล้วพอมาชาตินี้มาตอนอายุสิบสองก็ยังปรับการก้าวเดินของตนเองได้ลำบากเล็กน้อย อีกทั้งอาภรณ์เหล่านี้ก็ยาวเกินไปจริงๆ!

เย่เฟิงมองรอยยิ้มนั้นแล้วพลันรู้สึกอยากยิ้มตามขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ไม่ทันได้ทำอะไรพี่ใหญ่ของตนก็สะดุดที่เดิมล้มอีกครา คราวนี้องค์ชายรองถอนหายใจแผ่วเบา กุมมือเย่ซืออวิ๋นไว้มั่นไม่ปล่อยแล้วออกแรงลากเล็กน้อยให้เดินไปพร้อมกันเสียเลย

 

ขืนเขาปล่อยมือประเดี๋ยวพี่ใหญ่ก็สะดุดอีกเป็นแน่ คนอะไรสะดุดที่เดิมได้ตั้งสองครั้งสองครา แล้วยังไปถลึงตาใส่พื้นอีก

คงจะจริงดังที่เหล่าข้ารับใช้พูดกันว่าองค์ชายใหญ่ค่อนข้าง...ซุ่มซ่าม

 

“น้องรองใจดียิ่งนัก” เย่ซืออวิ๋นไม่รอช้าชมเสียงใสทันที ซ้ำยังแกว่งมือเย่เฟิงเล่นด้วย ไหนๆ ก็เป็นเด็กแล้วไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย อยากทำอะไรก็ทำ เขาก็จะใช้โอกาสนี้ทำให้ใครๆ ก็เอ็นดูองค์ชายใหญ่ให้มากๆ ไปเสียเลย ลดคนเกลียดได้ จะได้ลดความน่าจะเป็นที่จะเสียชีวิตไปได้ด้วย ดีจะตายไป

เย่เฟิงก้มมองคนที่กำลังชมเขาตาแป๋วแล้วก็ยกยิ้มอีกครั้ง ดวงตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายดุจดวงดาว พวงแก้มกลมคล้ายซาลาเปาลูกเล็กแต่ดูน่ารักยิ่งนัก มองแล้วพาลให้รู้สึกใจอ่อน รู้สึกอยากปกป้องทะนุถนอมขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

“พี่ใหญ่เดินดีๆ”

“อื้อๆ ได้สิ ข้าเชื่อฟังเจ้า”

เหล่านางกำนัลและเหล่าขันทีต่างมองหน้ากันอย่างสับสน...เมื่อใดกันที่องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองสนิทสนมกันเช่นนี้ เดินจูงมือกันไปอย่างรื่นเริง แม้องค์ชายรองจะไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่ก็มักตั้งใจฟังที่องค์ชายใหญ่พูดและยามที่ถูกชักชวนให้ชี้ดูอะไรก็หยุดแล้วอธิบายสั้นๆ ให้ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายฟัง

 

คล้ายจะสลับหน้าที่กันอย่างน่าประหลาด

 

แต่ก็เป็นภาพที่ชวนมองมากเช่นกัน ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็ว พูคุยกันแผ่วเบา โดยที่พี่ใหญ่ก็สะดุดบ่อยๆ ให้น้องรองได้แต่มองตาดุพลางถอนหายใจ กอบกุมมือเล็กกว่าแน่นขึ้นกว่าเดิม และเป็นเช่นนั้นไปจนถึงตำหนักจิ้งหยาง...

 

ตำหนักจิ้งหยางของฮ่องเต้เย่เทียนหลงนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา กลิ่นอายสูงศักดิ์และอำนาจบารมีแผ่ออกมาด้านนอกจนสัมผัสได้ เหล่าองครักษ์ประจำประองค์เคร่งขรึมจริงจัง ดูมีระเบียบแบบแผน แต่ก็ไร้ช่องโหว่และจุดอ่อนใด การรักษาความปลอดภัยของตำหนักจิ้งหยางแต่ไหนแต่ไรมาก็เข้มงวดเช่นนี้เสมอ

ขันทีหน้าตำหนักยามเห็นองค์ชายทั้งสองเดินมาด้วยกันแม้จะแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ถวายความเคารพพร้อมกับประกาศก้องเสียงดัง

“องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ!”

“เข้ามา” พลันเสียงทุ้มเยือกเย็นตอบกลับมาสองคำ เย่เฟิงจูงมือพี่ชายให้เดินเข้าไปด้านใน แค่ยกเท้าขึ้นพี่ใหญ่ของเขาก็สะดุดขอบประตูอีกแล้ว ซ้ำยังทำตาขวางใส่ประตูอีกด้วย

“ลูกถวายพระพรเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” เย่ซืออวิ๋นปล่อยมือน้องชายก่อนจะประสานมือ ย่อกายถวายความเคารพแด่ผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สลักลายมังกร ข้างๆ กันที่ต่ำลงมานั้นเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบเอ็ดปีที่หันมาเคารพพวกเขาทั้งสองคน

 

เย่เซียว...องค์ชายสามแห่งราชวงศ์เย่

โอรสของว่านกุ้ยเฟย

 

“ลูกถวายพระพรเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” เย่เฟิงก็ทำเช่นเดียวกัน

ฮ่องเต้เย่เทียนหลงใช้ดวงตากริบทอดมองลูกชายทั้งสอง น่าแปลกที่วันนี้ทั้งคู่มาด้วยกันได้ ซ้ำเมื่อครู่หากเขาตาไม่ฝาดเหมือนจะเห็นเย่เฟิงจูงมือเย่ซืออวิ๋นเข้ามา

 

ไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อใด

 

“นั่งเถิด” เย่เทียนหลงอนุญาตเสียงเรียบ เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นโอรสองค์โตจับจ้องหน้าเขาไม่หยุด พอรู้ว่าถูกจับได้ก็หลุบตาต่ำลง แล้วก็เงยหน้ามองใหม่ทำเช่นนั้นอยู่หลายรอบนัก

ฮ่องเต้เย่เทียนหลงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในพระทัย สอบถามการเรียนขององค์ชายทั้งสาม รวมถึงความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ฮ่องเต้มีโอรสด้วยกันสี่องค์ ส่วนองค์ชายสี่ยามนี้ไม่ค่อยสบายนักเลยออกไปพักฟื้นร่างกายที่ตำหนักฤดูร้อนนอกวัง องค์ชายรองและองค์ชายสามต่างตั้งใจตอบคำถามและได้รับคำชมพร้อมประทานของรางวัลไปบ้าง ส่วนองค์ชายใหญ่น่ะหรือ...

ยกมือขึ้นปิดปากหาววอดๆ กระพริบตาถี่ๆ หรือไม่ก็เหลือบดวงตามองพระพักตร์ของฮ่องเต้ หรือไม่ก็กวาดตามองไปรอบๆ ตำหนักจิ้งหยาง

“ตั้งใจเรียนให้ดี วันพรุ่งข้าจะสอบถามคะแนนจากอาจารย์ของพวกเจ้า ถ้าทำได้ดี...ข้าจะมีรางวัลให้”

“ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อ” องค์ชายรองและองค์ชายสามตอบพร้อมกัน ส่วนเย่ซืออวิ๋นนั้นก็รีบทำตามน้องชายทั้งสองทันที

 

เขากำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่เลยไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ แต่เห็นน้องชายทำเลยทำตาม

 

“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” ฮ่องเต้เย่เทียนหลงโบกมือ องค์ชายทั้งสามก็รีบทำความเคารพแล้วลุกขึ้น เย่เฟิงเหลือบตามองพี่ชายเล็กน้อย ลังเลว่าควรเข้าไปจูงมืออีกฝ่ายดีหรือไม่ เพราะดูท่าทีแล้ว...

 

พี่ใหญ่คงยังมิค่อยตื่นดี

แต่ท่าทางเช่นนั้นดูแล้วช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง...ราวลูกแมวขนฟูฟ่องตัวน้อยๆ ที่น่าถนอม

 

“เจ้าใหญ่อยู่ก่อน” น้ำเสียงเยียบเย็นที่ทำให้เย่เฟิงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เห็นองค์ชายใหญ่มองตามเขาตาละห้อย แต่ก็ไม่อาจขัดดำรัสเสด็จพ่อได้...

“พี่ใหญ่สนิทสนมกับพี่รองตั้งแต่เมื่อใดหรือ...น้องไม่เคยทราบเลย” เย่เซียวแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร แต่ดวงตากลับนิ่งเกินวัย

 

การที่พี่ใหญ่กับพี่รองสนิทสนมกันหาใช่เรื่องดีสำหรับเขา...

 

“ข้าจำเป็นต้องรายงานน้องสามทุกเรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่หรือ?” เย่เฟิงยิ้มบางอย่างสุภาพ ก่อนจะก้าวเดินนำออกไปก่อน ส่วนเย่เซียวได้แต่เก็บความหงุดหงิดไว้ในใจ ส่งเสียงเฮอะในลำคอ สะบัดแขนเสื้อกลับตำหนักของตน

 

..................

 

ส่วนภายในตำหนักจิ้งหยางน่ะหรือ...องค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋นได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกๆ ไม่รู้ว่าควรวางไม้วางมือไว้ตรงดี เมื่อครู่เย่ซืออวิ๋นรู้ว่าตนจับจ้องพระพักตร์ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาไม่หยุดเพราะเขากำลังคิดเทียบกับชาติที่แล้วของตนอยู่...เสด็จพ่อหาได้เปลี่ยนไปเลย พระพักตร์นั่นยังคงหล่อเหลาเปี่ยมอำนาจ พระเนตรคมกริบเยือกเย็นอยู่เป็นนิจ...

ทุกคนต่างร่ำลือกันไปว่าเย่ซืออวิ๋นเป็นโอรสที่ทรงได้รับความโปรดปรานมากที่สุด ชาติก่อนขนาดเขาขอสมรสพระราชทานกับบุรุษด้วยกันยังได้รับอนุญาต ซ้ำได้รับการดูแลปกป้องอย่างดี

 

แต่มีเพียงเย่ซืออวิ๋นเท่านั้นที่รู้...

เสด็จพ่อ...ฮ่องเต้เย่เทียนหลง...เกลียดตน

 

อย่างวันนี้ก็เช่นกัน พระองค์ตรัสถามองค์ชายรองและองค์ชายสามอย่างจริงจัง แต่ตรัสถามเขาน้อยมาก คล้ายกับไม่สนใจ ไม่ใส่พระทัย เป็นเช่นนี้มาเสมอ...

“เจ้าไม่สบายหรือ” เย่หลงเทียนเอ่ยถามเสียงเรียบ มององค์ชายใหญ่ที่หลุบตามองพื้นไม่ยอมเงยหน้ามองเขา ทั้งที่เมื่อครู่เจ้าตัวน้อยนี่ยังกล้าหาญแอบมองอยู่เลย

 

ตอนนี้ไม่กล้าเสียแล้ว...

 

“เอ่อ...หม่อมฉัน ลูก...สบายดีพ่ะย่ะค่ะ” เย่ซืออวิ๋นตอบอึกอัก ต่อให้กี่ปีๆ เขาก็ยังเกรงในอำนาจบารมีของฮ่องเต้อยู่ดี ไม่รู้ว่าชาติก่อนเสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้าง...เขาจำเรื่องราวในช่วงระยะเวลาที่ตนจะสิ้นชีวิตไม่ได้ มันเลือนรางมากเหลือเกิน

“เจ้าใหญ่” เย่เทียนหลงยิ้มเย็น

“พ่ะย่ะค่ะ” ยังคงก้มหน้าต่อ

“เงยหน้า!”

น้ำเสียงดุจัด ทำให้เย่ซืออวิ๋นรีบเงยหน้าสบพระพักตร์ของฮ่องเต้ทันที ดวงตากลมโตนั้นฉ่ำวาวคล้ายสัตว์ตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวผู้ล่า ทำให้พระทัยแกร่งอ่อนยวบลงอย่างห้ามไม่อยู่ เจ้าตัวน้อยในสายพระเนตรเม้มปากแดงเล็กๆ เข้าหากัน เรียกให้เย่เทียนหลงได้แต่ถอนประอัสสาสะเบาๆ

“เจ้าเป็นอันใด?”

เย่ซืออวิ๋นได้แต่ครุ่นคิดว่าควรแก้ตัวอย่างไรดี เสด็จพ่อยิ่งขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและความจริงจังอยู่ด้วย ถ้าเขาตอบว่าหาได้สนใจเพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ โดยเฉพาะคิดเรื่องชาติที่แล้วอยู่มีหวังถูกสั่งให้คุกเข่าและถูกคัดอักษรอีกเป็นแน่

อย่างไรดีหนอ...คิดสิคิดเย่ซืออวิ๋น องค์ชายใหญ่เม้มปากตนเอง ส่วนฮ่องเต้ใช้ปลายนิ้วเคาะกับเก้าอี้สลักลายมังกรเบาๆ คล้ายกำลังจะกดดัน เย่ซืออวิ๋นแอบขึงตาใส่เงาของฮ่องเต้บนพื้นไม้ที่ถูกแสงแดดสาดส่องเข้ามาหนึ่งที ก่อนะจะเอ่ยตอบประโยคที่ทำให้ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับนิ่งสนิท...

“ลูกหิวพ่ะย่ะค่ะ!!”

 

...............

ฝากองค์ชายใหญ่ตัวน้อยไว้ด้วยนะคะ ^_^ อยากลองเปลี่ยนแนวมาเขียนแนวจีนโบราณดูเพื่อพัฒนาการเขียนของตัวเอง เพื่อที่จะเขียนได้หลากหลายมากขึ้น เป็นงานหนักอีกชิ้นเลยค่ะ เพราะต้องหาข้อมูลหลายอย่างและต้องเหลาภาษาด้วย ส่วนคำราชาศัพท์ เราจะใช้แค่ตอนที่สนทนา หรือยามทุกคนพูดถึงฮ่องเต้นะคะ ไม่ใช้ทั้งหมด 

ป.ล. เรื่องนี้ไม่ฮาเร็ม และมีพระเอกค่า

อย่าลืมดูแลตัวเอง และอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ แม้สถานการณ์จะค่อนข้างดีขึ้นแต่ทุกคนก็อย่าเพิ่งหละหลวมกันน้าาา เซฟตัวเองกันด้วยนะคะ

สำหรับวันนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์ค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.198K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,279 ความคิดเห็น

  1. #4195 temnotthxmes (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 16:36
    โถ่เอ๊ยยัยเร้ก น่าเอ็นดูมาก ๆ น้องรองต้องคอยปกป้องพี่ใหญ่แล้วนะ🥺🥺🥺 น่าเอ็นดู เด็กตัวเน้กตัวน้อยเท่านี้ !
    #4,195
    0
  2. #4122 zerogross (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 17:22
    ตอนนี้ตอนว่างหรอคะ
    #4,122
    0
  3. #4086 NNYuki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 05:03
    เอ็นดูพี่ใหญ่ที่ตัวเล็กมาก น่ารักกกก
    #4,086
    0
  4. #3813 I'm beautiful (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 23:54
    นุบนิบไปหมดดดด มันเปงตาฮักมั่กๆเลยไอต้าวตัวเท่านนนนี้ ฮรือออ🥺🤏
    #3,813
    0
  5. #3733 knunkim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2564 / 10:31
    น้องจะขึงตาใส่ทุกอย่างไม่ได้เด้อ5555 เดาไม่ออกเลยว่าใครเป็นคนฆ่า แล้วบรรดาสามีทั้งเจ็ดน้องจะเกี่ยวด้วยไหม แล้วจะโผล่มารึเปล่านะ
    #3,733
    0
  6. #3576 theight (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:41
    โอ้ยยยยน่ารักกกก
    #3,576
    0
  7. #3571 BLUEHEART_WORDS (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:26

    น่ารักจนใจเจ็บ แง

    #3,571
    0
  8. #3566 Pimnok2124 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:19
    น้อง5555555
    #3,566
    0
  9. #3310 KYLM_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:23
    หนูลูกกเอ็นดูววว 555555
    #3,310
    0
  10. #3104 Frizzy G (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:39
    เอ็นดูคุณชายใหญ่ 1 อัตรา น่ารักมาก น่าเอ็นดู จริงๆ น้องไม่รู้เรื่องอะไรเลย น่าสงสารมาก อยู่ๆก็ถูกฆ่า
    #3,104
    0
  11. #3002 BONGBONGBONG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 04:36
    หนูลูกกกกก หาข้อแก้ตัวไม่ได้ ตีว่าหิวไว้ก่อนเลยหรอ 55555
    #3,002
    0
  12. #2997 NP.SSJ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 22:21
    ต้องกลับมาวนอ่านถึงความน่ารักขององค์ชายใหญ่อีกกี่รอบ ก็รู้สึกไม่เคยเบื่อเลยจริงๆ นะ🥰
    #2,997
    0
  13. #2980 โบตั๋นสีม่วง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 08:52
    องค์ชายรองเป็นคนฆ่าปะ
    #2,980
    0
  14. #2956 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 01:03
    คุมพ่ออย่าดุน้องนะ ฮึ่มมมม!!!
    #2,956
    0
  15. #2876 Pinyie(・ิω・ิ) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 20:38
    แอแงงงง น้อนน่าเอนดูจังงงง อยากหอมหัว;----;
    #2,876
    0
  16. #2867 kikkakka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 00:45
    กลับมาอ่านอีกรอบ หรือว่าจะเป็น!!? เสด็จพ่ออ
    #2,867
    0
  17. #2729 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 02:50
    กลับมาอ่านอะเกนค่ะ วนเวียนวนลูปไป ติดน้องอิ๋นหนักกก
    #2,729
    0
  18. #2585 mothergod (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 15:57
    งุ้ยย น่ารักจังงงง
    #2,585
    0
  19. #2577 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 01:11
    โอ้ยยยย หิวเนี่ยนะลูกกก5555 เมกะเคฟเวอร์ ฉลาดสุดๆ555555
    #2,577
    0
  20. #2387 กระต่ายปากเเดง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 20:46
    คนที่ฆ่าน้องไม่น่าใช่พ่อ เพราะน้องรู้ว่าพ่อไม่รัก เเต่ตอนตายก็ไม่น่าเเปลกใจถ้าพ่อจะฆ่า อาจจะเป็นคนที่หลงรักน้องก็ได้ เเต่พอเห็นน้องมีผัวเยอะเลยเเค้น #มโน
    #2,387
    0
  21. #2305 นว้องงงง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 21:11
    เอ็นดูองค์ชายใหญ่
    #2,305
    0
  22. #2159 Choco'l Pis (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 03:16
    ซืออวิ๋นน่ารักมากก
    #2,159
    0
  23. #2145 LadiizPraew Rayleigh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 08:47

    ฮ่องเต้รึป่าว เพราะประโยคที่ว่า “ข้าจะฝังศพเจ้าอย่างมีเกียรติ ซืออวิ๋น” คนพูดคำนี้ได้ แปลว่าต้องมีตำแหน่งใหญ่มากพอที่จะจัดการเรื่องฝังศพขององค์ชายใหญ่ได้เองเลยนะ

    #2,145
    1
    • #2145-1 yurayurisaki(จากตอนที่ 1)
      20 พฤศจิกายน 2563 / 00:16
      งั้นองค์ชายรอง ที่ตอนนั้นเป็นรัชทายาทก็น่าจะทำได้เหมือนกันนะคะ ที่จริงองค์ชายทุกองค์ก็น่าจะมีสิทธิ์หมดถ้าบอกเป็นคนมีอำนาจ เราต้องดูก่อนอ่ะค่ะว่าชาติก่อนน้องกะฮ้องเต้มีความสัมพันธ์ที่สนิทกันมั้ย เพราะ น้องดูรวดร้าวมากควรเป็นคนที่น้องไว้ใจมากๆเลย แล้วฮ้องเต้เนี่ย จะพูดซะอย่างกะอาลัยคนรักแบบนั้นกับลูกมันก็ แหม่งๆนิดหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่ตัดออกจากข้อสันนิษฐานนะคะ เพราะเนื้อเรื่องยังไม่เปืดว่าชาติก่อนฮ้องเต้มีความสัมพันในแง่ไหนอย่างไรกะน้อง
      #2145-1
  24. #2119 Mew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 21:34

    น้องสามนี่น่าสงสัย

    #2,119
    0
  25. #2053 ay_ben (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 07:40
    ถ้าสมมุติคนทำฆ่ายูเพราะยูงามเกินไปเล่าไม่ก็เฟรนลี่เกินไปจะทำไงเล่า
    #2,053
    0