เกมร้าย กับดักรัก (Yaoi,BL)

ตอนที่ 5 : V.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    9 พ.ย. 63

V.

 

“นี่คือ?” พีพีเลิกคิ้วมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างนิ่งสงบ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น ต่างกับกลุ่มคนสองกลุ่มที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ กลุ่มคนชุดดำค้อมศีรษะให้เฮลอย่างเคารพ สวนคนอีกกลุ่มที่พีพีเจอตอนแรกกำลังลุกรี้ลุกรน

“พวกแก...พวกแกเป็นใคร!!”

“ถอยไปนะเว้ย ไม่รู้หรือไงว่าพวกเราเป็นใคร!”

“อยากตายหรือไง!”

พีพีกลอกตาอย่างระอา คนพวกนี้น่ะไร้สาระจริงๆ คิดว่าตัวเองถือแต้มต่อกันอยู่หรืออย่างไรกัน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าฝ่ายพี่เฮลน่ะมีคนมากกว่า อีกทั้งดูชำนาญกว่าด้วย

“คนพวกนี้คือ?” พีพีหันไปถามร่างสูงข้างๆ 

“งานน่ะ”

“อย่าบอกนะว่าพี่เป็นมาเฟียที่รับซื้ออะไรที่พวกนั้นกำลังขายกันอยู่น่ะ” พีพีหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะที่บรรยากาศรอบตัวก็เย็นชาลงมา ดวงตาเรียวสวยนั้นฉายแววเยือกเย็นจนคนอื่นรู้สึกขนลุก มีเพียงเฮลที่กระตุกยิ้มมุมปากจากนั้นก็กระตุกมือของพีพีที่เขากุมอยู่ไว้เบาๆ

“ไม่หรอก”

“ก็แล้วไป” พีพียักไหล่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเชื่อที่อีกฝ่ายพูด ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานแต่พีพีรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้จะไม่โกหกเขาถ้าเขาถามน่ะนะ

“พวกแก! อย่ามาทำเมินกันนะเว้ย!”

“เก็บกวาดให้เรียบร้อย”

“ครับนายน้อย!”

เหล่าบอดีการ์ดชุดดำรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด จากนั้นไม่นานกลุ่มคนที่พีพีเห็นนั่นก็ถูกจัดการเสียราบ ทำเอาเขาต้องอ้าปากหาววอดๆ เพราะความเบื่อหน่าย “ที่ห้ามผมเพราะเรื่องน่าเบื่อแบบนี้เหรอ?”

“เปล่า...กลับไปนอนได้แล้ว”

เหล่าบอดีการ์ดเก็บกวาดเรียบร้อยก็หันมารายงานเฮลที่ยังกุมมือพีพีไม่ปล่อย เขาใช้ร่างกายสูงใหญ่ของตัวเองพิงผนังตึกไว้และให้พีพีพิงตัวเองอีกรอบเพราะดูเหมือนคนอายุน้อยกว่าจะง่วงนอนมากจริงๆ

“เรียบร้อยแล้วครับนายน้อย...ข้อมูลทั้งหมดพวกเราเก็บไว้เรียบร้อย ส่วนคู่ค้าปลายทางของคนพวกนี้พวกเราจะจัดการเก็บกวาดให้เรียบครับ”

“อืม...บอกอาด้วย”

“ครับ”

“แล้วคือยังไงอะครับพี่เฮล คนพวกนี้คืออะไรกันแน่?”

“พวกเอาชื่อเสียงของที่บ้านไปใช้อ้าง ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน” เฮลอธิบายอย่างสั้นกระชับได้ใจความ ดีนะที่เป็นพีพีก็เลยเข้าใจ 

“พี่ก็เลยมาจัดการ”

“อืม ยิ่งมายุ่งในมหาลัยนี่ด้วย...”

“หืม? แสดงว่ามหาลัยนี่มีอะไรที่แตะต้องไม่ได้หรือเป็นความลับสินะครับ?” พีพีหรี่ตาลงจับใจความสำคัญประโยคที่เฮลพูดได้ทันที ทำให้ร่างสูงหัวเราะหึในลำคอกับความหัวไวของกุหลาบดำในอ้อมแขน

 

หนามแหลมคมจริงๆ

 

เฮลหัวเราะแต่ไม่ได้ตอบอะไร มองเหล่าบอดีการ์ดที่ตอนนี้เคลียร์พื้นที่เสร็จเรียบร้อยกำลังทยอยกันออกไป ส่วนรักษาความปลอดภัยคนนั้นก็คงทำงานที่นี่ไม่ได้อีก ในเมื่อรับสินบนไปแล้ว ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยยามมองไปยังตึกสูงฝั่งตรงข้าม ประกายอะไรบางอย่างทำให้เขาขมวดคิ้ว

 

แสงเลเซอร์!

 

ปัง!

 

เสียงปืนดังลั่นแต่ก็ไม่ได้ดังมากนักเพราะคิดว่าฝั่งโน้นคงใช้กระบอกเก็บเสียงติดไว้ มือใหญ่ที่ดึงร่างของพีพีหลบเข้าไปด้านในตัวตึกเรียน เฮลหรี่ตาลงเห็นเลเซอร์ยาวสีแดงนั้นยังคงไล้ไปตามกำแพงอยู่อีก!

“นี่ใช่งานที่พี่ต้องเก็บกวาดด้วยไหมครับ?” คนในอ้อมแขนของเฮลวางกล่องไวโอลินลงข้างๆ จากนั้นก็เปิดกล่องออก เห็นของข้างในแทนที่จะเป็นไวโอลินแล้วกลับเป็นพวกชิ้นส่วนของปืนไรเฟิลเฮลก็หัวเราะหึๆ

 

ตัวแสบ

 

“ไม่ใช่”

“งั้นคนพวกนี้?”

“แค่ศัตรูเยอะ...ถูกตามฆ่าน่ะ”

คำอธิบายที่พีพีถึงขั้นกลอกตาเป็นเลขแปดให้ ส่งเสียงเหอะแถมให้ด้วย...พูดว่าถูกตามฆ่าได้หน้าตาเฉย หรือจริงๆ กวนประสาทกันจริงๆ!

“เอาไรเฟิลมายิงในมหาลัยกันโต้งๆ แบบนี้ท่าทางจะอยากฆ่าพี่จริงด้วย”

“อืม”

“หึ” พีพีแค่นแสง ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ประกอบไรเฟิลในมือเสร็จเรียบร้อย...มันเป็นไรเฟิลที่ขนาดไม่ได้ยาวเหมือนไรเฟิลตัวไป พีพียกยิ้มขณะที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกเรียนใช้มือสองข้างในการจับกระบอกปืน ในหัวเขาคำนวณระยะทางและทิศทางลงอย่าวรวดเร็ว ก่อนจะลั่นกระสุนออกไปอย่างรวดเร็ว!!

 

ปึก!

โครม!!

 

เสียงเหมือนบางอย่างตกลงมากระทบพื้นทำให้พีพียักไหล่ หันไปยักคิ้วให้คนที่ยืนมองเขาอยู่ ดวงหน้าคมคายนั้นดูจะฉายแววถูกใจและยกยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ในสายตาพีพียังไงไม่รู้

“เก่ง” เฮลชมเดินทำหน้านิ่งมาใช้แขนโอบเอวพีพีไว้แน่น โอบทั้งที่อีกฝ่ายยังถือไรเฟิลและหันปากกระบอกมาจ่อคางเขานั่นล่ะ ระยะยิงนั้น ในความมืดและที่สำคัญพีพียังอยู่ข้างล่างขณะที่อีกฝ่ายอยู่ด้านบน ดูจากความได้เปรียบแล้วคนบนตึกนั่นย่อมได้เปรียบกว่า 

 

แต่นี่กระสุนนัดเดียวเข้าเป้าได้อย่างงดงาม

สมกับที่เป็นทานาทอสจริงๆ!

 

“ปล่อยผมเลย...ไม่ต้องมาทำหน้ามึนใส่ด้วยครับ” พีพีเบ้ปาก ใช้ศอกดันร่างสูงกว่าออก แต่ก็พบว่าเขาสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้จากนั้นก็เลยเหยียบเท้าเข้าให้ใช้ไหล่ของฮลเป็นฐานหมุนตัวข้ามไปอยู่ด้านหลัง “พี่นี่จริงๆ เลย...ผมเก็บคนซุ่มยิงให้แล้วก็จ่ายค่าลูกกระสุนไรเฟิลผมมาด้วยครับ บอกไว้ก่อนนะว่าลูกกระสุนของผมน่ะแพงมากนะครับ”

เห็นคนตรงหน้าเชิดหน้าขึ้นอย่างเอาแต่ใจแบบนั้นทั้งๆ ที่ยามปกติชอบตีหน้าเป็นคนใสซื่อ เป็นน้องปีหนึ่งที่ว่าง่ายเชื่อฟังแต่ตอนนี้กลับดูเปิดเผยตัวตน ไม่รู้ว่านี่เพราะไว้ใจเฮลหรือยังไง

 

แต่...แบบนี้ก็ดี

 

ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้ม ขยับชิดตัวของพีพีโดยที่คนอายุน้อยกว่าไม่ทันป้องกันตัว รู้อีกทีก็ตอนที่ร่างกายถูกดันไปติดผนังกำแพง ร่างถูกกักไว้ด้วยแขนแกร่ง...

 

ไร้ทางให้หนีโดยสิ้นเชิง ไม่มีช่องว่างให้พีพีหนีเลยแม้แต่น้อย!

 

“พี่เฮล!” พีพีขึงตาใส่คนตัวสูงกว่า มือใหญ่เชยคางเรียวขึ้น แล้วบีบเบาๆ ก่อนจะกัดจมูกพีพีหนึ่งทีแล้วก็เลื่อนมา...จูบริมฝีปากของพีพีเบาๆ

 

ตึก...ตัก

 

มันเหมือนแมลงปอแตะผิวน้ำ แต่กลับทำให้ใบหน้าร้อนวาบ..

.และจังหวะของหัวใจเต้นผิดแปลกไปจากเดิม

 

“ค่ากระสุน...ดีไหม?”

 

ดีกับผีน่ะสิ! 

 

พีพีเหยียบเท้าอีกฝ่ายแรงๆ ใช้ด้ามกระบอกไรเฟิลตีหลังคออีกฝ่ายแต่ก็ถูกรับเอาไว้ง่ายดาย ได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะหึในลำคอยิ่งทำให้พีพีหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม

“พี่มันกวนประสาท!”

“หึๆ...ดึกแล้วกลับไปนอนเถอะ เดี๋ยวไปส่ง” เฮลหลบการโจมตีของพีพีอย่างคล่องแคล่วยิ่งเขาหลบได้ก็ยิ่งทำให้พีพีไม่ชอบใจ เพราะเขารู้ฝีมือของตัวเองดี แต่การที่คนตรงหน้าสามารถรับมือได้สบายๆ แบบนี้นั้นหมายความได้อย่างเดียวเลยว่า

 

พี่เฮลเก่งกว่าเขา!!

หน็อย! อยากชวนมาดวลปืนกันจริงๆ ว่าใครจะแม่นกว่ากัน! ถึงเรื่องแรงพีพีจะสู้ไม่ได้ แต่เรื่องปืนเขามั่นใจว่าตัวเองไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะไรเฟิล

 

“ผมเอารถมา”

“เดี๋ยวให้คนไปส่งบ้านอาอัณณ์” เฮลจูงมือพีพีออกไปข้างนอก เขากดมือถือให้บอดีการ์ดมาเก็บศพคนซุ่มยิงออกไป จากนั้นก็ดึงพีพีไปในรถเต่าที่ติดฟิลม์กระจกดำหนาทึบ ดูจากลักษณะแล้วพีพีคิดว่ามันเป็นกระจกกันกระสุนแหง

 

แต่ว่า...รถเต่านี่นะ?

 

“ไฮ เด็กไม่ดี” แค่เปิดประตูรถเต่าเข้ามาพีพีก็เห็นคนขับรถเป็นรุ่นพี่หนุ่มคณะตัวเองที่เท้าคางกับพวงมาลัยรถและส่งยิ้มกว้างพร้อมโบกมือมาให้เขา

“พี่ไชน์”

“เสร็จเรื่องแล้วเหรอ?” ไชน์หันไปถามเฮล อีกฝ่ายดันพีพีไปนั่งเบาะหลังส่วนตัวเองก็ขึ้นไปนั่งด้วย จัดการเอาขาตัวเองพาดทับขาของพีพีไว้ ทำเอาคนขับรถกิตติมศักดิ์อย่างไชน์กลอกตา คิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ

 

เอาเถอะเห็นใจมันแล้วกัน...นานๆ ทีได้ใกล้ชิดกุหลาบดำน้อย

โดยที่พ่อเขา อาเขาไม่บ่นเสียก่อน

 

“ไปส่งน้องที่บ้านอาอัณณ์”

“อืม...น้องพีพี กระเป๋าไวโอลินสวยดีนะครับ” ไชน์เลิกคิ้วยิ้มๆ มองผ่านกระจกหลังก็เห็นพีพีกำลังเอาผ้าในกล่องมาเช็ดทำความสะอาดไรเฟิลลูกรักขอตัวเอง ก่อนจะบรรจงวางในกล่องอย่างเบามือ

“ขอบคุณที่ชมครับ พี่ไชน์อยากให้ผม ‘เล่นไวโอลิน’ ให้พี่ดูไหมครับ” พีพีดันขาหนักๆ ที่ทาบขาเขาออกไม่ได้สุดท้ายก็ได้แต่ยอมแพ้ 

“หึ ไม่เอาหรอก” ไชน์ส่ายหน้า หักเลี้ยวพวกมาลัยอย่างชำนาญโดยที่พีพีไม่ต้องบอกทางแม้แต่น้อย ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายไปบ้านของเขาบ่อยแค่ไหน

ใช้เวลาไม่นานไชน์ก็มาถึงบ้านของพีพี เขาหันไปฉีกยิ้มหวานให้สองหนุ่มที่พอมานั่งมองใกล้ๆ แบบนี้แล้วก็ยิ่งเห็นชัดว่าหน้าตาคล้ายคลึงกันมาก...น่าแปลกที่หลายคนมองไม่ออก “จะลงไปดื่มน้ำ กินอะไรก่อนไหมครับ ไหนๆ ก็อุตส่าห์มาส่งกันทั้งที” เขาจะได้ดูปฏิกิริยาสองคนนี้กับอาของเขาด้วย

 

เพื่อยืนยันข้อสงสัยในใจ

 

“น้องอุตส่าห์ชวนก็ลงไปไอ้เฮล”

“มึงกวน”

พีพีเลิกคิ้วมองสองพี่น้องที่ยืนเท้ายื่นมือตีกันข้ามเบาะก่อนจะหัวเราะออกมาขำๆ เพราะมันเหมือนตอนเขาอยู่กับเจ้าแฝดเลย แม้จะเห็นชอบตีชอบเถียงกันบ่อยๆ แต่ก็เป็นพี่น้องที่สนิทและรักกันมาก

 

สองคนนี้ก็เหมือนกัน

 

เสียงหัวเราะที่ทำให้ทั้งคู่หันไปมองเห็นพีพียิ้มตาหยีอย่างน่ามองก็ยิ้มตามไม่ได้ เฮลเปิดประตูรถจากนั้นก็ดึงพีพีให้ลงรถทางเดียวกัน ส่วนไชน์ก็ปิดประตูแล้วเดินตามมา พีพีไขกุญแจบ้านแล้วเดินนำทั้งสองเข้าไปด้านใน

“คุณอาทั้งสองนอนแล้วสินะ”

“พี่นี่รู้จักกับอาของผมจริงๆ ด้วย” พีพีกลอกตาอย่างระอาเมื่อได้ยินไชน์พูด เขาไม่ได้เปิดไฟเพราะสายตาชินกับความมืด และคิดว่าทั้งสองคนที่ตามหลังเขามาก็ชินกับความมืดเช่นกัน

ไชน์กับเฮลมองไปรอบห้องๆ บ้าน...บ้านหลังนี้ยังคงมีกลิ่นอายอบอุ่นชวนให้ผ่อนคลายเหมือนทุกครั้งที่พวกเขามา...อาจเพราะที่นี่มักเป็นศูนย์รวมของหลายๆ คน

 

และอาจเพราะ...บ้านหลังนี้มีอาอัณณ์อยู่

 

“อยากดื่มน้ำอะไรครับ ยกเว้นกาแฟนะ ดึกแล้วดื่มกาแฟไม่ดี” พีพีเดินนำทั้งคู่ไปในครัว เปิดตู้เย็นแล้วก็ถามทั้งสองคน บ้านเขามักมีน้ำดื่มต่างๆ เก็บเอาไว้

“น้ำเปล่าก็พอมั้ง เฮลมึงอย่าเรื่องมากรบกวนน้องเลย ก็รู้อยู่ว่าน้องทำอาหารไม่เป็น” ไชน์วางแขนพาดไว้บนไหล่คนที่เกิดหลังเขาไม่กี่นาที ยักคิ้วแล้วยิ้มกว้างให้พีพี จนพีพีแทบอยากจะเอาน้ำมาสาดใส่ให้หายหมั่นไส้ แต่ดูเหมือนเขาไม่ต้องทำอะไรเพราะเฮลฟาดไปให้แล้วหนึ่งที

 

หือ...ดีนะที่เข้าข้างเขาน่ะ

 

พีพีรินน้ำเปล่าใส่แก้วให้ทั้งคู่และตัวเองด้วย เขาเห็นกล่องถนอมอาหารที่มีโพสต์อิทสีชมพูแปะไว้ พออ่านข้อความของอาอัณณ์คนดีแล้วก็ได้แต่ยิ้มกว้าง ดึงเอาเยลลี่ส้มสดออกมาจากตู้เย็น

 

อาอัณณ์ทำไว้ให้เขาเพราะกลัวกลับมาแล้วจะหิว

น่ารักจริงๆ เลยอาใครก็ไม่รู้

 

“กินไหมครับ เยลลี่ส้มอาอัณณ์ทำไว้ให้ คนละชิ้นก็พอนะครับ ที่เหลือของผม” พีพีจัดการดึงจานเล็กๆ มาตักเยลลี่ส้มให้ทั้งสองคนคนละชิ้น ส่วนที่เหลืออีกห้าชิ้นนั้นเขาเหมาหมด 

ทั้งสามคนนั่งกินของว่างมื้อดึกกันในครัวที่มีเพียงแสงสลัวๆ ทำเอาคนที่ลุกขึ้นมาหาน้ำดื่มกลางดึกได้แต่กลอกตาทำหน้ามึน เปิดสวิตซ์ไฟจนสว่างแล้วก็กอดอกเมื่อเห็นเจ้าสองแฝดรูปหล่อนั้นมองมาที่ตน ส่วนพีพีก็ยิ้มกว้างทักทายเสียงใส

“อาเพชร”

เพชรน้ำหนึ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย ยกมือรับไหว้เจ้าสองคนที่ไหว้เขาแล้วก็ทำสีหน้านิ่งๆ แมวมึนแค่นเสียงเหอะเดินไปจิ้มหน้าผากสองพี่น้องเจ้าเล่ห์หนึ่งทีอย่างอดไม่ได้ เปรยเสียงเบา “ร้าย”

 

ร้ายจนน่าฟ้องพี่เพลิงเสียให้เข็ด!

 

……ต่อ…..

 

พอได้ยินชื่อบางคนสองแฝดรูปหล่อก็ได้แต่มองหน้ากันและแทบจะเปลี่ยนสีหน้าทันที แต่คนอายุมากที่สุดอย่างเพชรน้ำหนึ่งกลับส่ายหน้าเอือมๆ ระอากึ่งมึนกึ่งเอ็นดู “วันนี้ปล่อยก่อน...ง่วงแล้ว” ก่อนจะจิ้มหน้าผากพีพีจึกๆ อย่างหมั่นไส้ “ทางนี้ก็หาเรื่องเอง”

 

อยากรู้อยากเห็น ชอบหาเรื่องล่ะเก่งนัก

 

“อาอะ ผมไม่เห็นรู้อะไรสักอย่างเลยนะ จะมาใส่ร้ายกันไม่ได้” พีพีเบ้ปากกะพริบตาปริบๆ ช้อนตามองคุณอาแมวตาแป๋ว แต่เพชรน้ำหนึ่งมีหรือจะเชื่อเจ้าตัวแสบนี่ เลยเชิดหน้าใส่แล้วไปกดน้ำอุ่นมาดื่ม ก่อนจะมองหลานชายทั้งสามคนเหมือนดุๆ “กลางดึกอย่ากินน้ำเย็น”

“แหมๆ ทำมาพูดเหมือนอาอัณณ์เลย โอ๊ย อาเพชรอะอย่ารังแกผมนะ คอยดูเถอะผมจะฟ้องอาอัณณ์” ทำไมชอบรังแกพีพีตลอดเลย ทั้งคุณพ่อ บรรดาคุณอา

 

พีพีไม่ใช่กระสอบทรายนะ!

 

“อา” เสียงเฮลปรามเบาๆ ดึงน้องมาไว้ข้างหลังตัวเองราวจะปกป้องให้เพชรน้ำหนึ่งเลิกคิ้วอย่างหมั่นไส้ ปรายตามองพีพีหนึ่งที “ขี้ฟ้อง”

 

คนฟังพากันกลอกตาจนแทบจะทุเพดานไปแล้ว เพราะคนพูดน่ะขี้ฟ้องกับอาอัณณ์เป็นที่หนึ่งเลย!

 

“ง่วงจังเลยครับ ฮ้าววว คืนนี้ขอพักที่นี้ได้ไหมครับอาเพชร” ไชน์เอ่ยขอด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ดวงตาเป็นประกายระยับจนพีพีเลิกคิ้วสงสัย

 

สองคนนี้รู้จักอาเพชรและสนิทสนมกันมากด้วย เพราะไม่อย่างนั้นอาเพชรคงไม่มีท่าทางอย่างนี้หรอก

และดูเหมือน...ทั้งสองคนจะเคยมาบ้านหลังนี้บ่อยๆ ด้วยสินะ

 

แต่นั่นแหละที่ทำให้น่าสงสัย...เพราะพีพีไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆ...อาจเพราะบ้านหลังนี้มักมีคนแวะมาอยู่เสมอๆ ส่วนมากล้วนเป็นคนที่สนิทสนมคุ้นเคย และมักไม่เคยทิ้งกลิ่นอายแปลกประหลาดเอาไว้พีพีก็เลยไม่สังเกต

“หาที่นอนเอาเอง...ไปแล้วนะ” เพชรน้ำหนึ่งโบกมือเป็นเชิงอนุญาตก่อนจะหันมายักคิ้วให้เฮลกับไชน์ “จะไปนอนกอดอัณณ์”

“อาอะ!” 

“อิจฉา?”

“อาเพชรนี่ขี้อวดที่สุดเลยจริงๆ!” พีพีกลอกตาตามหลังคุณของตัวเองอย่างหมั่นไส้ ตรงนี้น่ะมีแต่คนโสดทั้งสามคน ส่วนตัวเองน่ะมีอาอัณณ์คนดีอยู่แล้วก็เลยขี้อวด!

“ว่าแต่พี่สองคน...ไม่มีอะไรจะบอกผมหน่อยเหรอครับ?” พีพีหรี่ตามองสองพี่น้องตรงหน้า คนหนึ่งยักไหล่ให้เขาอย่างกวนประสาท อีกคนทำหน้านิ่งแล้วก็ขยี้หัวเขาเบาๆ จนต้องรีบปัดมือใหญ่ของเฮลออกทันที

“มีอะไรกันน้า...ฮ้าว เฮล มึงค่อยๆ คุยกับน้องดีๆ แล้วกัน ส่วนกูขอไปนอนก่อนล่ะ วันนี้ง่วงมาก” ไชน์ยกมือปิดปากทำท่าหาวอย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมของเขาไม่มีประกายง่วงงุนเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสนุกสนานรื่นเริงราวพบเจอเรื่องสนุกบางอย่าง

 

นิสัยเสียและน่าปวดหัวชะมัดเลย!

 

พีพีเบ้ปากใส่พี่ไชน์ไปหลายรอบ ขณะที่หรี่ตามองแผ่นหลังกว้างที่เดินขึ้นไปหาห้องในบ้านเขาอย่างชำนาญ อย่างกับรู้ดีว่าทางนั้นเป็นห้องสำหรับรับแขก...

“พวกพี่เคยมาบ้านผม?” พีพีหันไปถามคนข้างตัวที่เดินไปรินน้ำอุ่นในกระติกเก็บอุณหภูมิแล้วยื่นให้พีพี

“อืม”

“เคยนอนที่นี่ด้วย”

“อืม”

พีพีหรี่ตา “พี่มีอะไรจะบอกกับผมไหมครับ...พี่เฮล”

เฮลมองคนที่กำลังกอดอกหน้ายุ่งเหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจอย่างเอ็นดู ยกมือขึ้นลูบแก้มของพีพีเบาๆ “อย่านอนดึกไม่ดีต่อสุขภาพ”

พีพีกลอกตากับประโยคที่ฟังดูอ่อนหวานและห่วงใยนั่น สาบานเถอะว่าถ้าเขาไม่ใช่พวกใจแข็งนี่หลงหน้าตาหล่อๆ กับเสียงทุ้มต่ำน่าฟังของพี่เฮลจนลืมเรื่องที่จะถามไปหมด!

 

รู้พี่มันรู้จักใช้เสน่ห์ของตัวเองจริงๆ เลย!

 

“ทำมาเป็นพูดดี แล้วพี่จะนอนไหน นอนห้องเดียวกับพี่ไชน์ป่าวครับ” ปกติบ้านของพีพีมักมีพวกเครื่องนอนอยู่ในถุงกันฝุ่นและเก็บใส่ตู้ประจำไว้แต่ละห้องอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องพวกหมอนผ้าห่มหรอก

“ไม่นอนกับมัน” เฮลยักไหล่ สีหน้าดูจริงจังอย่างที่พูดจนพีพีได้แต่สงสัยว่าตกลงสองคนนี้เป็นพี่น้องกันจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย ทำไมบางทีดูเหม็นขี้หน้ากันจังเลย 

“งั้นพี่จะนอนห้องอื่นไหมล่ะครับ?” บ้านเขามีห้องอยู่อีกให้พี่เฮลนอนได้สบาย ก่อนจะชะงักกึกเมื่อร่างสูงกว่าโน้มตัวลงคร่อมพีพีไว้ ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง...ดวงตาคมกริบของคนอายุมากกว่าฉายแววอ่อนโยนกึ่งขบขันขึ้นวูบหนึ่งจนทำให้คนมองอย่าพีพีรู้สึกใจสั่นไหววูบหนึ่ง

 

พี่เฮลนี่...เสน่ห์เหลือร้ายจริงๆ!

 

“นอนห้องเดียวกับ...เธอ” เฮลเอ่ยข้างหูพี่พีพีเบาๆ เสียงทุ้มต่ำพร่าลงฟังยังไงก็เหมือนเสียงล่อลวงของปีศาจร้ายที่ทำให้คนลุ่มหลง

พีพีเลิกคิ้วไม่ได้ดันร่างสูงกว่าออกแต่กลับยื่นมือมาคล้องลำคอแกร่งไว้หลวมๆ กรีดรอยยิ้มร้ายที่เฮลกำลังรู้สึกว่า...กุหลาบดำกำลังใช้หนามของตนอีกแล้ว “ได้สิครับ...แต่ว่า...” พีพียื่นมือไปเกาหลังคอร่างสูงกว่าเบาๆ แต่ก็ถูกมือใหญ่ยึดไว้ก่อนทั้งร่างจะถูกอุ้มขึ้นจนพีพีร้องเหวอเสียงดัง เขาเกือบคว้ากระเป๋าไวโอลินไม่ทันแล้วด้วย! 

 

พี่มันอุ้มเขาตัวโตๆ ได้ง่ายๆ เหมือนลูกแมวเลยเว้ย!

 

“อย่าซน” เฮลปราม ยิ้มร้ายมองคนในอ้อมแขนที่เมื่อครู่ถ้าเขาเผลออาจถูกมือเรียวๆ นั่นกดเอาที่จุดตายหลังคอเอาได้...กับกุหลาบดำคนนี้พลาดเล็กน้อยไม่ได้เลยจริงๆ 

 

ร้ายสมกับเป็นทานาทอสของอีเดนและลูกชายของคุณอาพระเพลิงคนนั้นเลย

 

“พี่รู้ห้องผมด้วย” พีพีปล่อยให้อีกคนอุ้มไปแต่พออีกฝ่ายพามาชั้นสองตรงห้องเขาพอดีพีพีก็กลอกตาระอา...เขาปวดหัวจริงๆ พี่เฮลกับพี่ไชน์รู้ว่าเขาสงสัยทั้งคู่ก็ทำให้เขาอยากรู้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ต้องหาคำตอบเอาเอง

 

กวนประสาท!

 

“อืม...ไปอาบน้ำก่อน” เฮลวางพีพีลงบนเตียงก่อนจะเอ่ยเบาๆ กับพีพี เจ้าของห้องที่ถูกทำเหมือนแขกเสียเองยักไหล่คว้าผ้าขนหนูและชุดนอนเดินเข้าไปในห้อง ทิ้งให้เฮลอยู่ในห้องคนเดียว ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบๆ ห้อง ก่อนจะสุดตากับดอกกุหลาบสีดำที่ถูกเก็บอยู่ในกล่องกระจก

 

กุหลาบดำที่ไม่ได้เหี่ยวเฉาเพราะดูเหมือนจะถูกเก็บไว้ในกล่องสุญญากาศด้วยกรรมวิธีพิเศษ

กุหลาบดำที่เฮลเคยให้พีพีไว้เมื่อตอนที่เจอกันครั้งแรกในร้านกาแฟ...ไม่นึกว่าจะถูกเก็บไว้อย่างดีแบบนี้

 

อีกทั้งข้างๆ ก็ยังวางไว้ด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ที่ประกายของมันสะท้อนแสงไฟสลัวยามราตรีจนแวววาวบอกให้รู้ว่ามันเป็นเพชรน้ำดี

แน่นอน...เพราะเพรชเหล่านี้หาได้จากการประมูลเท่านั้น และนี่ก็เป็นเพชรเกรดเอที่บริสุทธิ์ไร้สี ไร้ตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น

 

กุหลาบดำที่เบ่งบานอยู่บนเพชร...คือสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึง...

งดงามแข็งแกร่งชั่วนิรันดร์ ปรารถนาให้เป็นเพียงของคนคนเดียว 

และ...เป็นการสู่ขอของปีศาจร้าย

 

“หึ” เฮลกระตุกยิ้มมุมปากยามนึกถึงเรื่องบางเรื่อง ก่อนจะหันไปมองร่างที่เดินออกมาจากห้องน้ำ พีพีเช็ดหัวตัวเองเรียบร้อยเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วก็หยิบพวกเสื้อผ้ามาให้เฮล

“เสื้อผ้าของคุณพ่อผมน่ะครับ พี่ตัวโตกว่าผมน่าจะใส่ได้นะครับ”

“ขอบใจ” เฮลรับเสื้อผ้าพวกนั้นมาก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป พีพีจัดการเปิดแอร์จากนั้นก็ทำความสะอาดไรเฟิลสุดรักสุดหวงของตัวเอง เขาบรรจงค่อยๆ เช็ดอย่าพิถีพิถัน จนเฮลเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วพีพีก็ยังดูแลไรเฟิลลูกรักไม่เสร็จ

ร่างสูงเดินเข้ามานั่งข้างๆ มองคนที่ทำความสะอาดไรเฟิลของตัวเองอย่างเอ็นดู...ดูเหมือนจะรักอาวุธตัวเองมากเลยนะเจ้าเด็กตัวแสบนี่น่ะ

 

ก็...ชื่อเดียวกับสมญานามของตัวเองนั่นแหละ

 

“คนที่ลอบฆ่าพี่นี่ทำไมกระจอกจังเลยครับ...พี่ดูไม่น่าจะมีศัตรูอ่อนๆ แบบนั้น” เพราะดูจากท่าทางของคนคนนี้แล้วแสนจะอันตรายจนพีพีคิดว่าอย่างน้อยศัตรูของพี่เฮลก็ไม่น่าจะอ่อน แต่จากที่เห็นด้วยสายตาวันนี้ดูเหมือนจะอ่อนหัดจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะมือซุ่มยิงนั่นน่ะ

 

มีที่ไหนกันดึกๆ ดื่นๆ กลับใช้เลเซอร์ช่วย ทำอย่างนั้นก็บอกให้ศัตรูไหวตัวทันกันพอดีสิ

ถ้าเป็นพีพีน่ะนะไม่ต้องมีเลเซอร์เขาก็ยิงเข้าเป้าได้ง่ายๆ ยิ่งตอนกลางคืนด้วยแล้วสายตาของพีพีจะดีเป็นพิเศษเลย

 

“ก็มีพวกปัญญาอ่อนอยู่บ่อยๆ” เฮลเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก ดวงตาคมหรี่ลงเป็นประกายตาอันตราย “พวกหาเรื่องตาย”

“หึๆ” พีพีหัวเราะในลำคอกับคำพูดเย็นชานั่น แต่ที่น่าสนกที่สุดคงเป็นแววตาคมกริบที่แสนอันตรายคู่นั้นต่างหาก

พี่เฮลเหมือนราชสีห์หลับใหลที่ถ้าหากใครไม่ไปกระตุกหนวดเข้าราชสีห์ก็เพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาของผู้ล่า ไม่ได้ใช้คมเขี้ยวและกรงเล็บของตัวเอง แต่ถ้าใครกล้าลองดีขึ้นมา...

 

นิสัยแบบนี้เหมือนคนคนหนึ่งที่พีพีรู้จักดีเลย ที่จริงเขาก็รู้สึกว่าพี่เฮลคล้ายกับคนคนนั้นมาก ไม่ใช่หน้าตา แต่หมายถึงลักษณะนิสัย  บรรยากาศ การวางตัว พวกจิตสังหารอะไรพวกนี้

คล้ายกับ...อาสิงห์มาก

 

พีพีถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะปิดกล่องไรเฟิลแล้วเอาไปเก็บเข้าที่เรียบร้อย เหลือบมองนาฬิกาก็พบว่ามันดึกแล้ว...พรุ่งนี้เขายังต้องเข้าเรียนปรับพื้นฐานต่ออีก...เป็นเด็กปีหนึ่งนี่นะ

“นอนกันครับ พี่นอนเตียงเดียวกับผมได้นะ แต่ถ้าไม่ได้พี่ก็ต้องนอนพื้น...เพราะผมเป็นเจ้าของห้องและผมไม่นอนพื้นแน่ๆ” พีพียักไหล่ เขาอยู่ที่อังกฤษอย่างเคยชินดังนั้นการอยู่ร่วมห้องกับคนอื่นนั้นพีพีไม่ถือหรอก แต่ให้เขาไปนอนพื้นน่ะเขาถือ

 

เห็นอย่างนี้พีพีก็เอาแต่ใจเป็นนะ!

 

“นอนเตียงเดียวกับเธอ...” เฮลหรี่ตายิ้มๆ ด้วยรอยยิ้มที่พีพีอ่านไม่ออก ไม่สิ...เขาขี้เกียจคิดแล้วต่างหาก วันนี้พีพีง่วงแล้ว เด็กปีหนึ่งใสๆ อย่างเขาต้องรีบพักผ่อน “ก็ต้องยินดีอยู่แล้ว...นอนเถอะ” เฮลดึงมือพีพีให้นอนลงบนเตียงกว้าง จากนั้นก็กดปุ่มปิดไฟข้างเตียง ทำให้ห้องที่สว้างไสวค่อยๆ มืดลง มือใหญ่ดึงรั้งผ้าห่มมาคลี่คลุมร่างของพวกเขาทั้งสองคน หันไปด้านข้างก็เห็นสายตาที่จับจ้องตนอยู่ จนเฮลยกยิ้มจางยื่นมือไปลูบหัวพีพีเบาๆ

“นอนได้แล้ว...ราตรีสวัสดิ์”

พีพีหาววอด ค่อยๆ หลับตาลงพยักหน้าหงึก “ราตรีสวัสดิ์ครับ” ใช้เวลาไม่นานพีพีก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว โดยที่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าตนกำลังไว้ใจและวางใจเฮลเข้าอย่างไร้เงื่อนไข

ปกติคนที่มักทำงานอันตรายจะมีประสาทสัมผัสที่ว่องไวอยู่เสมอ และมักจะไม่หลับต่อหน้าคนอื่นเพราะไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน ช่วงเวลาหลับเลยเป็นช่วงที่สัญชาตญาณการป้องกันตัวต่ำช่วงหนึ่ง แต่การที่พีพีหลับสนิทข้างๆ เฮลแบบนี้ก็แสดงให้เห็นว่าไว้ใจเฮลโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

ดวงตาคมของคนที่ยังไม่หลับมองเด็กน้อยข้างๆ อย่างเอ็นดู ความเย็นชาในดวงตาหายวับไปแทนที่ด้วยความอ่อนโยนและความคิดถึงจางๆ มือใหญ่ยกขึ้นไล้ใบหน้าหลับพริ้มของคนข้างๆ แผ่วเบา

“เธอยังไม่เปลี่ยนเลยเจ้าตัวเล็ก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ย นึกถึงเรื่องราวบางอย่างก็ทำให้มุมปากปรากฎรอยยิ้มโค้งมากขึ้น เพราะถ้าหากขืนเรียกอย่างนี้ต่อหน้าเจ้าตัว มีหวังได้ถูกเป้าหมายไรเฟิลทานาทอสลั่นกระสุนใส่เอาแน่ๆ “ยังเป็นเด็กร้ายกาจเหมือนเดิม”

ร่างสูงกว่ากระชับคนในอ้อมแขนมาใกล้ กอดพีพีไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง เพราะนี่เป็นเวลาและโอกาสของเขาที่ควรรีบคว้าเอาไว้ เพราะถ้าหากคนบางคนรู้ข่าวหรือกลับมาแล้วล่ะก็...เกรงว่าแค่เข้าใกล้อาณาเขตบ้านหลังนี้ก็ถูกอัญเชิญออกไปแล้ว

 

ก็กุหลาบดำดอกนี้มีหนามแหลมจากตัวเอง และหนามแหลมจากคนขี้หวงหลายคน

โดยเฉพาะพ่อของเจ้าตัว

 

ผู้ชายที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่าจอมมาร...คุณอาพระเพลิง

 

...............

 

“อรุณสวัสดิ์ครับอา” พีพีเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเขาก็เห็นอาอัณณ์คนดีกำลังเตรียมมื้อเช้าไว้บนโต๊ะอาหารเรียบร้อย จานและช้อนส้อมที่เพิ่มมาอีกสองคู่บ่งบอกให้รู้ว่าแขกพิเศษอีกสองคนเมื่อคืนยังไม่กลับ

“อรุณสวัสดิ์ครับพีพี...เมื่อคืนกลับมาดึกใช่ไหมเรา วันนี้อาทำข้าวปั้นญี่ปุ่น มีขิงดองกับวาซาบิด้วยครับ แล้วก็มีโจ๊กปลากับซุปสาหร่าย อาทำครัวซองกับแซนวิสไว้ให้ด้วยเผื่อเราจะเอาไปกินที่มหาลัย” 

“อาน่ารักที่สุดเลยครับ แล้วนี่อาเพชรไปทำงานแล้วเหรอครับ?” พีพีกวาดตามองไปรอบๆ เพราะปกติถ้าอาเพชรตื่นแล้วล่ะก็ต้องมาเกาะอาอัณณ์ไว้เหมือนแมวเกาะเจ้าของตลอด

“เจ้าแมวไปทำงานแต่เช้ามืดแล้วครับ งานนี้เพชรเป็นหัวหน้าทีมต้องขยันหน่อย เห็นบอกอาว่าเสร็จงานนี้จะเอาวันหยุดอาทิตย์หนึ่งเลยด้วยครับ” อัณณ์ส่ายหน้ายิ้มๆ กับเจ้าแมวของตัวเอง แต่คิดดูแล้วกว่างานโปรเจคนี้ของน้องจะเสร็จคงต้องอีกสองสามเดือนโน่นล่ะ...เจ้าแมวแค่อยากหาวันหยุดในช่วงวันเกิดของเขาเท่านั้นเอง

“แหมๆ อาอัณณ์หน้าแดงทำตาอ่อนโยนแบบนี้มีเรื่องหวานๆ อีกแน่ๆ เลย...เฮ้อ อิจฉาจังครับ” พีพีเอ่ยแซวคุณอาคนดี อัณณ์หัวเราะเบาๆ ยื่นมือไปยีหัวหลานชายเบา 

“ไม่เท่าเราหรอกครับ พาผู้ชายเข้าบ้านทั้งสองคนเลย” อัณณ์แซวหลานชายกลับ แต่พีพีไม่ยักเขินให้เห็นแถมยังยิ้มกว้างอีกด้วย

“แล้วสองคนที่ว่านั่นไปไหนแล้วครับ?”

“สวนทานตะวันของอาเกรย์เราน่ะครับ อาเอากาแฟไปให้ เห็นตื่นเช้ามาออกกำลังกายกันในสวน แล้วก็พักดื่มกันน่ะ”

“อาไม่ถามผมหน่อยเหรอครับว่าทั้งสองคนเป็นใคร”

อัณณ์ยิ้มอ่อนโยน “พีพีก็รู้นี่นาว่าอารู้จักเจ้าสองแฝดนั่นแล้ว ทั้งสองคนเคยมาบ้านเราบ่อยๆ มาอีกอาก็ไม่ถามหรอกครับ”

“อาดู...สนิทกับพี่ๆ ทั้งสอง” พี่พีเปรยถาม เพราะดูจากความใส่ใจและบรรยากาศของอาอัณณ์ อาเพชรแล้ว...เหมือนกับที่ปฏิบัติกับพวกเขา กับพีพี เจ้าแฝด และเวนิสน้อย

“ก็หลานนี่ครับ เอาล่ะเลิกมาหลอกเอาข้อมูลจากอาได้แล้วครับเจ้าตัวแสบ ไปตามพี่เขามากินมื้อเช้ากันเร็ว ทั้งสามคนยังต้องไปโรงเรียนอีกนะ”

“คร้าบบบบ” พีพีรับคำ ก่อนจะเดินไปสวนหลังบ้าน...มันเป็นสวนดอกทานตะวันที่ได้รับการดูแลอย่างดี ถูกจัดเป็นสวนเล็กๆ สำหรับพักผ่อน มีพวกเก้าอี้สาน เบาะนวม และร่มสีขาวคันใหญ่วางไว้ ดอกทานตะวันพวกนี้ได้ยินมาว่าอาน้ำชาเป็นคนให้อาเกรย์ในวันที่ขอเป็นแฟน จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันดูแลขยายพันธุ์จนกลายเป็นสวนเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นแบบนี้แหละ

แล้วภาพที่พีพีเห็นเบื้องหน้าก็ทำเอาเขาคันไม้คันมืออยากวิ่งไปหยิบกล้องมาถ่ายภาพเสียเดี๋ยวนี้เลย...ชายหนุ่มร่างสูงทั้งสองคน คนหนึ่งใส่เชิ้ตดำ อีกคนใส่เชิ้ตขาว นั่งไขว้ห้างอยู่ตรงข้ามกัน ในมือของทั้งคู่คือแก้วกาแฟสีขาวขุ่น แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นใบหน้าหล่อเหลาของคนทั้งสอง ยิ่งยามถูกแสงแดดยามเช้าไล้ผ่านใบหน้าอย่างอ่อนโยน ดูราวปล่องแสงเล็กๆ แบบนั้นแล้วยิ่งดูดี

 

ดูมีสง่าราศีแบบผู้ดีสุดๆ ไปเลย!

 

“อ้าว อรุณสวัสดิ์กุหลาบดำน้อย” ไชน์ที่หันมาเห็นก่อนโบกมือทักทายพีพีอย่างร่าเริง แต่คำเรียกกุหลาบดำน้อยนั่นทำให้พีพีกลอกตาทันที

 

เขาไม่ใช่กุหลาบดำน้อย!

คำเรียกน่ารักๆ นั่นมันอะไรกัน...เหมาะกับเขาตรงไหนเถอะ ขืนเรียกอย่างนี้ให้คนในอีเดนหรือคนในทีมเขาฟัง มีหวังเจ้าพวกบ้านั่นหัวเราะลั่นแน่ๆ 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ พวกพี่ตื่นเช้าจัง” พีพีตัดสินใจไม่สนใจคนกวนประสาทคนอื่นหน้ายิ้มๆ อย่างพี่ไชน์ หันไปทักทายเฮล ที่ยื่นมือมายีหัวเขา

 

นี่ก็ชอบยีหัวกันจริงๆ

 

“ปล่อยผม?” เฮลมองคนตรงหน้าที่ปล่อยผมยาวของตัวเอง...ใบหน้าพีพีตอนไม่ได้มัดผมรวบแบบนี้ดูอ่อนโยนและละมุนละไมกว่าทุกที

 

เหมือนเด็กปีหนึ่งใสๆ เหมือนที่เจ้าตัวบอกนั่นล่ะ

 

“ก็ยังไม่ไปมหาลัยนี่นา ผมเลยปล่อยผมไว้ก่อน...อาอัณณให้ผมมาตามพวกพี่ไปกินข้าวน่ะครับ” พีพียักไหล่ ไม่ได้สนใจสภาพตัวเองเท่าไหร่นัก

“อืม ก็ไม่ควรให้อาอัณณ์รอนาน จริงด้วยน้องพีพี จะไปมหาลัยด้วยกันไหม? ไหนๆ วันนี้พี่ก็ต้องเข้าคณะไปทำกิจกรรมปรับพื้นฐานอยู่แล้ว”

“เห...ก็ได้ครับ แต่ว่าพี่เฮลกับพี่ไชน์ไปมหาลัยพร้อมกันจะดีเหรอครับ พวกพี่ไม่ได้กำลังเล่นละครไม่ชอบหน้ากันให้คนทั้งมหาลัยเห็นอยู่เหรอ?” 

“ไอ้เฮลมันต้องไปทำงาน” ไชน์หรี่ตามองเจ้าน้องชายฝาแฝด กดยิ้มกวนประสาท “หึๆ ลำบากเนอะน้องชาย”

“กวน” เฮลหรี่ตามองไอ้คนเป็นพี่ที่ห่างกับเขาไม่กี่นาที คอยดูเถอะเขาจะปล่อยให้มันทำงานคนเดียวโดยไม่ช่วย ข้อหากวนประสาท 

“ฉันจะไปส่งเธอก่อน” เฮลเลิกสนใจพี่ชายแล้วหันมาบอกพีพี แต่รุ่นน้องคนใสกลับยักคิ้วจึกมาให้แทน 

“วันนี้ผมไปกับพี่ไชน์ดีกว่า” พอพีพีพูดจบบรรยากาศเยือกเย็นก็เข้าปกคลุมทันที โดยคนที่แผ่บรรยากาศอึดอัดนั้นออกมาก็คือเฮลเอง เหมือนแค่พีพีพูดว่าไม่ให้เขาไปไปส่งเขาก็อารมณ์เสียแล้ว ไชน์ยกยิ้มชอบใจ ส่วนพีพีก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง

“เพราะอยากจะยืมตัวพี่ไชน์ไปรังแกคน แต่ถ้าพี่เฮลไม่ชอบใจ...มารับผมตอนเลิกเรียนก็ได้นะครับ หรืออยากให้ผมเลี้ยงข้าวก็มาตอนเที่ยง ผมยินดีเลี้ยง” 

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นห่วงความรู้สึกของคนคนนี้ พีพีเริ่มรู้สึกว่าตัวเองประหลาดขึ้นทุกทีแล้ว! 

แต่พอเห็นบางคนอารมณ์ดีขึ้นเขาก็ได้แต่ยิ้มจางๆ

 

เหมือน...เขากับพี่เฮลเคยรู้จักกันมาก่อน แต่ว่านึกยังไงพีพีก็นึกไม่ออก แต่ไหนแต่ไรมาเขาเป็นพวกความจำดี ยิ่งกับคนแบบพี่เฮลและพี่ไชน์ด้วยแล้วพีพีมั่นว่าเขาไม่มีทางลืม

แต่ทำไม...ถึงนึกไม่ออก

 

“เป็นอะไร?” เฮลมองคนข้างตัวอย่างสงสัยเมื่อเห็นพีพีเงียบไป อีกคนส่ายหน้ารัวๆ แล้วรีบคลี่ยิ้มกลบเกลื่อน

“ไม่มีอะไรครับ พวกเราไปกินมื้อเช้ากันเถอะครบ ขืนไปสายเดี๋ยวอาอัณณ์ตีเอาแน่ๆ”

 

สงสัย...คงได้ลงมือสืบอย่างจริงๆ จังสักทีแล้ว

ก่อนที่ความรู้สึกพวกนี้จะมามีอิทธิพลกับเขามากขึ้น

 

พี่เฮล...พี่เป็นใครกันแน่

แล้วทำไมผมต้องสนใจเรื่องของพี่ขนาดนี้กันวะ!

 

…………..

 

พี่เฮลเริ่มรุกหนักแล้วจริงๆ นั่นแหละค่ะ แต่ว่า…จะไม่ใช่แค่พี่เฮลแล้วเนอะ เพราะเจ้าจอมมารน้อยก็เริ่มจะสนใจพี่เขาจริงๆ จังๆ ขึ้นมาแล้วเหมือนกัน รายนี้น่ะไม่สนคือไม่สน แต่ถ้าสนขึ้นมา…ร้ายชนิดที่พี่เฮลได้ไปไม่เป็นแน่ๆ ค่ะ อย่าลืมนะคะว่ามีหลายคนสอนเจ้าจอมมารน้อยมา แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นย่อมมีพี่ไวน์คนสวยกับคุณโลคัสคนช่างยั่วด้วย ^_^

แล้วก็…หลายคนคงเดาออกว่าทั้งสามคนรู้จักกันมาก่อน แต่มันมีสาเหตุให้น้องจำไม่ได้ และนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้จอมมารพระเพลิงเขาหวงลูกด้วยค่ะ

อย่าลืมดูแลตัวเองและอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ 

 

สำหรับวันนี้ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #77 Observer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 07:53
    คิดถึงตอนจอมมารหวงลูกเลย 55555
    #77
    0
  2. #76 Saiparnnps (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 23:49
    เค้ารางคนคลั่งรักสองอัตรา
    #76
    0
  3. #75 orittapr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 23:36
    เขานอนกอดกันด้วย เขิลๆๆ
    #75
    0
  4. #74 อาริน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 02:51

    แมวหวงเจ้าของไม่พอ น่าจะหวงหลานด้วย 55555

    #74
    0
  5. #73 I AM ME_381512 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 08:13
    สั้นปายยยยยยยย
    #73
    0
  6. #72 Observer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 23:41
    มาแค่นี้จริงๆหรอคะ 55555555 อาเพชรแกล้งแฝดหน้อยยยยย
    #72
    0
  7. #71 Dark normol (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 22:35
    แมวเพชรก็คือน่ารักแง้จิ้มหน้าผาก
    #71
    0