เกมร้าย กับดักรัก (Yaoi,BL)

ตอนที่ 4 : IV.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    25 ต.ค. 63

IV.

.

 

“เป็นไงล่ะกูบอกพวกมึงแล้วว่ามีคนต้องมาสายนัดไม่เป็นนัด...ไม่รู้แหละครั้งนี้ยังไงกูก็ไม่ยอม ลงโทษทั้งรุ่นไปเลย!”

“มึงใจเย็นก่อนดิวะไอ้วิทย์ น้องมันเลทแค่เกือบห้านาทีเองนะเว้ย แล้วก็ไม่ใช่มีแค่คนเดียว”

“พวกมึงก็แบบนี้แหละชอบเข้าข้าง ระวังเถอะเด็กมันจะปีนเกลียวเอา แล้วกูจะสมน้ำหน้าทีหลัง”

“ปีนเกลียวอะไร กูว่ามึงเริ่มโยงมั่วแล้ว น้องพีพีน่ะมารยาทดีจะตาย พูดจาก็สุภาพด้วย”

“กูว่ามันหน้าตากวนประสาท”

“ไอ้วิทย์!!”

เสียงทะเลาะของเหล่ารุ่นพี่ที่ยืนกันด้านหน้าทำให้ปีหนึ่งหลายคนไม่ได้ยิน แต่สำหรับคนหูดีอย่างพีพีที่เพิ่งมาถึงสถานที่นัดหมาย กลับได้ยินชัดเจน ดูจากจำนวนเพื่อนร่วมรุ่นที่นั่งกันบางตาแล้วก็เดาได้ไม่ยากว่าไม่ใช่เขาคนเดียวหรอกที่มาช้า แต่ดูเหมือนว่ารุ่นพี่จะเจตนาหาเรื่องเขาชัดเจน

 

ไม่รู้ว่าเพราะไม่ชอบขี้หน้ากันตั้งแต่แรกที่เจอหรือมีใครคอยเป่าหูกันแน่

 

ดวงตาเรียวคู่สวยหรี่มองไปยังปีหนึ่ง เห็นเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกำลังก้มหน้าก้มตา ตีสีหน้าลำบากใจเต็มเปี่ยม แต่ก็ไม่อาจปิดบังแววตาสาแก่ใจนั่นได้เลยแม้แต่น้อย

 

เฮ้อ...คนเรานี่นะสตรอว์เบอร์รีไม่เนียนไปเรียนมาใหม่จริงๆ

 

“ขอโทษที่มาสายครับ” พีพีเอ่ยก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ด้านหน้าของเหล่ารุ่นพี่ ชายหนุ่มคลี่รอยยิ้มขอโทษให้รุ่นพี่ทุกคน...ยกเว้นไว้คนหนึ่งอย่างจงใจ เขาเห็นอีกฝ่ายชักสีหน้าใส่และกำลังจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่างแต่เพื่อนของเขาก็ดึงกลับไปเสียก่อนแล้วมาพูดกับพีพีแทนด้วยท่าทางที่ไม่ได้โกรธเคืองอะไร

“มาสายนะเราน่ะ”

“ขอโทษด้วยครับพี่ๆ ผมมีธุระจำเป็นแล้วก็หลงทางอีกนิดหน่อยครับ” พีพีเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากบรรดารุ่นพี่และเพื่อนๆ ได้ไม่น้อยทีเดียว

“เฮอะ! ข้อแก้ตัวปัญญาอ่อน พวกมึงนี่ก็เชื่อเนอะ” น้ำเสียงหาเรื่องที่ทำให้พีพีเลิกคิ้วก่อนจะยิ้ม

“ผมมีพยานยืนยันและมีคนพามาส่ง ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปถามพี่เฮลดูได้นะครับ” ชื่อคนบางคนที่พีพียกมาอ้างทำให้วิทย์หุบปากทันที มองรุ่นน้องตาขวาง 

 

เขาเกลียดไอ้เด็กนี่! ไม่ชอบขี้หน้ามัน

ดูก็รู้ว่าเป็นพวกคุณชายเหยียบขี้ไก่ไม่ฟอ ที่สำคัญมันยังกล้ารังแกคนที่เขาชอบอีก!

เกลียดพวกเล่นเส้น!

 

“ทำไมกูต้องถาม!”

“ถ้าพี่ไม่ถามก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าผมปัญญาอ่อนนะครับ...อ้อ...แล้วถ้าผมจำไม่ผิดตอนมาปรับพื้นฐานพวกพี่ๆ คนอื่นๆ ก็บอกไว้ว่าเรารับน้องไม่เคร่ง ทุกอย่างผ่อนปรนได้ถ้ามีเหตุผลจำเป็น แต่นี่...ดูเหมือนว่าพี่จะไม่คิดอย่างนั้น หรือเพราะ...ผมเห็นเรื่องที่หลังตึกใกล้โรงอาหาร

“มึงพูดอะไร!” ตอนแรกวิทย์ก็โมโหที่ไอ้เด็กปีหนึ่งนี่มันกล้าท้าทายเขา แต่ต่อมาก็สะดุ้งมันพูดเรื่องที่ตึกใกล้โรงอาหารหรือว่า...มันเห็น!

“พูดอะไรน้อ...ให้ผมถามมิวไหมครับ? ว่าเรื่องอะไร?”

คราวนี้คนอื่นๆ ได้แต่เหลือบสายตาไปมองมิวที่กำลังก้มหน้างุดๆ เส้นผมดูยุ่งเหยิง เจ้าตัวมีสีหน้าแทบจะร้องไห้เหมือนพีพีเป็นคนรังแก ก่อนจะส่ายหน้ารัวๆ ทั้งๆ ที่มือก็กำแน่นและตัวสั่นไปหมด

 

ทำไม...ทำไมมันถึงพูดแบบนี้

หรือว่ามันเห็น!!

 

“ระ...เราไม่รู้ว่าพีพีพูดอะไร...จริงๆ...ฮึก...จริงๆ นะ”

พีพีหัวเราะกับคนที่แค่คำพูดก็ทำเป็นรับไม่ไหว จะแสร้งทำตัวเป็นอ่อนแอบอบบางให้ใครดูกัน ไม่เห็นหรือว่าทั้งเพื่อนและรุ่นพี่คนอื่นๆ ต่างครุ่นคิดกันอย่างแปลกใจทั้งนั้น มีแต่รุ่นพี่ที่ชื่อวิทย์คนเดียวนี่แหละที่มองพีพีอย่างมาดร้าย เหมือนจะเข้ามาต่อยสักหมัดให้ได้

 

แหม...อยากจะมาต่อยจังเลยนะเนี่ย หึ

 

ถ้าคนมีสมองสักนิดก็จะสงสัยพฤติกรรมของมิวและเอะใจในสิ่งที่พีพีพูด เขาไม่ทันทำอะไรอีกฝ่ายก็ร้องไห้เสียแล้ว ดูเหมือนเพื่อนร่วมรุ่นเขาและรุ่นพี่ส่วนมากจะมีสมองกัน ยกเว้นพี่วิทย์ไว้คน...

 

น่าจะสมองกลวงถึงได้ถูกลูกไม้ปัญญาอ่อนแบบนี้หลอกเอาได้

เฮ้อ...ควรกินปลานะคนเราน่ะ ปลามีโอเมก้าสามช่วยเพิ่มพื้นที่ในสมองได้

 

“ไม่รู้ก็ไม่รู้สิ” พีพียักไหล่ ก่อนจะหันไปยิ้มแล้วยกมือขอโทษรุ่นพี่ “ผมขอโทษที่มาสายนะครับ พี่จะลงโทษก็ได้ ผมเต็มใจครับ แต่ว่า...” คนที่รู้ว่าตัวเองมีเสน่ห์เอียงหน้าลง แล้วก็คลี่ยิ้มหวานปนออดอ้อน “อย่าลงโทษคนอื่นๆ เลยนะครับ”

 

ตายๆ ดาเมจแรงมากเลยนะเนี่ย!

 

เหล่ารุ่นพี่ทั้งชายทั้งหญิงต่างอ้าปากค้างกันเป็นแถวกับเสน่ห์อันเหลือร้ายของรุ่นน้องรูปงามตรงหน้า แทบอยากจะพยักหน้าตอบรับอีกฝ่ายทันควันไปแล้ว ดีนะมีสติขึ้นมาก่อน

“แฮ่ม! เรื่องนั้น...”

“ถ้าพี่ลงโทษพีพีก็ลงโทษผมด้วยแล้วนะครับ”

“ผมด้วย”

พีพียิ้มให้กับเกมและหมอนที่ยกมือขึ้นและลุกขึ้นยืนทันที เพื่อนๆ คนอื่นก็ทยอยกันลุกขึ้นด้วยเช่นกัน มีมิวที่นั่งนิ่งไม่ยอมลุก ในดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังไม่ยอมรับ

 

ทำไมคนอื่นถึงได้เข้าข้างคนอย่างมัน!

มันมีดีอะไร!

 

พีพีอมยิ้มมากกว่าเดิม ก่อนเขาจะส่ายหน้าให้คนอื่น เรื่องรับโทษแค่นี้สบายๆ อยู่แล้ว อีเดนฝึกสมาชิกในองค์กรมาโหดกว่าที่อื่น และพ่อของเขาก็ฝึกเขาโหดไม่แพ้ใครหรอก...ไหนพีพีจะถูกบรรดาคุณอาทั้งหลายชวนตีเป็นประสอบทรายอยู่บ่อยๆ อีก...แค่วิ่งหรือลุกนั่งหลายๆ รอบน่ะชิลๆ 

 

อ้อ...แต่ก็ต้องทำเป็นเหนื่อยบ้างแหละ

ก็เขาต้องเป็นปีหนึ่งใสใสนี่นา

 

“ขอบใจนะ รู้สึกซึ้งใจมากเลยจริงๆ แต่ว่าไม่ต้องหรอก...ผมว่ารับโทษคนเดียวได้ จะปล่อยให้ทุกคนมาเดือดร้อนกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวได้ยังไงกันล่ะครับ”

“เฮ้ย! พูดอะไรอย่างนั้นพีพี เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย” เกมยักไหล่

“นั่นสิ ถ้านายเกรงใจเลี้ยงข้าวพวกเราดีไหม?” หมอนว่าด้วยใบหน้านิ่งๆ

“จริงด้วยๆ”

“เอาด้วยๆ เลี้ยงข้าวนะ”

พีพีหัวเราะ ดูเหมือนทุกคนอยากได้คนเลี้ยงข้าวมากกว่านะเนี่ย ส่วนเรื่องถูกลงโทษน่ะเป็นเรื่องคลายเครียดมากกว่าชัวร์

“ไม่ต้องมาถูกลงโทษกับผม...ผมก็เลี้ยงข้าวทุกคนได้นะ”

“เหอะ! แม่งเอาเงินซื้อเพื่อน”

“ซื้อเพื่อนเหรอ?” เสียงทุ้มน่าฟังจากเบื้องหลังเหล่ารุ่นพี่เอ่ยขึ้น แต่ทำให้ทุกคนสะดุ้งเฮือก บรรดาปีหนึ่งที่ยืนขึ้นต่างก็ชะงัก มองร่างสูงที่แม้จะอยู่ในกางเกงยีนส์สีดำกับเชิ้ตขาวก็ยังดูดีสะกดสายตา ดวงตาคมกริบหรี่มองรอบๆ ก่อนจะเลิกคิ้วมองพีพีที่กำลังยิ้มกว้างมาให้ตน “นี่คืออะไร?...นั่งลงครับน้องปีหนึ่ง”

น้ำเสียงของไชน์ประหนึ่งประกาศิต เหล่าปีหนึ่งทุกคนนั่งลงพรึ่บทันที ส่วนบางคนก็ทำหน้าน่าสงสารแต่เมื่อไม่ได้รับแม้แต่สายตาที่เหลือบแล

“มีใครจะอธิบายได้บ้าง” ไชน์กวาดตามองเพื่อนๆ ร่วมรุ่นของตัวเองที่ยังคงเงียบกันอยู่ โดยเฉพาะตัวต้นเหตุอย่างวิทย์ที่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร เมื่อไม่ได้คำตอบ พ่อประธานรุ่นสุดหล่อก็หรี่ดวงตาคมลงพลัน บรรยากาศรอบตัวเยือกเย็นจนหลายคนขนลุก

“อ่า...เอาเป็นว่าผมอธิบายเองแล้วกันครับ” เสียงของพีพีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนเจ้าตัวจะกระพริบตาปริบ เมื่อเป็นเป้าสายตา ชายหนุ่มตีหน้าใสซื่อ...คล้ายจะบอกว่าก็ทุกคนไม่พูดนี่นา ผมเสียสละพูดเองเลยนะครับ “ก็คือ...ผมมารับน้องสายไปประมาณ อ่า...5 นาที 48 วินาทีเห็นจะได้ครับ แล้วก็พี่วิทย์เขาอยากให้ผมรับโทษเพราะมาสาย ทีนี้ผมก็เลยตกใจ ก็เลยถามหาความจริงกับข้อสงสัยไปนิดนึง แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ก็สงสารผมเลยขออาสาลงโทษกับผมด้วยครับ อ้อ แล้วผมก็สัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวทุกคนด้วย”

ฟังคำอธิบายที่ติดจะร่าเริงและกวนๆ นั้นแล้วไชน์ก็กระตุกยิ้มให้กุหลาบดำตัวแสบที่กำลังยิ้มอย่างว่าง่าย แต่แววตากลับเป็นประกายวาววับ 

 

นิสัยสมกับถูกเรียกว่า ‘จอมมารน้อย’ จริงๆ

 

“ทำไมมาสายล่ะ?”

“มีธุระจำเป็นและก็หลงทางนิดหน่อยครับ พี่ไชน์สงสัยก็ถามพี่เฮลเพิ่มได้นะครับ”

เหล่ารุ่นพี่สะดุ้งมองพีพีที่เอียงหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ใครๆ ก็รู้ว่าไชน์กับเฮลไม่ถูกกัน! จะให้ไชน์ไปถามเฮลเนี่ยนะ!

 

ตีกันตายก่อนพอดี...สองคนนี้ตีกันไม่เท่าไหร่

คนรอบข้างจะเดือดร้อนเพราะไอสังหารของสองคนนี้น่ะสิ!

 

ไชน์เลิกคิ้ว รู้ว่าเขากับเฮลน่ะสนิทกันและคนทั้งมหาลัยเข้าใจผิดไปเอง ก็เลยเอาไม้นี้มาเล่นสินะ หึๆ ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมหมอนั่นถึงได้เฝ้าไม่ไปไหน ต่อให้ถูกแกล้งยังไงก็ยังจะวาดหวังครอบครองกุหลาบดำหนามแหลมคมคนนี้ 

รุ่นพี่หนุ่มยักไหล่ ยื่นมือไปยี้หัวพีๆ ท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของทุกคน “มันบอกแล้ว” 

ซึ่งทุกคนและพีพีก็ไม่รู้ว่าคนที่ถูกกล่าวอ้างอย่างเฮลน่ะบอกจริงหรือเปล่า

“ไปนั่งรวมกับเพื่อนเถอะ” ไชน์อนุญาต ก้มลงกระซิบข้างหูพีพีเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน “ร้ายนะเราน่ะ”

พีพีหัวเราะ ก่อนจะยิ้มให้รุ่นพี่ตาหยี “ผมร้ายที่ตรงกันครับ ผมว่าตัวเองออกจะเป็นน้องปีหนึ่งใสซื่อนะ”

“อืม...ห่างกับคำนั้นเหมือนระยะเวลาจากบางกะปิไปห้าแยกลาดพร้าวในตอนเย็นวันศุกร์ที่มีฝนตกนั่นล่ะครับ”

เด็กนอกอย่างพีพีกระพริบตาปริบๆ เอียงหน้างงๆ ไม่เข้าใจประโยคนี้ เรื่องพวกเส้นทางหรือแยกอาถรรพ์ในกรุงเทพมหานครที่เป็นตรานที่เขาไม่รู้จริงๆ เจ้าตัวทำตาโตหน้ามึนๆ ไปนั่งกับเกมและหมอน ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้แต่อยากรู้อยากเห็นว่าคนดังพูดอะไรกับพีพีกันแน่

“รับน้องกันปกติเลย” เขาบอกกับเพื่อนคนอื่นๆ “กฎรับน้องของเราทุกอย่างสามารถอะลุ่มอล่วยได้ถ้าน้องๆ มีเหตุผลเพียงพอ และการปรับพื้นฐานไม่ได้บังคับ ส่วนคุณ...มาคุยกับผมหน่อยสิครับ” ไชน์หันไปมองวิทย์ หรี่ดวงตาคมเยือกเย็นลงจนคู่สนทนาสะดุ้ง ได้แต่เดินตามไชน์ไปคุยกันอย่างว่าง่าย พีพีไม่รู้ว่ารุ่นพี่ทั้งสองพูดอะไรกันแต่เขาเห็นพี่ที่ชื่อวิทย์ตัวตัวสั่นไปหมด เหมือนพวกสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ถูกพญาราชสีห์จับจ้องเอา

 

รู้สึกเห็นใจขึ้นมานิดๆ นะเนี่ย...หึๆ

 

พีพีมองคนที่นั่งห่างจากเขาไปเล็กน้อยอย่างมิว อีกฝ่ายกำลังเศร้าและดูน่าสงสาร แต่กลับใช้สายตามองพีพีอย่างเกลียดชังที่เก็บซ่อนยังไงก็ไม่มิด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนานั่นถ้าหากเผาพีพีเป็นจุลได้ก็คิดว่าอีกฝ่ายคงทำแล้วแหละ

 

แต่พอดีพีพีมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนหนังหนาอะนะ ไฟธรรมดาๆ ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก

 

ดูเหมือนที่เขาเดาไว้จะไม่ผิด...มิวคงชอบพี่ไชน์ และตามมาเรียนที่นี่ก็เพราะพี่ไชน์ แต่ดูเหมือนพี่ไชน์จะไม่รู้จักมักจี่อีกฝ่ายแม้แต่น้อย ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าชอบเขาข้างเดียวแล้วทำไมต้องเกลียดคนที่เขาทำดีด้วยด้วยล่ะ

 

บางทีพีพีก็งงนะว่าตัวเองผิดตรงไหน

 

“อย่ายิ้มได้ไหมเนี่ย” หมอนกระซิบกับพีพีเบาๆ ลูบขนแขนตัวเองเบาๆ “ขนลุกหมดแล้ว”

“ทำไมอ่า...ผมยิ้มไม่ได้เหรอ?” พีพีถามอย่างไม่เข้าใจ เขาก็ว่าตัวเองยิ้มแล้วดูได้อยู่นะ ทำไมเพื่อนถึงทำเหมือนมันน่ากลัวไปได้อะ เดี๋ยวต้องกลับบ้านไปยิ้มให้คุณอาดูแล้ว

 

อาอัณณ์คงชมเขาเหมือนเดิม ส่วนอาเพรชก็คงแบะปากทำหน้าแมวมึนใส่แล้วก็อวยว่าตัวเองยิ้มสวยกว่าแน่ๆ

 

“ก็นายเล่นยิ้มแบบร้ายกาจน่ะสิ...เหมือนมีคนจะโชคร้ายอะ” เกมว่า หันไปมองหมอนที่ชะงักแล้วก็มาหรี่ตามองเหมือนจะถามว่าเพื่อนจะก่อเรื่องอะไรอีก 

“อ๋ออออ” พีพีลากเสียงยาว หัวเราะหึๆ ในลำคอ “ตอนนี้ยังไม่...แต่อีกสักพักไม่แน่”

“เอ่อ...ขอถามเพื่อความชัวร์นะเพื่อน” เกมกระซิบ  “ว่าไม่ใช่เรากับไอ้หมอนนะ”

“ฮะๆ ไม่ต้องห่วงน่า...ไม่ใช่นายสองคนแน่ๆ” 

“ค่อยโล่งหน่อย เออ...พวกเราฟังพี่กันดีกว่า เดี๋ยวถูกหาเรื่องอีก แหม...มีเรื่องให้ซุบซิบอีกแล้วเว้ยไอ้หมอน” เกมเหลือบตามองมิวกับพี่วิทย์คนนั้นแล้วก็หันไปยักคิ้วจึกๆ ให้หมอนที่กำลังกลอกตาอย่างระอยู่ด้วย พีพีเห็นท่าทางของเพื่อนทั้งสองแล้วก็หัวเราะ

 

สองคนนี้นี่นะ...

 

เขาหันมาตั้งสมาธิกับกิจกรรมสันทนาการและละลายพฤติกรรมที่รุ่นพี่นำมาให้เล่น วิ่งไปโน่นนี่รวมกลุ่มเล่นเกมกับคนอื่น บางทีก็ออกไปเต้นเพลงไก่ย่างที่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกด้วย ทำเอาพีพีรู้สึกตื่นตาตื่นใจและสนุกไปอีกแบบนึ่งเลยทีเดียว

 

แต่ว่า...เขายังไม่ลืมเป้าหมายของวันนี้หรอกนะ

กลางดึกของที่นี่...อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีอะไร

 

แล้วก็...อยากรู้ด้วยว่ามันจะทำให้ ‘ทานาทอส’ ของเขาเสียกระสุนได้หรือเปล่า!

หึ!

…………..

......ต่อ.......

 

หลังกิจกรรมปรับพื้นฐานเสร็จพีพีก็เอ้อระเหยลอยชาย เดินเล่นในมหาลัยกับเกมและหมอน ส่วนมิวนั้นไม่ได้ตามมาด้วย ไม่รู้เพราะถูกพีพีโจมตีไปนิดหน่อยหรือเปล่า หรืออยากใช้เวลากับพี่วิทย์กันสองต่อสองนั้นก็รู้แท้แต่จะรู้ได้ พีพีกลับมาบ้านของตัวเองก็เจอคุณอาคนดีกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน 

“สวัสดีครับอา”

อัณณ์ยิ้มให้หลานชาย ยกมือรับไหว้ทันที “ไปล้างมือหรือจะอาบน้ำก่อนก็ได้นะครับ อาทำของว่างไว้ให้พีพีแล้ว”

“อาดีกับผมที่สุดเลยครับ” พีพีรีบตรงเข้าไปกอดเอวคุณอาคนดีของตัวเองทันที อาอัณณ์ของเขานี่แสนดีตลอด ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงรัก ใจดีเป็นที่หนึ่งเลย

“พอ” แต่เสียดายที่มีแมวขี้หวง พีพีกดคุณอาแป๊บเดียวก็ถูกดึงคอเสื้อออกแล้วโยนไปให้ห่าง จากนั้นร่างสูงๆ ก็เบียดตัวไปกอดอาอัณณ์แทนเขาแล้วยังมาทำหน้าเป็นแมวเหนือใส่กันอีก “ไม่ให้กอดอัณณ์”

 

กลอกตาใส่อาเพชรเลย นี่แน่ะๆ 

 

เพชรน้ำหนึ่งมองเจ้าจอมมารน้อยที่ทำหน้าทะเล้นก่อนจะยื่นมือไปจิ้มหน้าผากหลานชายอย่างหมั่นไส้ “กวน”

“ก็อาเพชรขี้หวง พอเลิกงานเร็วก็แย่งผมอ้อนอาอัณณ์” พีพีหัวเราะตาหยี เอียงหลบอุ้งมือแมวของอาเพชร รีบยกมือไหว้อีกฝ่ายแล้วก็วิ่งฉิวเข้าครัวไปหาของกินก่อนจะวิ่งไปอาบน้ำบนห้อง ทิ้งให้คุณอาทั้งสองได้แต่อมยิ้มกับความแสบซนของหลานชาย

“จอมมารน้อย” เพชรน้ำหนึ่งบ่นงึมงำ คอยดูเถอะเดี๋ยวจะชวนมาเป็นกระสอบทรายสักวัน ส่วนคนที่เดินไปปิดวาล์น้ำอย่างอัณณ์ก็หัวเราะขำ ยื่นมือไปลูบหัวแมวมึนของตัวเองเบาๆ 

“นิสัยเหมือนพี่เพลิงกับพวกเพชรนั่นแหละครับ”

“ผมเด็กดี” เพชรน้ำหนึ่งรีบค้าน เขาน่ะเป็นแมวที่ดีของอัณณ์ไม่ใช่จอมมารสักหน่อย

อัณณ์ส่ายหน้า เคาะจมูกเจ้าแมวอย่างหมั่นไส้ ปล่อยให้แมวตัวโตหน้ามึนที่ต่อให้อายุมากแล้วก็ยังเป็นแมวของเขาอยู่ดีเกาะไหล่เข้าไปข้างในบ้าน “หรือเพชรจะเข้าข้างทางโน้นดีครับ?”

“ฮึ...ไม่เอา” เพชรน้ำหนึ่งส่งเสียงหึทันที ให้เข้าข้างเจ้าเด็กนั่นที่จะมาแย่งเจ้าจอมมารน้อยไปน่ะเหรอ ไม่ยอมหรอก อุตส่าห์เลี้ยงมาจะยอมให้คนอื่นเอาไปรังแกได้ง่ายๆ ได้ยังไงกัน “ผมทีมพี่เพลิง”

“สงสารหลานอีกคนแย่เลยนะครับ”

“ไม่เห็นสงสารเลย...กวน” เพชรน้ำหนึ่งแบะปาก ก่อนจะหอมแก้มเจ้าของฟอดใหญ่ “ไม่คิดเรื่องอื่น คิดเรื่องผมนะครับอัณณ์”

“เจ้าแมวขี้อ้อน” อัณณ์ได้แต่อ่อนใจกับนิสัยแมวของตัวเอง ส่วนคนที่อาบน้ำและแต่งตัวเสร็จอย่างรวดเร็วแบบพีพีที่ลงมาเห็นฉากหวานก็เบ้ปากใส่อาเพชรหนึ่งที

 

ขี้อวดที่หนึ่งเลย

 

“หิวจังเลยครับอา วันนี้มีของโปรดผมไหมน้าา” พีพีกระโดดลงจากบันไดเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง โต๊ะกินข้าวบ้านเขาเป็นโต๊ะยาว เพราะมีสมาชิกเยอะ ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่กันแค่สามคนแต่เดี๋ยวอีกไม่นานพวกเขาก็จะได้รวมตัวกันอีกครั้ง 

 

พีพีชอบช่วงเวลานั้นที่สุดเลย

 

“มีสิครับ อาทำให้ทั้งสองคนนั่นแหละ จริงด้วย...วันศุกร์นี้สองแฝดจะมาค้างที่นี่นะครับ เห็นบ่นคิดถึงพี่ชายจนแทบจะโดดเรียนมานี่แล้ว” อัณณ์ตักข้าวใส่จานให้ทั้งสองคนไปก็พูดไปยิ้ม 

พีพีหัวเราะตาพราวระยับทันทีเมื่อได้ยินว่าน้องชายจะมา สองแฝดจอมป่วนที่อยู่ในความดูแลของคุณอาคนเล็กของเขา

 

อาดังกับราวี

 

“ดีเลยครับ มีเรื่องสนุกๆ อยากเล่าให้เจ้าแฝดฟังตั้งเยอะ” พีพีรีบแย่งกุ้งตัวโตในจานยำเพราะเดี๋ยวจะถูกอาเพชรแย่งเอาเสียก่อน “จริงด้วยครับ ผมว่าเดี๋ยวดึกๆ จะออกไปเดินเล่นในมหาลัยสักหน่อย อาไม่ต้องรอผมนะครับ”

“หืม?” เพชรน้ำหนึ่งเลิกคิ้วมองหลานชายที่ส่งยิ้มมาให้แล้วก็หัวเราะเบาๆ “พกปืนไปเดินเล่น?”

“อาไม่ต้องมาแซวผมเลย ก็พี่เฮลชอบห้ามผมดีนัก ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามหาลัยนั่นตอนดึกๆ ดื่นๆ มีอะไรนักหนา”

ชื่อที่ได้ยินจากปากของพีพีทำให้เพชรน้ำหนึ่งและอัณณ์เลิกคิ้วทันที ก่อนทั้งคู่จะยิ้มน้อยๆ โดยที่พีพีไม่สังเกต

 

เจ้าเล่ห์จริงๆ รู้จักนิสัยพีพีดีและเอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างดีเลย

อืม...ไม่รู้ว่าถ้าหากพ่อเจ้าจอมมารน้อยรู้ขึ้นมาจะชื่นชมหรือยังไงนะเนี่ย

 

“จริงด้วยครับ อาต้องรู้จักพี่เฮลแน่ๆ พี่ไชน์ด้วย...เหมือนเขาจะมาซื้อขนมจากร้านอาแล้วไปฝากผมบ่อยๆ เลย” พีพีช้อนตาออดอ้อนมองคุณอาคนดี ก่อนจะรีบเคี้ยวหมึกที่อาเพชรยัดใส่ปากเพราะอ้อนอาอัณณ์แทบไม่ทัน

 

แมวขี้หวง!

 

“รู้จักครับ พี่น้องคู่นั้นชอบมาร้านอาบ่อยๆ”

“อ้ะ..พี่น้อง?” พีพีจับประเด็นได้อย่างรวดเร็ว กะพริบตาปริบๆ ถามให้แน่ใจ “อาหมายถึง...พี่เฮลกับพี่ไชน์? สองคนนั้นเป็นพี่น้องกันหรือครับ!”

 

ถึงว่าสิทำไมพีพีรู้สึกว่าทั้งคู่คล้ายกันมากๆ โดยเฉพาะดวงตาที่ต่อให้สีต่างกันแต่ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างกันเลย

ความอันตรายและร้ายกาจที่ซุกซ่อนอยู่ข้างใน

 

 

แล้วคนทั้งมหาลัยก็ถูกพี่น้องสองคนนี้ปั่นหัวเอาจริงๆ ด้วย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งสองคนเกลียดกัน ไม่ชอบขี้หน้ากันแต่ที่จริงแล้วทั้งคู่น่ะดูจะเป็นพี่น้องที่สนิทสนมกันมากด้วย!

พวกเจ้าเล่ห์!

 

“ใช่ครับ ฝาแฝดคนละใบน่ะ”

“ทำไมผมไม่เคยเห็นทั้งสองคนมาก่อนเลยล่ะครับ?” พีพีขมวดคิ้วพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ถึงเขาจะไม่ใช่คนที่มีความจำดีมาก แต่สำหรับคนที่มีเอลักษณ์พิเศษและยากจะลืมเลือนอย่างสองคนนั้นแล้วพีพีมั่นใจว่ายังไงก็ต้องสะดุดตาและต้องจำได้บ้าง

 

แต่นี่...น่าแปลกมาก

เหมือน...ทั้งคู่ไม่เคยอยู่ในความทรงจำของเขามาก่อนเลย

 

อัณณ์นิ่งไปนิดก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวหลานชายเบาๆ “อาจจะเคยเจอกันมาก่อนแต่พีพีจำไม่ได้ก็ได้ครับ...กินเร็วครับ เพชรแย่งของโปรดเราจะหมดแล้วนะ”

พีพีกะพริบตาเมื่อเห็นว่าอุ้งมือแมวของอาเพชรยื่นมือมาแย่งกุ้งในจานเขาไป เขารีบสลัดเรื่องค้างคาใจและเรื่องน่าปวดหัวออกไปทันที เพื่อรบกับศึกของกินตรงหน้าอย่างเต็มที่

 

เหม่อไม่ได้เลย อาเพชรนะอาเพชร!

เชอะ!

 

...........

 

เวลาห้าทุ่มกว่าพีพีขับรถของตัวเองมามหาลัย จอดไว้เฉยๆ ส่วนตัวเองก็นั่งเล่นมือถือไปด้วยอย่างสงบ

น่าแปลกที่เวลาอย่างนี้ในมหาลัยกลับเงียบมาก ปราศจากนักศึกษาแม้แต่คนเดียว บริเวณหอในเองก็คึกคัก แต่ถัดขับผ่านจากนั้นมาก็เงียบมาก ตึกเรียนที่อยู่ห่างไกลหอเหล่านี้เปิดไฟสว่างแต่ไร้วี่แววผู้คน พีพีดับเครื่องยนต์และไม่แม้แต่จะเปิดไฟ อาศัยประสาทสัมผัสตาและหูที่ผ่านการฝึกมาอย่างเข้มงวดของตัวเองสังเกตรอบๆ ไปด้วย

บนตึกเรียนชั้นบนๆ อยู่เหมือนจะมีเงาคนวูบไหวคอยจับสังเกตอยู่รอบๆ ไม่รู้ว่าข้างบนนั่นมีอะไรกันแน่ ถ้าหากจำไม่ผิดตอนที่มาเดินเที่ยวชมมหาลัยกับเพื่อนเมื่อตอนเย็น ทั้งคู่บอกเขาว่านั่นเป็นห้องเก็บอุปกรณ์พวกอุปกรณ์ประกอบฉากของชมรมการแสดง

 

แล้วทำไมห้องเก็บของของชมรมถึงได้มีคนทำลับๆ ล่อๆ ได้

แน่นอนว่าไม่ใช่ผี...เพราะพีพีเห็นเค้าโครงใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจน ว่าเป็นผู้ชายที่สูงวัยพอประมาณ

 

เขารู้สึกว่ามหาลัยนี้มีอะไรผิดปกติ...

ที่จริงก็รู้สึกว่ามันผิดปกติตั้งแต่ที่ได้รับคำสั่งมาจากอีเดนแล้วแหละ...ทายาทของตระกูลเฟอร์โน่มาอยู่ที่นี่น่ะนะ เพื่ออะไรและทำไมกันแน่ 

 

แต่จะลงมือสืบก็เป็นไปได้ยาก เพราะพีพีไม่รู้ว่าเป้าหมายของเขาคือคนไหน เป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ และการจะงมเข็มจากนักศึกษาหลายพันในมหาลัยคงหาได้ยาก

นั่งเล่นมือถืออยู่ได้ไม่นานพีพีก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ขับเข้ามาบริเวณที่เขาอยู่ จากแสงไฟรายทางทำให้เห็นว่ารถยนต์พวกนั้นติดกระจกดำหนาทึบ และค่อยๆ ขับมาจอดรอ หนึ่งคัน สองคัน สาม สี่ห้าคัน ก่อนคนบนรถจะทยอยกันลงมา

เป็นกลุ่มคนที่สวมชุดดำมิดชิด พยายามปิดหน้าปิดตา ประมาณเกือบสิบคนเห็นจะได้ ในมือคนพวกนี้ถือกระเป๋าสีดำที่ปิดล็อกอย่างแน่นหนามาด้วย

พีพีหรี่ตาลงเล็กน้อย มองตามกลุ่มคนเหล่านั้นไปยื่นเงินให้พนักงานรักษาความปลอดภัยแล้วก็ขึ้นไปบนตัวตึก หันไปมองรอบๆ แล้วส่งสัญญาณมือกับคนด้านบน พอกลุ่มคนเหล่านั้นขึ้นไปหมดคนที่ชะเง้อคอมาสำรวจอีกครั้งแล้วผลุบหน้าหายเข้าไปปิดม่านหน้าต่างลงเรียบร้อย

 

อ้อ...คุณลุงที่รักษาความปลอดภัยรับสินบนสินะ

 

พีพีรอคนเหล่านั้นหายไปสักแป๊บหนึ่ง ก่อนจะอาศัยความว่องไวส่วนตัวและเร้นตัวภายใต้เงามืดเข้าไปบนตึกอย่างเงียบเชียบที่สุด

เขาซ่อนความรู้สึกและลมหายใจของตัวเองอย่ามืออาชีพ ย่างเท้าอย่างแผ่วเบาไปตามจุดที่ได้ยินเสียงสนทนาแว่วมา

“ล็อตนี้เกรดดีๆ ทั้งนั้นเลยนี่หว่า ถ้าส่งออกนอกประเทศล่ะก็รับรองว่าทำรายได้ดีชัวร์”

“แน่นอนสิ พวกกูคัดมาแล้วดีๆ ทั้งนั้น...งามนี้อย่างแจ่ม ทั้งสดทั้งซิง รับรองว่าถูกใจลูกค้าแน่ๆ”

“ดีๆ นี่ขนาดแค่รูปภาพเองยังแจ่มขนาดนี้”

“ไหนดูค่าตอบแทนสิ ว่าคุ้มหรือเปล่า”

บทสนทนาดังแว่วผ่าร่องประตูทำให้พีพีพอจะเดาออกว่าคนเหล่านี้มาทำอะไร ดวงตาเรียวสวยนั้นหรี่ลงเล็กน้อย ขมวดคิ้วนิดๆ อย่างไม่ค่อยชอบใจ

 

แม้พีพีจะไม่ใช่คนดี เขาเคยแม้กระทั่งฆ่าคน แต่ว่า...สิ่งสำหรับมนุษย์ด้วยกันแล้วสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความตาย แต่เป็น...

การค้ามนุษย์ด้วยกัน

 

เอามหาลัยมาเป็นแห่งซื้อขายเนี่ยนะ...แสดงว่าเบื้องหลังต้องมีอะไรแน่ๆ หรือไม่ก็มีพวกเส้นใหญ่คอยให้การสนับสนุนอยู่ ถ้าฟังจากที่เฮอร์เมสหรือแอริคบอกมา

 

มาเฟียสินะ

 

เมื่อได้ยินการสนทนาและเสียงเท้าที่ขยับมาใกล้ประตูพีพีก็แนบตัวชิดกับกำแพงมากขึ้น เขาเห็นกลุ่มคนเหล่านั้นเดินออกมา แฟ้มเอกสารที่พวกนั้นถือมีรูปของผู้หญิงในชุดนักศึกษาหลายคน

พีพีรอจนคนกลุ่มนั้นทยอยกันเดินลงไปข้างล่างหมดแล้ว ก่อนจะเข้าไปสำรวจในห้อง เขาไม่ได้เปิดไฟเพราะไม่อย่างนั้นจะน่าสงสัย ดูจากสภาพโดยรวมแล้วคงใช้ที่นี่วางแผนและคงส่งต่อคนกันที่ตึกนี้ด้วยสินะ เพราะเป็นตึกที่ห่างไกลจากหอพัก และไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมา 

 

หรือต่อให้มีคน ปิดปากเอาก็สิ้นเรื่องแล้ว

 

กึก...

 

พีพีหรี่ตาลง ประสาทสัมผัสทั้งตัวบอกว่ามีบางอย่างอยู่ในห้องนี้ด้วย ไม่ใช่แค่เขา...คนที่ซุกซ่อนลมหายใจของตัวเองเอาไว้เช่นเดียวกับตัวเอง และมีฝีมือร้ายกาจ!!

“ออกมา!” พีพีเอ่ยเสียงเย็นจากนั้นก็เคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย ฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง แต่มือของเขากลับถูกจับไว้อย่างง่ายดาย พีพีฟาดขาตามลงไปอีกรอบ ได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะในลำคอเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ ทั้งมือทั้งเท้าเลยไม่แม้แต่จะออมแรง เมื่อรู้ว่าเป็นคนและพอจะจับเค้าลางได้ พีพีก็โจมตีเน้นจุดตายทั้งนั้นทันที!

“ร้ายนะ” เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยเบาๆ ทำให้พีพีชะงักการโจมตี จังหวะเพียงชั่วพริบตานั่นก็ทำให้ร่างของเขาถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขนแกร่ง จะดิ้นหนียังไงก็ไม่ได้เพราะเรี่ยวแรงอันมหาศาลนั้นเกี่ยวเอวพีพีไว้แน่นจนแผ่นหลังเขาแทบจะจมลงไปในอกกว้าง “จอมมารน้อย”

“พี่เฮล” พีพีกระซิบกลับเสียงแผ่ว เพราะจำเสียงและกลิ่นอายของคนคนนี้ได้ชัดเจน

“บอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่ามา”

“ก็ผม...”

“ดื้อ” เฮลกระซิบเสียงต่ำข้างหู ก่อนจะยอมปล่อยพีพีเมื่อศอกและขานั่นกำลังจะโจมตีเขาอีกรอบ เป็นกุหลาบดำที่หนามแหลมจริงๆ 

“พี่มาทำให้ผมอยากรู้เองนี่ครับ” พีพีหน้ายุ่ง “พี่อยู่ในห้องนี้มานานแล้วเหรอ?”

 

เก่งขนาดที่พีพีเองก็เพิ่งจะรู้ตัว ไม่สิ...อีกฝ่ายจงใจให้เขารู้ต่างหาก

 

“อืม...”

“คนพวกนั้นเกี่ยวกับพี่เหรอ?”

“อืม”

“ยังไงอะ บอกผมได้ไหม แต่ถ้าเป็นความลับไม่ต้องบอกก็ได้นะครับ”

“บอกได้” เฮลดึงพีพีมากอดไว้หลวมๆ อ้อมแขนแกร่งที่ยากจะดิ้นหนีและพีพีเองก็ดิ้นไม่ได้ด้วย...เสมือนอาณาเขตในอ้อมแขนนั้นไร้ทางออกโดยสิ้นเชิง “มาเก็บงาน”

“พวกนั้น?”

“เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่าพี่เป็นมาเฟีย!” พีพีจะหันหลังกลับไปถามก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอพร้อมกอดเขาจากด้านหลังแน่นอีกรอบ

 

ทำไมชอบกอดจังวะเนี่ย กอดไม่พอพี่มันยังชอบเป่าลมหายใจใส่หลังคอกันอีก

นี่ยังไม่สนิทกันถึงขั้นนี้สักหน่อย

 

“พี่เฮล”

“ก็คงอย่างนั้น”

“คุยกับพี่แล้วผมปวดหัวเป็นบ้าเลยอะ! แล้วไม่ตามไปเหรอครับ เดี๋ยวพวกนั้นก็หนีกันไปหรอก” พีพีเลิกคิ้วขึ้นในความมืดได้ยินเสียงลมหายใจของเขาชัดเจน แต่เสียงลมหายใจของคนข้างหลังนั้นกลับเงียบสงบมาก ถ้าไม่ใช่เพราะพีพีจำเสียงได้คงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผีไปแล้ว

 

อีกทั้ง...ควบคุมลมหายใจได้ขนาดนี้ ต้องได้รับการฝึกมาอย่างหนักแค่ไหนกันนะ

ขนาดคนในอีเดนเองที่ทำได้อย่างพี่เฮลเนี่ย..ก็ดูเหมือนจะมีแต่พวกหัวหน้าหน่วยเท่านั้น

 

“ไม่ต้องห่วง พวกมันหนีไม่ได้หรอก” เฮลเอ่ยเบาๆ “ไปกันเถอะ”

“หะ?” พีพีงงแล้วนะเนี่ย อยู่ดีๆ ก็มาจับมือกันแล้วใช้แรงลากเดินลงไปข้างล่าง...แรงเยอะเป็นบ้าเลย อยากจะถามจริงๆ ว่าพี่กินอะไรเข้าไปทำไมแรงเยอะแบบนี้ไม่ทราบ!

 

คนที่เขารู้จักแล้วแรงเยอะน่ะก็มีแค่อาช้าง แต่รายนั้นเป็นผู้ใหญ่ซนๆ ที่ชอบใช้แรงไปกับต่อยมวยและว่ายน้ำมากกว่า ส่วนพี่เฮลคนนี้เป็นคนแรงเยอะที่ดูท่าจะไม่ใช้แรงทำอะไรแบบนั้นแน่ๆ

 

แล้วตอนถูกอีกฝ่ายจูงมือเดินลงมาข้างล่างพีพีก็รู้คำตอบดีว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้บอกว่าเจ้าคนพวกนั้นไม่มีทางหนี เพราะล่างตึกที่เป็นลานโล่งๆ บัดนี้กลับเป็นการเผชิญหน้าของคนสองกลุ่ม และกำลังหันกระบอกปืนใส่กัน!

 

…………

 

เนี่ยพีพีก็รู้นะคะว่าพี่เขาเจ้าเล่ห์ แต่น้องก็ยังอยากล้อเล่นกันไฟ คนบางคนก็ขยันบอกให้น้องรู้ แต่บอกไม่หมด อยากให้เจ้าจอมมารน้อยสนใจตัวเอง แต่อย่าจะบอกพี่เขานะคะว่า ต่อให้เห็นหลานเป็นกระสอบทรายยังไงอาๆ เขาก็หวงหลานชายคนโตนะคะพี่เฮล

วันนี้เรามาดึกเพราะเราเพิ่งเสร็จธุระ อาจจะกลับมาอัพช่วงดึกๆ เหมือนเดิมแล้วนะคะ เพราะตื่นเช้าไม่ไหว 555 เดี๋ยวจะเอาเรื่องนี้ไปลง RAW ด้วยนะคะ เผื่อมี NC ทุกคนจะได้ไม่ลำบากหากัน จะเอาลงทั้งในบล็อคและใน RAW

อย่าลืมดูแลตัวเองและอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ดูแลตัวเองกันดีๆ น้าาา

 

สำหรับวันนี้ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ 

ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ที่ดีของทุกคนนะคะ ^_^

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #70 Observer (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 00:06
    ไม่อยากคิดภาพตอนพ่อและอาๆของพีพีขัดขวาง 55555555 คงทั้งหวงทั้งอยากแกล้งเฮล
    #70
    0
  2. #69 namolV (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 22:51
    รอนะค่ะ
    #69
    0
  3. #68 Plang2549 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 10:37
    รอนะคะไรท์ๆๆ
    #68
    0
  4. #67 0818770547 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 21:25

    คิดถึงน่ะ น้องกลับมาแล้ว
    #67
    0
  5. #66 sweetiewann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 20:56
    3pไปเรยยย
    #66
    0
  6. #64 Observer (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 23:18
    แสบได้พ่อ ยิ่งเลี้ยงกันหลายคนด้วย คูณสองไปเลย 5555555555
    #64
    0
  7. #63 I AM ME_381512 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 12:59
    จัดการมันนนนน อิคนสตอเบอร์รี่~
    #63
    0
  8. #62 anchu2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 12:21
    ยัยน้องน่ารักและร้ายยยย
    #62
    0