เกมร้าย กับดักรัก (Yaoi,BL)

ตอนที่ 3 : III.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,691
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    15 ต.ค. 63

III.

 

มื้อเที่ยงของพีพีวันนี้ไม่ได้มีแขกรับเชิญคนดังของมหาลัยมาร่วมทานด้วยอย่างที่เขาโกหกคนอื่นตาใสไป แต่พีพีก็ไม่ได้หน้าแตกแม้แต่น้อย เพราะไชน์ติดธุระด่วนเลยมาทานกับเขาไม่ได้ เจ้าตัวเสียดายมากและชดเชยเป็นการยื่นกระเป๋าสตางค์มาให้พีพีเอาไปทานข้าวและเลี้ยงเพื่อนๆ ท่ามกลางความอึ้งของทุกคน ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง และรุ่นเดียวกัน พีพีไม่ได้รับกระเป๋าตังค์ของอีกฝ่ายมารับเพียงน้ำใจเท่านั้น รุ่นพี่หนุ่มผู้แสนดีเลยบอกว่าเดี๋ยวจะซื้อขนมและของกินมาให้แทน

“พีพี พี่ไชน์เขาจีบนายเหรอ? หรือว่าเคยรู้จักกันมาก่อน” เกมกระซิบถามอย่างสงสัย ขณะที่พวกเขาอยู่ในโรงอาหารของคณะ คือขนาดแค่มานั่งทานข้าวเฉยๆ เพื่อนใหม่อย่างพีพีก็ถูกคนอื่นมองมาตลอด แต่ดูเหมือนคนถูกมองจะไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะเอาแต่ยิ้มเกลื่อนใบหน้า มือเรียวๆ นั่นก็จิ้วหลอดจึกๆ เหมือนมันสนุกสนานนักหนา “คือเขาดูเอาใจนายมากเลยอ่ะ”

“ผมกับพี่ไชน์น่ะหรือ?” พีพีเลิกคิ้ว อยากจะบอกว่าเพิ่งรู้จักกันวันมารายงานตัวนั่นแหละ แต่เขากลับยิ้มหวานแล้วหันไปมองมิวแทน...เรื่องอะไรจะพูดความจริงกันล่ะ...หึ “อืม...นั่นสิครับ”

“บอกมาเร็วพีพี นายอย่าทำมามีลับลมคมในนะ พี่ไชน์ยื่นกระเป๋าตังค์ให้นายเลยนะเว้ย นี่มันยิ่งกว่าความแฟน!” หมอนมองเพื่อนใหม่อย่างหมั่นไส้

 

หยิกแก้มสักทีจะเป็นไรไหมเนี่ย!

 

“ตะ...แต่ผม ได้ยินคนเขาพูดว่าพีพีกัน...คะ...คือ...” มิวแทรกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เหมือนทุกที มองพีพีคล้ายจะเป็นห่วง...ก็แค่คล้ายอ่ะนะ

“อ๋อ เรื่องที่บอกว่าผมจับปลาสองมือคนหนึ่งพี่เฮล คนหนึ่งพี่ไชน์น่ะหรือครับ? ผมไม่สนใจหรอก...ผมไม่ได้ทำเหมือนที่เขาพูดนี่” พีพียักไหล่

“ตะ...แต่...”

“อย่าไปสนใจเลยนะพีพี บางคนเขาแค่อิจฉานายอ่ะ” เกมว่า เขาสบตาหมอนแล้วกลอกตาไปทางมิว คล้ายกับจะบอกว่าไอ้เพื่อนใหม่อีกคนนี่ดูไม่ปกติเท่าไหร่

 

แม้จะดูใสซื่อ เนิร์ดและขี้กลัว แต่คำพูดและการกระทำพยายามจูงให้พีพีถูกเกลียดมาก นี่ถ้าเขากับไอ้หมอนไม่ใช่ขี้เผือกคือคงอยู่ทีมมิวไปแล้วอ่ะ

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เกมกับหมอนไปทักแล้ว มิวกลับบอกว่าพีพีเป็นฝ่ายทิ้งให้มิวอยู่ในห้องคนเดียว...ใส่ร้ายแบบเนียนๆ ชัดๆ เลย ทำให้พีพีถูกเกลียดตั้งแต่วันแรกเลย

 

“ผมไม่สนใจหรอกครับ....ก็ผมหน้าตาดีอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ นี่” พีพียิ้มตาหยี ยอมรับความหน้าตาดีของตัวเอง...ก็คุณพ่อสุดที่รักของเขาหน้าตาดีมาก คุณแม่ก็น่ารักมาก...ลูกชายสุดที่รักอย่างเขาย่อมต้องได้ยีนเด่นของพ่อแม่มาสิ

“โหย...หลงตัวเองว่ะ” เกมหัวเราะอย่างหมั่นไส้ เห็นพีพีไม่คิดมากก็ดีแล้ว พวกเขาทานข้าวกันไปเรื่อยๆ คุยโน่นคุยนี่กันไป พีพีรู้ว่าหมอนกับเกมเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่อนุบาล บ้านอยู่ใกล้กัน สอบได้มหาลัยเดียวกันคณะเดียวกันอีก จนเขาได้แต่ยิ้มกว้าง เพราะบรรยากาศของสองคนนี้คล้ายกับพวกคุณอาทั้งหลายเลย

 

บรรยากาศของเพื่อนสนิท

ที่เรียกได้ว่า...เพื่อนแท้

 

พอมาอยู่กับคนแบบนี้...ฉันคิดถึงนายเหมือนกันนะเนี่ยเอริค...

 

ส่วนมิวน่ะ...เจ้าตัวบอกว่ามีคนที่ชอบเรียนที่มหาลัยนี้ เลยตั้งใจสอบเข้ามาด้วย พวกเขาสามคนไม่ได้ถามต่อว่าใครเป็นคนที่มิวชอบ ทั้งๆ ที่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวอยากให้ถามจะแย่

 

ในเมื่ออยากให้รู้...แต่ไม่มีใครอยากรู้ คงอึดอัดแย่เลยสิ เม้มปากเสียแน่นขนาดนั้น

 

“ว่าแต่นายอยู่ต่างประเทศมาตั้งแต่เด็กเลยเหรอเนี่ยพีพี ถึงว่านายถึงได้ขาวกว่าพวกเรามาก” เกมมองผิวขาวๆ ของพีพีอย่างอิจฉา

“ก็อังกฤษมีแต่หิมะนี่นา” พีพีว่า “บางทีฉันก็คิดถึงอากาศเมืองไทยเหมือนกัน”

“เดี๋ยวเจอหน้าร้อนตอนเมษานายจะไม่พูดคำนี้หรอก” หมอนหัวเราะ “ร้อนนรกแตก”

“สุดๆ เลยล่ะ...เออพีพีอยู่หอป่ะ? เรากับหมอนอยู่หอข้างนอกนะ เผื่ออยากมาเมาที่ห้องได้” เกมยักคิ้วจึกๆ ทำให้พีพีหัวเราะขำ

“ตอนนี้อยู่บ้านน่ะ แต่เดี๋ยวเปิดเทอมคงย้ายมาอยู่หอแหละ” พักโรงแรมก็เหมือนหอพักนั่นแหละ ขืนเขาดื้อได้ถูกอาเกรย์กับอาน้ำชาตีเอาแน่ๆ ถึงอาเกรย์จะตีไม่เคยเจ็บก็เถอะ 

พีพีที่ทานข้าวเสร็จเรียบร้อยรวบช้อนอย่างมีระเบียบ เช็ดปากตัวเองแล้วก็ดื่มน้ำอึกๆ กิริยามารยาทที่ถูกฝึกมาอย่างดีของพีพี ทำให้เกมกับหมอนยกนิ้วให้

 

ดูผู้ดีสดุๆ ไปเลยครับ!

นอกจากหน้าตาดีแล้วมารยาทยังดีไปอีก!

 

แต่ก่อนที่พีพีจะได้พูดอะไรเขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศในโรงอาหารเงียบลงทันที เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจที่ดังอยู่เมื่อครู่เงียบลง พร้อมบรรยากาศเยือกเย็นชวนให้อึดอัด และเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเห็นร่างสูงร่างหนึ่งเดินมานั่งที่โต๊ะของพีพีกับเพื่อนๆ

“พี่เฮล” พีพีทักทายเสียงใส แค่บรรยากาศเขาก็รู้แล้วว่าใครมา “สอนปรับพื้นฐานปีหนึ่งวิศวะเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอครับ? ไหนบอกผมว่าต้องไปทำธุระข้างนอกนี่นา”

“เสร็จเร็ว...อิ่มหรือยัง?” เฮลถามเรียบๆ เขาไม่สนใจสายตาคนอื่นที่จับจ้องตัวเอง มองพีพีนิ่งๆ ก่อนจะยื่นถุงกระดาษในหนึ่งที่ถุงญลักษณ์ร้านคุ้นๆ

 

รูปแมวหน้าตามึนๆ ที่นอนกอดสตรอว์เบอร์รี่แบบนี้ มีแค่ร้านของอาอัณณ์เท่านั่นแหละ

 

“พี่ไปร้านอาอัณณ์มาเหรอครับ?” พีพีหรี่ตาเล็กน้อย อีกฝ่ายต้องรู้จักเกี่ยวกับตัวเขาทุกอย่างเลย และก็ไม่ลังเลที่จะแสดงให้พีพีเห็นว่ารู้ด้วย

 

ถ้าไม่มั่นใจเกินไป...ก็กวนประสาทมากจริงๆ

 

“อืม...คุณอาเขาฝากมา”

พีพีกอดอก ทำหน้ายุ่งเล็กน้อย “ผมบอกเลยนะว่าพวกพี่ทำผมปวดหัวมาก” นี่เขาพูดจริงๆ เลยนะ ทั้งเฮลทั้งไชน์เลยทำให้พีพีไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ แต่เขาหมายว่าเป็นศัตรูไปก่อนแล้วกัน

 

ที่เป็นมิตรด้วยนี่ไม่ได้หมายความว่าเขาไว้ใจและเชื่อใจนะ

กำลังเก็บข้อมูลต่างหาก

 

“หึๆ คิดมาก อย่ากลับค่ำล่ะ” เฮลย้ำอีกรอบ ยื่นมือไปยีหัวคนที่หน้ายุ่งไม่เลิก ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูพีพีท่ามกลางเสียงฮือฮาที่ดังขึ้นอีกรอบ “เก็บหนามบ้างก็ได้กุหลาบดำ”

ร่างสูงนั้นเดินออกไปแล้ว แต่พีพีกลับนิ่งงัน ในใจกำลังขบคิดบางอย่างอยู่อย่างเคร่งเครียด พี่เฮลเรียกเขาว่ากุหลาบดำ...มันเป็นสัญลักษณ์ของทานาทอส ตำแหน่งของพีพีเอง

 

อีกฝ่ายจงใจใบ้ให้เขารู้...เพื่อจะบอกอะไรหรือเปล่า?

 

หรือบางทีพี่เฮลอาจจะเป็นทายาทของตระกูลฟอร์โน่เป้าหมายของภารกิจครั้งนี้ก็ได้?

โอ๊ย! ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

 

“อื้อหือพีพี รับรองเดี๋ยวข่าวนายได้ว่อนแน่ๆ พี่เฮลเขามาแรงแซงทางโค้งมาก ไอ้หมอนกูเชียร์พี่เฮลนะ กูว่าดูร้ายๆ น่าจะเอาพีพีอยู่” เกมเลือกทีมทันทีที เพราะเขาก็พอจะสัมผัสได้ว่าเพื่อนใหม่อย่างพีพีน่ะไม่ธรรมดา และไม่ได้ใสซื่อเหมือนหน้าตา

“ก็น่าเชียร์อยู่”

“แฮ่มๆ ไปขึ้นเรียนปรับพื้นฐานกันต่อได้แล้ว วิชาต่อไปฟิสิกส์ด้วย ขอความกรุณาเด็กฟิสิกส์ทั้งสองคนช่วยเหลือเพื่อนตาดำๆ คนนี้ด้วยนะ” พีพีเปลี่ยนเรื่องไม่ให้เพื่อนแซวไปมากกว่านี้ ถึงเขาจะไม่เขินก็เถอะ

“ฮะๆ ไปๆ ได้สิได้” เกมกับหมอนกอดคอพีพีก่อนจะเก็บจาน แล้วชวนมิวขึ้นไปเรียนภาคบ่ายต่อ มิวเดินก้มหน้าก้มตามองตามแผ่นหลังของพีพีอย่างเกลียดชัง

 

ทำไม...ทำไมต้องเป็นมันด้วย!

 

................

 

“อีกสี่สิบนาทีให้น้องๆ ไปรวมกันที่สนามหญ้าหน้าตึกคณะนะครับ จะทำกิจกรรมรับน้องกัน อย่าไปสายกันนะ”

“ใครมาสายจะถูกลงโทษทั้งรุ่นแน่ๆ” รุ่นพี่คนที่พีพีจำเสียงได้ปรายตามองหน้าเขาอย่างเจาะจง แต่พีพีก็ทำแค่ยิ้มให้เท่านั้น อีกฝ่ายส่งเสียงเหอะในลำคอ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมรุ่นพี่คนอื่นๆ...เกมกับหมอนแอบกระซิบบอกเขามาว่าพี่คนนี้ชื่อวิทย์

 

แล้วก็...เป็นพี่จากโรงเรียนที่มิวจบมาด้วย

 

“เอ่อ...ทุกคนไปกันก่อนได้เลยนะ ดะ...เดี๋ยวเราตามไป” มิวที่เก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วก็หันมาบอกกับทั้งสามคนก่อนจะเดินออกไปทันที พีพีเท้าคางมองตามยิ้มๆ

 

ดูเหมือนว่า...จะเริ่มทนเอาไม่ได้เสียแล้วสิ

 

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรได้...เพราะในสายตาพีพีแล้ว การกลั่นแกล้งและสิ่งที่อีกฝ่ายทำมันเล็กน้อยมากจริงๆ จนเขาไม่สะเทือนอะไรด้วยซ้ำ แต่คิดอีกทีมันก็...แก้เบื่อได้บ้างล่ะมั้งนะ

มือถือของเขาแจ้งเตือนว่ามีสายเข้าไม่โชว์เบอร์ พีพีเหยียดยิ้มกดวางสายแล้วหันไปหาเกมกับหมอน “ขอไปคุยธุระแป๊บนึงนะเกม หมอน เดี๋ยวเจอกันที่ลานเลยก็ได้”

“เฮ้ย! เดี๋ยวดิพีพี พีพีเว้ยยย! ไม่ฟังกันเลยอ่ะไอ้หมอน” เกมกลอกตาอย่างเหนื่อยใจ

“อืม...มึงโทรไปบอกเจ้านายด้วยล่ะกันว่า กุหลาบดำน่ะไปลอยชายคนเดียวแล้ว”

“เออๆ ไวจริงๆ แถมยังช่างสังเกตด้วย สายตาน่าขนลุกทุกทีเลย” เกมถอนหายใจเบาๆ ก็พอรู้แหละว่าพีพีน่ะร้าย แต่พอเห็นใบหน้ากับท่าทางเหมือนเด็กนอกที่เอ๋อๆ แบบนั้นแล้วก็พาลใจอ่อนทุกที ขนาดรู้จักกันวันแรกยังรู้สึกเหมือนสู้ไม่ได้แล้วเลย...

 

ไม่อยากนึกถึงตอนเป็นเพื่อนสนิท...กับอีกสถานะหนึ่งเลย

 

“จะตามป่ะล่ะ?” หมอนหันไปถามเพื่อนซี้

“ไม่ดีกว่ามึง พีพีประสาทสัมผัสดีขนาดนั้น ตามไปห่างๆ ก็ต้องรู้ตัว ขึ้นไปห้องเรียนกันดีกว่า จะได้คอยดูๆ ในคณะให้ด้วย เพราะที่หมั่นไส้เจ้าตัวน่ะไม่ใช่น้อยๆ เลย”

“เออๆ ไม่เห็นพีพีจะไปทำอะไรให้เลย”

“มึงดูถูกความอิจฉา ริษยาของคนมากเกินไปแล้วไอ้หมอน ไปๆ”

“อย่ามาพาดคอกูนะมึงน่ะ หนักอ่ะ”

“เสียใจว่ะ ก็มึงเตี้ยกว่าอ่ะ ฮะๆ”

 

.................

 

ส่วนพีพีที่แยกตัวออกมาจากเพื่อนนั้นเขาหามุมเงียบๆ ที่ไร้ผู้คนแล้วก็รอสายเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีโทรศัพท์ของเขาก็สั่นเตือนว่ามีคนโทรเข้าอีกรอบ คราวนี้เขากดรับเพร้อมเหยียดยิ้มไปด้วย มืออีกข้างเกี่ยวพันเส้นผมของตัวเองเล่น “สวัสดีเฮอร์เมส”

( ทานาทอส...สวัสดีครับ ) เสียงปลายสายเหมือนคนสลึมสะลือที่ยังไม่ตื่นดี แล้วตั้งแต่รู้จักกันมาพีพีก็ไม่เห็นอีกฝ่ายเคย ‘ตื่น’ แบบเต็มตามาก่อนเลยสักครั้ง...แต่อย่าให้เฮอร์เมสของอีเดนตื่นเลยจะดีกว่า ( ข้อมูลหมายเลขและพวกไลน์ที่คุณส่งให้ผมมาน่ะ สืบไปได้แค่ว่ามาจากกลุ่มมาเฟียกลุ่มหนึ่งครับ แต่ระบุตัวตนไม่ได้ ผมคงต้องขอเวลาสักหน่อย )

พีพีขมวดคิ้ว

 

มาเฟียหรือ?...จะบอกว่ารุ่นพี่ทั้งสองคน ที่เป็นนักศึกษามหาลัยเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลมืด?

ถึงว่าทั้งสองคนที่ว่านั่นจะเข้าข่ายมากๆ ก็เถอะ

 

“ขนาดมือหนึ่งของอีเดนอย่างนายยังต้องใช้เวลาเลยหรือเฮอร์เมส?”

( ฝ่ายโน้นฝีมือก็ไม่ด้อยไปกว่าผมหรอกครับทานาทอส แล้วผมก็...อือ...ง่วงมากด้วย )

พีพีหัวเราะขำ ส่ายหน้าเบาๆ อย่างรู้สึกเอ็นดูคนปลายสายไม่น้อย ที่จริงถ้าไม่บอกไปก็คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่ามือหนึ่งด้านการรวบรวมข้อมูลข่าวสารขององค์กรอีเดนจะเป็นเด็กหนุ่มตัวขาวๆ ซีดๆ ที่หัวยุ่งๆ แล้วก็ใต้ตาดำคล้ำสุดๆ น่ะ

 

แต่ฝีมือนี่สิของจริง...

 

“พักผ่อนสิเฮอร์เมส ผมไม่รบกวนนายแล้ว จะโอนค่าจ้างให้บัญชีเดิมนะ”

( รีบกลับมาล่ะพีพี ผมคิดถึงคุณ...ฮ้าว! ไม่มีใครใจดี อย่าแย่งมือถือผมนะ งื้อ! ) พีพีได้ยินเสียงคนปลายสายประท้วง แล้วก็เสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย ( สวัสดีทานาทอสที่รัก )

น้ำเสียงที่แทรกมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าดูดีของพีพียิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิม “เอริค...นายไปรังแกเฮอร์เมสอีกแล้ว”

( ก็ไม่มีนายให้แกล้งนี่เพื่อน ภารกิจแฝงตัวเป็นนักศึกษาสนุกสนานดีไหมล่ะ?....นอนๆ ไปเถอะนายน่ะ เฮอร์เมส) น้ำเสียงเหย้าแหย่อย่างคนอารมณ์ดีของเพื่อนสนิททำให้พีพีส่ายหน้า

“ก็ดีนะ ปีหนึ่งนี่เป็นประสบการณ์ดีๆ จริง” เขายักไหล่ “ปล่อยเฮอร์เมสให้พักผ่อนได้แล้วน่า”

( นายตามใจเจ้าเด็กขาดสารอาหารนี่เกินไปแล้วพีพี อ้อ...ฉันมีข่าวแอบมากระซิบบอกนายด้วยล่ะ พอดีได้ยินคนคุยกันแว่วๆ มาว่าทายาทของตระกูลฟอร์โนกำลังถูกตามล่าตัวอยู่...ดูเหมือนภารกิจของนายจะหนักไม่เบาเลยนะเพื่อน )

พีพีเหยียดยิ้มหวานกว่าเดิม ดวงตาคู่สวยกำลังเป็นประกายตื่นเต้นไม่น้อย “ฉันกำลังรอเรื่องสนุกๆ อยู่เลยเอริค...อาวุธคู่ใจของฉันไม่ได้ใช้มาหลายวันแล้ว คงเหงาน่าดู”

( นี่นายพกไรเฟิลไปมหาลัยด้วย? ฮะๆๆ ช่างสมกับเป็นเด็กปีหนึ่งจริงๆ หึๆ...อยากจะขอให้นายโชคดีอยู่หรอก แต่รู้ๆ อยู่กันว่าสำหรับทานาทอสของอีเดน...โชคไม่ต้อง งั้นเพลาๆ มือลงหน่อยแล้วกันเพื่อนรัก ไว้เจอกัน ลูกหมาบางตัวกัดจนแขนฉันช้ำไปหมดแล้ว )

“หึๆ นายก็เหมือนกันเอริค จากสถิติที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าท่าน ‘แอรีส’ จะทำลายข้าวของมากกว่าฉันนะ ไว้เจอกันเพื่อนรัก” พีพีไม่ต้องกดวางสายเองปลายสายก็วางไปแล้ว พร้อมกับประวัติการโทรของเขาที่ถูกล้างอัตโนมัติ ก็ฝีมือเฮอร์เมสล่ะนะ...สงสัยกัดแขนเอริคจนพอใจแล้วแน่ๆ

 

ว่าแต่...มาเฟียหรือ...แถมเป้าหมายที่เขาต้องมาคุ้มครองยังถูกตามล่าอยู่ด้วย?

ถ้าบอกว่าสองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันพีพีว่าไม่ใช่หรอก...เพียงแต่ เขายังไม่แน่ใจว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรูจริงๆ

งานหนักอีกแล้วล่ะสิ...เฮ้อ!

 

ถึงในใจจะบ่นว่างานหนัก แต่พีพีก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังตื่นเต้นและเฝ้ารอเลยล่ะ...ก็ไม่ได้ทำอะไรออกแรงจริงๆ จังๆ มาสักพักแล้วนี่นา

“หืม?” พีพีเลิกคิ้วเมื่อสายตาอันฉับไวมองเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาสองคนกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ เขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะแอบเข้าไปตรงหลังตึก กลบกลิ่นอายและลมหายใจของตัวเองอย่างชำนาญตามประสาผู้เชี่ยวชาญที่ถูกฝึกมาอย่างดี จากนั้นก็ยิ้มหวานกอดอกมองคนทั้งคู่

 

มิวกับ...รุ่นพี่ที่ชื่อวิทย์คนั้น คนที่แสดงออกว่าไม่ชอบเขาชัดเจน...

 

แล้วตอนนี้รุ่นพี่คนที่ว่ากับเพื่อนใหม่ผู้ใสซื่อขี้กลัวก็กำลังจูบกันดูดดื่ม ร้อนแรงจนเขาที่อยู่ห่างมายังได้ยินเสียงเลย...สายตาอันเฉียบคมยังห็นด้วยว่ารุ่นพี่สอดมือไปใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว แถมเสียงครางเบาๆ จากทั้งคู่ด้วย

 

อืม...ควรทำไงกับสถาณการณ์แบบนี้ดีนะ

 

พีพีกลอกตาขึ้นมองบน ก่อนจะหรี่ตาอย่างเคร่งเครียด แล้วก้าวออกมาเงียบๆ อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเงาร่างคุ้นตาก้าวผ่านไป

 

พี่เฮล...

 

ถ้าเห็นอีกฝ่ายคนเดียวพีพีจะไม่ซีเรียสอะไรเลย แต่เขาเห็นกลุ่มนักศึกษาผู้ชายเกือบสิบคนเดินตามไปแบบห่างๆ ด้วย แล้วลักษณะการก้าวเท้าแบบนั้นก็หมายความว่า...

 

ซ่อนปืนไว้ในรองเท้า!

 

..............

พีพีกลบกลิ่นอายและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปตามที่เฮลเดิน เขากวาดตาเก็บข้อมูลไปด้วยที่ตามเฮลไปนั้นมี 8 คน หน้าตาแต่ละคนดูสูงอายุเกินกว่าจะมาสวมชุดนักศึกษาแล้ว จะปลอมตัวอะไรก็ไม่เนียนเอาเสียเลย ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งน่าสงสัยน่ะสิ

แล้วร่างสูงที่เดินล้วงกระเป๋าลอยชายเหมือนเดินแบบอยู่นั่นน่ะสาบานเถอะว่าไม่รู้ตัวน่ะ ปกติประสาทสัมผัสดีจะตายไปนี่นา...

คนที่ถูกนินทาในใจอย่างเฮลยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องมา...แม้อีกฝ่ายจะกลบกลิ่นอายจนสัมผัสไม่ได้แค่ไหน แต่ว่าเฮลก็ยังรู้อยู่ดี...

 

อาจเพราะเป็นคนคนนั้นด้วยล่ะมั้ง...

ป่านนี้คงนินทาเขาในใจไปไม่น้อยแล้วสินะที่เดินเอ้อระเหยลอยชายอย่างนี้

 

ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยากนั้นยกยิ้มที่มุมปาก ดูเป็นรอยยิ้มร้ายกาจจนคิดว่าคนที่ตามหลังเขามาถ้าหากเห็นเข้าล่ะก็ได้เปลี่ยนใจวิ่งหนีแน่ๆ เฮลเดินไปยังระหว่างจุดเชื่อมตึกเรียนที่ลับตาคน บริเวณนี้จะไม่ค่อยมีคนผ่าน ยิ่งเป็นช่วงที่ทุกคณะต่างก็ทำกิจกรรมกันอยู่แบบนี้ยิ่งไม่มีคนเลย พริบตาเดียวที่เขาเข้าไปยังมุมตึกกลุ่มคนที่ว่านั่นก็มารายล้อมรอบตัวเขาทันที ร่างสูงเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ของตัวเอง ไม่ได้แปลกใจกับผู้บุรุกเหล่านี้เท่าไหร่

“หึๆ อย่าคิดว่าจะรอดไอ้หน้าหล่อ พวกเรารอแก...อั่ก!” ไม่รอให้พูดจบเฮลก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วโดยใช้ศอกอัดใส่หน้าคนพูด มือใหญ่จับหมับเข้าที่ท้ายทอยจากนั้นก็บีบด้วยแรงมหาศาลแล้วโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี มือใหญ่อีกข้างยกขึ้นเสยผมตัวเองด้วยท่าทางที่คนแอบมองอย่างพีพียังอยากปรบมือให้กับความเท่โคตรๆ นั่น

 

จะอัดคนนี่จำเป็นต้องดูดีด้วยเหรอวะ?

 

เสียงร้องโหยหวยดังตามมา พรรคพวกของเจ้านั่นต่างเบิกตาตกใจ รีบยกอาวุธขึ้นมาหมายจะจัดการ พีพีหรี่ตามองปืนที่ใช้กระบอกเก็บเสียงเหล่านั้นก็กลอกตามองบน...ไม่ทันสมัยเอาเสียเลย ริจะลอบมาหาเรื่องคนอื่นทำไมถึงได้ใช้กระบอกปืนแบบนี้เนี่ย เดี๋ยวนี้ปืนแบบเก็บเสียงก็มีเยอะแยะ ไม่ลงทุนเอาเสียเลย

แม้จะเห็นปืนหลายกระบอกชี้มาที่ตนเองสีหน้าของเฮลก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด รอยยิ้มเยียบเย็นชวนน่าขนลุกราวยมทูต บรรยากาศรอบตัวของเขานั้นเย็นชาและกดดันคนจนแทบหายใจไม่ออก ขนาดศัตรูที่มองมายังจับตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่ถือปืนนั่นก็สั่นไหว และพริบตาเดียวก็ถูกเฮลใช้ฝ่าเท้าเตะกระแทกปืนนั้นจนลอยขึ้นในอากาศ ร่างสูงหมุนตัวอย่างคล่องแคล่วรับปืนกระบอกนั้นมาถือไว้และลั่นไกทันที

 

ปึก! ปึก!

 

เสียงปืนที่ใช้กระบอกเก็บเสียงดังต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย กระสุนนั้นพุ่งตรงเข้าที่ขมับคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำราวกับจำวาง!

ขนาดพีพีเองยังอดเบิกตาโตด้วยความทึ่งไม่ได้...การยิงปืนทั้งในระยะใกล้และระยะไกลนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน และปืนก็ไม่ใช่อาวุธที่เหมาะสำหรับการต่อสู้ในระยะประชิดตัวเท่าไหร่ แต่เฮลกลับใช้มันในระยะใกล้ได้อย่างชำนาญ องศาการยิงไม่มีผิดพลาด มือมั่นคงไม่สั่นไหวจากแรงกระแทกของปืนแม้แต่น้อย...

 

นี่ต้องแม่นและจับมันบ่อยแค่ไหนกัน

 

ดวงตาคู่สวยฉายแววสนุกสนานรื่นเริง รู้สึกอยากลองวัดฝีมือกับรุ่นพี่มากปริศนาที่ฝีมือยอดเยี่ยมคนนี้สักทีสองที

 

เก่งเป็นบ้า!

 

“กะ...แก!!” เมื่อเหลืออยู่เพียงสองคนพวกที่แอบมาก็ตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ไอ้หนุ่มหน้าหล่อนี่น่ากลัวเกินไป! แค่เห็นมันก็ชวนให้นึกถึงพวกเทพแห่งความตายแล้ว บรรยากาศรอบตัวมันก็น่าขนลุก ที่สำคัญเด็กนี่ยังฆ่าเพื่อนร่วมงานของพวกเขาไปหกคนภายในเวลาไม่ถึงหกนาทีโดยที่ตัวมันไม่มีแม้แต่เหงื่อสักหยดหรือแผลสักแผล

 

น่ากลัว!

 

เฮลยกยิ้มที่มุมปากดวงตาคมวาววับราวราชสีห์ร้ายที่จ้อขย้ำเหยื่อ เขาโยนปืนขึ้นฟ้าก่อนจะหมุนตัวคว้าคว้าแขนคู่ต่อสู้แล้วเหวี่ยงอย่างแรง ใช้มืออีกข้างจับคอไว้แน่นออกแรงบีบหนักจนได้ยินเสียงกระดูกหักและแตกดังแกร็ก ก่อนจะโยนลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ มือข้างที่เพิ่งหักคอคนไปหมาดๆ เอื้อมไปรับปืนที่หล่นลงมาในมือได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ หรี่ตาเล็กน้อยมองคนที่วิ่งหนีไป เฮลไม่ได้ทำอะไรเพราะรู้ว่าทางนั้น...

 

มีกุหลาบดำหนามแหลมคมซุกซ่อนอยู่

 

“โอ๊ะ! นั่นพี่เฮลนี่นา เอ้ะ...แล้วนี่ใครกันล่ะ อย่าวิ่งมาชนผมสิครับ” น้ำเสียงคนพูดฟังดูใสซื่อเหมือนเพิ่งเดินผ่านมาทางนี้ แต่เฮลที่ตาดีกว่าคนปกติกลับเห็นมือขาวเรียวนั่นกดหน้าท้องอีกฝ่ายจนร้องลั่นและลงไปกองกับพื้น

“อั่ก...อ๊ากกก!”

 

ศิลปะการป้องกันตัวแบบทหาร...เหมือนที่คนคนนั้นถนัดที่สุด

หึ...สอนกันมาดีจริงๆ เชียว

 

“ตายล่ะ เป็นอะไรมากไหมครับ...เรียกรถพยาบาลดีไหม?” พีพีเอียงหน้าถามยิ้มๆ แต่ยกฝ่าเท้ากระทืบซ้ำไปหนึ่งทีจนคนคิดอยากหนีหมดสติสลบเฮือกไปทั้งอย่างนั้น เขาคิดว่าน่าจะมีลมหายใจอยู่เพราะเขาออมแรงไว้บ้างแล้ว แต่ถ้าบอบบางเกินไปจนซี่โครงร้าวหรือช็อคก็ไม่ใชความผิดของพีพีหรอกนะ “พี่เฮล...”

เฮลมองคนที่กำลังฉีกยิ้มสดใสทั้งปากทั้งตามาให้เขา เส้นผมสีดำยาวที่อีกฝ่ายมัดรวบไว้นั้นระใบหน้าดูมีเสน่ห์และงดงามในสายตาของเขาอย่างที่สุด

 

กุหลาบเป็นราชินีแห่งดอกไม้ทั้งมวล...

ยิ่งกุหลาบดำดอกนี้ยิ่งงดงามและมีหนามแหลมคม

 

“ผมบังเอิญผ่านมาทางนี้พอดี...พี่เฮลเองก็ผ่านมาเหมือนกันเหรอครับ?” พีพีถาม ทำราวกับซากศพและคนที่อยู่บนพื้นนั้นไม่มีอยู่จริง เขาเดินไปหาเฮลแล้วเอียงหน้ากระพริบตาปริบ “เพิ่งมามหาลัยไม่นาน เลยยังไม่รู้ที่รู้ทางที บังเอิญหลงทางมาเจอพี่เฮลพอดี โชคดีจังเลยครับ”

 

ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ล่ะเก่งนัก

 

เฮลกระตุกยิ้มมุมปากยกมือขึ้นขยี้หัวพีพีเบาๆ จนอีกฝ่ายต้องรีบเอียงหัวหลบแล้วทำหน้ายุ่งใส่ด้วยความไม่ชอบใจ เฮลเพียงเลิกคิ้วจูงมือคนตีหน้าซื่อให้เดินออกไปข้างนอก เขายกมือถือขึ้นมากดหาใครบางคน

“ตึกเรียนสาม มาเก็บด้วย”

เมื่อเอ่ยจบเอลก็วางสาย ช่างเป็นประโยคที่ยาวดีแท้...นี่ถ้าหากเขาเป็นลูกน้องอีกฝ่ายคงงงกันบ้างแหละว่าพูดอะไร อยากจะบอกให้พี่มันพูดมากกว่านี้สักหน่อยคนจะได้เข้าใจๆ

“เย็นชาแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ?” พีพีเอ่ยชวนคุยระหว่างที่เดินไปตามทาง ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีบอกว่ายามเย็นกำลังจะมาเยือนแล้ว บรรดานักศึกษาต่างเริ่มทยอยเข้ากิจกรรมของคณะตัวเอง รุ่นพี่บางคนก็วิ่งวุ่นไปทั่ว และก็มีบางส่วนที่มองมาทางพีพีกับเฮลอย่างสนใจ

“เปล่า”

“จริงเหรอ...แต่ผมเห็นพี่น่ะนิ่งมากเลยนะ”

 

ขนาดอัดคนยังนิ่งอะครับ ชวนให้อยากรู้จริงๆ ว่าปกติเวลาอยู่กับครอบครัวพี่เขาจะนิ่งแบบนี้หรือเปล่า 

 

“อืม...คนเลี้ยงมาเขานิ่งน่ะ” แม้อีกคนจะไม่ได้นิ่งเลยสักนิดแถมยังซนเป็นที่หนึ่งด้วยก็เถอะ เฮลหยักยิ้มมุมปากมองหน้าพีพีราวบอกอะไรบางอย่าง จอมมารน้อยหรี่ตามองรอยยิ้มนั้นและสายตานั้นอย่างวิเคราะห์ก่อนจะกลอกตามองบนแล้วถอนหายใจเฮือก

 

คุยกับพี่เฮลแล้วปวดหัวเป็นบ้าเลย!

คนอะไรมีความลับชวนให้อยากรู้เต็มไปหมด แล้วอีกฝ่ายก็รู้ด้วยว่าพีพีน่ะอยากรู้จนจะบ้า ก็ดันเผยออกมาทีละนิด ทีละนิด จนดูยั่วยวนกระตุ้นให้อยากรู้ยิ่งขึ้นไปอีก

รับมือยากกว่าพวกคู่กรณีที่เขาต้องจัดการเยอะ คนพวกนั้นน่ะใช้ไรเฟิลยิงให้เรียบก็จบๆ ไปแล้ว!

 

พีพีเชิดหน้า เบ้ปากใส่คนข้างตัว เผยท่าทีเอาแต่ใจอย่างเป็นธรรมชาติจนเฮลได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ยกมือขยี้หัวสีดำยุ่งๆ นั่นจนยุ่งกว่าเดิม กลิ่นดินปืนจากมือใหญ่นั่นทำให้พีพีเลิกคิ้ว

“พี่ไม่ไปอาบน้ำหน่อยเหรอ? ไม่กลัวใครถามหรือไง?” แม้พีพีไม่เอ่ยว่าเพราะอะไร แต่เฮลก็รู้ว่าคงเป็นกลิ่นดินปืนและกลิ่นเลือดจางๆ ทุกครั้งที่ลั่นกระสุนก็จะมีละอองและไอจากกลิ่นดินปืนติดมาเสมอ ยิ่งปืนกระจอกแบบนั้นกลิ่นก็ยิ่งฉุนเป็นพิเศษ

 

แต่ถามว่าเฮลสนใจไหม...ก็ไม่

 

“ไม่มีใครกล้าถาม” เฮลกระตุกยิ้ม ดูอวดดีถือตัวอย่างที่สุด จนพีพีได้แต่เบ้หน้า แต่ใบหน้าเขาก็เปลี่ยนมายิ้มแฉ่งภายในเสี้ยววินาที

“พี่กับพี่ไชน์นี่อำนาจมืดของจริงเลยนะครับเนี่ย”

“หึ” เฮลยักไหล่ไม่ได้ตอบอะไร “มันกวน”

“สรุปแล้วก็สนิทกันจริงๆ ทุกคนในมหาลัยต่างก็ถูกพวกพี่ปั่นหัวกันไปหมด” ลือกันไปได้ยังไงว่าสองคนนี้เกลียดกัน

“ทุกคนไม่ได้ตาดีเหมือนเธอ...กุหลาบดำ”

 

ขนาดคำพูดยังคล้ายกัน...อยากจะถามจริงๆ ว่าเป็นพี่น้องกันป่ะเนี่ย!

แถมยังเรียกฉายาของเขาอีก

 

บางทีคนเงียบๆ เย็นชาก็กวนประสาทได้ดีกว่าจริงๆ ด้วย! ฮึ่ม!

ถ้าไม่ติดว่าต้องเป็นน้องปีหนึ่งผู้ใสซื่อล่ะก็นะ พีพีจะฟาดหมัดใส่สักทีสองทีจริงๆ ด้วย...กวนประสาทกันจริงๆ เลย! 

 

“ผมบอกตามตรงเลยนะครับว่าพี่กับพี่ไชน์น่ะทำให้ผมปวดประสาทมาก ปวดหัวมาก”

เฮลหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาของนั้นปรากฏรอยยิ้มที่ไม่เย็นชาเหมือนทุกครั้ง ดูเหมือนเขาจะสนุกกับการทำให้กุหลาบดำข้างตัวแสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมาเสียเหลือเกิน

 

ถ้าหากสามารถพากุหลาบดำดอกนี้มาแหย่เล่นได้ทุกวันคงจะดีไม่น้อย

คงยาก...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้

 

“ไม่ดีเหรอ?”

“ดียังไงครับ ผมไม่อยากเป็นไมเกรนนะ บอกไว้ก่อนว่าถ้าหากผมปวดหัวมากเข้าๆ ผมจะอาละวาดด้วย”

“ขู่น่ากลัว” เฮลต่อปากต่อคำกับพีพีไปตลอดทาง พอเดินถึงคณะของพีพีเขาก็หยุดอยู่หน้าคณะไม่ได้เดินเข้าไป ผู้คนที่สวนไปมาหน้าคณะต่างก็มองเฮลกับพีพีอย่างแปลกใจและไม่ค่อยเชื่อสายตากันเท่าไหร่นัก

 

แม้เจ้า! คนอย่างเฮลนี่นะที่จะมาส่งคนอื่น...แถมยังเป็นน้องปีหนึ่งคนดังที่มีข่าวกับไชน์อีก

ไม่สิ...เฮลกำลังยิ้มอยู่ด้วย!

บ้าไปแล้ว!

 

ต่อให้ทุกคนตกตะลึงกับภาพตรงหน้าแค่ไหน ก็ไม่มีใครยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพ...เพราะรู้ดีว่าถ้าหากมีใครกล้าลงภาพของเฮลโดยที่เจ้าตัวไม่อนุญาตล่ะก็ผลที่ตามมาก็ไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่ ตอนเฮลเข้ามาปีหนึ่งมีคนลองดีกล้าท้าทายสุดท้ายก็หายเงียบ แถมเพจนั้นก็ยังปิดไปในเวลาไม่ถึงสามนาที

“ดูเหมือนผมจะไปเข้ารับน้องสาย” พีพีก้มลงมองนาฬิกาข้อมือที่ตัวเองสวมอยู่ มันเป็นนาฬิกาเรือนสวยที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู โลโก้ที่โชว์อยู่บนหน้าปัดสีดำทองนั่นก็บอกความแพงของมันได้เป็นอย่างดี เป็นนาฬิกาที่คุณลุงอเล็กซ์โยนมาให้เป็นของขวัญเนื่องในโอกาสอยากให้เมื่อปีก่อน พีพีกับน้องๆ มีกันคนละเรือน ส่วนพ่อของเขาก็ได้แต่กลอกตาแล้วบ่นคุณลุกอเล็กซ์ถึงความแพงของมัน หน้าปัดเรือนสวยยามนี้บ่งบอกเวลาเลยที่รุ่นพี่นัดไปแล้ว ไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้ว่าเดี๋ยวเขาได้ถูกรุ่นพี่ที่จ้องจะหาเรื่องกันอยู่นั่นลงโทษเอาแน่ๆ

 

ก็..สนุกดี

อยากรู้เหมือนกันว่าจะกลั่นแกล้งกันแบบไหน...เพราะถ้าหากล้ำเส้นกันจริงๆ

พีพีจะไม่เก็บไว้...ทั้งรุ่นพี่คนนั้น...และคนที่อยู่เบื้องหลังคอยยุแยงด้วย

แต่คุณอาไวน์มักสอนว่าถ้ามีใครเกลียดเราก็ทำให้เกลียดหนักขึ้นกว่าเดิมจนอกแตกตายไปเลยก็สนุกไม่เลวเหมือนกัน...อ้อการที่จะทำอย่างนั้นได้ต้องมีความสามารถและต้องมีฝีมือพอด้วย

พีมั่นใจว่าตัวเองเก่งพอที่จะรับมือสองคนนั่น หรือมากกว่าสองก็ช่างมันเถอะ

 

“ให้ไปส่งไหม?” เฮลถามแต่เมื่อเห็นสีหน้าที่อยากหาเรื่องสนุกทำ แววตาวาววับราวผู้ล่ากำลังจะไล่ต้อนเหยื่อแบบนั้นเขาก็คิดว่าไม่จำเป็นเลย เจ้าตัวเหมือนจะรู้เลยหันมากระพริบตาปริบๆ แล้วยิ้มอย่างไม่รู้เรื่องให้เขาหนึ่งรอบ

 

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเฮลรู้นิสัยตัวเอง...ก็ยังจะทำตัวเป็นน้องปีหนึ่งใสซื่อใส่กันอีก

ร้ายจริงๆ...ตัวแสบ

สมกับฉายา ‘จอมมารน้อย’ ที่หลายๆ คนชอบเรียก

 

“จะรบกวนพี่เฮลได้ยังไงกันล่ะครับ แค่พี่เดินมาส่งถึงหน้าคณะผมก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว...งั้นให้ผมเลี้ยงข้าวพี่ดีไหมครับ...อืม...ที่ร้านของอาอัณณ์”

 

จะดูสิว่าอยู่ต่อหน้าอาอัณณ์ของเขาแล้วจะทำหน้ายังไง...ในเมื่อรู้จักกันก็ต้องหลุดพิรุธอะไรออกมาบ้างแหละน่า!

อยากมีความลับนักก็มีไป แต่พีพีก็จะสืบให้ลึกไปทุกซอกทุกมุมเลยคอยดูสิ!

 

เฮลเลิกคิ้วกับความเจ้าเล่ห์ของอีกคน แม้จะรู้ว่าพีพีชวนเพราะมีจุดประสงค์ แต่พอเห็นดวงตาคู่สวยที่มองมาคล้ายจะออดอ้อนอย่างเอาแต่ใจแวบหนึ่งนั่นก็พาลให้รู้สึกใจอ่อนจนอยากจะทำตามทำขอไปเสียหมด

 

เหมือน...เมื่อตอนนั้น

 

“ได้”

เท่านั้นแหละพีพีก็ยิ้มแฉ่งขึ้นมาทันที “พี่นัดวันกับเวลามาได้เลยครับ งั้นผมไปก่อนนะ” พีพียกมือไหว้เฮลอย่างมีมารยาทตามที่คุณอาและคุณพ่อคุณแม่สั่งสอนมาอย่างดี ทำให้เฮลคิ้วกระตุกนิดๆ ก่อนจะถอนหายใจ ก่อนพีพีจะหมุนตัววิ่งเข้าไปในตึกเขาก็เรียกเอาไว้เสียก่อน

“พีพี”

“ครับ?”

“อย่ากลับดึก”

 

อย่ากลับดึกอีกแล้ว...ดูเหมือนวันนี้เขาจะได้รับคำเตือนเป็นประโยคนี้มาบ่อยจนชักอยากรู้เสียแล้วว่าดึกดื่นเที่ยงคืนในมหาลัยมันมีอะไรถึงต้องย้ำกันแบบนี้

ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากรู้

 

เห็นแววตาที่ไม่คิดจะฟังกันแบบนั้นเฮลก็ได้แต่ส่ายหน้า ยื่นมือไปดีดหน้าผากแล้วขยี้หัวพีพีอีกรอบอย่างมันเขี้ยวคนดื้อเงียบ...

 

แต่นิสัยแบบนี้ก็เป็นประโยชน์กับเขาไม่ใช่เหรอ

 

ร่างสูงซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ในดวงตา หมุนตัวเดินกลับไปยังคณะของตัวเองโดยไม่สนสายตาของหลายๆ คนที่มา...ระหว่างทางก็มีข้อความแจ้งเตือน เฮลล้วงมันออกมาอ่านแวบหนึ่งก่อนจะหย่อนใส่กระเป๋าเสื้อไว้เหมือนเดิม

 

สำหรับบางคนยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งกระตุ้นให้อยากรู้

กลางดึกไม่มีอะไรหรอก...

 

แค่อยากล่อกุหลาบดำให้สลัดหนามบ้างก็เท่านั้นเอง...

 

…………

 

เรื่องนี้มีแต่คนร้ายๆ กันทั้งน้านนนน ไม่มีใครยอมใครกันเลยจริงๆ ค่ะ ^^ พี่เฮลก็ร้าย เจ้าจอมารน้อยคนใสก็ใช่ย่อยหรอกรายนี้น่ะ คนสอนเขาเยอะ 555 ส่วนคนเลี้ยงพี่เฮล…ใครกันน้ายิ่งปืนเก่งแม่นๆ กับคนซนๆ ^_^

แฮ่ม…หายไปนานเลยทีเดียวค่ะ ด้วยหลายๆ อย่าง หลายเรื่องๆ ต้อของโทษทุกคนด้วยนะคะ  แต่ว่าจะเริ่มกลับมาอัพเจ้าจอมมารน้อยพีพีคนใสใส แล้วน้าาา จะพยายามมาบ่อยๆ นะคะ ^_^

วันนี้มาเสียดึกเพราะเราเพิ่งประชุมทาง Team เสร็จ ช่วงนี้ฝนตกและพายุเข้าบ่อย ทุกคนอย่าลืมดูแลตัวเองและอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ระวังอย่าให้ป่วยหรือเป็นหวัดน้าาา

 

สำหรับวันนี้…ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #90 rere2517 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 16:47
    ลุ้นทุกตัวอักษร สนุกตื่นเต้น และน่ารัก ร้ายทั้งคู่ ชอบคร่าา
    #90
    0
  2. #65 Fullfii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 01:51
    สิงกับช้างหรอ
    #65
    0
  3. #61 Observer (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 01:11
    กรี้ดดดดดดด
    #61
    0
  4. #60 56523a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 09:50

    รอนะคะ😘😘😘😘😘
    #60
    0
  5. #59 namolV (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 09:02
    ดีใจจังเลย กลับมาแล้ว ติดตามอยู่นะค่ะ
    #59
    0
  6. #58 jearavat niyomchat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 05:55

    ดีใจที่กลับมาเสียทีเข้ามาดูเกือบทุกวันได้อ่านสมใจแล้ว มีแต่คนร้ายๆทั้งนั้นเลยแต่ก็น่ารักนะ

    #58
    0
  7. #57 looKFool (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 02:46
    มาเเล้วววว อ่าน3 ตอนก็อยากได้เล่นเลยจ้า มุเเง้
    #57
    0
  8. #56 Saiparnnps (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 23:36
    เย่ มาแล้ววววววว คิดถึงมาก ติดมากกกก แอบไปทวงมาไม่คิดว่าจะมาเลย ฮืออออ รักไรท์อ่ะ สู้ๆน้า
    #56
    0
  9. #55 shaboobento (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 23:35
    รอพีพีมานานแล้ววววว
    #55
    0
  10. #50 JiSAna (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 12:33
    โดนตกอีกแร้ววว
    #50
    0
  11. #49 0818770547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 06:45

    ติดน้องพีพี หนักมาก คิดถึงแล้วจร้า
    #49
    0
  12. #43 Jindawan45 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 15:09
    ไรท์คะกลับมาเถอะ รอค้า
    #43
    0
  13. #42 0818770547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 21:08
    สนุกมากๆๆ รออ
    #42
    0
  14. #41 Poon_P21 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 10:58
    เมื่อไหร่พระเอกของน้องพีพีคนไสยจะออกมาาาาาา ////นุหยั่กอ่านต่อแล้ววววว
    #41
    0
  15. #38 L-a-i-L-a-i (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 23:14
    ชอบน้องพีพีคนใส
    #38
    0
  16. #35 Belladonna Lily (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 18:33

    พ่อจบจาดรุ่นพ่อมาต่อรุ่นลูก เบิกตัวละครใหม่เยอะมาก ตอนนี้สงสัยไปหมดว่าใครเป็นใคร มาจากไหน

    #35
    0
  17. #33 CB_0461 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:39
    ชั้นหน้ะอ่านไปขมวดคิ้วไป สงสัยทุกคนไปหมด แงงงงงว
    #33
    0
  18. #32 Jearavat Niyomchat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:55

    ขอให้ทำข้อสอบได้นะคะสู้สู้นะคะ

    #32
    0
  19. #31 Observer (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:19
    เพื่อนใหม่สองคนก็ไม่ธรรมดานะนั่น
    #31
    0
  20. #30 zan_phoenix99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:18
    ชอบน้องงงง อดทนรอไรท์​อัพแทบไม่ไหว อยากอ่านทุกวันเลย เสพติดดดด
    #30
    0
  21. #29 Nattha_rika (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:10
    หนูคะ เด็กใสๆจะไม่รู้นะคะว่าถ้าซ้อนปืนไว้ในร้องเท้าจะเดินแบบไหน
    #29
    0