เกมร้าย กับดักรัก (Yaoi,BL)

ตอนที่ 2 : II.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    15 ต.ค. 63

II.

 

“อรุณสวัสดิ์ครับอา” พีพีส่งเสียงใสทักทายคุณอาของตัวเอง ร่างสูงโปร่งของเขาอยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเรียบร้อย แทนที่จะทำให้ดูเฉิ่มเฉยกลับทำให้พีพีดูดี ดูสง่ามากยิ่งขึ้น เส้นผมสีดำยาวถูกรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง ใบหน้ามีเสน่ห์ปรากฏรอยยิ้มออดอ้อน

 

อย่างที่...มีเฉพาะให้คนในครอบครัวเท่านั้น

กลับคนอื่นถ้าอ้อน...นั่นพีพีเสแสร้ง เขายอมรับ

 

“อรุณสวัสดิ์ครับพีพี มานั่งก่อนเร็ว เช้านี้มีข้าวต้มปลากับไข่ออมเลต แล้วก็ปลาเผานะครับ มีน้ำจิ้มด้วย เห็นเมื่อวานเราบ่นว่าอยากกิน เดี๋ยวเย็นนี้กลับมาอาจะนึ่งปูไว้ให้นะครับ” อัณณ์ยิ้มอย่างอ่อนโยน วางข้าวต้มถ้วยโตไว้หน้าพีพี ทำให้หลานชายยิ้มแป้นทันที

“อาดีกับผมที่สุดเลยครับ เพราะอย่างนี้แหละผมถึงรักอา ว่าแต่...อาเพชรไปไหนล่ะครับ? ไม่เห็นหน้าแมวมึนเลย”

อัณณ์หัวเราะเบาๆ “เพชรต้องรีบไปทำงานน่ะครับ คราวนี้ลมเป็นหัวหน้าโปรเจค โทรตามตั้งแต่เมื่อเช้ามืด เจ้าแมวหน้ายุ่งใหญ่เลย” แมวมึนงอแงไม่ยอมไปทำงานท่าเดียว บอกว่าจะรอกินมื้อเช้าฝีมือเขาก่อน อัณณ์ก็กลัวน้องปวดท้องเลยทำแซนวิสง่ายๆ ให้ไปแบ่งทานกับเพื่อนๆ แต่ดูจากนิสัยเพชรแล้ว...อัณณ์ว่าแมวขนฟูตัวโตนั่นหวงไว้กินคนเดียวแน่ๆ

“อาเพชรต้องหน้าบึ้งไปทั้งวันแน่ๆ เลยครับ” พีพีพอนึกหน้าคุณอาแมวออก เขาลงมือทานอาหารเช้าแสนอร่อยอย่างมีความสุข ส่วนอัณณ์ก็ไปเตรียมตัวเปิดร้านของเขาเอง พีพีไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านของอาอัณณ์ขายดีและเป็นที่รู้จัก เพราะคุณอาของเขาใส่ใจทุกอย่าง ทุกขั้นตอน แถมทำอาหารร่อยมากอีกด้วย

“ผมไปแล้วนะครับอา” เมื่อทานอาหารเสร็จพีพีก็ล้างมือ หยิบกระเป๋าผ้าและกล่องไวโอลินที่ถูกดัดแปลงพิเศษ ภายนอกเป็นกล่องไวโอลินแต่ภายในเป็นกล่องเก็บไรเฟิลคู่ใจของพีพี...ไรเฟิลสีดำสนิทที่มีชื่อเดียวกับฉายาของเขา

 

ทานาทอส...

 

แล้วการถือกล่องหรือถุงใส่ไรเฟิลเดินไปมามันก็ดูสะดุดตาไปสักหน่อย ทำเป็นกล่องไวโอลินนี่แหละดีแล้ว ดูไร้พิษภัยดี อีกอย่างลางสังหรณ์ของพีพีก็บอกว่าวันนี้มันต้องไม่สงบสุขแน่ๆ

“โชคดีนะครับ ขับรถระวังด้วยล่ะ”

“คร้าบบบ อาเองก็ขอให้โชคดีนะครับ” พีพียกมือไหว้อัณณ์แล้วก็เดินไปขึ้นรถของตัวเอง รถยนต์ที่เขาได้มาเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อหลายปีก่อน...ความจริงพีพีสามารถรีเควสรถหรูเท่าไหร่ก็ได้ เพราะว่าคุณอาของเขาหลายคนน่ะเงินทองเหลือใช้กันทั้งนั้น แต่พีพีเองก็เข้าใจดีว่าทำตัวให้กลมกลืนกับสังคมน่ะดีกว่าทำตัวเด่น อีกอย่าง...รถของเขาก็ถูกเอาไปดัดแปลงมาแล้วด้วย

 

อย่างน้อย...กระจกมันก็กันกระสุนล่ะนะ

 

พีพีวางกระเป๋าไวโอลินไว้เบาะข้างๆ คนขับอย่างถนอม เขาหวงและดูแลอาวุธของตัวเองอย่างดีมาก จนเพื่อนสนิทชอบแขวะว่าดูแลดีเหมือนลูกเข้าไปอีก มือบังคับพวงมาลัยรถอย่างช้าๆ เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยชำนาญทางเท่าไหร่ แล้วระยะทางจากบ้านไปมหาลัยก็ค่อนข้างไกลด้วย

 

ทำไมเป้าหมายคราวนี้ไม่มาอยู่มหาลัยที่พวกอาอัณณ์เคยอยู่นะ จะได้ไม่ต้องขับรถไปไกล

เอาเถอะ...เดี๋ยวอาทิตย์หน้าพีพีก็จะได้ย้ายไปอยู่ใกล้ๆ แล้ว...

อีกอย่าง...

ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้ม ขณะที่เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วมากขึ้น...เขากำลังจะได้เจอเจ้าน้องชายฝาแฝดจอมซนนั่นแล้วสิ

 

อาดังกับราวี

 

ฝาแฝดจอมป่วนตัวแสบ น้องชายแท้ๆ ของพีพีเอง อ้อ นอกจากเจ้าสองแสบนั่นแล้วพีพีก็ยังมีน้องสาวคนเล็กสุดน่ารักที่พวกเขาทั้งบ้านทั้งรักทั้งหวงอย่างน้องเวนิสอีกคน

จะว่าไปชื่อพี่น้องบ้านเขานี่ก็เป็นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกันหมดเลยจริงๆ...แต่พวกเขาก็ดีใจและภูมิใจกับชื่อที่พ่อกับแม่ตั้งให้ เพราะมันเป็นความทรงจำที่สวยงามของทั้งคู่

พีพีใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงมหาลัย เช้าๆ แบบนี้ไม่มีคนเท่าไหร่นัก เขาขับรถไปจอดที่ลานจอดรถสำหรับนักศึกษา กดรหัสใต้เบาะแล้วสามารถยกเบาะขึ้นได้เป็นลิ้นชักกว้างๆ พีพีเอากล่องไวโอลินซ่อนไว้ข้างใน จากนั้นก็กดล็อครถคว้ากระเป้าผ้าเดินออกมาช้าๆ มหาลัยนี้ค่อนข้างร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด แถมตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ในมหาลัยมีร้านกาแฟที่ตกแต่งได้สวยงามชวนนั่งเล่นไม่น้อย ไว้มีโอกาสพีพีจะมาลองชิมดู

และมันก็เป็นแบบเดิมทุกครั้งที่พีพีจะตกเป็นเป้าสายตาของผู้คน แม้นักศึกษาจะน้อย แต่เขาก็ถูกมองอยู่ดี พีพีก็ไม่มีคำว่าเขินหือคำว่าอายใดๆ เขาชินเสียแล้ว ตอนทำงานอยู่อีเดนพีพีโดนมองหนักกว่านี้เสียอีก เพราะเขาถือว่าเป็นชาวเอเชียคนเดียวในขณะนั้นและเป็นหัวหน้าหน่วยที่อายุน้อยที่สุดด้วย ดังนั้นพีพีเลยส่งยิ้มบางๆ อย่างมีมารยาทให้แทน

 

รอยยิ้มที่ทำให้คนมองหน้าแดง...

 

วันนี้พีพีมีเรียนปรับพื้นฐานตอน 10โมง ส่วนตอนบ่ายเลิกบ่ายสามและตามด้วยกิจกรรมรับน้องอีก เขาไม่ถนัดด้านพวกเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย ดังนั้นพีพีเลยตั้งใจกับการเรียนปรับพื้นฐานมากหน่อย แต่ดูแล้วเหมือนจะเป็นการเรียนปรับพื้นฐานของปีหนึ่งจะเป็นพวกเคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์...

 

อืม...ไม่ถนัดสักอย่าง เขาไม่ได้เรียนเหมือนเด็กวัยเดียวกันด้วย ประวัติการศึกษานั่นก็ของปลอม ถึงพีพีจะสอบเทียบผ่านระดับม.ปลายมาแล้วก็เถอะ แต่ถ้าเอาของพวกนี้ไปใช้จัดการคนหรือทำงานของเขา เช่นระเบิดอะไรพวกนี้เขาถนัดมาก

 

“มาเช้าจังเลยครับ...อ่า...สวัสดีครับ” น้ำเสียงสุภาพปนขี้อายทักขึ้นมา ทำให้มือของพีพีที่จะเปิดประตูห้องชะงัก แล้วหันไปมองคนทัก “คะ...คือ ผมก็มาเช้าน่ะครับ อ้ะ ผมชื่อมิวครับ”

เขาเป็นชายหนุ่มร่างเล็ก เตี้ยกว่าพีพีตั้งหลายเซ็นต์ ดวงตากลมโตภายใต้แว่นสายตา ผมดูยุ่งเหยิงปรกหน้า แถมยังสวมชุดนักศึกษาถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

ดูเป็นเด็กเนิร์ดขี้อาย

 

แต่พีพีอยากจะบอกนะว่าคนสายตาสั้นน่ะ...การเคลื่อนไหวของลูกตา การเพ่งสายตาจะไม่เหมือนคนสายตาปกติ เอาเถอะ ก็ไม่ใช่เรื่องของเขานี่นะ ใครอยากสร้างภาพลักษณ์อะไรยังไงก็ทำไปเถอะ

“อ้อ...ยินดีที่ได้รู้จัก ผมพีพีครับ” พีพียิ้มทักทายอย่างมีมารยาท เปิดประตูให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปก่อน ในห้องเรียนกว้างที่ไม่มีใครเลย

“ผมรู้ครับ...พีพีดังมากเลยตั้งแต่วันแรกๆ...พีพีขับรถเองด้วยหรือครับ? ผมเห็นกุญแจรถ” มิวนั่งข้างๆ พีพี แล้วก็เหลือบตาไปมองกุญแจรถที่พีพีวางไว้บนโต๊ะ

“ใช่ครับ ผมยังจัดการเรื่องที่พักไม่เรียบร้อยน่ะ เลยขับรถมาจากบ้านเอง” พีพีเห็นเพื่อนใหม่ อืม...น่าจะเป็นเพื่อนใหม่แหละมองเขาหลายรอบ ดวงตาที่หลุกหลิกไปมา ก้มหน้าก้มตา ดูอยากคุยกับเขาแต่ก็เขินๆ...ที่จริงความรู้สึกแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นคงรู้สึกเอ็นดู เป็นมิตรและลดความระมัดระวังลง

 

แต่ช่วยไม่ได้ที่พีพีเป็นพวกขี้ระแวง

เขาไม่เชื่อว่าเพื่อนใหม่ที่ชื่อมิวนี่เข้ามาทักเพราะอยากรู้จักกันจริงๆ หรอก

 

ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้คุยกับอะไรกับเขา บรรยากาศเยือกเย็นก็เข้าปกคลุมไปทั้งห้อง ความเย็นที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ออก พร้อมกับร่างสูงร่างหนึ่งที่เดินเข้ามา

ใบหน้าหล่อเหลาดูดี ใส่กางเกงยีนส์สีซีดและเชิ้ตขาวเรียบกริบ ดวงตาคมมองตรงมาที่พีพีก่อนตาคู่นั้นจะเป็นประกายเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้ ร่างสูงยกมือขึ้นเรียกพีพีก็เดินเข้าไปหาทันที โดยไม่เห็นดวงตาอีกคู่ที่มองตาม

“พี่เฮล มาเช้าจังครับ หวังว่าพี่ไม่ได้เป็นคนมาติวปรับพื้นฐานให้ปีหนึ่งนะครับ อ้ะ แต่พี่เฮลเรียนวิศวะนี่นาใช่ไหมครับ?” ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงพีพีจะท้าทีท้าต่อยกับเฮลจริงๆ แล้วนะ เขาไม่อยากเปลืองแรงรบกับคนร้ายกาจหรอกนะ

เฮลส่ายหน้า...เขาไม่ได้ว่างขนาดนั้น มีงานหลายอย่างต้องทำ ไม่ใช่งานบริหารเหมือนพวกนักธุรกิจอะไรแบบนั้นหรอก เฮลถนัดพวกงานที่ใช้ความรุนแรงมากกว่า

“ของกิน” เฮลยื่นถุงกระดาษส่งให้พีพี “เผื่อหิว”

พีพีไม่ต้องเปิดดูข้างในเขาก็รู้ว่าข้างในต้องเป็นของที่เขาชอบกินทั้งหมดแน่ๆ เขามั่นใจว่าเฮลต้องรู้จักเกี่ยวกับตัวเขาดี...แถมอีกฝ่ายรู้ว่าเขาสงสัยก็ยังทำเหมือนปกติ ทำให้สงสัยยังไงก็ถามไม่ได้!

ดวงตาคู่สวยหรี่ลง ความรู้สึกถูกท้าทายแบบนี้มันก็ดีไปอีกแบบ ก่อนจะมองสบกับดวงตาคมแล้วยิ้มหยี“ขอบคุณครับ คงไม่ใช่แค่เอาของมาให้ผมเฉยๆ ใช่ไหมครับ”

“แค่นั้น”

“ผมไม่เชื่อ” พีพีหน้ายุ่งเล็กน้อย เขาไม่เชื่อที่อีกฝ่ายพูดสักนิด ว่าแค่เอาขนมมาให้แบบนี้น่ะ ท่าทางเหมือนคนเอาแต่ใจแบบนั้นของพีพีทำให้เฮลยกยิ้มมุมปากขึ้นมา...เขาเข้าใจดีว่าการกระทำนี้ออกมาจากนิสัยจริงๆ ของเจ้าตัว เป็นการผลั้งเผลอที่น่าเอ็นดู

 

แม้จะเป็นรอยยิ้มเล็กๆ...แต่กลับดูดีมาก

 

ร่างสูงโน้มใบหน้าหล่อเหลามาใกล้ จนพีพีได้กลิ่นหอมบางอย่าง...กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นกุหลาบ แต่หอมเย็นและลึกลับ...คลับคล้ายกับกลิ่นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของพีพี

 

กุหลาบดำ

 

“ระวังตัวด้วย” เฮลกระซิบบอกเสียงเย็น แต่น้ำเสียงดูเหมือนไร้ความเป็นห่วงอย่างสิ้นเชิง ราวกับรู้ดีว่าด้วยฝีมือของพีพีแล้วไม่จำเป็นต้องห่วง ขนาดเขาที่เป็นคนกระซิบบอกเองยังรู้สึกขำจนต้องกระตุกยิ้มเลย

“ระวังอะไรหรือครับ? พวกรุ่นพี่หรือ?” พีพีทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หน้าซื่อตาใสกระพริบตาปริบๆ อย่างงงๆ นั่นทำให้เฮลเลิกคิ้ว ยื่นมือไปจิ้มหน้าผากพีพีเบาๆ รู้สึกกึ่งหมั่นไส้กึ่งมันเขี้ยวพิกล

“ถ้าจะเล่นละคร...ต้องให้สมจริง” เฮลบอก ไม่ได้ขยายความต่อว่าเล่นละครอะไร แต่พีพีรู้ดีว่าอีกฝ่ายสื่อถึงการที่เขาทำตัวเป็นเด็กปีหนึ่งใสซื่อแล้วดูไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่นั่นแหละ

ได้...พีพีจะจำไว้ เขาจะอ่อนแอให้มากกว่านี้ วิ่งสักห้ารอบแล้วอ่อนแรงก็ได้แล้วมั้ง อย่าไปแสดงความแข็งแรงและอดทนให้คนอื่นเห็น ก็คนมันไม่เคยเป็นเด็กปีหนึ่งนี่นา ไม่เคยเข้าโรงเรียนได้ เพื่อนร่วมงานเขาแต่ละคนกับเพื่อนสนิทก็...คล้ายๆ พีพีนี่แหละ

“พี่เฮลมีธุระอะไรที่ไหนต่ออีกไหมครับ?” พีพีก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือของเฮล ยังเหลือเวลาอีกประมาณสี่สิบนาทีกว่าจะถึงคาบเรียนปรับพื้นฐาน เมื่อครู่ตอนเดินขึ้นตึกเรียนเขาเห็นร้านกาแฟอยู่ด้วย “ถ้าไม่มีอะไรก็ไปดื่มกาแฟกันดีไหมครับ ผมเลี้ยงเอง”

“หึ ไปเถอะ” เฮลยินยอมและพยักหน้า เขาไม่ได้ยื่นมือไปแตะข้อมือพีพีแต่กลับใช้สายตาคมวาววับจับจ้องมา ทำให้พีพีเลิกคิ้ว เขาหันไปมองมิวที่นั่งอยู่ พเห็นเขามองไปอีกฝ่ายก๋รีบหลงตางุดๆ ทั้งๆ ที่พีพีรู้ว่าอีกฝ่ายมองและสังเกตเขามาตลอดระยะเวลาที่คุยกับเฮลอยู่

 

แถมก่อนจะหลุบตาลงนั้นพีพีเห็นความเกลียดชังในดวงตาภายใต้กรอบแว่นนั้นชัดเจน

แต่ไม่รู้ว่ามองเขาหรือเฮลกันแน่

 

“มิว ไปดื่มกาแฟด้วยกันไหม?”

“ไม่...อ่า ไม่ครับ ผม คือผมไม่ดื่มกาแฟครับ” มิวตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เหลือบตามองพีพีกับเฮล แล้วรีบก้มหน้าลงเหมือนเดิม

“อ้อ เอาอะไรอย่างอื่นไหมล่ะ? เดี๋ยวซื้อชาเขียวกับขนมมาให้แล้วกัน”

“พีพี ไป” เฮลเรียกพีพีเมื่ออีกฝ่ายช้าเกินไปแล้ว เขาไม่แม้แต่เหลือบสายตาไปมองใครอื่นแม้แต่น้อย ดวงตาจับจ้องอยู่ที่แค่คนคนเดียว

มองแค่พีพีคนเดียว...

“แล้วถ้าผมขึ้นมาเรียนปรับพื้นฐานสายล่ะครับจะทำยังไง?” พีพีไม่เดินกลับไปหยิบของบนโต๊ะ เพราะกุญแจรถเขาก็ถือมา กระเป๋าสตางค์ก็อยู่ในกางเกง มือถือด้วย

“ถูกลงโทษจะได้แข็งแรง”

“ตรรกะไหนครับเนี่ย ทำไมพี่เฮลใจร้ายกับผมจัง”

“หึ...”

 

คนที่ถูกทิ้งให้อยู่ในห้องเรียนคนเดียวกำหมัดแน่น เม้มริมฝีปากตัวเองจนมันเป็นรอยฟัน มองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่ออกไปอย่างเกลียดชัง

 

แกร๊ก!

 

ก่อนที่เขาจะรีบปรับท่าทีให้เป็นปกติ กระพริบตาถี่ๆ เงยหน้ามองแสงไฟแล้วกระพริบตาอีกรอบเพื่อให้ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำ

“อ้าว? มาเช้าจังวะ มึงชื่อไรอ่ะ เรียนเจอร์*ไหน เออกูชื่อเกมอยู่ฟิสิกส์ ไอ้นี่ชื่อหมอนเจอร์เดียวกับกู” ร่างสูงทักทายอย่างเป็นกันเอง มองเจ้าเนิร์ดขี้อายที่ยกมือป้ายน้ำตาตัวเองป้อยๆ ตาแดงๆ พลางมองเพื่อนสนิทเป็นเชิงถามว่าไอ้เนิร์ดนี่เป็นอะไรของมัน? ซึ่งอีกคนก็ส่ายหน้าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

“ระ...เรา เราฮึก...ชื่อมิวครับ เรียนไบโอครับ”

“เฮ้ย มึงร้องไห้ทำไมเนี่ย ตาแดงๆ ใครทำไรวะ เออ...แล้วมาคนเดียวหรือ มีเพื่อนมาไหมเนี่ย กูนั่งด้วยดิ” เกมชวนเพื่อนนั่งลงข้างๆ พลางยิ้มปลอบ

“เรามากับพีพีน่ะครับ...แต่ พีพีเขาไป ฮึก...กับ...ทิ้งเราไว้นี่ครับ”

“พีพีเหรอวะ? คนที่โคตรดูดีมากๆ ผมยาวๆ ทั้งสวยทั้งหล่อนั่นอ่ะนะ จริงดิ!โหย...ไอ้หมอน คนดังของคณะเราเว้ย กูนึกว่าเขาจะไม่มาเรียนปรับพื้นฐานเสียอีก” เกมดูมีท่าทางตื่นเต้นขึ้นมาทันที อยากรู้จักเพื่อนคนนั้นมากๆ

 

อยากรู้ว่านิสัยใจคอจะเป็นแบบไหน ถึงได้ดูดีมากและดูมีเสน่ห์มากขนาดนั้น

 

“กิจกรรมบังคับป่ะ เขาต้องมาสิ” หมอนตอบกลับเรียบๆ ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อพูดถึงชื่อของพีพี

“คือมึงก็เห็น ท่าทางเขาเหมือนพวกคุณชายๆ อ่ะ ใครจะรู้ว่าบางทีเขาอาจเป็นพวกเจ้าชงเจ้าชายปลอมตัวมาเรียนก็ได้ โอ๊ย!มึงตบหัวกูทำไมไอ้เชี่ยหมอน!”

“มึงเพ้อเจ้อ”

“อ่ะ...เอ่อ...” มิวที่แทรกหาเรื่องชวนคุยไม่ได้ก็เม้มปากแน่นกว่าเดิม ชื่อของคนคนนั้นอีกแล้ว...ทำไมใครๆ ก็สนใจมันนักนะนะ ทั้งเพื่อนทั้งรุ่นพี่ต่างกระตือรือร้นที่จะรู้จักทั้งนั้น

ยิ่งกับคนคนนั้น...

 

ห้องเรียนปรับพื้นฐานเริ่มมีนักศึกษาทยอยเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมๆ กับที่รุ่นพี่หลายคนต่างก็ทยอยเข้ามาแล้ว ทักทายกันอย่างเป็นกันเองครื้นเครง รุ่นพี่เช็คชื่อเสร็จก็ประกาศให้นั่งตามสบายไม่ต้องนั่งตามเจอร์ นั่งคละๆ กันไปจะได้สนิทสนมกัน

“ยังขาดใครไหม?”เหล่ารุ่นพี่ถามกันเอง ตรวจสอบรายชื่อรุ่นน้องแต่ละคน

“ขาดคนดังไง”

“น้องพีพีน่ะเหรอ? มึงนี่ไม่ชอบน้องเขาหรือไง คนอื่นขาดตั้งเยอะ”

“กูไม่ชอบพวกเล่นเส้นมึงก็รู้”

“น้องมันใช้เส้นสายตรงไหนวะ กูเห็นน้องก็ให้ความร่วมมือดีออก มึงน่ะอคติ”

“เลิกพูดเถอะ พวกมึงก็ชอบเข้าข้างคนหน้าตาดี” รุ่นพี่อีกคนแย้งอย่างไม่พอใจ รู้สึกไม่ชอบหน้ารุ่นน้องที่ถูกพูดถึงขึ้นมากกว่าเดิม กำลังชั่งใจว่าเช็คขาดดีไหมในเมื่อมาช้านัก จะหาว่าหาเรื่องก็ได้

“มึงจะทำอะไรก็ระวังไชน์ไว้ให้ดีหน่อย...ปรับพื้นฐานมันไม่ได้จริงจังขนาดนั้นป่าววะ”

พอพูดถึงชื่อไชน์รุ่นพี่คนนั้นก็ตัวสั่นขึ้นมาทันที...และยิ่งประตูห้องปรับพื้นฐานเปิดออกอีกครั้งพร้อมร่างสูงของไชน์ที่แค่เขาเดินเข้ามาบรรยากาศก็อึดอันขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะสลายไปเพราะคนที่มาด้วยกันกับไชน์...

พีพีนั่นเอง...

 

รุ่นน้องหนุ่มยิ้มหวาน ยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่ตามมารยาทอันดีงามที่คุณอาและคุณแม่สอนมา ก่อนจะหันไปยิ้มให้ไชน์ “ผมขอตัวไปนั่งกับเพื่อนก่อนนะครับ”

“ไปเถอะ ขนมที่ซื้อมานั่นก็แบ่งเพื่อนด้วยนะ” ไชน์มองพีพียิ้มๆ “ตั้งใจเรียน”

“ผมไม่ได้เห็นแก่กินสักหน่อยครับ ถึงจะไม่ใช่คนจ่ายตังค์ก็เถอะ...แล้วผมก็ต้องตั้งใจเรียนอยู่แล้วครับ ไม่งั้นมีหวัง...” ไม่ต้องมือองค์กรอีเดนหรอกพ่อได้เอาเขาเป็นกระสอบทรายแน่ๆ

พีพีเดินไปนั่งข้างๆ มิวท่ามกลางสายตาจับจ้องของทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มให้ทุกคน เอาสมุดมาเตรียมตัวจด ดูเป็นน้องปีหนึ่งผู้ตั้งใจเรียนมาก ในใจพีพีก็คิดว่าการเป็นเด็กปีหนึ่งนี่มันก็สนุกไม่น้อยจริงๆ...เมื่อกี้เขามาพอได้ยินอะไรดีๆ ไม่น้อยเลย

 

เห็นทีวันนี้ต้องบันเทิงแน่ๆ

 

.........

 

...............

 

พีพีเดินเคียงข้างเฮลมาเรื่อยๆ วันนี้เขาเรียนปรับพื้นฐานชั้นสาม ดังนั้นเลยชวนอีกฝ่ายลงบันไดมา พลางจับสังเกตคนข้างๆ ไปด้วย

 

คนดังมากจริงๆ...เพราะแค่เฮลเดินผ่าน ทุกสายตาก็จับจ้องและพาลมาจับจ้องพีพีไปด้วย

อืม...การเดินกับคนดังมันรู้สึกแบบนี้นี่เอง

 

ยิ่งตอนเปิดประตูเข้าร้านกาแฟมา เรียกได้ว่าทุกสายตาในร้านคือหันควับมามองพวกเขาสองคนอย่างพร้อมเพรียงกันเลยทีเดียว แต่เฮลไม่คิดจะสนใจ ส่วนพีพีก็ยิ้มหวานอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเดินไปนั่งที่โต๊ะว่างๆ หรือเวลาเช้าๆ และยังไม่เปิดเทอมแบบนี้ก็มีพอให้เขาได้เลือก ทั้งคู่เลือกนั่งโต๊ะริมกระจก ร่างสูงของเฮลยื่นเมนูให้พีพีเป็นคนเลือก

“พี่เฮลอยากดื่มอะไรครับ? เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง...ไม่สิ ผมควรถามใหม่ว่าที่นี่มีอะไรอร่อยบ้าง ให้พี่แนะนำดีกว่า”

“กาแฟดำ”เฮลหรี่ตาลงนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยบอกเมนูประจำของเขาออกมา ส่วนพีพีก็เบ้ปากทันทีที่ได้ยิน

“น่าเบื่อมากครับ ทำไมถึงได้มีแต่คนชอบดื่มกาแฟดำนะ”คุณพ่อของเขาก็คนหนึ่งล่ะ เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงานก็ชอบดื่มแต่กาแฟดำกัน “ถึงผมจะไม่รู้ว่ามันอร่อยตรงไหน แต่ก็วิจารณ์ความชอบพี่ไม่ได้เนอะ เอาไว้ผมจะชงกาแฟอร่อยๆ แบบฉบับของผมให้พี่ดื่มสักวัน รับรองพี่จะต้องลืมกาแฟดำแน่ๆ ครับ”

 

ถึงพีพีจะทำอาหารไม่ได้เรื่อง แต่ชงกาแฟให้อร่อยนี่ของถนัดเขาเลยนะ ไม่อยากจะคุย ใครได้ดื่มก็รับรองต้องติดใจเพื่อนสนิทอย่างเอริคยังชอบมาเซ้าซี้ให้พีพีชงกาแฟอร่อยๆ ให้อยู่ตลอดเลย

 

เฮลยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมมองคนตรงข้ามที่กำลังยิ้มมาให้ รอยยิ้มที่ดูเผินๆ ใสซื่อเหมือนรุ่นน้องปีหนึ่งผู้น่ารัก...แต่ความจริงแล้วซุกซ่อนไปด้วยความร้ายกาจ

“ต้องได้ลองสิ”

 

แต่ไม่ใช่แค่กาแฟ...

 

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่เฮลจะสั่งอะไรครับ ผมจะเดินไปสั่งที่เคาน์เตอร์ให้” พีพีเลิกคิ้วทำเป็นมองไม่เห็นดวงตาวาววับของอีกฝ่าย 

“กาแฟดำ”

พีพีหัวเราะเดินไปสั่งกาแฟดำที่เคาน์เตอร์ให้อีกฝ่าย ส่วนของตัวเองเป็นเอสเปสโซ่ไม่หวานหนึ่งแก้ว ใบหน้าและรอยยิ้มของเขาทำให้คนรับออเดอร์หน้าเคาน์เตอร์หน้าร้อนวาบ ถึงจะเคยเห็นคนหน้าตาดีมาเยอะ แต่ลูกค้าที่มีเสน่ห์มากขนาดนี้...

 

เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก

 

พีพีสั่งขนมอีกสองสามอย่าง เพราะการดื่มกาแฟเพียวๆ โดยไม่มีขนมทานด้วยมันไม่ดีต่อสุขภาพ คุณอาย้ำพีพีมาตลอด และเขาก็ไม่ลืมที่คุณอาสอนด้วย แต่พอกลับมาถึงที่โต๊ะคราวนี้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกคน

 

ไชน์...

ไม่ถูกกันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้มานั่งดื่มกาแฟด้วยกันได้เนี่ย

 

“สวัสดีครับน้องพีพี” ไชน์ทักทายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและดูอบอุ่นเหมือนทุกที แต่พีพีถึงกับกลอกตามองบน นี่ถ้าคนอื่นคงจะหลงรอยยิ้มหล่อๆ นี่ไปแล้ว แต่เขารับรู้ได้ไงว่าภายใต้รอยยิ้มนี้มันสยองน่ะ

“ผมไม่นึกว่าพี่ไชน์จะมานั่งด้วย จะได้สั่งกาแฟเผื่อ...ดื่มอะไรไหมครับ? เดี๋ยวผมไปสั่งเพิ่มให้”

ไชน์มองการรับมือและความใจเย็นของพีพีอย่างชื่นชม ปรายตามองเฮลที่นั่งไขว้ห้างนิ่งๆ ไม่พูดอะไรเคาะปลายนิ้วลงกับโต๊ะแล้วเขาก็เหยียดยิ้ม

“ไม่เป็นไร พี่ดื่มมาแล้ว วันนี้น้องพีพีมีเรียนปรับพื้นฐานใช่ไหมครับ...ถ้านายไม่มีปัญหาอะไรคงให้น้องเขาไปกับฉันได้ใช่ไหมเฮล”

“ถามพีพี” เฮลตอบเสียงเย็น เขาดูไม่ค่อยชอบหน้าไชน์เท่าไหร่จริงๆ แต่พีพีสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่การไม่ชอบหน้าแบบเกลียดขี้หน้า ดูเป็นการไม่ชอบเป็นหมั่นไส้และระอามากกว่า

 

เหมือนเวลาที่พีพีกับเจ้าแฝดตัวแสบตีกันเลย...

 

เมื่อกาแฟและขนมมาเสิร์ฟพีพีก็ดันบราวนี่ไปให้เฮลแล้วก็มองเค้กช็อกโกแลตหน้าผลไม้ตาปริบๆ เขาสั่งเค้กกับบราวนี่ให้ตัวเองสองชิ้น แต่ในเมื่อพี่ไชน์มานั่งเขาก็ต้องเสียสละเค้กให้อีกฝ่าย โดยมองอย่างเสียดาย...

 

แต่พีพีเป็นเด็กดี!

ต้องแบ่งของกินให้คนอื่นด้วย

 

สองหนุ่มหลุดรอยยิ้มออกมากับท่าทางเหมือนเด็กไม่ได้ทานของอร่อยและเสียดายแบบนั้นดูน่ารักน่าเอ็นดูเข้ากับหน้าตาของเขา

 

แต่ก็นั่นแหละ...ยิ่งดอกไม้สวยงามแค่ไหน หนามแหลมคมก็ยิ่งอันตราย

โดยเฉพาะดอกกุหลาบดำดอกนี้ด้วยแล้ว...

 

ไชน์ยักไหล่แล้วตักเค้กที่พีพีส่งมาให้อย่างเอร็ดอร่อย ถึงปกติเขาไม่ค่อยชอบของหวานเท่าไหร่นัก แต่แย่งเด็กทานก็อร่อยดี ส่วนเฮลยกยิ้มมุมปากไม่ได้เสียสละบราวนี่ของตัวเองให้พีพีเหมือนกัน เพราะเขาเองก็บันเทิงใจกับท่าทางของเด็กน้อยตรงหน้า

บรรยากาศระหว่างทั้งสามคนแม้จะไม่เรียกได้ว่าผ่อนคลายแต่ก็ไม่เคร่งเครียด พีพีเป็นคนชวนคุยมากกว่าเพราะถ้าขืนเขาไม่ทำอย่างนั้นผู้ชายสองคนนี้คงนั่งปล่อยบรรยากาศอึดอัดใส่กันไม่เลิกแน่ๆ

“วันนี้อย่ากลับดึก” เฮลหันไปบอกพีพีที่เลิกคิ้วอย่างสงสัย สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนอีกแล้วว่ามันต้องมีเรื่องแน่ๆ...

“มีอะไรหรือเปล่าครับ? วันนี้มีกิจกรรมรับน้องหลังเรียนปรับพื้นฐานด้วย” พีพีเท้าคางมองทั้งคู่ ยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่คล้ายกับจะออดอ้อนเล็กๆ แบบนั้นดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ไชน์เหลือบตามองเฮลก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นดวงตาของอีกคนเป็นประกายวาบ

 

หึๆ...

 

“ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะน้องพีพี จะได้เวลาปรับพื้นฐานแล้ว จะซื้อขนมไปทานระหว่างเรียนด้วยก็ได้นะครับ”

“งั้นผมไปก่อนนะครับพี่เฮล เดี๋ยวไว้เจอกันนะครับ...อืม...ถ้าพี่ไม่ว่าอะไรผมขอเบอร์หรือไลน์ หรืออะไรก็ได้ที่สามารถติดต่อพี่ได้ไว้ได้ไหมครับ?”

 

จะได้เอาไปให้เฮอร์มีสตรวจสอบได้ด้วย...

 

“ขอของพี่ไชน์ไว้ด้วยอีกคนนะครับ ผมเป็นปีหนึ่งเลยกลัวโน่นกลัวนี่ไม่หมด ถ้ามีรุ่นพี่ใจดีช่วยดูแลผมจะดีใจมากเลยครับ” พีพีฉีกยิ้มหวาน แม้จะเจตนาไม่ดีแต่รอยยิ้มก็ยังดูจริงใจ

ส่วนเฮลกับไชน์ที่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ เฮลยื่นมือออกมาข้างหน้าทำให้พีพีได้แต่เลิกคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าหงึกแล้วยื่นมือถือตัวเองให้เฮลทันที มือใหญ่นั้นกดยิกๆ อยู่แป๊บนึงแล้วส่งให้ไชน์ ก่อนจะยื่นคืนพีพี 

“ตั้งใจเรียนล่ะ”

“แน่นอนครับ” พีพียักไหล่ นานๆ ทีจะได้เป็นเด็กปีหนึ่งแบบนี้ เขาจะตั้งใจเรียนและเป็นเฟชรชี่ปีหนึ่งทีดีและน่ารักด้วย

“หึ” เฮลยกยิ้มมุมปาก ยื่นมือมาดีดหน้าผากพีพีหนึ่งที ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังสูงโปร่งที่เดินไปสั่งเครื่องดื่มและขนม ก่อนจะเดินออกไปจากร้านพร้อมกับคนที่ใครๆ ทั้งมหาลัยก็รู้ว่าเฮลไม่ชอบหน้าอย่างไชน์

 

ก็ไม่ชอบจริงๆ นั่นแหละ...หมั่นไส้ มันกวนประสาทกันอยู่ได้

 

นิ้วใหญ่เคาะลงกับโต๊ะเบาๆ ดื่มกาแฟดำจนหมดแก้ว กดจะหยิบมือถือตัวเองขึ้นมากดโทรออก “ส่งไอพีเข้าเครื่องฉันด้วยล่ะ”

( ครับคุณเฮล...แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะอยู่ได้นานนะครับ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่ารายนั้นช่างสังเกตแค่ไหน )

“ฉันรู้ดี” ต่อให้เครื่องติดตามตัวมันจะเล็ก บางและดูกลืนไปกับมือถือของพีพีขนาดไหน แต่กับกุหลาบดำที่มีหนามแหลมคมนั้นเขาเชื่อว่าไม่นานเดี๋ยวอีกฝ่ายก็เห็นแน่ๆ ก็ขนาดจะเอาเบอร์มือถือของเขาไปตรวจสอบเลยนี่

 

แต่...เล่นขอกันด้วยหน้าอ้อนๆ แบบนั้น...ยอมให้ก็ได้

แล้วค่อยไปเก็บดอกเบี้ยคราวหลัง

 

( บอสบอกว่าจอมมารกำลังคิดถึงคุณเฮลอยู่เลย )

“ฉันไม่ดีใจสักนิด” เฮลกลอกตาอย่างระอา ขมวดคิ้วนิดหน่อยเมื่อได้ยินชื่อใครบางคนเข้ามาเกี่ยวข้อง...ทั้งๆ ที่บอกว่าจะให้เวลาแต่ก็ยังขี้หวงไม่เปลี่ยนเลย ถ้าไปขอความช่วยเหลือคุณอาคนอื่น เดี๋ยวก็ถูกมองว่าเป็นเด็กไม่โตไปอีก...

 

สนุกนักล่ะได้หาเรื่องรังแกหลานๆ กันน่ะ

 

เฮลเคาะนิ้วกับโต๊ะเรื่อยๆ ก่อนจะเหยียดยิ้มร้ายกาจ “เดี๋ยวฉันจัดการเอง...”

 

สร้างโอกาสให้ตัวเองเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว...ยอมให้หนามกุหลาบตำเข้าสักนิดหน่อย ก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า...

 

...................

 

ตอนมาพีพีมากับเฮล ตอนกลับกลับกับไชน์ โดยมีสายตานักศึกษาที่มามหาลัยวันนี้มองตามกันเป็นแถว หูพีพีกระดิกยิกๆ เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทา

 

อืม...บอกว่าเขามันคนหลายใจ ตอนไปไปกับอีกคน ตอนกลับกลับกับอีกคน แถมยังบอกอีกว่าพีพีจับปลาสองมือ

แล้วถามว่าพีพีสนใจไหม...ไม่มีทางเสียล่ะ

ก็เขากำลัง ‘จับปลาสองมือ’ จริงๆนี่...หึ

 

“พี่กับพี่เฮลไม่ถูกกันไม่ใช่หรือครับ? ทำไมดูสนิทสนมกันจัง?” พีพีถามขณะที่เดินขึ้นบันไดไปด้วย พวกเขาสองคนหลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลิฟท์เพราะถือว่าออกกำลังกายกัน

“ใครล่ะที่บอกว่าเราไม่ถูกกัน?” ไชน์หัวเราะหึๆ 

“ก็...คนทั้งมหาลัยเขาว่ามานี่ครับ” พีพียิ้มหวาน แสดงว่าสองคนนี้ความจริงแล้วค่อนข้างสนิทสนมกันจริงๆ สินะ แต่คนทั้งมหาลัยกลับคิดไปเองว่าสองคนนี้เกลียดขี้หน้ากัน

 

ไม่สิ...ถูกทำให้คิดแบบนั้นกันมากกว่า

เจ้าเล่ห์นักนะ 

ก็บอกแล้วว่าสองคนนี้น่ะ...ร้าย ไม่ใช่ร้ายธรรมดานะ ร้ายมากด้วย

 

“แล้วน้องพีพีเชื่อเหมือนที่คนทั้งมหาลัยคิดหรือเปล่าล่ะครับ? หืม?” ไชน์ถามเสียงนุ่มอย่างมีเสน่ห์ แต่พีพีไม่หลงเสน่ห์ที่อีกฝ่ายจงใจหว่านมาให้

“เชื่อว่าคนทั้งมหาลัยถูกพวกพี่สองคนปั่นหัวน่ะสิครับ? ว่าแต่...เคยมีใครทักบ้างไหมครับว่าพี่เฮลกับพี่ไชน์หน้าตาคล้ายกันมาก...โดยเฉพาะดวงตา แม้จะสีตาต่างกัน...โอ้ะ! ขอโทษครับ” พีพีตวัดข้อมือหนีทันทีเมื่อสัมผัสได้ว่ามือใหญ่ของไชน์กำลังจะจับข้อมือเขา แต่พริบตาที่พีพีขอโทษ ข้อมืออีกข้างก็ถูกจับไว้หลวมๆ แทน พร้อมใบหน้าหล่อเหลาที่ยื่นมาใกล้ จนหลังพีพีแทบจะชิดราวบันได

 

นี่ถ้าเขาทรงตัวไม่ดีจะตกบันไดได้เลยนะ...อีกอย่างพีพีก็ถือของกินมาด้วย เดี๋ยวฟาดกลับเสียดีไหมเนี่ย

ไม่ได้สิ...เขาเป็นแค่เด็กปีหนึ่งใสๆ ต้องใสซื่อสิพีพี!

 

“หึ...ก็น้อยคนที่จะมีสายตาแหลมคมเหมือนน้องพีพีนี่ครับ” ไชน์มองกุหลาบดำดอกงามที่กำลังเก็บงำประกายเยียบเย็นของตัวเองอย่างสนใจ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทำให้ใครบางคนฝังจิตฝังใจขนาดนั้น แม้จะเจออุปสรรคหรือถูกกลั่นแกล้งรังแกแค่ไหนก็ยังอยากครอบครองอยู่ดี

 

ก็มีเสน่ห์เสียขนาดนี้น่ะสิ ขนาดรู้ว่าอันตราย...และมีหนามแหลมคม

ก็ยังอยากให้ถูกหนามตำเพื่อเข้าไปสัมผัสความงดงงามอันแสนเย้ายวนนั้น

 

“ถ้าไม่ปล่อยกันดีๆ ผมจะตีพี่จริงๆ แล้วนะครับ”

“ขู่น่ากลัวจังเลย” ไชน์หัวเราะในลำคอ แต่ยอมถอยห่างออกมาพร้อมปล่อยข้อมือพีพีออกด้วย “เราเข้าสายกันไปห้านาทีแล้วครับ”

 

เปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย...ฮึ่ม!

 

“ยังขาดใครไหม?”พีพีได้ยินเสียงในห้องถาม เพราะประตูหน้าห้องเรียนปรับพื้นฐานแง้มไว้ไม่ได้ปิดสนิท ทำให้เขากับไชน์สามารถได้ยินเสียงคุยในห้องได้ แล้วพีพีก็เป็นพวกประสาทสัมผัสไวอยู่แล้วด้วย

“ขาดคนดังไง”

“น้องพีพีน่ะเหรอ? มึงนี่ไม่ชอบน้องเขาหรือไง คนอื่นก็ขาดตั้งเยอะ”

นี่เขากลายเป็นคนดังไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย พีพีได้แต่เลิกคิ้วสงสัย หันไปหาไชน์ที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายก็พยักหน้าหงึกคล้ายกับจะยืนยันว่านายมันคนดังจริงๆ นี่

“กูไม่ชอบพวกเล่นเส้นมึงก็รู้”

ไม่สิ...ไม่ใช่แค่ไม่ชอบ น้ำเสียงนี่คือเกลียดพีพีเลยนะเนี่ย ว่าแต่เขาไปทำอะไรให้คุณรุ่นพี่ที่ไม่เคยรู้จักคนนี้กันนะ เป็นพีพีนี่ลำบากจริงๆ

“น้องมันใช้เส้นสายตรงไหนวะ กูเห็นน้องก็ให้ความร่วมมือดีออก มึงน่ะอคติ”ใช่เลยครับรุ่นพี่ ผมน่ะออกจะเป็นเด็กดีให้ความร่วมมือทุกกิจกรรมเลยนะ!

“เลิกพูดเถอะ พวกมึงก็ชอบเข้าข้างคนหน้าตาดี” เสียงแย้งอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงดูจะหาเรื่องชัดเจนจนพีพีได้แต่ถอนหายใจ

“มึงจะทำอะไรก็ระวังไชน์ไว้ให้ดีหน่อย...ปรับพื้นฐานมันไม่ได้จริงจังขนาดนั้นป่าววะ”

“โห...พี่นี่เป็นอำนาจมืดจริงๆ ใช่ไหมครับ ใครๆ ก็ดูกลัวอ่ะ” พีพีแสร้งเบิกตาโตใส่ จนไชน์ได้แต่ส่ายหน้ากับท่าทีของอีกฝ่าย อยากจะบอกจริงๆ ว่าทำแล้วมันตลก ไม่ได้ดูใสซื่อเหมือนที่เจ้าตัวคิดเลยสักนิด

“เข้าไปกันเถอะ” ไชน์เปิดประตูห้องเรียนเข้าไปพร้อมบรรยากาศรอบตัวที่น่าอึดอัด ทำให้คนในห้องพร้อมใจกันสะดุ้งเฮือก ก่อนความอึดอัดนั้นจะหายวับไปทันทีเมื่อพีพีเดินตามเข้ามาแล้วคลี่ยิ้มหวาน ยกมือทักทายเหล่ารุ่นพี่อย่างมีมารยาท ทำเหมือนว่าตัวเองไม่ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้าเลย

“ผมขอตัวไปนั่งกับเพื่อนก่อนนะครับ” พีพีหันไปบอกไชน์ ในเมื่อหาว่าเขาเล่นเส้นสาย เขาก็จะเล่นเส้นสายให้หนักขึ้นกว่าเดิมอีก

 

นี่ไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทใครเลยนะ...

 

“ไปเถอะ ขนมที่ซื้อมานั่นก็แบ่งเพื่อนด้วยนะ” ไชน์มองพีพียิ้มๆ ย้ำแบบเดียวกับที่เฮลย้ำมา “ตั้งใจเรียน”

“ผมไม่ได้เห็นแก่กินสักหน่อยครับ ถึงจะไม่ใช่คนจ่ายตังค์ก็เถอะ...แล้วผมก็ต้องตั้งใจเรียนอยู่แล้วครับ ไม่งั้นมีหวัง...” พีพีว่าไม่ต้องมือองค์กรอีเดนหรอกพ่อได้เอาเขาเป็นกระสอบทรายแน่ๆ

พีพีเดินไปนั่งข้างๆ มิวท่ามกลางสายตาจับจ้องของทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มให้ทุกคน เอาสมุดมาเตรียมตัวจด หยิบปากกาสี 48 สีที่คุณอาแมวดีกรีแมวเกียรติยมไปหาซื้อมาให้ เจ้าตัวบอกว่าสีช่วยเพิ่มความจดจำได้ถึง 70% มาวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ดูเป็นน้องปีหนึ่งผู้ตั้งใจเรียนมาก ในเมื่อมีคนบอกให้เขาตั้งใจเรียนตั้งหลายคนนี่นา ก็ต้องตั้งใจให้เต็มที่ส 

 

อีกอย่าง...การเป็นเด็กปีหนึ่งนี่มันสนุกจริงๆ ด้วย!

มีอะไรให้ทำเยอะแยะจริงๆ!

 

...............

 

 

การเรียนพื้นฐานในช่วงเช้าจบลงไปแล้ว พีพีขีดเขียนเนื้อหาบนกระดานจนเสร็จ แม้จะมีบางเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจแต่คิดว่ากลับไปทบทวนเอาก็น่าจะไม่ยากอะไร

 

ขอให้อาเพชรติวก็ได้...รายนั้นเป็นแมวเกียรตินิยมด้วย

แค่ปล่อยให้อาเพชรอวดตัวเองไปสักพักก่อน

 

พีพีปิดสมุดจนแล้วหันไปมองคนที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ พลางเก็บปากกาสีทั้งหลายใส่กระเป๋าดินสอ “สวัสดีพีพีคนดัง เราชื่อเกม ส่วนไอ้นี่หมอนเจอร์ฟิสิกส์ที่นั่งข้างๆ ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหม” ดวงตาคู่สวยเงยมองเพื่อนต่างสาขาที่หันมาแนะนำตัว พีพีจำได้ดีว่าสองคนนี้นั่งเรียนข้างๆ ถัดไปจากมิวนั่นเอง

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ แต่เรียกผมว่าพีพีดีกว่า” เขายิ้มอย่างเป็นมิตร เพราะสายตาที่ทั้งสองคนนั้นมองเขาดูสะท้อนความจริงใจและตื่นเต้นนิดๆ

 

อ้อ...ต่างจากสายตาของมิวลิบลับเลย

 

“อย่าเติมคนดังต่อท้ายเลยครับ...ผมเขินนะ” คนเขินที่ว่าแซวตัวเองได้หน้าตาเฉย นิสัยที่เปิดเผยและดูจริงใจของพีพีทำให้เกมกับหมอนรู้สึกดีกับเพื่อนใหม่คนดังเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

 

ดูเข้าหาง่ายกว่าที่คิดเลย

 

“นายหล่อจังเลยว่ะ...แบบหล่อผู้ดีๆ หล่อจนไม่อยากใช้คำหยาบคายด้วยเลยอ่ะ จะเรียกกูมึงยังรู้สึกผิดเลย” เกมบ่นงึมงำ ลูบท้ายทอยตัวเองเขินๆ ก็ขนาดไม่ได้รู้จักชื่อกันเมื่อกี้ตอนเรียนพีพีก็ส่งขนมนมเนยมาให้พวกเขาทานเล่นด้วย

“ไม่เป็นไร เรียกได้ตามที่ถนัดเลยนะเกม” พีพีหัวเราะในลำคอ เขายิ้มน้อยๆ “หมอนด้วย...พวกเราไปทานข้าวเที่ยงกันดีกว่า เดี๋ยวต้องขึ้นมาเรียนต่ออีกนี่นา”

“ไปสิๆ” 

“จริงด้วยมิวกาแฟกับเค้กอร่อยไหม? ผมไม่รู้ว่ามิวชอบทานอะไรเลยซื้อคาปูชิโน่กับเค้กเนยสดมา”

“อร่อย...มากครับ”มิวยังหลุบตาต่ำตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ ไม่กล้าเงยหน้ามองพีพี

“เออๆ อร่อยมาก พวกเราก็ได้กิน พีพีซื้อมาตั้งเยอะเลยนี่นา” เกมยิ้ม เพราะเขากับไอ้หมอนเองก็ได้ส่วนแบ่งขนมอร่อยๆ มาเหมือนกัน “ทีคาเฟ่ ในม.ป่ะ? เห็นพี่กูบอกว่าร้านนี้อร่อย แต่แพงไปหน่อยแค่นั้นเอง”

“ผมไม่ได้ซื้อเองน่ะครับ พี่ไชน์เขาเลี้ยงน่ะ”

“พะ...พี่...พี่ไชน์หรือครับ” มิวถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แล้วช้อนตามองพีพีทันที แก้วขึ้นสีเล็กน้อยทำให้พีพีเลิกคิ้วนิดๆ 

 

อ้อ...แบบนี้นี่เอง

 

“ใช่ผมเจอพี่ไชน์ที่ร้านน่ะ ก็เลยมาด้วยกัน พี่เขาบอกว่าจะเลี้ยงด้วย ผมก็ไม่ขัดของฟรีด้วย” พีพียักไหล่ 

“โหยยย! ได้คนดังของมหาลัยซื้อขนมให้กินด้วยเว้ยไอ้หมอน” เกมตาโต กอดคอหมอนที่ทำสีหน้าเอือมๆ

“อย่าไปสนใจมันเลยพีพี มันชื่นชมพี่เฮลกับพี่ไชน์เขาน่ะ บ้าบอ”

“เอ้า! ก็คนมันหล่อ คนมันเท่ เก่งด้วย กูก็ต้องชื่นชมดิ...มึงก็ด้วยเหอะ ตอนตามไอ้เฮียมาดูแข่งบาสนี่สรรเสริญพวกพี่เขาไม่แพ้กูเลยนะ”

“เงียบไปเลยมึง!” หมอนถลึงตาใส่ไอ้เพื่อนซี้ แล้วยิ่งเขินมากขึ้นเมื่อเห็นพีพีหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่สวยนั้นมองเขาเหมือนจะรู้เท่าทัน แถมยังยักคิ้วข้างเดียวให้กันด้วย

 

ดูกวนประสาทไม่หยอกเลยเพื่อนใหม่คนนี้น่ะ

 

“ให้ผมชวนพี่เขาไปกินข้าวด้วยไหมครับ? เกมกับหมอนจะได้ดีใจมากกว่าเดิมไง?” ที่เสนอไปแบบนั้นเพราะพีพีจงใจ เขาเหลือบมองสายตาใครบางคนแล้วหัวเราะในใจ อยากจะบอกจริงนะว่าไม่เนียนไปเรียนมาใหม่อีกหลายๆ รอบ ถ้าไม่มีใครเปิดสอนมาถามพีพีก็ได้

“มะ...มัน จะดูไม่ดีหรือเปล่าครับ คือผมคิดว่ามัน...ไม่ค่อยมีมารยาท” มิวก้มหน้าพูดสั่นๆ เหมือนคนไม่แน่ใจ และกลัวๆ แต่พีพีกลับยิ้มหวาน

“ไม่นี่ครับ กับคนพิเศษอย่างผมน่ะผมว่าพี่ไชน์ไม่ถือว่าเป็นการไร้มารยาทหรอก ตอนเช้าพี่เขายังชวนผมไปทานข้าวด้วยกันเลย ชวนพี่เฮลไปอีกคนยังได้เลยครับ พี่เฮลเขาใจดี”

 

แน่นอนว่าพีพีโกหก แต่เขาโกหกตาใส บันเทิงใจที่ได้ใช้ทำพูดแกล้งคน

อยากรู้เหมือนกันว่าจะแกล้งทำไปได้อีกนานแค่ไหน...

 

แม้จะเจอคุณอาไวน์ไม่ค่อยบ่อยนัก แต่ทุกครั้งคุณอาคนสวยก็มักสั่งสอนเรื่องสตรอว์เบอร์รี่ให้เขาเสมอ ดังนั้นพีพีจะไม่ทำให้คุณอาคนสวยเสียใจ!

 

ถ้าสตรอว์เบอร์รี่มาก็สตรอว์เบอร์รี่ให้ใหญ่กว่า

ก็บอกแล้ว...ว่าพีพีเป็นคนใสๆ!

 

..............

 

เจ้าจอมมารน้อยเป็นที่รักของอาๆ ทั้งหลาย ดังนั้นได้รับวิชามาจากหลายๆ คน แต่ว่าทุกคนต้องเชื่อนะคะว่าน้องพีพีปีหนึ่งเขาเป็นเด็กใสๆ แล้วเด็กใสใสที่ไหนจะพกปืนไปมหาลัยคะลูกกกก 5555

ส่วนพี่ไชน์คะ...พี่ใช้คำพูดว่าพี่เฮลถูกกลั่นแกล้งรังแก? แค่กๆ ไม่น่าจะใช่มั้งคะ ถ้าไม่น่าหมั่นไส้จะถูกจอมมารเขาแกล้งเอาเหรอ 5555

หายไปนานเลยค่ะสำหรับเรื่องเจ้าจอมมารน้อย ช่วงนี้วุ่นๆ มากเลยค่ะ อาจารย์ท่านสั่งงานเหมือนโกรธกันมาหลายชาติ แล้ว T_T เครียดลงกระเพาะมาหลายอาทิตย์เลยค่ะ งือออ หลายๆ คนก็กำลังสอบอยู่เหมือนกัน ได้แต่บอกว่าสู้ๆ นะคะ อย่าหักโหมกันเกินไป ข้อสอบมันโหดร้าย ผ่อนคลายบ้างน้าาา ดูซีรีย์ ดูการ์ตูน บ้างน้าา

อย่าลืมดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ 

สำหรับวันนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #89 rere2517 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 16:02
    น้อลลลจะควง2หนุ่มคนดังไม่ได้นะ...เจ้าที่เค้าแรงส์🤣🤣🤣
    #89
    0
  2. #37 L-a-i-L-a-i (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 20:32
    น้องไสยไสยจริมๆ แสบจนน่ารักไปหมดเลยยยน
    #37
    0
  3. #34 Belladonna Lily (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 17:32

    น้องเป็นคนไสไส 555555

    #34
    0
  4. #28 liver2541 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:46
    น้องใสมากจริงๆ ค่ะ ไสยๆ 555 ทั้งแสบทั้งน่ารักเลย แต่ละคนที่เลี้ยงน้องมาคือแสบๆ ทั้งนั้นด้วย รอค่ะไรท์
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #28
    0
  5. #27 Lookpat1654 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:24
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ^^
    #27
    0
  6. #26 Jearavat Niyomchat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:14

    รอได้ค่ะขอบคุณนะคะเป็นกำลังใจให้ในทุกเรื่องนะคะ

    #26
    0
  7. #25 rose.407 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:14
    ผู้ปกครองที่สั่งสอนน้องแต่ละคนคือตัวท็อปทั้งนั้น 55555
    #25
    0
  8. #24 Observer (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:16
    พีพีคือถูกเลี้ยงดูด้วยหลายคนจนนิสัยออกมามีสารพัดเลย 555555555 แสบจริงๆ
    #24
    0
  9. #23 ขวัญ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:05

    น้องแสบ น้องน่ารักอ่ะ ชอบบบบบบ

    #23
    0
  10. #22 กุหลาบสีเทา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:24
    ค่ะ!! ใสๆ ใสเหมือนเหล้าเลยยยยยย
    #22
    0
  11. #21 อาริน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 21:18

    เหมือนเห็นคนอยู่ดีไม่ว่าดีอยากชะตาขาดก่อนวัยอันควร 555+

    #21
    0
  12. #20 CB_0461 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 10:37
    อย่าไปยอมพวกมานนนเจ้าตัวแสบต้องเอาคืนเล็กๆน้อยๆแล้ว
    #20
    0
  13. #19 FaFa_Fangs (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 09:50
    แหม สุ่มหัวกันหาเรื่องจอมมารน้อยนี่
    อยากชะตาขาดชัดๆ
    #19
    0
  14. #18 Nattha_rika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 05:40
    ไว้อาลัยแด่อิพวกทอแหลล่วงหน้าค่ะ
    #18
    0
  15. #17 Observer (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 01:24
    แสบจริงๆจอมมารน้อยยย
    #17
    0
  16. #16 รออยู่ที่เดิม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 20:53
    เจ้าแสบบบบ แอบคิดถึงเจ้าแมวมึนเลยยยย
    #16
    0