Heart Beat #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #หวังเซียว ( Yaoi )

ตอนที่ 5 : MHz...V

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    23 ต.ค. 62

V.

.

.


ไม่มีวันไหนที่ไม่มีรอยยิ้มสดใส

ไม่มีวันไหนที่ขาดดวงตาเปล่งประกาย

ผมว่า...

โลกไม่ได้สดใสหรอก...เขาต่างหากที่ทำให้โลกสดใส

โดยเฉพาะ...โลกของผม

 

 

“วันนี้นายแต่งตัวแปลกนะ?” หลิวไห่ควานที่แต่งตัวเรียบร้อย เหลือแค่แต่งหน้าเพิ่มนิดหน่อย กำลังอยู่ในชุดของคนตระกูลหลานพร้อมคาดสายคาดหน้าผากถามคนที่กำลังต่อบทกับเขายิ้มๆ เดี๋ยวเขากับหวังอี้ป๋อต้องเข้าฉากด้วยกันดังนั้นเมื่อมาถึงกอง หลังจากทักทายทุกคนเสร็จแล้วก็เลยมาเข้าฉากและซ้อมต่อบทของตัวเอง ที่จริงหลิวไห่ควานอยากจะทักตั้งแต่เห็นหวังอี้ป๋อเดินเข้ามาพร้อมกับเซียวจ้านเกอเขาแล้ว...ไม่ใช่แค่เขาหรอก ทุกคนก็อยากเอ่ยทักกันทั้งนั่นแหละ

เพราะปกติสไตล์การแต่งตัวของหวังอี้ป๋อนั้นจะออกไปในแนวคูลๆ ตามประสาวัยรุ่นลุยเท่ๆ ที่เจ้าตัวชอบใส่ เป็นการมิกซ์แอนแมนตซ์ที่ลงตัว แต่วันนี้หวังอี้ป๋อกลับสวมใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายค่อนข้างดูสบายตา

 

ใช่...เหมือนกับสไตล์การแต่งตัวของเซียวจ้านเกอเขาเปี๊ยบเลย

และจากขนาดไซส์แล้วถ้าหลิวไห่ควานว่าเขาคาดเดาไม่ผิดละก็...

“ไม่แปลกนะครับ...นี่มันเสื้อผ้าของจ้านเกอเขา”

 

นั่นไงละ...ว่าแล้ว

 

หลิวไห่ควานอมยิ้มเล็กน้อยๆ ตบไหล่พ่อน้องชายในจอแล้วหัวเราะหึๆ ตาคมๆ ของหวังอี้ป๋อก็มองกลับมาอย่างไม่กลัวเกรงใดๆ

“จะอวดคนทั้งกองว่าเมื่อคืนไปค้างบ้านเซียวจ้านเกอเขามาหรือไงหวังเหล่าซือ...เอาล่ะ มาต่อบทกันดีกว่า เพราะขืนนายกับฉันเข้าฉากช้า เดี๋ยวเราจะอดดูฉากของสามพี่น้องท่าเรือสัตบงกชเขากัน”

“อืม...ผมเห็นด้วย” หวังอี้ป๋อไปม่ปฏิเสธข้อกล่าวหาของหลิวไห่ควาน ทำให้คนอายุมากกว่าหัวเราะหึๆ ในลำคอ หวังอี้ป๋อคงรู้ดีว่าทั้งกองถ่ายนี้น่ะมีแต่คนเอ็นดูและชอบรอยยิ้มของเซียวจ้านเกอเขา พ่อคนขี้หวงโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวบางคนเลยประกาศแบบเนียนๆ ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้

 

หวังอี้ป๋อน่ะ...ร้ายกาจ

 

และคงมีแต่พี่ชายหน้าใสอย่างเซียวจ้านเกอเขาเท่านั้นที่มองไม่เห็นความร้ายกาจนี้...ไม่สิ อาจเพราะหวังอี้ป๋อมีมาตรฐานในการปฏิบัติมากกว่า...กับคนอื่นมาตรฐานหนึ่ง กับเซียวจ้านเกออีกมาตรฐานหนึ่ง

 

ดูจากการยิ้มและทำตัวตามติดพี่เขาไปเกือบจะทุกที่ก็รู้ได้ไม่ยากแล้ว

แต่ดูท่าทางแล้วจะยังไม่รู้ตัวกันสินะ

 

เอาเถอะสำหรับหลิ่วไห่ควานแล้ว เขาว่าการเฝ้ามองความสัมพันธ์ของคนสองคนนี้เป็นอะไรที่น่าสนุกไม่เลว ไม่สิต้องรอดูว่าใครจะรู้ตัวก่อนกันมากกว่า

 

คนหนึ่งก็สุภาพ นุ่มนวล อ่อนโยน

อีกคนก็สุขุม นิ่ง และร้ายลึก

แต่เหมือนจะเมินความรู้สึกของตัวเองกันโดยไม่รู้ตัว เพราะเป็นพวกจริงจังด้วยกันทั้งคู่ ทำให้มองผ่านความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นและคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนสนิทกัน เป็นพี่น้องกัน

 

น่าสนใจจริงๆ

 

.........................

 

กองถ่ายซีรีย์ฟอร์มยักษ์อย่างเฉินฉิงลิ่งเริ่มถ่ายไปได้สักพักแล้ว บรรยากาศของคนในกองถ่ายเริ่มเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น แต่ละคนค่อนข้างคุ้นเคยและครื้นเครงกันมากกว่าเดิม แม้คนที่วันแรกมาเงียบที่สุดของกองอย่างหวังอี้ป๋อเองก็พูดมากขึ้น พูดและเริ่มเล่นกับคนอื่นบ้างแล้ว...ถึงจะตัวติดเซียวจ้านมากกว่าเดิมก็เถอะ

“จ้านจ้าน อี้ป๋อ ช่วงนี้พวกนายสองคนเป็นยังไงบ้าง?” ผู้กำกับเฉินผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองถ่ายเดินเข้ามาถามสองตัวแสดงนำหนักของเรื่องที่กำลังนั่งเล่นเกมไม่สิ...เซียวจ้านน่ะแต่งหน้าแต่งตัว ส่วนหวังอี้ป๋อก็มานั่งรอพร้อมเล่นเกมไปด้วย มือหนึ่งถือบทไปด้วย

“ถ้าให้ตอบตามมารยาทก็คือสบายดีครับ แต่ถ้าตอบตามความจริงใจก็คือ...เหนื่อยมากเลยครับผู้กำกับ” เซียวจ้านที่แต่งหน้าอยู่เอ่ยยิ้มๆ คำพูดของเขาเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเหล่าทีมงานและทีมสไตลิสได้เป็นอย่างดี ใครๆ ก็พากันยิ้มตามรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าใสชวนมองนั่น

“นายนี่นะ” ขนาดผู้กำกับเฉินที่เวลาทำงานจะจริงจังมากยังส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความระอาปนเอ็นดู เขาชอบและชื่นชมเซียวจ้าน เด็กคนนี้เป็นคนมีพลัง มีความพยายาม อาจจะอยู่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย แต่มีความสามารถและทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่เสมอ ผู้ใหญ่อย่างเขามีหรือจะเกลียดคนแบบนี้ลง “ถ้าอย่างนั้นก็จงเหนื่อยต่อไป เพราะเดี๋ยวต่อจากนี้จะมีเรียนมารยาท การทรงตัว ไปหัดเป่าขลุ่ยมาให้พอชำนาญด้วยล่ะ”

“ผู้กำกับคร้าบบบ ปราณีผมเถอะนะ” เซียวจ้านแซว ทำหน้าตาน่าสงสาร ทำให้หวังอี้ป๋อที่นั่งเท้าคางมองอยู่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

 

คนเดียวที่ทำให้หวังอี้ป๋อยิ้มได้มากที่สุด หัวเราะได้มากที่สุดในกองถ่ายก็คือเซียวจ้านนี่แหละ

ถ้าวันไหนอยากเห็นหวังอี้ป๋อยิ้ม...ให้มาอยู่ข้างๆ เซียวจ้าน เดี๋ยวก็เห็นเอง

 

แต่ดูเหมือนคนพี่เขาจะไม่รู้ตัวเอาเสียเลยว่าตัวเองได้รับสิทธิพิเศษขนาดไหน เพราะเจ้าตัวหันไปมองคนน้องตาเขียวหนึ่งทีที่ถูกหัวเราะใส่ จากนั้นก็ยักคิ้วให้ “หัวเราะฉันทำไมน่ะหวังเหล่าซือ นายก็ต้องทำเหมือนฉันนั่นแหละ หลานเอ้อเกอเกอเขาเล่นกู่ฉินด้วยนี่นา เพราะอย่างนั้นนายไม่รอดหรอก”

“ผมหัวเราะเหรอ ผมว่าจ้านเกอตาฝาดแล้วครับ” หวังอี้ป๋อยิ้มกว้าง เขาคิดว่าถ้าจ้านเกอเอื้อมถึงมือขาวๆ นั้นได้ฟาดเขาไม่หยุดๆ แน่ๆ เลย “ผมแค่ยิ้มหรอก”

“หวังเหล่าซือ นายว่าฉันเหรอ?” เซียวจ้านแก้มป่องขึ้นมาอย่างน่ามอง ท่าทางของเขาเหมือนเว่ยอู๋เซี่ยนเวลาถูกคาถาปิดปากสกุลหลาน ทำเอาหวังอี้ป๋อหัวเราะเบาๆ ออกมาจริงๆ

“พอๆ มันก็ทั้งคู่นั่นแหละ ไม่สิ ไหนๆ ก็ศึกษาแล้ว ก็ทุกคนนั่นแหละไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร ฉันใจดีมากใช่ไหมล่ะ?” ผู้กำกับเฉินกอดอก แต่คำพูดของเขาทำให้นักแสดงทั้งหลายต่างส่งเสียงประท้วงกันออกมาเบาๆ นี่แค่ลำพังซ้อมบท ต่อบทพวกเขาก็แทบจะไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแม้กระทั่งการนอนอยู่แล้วนะ!

 

ผู้กำกับจอมโหด!

 

“วันนี้จะมีนักข่าวกับนิตยสารหลายรายเข้ามาสัมภาษณ์ ก็ทำตัวเหมือนปกติ เป็นตัวของตัวเองเหมือนทุกที แต่ว่าอย่าสปอยล์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับซีรีย์เด็ดขาดล่ะ...อ้อ หวังอี้ป๋อ” ผู้กำกับเฉินหันไปหาหวังอี้ป๋อที่ลุกขึ้นยืนทันทีเหมือนถูกเรียก

“ครับผู้กำกับ”

“นายน่ะนะ...เวลามีนักคนมาสัมภาษณ์หรือทำข่าว ช่วยตอบอะไรที่มันไกลตัวนายหน่อย แล้วก็หันมองกล้องเขาหน่อย อย่ามองแต่หน้าจ้านจ้านเขา” เวลามีคนมาขอสัมภาษณ์คู่แล้วหวังอี้ป๋อไม่ค่อยมองกล้องเลย มองนิดเดียวก็หันไปมองเซียวจ้านต่อ ถึงแม้ว่าการมีเซียวจ้านอยู่ด้วยจะทำให้เจ้าเด็กหน้าหล่อนี่พูดมากขึ้นและยิ้มมากขึ้นเวลาสัมภาษณ์คนเดียวก็เถอะ

หวังอี้ป๋อนิ่งไปนิด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเข้าใจสิ่งที่ผู้กำกับต้องการสื่ออกมา...ไกลตัวก็คือ ใช้ชื่ออื่นที่ไม่ใช่คนที่เขามานั่งรอแต่งตัวแบบนี้บ้าง

“ถ้าคำถามตรงผมก็ตอบใกล้ตัวอยู่ดีครับ”

“อ่า...ผู้กำกับครับ อี้ป๋อเขาแค่ทำตัวไม่ถูกนิดหน่อยเอง” เซียวจ้านช่วยแก้ตัวให้ เพราะเขารู้สึกว่าจริงๆ แล้วน้องจะไม่ค่อยพูดกับคนไม่สนิท แล้วบางทีก็ตอบคำถามห้วนๆ จนเซียวจ้านเป็นห่วง มันก็เป็นสไตล์ของหวังอี้ป๋อนั่นแหละ แต่เขากลัวจะมีคนมองน้องไม่ดี “มีคนคุ้นเคยอยู่ด้วยทำให้สบายใจกว่าไงครับ”

ผู้กำกับเฉินถึงขั้นถอนหายใจเฮือก เมื่อคนพี่ก็เข้าข้างคนน้องเสียเต็มประดาเพราะกลัวหวังอี้ป๋อจะถูกเขาดุ ส่วนคนถูกปกป้องน่ะเหรอ นอกจากยิ้มอย่างดีใจแล้วดวงตาคมนั้นก็ทอประกายวิบวับน่ามองอีก ผู้กำกับเฉินตบไหล่หนึ่งในตัวเอกที่เขาเลือกมากับมือเบาๆ อย่างระอาใจปนให้กำลังใจก่อนจะเดินไปคุยกับคนอื่นๆ ในกองต่อ รู้สึกว่าคุยกับเจ้าสองคนนี้แล้วเขาปวดหัวขึ้นมานิดๆ เหมือนกัน

“นายไปตอบคำถามอะไรยังไงน่ะหวังเหล่าซือ ผู้กำกับเฉินถึงได้มาบอกให้นายตอบแบบอื่นบ้างอย่างนี้?” หน้าใสๆ ที่ยื่นมาใกล้ทำให้หวังอี้ป๋อหรี่ตามอง เห็นเค้าโครงหน้าได้รูปนั้นชัดเจน ใบหน้าถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางเบา ริมฝีปากบางสีสด ผิวกายขาว จมูกโด่ง แพขนตาเรียงตัวสวยและดวงตาเป็นประกายสดใส...รวมถึง

 

ชุดสีขาว...เครื่องแบบของตระกูลหลาน

จ้านเกอเขาเป็นคนที่เหมาะกับสีขาวอย่างลงตัวจริงๆ

 

แล้วมันก็...สวยงามมาก

ดุจดั่งสัตตบงกชสีขาวพิสุทธิ์ที่เบ่งบานอย่างดงาม แย้มกลีบรับแสงแดดอย่างเจิดจ้าเป็นประกาย...

 

“เป็นไง...ดูดีไหม? หลานเอ้อเกอเกอ” เซียวจ้านแซวเมื่อเห็นว่าตัวเองถูกจับจ้องไม่วางตา ความรู้สึกแปลกๆ พุ่งเข้าใส่และจังหวะหัวใจที่เต้นเร็วอย่างที่เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ดังนั้นเลยต้องเอ่ยแซวพร้อมหมุนตัวให้หวังอี้ป๋อดู คนน้องก็กลัวร่างสูงๆ นั่นจะเซเลยจับให้อยู่นิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้า

“หล่อมากครับ” คำชมนิ่งๆ ที่ทำให้เซียวจ้านอ้าปากเหวอ ก่อนจะยื่นมือไปตีคนน้องสองสามทีอย่างอดไม่อยู่ ไม่รู้ทำไมพอถูกชมด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แล้วทำให้เขารู้สึกทำตัวไม่ถูก

 

อาจเพราะดวงตาคมของหวังอี้ป๋อ...สะท้อนออกมาว่าเจ้าตัวรู้สึกจริงๆ อย่างที่พูด

ก็ถูกต้องแล้วนี่ เซียวจ้านเป็นหนึ่งในหนุ่มหล่อหน้าตาดีอยู่แล้ว ถึงเขาจะสู้พ่อหนุ่มคูลหวังอี้ป๋อไม่ได้ก็เถอะ

แต่เขาก็หล่อ!

 

แล้วจะไปเขินน้องมันทำไมไม่รู้!

 

“อ้าว จ้านเกอ ตีผมทำไมครับ ผมชมนะ” หวังอี้ป๋อจับมือเซียวจ้านไว้ ก่อนจะตีกลับไปเบาๆ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ มันเป็นความเคยชินเสียแล้วที่ถูกเซียวจ้านตีมาเขาก็ต้องตีกลับ “เอาละๆ ผมจะไปเอาขนมมาให้ทาน เพราะอย่างนั้นเลิกตีนะ”

“ขนมเหรอ? ก็ได้...เอาน้ำมาด้วยนะอี้ป๋อ” ในเมื่อคนน้องอาสา เซียวจ้านที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จดีก็พยักหน้าหงึกทันที ก่อนจะยิ้มแล้วโบกมือให้หวังอี้ป๋อสองสามทีแล้วกลับไปหาสไตล์ลิสอีกรอบ หวังอี้ป๋อได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ

 

ก็เป็นเสียแบบนี้...แล้วจะไม่ให้ตามใจได้ยังไง

 

เหล่าทีมงานมองปฏิกิริยาของคนทั้งคู่แล้วพากันหัวเราะคิก มันเป็นภาพที่น่าเอ็นดูและชวนให้ยิ้มจริงๆ นั่นแหละน่า

“หวังอี้ป๋อเขาสนิทกับจ้านจ้านมากเลยนะคะ” ช่างผมที่กำลังเก็บและรวบผมเซียวจ้านอยู่เอ่ยขำๆ แล้วแอบอมยิ้มกับคนอื่นๆ “เพิ่งเคยเห็นเขาคุยกับคนอื่นมากขนาดนี้ แล้วก็ยิ้มขนาดนี้”

“ไม่นะครับ ปกติอี้ป๋อเขาก็ค่อนข้างพูดมากอยู่แล้ว” เซียวจ้านหลับตาลงให้ช่างซับหน้าให้ “แล้วก็ยิ้มบ่อยด้วยครับ”

 

ภาพรอยยิ้มของหวังอี้ป๋อนั้นมีเสน่ห์และน่ามอง เพราะเวลายิ้มดวงตาของเขาก็จะเปล่งประกายระยับ ทำให้เซียวจ้านชอบยิ้มตามคนน้องเสมอ

 

เหล่าทีมงาน ช่างแต่งหน้า สไตลิส รวมถึงเพื่อนๆ นักแสดงคนอื่นที่ได้ยินพร้อมใจกันมองเซียวจ้านแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ อยากจะบอกนะว่าหวังอี้ป๋อยิ้มให้เซียวจ้านแบบนั้นคนเดียว! พูดมากกับเซียวจ้านคนเดียว ลองไปถามคนอื่นสิว่าได้รับการปฏิบัติแบบนั้นจากหวังอี้ป๋อบ้างหรือเปล่า

 

ลืมไป...สองคนนี้ตัวติดกันตลอด เซียวจ้านจะไปรู้ได้ยังไง

 

“แต่ว่า เวลายิ้มแล้วหน้าตาดีมากเลยนะคะ หวังอี้ป๋อน่ะ” สาวๆ แอบกรี๊ดกันเบาๆ ทำให้เซียวจ้านพยักหน้าเห็นด้วย ก็น้องมันหน้าตาดีจริงๆ นี่นา ก่อนเขาจะแซวคนอื่นๆ ยิ้ม

“แล้วเวลาผมยิ้มหน้าตาดีสู้อี้ป๋อไม่ได้เหรอครับ?”

“แหม ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนเลยค่ะจ้านจ้าน” ถึงเซียวจ้านจะไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่ายิ้ม และกระพริบตานิดหน่อย แต่สำหรับเหล่าสาวๆ แล้วก็รู้สึกเหมือนว่าถูกอ้อนอยู่ดี

 

น่ารักชะมัด! ยิ่งใส่ชุดขาว ผมยาวๆ แบบนี้แล้วยิ่งทั้งน่ารักทั้งดูดีไปพร้อมๆ กันเลย

ถ้าพวกเธอเป็นหวังอี้ป๋อก็จะตามติดแจไม่ให้ไปไหนเหมือนกัน

 

“ถ้าอยากรู้ไปถามหวังอี้ป๋อเขาสิคะว่าสู้ได้หรือเปล่า?” เหล่าทีมงานแซว วันก่อนที่มีคนมาสัมภาษณ์พวกเขาแว่วๆ ได้ยินถึงคำถามว่าใครสวยที่สุดในกอง ส่วนคำตอบของหวังอี้ป๋อน่ะเหรอ...

“ขืนไปถาม เจ้าตัวแสบนั่นก็บอกว่าตัวเองหน้าตาดีที่สุดอยู่ดีครับ” เซียวจ้านเบ้ปาก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เอียงหน้าให้ช่างช่วยซับเหงื่อให้เพราะเขาเป็นคนขี้ร้อน ตอนนี้แต่งหน้าอยู่ใช้พัดลมที่พกมาไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะทำให้เครื่องสำอางมันกระจาย เซียวจ้านเลยต้องทนเอาหน่อย ที่จริงเขาเอามาสองอัน เผื่อหวังอี้ป๋อด้วยอันหนึ่ง แต่เดี๋ยวค่อยเอาให้คนน้องแล้วกัน

 

……………………..

 

“อ้าวอี้ป๋อ นี่แฟนคลับนายฝากสตาบั๊คส์มาให้น่ะ แล้วนายเดินมาข้างนอกมีอะไรหรือเปล่า” อวี้ปินส่งถุงกระดาษโลโก้นางเงือกที่มีชาเขียวแก้วใหญ่อยู่ให้หวังอี้ป๋อ เมื่อกี้มีทีมงานเขาเอามาให้อวี้ปินที่กำลังจะเข้าไปข้างในพอดีเลยอาสาถือมาด้วย

“ขอบคุณครับ ผมมาหาขนมน่ะ”

“นายไม่กินขนมนี่นา” หลิวไห่ควานที่กำลังต่อบทกับจูจ้านจิ่น อยู่ทักขึ้นอย่างแปลกใจ คนอื่นๆ ก็เช่นกัน ใครๆ ต่างก็รู้ว่าหวังอี้ป๋อไม่ค่อยชอบกินขนม ส่วนคนชอบ...

“เอาจ้านเกอเขาน่ะครับ” หวังอี้ป๋อตอบ รอยยิ้มผุดขึ้นมายามพูดถึงชื่อใครบางคน

“อ้อ..ให้จ้านเกอนะ” ไห่ควานก้มหน้าลงกลั้นยิ้ม เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปหาทีมงานแล้วขอขนมกินเล่นสองสามอย่างมาส่งให้หวังอี้ป๋อ “แฟนคลับจ้านเกอเขาฝากมาให้นั่นแหละ นายเอาไปเถอะ”

“ขอบคุณครับ” หวังอี้ป๋อใส่ชุดของคุณชายรองตระกูลหลาน มือหนึ่งถือถุงกระดาษ อีกมือถือถุงขนม ดูน่าขำและน่ารักไปพร้อมกัน

 

นี่ทุ่มเทเพื่อพี่เขาโดยไม่คีพลุคพ่อคนคูลเลยสินะหวังอี้ป๋อ

 

“ว่าแต่เมื่อกี้เห็นผู้กำกับไปหาพวกนาย แล้วก็หน้าระอามากมาหาพวกเรา นายไปทำอะไรท่านเฉินเข้าล่ะหวังอี้ป๋อ” พี่ๆ แต่ละคนดูมีความสุขที่ได้แซวน้องชายหน้านิ่ง แต่คนน้องที่สงวนรอยยิ้มไว้ให้คนแซ่เซียวนั้นก็หน้านิ่งไม่เปลี่ยน ก่อนจะเล่าง่ายๆ

“ผู้กำกับบอกเวลาสัมภาษณ์ให้ผมมองกล้องบ้าง”

“อ้อ” ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ ถ้าสัมภาษณ์คู่ จุดวางสายตาของหวังอี้ป๋อไม่ใช่กล้อง หรือคนสัมภาษณ์ แต่เป็นเซียวจ้านเกอเขา เห็นกันจนชินแล้วล่ะ

“แล้วก็ให้ผมตอบคำถามอย่างอื่นบ้าง”

“จริงๆ นะพี่ไห่ควาน อันนี้ผมขำมากเลย ผมเดินไปตอนที่เขาสัมภาษณ์อี้ป๋อพอดี” จูจ้านจิ่นวางบทละครลงแล้วหัวเราะ

“ใช่ๆ ฉันก็อยู่ด้วย” อวี้ปินกลั้นยิ้ม ก่อนเดินไปหาเมิ่งจืออี้ที่แสดงเป็นพี่สาวเขา เพราะขืนอยู่นานกว่านี้เดี๋ยวถูกสายตาพิฆาตของหวังอี้ป๋อใส่เอาอีก

“น่าสนใจ...เล่าให้ฉันฟังหน่อย” หลิวไหล่ควานว่า

“ก็...เขาถามว่าใครหล่อและดูดีที่สุดในกองถ่าย หวังอี้ป๋อก็ตอบว่าตัวเอง” จูจ้านจิ่นพูดไปก็เอาไห่ควานเป็นเกาะกำบัง เพราะถ้าถูกสายตาดุๆ ของหวังอี้ป๋อมองมาจะได้ไม่โดนตัวเขา “พอถามว่าใครสวยสุด...เขาดันบอกว่าเป็นเซียวจ้านเกอ”

หลิวไห่ควานหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ มองหน้าที่ไม่เปลี่ยนเลยสักนิดของหวังอี้ป๋อก่อนจะหัวเราะมากขึ้น คนอายุน้อยที่ถูกรุมแกล้งอยู่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาแต่ไม่ได้เถียงอะไรกลับเพราะทุกอย่างล้วนเป็นความจริง

“เรื่องจริงนี่ครับ...พวกพี่ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?” หวังอี้ป๋อว่า ยกยิ้มน้อยๆ ยามนึกถึงใบหน้าคนสวยที่ว่า...จมูก ริมฝีปาก พวงแก้ม ดวงตา แพขนตา ทุกอย่างดูสวยงามลงตัวไปหมด

 

เหมือนประติมากรรมชิ้นเอกที่สรรสร้างจากฝีมือผู้เป็นเจ้า

 

“เล่นเอาเถียงไม่ออกแฮะ” หลิวไห่ควานว่า “แต่อย่าให้พี่หลู หรือจื่ออี้กับสาวๆ คนอื่นได้ยินล่ะ เดี๋ยวนายจะถูกงอน...แต่สองคนแรกน่ะไม่หรอก ทั้งพี่หลูทั้งจื่ออี้เขาปลื้มจ้านเกอกัน” พอพูดจบก็เห็นคิ้วบนใบหน้าหวังอี้ป๋อขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทำเอาหลิวไห่ควานหลุดหัวเราะออกมาอีกที

“ยังไม่จบใช้ไหมจ้านจิ่น เล่าต่อเร็ว ต้าเกออยากฟังต่อ”

“พี่เป็นเอ้อเกอร์ครับ อย่าลืมสิต้าเกอน่ะของพี่เนี่ยเขานะ...ผมเล่าต่อดีกว่า ก็พอถามว่าใครสวยสุดอี้ป๋อเขาตอบจ้านเกอ ทีนี้เขาก็ถามอีกว่าใครน่ารักสุด แล้วพี่ลองทายคำตอบน้องชายพี่ดูสิต้าเกอหลาน”

“ก็จ้านเกอเขาน่ารัก” ไม่รอให้หลิวไห่ควานทาย หวังอี้ป๋อก็บอกออกมาอย่างไม่อาย “น่ารักเหมือนแมวผสมกระต่าย” คำชมแปลกๆ ที่ทำให้คนฟังเลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าถ้าเซียวจ้านเกอเขามาได้ยินจะทำหน้าแบบไหน แต่รู้แน่ๆ ว่าคนน้องได้ถูกตีชัวร์

“เขาถามผมอีกว่าสนิทกับใครที่สุด ผมก็บอกจ้านเกอ เวลาว่างชอบทำอะไรผมก็บอกตีจ้านเกอ” หวังอี้ป๋อเป็นคนเล่าต่อเอง ก่อนจะขอตัวออกมาก่อนเพราะสตาบั๊คเริ่มละลายแล้ว ส่วนคนฟังน่ะเหรอ พร้อมใจกันหัวเราะลั่นกับคำตอบของคุณชายรองหลานเขาน่ะสิ

 

ถึงว่าทำไมผู้กำกับถึงได้บอกให้ตอบอะไรไกลตัวหน่อย

นายจะให้สัมภาษณ์แล้วมีแต่ชื่อเซียวจ้านเกอเขาตลอดแบบนี้ไม่ได้นะหวังอี้ป๋อ!

 

......................

 

“นี่ขนมครับ ส่วนอันนี้ชาเขียว เดี๋ยวผมเอาไปแบ่งใส่แก้วให้นะครับ” เมื่อกลับมาถึงหวังอี้ป๋อก็เห็นเซียวจ้านแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กำลังจ่อพัดลมตัวเล็กใส่หน้าตัวเอง เขายื่นขนมให้คนพี่ก่อนจะนั่งลงข้างๆ แล้วทำการแบ่งชาเขียวที่แฟนคลับให้มาให้เซียวจ้านด้วย

“สตาร์บั๊คนี่นา? วาดหัวใจไว้ด้วย แฟนคลับนายให้มาเหรอ? ฉันกินด้วยแบบนี้จะไม่เป็นไรแน่นะ” เซียวจ้านจ่อพัดลมให้หวังอี้ป๋อด้วย คนน้องเสียบหลอดเรียบร้อยก็เอาแก้วที่วาดหัวใจและมีชื่อเขาให้เซียวจ้าน ส่วนตัวเองเอาแก้วแบ่งมาดูด

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าแบ่งจ้านเกอแฟนคลับผมไม่ว่ากันหรอก...แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอครับ”

“อืม...นายเอาอันนี้ไป เดี๋ยวฉันใช้อันนี้เอง เอามาเผื่อนายด้วยแหละ” เซียวจ้านหยิบพัดลมพกพาขึ้นมาสองอัน อันหนึ่งส่งให้หวังอี้ป๋อ อีกอันก็เปิดให้ตัวเอง เขาเป็นคนขี้ร้อนดังนั้นเลยซื้อพวกพัดลมเล็กๆ นี่ไว้เต็มไปหมด มีแทบจะทุกสีด้วย ช่วงนี้อากาศร้อนขึ้น เซียวจ้านเลยพกมากองทุกวัน

“ขอบคุณครับ” หวังอี้ป๋อรับมายิ้มๆ เข้าใจอาการขี้ร้อนของคนข้างตัวดี เพราะแค่นั่งอยู่ตรงนี้ก็เห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ เกราะพราวตรงไรผมแล้ว

“อร่อย” เซียวจ้านกินขนมไปพลาง อ่านบทไปพลาง เดี๋ยวพวกเขาสองคนต้องเข้าฉากในห้องตำราที่อวิ๋นเซินปู้จู้ แล้ว ก็ฉากที่เว่ยอู๋เซี่ยนถูกลงโทษให้คัดกฎสกุลหลานสามพันกว่าข้อนั่นแหละ

“ทานดีๆ ครับ” หวังอี้ป๋อดุเบาๆ หยิบเศษขนมที่หล่นใส่ในบทออก ก่อนจะทำตาดุนิดหน่อยใส่ แต่พอเห็นหน้าของเซียวจ้านกับการยักคิ้วจึกๆ ใส่เขาแล้วก็ตาดุไม่ลง

“ดุจังเลยนาหวังเหล่าซือ กลัวจังเลย” เซียวจ้านหัวเราะ ยื่นมือมาตีไหล่หวังอี้ป๋อเบาๆ คล้ายกำลังกวนคนที่อ่านบทอยู่ ทำให้คนน้องต้องจับมือนั้นไว้แล้วเอามาวางบนตักตัวเอง

“ไม่ซนครับจ้านเกอ”

เมื่อถูกดุมาหนึ่งประโยค แถมมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจรู้สึกแปลกๆ เซียวจ้านก็ดึงมือกลับออกมาทันที ก่อนจะฟาดตักหวังอี้ป๋อไปหนึ่งครั้ง “ฉันไม่ได้ซน! ฉันอายุมากกว่านายนะอี้ป๋ออย่าว่าฉันซนสิ”

เขาโตกว่านะ!

“ที่จริงหน้าจ้านเกอก็ไม่ได้บอกเลยว่าอายุมากกว่าผม อีกอย่างนะครับ” หวังอี้ป๋อละสายตาจากบทละคร แล้วสบดวงตาที่เป็นประกายวิ้งวับอย่างสวยงามของเซียวจ้าน “บางทีผมก็สงสัยมากว่าพวกเราอายุห่างกันหกปีหรือแค่หกนาที”

“หวังอี้ป๋ออ่ะ!” มือขาวๆ ฟาดหวังอี้ป๋อไปหกทีตามจำนวนอายุที่ห่าง คราวนี้คนน้องก็ตอบโต้กลับไปพอดีเป๊ะๆ พอทำท่าจะตีเกินก็ถูกยิ้มกว้างๆ นั้นขวางไว้แทน รอยยิ้มกว้างกับเสียงประท้วงน่าฟัง

“หวาๆ พอๆ เลิกตีได้แล้ว ไม่สู้แล้วขอรับหวังเหล่าซือ” เซียวจ้านหัวเราะ จับมือคนน้องออก จากนั้นก็ชี้ไปที่บทเป็นเชิงว่าตั้งใจอ่านบทกันได้แล้ว ขืนยังเล่นกันต่อได้ถูกท่านเฉินตวาดเอาแน่ๆ

 

ขี้โกงจริงๆ เลย

 

หวังอี้ป๋อบ่นในใจ...ใช้รอยยิ้มเป็นอาวุธแบบนั้นได้ที่ไหนกัน

เพราะยามเห็นรอยยิ้มนั้นแย้มให้...ก็ไม่อยากทำอะไรเจ้าของรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย นอกจากจับจ้องมองได้ไม่รู้เบื่อ

เรื่องนี้ต้องไม่ให้จ้านเกอเขารู้ ไม่อย่างนั้นเวลาหวังอี้ป๋อแกล้งถูกยิ้มใส่แบบนี้เขาจะสู้ไม่ได้เอา

 

ถึงได้บอกไงว่า...ขี้โกงน่ะ

 

“เออ...จริงด้วย เมื่อกี้ทีมงานเขาบอกว่า พรุ่งนี้จะหยุดกองหนึ่งวัน แล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มตระเวนการถ่ายทำไปในที่ต่างๆ แล้วละ คงต้องจัดกระเป๋ามาด้วยน่ะ”

“ครับ...”

“อีกอย่างนะอี้ป๋อ เมื่อไหร่นายจะไปเอารถที่จอดไว้ที่บ้านฉันอะ ราคาตั้งเท่าไหร่อยู่ ฉันกลัวมันหายนะ” เพราะเซียวจ้านเองก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ ถ้ารถราคาเหยียบล้านของหวังอี้ป๋อหายขึ้นมานี่เขาไม่อยากชดใช้เลยนะ

“ไม่หายหรอกครับ ถึงหายก็ไม่เป็นไร...พรุ่งนี้หยุด จ้านเกอจะไปไหนหรือเปล่าครับ?” หวังอี้ป๋อมีรถมอเตอร์ไซค์หลายคัน เขาค่อนข้างชอบสะสมรถด้วย แต่คันที่ชอบที่สุดสองคันจอดอยู่ที่บ้านเขาหนึ่ง และอีกคันก็อยู่บ้านจ้านเกอ

เซียวจ้านส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่ไปไหนหรอก ฉันแก่แล้ว ไม่เหมือนวัยรุ่นอย่างนาย...ถ้าไม่นอนวาดรูปเล่นอยู่บ้าน ก็คงวีดีโอคอลกับแม่ ดูความเติบโตของเจียนกั่วด้วย” เจ้าปุกปุยนั่นต้องตัวโตขึ้นกว่าเดิมแล้วแน่ๆ แค่คิดถึงหน้าทาสแมวอย่างเซียวจ้านก็ยิ้มกว้างแล้ว

“เจียนกั่ว?” หวังอี้ป๋อเลิกคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยนั้นเป็นประกาย

“แมวของฉันเอง ไว้จะแนะนำให้นายรู้จักนะ”

คนน้องกลั้นยิ้มทันที แต่ดวงตาคมทอประกายหยอกเย้าจนเซียวจ้านไม่เข้าใจ แต่ว่ารู้สึก...แก้มจะร้อน จนต้องเอาพัดลมมาจ่อแก้มตัวเอง “แมวเลี้ยงแมวได้ด้วยเหรอครับ?”

 

โลกมหัศจรรย์ขึ้นทุกวันจริงๆ

 

“แมวอะไรของนายหวังอี้ป๋อ นายละจะไปซ้อมขับมอเตอร์ไซค์อีกล่ะสิ หรือว่าไปเล่นบาส?” เซียวจ้านจำได้ว่าพวกเขาเคยคุยเรื่องจะไปเล่นบาสกันด้วย แต่เขาก็ลองขอคิดดูก่อน พออายุมากขึ้นจะไม่ค่อยอยากออกกำลังกายเหมือนสมัยวัยรุ่นแล้ว อยากทำอะไรเรียบง่าย สงบๆ มากกว่า

“ถ้าจ้านเกอไม่รังเกียจ วันหยุดพรุ่งนี้...ผมไปอยู่บ้านจ้านเกอ...ได้ไหมครับ?” ท้ายเสียงของหวังอี้ป๋อนั้นทอดเสียงอ่อน คล้ายคนน้องกำลังอ้อน และดวงตานั้นก็ทอแวววิบวับจนจังหวะหัวใจของเซียวจ้านเต้นแรงขึ้น คนพี่หลุบตาลงต่ำ จากนั้นก็พยักหน้าสองที หยิบบทซีรีย์ขึ้นมาปิดหน้า เสียงที่ดังผ่านมาจากเบื้องหลังบททำให้คนน้อง

 

ใจสั่นไม่แพ้กัน...

 

“ได้สิ...ฉันยินดีที่นายจะมานะอี้ป๋อ”

 

หัวใจสองดวง...ขยับเข้าหากันมากขึ้นกว่าเดิม

ในรอยยิ้มเริ่มมีกันและกัน

ในดวงตา...เริ่มสะท้อนภาพของกันและกัน

 

ทำนองนั้น...เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ตาม...ความใกล้ชิดที่มากขึ้นกว่าเดิม


.....................


ในสายตาน้องพี่ก็เป็นแมวตัวเร้กๆ นุ่มๆ น่าถนอมๆ นั่นแหละค่ะ ก็เหล่าหวังบอกเองนี่นาว่าพี่เป็นแมว ส่วนพี่ก็อวยน้องเหลือเกิน หล่อสุด เต้นเก่งสุด ตามใจสุด ก็แบบนี้แหละค่ะถึงได้กาวววววววววว

ยิ่งรู้จักยิ่งรักทั้งคู่มากขึ้นไปอีก แต่อยากจะบอกว่าพักผ่อนกันเยอะๆ ด้วยน้าาา ผอมกันทั้งคู่แล้ว อีกอย่าง...ครองตลาดพรีเซนเตอร์กันขนาดนั้นสงสารตังค์ในกระเป๋าทางนี้ด้วยน้าาาา งืออออ แต่ถ้ามีพรีเซนเตอร์คู่เมื่อไหร่ก็จุดพลุเลยค่ะ ^_^

รักษาสุภาพกันด้วยนะคะ ^_^

สำหรับวันนี้ฝันดีและราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #35 SOUL (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 14:06
    นึกถึงบทสัมภาษณ์ต่างๆของอี้ป๋อเลยอ่ะ ก็ตอบแต่จ้านเกอจริงๆแหละ 555
    #35
    0
  2. #22 ลพเก้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 13:08
    หวานมากๆๆๆๆ ชอบมากๆๆๆเลยค่ะ
    #22
    0