Heart Beat #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #หวังเซียว ( Yaoi )

ตอนที่ 3 : MHz...III.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    14 ต.ค. 62



III.

 

รอยยิ้มนั้น...ทั้งสดใส ชวนให้ยิ้มตาม

และ...

หวาน จนทำให้ หัวใจเต้นแรงไม่เหมือนเดิมทุกครั้ง

.

.

 

วันนี้เซียวจ้านมากองถ่ายซีรีย์ด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ถ้าถามว่าทำไม...เขาบอกได้เลยว่าเพราะเจ้าเด็กหน้าหล่อที่อายุมากกว่าเขาถึงหกปีแซ่หวัง ชื่ออี้ป๋อ! สามวันก่อนเซียวจ้านกดติดตามเว่ยป๋อของหวังอี้ป๋อไป เขาก็คิดว่าเราสนิทสนมกันแล้วในระดับหนึ่ง น้องมันต้องติดตามกลับแน่ๆ แต่ที่ไหนได้...

 

ไม่มี!

 

เซียวจ้านรึอุตส่าห์เฝ้ามือถือทุกวัน จนทุกคนเปลกใจกับพฤติกรรมพี่ใหญ่ของวงกันเป็นแถบ เซียวจ้านก็ได้แต่ยิ้มทั้งๆ ที่ในใจหงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว เขาไม่มีช่องทางติดต่ออะไรหวังอี้ป๋อสักอย่าง ไม่ว่าจะเว่ยป๋อ QQ วีเชท ก็รู้แหละว่าพวกไอดอล พวกศิลปินนักแดสงไม่ค่อยให้ช่องทางการติดต่อส่วนตัวกับใครง่ายๆ

 

รู้แต่ก็จะหงุดหงิด

 

“จ้านเกอ เอากาแฟไหมครับ?” วังจั๋วเฉิงเดินมาถาม พร้อมยื่นแก้มกาแฟยี่ห้อนางเงือกชื่อดังมาให้ด้วย เซียวจ้านยิ้มแล้วก็รับมาอย่างไม่อิดออด

“เลี้ยงกาแฟทั้งกองหรือเฉิงเฉิง? นายเลี้ยงเองหรือผู้กำกับเขา..”

“ของผู้กำกับเฉินน่ะ พี่อย่าคิดว่าผมจะเลี้ยงเสียให้ยากเลย ต่อให้ชอบกินแค่ไหนผมก็ไม่เลี้ยง” วังจั๋วเฉิงทำหน้าตลกๆ จนเซียวจ้านหัวเราะ “ว่าแต่จ้านเกอเป็นอะไรเห็นนั่งเล่นมือถือไปด้วยหน้ายุ่งไปด้วย” วังจั๋วเฉิงสังเกตเห็นได้ไม่ยาก อาจเพราะเซียวจ้านเป็นคนที่ค่อนข้างมีรอยยิ้มอยู่เสมอๆ แล้วก็มีดวงตาที่เปล่งประกายด้วย เวลามันเปลี่ยนไปนิดเดียวก็รู้ ต่อให้เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้งก็ตาม

 

ใครกล้าทำรอยยิ้มของจ้านเกอเขาหมองลงนิดหน่อยนะ วังจั๋วเฉิงจะไปตีให้สักที!

 

“อ่า...ไม่มีอะไรหรอกเฉิงเฉิง...” เซียวจ้านกำลังจะพาเปลี่ยนเรื่องจะให้เขาบอกไป ได้ยังไงล่ะว่าเขาหงุดหงิดที่หวังอี้ป๋อไม่ฟอลโลเว่ยป๋อกลับ อับอายตายเลย เซียวจ้านจะไม่ทำ แต่อ้าปากพูดได้ประโยคเดียวก็เห็นคนบางคนเดินเข้ามาเสียก่อน ร่างสูงๆ ที่แผ่ออร่าความหน้าตาดีออกมาในระยะหลายร้อยเมตรทำให้เซียวจ้านเบ้ปากเล็กน้อย ส่วนวังจั๋วเฉิงมองหน้าคนอายุมากกว่าแล้วหัวเราะเบาๆ

“หวังอี้ป๋อนี่หน้าตาดีจริงๆ นะครับจ้านเกอ ได้ข่าวว่าเขาทำได้หลายอย่างด้วย เป็นคนหนุ่มที่ความสามารถเยอะ”

“พูดอย่างกับตัวเองแก่แล้วนะเฉิงเฉิง นายอายุมากกว่าอี้ป๋อเขาปีเดียวเองนี่ ต้องฉันนี่สิถึงจะเรียกว่าแก่ ฉันใกล้สามสิบแล้ว”

วังจั๋วเฉิงยิ้มขำทันที อยากจะบอกเซียวจ้านเขานะว่าถ้าไม่พูดเรื่องอายุไม่มีใครเชื่อหรอก หน้าตาใสกิ๊งและอ่อนเยาว์เหมือนอายุเท่าๆ เขากับหวังอี้ป๋อเลยด้วยซ้ำ 

“จ้านเกอ สวัสดีครับ” หวังอี้ป๋อเดินตรงเข้ามาหาเซียวจ้านทันทีหลังจากที่ทักทายทุกคนเสร็จ เขาเห็นตั้งแต่คนหน้าใสเขาคุยกับวังจั๋วเฉิงจากระยะใกลแล้ว

 

รู้สึก...ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่

 

“สวัสดีครับเฉิงเกอ”

“นึกว่าจะไม่ทักฉันเสียแล้วนะหวังอี้ป๋อ” วังจั๋วเฉิงหัวเราะหึๆ เห็นตาคมๆ ดุๆ ประหนึ่งองค์คุณชายรองหลานประทับร่างนั่นก็ยิ่งขบขัน ไม่รู้ว่าวังจั๋วเฉิงไปทำอะไรให้หวังกงจื่อเขาไม่พอใจ...แต่คาดว่า... “ไปดีกว่า ผู้กำกับเฉินเลี้ยงกาแฟทุกคนนะ นายไปเอาส่วนของนายได้ ผมไปนะครับจ้านเกอ”

 

น่าจะเป็นเพราะเขามาคุยกับเซียวจ้านเกอนี่แหละ

 

“ได้ๆ เดี๋ยวเจอกันตอนเข้าฉาก” เซียวจ้านพยักหน้า โบกไม้โบกมือให้น้องชายวัง เพราะวังจั๋วเฉิงรับบทเป็นเจียงเฉิง ดังนั้นในเรื่องพวกเขาค่อนข้างเข้าฉากกันบ่อยๆ จากนั้นดวงตาเรียวใสก็หันมามองร่างสูงที่ยืนนิ่งไม่ยอมนั่ง และคล้ายกับจะเห็นหวังอี้ป๋อ...หน้าบึ้งด้วย

พอเห็นเด็กหน้าบึ้งแสนงอนแบบนั้นแล้วความหงุดหงิดของเซียวจ้านก็หายไป เขายิ้มให้หวังอี้ป๋อ ดึงมือน้องมันมานั่งข้างๆ นั่นสิ...จะไปหงุดหงิดน้องก็ใช่เรื่อง เขาต่างหากที่เป็นผู้ใหญ่กว่าแล้วดันไม่พอใจเรื่องเล็กๆ หวังอี้ป๋ออาจงานยุ่งมากก็ได้

“หน้าบึ้งทำไมน่ะหวังเหล่าซือ ขมวดคิ้วตาดุจนฉันกลัวนายแล้วนะ” ว่าแล้วก็ไม่ว่าเปล่าอดยื่นมือไปจิ้มหว่างคิ้วของหวังอี้ป๋อไม่ได้ จิ้มไปจิ้มมาก็เพลินมือดีเหมือนกันเลยจิ้มต่ออีกหน่อย คนหน้าบึ้งไม่รู้ตัวก็ยอมคลายหว่างคิ้วที่เริ่มขมวดเข้าหากันลง เปลี่ยนมาอมยิ้มจนแก้มออกเมื่อมือขาวๆ ระรานหน้าเขาไม่หยุด

 

ซนขนาดนี้มาบอกว่าอายุมากกว่านี่เชื่อถือไม่ได้จริงๆ นะครับ...จ้านเกอ

 

“ผมหน้าบึ้งที่ไหน จ้านเกอต่างหากตอนผมเดินมาทำตาดุใส่ผมด้วย” คิดว่าหวังอี้ป๋อไม่เห็นหรือยังไง เขาเห็นและเก็บทุกการกระทำของเซียวจ้านไว้ในสายตาตลอด

 

ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน...แต่ราวกับสายตามัดคอยส่อดส่องมองหาไปเองโดยอัตโนมัติ

 

“ฉันทำเหรอ? มั่วแล้ว นายใส่ร้ายคนแบบนี้ไม่ดีนะ” เซียวจ้านทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ จากนั้นก็ตีหวังอี้ป๋อไปสามทีข้อหากล่าวหาโดยไร้หลักฐาน แม้เขาจะทำจริงๆ ก็เถอะ แต่เซียวจ้านไม่ยอมรับเสียอย่างจะทำไม

หวังอี้ป๋อยื่นมือไปตีคนพี่กลับ ตีไปตีมาก็ถูกตีกลับ จนสุดท้ายเซียวจ้านยกมือยอมแพ้ “ไปหยิบกาแฟของนายมาไป เดี๋ยวเข้าฉากกันแล้ววันนี้งานหนักด้วย เดี๋ยวฉันไปถามเฉิงเฉิงให้ก็ได้” เซียวจ้านทำท่าจะลุกขึ้นแต่มือของเขาถูกหวังอี้ป๋อจับไว้เสียก่อน ไล้สายไปก็เห็นมือนั่นกำข้อมือเขาได้จนมิด สัมผัสนั้น...

 

แค่มือที่แตะสัมผัสกัน...จังหวะของหัวใจก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

“จ้านเกออย่างเพิ่งไปครับ” หวังอี้ป๋อเอื้อมไปดึงคนพี่นั่งลงข้างๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง “บอกผมมาก่อนว่าไม่พอใจผมเรื่องอะไร...อย่าพูดว่าไม่มีละ ไม่งั้นผมไม่ปล่อย” ชูมือตัวเองที่จับข้อมือคนพี่อยู่ให้ดูด้วย

“หา?” นี่เขาถูกเจ้าเด็กนี่ขู่เหรอ? เซียวจ้านหมั่นไส้เลยเบ้ปากแล้วยื่นมืออีกข้างไปตีอกหวังอี้ป๋อ แต่พอเห็นดวงตาจริงจังที่บอกว่าจะทำตามที่พูดจริงๆ ก็ได้แต่กลอกตาไปหนึ่งรอบ

 

เอาแต่ใจและเด็กน้อยกว่าที่คิดเสียอีกนะเนี่ย

อ้อ...ลืมไปว่าหวังอี้ป๋อยังอายุยี่สิบต้นๆ อยู่เลย

แสดงว่าไอ้ภาพลักษณ์ผู้ใหญ่เกินตัวนั่นสนิทกันก็กลายเป็นเด็กน้อยสินะ

 

“งั้นก็ได้” เซียวจ้านเป็นคนตรงๆ อยู่แล้ว เขาบิดมือกลับมากอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มาดดีไม่หยอก แต่ทำให้หวังอี้ป๋อหัวเราะเบาๆ มันก็เหมือนแมวนั่นแหละ “ทำไมนายถึงไม่ยอมฟอลเว่ยป๋อของฉันหา อี้ป๋อ ฉันอุตส่าห์ฟอลเว่ยป๋อนายไป นายเอามือถือออกมาแล้วกดฟอลโลเว่ยป๋อของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”

หวังอี้ป๋อยิ้มน้อยๆ จากนั้นรอยยิ้มก็ค่อยๆ กว้างขึ้นเรื่อยๆ...รอยยิ้มของเขาดูคล้ายกับดอกไม้ที่ค่อยๆ แย้มบาน มันสวยงาม มีเสน่ห์ จนเซียวจ้านรู้สึกเสียดายมากที่เขาไม่ได้พกกล้องมาด้วย

 

หวังอี้ป๋อนี่เหมือนงานศิลปะชั้นสูงจริงๆ

 

คนหนุ่มกลั้นยิ้มขำๆ ก็ว่าแล้วว่าต้องถูกงอนแน่ๆ เขาอุตส่าห์เฝ้ารอปฏิกิริยาเหล่านี้ของเซียวจ้าน จินตนาการภาพมากมาย ไม่นึกเลยว่าพอเห็นจริงๆ แล้วจะขำและเอ็นดูได้ขนาดนี้ ขอดูต่ออีกหน่อยนะครับ...จ้านเกอ

“ผมอยากฟอลให้จ้านเกอเห็นยังไงครับ” หวังอี้ป๋อหยิบมือถือของตัวเองออกมา ปลดล็อคหน้าจอเรียบร้อย จากนั้นก็ยื่นส่งให้เซียวจ้าน “หรือจ้านเกอจะกดฟอลเองก็ได้...”

เซียวจ้านรู้สึกแก้มตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมา มันร้อนจริงๆ...หวังอี้ป๋อไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั่งเท้าและใช้ดวงตาคู่คมที่มีเสน่ห์จับจ้องมา

 

เหมือนครั้งนั้นที่พวกเขาสองคนสบตากันในสนามซ้อมแข่งรถ

ราวกับช่วงเวลา...ถูกหยุดลง

 

“อ่ะ...เอ่อ นายก็ฟอลฉันกลับเองสิ”

“จ้านเกอกดเลยครับ ผมอยากให้จ้านเกอกดฟอลผมด้วยตัวเอง ต่อหน้าผม...ที่ไม่กดช้าเพราะกว่าเราจะได้เจอกันก็ตั้งสามวัน”

“แล้วทำไมต้องให้ฉันเป็นคนกดฟอลด้วย นายกดเองไม่ได้เหรอ ไม่รู้หรือไงว่าฉันหงุดหงิดนายมาตลอดสามวันนี้ด้วยซ้ำไป”

“ก็เพราะอยากเห็นน่ะสิครับ”

 

ภาพที่จ้านเกอหน้ายุ่งแล้วก็เอาเว่ยป๋อของเขาไปกดติดตามตัวเองน่ะ

 

“เห็นอะไรของนาย แค่กดติดตามใช่ไหม? เอ้านี่เรียบร้อยแล้ว” เซียวจ้านเอาเว่ยป๋อของหวังอี้ป๋อกดฟอลโล่ตัวเองเรียบร้อยก็ยื่นมือถือเจ้าของ แต่ปลายนิ้วที่ชะงักไปเสี้ยววินาทีนั้นทำให้หวังอี้ป๋ออดอมยิ้มไม่ได้ ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นมือขาวๆ ของคนพี่ยื่นมาตรงหน้า

“ครับ?”

“เบอร์ติดต่อนาย วีแชท QQ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ติดต่อนายได้เอามาให้ทุกอย่าง” ไหนๆ ก็อับอายไปแล้ว อายต่ออีกนิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก เซียวจ้านขมวดคิ้วนิดๆ “เอ่อ...นายสะดวกใจไหม? ไม่ให้ก็ได้” ไอ้เขาก็ค่อนข้างเกรงใจเหมือนกันเพราะถึงสนิทกันแล้วแต่พวกช่องทางส่วนตัวพวกนี้มัน...

“แลกกันนะครับ” หวังอี้ป๋อยิ้มจนแก้มขึ้น คว้ากระดาษและปากกาแถวนั้นมาเขียนอะไรยุกยิกลงไป จากนั้นก็ยื่นให้เซียวจ้าน “นี่เป็นเบอร์ส่วนตัว พวกแอพติดต่อพวกนี้ก็เป็นช่องทางส่วนตัว จ้านเกอทักผมมาได้ครับ” จากนั้นก็ยื่นส่งให้เซียวจ้านที่อ้าปากค้างเหวอๆ เพราะไม่คิดว่าน้องมันจะให้จริงๆ

“ได้ๆ งั้นฉันถ่ายรูปไว้ก่อน...ไม่ดีกว่า เอาไป นายจัดการได้เลย” เซียวจ้านยื่นมือถือให้หวังอี้ป๋อ ตามด้วยการทำหน้าแบบว่าเชิญเลย เชิญนายทำตามสบายเลย จนคนน้องอึ้งไปนิดเหมือนกัน

 

จ้านเกอเขา...ไม่ระวังตัวเอาเสียเลย

 

แต่อาจเพราะอีกฝ่ายรู้สึกสนิทใจกับเขาด้วยละมั้ง ซึ่งหวังอี้ป๋อก็ยินดีกับความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าไปเกิดคำคนอื่นเขาจะรู้สึก...ไม่ชอบใจมากๆ ด้วย อย่างวันนี้วังจั๋วเฉิงมานั่งยิ้มกับจ้านเกออยู่เขาก็รู้สึกขัดตาแล้ว ไม่รู้สาเหตุหรอก แต่หวังอี้ป๋อชักเริ่มรู้สึก...

 

หวงรอยยิ้มนั้น

 

“เรียบร้อยครับ” จากนั้นก็ส่งโทรศัพท์มือถือคืนเซียวจ้าน ในใจก็แอบคิดว่ามือถือจ้านเกอเขาใช้ลื่นดี ไว้เขาจะเปลี่ยนมาใช้ยี่ห้อเดียวกันและสีเดียวกันด้วยดีกว่า

“งั้นไปกันเถอะอี้ป๋อ” คนพี่ก็อารมณ์ดีแล้วยักคิ้วชวน “เดี๋ยวต้องแต่งหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกด้วย นายก็รู้ว่าชุดโบราณมันค่อนข้างใส่ยาก”

“ครับ” หวังอี้ป๋อเดินตามเซียวจ้านไป เหล่าทีมงานกับผู้กำกับก็เตรียมพร้อมกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งหวังอี้ป๋อทั้งเซียวจ้านแยกย้ายกันแต่งหน้าแต่งตัว

เซียวจ้านมองชุดยาวๆ สีดำที่เขาต้องใส่แล้วก็ถอนหายใจนิดหน่อย มันต้องร้อนมากเลย ยิ่งช่วงนี้เหมือนจะเริ่มเจ้าสู่หน้าร้อนแล้วด้วย

“เอวบางนะคะจ้านจ้าน” สไตล์ลิสเสื้อผ้าเอ่ยชมเอวของนักแสดงหนุ่มตัวหลักของเรื่อง ขณะผูกสายรัดเอวให้เซียวจ้าน

“ผู้กำกับเฉินบอกว่าต้องควบคุมน้ำหนักนี่ครับ เป็นเซียนตัวบางๆ ไว้จะดูภูมิฐานน่าเชื่อถือ มีกลิ่นอายผู้ฝึกวิชาเซียน” เซียวจ้านหัวเราะเบาๆ “ผมเลยต้องอดทานของอร่อยตั้งหลายมื้อ”

“น่าสงสารจังเลยค่ะ” ทีมงานหัวเราะขำ ยิ้มตามรอยยิ้มสดใสที่มีบนใบหน้าใสๆ นั้น ทำไมเป็นคนที่หน้าเด็กขนาดนี้นะ อายุก็เท่าๆ กันกับพวกเธอแต่ดูหน้าสิใสกิ๊ง ยิ้มก็สวย มีไฝเล็กๆ ที่มุมปากด้วย ดูมีเสน่ห์ขึ้นก่ายกอง เอวบ้างบาง แต่ก็มีกล้ามเนื้อแน่นๆ ไม่บางแบบผู้หญิง แขนเรียวสวยแบบพอเหมาะพอดี ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป ยิ่งพอมาต่อผมยาวๆ กับชุดแบบจีนโบราณที่สไตล์ลิสทุ่มเทกันศึกษาและจัดทำแล้วคือดูดีมาก

“เหมือนเว่ยอู๋เซี่ยนหลุดออกมาจากนิยายเลยค่ะจ้านจ้าน เอาละ...ซับหน้าหน่อยนึงนะคะ” ทีมงานเอาผ้ามาซับหน้าให้เซียวจ้านเบาๆ เพราะเขาแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อย เหลือเพียงสวมชุดนี่เสร็จก็เป็นอันเรียบร้อย

“นี่แช่งผมกันหรือเปล่า เว่ยอู๋เซี่ยนเขาตกหน้าผาตายนะครับ” เซียวจ้านหยอกล้อ ความเป็นกันเองของเขาเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดีจากคนในกองได้เป็นอย่างดี

“แต่พอฟื้นขึ้นมาแล้วน่าอิจฉาจะตายไปนะเออจ้านจ้าน” หนึ่งในทีมงานสาวที่เป็นแฟนคลับนิยายต้นฉบับกุมมือเข้าหากันแล้วทำสีหน้า...เพ้อฝัน

“ใช่เลยมาอยู่ในร่างคุณชายโม่แล้วได้รับการดูแลอย่างดีทุกอย่างจากหานกวงจวิน! แค่คิดก็ฟินแล้ว! เสียดายที่ฉากเด็ดๆ พวกเราฉายไม่ได้ ทั้งๆ ที่อยากดูจะแย่ แต่ไม่เป็นไรนะจ้านจ้าน พวกเราทุ่มเทกันมากจริงๆ จะพยายามสอดแทรกความรักอันสวยงามของหานกวงจวินกับปรมาจารย์อี๋หลิงลงไปในซีรีย์โดยไม่ให้กองเซ็นเซอร์หรือรัฐบาลจับได้เอง!” แล้วก็เดินมาตบไหล่เซียวจ้านเหมือนให้คำมั่นสัญญาหนักแน่น ทำเอาเซียวจ้านต้องกระพริบตาปริบสองสามรอบ

 

ทุกคนจริงจังกันไปแล้ว...

 

“เอาละมาเติมปากอีกนิด นั่นแหละๆ...เสร็จเรียบร้อย ไหนมาดูสิจ้านจ้าน”

พอเสร็จทุกอย่างเรียบร้อย เซียวจ้านก็ลองขยับไม้ขยับมืออย่างคล่องแคล่ว แล้วหันไปยิ้มให้ทุกคน “โอเคไหมครับ?”

เหล่าทีมงานอึ้งกันไปหลายวินาที ก่อนจะพากันกระพริบตาแล้วยกนิ้วโป้งให้ “เยี่ยมมาก!

“แน่นอนอยู่แล้ว” เซียวจ้านยักไหล่รับคำชม ก่อนจะทยอยกันออกไปด้านนอก นักแสดงที่มีคิวเข้าฉากเริ่มแต่งตัวเสร็จกันเรียบร้อย เซียวจ้านเดินไปกอดคอวั่งจั๋วเฉิงทันทีที่เห็นอีกฝ่าย “เฉิงเฉิง นายนี่หล่อจริงๆ ไหนทำหน้าดุๆ หน่อยสิอาเฉิงอ่า” เซียวจ้านแซว หมอนี่ชื่อวั่งจั๋วเฉิงเขาที่อายุมากกว่าเลยเรียกด้วยความเอ็นดูว่าเฉิงเฉิง เจ้าตัวยังรับบทเจียงเฉิงอีกด้วย

“พี่อย่ามาแกล้งผมน่า” วั่งจั๋วเฉิงเอามือเซียวจ้านออก ก่อนจะกวาดตามองแล้วพยักหน้า “ดูดีมากครับ”

“ขอบใจ”

 

ดูสิมั่นหน้ามั่นตามากด้วย จริงๆ เลยนะ

 

“สาวๆ ในกองเราก็แต่งออกมาสวยมากทั้งพี่ลู พี่จื่ออี้ ผมยังแอบคิดเลยว่ากองถ่ายซีรีย์เรื่องนี้เขารวบรวมคนหน้าตาดีกันมาหรือยังไงนะ”

“นี่คือนายจะชมตัวเองด้วยละสิใช่ไหมเฉิงเฉิง?” เซียวจ้านกลอกตา เดินไปหาอวี้ปินแทน ไม่ไหวๆ เด็กๆ สมัยนี้หลงตัวเองกันจริงๆ

“ดูดีนะเสี่ยวจ้าน” อวี้ปินทักทายคนอายุน้อยกว่าปีเดียวยิ้มๆ พวกเขาสองคนเป็นประเภทหน้าเด็กกว่าอายุจริงกันทั้งคู่

“พี่ก็เหมือนกัน...ว่าแต่นี่หวังอี้ป๋อล่ะครับยังไม่เสร็จอีกเหรอ ผมละอยากเห็นหน้าคุณชายรองหลานเขาเสียหน่อยว่าจะหล่อสมกับหนุ่มหล่ออันดับสองหรือเปล่า ไม่รู้ทำไมถึงหล่อกว่าผม พี่ว่าไง...”

อวี้ปินมองเซียวจ้านที่กอดอก ทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจังก็หัวเราะ เขาชี้ไปที่ด้านหลัง พยักหน้าให้อีกฝ่ายหันกลับไปมอง เซียวจ้านเลิกคิ้ว พอหันกลับไปก็สบกับดวงตาคู่หนึ่งที่มองตรงมาที่เขา...

 

ชั่วเวลาที่สบตาเจ้า...ข้าพลันรู้ความหมายของคำว่านิรันดร์

 

จู่ๆ ประโยคหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว เซียวจ้านจำไม่ได้ว่ามาจากไหนเหมือนกัน ตอนเขาเคยศึกษานิยายต้นฉบับ เหมือนเคยเห็นประโยคนี้ผ่านๆ แต่ตอนนี้กลับจำได้ขึ้นใจ

หวังอี้ป๋อถูกเปลี่ยนมาสวมชุดขาวของคนตระกูลหลาน ผมที่ถูกเช็ตเป็นทรงอย่างดีถูกต่อยาวและคาดด้วยผ้าคาดหน้าผาก ทำให้ใบหน้าที่ดูดีอยู่แล้วดูดีไปอีกแบบ...มันคล้ายกับความสูงส่ง สะอาดบริสุทธิ์ เหมือนหลานจ้านคนนั้นไม่ผิด...

 

ดวงตาสองคู่สบกันยังไม่ละไปไหน...ภาพของแต่ละคนสะท้อนในดวงตาของกันและกัน

 

คราวนี้หวังอี้ป๋อเป็นฝ่ายหลุบนัยน์ตาลงต่ำก่อน พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นดังจนเขากลัวคนอื่นได้ยิน

เว่ยอู๋เซี่ยนเป็นหนุ่มหน้าตาดีอันดับสี่ของแผ่นดิน ใช่จ้านเกอเขาดูดีมากเหมือนเว่ยอู่เซี่ยนหลุดออกมาจากงานประพันธ์

ทั้งหล่อและ...สวยด้วยละมั้ง ไม่ได้สวยแบบผู้หญิง มันเป็นความสวยแบบผู้ชายที่ดูดี หวังอี้ป๋อก็อธิบายไม่ถูก แต่เขายอมรับได้เลยว่า...

 

เขาเขินกับภาพที่เห็น

 

“หลานเอ้อร์เกอเกอ” เซียวจ้านเดินมายิ้มอยู่ด้านหน้า เขาเก็บความรู้สึกเขินและอาการหัวใจสั่นผิดจังหวะกลับไปแล้วก็เปลี่ยนมาหยอกล้อหวังปี้อ๋อแทน “ดูดีสุดๆ ไปเลย ตอนแรกฉันยังคิดเลยว่าคนหน้านิ่งเหมือนเมียตายไปสิบหกปีอย่างหลานวั่งจีทำไมถึงได้เป็นหนุ่มหล่ออันดับสองแซงหน้าเว่ยอู๋เซี่ยไปได้ แต่พอมองนายแล้วเอาเป็นว่าฉันยอมรับละกัน...นิดเดียวน่ะนะ”

หวังอี้ป๋อหัวเราะเบาๆ ยื่นมือไปตีเซียวจ้านหนึ่งที “พี่ก็รู้ว่าผมหน้าตาดีจริงนี่นา อย่าตีครับ ผู้กำกับเรียกทุกคนแล้ว” หวังอี้ป๋อจับมือที่จะตีเขาไว้ ก่อนจะบอกเมื่อผู้กำกับเฉินและทีมงานต่างเตรียมพร้อกับเรียบร้อย หวังอี้ป๋อมองสบตาคนพี่ที่กำลังยิ้มให้เขา เซียวจ้านเอามืออีกข้างมาจับมือหวังอี้ป๋อไว้แล้วเขย่าแรงๆ

“มาพยายามด้วยกันนะอี้ป๋อ”

“เช่นเดียวกันครับจ้านเกอ”

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปพร้อมกับนักแสดงคนอื่นๆ จับมือกันให้กำลังใจแล้วบอกว่าจะพยายามเพื่อให้ซีรีย์เรื่องนี้ออกมาดีที่สุดเท่าที่ทุกคนจะทำได้ไปด้วยกัน...

 

…………………

 

“ให้ตายเถอะ! เกิดเป็นเว่ยอู๋เซี่ยนนี่ลำบากจริงๆ!” เซียวจ้านบนงึมงำเมื่อผู้กำกับบอกให้พักครึ่งได้ เขาเป็นคนที่มีบทเยอะที่สุดคนหนึ่งของเรื่อง ดังนั้นเข้าฉากบ่อยกว่าคนอื่นด้วย เลยค่อนข้างเหนื่อยกว่าปกติ ส่วนหวังอี้ป๋อน่ะเหรอ เจ้าตัวก็เยอะเหมือนกัน แต่ไม่มีบทพูดเท่าไหร่ นี่ถ้าเอาตอนที่เจอกันแรกๆ เซียวจ้านยังคิดว่าบุคคลิคของหลานวั่งจีกับหวังอี้ป๋อก็คล้ายๆ กันหรอกตรงนิ่งและไม่ค่อยพูด แต่ตอนนี้น่ะเหรอ...เหอะ

“มองหน้าผมแล้วทำเสียงขึ้นจมูกทำไมครับ” หวังอี้ป๋อมองคนที่ส่งเสียงเหอะใส่เขา แถมยังยื่นมือมาตีเขาด้วย พอเสียบหลอดใส่น้ำยื่นให้เซียวจ้านเสร็จก็ยื่นมือไปตีคนพี่กลับ ตีมากกว่าสองทีเพื่อไม่ให้เสียเปรียบด้วย

“หมั่นไส้ไปหน่อย”

“นี่หมั่นไส้หลานวั่งจีเขาเลยมาตีผม หรือหมั่นไส้ผมครับจ้านเกอ” หวังอี้ป๋อยิ้มน้อยๆ ในใจก็ทั้งนับถือทั้งยอมรับในตัวคนอายุมากกว่ามากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายขั้น จ้านเกอเข้าเก่งมาก เข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้ดีมากๆ เข้าฉาก ต่อบทกับจ้านเกอเขาแล้วไปต่อได้แบบลื่นไหลเลย

ยิ่งเวลาทำหน้าซนๆ เป้ปาก บุ้ยปาก หรือทำตาขวางๆ ชวนหาเรื่อง บางทีก็กระทีบเท้าเหมือนเด็กเอาแต่ใจ หวังอี้ป๋อรู้สึกว่ามันคล้ายจ้านเกอเขามาก

 

สงสัยจ้านเกอเขาไม่ได้แสดงเป็นเว่ยอิง แต่แสดงเป็นตัวเองแน่ๆ

แล้วหวังอี้ป๋อก็ไม่ปฏิเสธว่า...น่ามองมากเหมือนกัน

 

“หมั่นไส้ทั้งคู่” เซียวจ้านบิดคอตัวเองไปมา หวังอี้ป๋อเห็นดังนั้นก็ขยับลุกขึ้นไปด้านหลัง ยื่นมือไปแตะหลังคอขาวๆ นั้นเบาๆ เซียวจ้านสะดุ้งนิดหน่อย แต่เสียงทุ้มๆ ก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ผมนวดให้ครับ” มือของหวังอี้ป๋อกดนวดคอให้เซียวจ้านอย่างชำนาญ สัมผัสไม่หนักไม่เบาแต่ทำให้ผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาด ทำให้เซียวจ้านยอมอยู่นิ่งๆ ปล่อยให้คนน้องบริการต่อไป

“ดีมากอี้ป๋อ ซ้ายนิดนึง...นั่นแหละ ใช่ๆ...อืม”

คิ้วบนใบหน้าหล่อๆ ของหวังอี้ป๋อขมวดเข้าหากันอีกหน่อย เมื่อได้ยินเสียงครางเบาๆ ในลำคอของอายุมากกว่า อยากจะบอกนะว่าอย่าร้องแบบนั้น...เขารู้สึกว่าตัวเองแก้มร้อน แต่เห็นแก่ที่สบายตัว หวังอี้ป๋อจะทำเป็นไม่สนใจไปก่อน

“คราวหลังนวดให้อีกนะอี้ป๋อ” เซียวจ้านเอ่ยยิ้มๆ

“ครับ” คนน้องก็รับคำสั้นๆ แต่นุ่มนวลจนจุดรอยยิ้มบนริมฝีปากของเซียวจ้านได้อีกครั้ง ดวงตาเรียวสวยของเขาปรือลงนิดหน่อยอย่างสุขใจ

 

สัมผัสที่ทำให้จังหวะของหัวใจ...ขยับมาใกล้ชิดกัน

เริ่มกลายเป็นท่วงทำนองของคนสองคน อย่างช้าๆ...

 

........................

 

แถม...

 

“เอ่อ...พี่ว่าเราควรเข้าไปเรียกพวกเขาดีไหม?” วั่งจั๋วเฉิงหันไปถามอวี้ปินที่ยืนอยู่ข้างๆ เพราะผู้กำกับเฉินบอกว่าอีกสิบนาทีจะเข้าฉากต่อไปแล้ว

“นายคิดว่าพวกเราเข้าไปแล้วจะไม่ถูกหวังอี้ป๋อใช้สายตาพิฆาตเอาเหรอ?” อวี้ปินถามกลับยิ้มๆ มองภาพตรงหน้าแล้วก็คิดว่ามันน่ารักจริงๆ นะ “เราไม่ควรทำบาปนะจั๋วเฉิง”

วังจั๋วเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย รู้สึกว่าการเข้าไปขัดคนสองคนตรงนั้นดูจะเป็นบาปจริงๆ นั่นละ ดังนั้นให้ผู้กำกับมาตวาดไล่ดีกว่า ทั้งคู่เดินกลับไปรวมกับคนอื่นทันที พอคนในกองถามว่าสองนักแสดงหลักของเรื่องไปไหน ก็ยิ้มๆ แล้วชี้ให้ดู ทุกคนหัวเราะ แต่ไม่มีใครเดินมาเรียกทั้งสองคน จนผู้กำกับเฉินเดินมาตามนั่นละ ผู้กำกับผู้ยิ่งใหญ่ไม่กลัวการทำบาป นอกจากขมวดคิ้ว นับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วก็ตวาดลั่น

“หวังอี้ป๋อ! เซียวจ้าน! มาเข้าฉากต่อไปได้แล้ว!

“คร้าบบบบบบ”

 

...........................


หายไปนานมากกกกเลยค่ะ งืออออ แต่กลับมาแล้วนะคะ ^_^ จะพยายามมาบ่อยๆ น้าาาา ฟิคเรื่องนี้คนเขียนลงใน readawrite ไว้ด้วย #ทำนองอี้จ้าน มีตอนพิเศษสั้นๆ ที่เคยลงในทวิตไว้ด้วยค่ะ ใครอยากอ่านเร็วๆ ไปอ่านในนั้นได้น้าาา ส่วนในเด็กดีเดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอยลงนะคะ

ป.ล. ฝากฟิค #ทำนองอี้จ้าน แนวอบอุ่นละมุนหัวใจไว้ด้วยหนึ่งเรื่อง แล้วถ้าใครชอบแนวลึกลับหน่อยๆ ชอบอะไรๆ ที่มีเขี้ยวกับเลือด(?) ก็แวบไปดู #แวมไพร์ป๋อจ้าน ได้นะคะ ^_^


ฤดูหนาวกำลังจะมาแล้ว...หรือเปล่านะ แต่อากาศเปลี่ยนแน่นอนค่ะ ดูจากที่ภูมิแพ้คนเขียนเริ่มกำเริบขึ้นมาแล้ว ทุกคนอย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยน้าาาา


สำหรับวันนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #46 chakiyakornyj69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:17
    3 คำ

    ฮ่าฮ่าฮ่า
    #46
    0
  2. #24 feenyibo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 22:10
    เป็นกำลังใจ​ให้​นะค้า​

    อย่าลบออกนะค้า​

    ชอบกลับมาอ่านซ้ำบ่อยๆค่ะ❤️🙏
    #24
    0
  3. #12 Linniejeje (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:19
    สนุกมากค่ะ ชอบนิยายแนวนี้ที่อ้างอิงจากเรื่องจริง อิอ ยังหาออกจากกูซูไม่ได้เลยเรา
    #12
    0
  4. #8 Sun D A Y S (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 20:55
    ยินดีต้อนรับกลับจ้า
    #8
    0