Heart Beat #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #หวังเซียว ( Yaoi )

ตอนที่ 13 : MHz...XIII.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

XIII.

.

 

แค่จูบมันไม่พอ แค่สัมผัสมันเพียงเล็กน้อยนั้นยิ่งไม่พอ

ผมอยากทำให้เขามีแต่กลิ่นอายของผม อยากบดขยี้เขาด้วยตัวของผมและรักเขาซ้ำๆ ไม่หยุด

การมีเขาเป็นของตัวเองช่างเป็นเรื่องที่ทดสอบความอดทนกันเสียจริงๆ

แต่ถ้าช่วงเวลาที่ผมตั้งตารอมาถึงล่ะก็...

.

.


“อยากกินอะไรหรืออยากดื่มอะไรเป็นพิเศษไหมจ๊ะเซียวจ้าน?”

“นั่นสิ ถ้าอยากได้อะไรก็เอ่ยปากได้เลยนะ เดี๋ยวจะให้คนออกไปหามาให้”

“ทำยังไงถึงหน้าใสได้ขนาดนี้เหรอครับ?”

“พี่อายุ 28 จริงๆ หรือเปล่าครับเนี่ย?”

“ตาใสมากเลยนะครับเนี่ย”

เซียวจ้านทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อได้รับการต้อนรับอันแสนอบอุ่นจนร้อนของชาวเยฮวา ตั้งแต่ท่านประธานค่ายที่เป็นสาวสวย หานเกิง รวมถึงสมาชิวง Uniq ของหวังอี้ป๋อด้วย มันต่างจากสถานการณ์ที่เขาคิดไว้นิดหน่อย...

“เอ่อ...”

“อย่าไปรุมล้อมจ้านจ้านเขาเสียขนาดนั้นสิพวกนาย” ผู้จัดการวงปรามเจ้าพวกเด็กๆ เหลือบสายตาไปมองหวังกงจื่อที่ขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์อยู่ใกล้ๆ เซียวจ้าน ก็รู้ว่าน้องเล็กของวงขี้หวงขนาดไหนยังจะไปหาเรื่องแหย่เล่นอีก

“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่ตกใจนิดหน่อย” เซียวจ้านยิ้มก่อนจะหัวเราะเบาๆ หันไปมองคนหน้ามึนที่นั่งปลอยรังสีเย็นจัดอยู่ก็เลยยื่นมือไปกุมมือคนน้องไว้คล้ายปลอบ “ยินดีที่ได้พบและรู้จักทุกคนนะครับ”

 

รอยยิ้มน่ามอง

แววตาสะท้อนความจริงใจ

ท่าทางสุขุม มีมารยาท บรรยากาศรอบตัวหรือก็แสนจะอ่อนโยน

 

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนคนนี้ถึงทำให้คนอย่างหวังอี้ป๋อตกหลุมรักได้...เหล่าชาวเยฮวาแต่ละคนสบตากันยิ้มๆ ความประทับใจที่มีให้คนรักของเจ้าน้องเล็กพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดหย่อน

 

โลกนี้ก็มีเหมือนกันเนอะ...คนที่เกิดมาเพื่อเป็นที่รักน่ะ

 

“พอแล้วครับ” หวังอี้ป๋อลุกขึ้นขวางหน้าเซียวจ้าน ส่งสายตาเย็นชาใส่พี่ๆ แต่ละคนที่นอกจากจะกลัวกันแล้วก็ยังหัวเราะลั่นในความขี้หวงของหวังอี้ป๋อด้วย

 

ทำตัวเหมือนเด็ก

นานๆ ทีจะเห็นพ่อคูลกายเขาเป็นแบบนี้นะเนี่ย

 

“แฮ่มๆ เอาละเด็กๆ ออกไปก่อนก็ได้ ไปเตรียมงานต้อนรับเซียวจ้านกันอย่าให้ขายหน้าบริษัทเราได้” ท่านประธานค่ายคนงามโบกมือไล่ สมาชิกแต่ละคนก็ทยอยกันออกไปช้าๆ เดินมาตบไหล่ให้กำลังใจหวังอี้ป๋อและยิ้มกว้างให้เซียวจ้าน

เมื่อเหลือกันอยู่ไม่กี่คนบรรยากาศในห้องที่เคยผ่อนคลายก็เงียบลง และทวีความจริงจังขึ้น เซียวจ้านสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะสบตาประธานค่ายเยฮวาและหานเกิงอย่างไม่หวั่นเกรง

 

ประกายตามุ่งมั่นเข้มแข็ง

ทำให้ผู้สูงวัยกว่าทั้งสองยิ้มออกมาน้อยๆ

 

“เห็นว่าทั้งสองคนคบกันแล้วอย่างนั้นหรือ?” ประธานค่ายคนงามเอ่ยปากมาหนึ่งประโยค ดวงตาดูจริงจัง “แม้จะยินดีด้วยแต่พวกนายทั้งคู่รู้ถึงผลที่ตามมาหรือเปล่า?”

“ประธานครับผม...”

“รู้ครับ ทั้งผมทั้งอี้ป๋อรู้ดี” ก่อนที่คนน้องจะพูดออกมมาเซียวจ้านก็กุมมืออีกฝ่ายไว้แน่นเสียก่อน “และรู้ด้วยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

 

ไม่ใช่แค่เขากับอี้ป๋อเป็นผู้ชาย และในประเทศก็จะไม่ยอมรับเรื่องพวกนี้

ไม่ใช่แค่พวกเขาเป็นคนของสาธารณะ เป็นศิลปิน เป็นดารานักร้อง

 

มันมีอีกหลายเรื่อง มีอีกหลายปัญหาและหลายๆ อย่าง พวกเขามีความฝัน มีเส้นทางที่ต้องก้าวเดิน และเซียวจ้านเองก็รู้ดีว่าหวังอี้ป๋อยังเดินไปไกลได้มากกว่านี้ น้องเพิ่งอายุยังน้อย มากความสามารถ บนเส้นทางนี้ยังไงก็สามารถไปได้ไกล เขาเคยกังวลว่าตัวเองอาจต้องทำลายความฝันของหวังอี้ป๋อเลยพยายามหลีกเลี่ยงความรู้สึกของตัวเองมาหลายครั้ง

 

แต่วินาทีที่ได้สบดวงตาที่สะท้อนภาพของเขาคู่นั้น

หัวใจเต้นเป็นจังหวะที่อ่อนหวานที่สุดเพราะเสียงหัวใจของอีกคน

เซียวจ้านก็ไม่กลัวปัญหาหรือความยากลำบากใดๆ อีกเลย...

 

“ทั้งๆ ที่รู้อย่างนั้นทำไมถึงยังตกลงรับคำขอเป็นแฟนจากอี้ป๋อของเรากันล่ะ”

“จ้านเกอขอผมเป็นแฟนต่างหาก” หวังอี้ป๋อแทรกขึ้นด้วยใบหน้ายุ่งๆ ไม่สนว่าคำพูดของเขาทำให้คนพี่อ้าปากเหวอ หลุดท่าทางน่ารักออกมาจนผู้ใหญ่สองคนในห้องพากันหัวเราะด้วยความเอ็นดู “ทั้งประธานทั้งหานเกอเลิกกดดันจ้านเกอเขาไม่ได้หรือครับ ผมไม่อยากให้จ้านเกอเครียดนะ” อีกอย่างหวังอี้ป๋อไม่อยากให้บิดเบือนความจริงด้วย เรื่องดีๆ ที่จ้านเกอขอเขาคบก็ต้องบอกให้คนอื่นรู้ไว้สิ

 

ขี้อวด

 

หานเกิงกลอกตาใส่คนที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชาย ก่อนกระแอมเบาๆ “ดูเหมือนเซียวจ้านจะคิดไว้เยอะเลยนะกับสถานการณ์แบบนี้ งั้นลองบอกให้ฟังหน่อยได้ไหมว่านายรับมือกับเรื่องนี้ยังไง”

 

อ่านออกจริงๆ ด้วย...สมแล้วที่เป็นหานเกิง

 

เซียวจ้านเม้มปากเมื่อเขาถูกอ่านออกได้ง่ายๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ผมกับอี้ป๋อคงต้องระวังตัวเองให้มากๆ ผมรู้ว่าน้องยังไปได้ไกล และผมเองก็ยังไปได้อีก เรื่องานคู่เองก็ต้องหลีกเลี่ยงไม่มากก็น้อย รวมถึงการวางตัวหน้ากล้อง...” เซียวจ้านยังคงพูดไปเรื่อยๆ คำพูดแต่ละอย่างผ่านการคิดและการกลั่นกรองมาอย่างดี ทำให้หวังอี้ป๋อกุมมือคนพี่แน่นขึ้นกว่าเดิม

เขารู้ว่าตัวเองก็เอาแต่ใจที่อยากได้จ้านเกอมาเป็นคนของตัวเองแบบถูกต้อง แต่เพราะมันเป็นเรื่องของหัวใจและจ้านเกอก็เป็นหัวใจของเขา ดังนั้นหวังอี้ป๋อเลยไม่อยากรอ แต่คนพี่ดูเหมือนจะต่างจากเขาเพราะจ้านเกอคิดเผื่อไว้ทุกอย่าง...

 

คิดเพื่อ...เรา

 

“คบกันแล้วต้องระวังตัวและคิดมากขนาดนี้ มันจะไม่อึดอัดเหรอเซียวจ้าน” ประธานค่ายคนงามไขว้ห้างเท้าคางแล้วเอ่ยถาม “ใครๆ ก็ต้องการสถานะที่เปิดเผยได้กันทั้งนั้น นายจะทนได้หรือถ้าวันหนึ่งอี้ป๋อมีข่าวกับผู้หญิงคนอื่น หรือคู่จิ้นคนอื่นเพื่อโปรโมร หรือว่าอะไรก็ตาม”

“มันอึดอัดครับ...แต่ผมรู้จักตัวเองดี และผมเข้าใจว่าอะไรเป็นยังไง แต่ไหนแต่ไรมาผมรักความสงบและราบเรียบมาเสมอ ดังนั้นเรื่องพวกนี้ผมรับมือกับมันได้ แม้ไม่รับปากว่าถึงเวลานั้นจะทำตามอย่างที่พูดได้จริงไหมเพราะถ้าเป็นเรื่องของใจ ผมก็ค่อนข้างไร้เหตุผลไม่น้อย ส่วนเรื่องคู่จิ้นหรือข่าวกับคนอื่น...ผมเชื่อใจอี้ป๋อครับ ตราบใดที่เขายังรักผม ดวงตาคู่นั้นยังสะท้อนภาพของผม...ผมก็จะเชื่อใจเขาไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

 

ทั้งหนักแน่น มั่นคง ตรงไปตรงมา และจริงใจ

 

“สมกับที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ในเรื่องนี้หวังอี้ป๋อของเราสู้ไม่ได้จริง” หานเกิงส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อหวังอี้ป๋อหน้ายุ่งใส่ “แต่ไม่อยากให้คบกันแล้วเครียดขนาดนั้นนะเซียวจ้าน ถ้าคบแล้วเป็นแบบนั้นเลิกไปเลยดีกว่า”

“หานเกอครับ!” หวังอี้ป๋อหน้ายุ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวก็เย็นจัดขึ้นอีกหลายเท่า จนหานเกิงยักไหล่ขำๆ

 

พอมีความรักแล้วแหย่เล่นสนุกขึ้นเยอะเลยแฮะ

 

“อ่า...ไม่ได้หมายความในทางไม่ดีหรอกนะ แต่นี่ก็เป็นหลักประกันของทางเราเหมือนกัน ระหว่างที่พวกนายสองคนคบกันทำอะไรก็ให้ระวังตัวนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลไปเสียทุกอย่างหรอกนะเซียวจ้าน ทำแบบนั้นแล้วอึดอัดจะตายไป กับแค่เรื่องศิลปินสองคนรักกันชอบกัน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักหน่อยถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ก็เสียชื่อค่ายยักษ์ใหญ่ของประเทศแล้ว”

“ใช่แล้วจ๊ะ ที่เรียกทั้งคู่มาคุยวันนี้ก็แค่อยากบอกเรื่องพวกนี้แหละ ทำใจให้สบายเถอะนะจ๊ะเซียวจ้าน อุ๊ยตายแล้ว ทำหน้าเหวอๆ ตาโตๆ แบบนั้นน่ารักจังเลย” ประธานค่ายคนงามพรวดมาจับคางเซียวจ้านอย่างห้ามไม่อยู่ แถมยังบิดแก้มไปมาเหมือนเจอแมวขนฟูด้วย

“ประธานครับ!” หวังอี้ป๋อรวบเอวเซียวจ้านไว้ แทบจะดึงคนพี่มานั่งตักตัวเองแล้วด้วยซ้ำ สะโพกเซียวจ้านนั่งอยู่บนขาคนน้อง หน้าก็ถูกประธานค่ายเยฮวาบีบไปมา

“ค่ายของเราก็มีคนน่ารักไม่น้อย แต่น่ารักแบบผู้ใหญ่ แถมตาใสเซ็กซี่ หล่อก็ได้แบบนี้ไม่มีเลย เซียวจ้าน เรียกจ้านจ้านได้ไหมจ๊ะ?”

เห็นคนสวยทำตาวาวๆ ใส่แบบนี้แล้วสุภาพบุรุษแบบเซียวจ้านมีหรือจะปฏิเสธ นอกจากพยักหน้าแล้วยังยิ้มหวานละลายใจให้อีกด้วย

“เจี่ยเจียเรียกผมว่าจ้านจ้านหรือจ้านก็ได้ครับ...อ้ะ!

“น่ารัก! ทำไมจ้านจ้านน่ารักขนาดนี้นะ! ปกติเจ้าพวกตัวแสบไม่มีใครเรียกฉันว่าพี่สาวกันสักคน เรียกแต่เจ๊ หรือไม่ก็ซือเจ๊กันทั้งนั้น ไม่เรียกกันด้วยน้ำเสียงน่ารักๆ แบบนี้หรอก! จ้านจ้านจ๊ะสนใจย้ายมาอยู่ค่ายเดียวกันไหมจ๊ะคนดี รับรองว่าจะดูแลจ้านจ้านอย่างดีเลย”

ข้อเสนอที่น่าสนใจมาก ถ้าเป็นคนอื่นคงตอบรับอย่างไม่ลังเล แต่เซียวจ้านกลับยิ้มอย่างสุภาพ ตอบกลับอย่างมีชั้นเชิง ส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ

“เจี่ยเจียอย่าล้อเล่นกันแบบนี้สิครับ ข้อเสนอยั่วยวนแบบนี้ถ้าผมตอบรับไป ผมว่าอี้ป๋อได้ตกกระป๋องแน่ๆ แน่”

ท่านประธานคนงามหัวเราะอย่างชอบใจในคำตอบที่มีชั้นเชิงนั้น ทั้งสุภาพ ทั้งมีลูกล่อลูกชน และไม่ทำลายความรู้สึกอีกฝ่าย

 

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงทำให้หวังกงจื่อคนนั้นตกหลุมรัก ทำไมทำให้เธอกับหานเกิงถึงได้เอ็นดูแม้จะเห็นแค่ภาพถ่าย

เพราะเซียวจ้านคู่ควรกับความรักความเอ็นดูนี้

 

“เอาล่ะ จ้านจ้านน่าจะเครียดและกังวลพอแล้ว เดี๋ยวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักอี้ป๋อนะจ๊ะ ให้หานเกิงหรืออี้ป๋อพาไปก็ได้”

เซียวจ้านยิ้มบาง ก่อนจะตบไหล่ของหวังอี้ป๋อเบาๆ ยื่นใบหน้าไปจุมพิตที่หน้าผากคนน้องแล้วรีบผละออกอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาของคนอื่นๆ ในห้องเบิกตาขึ้น หานเกิงกับท่านประธานยิ้มน้อยๆ ส่วนหวังอี้ป๋อเบิกตาโต

“ทั้งสองคนคงมีเรื่องจะคุยกับอี้ป๋อ เดี๋ยวผมให้ใครสักคนพาไปก็ได้ครับ...ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นนะครับ...ส่วนอี้ป๋อ เกออยู่ข้างนายเสมอนะ” ร่างสูงโปร่งนั้นเดินออกไปแล้ว แค่เซียวจ้านโผล่หน้าไปเหล่าพี่ๆ ของหวังอี้ป๋อก็พร้อมใจกันนำทางให้ทันที ส่วนคนน้องน่ะเหรอก็กำลังอมยิ้มด้วยแก้มแดงๆ ที่ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนรู้สึกขำปนเอ็นดู

 

ก็เด็กผู้ชายนี่นะ เวลามีความรักน่ะเป็นเด็กน้อยกันทั้งนั้น

 

“เขาดูมีความคิดและทำเพื่อนายกว่าที่ฉันคิดนะอี้ป๋อ...ทุกการกระทำและทุกความคิดของเซียวจ้านเพื่อนายจริงๆ”

“ก็ผมเป็นของจ้านเกอ และจ้านเกอเองก็เป็นของผมนี่ครับ” หวังอี้ป๋อยิ้มแบบเหนือๆ ยักคิ้วจึกๆ ท่าทางแสดงออกที่สื่อความหมายได้ชัดเจนว่า ไม่มีจ้านเกอเป็นของตัวเองก็ทำใจหน่อยนะ ทำให้หานเกิงกลอกตาอย่างระอา

“อย่างที่บอกเซียวจ้านไปว่าไม่ต้องกังวล นายเองก็เหมือนกัน แต่ต้องทำใจยอมรับให้ได้นะอี้ป๋อ ว่าหลังจากนี้จนกว่าจะออกจากวงการ พวกนายสองคนถึงจะประกาศความสัมพันธ์ให้คนภายนอกรู้ได้”

“เวลาไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ...เพราะผมกับจ้านเกอรู้และเข้าใจดี” ไม่จำเป็นต้องพูด แต่หวังอี้ป๋อกับเซียวจ้านเข้าใจและยอมรับเรื่องนี้

 

เพราะเวลาที่รอคอยนั้น...มีมือของอีกคนกอบกุมกันไว้

มีท่วงทำนองอันแสนไพเราะที่เต้นไปพร้อมๆ กัน

 

“ส่วนเรื่องเจ้าคนตระกูลอวิ๋น...หมอนั่นนี่ไม่เลิกราเลย” ท่านประธานคนสวยส่ายหน้าระอา “อยากครอบครองเซียวจ้านขนทำทุกวิถีทาง ขนาดถูกเล่นงานไปไม่น้อยก็ยังไม่ยอมรามือ อ้อ...อี้ป๋อ ดูเหมือนประธานค่ายของเซียวจ้านเองก็อยากได้คนรักของนายไปเป็นของลูกชายเขานะ”

หวังอี้ป๋อขมวดคิ้ว ด้วยความไม่พอใจ รอบตัวเย็นจัดไม่สบอารมณ์ “สงสัยเขาคงคิดว่าพวกเรา...คิดว่าผมใจดีเกินไป จนถึงขนาดคิดอยากครอบครองสมบัติล้ำค่าของคนอื่น...จะเป็นอะไรไหมครับถ้าต่อจากนี้ เรื่องของหมอนั่นยกให้ผมจัดการเอง” ดวงตาของหวังอี้ป๋อจริงจังและเย็นชา ทำให้หานเกิงยกยิ้มอย่างพอใจ

 

อยากเห็นพยัคฆ์ซ่อนเล็บกางเขี้ยวเล็บออกมาเหมือนกัน

 

“เจี่ยเจียพี่ยกให้น้องไปเถอะ...อี้ป๋อเขาก็ไม่ทำอะไรเกินเลยหรอก โตขนาดมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วนี่” หานเกิงหันไปขอร้องให้หวังอี้ป๋อแทน ทำเอาท่านประธานค่ายคนสวยถึงกับค้อนขวับให้ผู้ชายสองคน เดาได้ไม่ยากเลยว่าวิธีที่ใช้ต้องไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่แน่ แต่เอาเถอะ...เธอเองก็ไม่ขัดใจหรอก เพราะนี่เป็นเรื่องของหวังอี้ป๋อนี่นะ

 

แต่ว่า...เจ้าหานเกิงนี่นะ เรียกเจี่ยเจียได้ไม่น่าฟังเท่าจ้านจ้านเรียกเลย!

 

“เฮ้อ! ดูสิแฟนนายดีแสนดีขนาดไหน ฉันเสนอข้อเสนอให้ย้ายค่ายมาอยู่ด้วยกัน แต่เพราะเขาคิดถึงนายคิดถึงอนาคตของพวกนายเลยไม่ยอมตอบรับคำชวน ฉันละอุตส่าห์อยากได้คนน่ารักๆ มาไว้ในค่ายให้จรรโลงสายตา”

หานเกิงกับหวังอี้ป๋อที่ถูกค้อนถึงกับมองหน้ากันงงๆ คนน้องของเซียวจ้านได้แต่ทำหน้านิ่ง “ประธานก็ไปหาหมิงฮ่าวสิครับ ส่วนจ้านเกอน่ะของผมนะ”

“ย่ะ! พ่อคนขี้หวง เจ้าลิงแสบนั่นหน้าตาน่ารักก็จริงแต่ซนอย่างกับอะไรดี พอๆ นายไปดูเซียวจ้านเถอะ อีกสักสองชั่วโมงพาพี่เขามากินข้าวด้วย วันนี้จะเลี้ยงต้อนรับเซียวจ้านเขา”

“ใครมาบ้างหรือครับ?” หวังอี้ป๋อขมวดคิ้วครุ่นคิด

“ก็มีพี่ๆ นาย ฉัน เกิง เห็นเฉิงเซียวกับพวก  NEX7 ก็ว่าจะมากันด้วยนะ”

“เยอะเกินไปแล้วครับ”

“ทำไมยะ! ไม่อยากให้ใครเห็นจ้านเกอของนายหรือไง? ขี้หวงให้มันน้อยๆ เถอะ ออกไปเลยนายฉันเหม็นหน้านายจะแย่อยู่แล้ว”

“อิจฉาผมที่มีจ้านเกอเป็นของตัวเองใช่ไหมล่ะครับ?”

“เจ้าเด็กคนนี้นี่!

หวังอี้ป๋อรีบวิ่งออกไปจากห้องด้วยรอยยิ้มกว้างที่แหย่ประธานค่ายคนสวยได้ ท่าทางมีความสุขเหมือนเด็กๆ ของหวังอี้ป๋อทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนมองตามกันอย่างเอ็นดู เพราะหวังอี้ป๋อความสามารถเยอะ หน้าตาก็ดี ดังนั้นเลยทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินอายุอยู่เสมอ พวกเขาก็มักจะกังวลกลัวเจ้าเด็กคนนี้จะเครียดหรือปิดกั้นตัวเองเกินไป

 

แต่ดูเหมือนไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นอีกแล้ว...

เพราะมีเซียวจ้าน

 

เพราะมี หัวใจ ไม่ว่าใครก็อ่อนโยนและมีความสุขกันทั้งนั้น

 

“ยิ้มทั้งปาก ทั้งตา แผ่รังสีความสุขออกมาในระยะหลายร้อยเมตรแบบนั้นเพิ่งจะเคยเห็นนะครับเนี่ย” หานเกิงพูดถึงคนที่เพิ่งออกไป

“นั่นสิ ทั้งน่าดีใจทั้งน่าระอาเลย...ส่วนฉันกับนายก็คงต้องทำงานกันหนักหน่อยล่ะนะ”

ถึงแม้จะบอกหวังอี้ป๋อกับเซียวจ้านว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกังวล...แต่มันก็ไม่ได้ง่าย และถึงจะไม่ง่ายพวกเขาก็ไม่ได้กลัวหรือลำบากเท่าไหร่

“การทำให้เจ้าพวกนั้นมีความสุขก็เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วนี่ครับ”

 

เพราะคนที่มีความรัก และรู้คุณค่าของความรักนั้น ก็คู่ควรแก่การดูแลปกป้องเหมือนกัน...

 

.........................

 

หวังอี้ป๋อเดินฮัมเพลงอู๋จีอย่างอารมณ์ดีไปตามทางเดินไปห้องพักของเขา ระหว่างทางเจอพวกพี่ๆ ร่วมวงที่เข้ามาทักทายและกำลังช่วยเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับจ้านเกอของเขากันอยู่ น้องเล็กของวงหน้ายุ่งใส่พี่ๆ ที่อ้าปากชมคนรักของเขาไม่หยุด ท่าทางเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจทำให้พี่ๆ พากันหัวเราะด้วยความเอ็นดู ยีหัวพ่อคูลกายจนยุ่งเหยิง แล้วตบไหล่เปาะแปะไม่หยุด กว่าหวังอี้ป๋อจะหลุดออกมาจากการรังแกของพี่ๆ ได้ก็หัวยุ่งเป็นรังนกแล้ว...

 

แต่ปล่อยไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะได้อ้อนจ้านเกอได้ถนัดๆ

 

ที่จริง...วันนี้หวังอี้ป๋อยอมรับว่าเกินคาดไปมาก เขาพยายามคุย ทำให้ทั้งประธานค่ายและหานเกิงยอมรับ ผู้ใหญ่ทางนี้ก็ไม่ได้กีดกันอะไรขนาดนั้น เพราะรู้ว่ากับจ้านเกอหวังอี้ป๋อจริงจังที่สุด และเขาก็เคลียร์ไว้บ้างแล้ว แต่ไม่บอกเซียวจ้านเพราะอยากเห็นคนพี่เขากังวลให้หวังอี้ป๋อปลอบ แต่คนพี่ของเขากลับรับมือได้อย่างงดงาม

 

อีกอย่าง...จ้านเกอคิดเผื่อไว้ทุกอย่างเลย เขาเสียอีกที่เหมือนกลายเป็นคนถูกปกป้อง

ก็เป็นเสียแบบนี้แล้วหวังอี้ป๋อจะไปไหนรอดกัน

 

ต้องจูบแรงๆ ตอบแทนคนพี่สักหลายๆ รอบเสียแล้วล่ะ

 

หวังกงจื่อกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เปิดประตูห้องเข้าไปโดยไม่เคาะ เอ่ยเรียกอย่างอารมณ์ดี “จ้าน...” แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เสียงของเขาสะดุดลงและดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง

“อ้าว...มาแล้วหรืออี้ป๋อ ฉันดื่มน้ำผลไม้ในตู้เย็นของนายไปแล้วนะ...ทำไมทำตาแบบนั้น?” เซียวจ้านที่แหงนลำคอดื่มน้ำผลไม้จนหมดเลิกคิ้วสงสัย หยดน้ำตรงปลายผมไหลลงมาเกาะที่ไหล่เปลือยเปล่า

 

ทำไม...ทำไมน่ะหรือ?

 

จ้านเกอในชุดคลุมอาบน้ำที่คลุมไม่เรียบร้อย อาจเพราะหวังอี้ป๋อไหล่กว้างกว่างคนพี่ ทำให้ชุดคลุมของเขาที่เซียวจ้านสวมไหล่หล่นลงข้างหนึ่งจนเห็นลาดไหล่เปลือยเปล่า เสื้อคลุมที่แหวกออกเล็กน้อยเห็นผิวกายที่พราวไปด้วยหยดน้ำและเม็ดสีแดงเล็กๆ ตรงอกแวมๆ

 

ทั้งเซ็กซี่ ทั้งยั่วยวนสายตา

ยิ่งยามที่แหงนลำคอขึ้นดื่มน้ำ จนเห็นเส้นโคงสวยงามเซ็กซี่น่าขยี้ทำรอยนั้นยิ่งกระตุ้นอารมณ์

 

นี่มันเหมือน...

เทวดาตกสวรรค์ที่หล่นลงมากระตุ้นให้คนบ้าคลั่งชัดๆ

 

“ถูกดุมาเหรอ? หานเกิงกับท่านประธานของนายทำอะไรนายหือ? บอกเกอมาสิป๋อตี้ของเกอ...อื้อ!” เซียวจ้านพูดไม่ทันจบประโยค ร่างก็ถูกแรงมหาศาลดันจนแผ่นหลังชิดกำแพงในพริบตา ตามมาด้วยจูบร้อนๆ ที่บดเบียดลงมาบนริมฝีปากของเซียวจ้านอย่างรวดเร็ว ทั้งเร่าร้อนทั้งวาบหวาม ฟันคมขบไล้ไปตามขอบปากของเซียวจ้าน ไล้ปลายลิ้นอย่างได้ใจ เมื่อคนพี่เปิดปากออกหวังอี้ป๋อก็สอดปลายลิ้นเข้าไปดูดดึงปลายลิ้นคนพี่แรงๆ ทันที

 

บ้าเอ๊ย! ถ้าเขาทนกับภาพที่เห็นตรงหน้าได้ก็เทพแล้วเหอะ!

หวังอี้ป๋อเชื่อว่าต่อให้เป็นคนที่ถูกยกย่องอย่างหานกวงจวินก็ทนไม่ได้หรอกถ้าเห็นเว่ยอิงอยู่ตรงหน้าด้วยสภาพแบบนี้น่ะ!

 

เห็นในภาพคราวก่อนก็ว่าทำเขาควบคุมตัวเองยากแล้ว แต่ภาพพวกนั้นยังไม่เท่าได้เห็นด้วยตาตัวเองเลยสักเสี้ยว!

 

“อือ...อี้ป๋อ มันเจ็บนะ” เซียวจ้านกัดปากคนน้องกลับ ดวงตาฉ่ำวาว “จูบกันทำไมน่ะ”

“ก็พี่ยั่ว” หวังอี้ป๋อกระซิบชิดริมหูคนพี่ ถือโอกาสสูดดมผิวกายหอมๆ จากครีมอาบน้ำแบบเดียวกับที่เขาใช้ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันหอมได้ขนาดนี้ “ยั่วจนผมแทบคลั่งตายอยู่แล้ว”

“นายใส่ร้ายเกอแล้วหวังเหล่าซือ” เซียวจ้านหัวเราะเบาๆ แม้พวงแก้มจะขึ้นสีแดงจัดเพราะความเขินก็ตาม คำพูดกล่าวหาของคนน้องน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ดวงตาคมกริบที่แสนเร่าร้อนนี่สิ...

 

ไม่เขินก็บ้าแล้วล่ะ

 

“ไม่เลย...ที่ผมพูดไม่ได้สักเสี้ยวที่ผมคิดด้วยซ้ำไป” น้ำเสียงพร่าและปลายลิ้นที่ไล้เลียริมหูขาวทำให้ร่างเซียวจ้านสะท้านขึ้นมา เขาสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะหยุดมือใหญ่ที่สอดไปภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำของเขาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ไว้

 

มือเร็วจริงๆ

แต่ว่าเอาเถอะ...ตามใจหน่อยก็ได้

ก็เล่นมองกันด้วยแววตาอ้อนๆ แบบปนเร่าร้อนแบบนั้น

 

และเซียวจ้านเองก็รู้ดีว่าที่วันนี้มันผ่านไปได้โดยที่ไม่ต้องกังวลแบบนี้เพราะหวังอี้ป๋อเตรียมการเอาไว้ไม่น้อย...ดังนั้นจะให้รางวัล แฟนเด็กของเขาสักหน่อยจะเป็นไรไป

“แล้วป๋อตี้ของเกอคิดอะไรล่ะหืม? ไหนลองบอกเกอมาสิ?” น้ำเสียงของคนพี่นุ่มและพร่าลงไม่น้อย เซียวจ้านก้มหน้าลงไล้ปลายจมูกไปตามขมับและเรื่อยลงมาที่ลำคอของหวังอี้ป๋อ ลมหายใจอุ่นๆ กรุ่นกลิ่นหอมนั่นทำคนน้องเบิกตากว้าง “คิดว่าเกอดูดีมากใช่ไหม? แต่เกอว่าตัวไม่ดูดีเท่านายหรอกนะ”

ปลายนิ้วเรียวของคนพี่ไต่ไล้ไปตามลำคอของคนน้อง มือซุกซนอีกข้างก็สอดไปใต้เสื้อยืดเนื้อดี ผ่านลอนกล้ามเนื้อสวย แตะเพียงแผ่วเบาดุจแมลงปอต้องผิวน้ำแต่กลับก่อสัมผัสวาบหวามให้สะท้านไปทั่วร่างของหวังอี้ป๋อ “ผิวก็นุ่ม ตัวก็หอม แถมมีซิกแพคสวยๆ อีก...ดูดีที่สุดไปเลย” น้ำเสียงชมเหมือนทุกทีที่คนพี่อวย แต่คราวนี้ผสานไปกับรอยยิ้มบางๆ ที่จงใจยิ้มหวานกว่าเดิม และมือเรียวที่ซุกซนไปทั่วร่างกายคนน้อง ทำให้ดวงตาคมกริบโชนแสงเต็มไปด้วยความเร่าร้อน

 

ดวงตาของราชสีห์ที่ลุกโชนขึ้นเพราะแมวในอ้อมแขนกำลังกลายร่างเป็นแมวราชินีจอมยั่ว!

 

สงสัยคราวนี้ถ้าหากไม่สั่งสอนคนช่างยั่วเสียบ้าง หวังอี้ป๋อต้องได้ลำบากใจเพราะที่รักของเขาคนนี้ไปอีกหลายครั้งแน่ๆ!

 

“จ้านเกอ!” สิ้นเสียงเรียกของหวังอี้ป๋อเซียวจ้านที่กำลังยิ้มกว้างก็เบิกตาโต เพราะร่างของเขาถูกคนน้องอุ้มพาดบ่าแล้วก้าวฉับๆ จับเขาโยนลงบนเตียงทันที สงสัยที่คุยโวว่าไปฝึกความแข็งแรงของร่างกายมานี่น่าจะจริง

“อยากถูกผมฟัดจนช้ำจริงๆ ใช่ไหมครับ”

“จะทำกันจนเกอช้ำเชียวหรือป๋อตี้”

“ทำไมชอบเรียกผมว่าน้องนักนะ ผมไม่ได้อยากเป็นน้องจ้านเกอสักหน่อย” หวังอี้ป๋อไม่รอคำตอบเขาเชยคางคนพี่ขึ้นแล้วบดจูบลงไปอย่างร้อนแรง เขาขบกัดและดูดดึงขอบปากเซียวจ้านจนคนพี่รู้สึกแสบ พอเปิดปากให้คนน้องสอดลิ้นเข้ามา ก็ถูกหวังอี้ป๋อตวัดและดูดดึงอย่างร้อนแรง ดวงตาคมปรือมองใบหน้าที่แสนจะดูดีของคนพี่แล้วกดจูบลงไปซ้ำๆ ไม่หยุด มือใหญ่ก็ฟอนเฟ้นไปทั่วร่างของเซียวจ้าน ชุดคลุมอาบน้ำถูกแหวกออกกว้างจนเผยให้เห็นผิวกายละเอียดน่าทำรอย ยิ่งยามนี้ผิวเนื้อนั้นแดงเรื่อขึ้นเพราะฝีมือของเขายิ่งกระตุ้นให้ดวงตาของหวังอี้ป๋อวาบวับมากขึ้น

 

สวยมาก...

จ้านเกอของเขาสวยเหลือเกิน

 

“อี้...ป๋อ” เซียวจ้านเรียกชื่อคนน้องเสียงพร่า ยามที่ริมฝีปากร้อนๆ นั้นไล้ไปตามลำคอของเขา ปลายลิ้นร้อนที่ทำให้ทั่วทั้งร่างสะท้านเฮือกและสั่นไหว หวังอี้ป๋อยังกดจูบเบาๆ ไปตามลำคอของคนพี่ซ้ำๆ ราวกับชอบใจนักหนา

 

ก็เหมือนที่เขาเคยบอกว่าคอของจ้านเกอสวยมาก

น่าทำรอย...น่าฝังคมเขี้ยวลงแรงๆ

 

“อย่าทำรอยนะ...เกอบอกว่าอย่าทำรอย” เมื่อห้ามแล้วหวังอี้ป๋อเหมือนจะไม่ฟัง เพราะริมฝีปากแสนซุกซนนั้นเม้มลำคอของเซียวจ้านแรงๆ แล้วดูดดึงจนเกิดเสียงดัง ทำให้คนพี่ต้องรั้งใบหน้าแสนหล่อเหลานั้นมาบดจูบแรงๆ ลงไปแทน...จูบแสนเร่าร้อนที่เหมียวจ้านเป็นคนเริ่มมีหรือหวังอี้ป๋อจะไม่ให้ความร่วมมือ เขาสอดมือใหญ่ของตัวเองไปใต้แผ่นหลังของคนพี่ ช้อนคนตัวเซียวจ้านขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนบนตักเขาให้รับสัมผัสกันได้มากขึ้น

“ผมใกล้จะคลั่งแล้ว!” หวังอี้ป๋อซุกหน้าลงกับลาดไหล่ของเซียวจ้าน พรมจูบเบาๆ เพราะถ้าเขาเม้มจะสร้างรอยตอนไหน ปลายเล็บคมๆ ที่สอดอยู่ใต้เสื้อก็จะกรีดแผ่นหลังเขาพอให้แสบๆ คันๆ ทันที “พี่ยั่วเกินไป น่ารักเกินไป เซ็กซี่เกินไป”

“เกอก็เหมือนนาย” เซียวจ้านเองก็หอบหายใจหนัก เพราะเขานั่งทับตักคนน้องทำให้รู้ว่าบางคนตื่นตัวเต็มที่เช่นเดียวกับตัวเอง “นายหล่อเกินไป ดูดีเกินไป เซ็กซี่เกินไปด้วย”

“วันนี้พี่ถูกผมขย้ำแน่จ้านเกอ!

“หวังอี้ป๋อ! อีกสามสิบนาทีพาจ้านจ้านเขาลงมาได้แล้ว นี่เป็นคำสั่งของประธานค่ายเขานะ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะไปตามนายด้วยตัวเอง อย่าลืมล่ะว่าฉันมีรหัสห้องพวกนายทุกคน” เสียงจากอินเตอร์คอมในห้องของหวังอี้ป๋อดังขึ้นมา มันเป็นเสียงของหานเกิงที่ทำให้หวังอี้ป๋อสบถลั่นเป็นภาษาจีน ผสมภาษาเกาหลี บวกอังกฤษญี่ปุ่นไปด้วย ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจขั้นสุดเหมือนเด็กน้อยงอแง

เพราะห้องของศิลปินทุกคนในค่ายเป็นห้องเก็บเสียงและมีความเป็นส่วนตัวสูง ดังนั้นทุกห้องจะมีอินเตอร์คอมเอาไว้ข้างในเพื่อให้สามารถสื่อสารและแจ้งข่าวสำคัญต่างๆ ได้สะดวก แต่ว่ามาตอนไหนไม่มา

 

บ้าเอ๊ย!

 

สุดหล่อแซ่หวังเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด และยิ่งหงุดหงิดหน้างอมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของคนพี่ที่ตอนนี้พาตัวเองออกจากตักกว้างไปนั่งพิงพนักเตียงอยู่อย่างสบายอารมณ์ ชุดคลุมอาบน้ำที่ถูกหวังอี้ป๋อถอดไปครึ่งตัวกลับมาเหมือนเดิม คราวนี้ผูกเชือกอย่างมิดชิดกว่าเก่าด้วย

“ว้า...เห็นทีว่านายคงต้องไปอาบน้ำเสียแล้วสิป๋อตี้” น้ำเสียงกลั้นขำและรอยยิ้มที่หยอกเย้าพร้อมกับยักคิ้วจึกๆ ไปให้

“จ้านเกออ่ะ!

“ไปอาบน้ำเร็วๆ เดี๋ยวหานเกิงกับประธานค่ายเขาจะรอ ไม่ดื้อนะ แล้วคราวหลังเกอสัญญาว่าจะไปอาบน้ำให้นาย”

“จ้านเกอ!

 

นี่ยังยั่วกันไม่เลิกอีก!

 

“เอาน่า...ให้นายคิดทบต้นทบดอกก็ได้นะ แต่ไปอาบน้ำได้แล้ว” เซียวจ้านลุกจากเตียงแล้วดึงแขนคนน้องให้ลุกขึ้น ข้อเสนอที่ทำให้เด็กดื้อกลายเป็นเด็กว่าง่ายขึ้นมาครามครัน หวังอี้ป๋อเดินไปหยิบผ้าขนหนูอย่างรวดเร็วแล้วหอมแก้มเซียวจ้านแรงๆ

“เรื่องที่เกี่ยวกับจ้านเกอ  คำพูดของพี่ผมจำไว้หมดนะ”

“อือฮึ” เซียวจ้านยักคิ้วให้ มองตามแผ่นหลังกว้างที่เข้าห้องน้ำไป ก่อนจะก้าวไปหยุดมือของหวังอี้ป๋อที่กำลังจะปิดประตูห้องน้ำไว้ ทำให้คนน้องช้อนตามองอย่างงงๆ

 

น่าเอ็นดู...

 

นั่นเป็นความคิดของเซียวจ้าน ที่จริงเขาก็รู้ตัวแหละว่าค่อนข้างเห่อแฟนอย่างหวังอี้ป๋อไม่น้อย แต่อีกฝ่ายก็ดูดีและน่าเอ็นดูในสายตาของเขาจริงๆ นี่นา

 

“ไม่อยากให้เกอเรียกนายป๋อตี้ หรืออยากให้เรียกนายแด๊ดดี๊กันล่ะ หืม?”

เซียวจ้านปิดประตูห้องน้ำให้หวังอี้ป๋อเรียบร้อย เขาหัวเราะกับดวงตาที่เบิกกว้างของคนน้อง นานๆ ทีจะแหย่พ่อคูลกายเขาให้เสียอาการได้ แล้วเซียวจ้านก็สังเกตเห็นว่าประตูห้องน้ำของหวังอี้ป๋อมันคล้องจากข้างนอกได้ ต่อให้แกล้งไปคนน้องก็ออกมาฟัดเขาไม่ได้หรอก

“จริงๆ เลยนะ” คนใจดีส่ายหน้าเบาๆ พวงแก้มเป็นสีแดงจัด ไม่ให้เขาแกล้งกลับได้ยังไง ก็ทำเขาตื่นตัวและแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อครู่ถ้าไม่มีเสียงอินเตอร์คอม เซียวจ้านเชื่อได้เลยว่าเขาต้องให้ความร่วมมือกับหวังอี้ป๋อแน่ๆ “ป๋อตี้ตัวแสบ”

 

ทำให้เขาเป็นหนักขนาดนี้ คอยดูนะถ้าถ่ายทำอาลิ่งจบจะทำให้คลั่งยิ่งกว่านี้อีก

เตรียมใจเอาไว้เถอะ!

 

.............................

 

“ปิดกล้องได้!!

เสียงตะโกนสุดท้ายของผู้กำกับเฉินดังขึ้นเมื่อได้ภาพและซีนที่ต้องการแล้ว เหล่าทีมงานและนักแสดงต่างส่งเสียงเฮลั่นที่การถ่ายทำซีรีย์ฟอร์มยักษ์ตลอดหลายเดือนจบลงได้ด้วยดี แต่ละคนโผเข้ากอดกันแน่นด้วยความดีใจปนตื้นตัน แต่กับนักแสดงนำหนักของเรื่องอย่างเซียวจ้านนั้นใครจะกอดก็ต้องหันไปมองสีหน้านิ่งๆ ของอีกคนอย่างหวังอี้ป๋อเขาเสียก่อน

“แค่วันนี้วันเดียวนะครับ” หวังอี้ป๋อบอกนิ่งๆ ว่าเขาอนุญาตให้กอดคนพี่ของเขาแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นนะ เพราะทั้งสำหรับเขาและจ้านเกออาลิ่งเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าอีกอย่างหนึ่ง

 

เพราะอาลิ่งที่ทำให้หวังอี้ป๋อกับเซียวจ้านได้ใช้เวลาด้วยกัน

เฝ้ามองตัวตนของกันและกัน

 

จนกระทั่ง...เป็นเจ้าของท่วงทำนองอันแสนไพเราะของจังหวะหัวใจที่เต้นเพื่อกัน

 

“กรี๊ดดดด! ทุกคนคะ มากอดจ้านจ้านกันเร็ว หลานเออร์กงจื่อเขาอนุญาตให้กอดฟูเหรินเขาได้แค่วันนี้ค่า!” เสียงตะโกนลั่นที่ทำให้ทีมงานแต่ละคนรีบวิ่งมากอดเซียวจ้านหมับทันที ส่วนหวังอี้ป๋อก็คิ้วกระตุกนิดๆ คิดว่าทีมงานทุกคนกำลังกวนประสาทเขาอยู่หรือเปล่านะ ดูทำกันสิ

 

คนพวกนี้เป็นแฟนคลับจ้านเกอขั้นสุดจริงๆ

 

“เดี๋ยวๆ เดี๋ยวนะครับ ทุกคนใจเย็นๆ ก่อนครับ” เซียวจ้านปรามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แต่ก็กอดทุกคนแล้วกล่าวขอบคุณที่ช่วยดูแลพวกเขาทุกคน ทำเอาเหล่าทีมงานละลายแล้วละลายอีก ให้สัญญากันเป็นมั่นเหมาะว่าจะวนเวียนอยู่ในกูซูไม่ออกไปไหน

 

หนึ่งยิ้มล่มเมืองจริงๆ!

แต่เสียดายชะมัดมีเจ้าของแล้ว แถมเจ้าของยังหวงมากอีก!

 

“นายไปถ่ายรูปกับคนอื่นๆ ก่อนก็ได้นะอี้ป๋อ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก” เซียวจ้านหันไปบอกคนน้อง เพราะเจ้าตัวยืนหน้ายักษ์ หน้ายุ่งแผ่รังสีเย็นๆ แต่ก็ไม่ห้ามมาให้เขาอยู่ดี เซียวจ้านก็รู้ว่าคนน้องไม่ค่อยชอบแต่ก็เข้าใจเขาด้วย

 

เป็นเด็กดีและน่ารักมากๆ เลยล่ะหวังอี้ป๋อน่ะ

 

“ไปเถอะน่า รับรองว่าจะรังวังเนื้องระวังตัวไม่ให้ใครมาทำอะไรเกินเลย เห็นไห่ควานมาเรียกนายแล้วนะ เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันก็จะไปถ่ายรูปกับเฉิงเฉิงแล้วก็ซื่อเจี่ยเหมือนกัน”

“พี่สัญญาแล้วนะครับ” หวังอี้ป๋อจับมือเซียวจ้านไว้ เกี่ยวนิ้วก้อยกันเบาๆ ก่อนจะยกยิ้มแบบตัวร้ายที่เซียวจ้านหมั่นไส้ “ไม่อย่างนั้นผมจะจูบพี่แรงๆ เป็นของขวัญการปิดกล้องแน่ๆ”

“เหล่าหวัง!” เซียวจ้านเอื้อมมือไปฟาดไหล่คนน้อง ส่วนหวังอี้ป๋อก็หัวเราะที่แหย่แมวเหมียวจ้านได้ เขายักไหล่แล้วเดินไปฝากฝังจ้านเกอของตัวเองกับศิษย์พี่คนงามแห่งบ้านท่าเรือ อีกฝ่ายอมยิ้มหวานพยักหน้าหงึกๆ สัญญาว่าจะดูแลจ้านจ้านให้ดีริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม

เซียวจ้านมองตามแผ่นหลังกว้างของคนน้องไปแล้วส่ายหน้าเบาๆ ยกมือขึ้นแตะลำคอที่ทำให้เขาอับอายก่อนออกมาจากค่ายเยฮวา

ที่ค่ายเยฮวาทุกคนจัดงานเลี้ยงตอนรับเขา แต่เซียวจ้านไม่รู้ว่าลำคอของเขาถูกเจ้าคนน้องทิ้งรอยแดงๆ เด่นชัดเอาไว้ พอออกมาร่วมงานก็เป็นเป้าสายตาทันที แม้ทุกคนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็มองยิ้มๆ จนคนที่มักควบคุมอารมณ์และตัวเองได้ดีเสมออย่างเซียวจ้านเขินหน้าแดงไปทั้งงาน แถมก่อนออกมาประธานค่ายของหวังอี้ป๋อยังรับปากเป็นมั่นเหมาะว่า

 

ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะจ้านจ้าน เรามีช่างเมคอัพที่สามารถปกปิดรอยพวกนี้ได้อย่างเนียนกริบ แล้วก็ต้องขอโทษแทนอี้ป๋อด้วยนะที่รังแกเธอ

 

เซียวจ้านทำได้แค่ยิ้ม...ยิ้มด้วยใบหน้าแดงจัด ท่ามกลางสายตาสนใจ อยากรู้อยากเห็นของชาวเยฮวาและสายตาพราวระยับอย่างถูกอกถูกใจของหวังอี้ป๋อ

 

เหล่าหวังตัวแสบ! คงรู้อยู่แล้วล่ะสิ!

เอาคืนที่เซียวจ้านแกล้งไปแน่ๆ เลย!

 

“จ้านจ้านจ๊ะ เดี๋ยวเราไปถ่ายภาพรวมกลุ่มกันบนหลังคานะ” ศิษย์พี่คนงามบ้านท่าเรือที่สวมชุดจีนสีม่วงเดินมาบอกยิ้มๆ เซียวจ้านหอบช่อดอกไม้ไว้เต็มมือรีบยื่นให้ทีมงานที่มาช่วยถือ จากนั้นก็เดินไปด้วยกันพร้อมกับเซวียนลูและวังจั๋วเฉิง

“มาๆ ขึ้นไปๆ เดี๋ยวพวกเราจะใช้โดรนเก็บภาพกัน”

เซียวจ้านช่วยพยุงเซียนลูขึ้นไปก่อน พี่สาวคนงามมีเฉาอวี้เฉินคอยรับอยู่ด้านบน ส่วนวังจั๋วเฉิงนั้นยิ่งต้องระวัง เพราะเจ้าตัวชอบสะดุดได้ทุกอย่าง ดีที่มีหลิวไห่ควานช่วยดึงไว้ พี่ใหญ่สกุลหลานยิ้มให้เซียวจ้าน

“เอาน้องชายผมไปเลยครับอาจ้าน ถ่ายรูปหน้านิ่งๆ แบบนี้หมดอารมณ์จะถ่ายด้วยแล้ว”

หวังอี้ป๋อถูกหลิวไห่ควานผลักให้ไหล่เบาๆ ให้เซียวจ้าน พอเจอหน้าคนพี่เท่านั้นแหละเหลือมาดพ่อคนหน้านิ่งเขาเสียที่ไหน มีแต่สิงโตตัวโตที่อ้อนเจ้าของคนเดียว

หวังอี้ป๋อขึ้นไปข้างบนก่อน จากนั้นก็ช่วงพยุงเซียวจ้านขึ้น เพราะชุดที่ใส่มันรุ่มร่ามไม่น้อย เขาไม่อยากให้จ้านเกอของตัวเองตกลงไปด้านล่างหรอก ถึงจะมีทีมงานคอยรักษาความปลอดภัยอยู่รอบๆ ก็ตาม

“ขอบใจนะอี้ป๋อ” คนพี่ส่งยิ้มหวานให้ นั่นทำให้หวังอี้ป๋อรู้สึกหัวใจสั่นไหวอีกรอบ

 

ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มหวานนี่มอบให้

ก็ทำจังหวะของหัวใจไม่เหมือนเดิมเลยทุกครั้ง

และเขาเองก็รู้สึกเหมือนที่ทีมงานบอก...รอยยิ้มของจ้านเกอนี่มันหนึ่งยิ้มครองเมืองจริงๆ

 

แต่ว่าต้องเสียใจกับทุกคนด้วย...รอยยิ้มนี้เป็นของเขา

เป็นของหวังอี้ป๋อ

 

“มาครับ” หวังอี้ป๋อจูงมือคนพี่ไปนั่งที่ที่ทีมงานจัดไว้ให้ พอนักแสดงทุกคนพร้อมเพรียง พวกเขาก็ฉีกยิ้มกว้าง ชูกำปั้นขึ้นฟ้า เก็บภาพแห่งความทรงจำไว้ จากนั้นก็ลงมาถ่ายภาพรวมทั้งกองที่ด้านล่าง โดยรวมทีมงานและนักแสดงทุกคน เมื่อทุกคนได้ตำแหน่งกันเรียบร้อยแต่ละคนก็ชูกำปั้นขึ้นฟ้า กล่าวพร้อมเพรียงกัน

“อาลิ่งสู้ๆ!!

พวกเขาขอให้ซีรีย์เรื่องนี้โด่งดัง และสร้างความสุขให้คนดู อย่างเช่นที่พวกเขานักแสดงและทีมงานทุกคนมีความสุขที่ได้ใช้เวลาตลอดหลายเดือนในช่วงฤดูร้อนตั้งใจและถ่ายทำซีรีย์เรื่องนี้ออกมา

 

หวังว่าอาลิ่งจะสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับทุกคน

เพราะ เฉินฉิงลิ่ง ก็เป็นความทรงจำที่ล้ำค่าและงดงามสำหรับพวกเขาเช่นกัน

เป็นสมบัติอันแสนสำคัญ...ในฤดูร้อนที่แสนงดงาม

 

หวังอี้ป๋อเอื้อมมือไปกุมมือของเซียวจ้านไว้แน่น ดวงตาสองคู่สบกันอย่างเชื่องช้า จากนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมๆ กัน

 

หัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

เป็นท่วงทำนองที่อ่อนหวานและไพเราะที่สุด

จังหวะของ รัก

 

ขอบคุณเฉินฉิงลิ่งที่ทำให้ได้รู้จักหลานวั่งจีกับเว่ยอู๋เซี่ยน ได้ถ่ายทอดพวกเขาออกมาให้ทุกคนได้เห็น และขอบคุณ เฉินฉิงลิ่ง ที่ทำให้เซียวจ้านกับหวังอี้ป๋อมีวันนี้

 

มีคนที่รักที่สุดของใจ

มีเจ้าของหัวใจที่ทำให้ทุกการสั่นไหวนั้น...ไพเราะยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

 

.....................

 

ตกกลางคืนหลังเลิกกอง ปิดกล้องเรียบร้อย กองถ่ายเฉินฉิงลิ่งก็มีงานเลี้ยงฉลองที่แสนยิ่งใหญ่ แค่แปลกตากว่างานเลี้ยงปิดกล้องเรื่องอื่นทั่วไปเพราะนักแสดงทุกคนต่างอยู่ในชุดของสกุลตนเองในเรื่อง ส่วนทีมงานใครรักชอบสกุลไหนก็เลือกใส่สกุลนั้นได้เลย

นอกจากอาหารการกินจะหรูหราสมฐานะท่านเซียนตู ท่านประมุขสกุลทั้งหลายแล้ว ยังมีพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมด้วย และทุกคนเองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์ใดๆ เพราะเป็นงานเลี้ยงภายในที่ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปเก็บภาพ

“เอ้าดื่มๆ”

“ดื่มอีกๆ!

“พอแล้วครับ อย่าให้จ้านเกอเขาดื่มอีกเลย ผมดื่มแทนเอง” หวังอี้ป๋อคว้าแก้วเหล้าในมือของเซียวจ้านมาดื่มอึกๆ จากนั้นก็คว่ำแก้วให้เห็นว่าดื่มหมดแล้ว ทำเอาทีมงานโห่แซวกันเป็นแถว

“แหมๆ ในซีรีย์ล่ะจอกเดียวเมา นี่ดื่มแทนพี่เขาไปเท่าไหร่แล้วน่ะ?”

“แล้วดูจ้านจ้านเขาสิ อี๋เหลิงเหล่าจูคอแข็งส่วนจ้านจ้านก็คออ่อนจอกเดียวแก้วแดงไปหมดแล้ว”

“เป็นความแตกต่างที่ลงตัวมากเลยค่ะ กรี๊ดดดด!

“จ้านเกอ ไม่ดื่มแล้วครับ...เอามานี่เร็ว” หวังอี้ป๋อถอนหายใจใส่ทีมงานและพี่ๆ นักแสดงหลายคนที่แซวเขากับเซียวจ้านก่อนจะรีบคว้าแก้วเหล้าที่ใครไม่รู้ส่งให้เซียวจ้าน คนเมาก็ใสซื่อยิ้มรับมาถือไว้แล้วทำท่าจะดื่ม ทำให้หวังอี้ป๋อรีบห้ามแทไม่ทัน

“อือ...ก็มัน หวานๆ” คนเมาส่งเสียงอืออายานคาง ดวงตาคู่สวยฉ่ำวาว พวงแก้มก็ขึ้นสีแดงจัดอย่างน่ามอง ทำให้หวังอี้ป๋อยิ่มไม่ชอบใจ

 

เขารู้ว่าจ้านเกอเวลาเมาแล้วน่ารักมาก ขี้อ้อนมาก

แต่หวังอี้ป๋อหวง ไม่อยากให้ใครมาเห็นภาพแบบนี้นอกจากตัวเองเลย!

 

“ไม่ดื่มแล้วนะครับ”

“ดื่มนะ ให้เกอดื่ม...หวานๆ หวานเหมือนจูบของอี้ป๋อ” คนเมาพูดเบาๆ แต่ทำให้ทีมงานที่นิ่งเงียบ บางคนถึงขั้นไปหรี่เสียงเพลงลงเพื่อจะฟังบทสนทนาของทั้งคู่ชัดๆ ถึงกับหูผึ่งกระดิกยิกๆ กันเป็นแถว

 

จูบกันแล้วด้วย!

หวังกงจื่อนี่เหมือนหลานวั่งจีจริงๆ

ร้ายลึกแล้วก็คลั่งในรัก

 

“จ้านเกอ!

“ดุเกอทำไมอ่ะอี้ป๋อ” คนพี่แบะปาก ตาฉ่ำวาวเหมือนจะร้องไห้ ท่าทางน่ารักที่ทำให้แทบจะทุกคนในกองถ่ายละลายกันไปหมด

 

ให้ตายเถอะ! เมาแล้วน่ารักน่ากอด น่าขย้ำๆ ฟัดๆ มากๆ เลยอ่ะเซียวจ้าน!

มันนุ่มๆ ฟูๆ เหมือนแมวสุดๆ ไปเลย!

 

“ใจร้าย ดุเกอ”

“น่ารักจังเลย!

“โอ๊ย! ไม่ไหวแล้วจะละลาย!

“ทุกคนห้ามดูนะครับ! จ้านเกอ...ไม่ได้ดุพี่นะ ผมดุคนอื่นต่างหาก” สุดหล่อแซ่หวังรีบแก้ตัวทันทีเมื่อคนพี่ของเขาแบะปากมากขึ้นกว่าเดิม หวังอี้ป๋อจัดการถอดเสื้อคลุมของหลานวั่งจีออกแล้วคลุมทั้งตัวเซียวจ้าน จากนั้นก็โอบคนพี่มาในอ้อมแขนบดบังจากสายตาของทุกคน “ผมพาจ้านเกอกลับก่อนได้ไหมครับ?” หวังอี้ป๋อหันไปขอผู้กำกับเฉินและผู้กำกับคนอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนก็พยักหน้ายิ้มๆ ชูจอกเหล้าให้คล้ายผู้ใหญ่อวยพรบ่าวสาวก่อนส่งตัวเข้าหออย่างไรอย่างนั้น

หวังอี้ป๋อค้อมศีรษะขอบคุณ จากนั้นก็ช้อนตัวคนพี่ขึ้นอุ้มอย่างถนอม แม้จ้านเกอจะสูงกว่าและน้ำหนักก็เท่าๆ กัน แต่อีกฝ่ายน่ะผอมมาก อีกอย่างหวังอี้ป๋อเป็นคนแข็งแรง แล้วก็ก็ฝึกความแข็งแรงของร่างกายทุกวัน ดังนั้นจงอุ้มคนพี่ขึ้นได้ไม่ยาก ถึงจะหนักนิดหน่อยแต่ก็ทนได้เพราะร่างคนเมาน่ะเอาหัวมาซุกซอกคอเขาแล้วพึมพำเรียกชื่อเขาไม่หยุดหย่อน

ดีที่ทางกองถ่ายคงคิดแล้วว่ามีงานเลี้ยงต้องมีเหตุการณ์แบบนี้จึงได้จองบ้านพักเอาไว้เพื่อนักแสดงทุกคน หวังอี้ป๋อกดรหัสห้องของเขากับเซียวจ้านจากนั้นก็พาคนพี่เข้าไปด้านใน

“อื้อ...หนักไหม เกอหนักหรือเปล่า?” พอถูกวางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยนคนพี่ก็ช้อนตาขึ้นอ้อน ดูรู้สึกผิดที่ทำให้คนน้องต้องอุ้มตัวเองมา ที่จริงเซียวจ้านมีสติขึ้นบ้างแล้วเพราะเขาดื่มไปไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ยังมึนๆ อยู่นิดหน่อย

และฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างก็ทำให้เซียวเหล่าซือรู้สึกใจกล้ามากขึ้น มือเรียวเอื้อมไปแตะแก้มคนน้องเบาๆ แล้วยิ้มหวานให้ “ขอบใจนะอี้ป๋อของเกอ”

“นี่ยั่วกันหรือครับ” หวังอี้ป๋อก้มหน้าลงไปใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์ เขายิ้มอ่อนโยนยามที่คนพี่ส่ายหน้าเบาๆ จนเส้นผมกระจาย

“ไม่ยั่ว...เกอไม่ยั่วอี้ป๋อนะ”

“แต่พี่น่ารักมาก”

“งื่อ...น่ารักกับอี้ป๋อคนเดียว” เซียวจ้านยื่นมือไปโอบไหล่คนน้องไว้เบาๆ ยิ้มตาหยี “ชอบเกอไหม...”

“ชอบสิครับ ชอบมาก” หวังอี้ป๋อกระซิบข้างหูเซียวจ้านเหมือนคนละเมอ เขากึ่งนั่งกึ่งนอนคร่อมบนตัวเซียวจ้าน ดวงตาคมฉายชัดถึงความหลงใหลและรักใคร่อย่างที่สุด “ชอบ...ไม่สิ รักพี่คนเดียวด้วยครับจ้านจ้าน”

หวังอี้ป๋อฟังคนอื่นเรียกจ้านเกอของเขาว่าจ้านจ้านมาก็เยอะ รู้สึกอยากเรียกด้วยปากตัวเองสักครั้ง

“เรียกจ้านจ้านเหรอ?” เซียวจ้านย่นจมูกอย่างน่ารักใส่คนน้อง ทำให้หวังอี้ป๋ออดไม่ได้ที่จะกัดจมูกคนพี่เบาๆ อย่างหยอกเหย้า

“เรียกไม่ได้หรือครับจ้านจ้านของผม”

“ได้สิ...สำหรับอี้ป๋อเกอได้หมด” เซียวจ้านยิ้มหวานอย่างว่าง่าย ทำให้หวังอี้ป๋อหัวใจสั่นไหวหนักกว่าเดิม มองคนช่างยั่วแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วยดวงตาวาววับ

 

ราวกับราชสีห์ที่รอขย้ำแมว

.

.

.................

CUT

.................

.

.

 

แล้วหวังอี้ป๋อก็อยู่ทวงสัญญาจากคนพี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุด เขากักขังเซียวจ้านไว้ในอ้อมแขนและด้วยตัวตนของเขาและด้วยจังหวะหัวใจที่เป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์...


.....................


NC เจอกันใน ReadAwrite นะคะ ตอนที่ 13 สามารถพิมพ์คำว่า #ทำนองอี้จ้าน ในช่องค้นหาได้เลยค่า 

#ทำนองอี้จ้าน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #49 zezeuiaz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:52
    ทางนู้นห้าสิบ ทางนี้สิบสาม ตามไปอ่านก็ได้ อย่าลืมย้ายมาลงทางนี้บ้างนะ ที่นี่นะประจำ ทางนู้นนะจร
    #49
    0
  2. #45 benz0840996747 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:28
    หาไม่เจอคะ
    #45
    0
  3. #43 ลพเก้า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:20
    หวานจนเขินเลย จ้านจ้านเมาน่ารักมาก >//<
    #43
    0