‎Olympus Tale พลิกตำนานปกรณัม : ซุส 3P (Yaoi, BL)

ตอนที่ 9 : กัดเซาะความเชื่อใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

VII.


ห้วงอากาศสีดำสนิทนั้นแผ่ปกคลุมไปทั่ว ร่างในอาภรณ์สีขาวสะอาดเดินวนเวียนไปท่ามกลางความมืดมิดนั้นอย่างสงสัย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นคล้ายครุ่นคิดว่าเหตุใดตนถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ได้ เขาเพิ่งจะสะสางงานแทนท่านโครนอสเสร็จก็กลับมาพักผ่อนที่ห้องตัวเอง

 

หรือว่า...นี่จะเป็นห้วงฝัน?

 

ซุสขมวดคิ้วเข้าหากันกว่าเดิม เทพจะฝันน้อยนัก ถ้าไม่ใช่พวกเทพพยากรณ์อะไรเหล่านี้จะไม่ค่อยฝัน เพราะห้วงฝันของเทพจะค่อนข้างเป็นลางสังหรณ์ที่แม่นยำ

เขาเดินไปเรื่อยๆ ก็พบเพียงความมืดมิดสีดำสนิท แต่ยิ่งเดินไกลขึ้นเขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น แรงกดดันประหลาดบางอย่างกรีดผ่านเสื้อผ้า อากาศส่งเสียงหวีดหวิดน่าขนลุก!

 

อำนาจที่ชวนครั่นคร้ามสะกดลมหายใจกันเช่นนี้

ชวนให้นึกถึง...ท่านโครนอส

 

แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะถ้าเป็นท่านโครนอสจะสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยน ไม่เหมือนตอนนี้ที่มีแต่ความกดดัน เย็นชา และความโหดเหี้ยมอำมหิต...

“ใคร!” ซุสตวาดเสียงดัง แม้จะเป็นน้องน้อยที่เหล่าพี่ชายพี่สาวต่างถนอมดูแล แต่เขาก็เป็นว่าที่ราชาเทพ พลังอำนาจล้วนเต็มเปี่ยมและได้รับการสอนสั่งจากเทพที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกอย่างโครนอส กับเทพบรรพกาลเช่นนิกซ์

 

เพียงคำเดียวก็ทำให้ห้วงอากาศสีดำสนิทนั้นส่งเสียงครืดคล้ายจะปริแตก!

 

“หึๆ ทรงพลังเสียจริงๆ” น้ำเสียงคุ้นเคยที่เคยได้ยินมาก่อนทำให้ซุสเม้มปากแน่น...เสียงนี้คือเสียงเดียวที่ทำให้เขาใช้สายฟ้าฟาดใส่ตนเองเมื่อหลายปีก่อน...น้ำเสียงกระซิบที่เชิญชวนและกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก “เด็กน้อย...ผืนฟ้าของเจ้านั้นแข็งแกร่งนัก”

 

ผืนฟ้า...พลังแห่งท้องฟ้างั้นหรือ?

 

ดวงตาสีฟ้าครามเพ่งมองในความมืดมิด ก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อเห็นเงาดำขนาดใหญ่วูบเบื้องหน้า เขาชักเท้าก้าวถอยหลัง แต่ไม่อาจขยับได้...ร่างกายกำลังถูกตรึงไว้ด้วยพลังที่เหนือกว่า!

 

รวมทั้งพลังในร่างบางส่วนเองก็ราวกับจะไหลเวียนไปหาเงาดำนั่น...

ผู้ที่ใช้พลังแห่งผืนฟ้าอีกคน....

อดีตเทพผู้ปกครองนภา...อูรานอส!

 

“อูรานอส!...ท่านต้องการอะไร!

“ฉลาดไม่น้อยจริงๆ ว่าที่ราชาเทพน้อย...แต่ฉลาดแล้วอย่างไรเล่า มีคนที่เพียบพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก จริงหรือไม่?” น้ำเสียงนั้นราวกระซิบข้างหู ทิ่มแทงจิตใจจนซุสกัดปากตัวเองแน่น “งดงามกว่า เพียบพร้อมกว่า ทรงพลังอำนาจกว่า...และเหมาะสมกับโครนอสยิ่งกว่าเจ้า”

“หุบปาก!” ซุสฟาดสายฟ้าใส่ตนเองอย่างแรง แม้จะเป็นในห้วงฝันก็ตาม มุมปากบางมีเลือดไหลรินมาแต่เขาไม่ได้สนใจ ในเมื่ออูรานอสกล้าสะกิดความรู้สึกที่เขากดลึกไปในใจขึ้นมาอีกครั้ง ซุสก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกัน

“หึๆ...ดูสิซุส เจ้าโมโห ฮะๆๆๆ” เสียงของอูรานอสหัวเราะลั่น “โมโหในสิ่งที่เป็นเรื่องจริง!

“ข้าบอกให้ท่านเงียบ!” สายฟ้าเส้นเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวของซุส มือขาวเรียวเพียงดีดนิ้วหนึ่งครั้งก็ทำให้ห้วงอากาศสั่นไหวไม่หยุด “อยากพูดอะไรก็พูดไป..แต่ข้าจะไม่ฟัง อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าท่านต้องการหลอกล่อข้า อยากได้พลังของข้า...ถ้าเป็นท่านในยามที่สมบูรณ์พร้อมข้าคงไม่อาจสู้ได้เพียงเสี้ยว แต่ตอนนี้...หุบปากเสีย!” สายฟ้าเหล่านั้นฟาดลงมาบริเวณโดยรอบพร้อมกัน การทำลายเป็นวงกว้างที่ซุสไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อเขาหาร่างเงาของอูรานอสไม่ได้ จับสัมผัสลมหายใจไม่ได้ ดังนั้นก็ทำลายมันเลยแล้วกัน

 

เรื่องอาละวาดทำลายข้าวของซุสไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว!

 

“พูดจาอะไรก็ให้น่าฟังเสียบ้าง” ซุสใช้มือปัดอาภรณ์ของตัวเอง เสียงของอูรานอสเงียบไปแล้วค่อยดีขึ้นหน่อย เขาได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังเจ็บปวดทรมานดังแผ่วๆ

“เจ้า...หึ ข้าจะรอดู...รอดูวันที่ทั้งโครนอสและพี่ชายของเจ้าทรยศเจ้าซุส...”

“มีชีวิตให้ถึงตอนนั้นเถิด!” ซุสตวัดมือวาดวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นก่อนจะผลักออกไปด้านหน้า หนึ่งในเวทโบราณที่นิกซ์สอนให้เขาใช้ แม้ไม่อาจทำให้บาดเจ็บสาหัสได้ แต่ก็สามารถทำร้ายจิตวิญญาณให้เจ็บปวดไม่น้อย โดยใช้พลังของท้องฟ้าที่ซุสมีเป็นสื่อกลาง! แม้การกระทำอย่างนี้จะทำให้เขาเจ็บตัวไม่น้อยก็เถอะ แต่ถ้าเอาคืนอูรานอสได้สักนิดก็ยังดี

“อึก!” ซุสกระอักเลือดออกมา แต่เขาใช้หลังมือปาดออกอย่างไม่สนใจ ขมวดคิ้วเข้าหากันนิดๆ...มันควรต้องเจ็บกว่านี้สิ? อย่างน้อยก็ควรสะเทือนทั้งร่างกาย ไม่แช่แค่กระอักเลือด ซุสพบว่ารางกายของเขานั้นไม่ได้เจ็บปวดอะไร ซ้ำยังรู้สึกราวกับบาดแผลค่อยๆ สมานตัวกันอย่างช้าๆ ความรู้สึกอึดอัดไม่น่าอภิรมย์เมื่อครู่จางหายไปแล้ว ความอบอุ่นแล่นปราดไปทั่วร่าง พร้อมพลังบางอย่างที่ดึงเขากลับสู่ห้วงความเป็นจริง

 

เฮือก!

 

ซุสลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หอบหายใจถี่ มือขาวเรียวโบกเพียงครั้งเดียวทั้งห้องก็สว่างไสวขึ้น เขาลุกไปรินน้ำชาให้ตัวเองแล้วจิบมันช้าๆ ทอดสายตาไปมองผืนฟ้านอกห้องนอนพร้อมรอยยิ้มจางบนใบหน้า

 

อาจเพราะนึกขึ้นได้กระมังว่าที่ตนไม่ได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บนั้นเป็นเพราะได้รับการร่ายมนตราปกป้องคุ้มครองจากเทพผู้ทรงอำนาจทั้งสองคนด้วยกัน

ทั้งนิกซ์และท่านโครนอส

 

เส้นผมสีทองที่ไม่ได้มัดรวบไว้ของซุสปลิวไปตามลม ในความฝันเมื่อครู่นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ อูรานอสที่ท่านโครนอสเคยกำจัดไปแล้วนั้นกลับมาอีกครั้ง...นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ เห็นทีพรุ่งนี้เขาคงต้องปรึกษาท่านโครนอส

 

ไม่สิ...ท่านโครนอสไม่อยู่มาหลายวันแล้ว ไม่เห็นหน้ามาเกือบจะสองอาทิตย์ได้กระมัง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปไหน แต่คาดว่าคงติดธุระสำคัญเป็นแน่ นิกซ์เองก็ไม่อยู่ให้เขาปรึกษา

หรือจะไปหาท่านพี่ทั้งสองดี?

 

ซุสครุ่นคิด จากนั้นก็เดินกลับมาเข้ามาบนเตียงนอน นับเวลาดูแล้วเขาน่าจะยังนอนได้อีกหลายชั่วโมงอยู่ แม้เทพไม่ต้องดื่มกินหรือพักผ่อนติดกันเป็นเวลานานได้ แต่เพราะภาระหน้าที่ที่ค่อนข้างจะยุ่งมากเกินไป ซุสเลยพยายามเจียดเวลามาพักผ่อนให้เพียงพอให้มากที่สุด

 

เขาไม่อยากอ่อนแอ และไม่อยากเป็นเด็กในสายตาคนอื่น

อีกอย่างก็มั่นใจได้ว่า...ตนคงจะไม่ฝันร้ายอีกแล้วตลอดคืน

 

ดังนั้นซุสเลยก้าวขึ้นเตียงแล้วหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มบางที่มุมปาก ใช้เวลาไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราอันสงบเงียบ

 

.................

 

เพล้ง!

เพล้ง!

เสียงเครื่องแก้วแตะกระจายดังลั่นในห้องกว้าง มือใหญ่กวาดชุดชาบนโต๊ะลงไปอีกรอบ ร่างสูงนั้นหอบหายใจถี่ระรัว ใบหน้าซีดเผือด ข้างเท้าเขาคือกองเลือดสีเข้มน่าขนลุก

 

แต่นั่นไม่เท่าความเจ็บปวดที่เล่นงานจิตวิญญาณโดยตรง

แสบนักนะ! แสบเหลือเกินเจ้าว่าที่ราชาเทพ!

 

เขาใช้ห้วงฝันเพื่อกระตุ้นให้ซุสหวาดระแวง ปล่อยข่าวลือเรื่องของฮาเดส เดิมทีซุสก็เริ่มเอนเอียงและเพาะพันธ์ความเจ็บปวด ความน้อยใจ ความอิจฉาไว้ในใจอยู่แล้ว ใช้โอกาสที่โครนอสไม่อยู่เติมเชื้อไฟ แต่ไม่รู้เพราะอันใดจิตใจของซุสจึงได้กลับมาเข้มแข็งอย่างเดิม แม้จะหวั่นไหวบ้าง...แต่ก็ไม่เปราะร้าวชักจูงง่ายเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

 

คงเกิดอะไรขึ้นสักอย่างเป็นแน่

 

“แฮ่กๆ...แฮ่ก” เขาหอบหายใจถี่รัว ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างราวถูกพลังงานอันมหาศาลกรีดแทง ทำให้อยากร้องตะโกน แต่กลับกล้ำกลืนฝืนมันไว้ ดวงตาโชนแสงกล้า

 

หึ...ข้าจะรอดู

รอดูสิว่าความรู้สึกเชื่อใจนี้ของเจ้ามันจะไปได้นานสักแค่ไหนกันซุส

 

เจ้าช่างไร้เดียงสาและไม่รู้อะไรเอาเสียเลย...โครนอสที่หายไปกำลังตามล่าข้า จับสัมผัสลมหายใจของข้า...โดยใช้พี่ชายคนงามคนนั้นของเจ้าอย่างไรล่ะ ฮะๆๆ

 

แล้วสิ่งที่ก่อให้เกิดความหวั่นไหวได้ง่ายที่สุดในโลกนี้ก็คือ...ความใกล้ชิด

 

ต่อให้ไม่ได้คิดอะไรต่อกันแล้วอย่างไรล่ะ ในสายตาคนอื่นมันก็ไม่ใช่อยู่ดี...ความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมเกิดขึ้นซ้ำๆ ได้ เรื่อยๆ

 

ข้าจะรอดูเจ้าที่ใจสลาย

แล้วจะปลอบใจเจ้าอย่างดี...

 

ใบหน้าหล่อเหลาชื้นเหงื่อนั่นแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ตวัดปลายลิ้นไล้เลียมุมปากของตัวเองอย่างเชื่องช้า พร้อมหัวเราะในลำคอเบาๆ

 

ตอบแทนเรื่องราวครั้งนี้อย่างสาสมเชียวล่ะ!

ซุส!

 

.....................

 

หลังจากจัดการงานเอกสารช่วงเช้าเสร็จเรียบร้อย และฝากท่านโอเชียนนัสแจกแจงงานต่อให้ทุกคนแล้วซุสก็มาเยี่ยมเรียที่ห้องของนาง แต่อีกฝ่ายกลับให้คนมาบอกว่าเรียชวนเฮร่า และท่านฮิมเมลไปดื่มชาแถวสวนดอกไม้ ซุสเลยเดินไปหาพวกเขาแทน เขาเองก็อยากเจอท่านฮิมเมลเหมือนกัน

 

อาจเพราะอีกฝ่ายเป็นส่วนผสมที่ราวกับเอาท่านโครนอสและนิกซ์มารวมกัน

ไม่เย็นชาจนเกินไป ไม่ร่าเริงหรือชอบเย้าแหย่เกินควร

 

และ...

ทุกครั้งที่ซุสต้องการใครสักคน...อีกฝ่ายจะมาอยู่เป็นเพื่อนกันเสมอ

 

รวมถึงความรู้สึกแปลประหลาดบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน มันเป็นสิ่งที่อธิบายได้ยาก แต่รู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองมีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน

ซุสเดินไปในสวน เขาเห็นทั้งสามกำลังนั่งดื่มชาและพูดคุยกันเบาๆ ฮิมเมลเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นซุส ซุสยิ้มก่อนจะทำความเคารพเรีย จากนั้นก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างอีกตัว

“เจ้ามาแล้วหรือซุส” เฮร่ายิ้มหวานก่อนจะเกาะแขนซุสอย่างสนิทสนม พลางช่วยรินชาให้ซุสดื่มด้วย “ยากนักที่จะเห็นเจ้าว่างเช่นนี้”

“ทำให้เจ้าเหงาแล้วเฮร่า” ซุสกล่าวเบาๆ เฮร่านางไม่ค่อยสนิทกับพี่สาวอีกสองคน และมักมาอยู่กับท่านเรียเสมอ บางทีนางก็น่าสงสาร แม้นางจะเอาแต่ใจและโมโหร้าย รวมถึงชอบทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของซุสก็เถอะ

“เฮร่าบ่นกับข้าอยู่เสมอ” เรียเอ่ยปาก “เจ้าต้องหมั่นมาหานางบ่อยๆ ล่ะซุส”

“ขอรับท่านเรีย” ซุสเพียงแค่รับปาก เพราะเขาไม่แน่ใจว่าตนเองจะว่างหรือเปล่า ช่วงนี้ท่านโครนอสค่อยๆ ถ่ายงานของราชาเทพมาให้เขาเรียนรู้ และบางอย่างที่ตัดสินใจได้ก็ยกให้เขาทำแทนแล้ว “ว่าแต่ท่านไม่สบายหรือท่านฮิมเมล ท่านดูซีดเซียวไม่น้อยเลย” ซุสถามอย่างเป็นห่วง ฮิมเมลเลิกคิ้ว หัวเราะในลำคอหนึ่งเสียงก่อนจะคลี่ยิ้มบางที่อ่านไม่ออก

“อืม...ถูกเด็กดื้อเกรี้ยวกราดใส่เอาน่ะ”

“หืม”

“เป็นเด็กที่มีเขี้ยวเล็บมากกว่าที่คิดไว้ ข้าเลยลำบากไม่น้อยทีเดียว” ดวงตาคมมองซุสก่อนจะยิ้มแบบมีเสน่ห์หล่อเหลาให้ “แต่ก็นับว่าดีเช่นกันข้ารู้จักเขามากขึ้น”

“เอ่อ...ท่านให้ข้าตามหมอมาดูแลให้ไหม?” พอพิจมองแล้วลมหายใจอีกฝ่ายดูจะแผ่วจางลงไม่น้อย ราวกับได้รับความบาดเจ็บจากจิตวิญญาณ

“ไม่เป็นไร...ประเดี๋ยวก็หายแล้ว” ฮิมเมลยิ้มอย่างอ่อนโยน มองซุสด้วยแววตาอบอุ่น “เจ้าอยากจะช่วยข้าหรือซุส?”

ซุสมองฮิมเมลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “อืม...อะไรที่ข้าช่วยได้ ข้าก็อยากช่วยท่าน”

ฮิมเมลกระตุกยิ้มเบาๆ ดวงตาคมคู่สวยนั้นวาววับอย่างน่ามอง “งั้นหรือ...เช่นนั้นเราไปเดินเล่นกันหน่อยดีหรือไม่ซุส ข้าเองก็มีคำขอบางอย่างอยากรบกวนเจ้าด้วยเช่นกัน” ฮิมเมลเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟัง น้ำเสียงของอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้เสมอ ราวกับแทรกสอดไปในจิตใจชวนให้เคลิบเคลิ้มและทำตามที่อีกฝ่ายพูด

“ได้สิ”

“ท่านฮิมเมล อย่าลืมพาซุสกลับมานะ ข้ายังอยากคุยเรื่องสำคัญกับซุสอยู่” เรียยิ้มบาง พลางมองเฮร่าที่ทำหน้าเขินอาย ทำให้ซุสขมวดคิ้วนิดหน่อย ส่วนฮิมเมลหัวเราะเบา ยื่นมือไปให้ซุส เมื่อมือเรียววางลงบนมือของเขาก็ดึงเบาๆ แล้วพาซุสเดินออกไปจากตรงนี้

เรียกระตุกยิ้มมุมปาก “เรื่องข่าวลือที่เงียบไปแล้วนั้น...”

“วันก่อนข้าไปงานเลี้ยงน้ำชาของเทพีนางหนึ่ง แสร้งพูดเรื่องของฮาเดสไป ไม่นานข่าวลืมก็คงลุกลามขึ้นมาอีกรอบแน่เจ้าค่ะ”

“หึ...ดีมากเฮร่า”

คนเราต่อให้เชื่อใจมากเท่าไหร่ แต่ถ้าได้เห็น ได้ยินทุกวันเข้า มันก็จะกัดเซาะความเชื่อใจนั้นลงเรื่อยๆ แล้วคราวนี้...จะเจ็บปวดยิ่งกว่าเก่า!

 

ข้าแทบจะรอดูพวกเจ้าที่รักกันมากทะเลาะกันเสียแล้วสิ!

ในเมื่อพวกเจ้าต่างได้สิ่งที่ข้าไม่เคยได้รับ...ข้าก็จะให้พวกเจ้าเจ็บเหมือนที่ข้าต้องเจ็บ!


.................


.........

 

“ท่านมีอะไรจะขอให้ข้าช่วยล่ะท่านฮิมเมล?” ซุสเดินเคียงข้างกับฮิมเมลมาแถวสระน้ำสีอันงดงาม ที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ ว่าที่ราชาเทพเยื้องย่างไปที่ใดต่างก็ได้รับความเคารพทั้งนั้น แต่ที่ทำให้ซุสแปลกใจทุกครั้งคือราวกับว่าทุกคนมองไม่เห็นฮิมเมล

 

มีตัวตนแต่ก็ไร้ตัวตน..

 

ซุสเคยถามถึงเรื่องนี้ เจ้าตัวเพียงแต่ยิ้มและบอกว่าเป็นเพราะพลังที่ติดตัวมา...คนที่จะเห็นเขาคือคนที่เขาต้องการให้เห็นเท่านั้น

พลังเช่นนี้ฟังดูยิ่งใหญ่นัก แต่น่าแปลกเหลือเกินที่นามฮิมเมลนี้ไม่คุ้นหูซุสเอาเสียเลย...ทั้งๆ ที่หากเขามีพลังขนาดนี้ก็ควรจะเป็นเทพที่มีชื่อเสียงแล้วสิ และแม้ว่าตัวตนของฮิมเมลจะค่อนข้างน่าสงสัยและมีปริศนาให้ขบคิดหลายอย่าง แต่ซุสรู้สึกว่าอีกฝ่ายเชื่อใจได้...วางใจได้

 

พลังในตัวเขากับพลังของฮิมเมลนั้นคล้ายคลึงกันมาก

 

“ไม่มีอันใดมากหรอก อยากให้เจ้าช่วยรับของขวัญบางอย่างจากข้าไปเท่านั้นแหละ...เพราะวันที่เจ้าทำพิธีครอบครองศาสตราข้าก็มิอาจมาร่วมได้ เลยแสดงความยินดีกับเจ้าล่วงหน้าเสียก่อนน่ะ” ฮิมเมลยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาคลี่ยิ้มยามเห็นดวงตาสีฟ้าครามฉายแววผิดหวังวูบหนึ่งยามตนเองบอกว่าจะไม่มา

 

หึ...ข้าสำคัญกับเจ้าแล้วสินะเด็กน้อย

อา...เป็นเช่นนี้ก็ยิ่งดีกับข้าขึ้นไปอีก

 

เพราะข้าอยากเห็นเหลือเกิน...ถึงใบหน้าที่เยือกเย็นนั่นว่าจะเป็นเช่นไรหากเห็นคนที่ปกป้องมาปกป้องข้า

 

“ท่าน...มีธุระสำคัญหรือ?” ซุสเม้มปากแน่นพิธีครอบครองศาสตราของเขาใกล้จะเข้ามาเรื่อยๆ แล้ว หลังจากนั้นก็จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากท่านโครนอส เพียงแต่ว่าในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เหล่าคนที่เขาอยากให้มาร่วมต่างธุระติดพันจนไม่แน่ว่าอาจจะมาได้ ทั้งท่านพี่ทั้งสอง...ท่านพี่เฮสเทียร์ ท่านพี่ดีมีเทอร์ รวมถึง...นิกซ์และท่านโครนอสด้วย

 

แล้วนี่...ท่านฮิมเมลยังบอกว่ามาไม่ได้อีก

 

ฮิมเมลหัวเราะ เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของซุสนั้นเป็นเด็กขี้เหงา แม้จะเอาแต่ใจแต่เนื้อแท้นั่นอ่อนโยนมาก...ดังนั้นตนเลยไม่ลังเลที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ เขายื่นมือไปกอดซุสไว้หลวมๆ “ไม่ต้องน้อยใจไปหรอก...ของขวัญที่ข้าให้น่ะสำคัญมากเลย เป็นของล้ำค่าสำหรับเจ้าโดยเฉพาะ แล้วต่อให้ข้าไม่มา...ข้าก็อวยพรให้เจ้าอยู่ดีนะซุส”

“อืม...ข้ารู้” ซุสกอดตอบ สัมผัสของฮิมเมลนั้นอบอุ่นคล้ายท้องฟ้าที่โอบอุ้มผสานไปกับพลังและความรู้สึกของเขาจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน “แต่...ท่านกำลังมีปัญหาหรือเปล่า? ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกได้นะ”

“อา...อาจเพราะข้ากำลังถูกตามล่าน่ะ” ฮิมเมลบอกยิ้ม ซุสผละออกมาก่อนจะเบิกตาขึ้นเล็กน้อย

“ใครกัน?”

“คนที่เคยมีเรื่องกันเก่าก่อน แต่ครานี้เขาดันได้ผู้ช่วยที่ทรงพลังมาด้วย ข้าเองก็อ่อนพลังลงเลยต้องรีบหนีเสียก่อนที่เขาจะจับได้” ฮิมเมลยักไหล่แม้หน้าจะยิ้มแต่พอกล่าวถึงเรื่องนี้ในใจเขาก็หงุดหงิดไม่น้อย

 

เพราะโครนอสได้พลังของฮาเดสช่วย...ทำให้การซ่อนลมหายใจและจิตวิญญาณนั้นลำบากขึ้นเรื่อยๆ พลังของโครนอสอ่อนแอลงก็จริง แต่พลังของฮาเดสไม่ใช่...ยิ่งลงไปยังยมโลกพลังของเด็กคนนั้นก็ยิ่งแข็งแกร่ง

 

แต่ว่า...

เรื่องนี้ก็เป็นประโยชน์...ในอีกทางหนึ่ง

 

“ท่านไปก่อเรื่องอะไรมากันแน่นะฮิมเมล เอาเถอะ...ถ้าหากท่านไม่อยากบอกข้าก็จะไม่ถาม แต่ว่าอย่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเหล่าเทพล่ะ เพราะไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ยอมแน่...ต่อให้เป็นท่านข้าก็จะลงโทษ”

 

ซุสเป็นว่าที่ราชาเทพ...หน้าที่ของผู้ปกครองนั้นคือปกป้องคุ้มครองผู้อยู่ใต้บัญชา

ดังนั้นต่อให้สนิทสนมกันเพียงไร...ซุสก็ยอมไม่ได้

 

“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ทำเช่นนั้นหรอก...”

 

เพราะว่าผู้ที่นำพาสงครามมายังดินแดนแห่งนี้...มาสู่ปวงเทพด้วยกันเองนั้นไม่ใช่ข้า แต่จะเป็นพวกเจ้าที่ฟาดฟันกันเอง

 

“อืม...ดีแล้ว ข้าเชื่อท่านนะฮิมเมล” ซุสยิ้มกว้างให้ ทำเอาฮิมเมลชะงักไปชั่วครู่ พลางส่ายหน้าเบาๆ...ซุสอันตรายต่อความรู้สึกจริงๆ อย่างที่คิดไว้ เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงทำให้โครนอสทุ่มเทมากมายเพื่อตนได้ ทำให้หนึ่งในเทพบรรพกาลอย่างนิกซ์ให้ความคุ้มกันปกป้อง

 

เพราะบางครั้งที่มองสบดวงตาสีฟ้าครามที่มองตรงมาอย่างแน่วแน่มั่นคงคู่นั้นแล้ว

เสี้ยวหนึ่ง...ฮิมเมลเองก็รู้สึกใจอ่อน

 

แต่เขาก็รีบปัดความรู้สึกนั้นทิ้งออกไปทันที...แค่ความอาวรณ์เล็กๆ เทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดและความทรมานยิ่งกว่าความตายที่เคยสัมผัสมาเพราะโครนอสผู้มอบให้หรอก!

“เด็กดี” ฮิมเมลยิ้มให้ซุส ก่อนจะยื่นมือมาข้างหน้าแล้วปรากฏผลึกแก้วใสสีฟ้าครามรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขึ้นมาในมือ แสงและประกายของมันราวสีของท้องฟ้ายามที่งดงามที่สุด...และคล้ายกับสีดวงตาของซุสมาก ไอพลังอันอ่อนโยนโอบล้อมไปทั่ว

“นี่คือ...”

“ของขวัญให้เจ้าน่ะซุส...นี่เป็นสิ่งที่ข้าพกติดตัวไว้ตลอด เรียกมันว่าจัตุรัสฟากฟ้า...ส่วนมีประโยชน์อย่างไรนั้นเจ้าก็ค่อยๆ ศึกษามันไปแล้วกัน”

“เอ่อ...ขอบคุณท่านมาก” แม้จะค่อนข้างสงสัยแต่ซุสก็รับผลึกแก้วนั้นมาแล้วเก็บไว้กับตัว เขาสัมผัสได้ถึงพลังอุ่น ที่แล่นวนไปทั่วร่างอย่างน่าแปลกใจ

“เจ้าชอบก็ดีแล้ว...ช่วงนี้เรียนเป็นอย่างไรบ้างล่ะ” เมื่อเห็นซุสรับของไปฮิมเมลก็เปลี่ยนเรื่องและชวนคุยทันที เขากุมมือซุสพลางเดินชมทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ

“เรียนรู้งานส่วนใหญ่และเริ่มจัดการงานทั้งหมดแทนท่านโครนอสแล้วล่ะ” ช่วงนี้ซุสเองก็ค่อนข้างยุ่งมากเหมือนกัน เขาแทบจะไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย แต่เพราะมาจัดการงานด้วยตนเองก็เลยรู้ว่าภาระที่ท่านโครนอสแบกรับไว้นั้นหนักหนาแค่ไหน

โลกของเทพมิได้สงบสุขอย่างที่ทุกคนคิด แต่ละวันมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย มีสงครามเล็กๆ เกิดขึ้นแทบจะทุกที่ แต่ที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ทำให้มันลุกลามใหญ่โตก็เพราะเกรงกลัวและยำเกรงในพลังอำนาจของเทพเจ้าแห่งกาลเวลาที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดอย่างท่านโครนอส

“มิน่า...ช่วงนี้ข้าจึงได้ยินเรื่องเล่าบางอย่างมา...คราวก่อนไปเดินเที่ยวในเมือง คนลือกันว่าโครนอสกำลังจะแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญให้ฮาเดส”

ซุสเลิกคิ้ว “เจ้านรกน่ะหรือ?”

ฮิมเมลส่ายนิ้วไปมา เหยียดยิ้มน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความสาสมใจ “ว่าที่...ราชินีคนต่อไปต่างหาก”

ซุสเบิกตากว้างขึ้นทันที “มะ...ไม่จริงหรอก! ไม่มีทางเป็นไปได้!” แม้สำหรับเหล่าเทพแล้วเพศจะไม่ใช่เรื่องสำคัญอันใดก็ตาม อีกอย่างปกติก็มักมีการแต่งงานกันเองอยู่แล้ว อย่างซุสกับเฮร่า เพราะถึงจะกล่าวได้ว่าเป็นพี่น้องกันก็หาได้มีสายเลือดเดียวกันเพียงถือกำเนิดจากพลังที่ผสานกันเท่านั้น

 

แล้วท่านโครนอส...กับท่านพี่ฮาเดส

ถึงปากจะปฏิเสธยังไงภาพความเหมาะสมของทั้งคู่ก็ผุดขึ้นมาในความคิดทุกที...

 

“ข่าวลือมั่วๆ! ข้าจะให้คนไปจัดการเอง...ราชินีเทพเป็นของท่านเรีย จะเปลี่ยนก็ไม่มีทางหรอก” ท่านเรียนั้นได้รับความเคารพจากบรรดาเทพไททันทั้งมวล การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจะส่งผลกระทบแน่นอน...คนอย่างท่านโครนอสไม่มีทางทำเรื่องที่ก่อความเสียหายเช่นนี้หรอก

“ความเหมาะสมหรือจะเท่าเป็นคนที่รัก...เจ้าก็รู้ดีไม่ใช่เหรอซุสว่าโครนอสไม่ได้รักเรีย นางมักปรับทุกข์กับข้าเสมอว่าแววตาของโครนอสมีใครบางคนสะท้อนอยู่ อีกอย่าง...โครนอสกับเรียแต่งงานกันก็เพื่อที่จะสร้างฐานอำนาจต่อกรกับอูรานอสมิใช่หรือ”

ซุสนิ่งไปพลางเม้มปากแน่น...ใช่เรื่องเหล่านี้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเทพทีทุกคนก็รู้ และเขาเองก็รู้ดีกว่าใครว่าท่านโครนอสไม่ได้รักท่านเรีย...

 

แต่ว่า...

แต่ว่า...ความรู้สึกราวใจหายและรวดร้าวจนปวดไปทั้งหมดนี่มันคืออะไรกัน

 

ร่างกายของซุสสั่นเทาจนฮิมเมลต้องโอบมาไว้ในอ้อมแขน ความเจ็บปวดที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีฟ้าครามนั้นเรียกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปากของเขาได้เป็นอย่างดี

 

ยิ่งเชื่อใจเท่าไหร่...เมื่อความรู้สึกนั้นเริ่มพังทลายลง

มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่าตอนแรกมากนัก

 

“เจ้าลองหาบันทึกเก่าๆ เกี่ยวกับอูรานอสมาอ่านดูสิซุส...แล้วเจ้าจะรู้เรื่องราวต่างๆ ละเอียดมากขึ้น...เจ้าอาจจะได้คำตอบว่าโครนอสรักฮาเดสหรือว่า...เพียงแต่อยากใช้ประโยชน์จากพี่ชายแสนดีของเจ้ากันแน่”

“หมายความว่ายังไง...ฮิมเมลท่านไปรู้อะไรมากันแน่” ซุสถามอย่างร้อนรนแต่ฮิมเมลกลับส่ายหน้าเบาๆ เขายิ้มน้อยๆ อย่างอ่อนโยน ยกมือแนบแก้มของซุสแผ่วเบา

“เจ้าต้องหาคำตอบด้วยตัวเองซุส...สิ่งที่เจ้ามองเห็นและรับรู้ด้วยตนเองเท่านั้นจึงจะเป็นความจริง ต่อให้ข่าวลือมากมายอย่างไรก็ทำอันใดไม่ได้”

ซุสเม้มปากตัวเองจนห้อเลือด ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เขามั่นใจในตัวท่านพี่และท่านโครนอส...ใช่...ท่านพี่ทำเพื่อเขามากมาย ยอมเสียสละเพื่อเขาด้วย...ดังนั้นซุสไม่มีทางเชื่อว่าทั้งสองคนจะทำเช่นนั้น

 

คล้าย...กำลังทรยศเขา

 

“หึๆ...ค่ำคืนนี้ถ้ามีเวลาเจ้าก็ลองออกมาเที่ยวเล่นดูบ้างสิซุส แล้วเจ้าจะเห็นอะไรดีๆ...มาสิ ข้าจะพาเจ้าไปหาเรียกับเฮร่า พวกนางทั้งสองเองก็มีเรื่องที่จะคุยกับเจ้าเช่นกัน” เมื่อวางเหยื่อล่อไปเท่าที่ควรแล้วฮิมเมลก็เปลี่ยนเรื่องทันที เขาจูงมือซุสให้เดินกลับไปที่เดิม

เรื่องที่เขาบอกเล่าก็ไม่ใช่เรื่องเท็จแต่อย่างใด...เป็นเรื่องจริงล้วนๆ โครนอสตามหาลมหายใจและจิตวิญญาณของอูรานอสโดยใช้พลังของฮาเดสนั่นเป็นเรื่องจริง และเพราะทำเช่นนั้นจะทำให้ฮาเดสอ่อนแอในยามใช้พลัง โครนอสเลยต้องดูแลและปกป้องอยู่ข้างๆ เพราะถ้าหากพลังเกินสะท้อนกลับย่อมเป็นอันตรายกับคนใช้ ส่วนเรื่องที่ทั้งสองจะเกิดรู้สึกอันใดกันขึ้นมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องของเขา...ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร

 

แต่ถ้าใช่ขึ้นมา...ก็ดี

 

เห็นท่าทางคล้ายคนกำลังเหม่อลอยและครุ่นคิดของซุสแล้วเรียก็ส่งสายตาเป็นเชิงถาม พอเห็นฮิมเมลพยักหน้านางก็คลี่ยิ้มหวานทันที

 

หึๆ ซุส...ในที่สุดเจ้าเองก็มีวันนี้ วันที่ดวงตาเจ้าสะท้อนความเจ็บปวดเพราะท่านโครนอส!

แล้วเจ้าจะเจ็บยิ่งกว่านี้! ทรมานยิ่งกว่านี้!

ยิ่งกว่าที่ข้าเคยเป็น!

 

.............

 

ซุสกลับมาถึงห้องตนเองอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าท่านเรียและเฮร่ากำชับอะไรก่อนตนกลับมา ในหัวมีแต่เรื่องที่ฮิมเมลบอกกล่าวจนสติไม่ค่อยมั่นคง ซุสถอดเสื้อคลุมออกแล้วพาร่างไปนอนบนเตียงกว้าง เส้นผมสีทองกระจายเต็มหมอน

ช่วงเวลาเช่นนี้เขาคิดถึงคนบางคนที่หายหน้าไปนานมากแล้วอย่างนิกซ์มาก...ถ้านิกซ์ยังอยู่เจ้าตัวต้องหาเรื่องกวนประสาท แล้วก็แหย่ให้ซุสยิ้มและโมโหแน่ๆ หรือไม่ก็สามารถปรึกษาเรื่องสำคัญได้เพราะเห็นทำตัวสบายๆ ลอยชายไปมาเช่นนั้น...

 

พลังและความสามารถของนิกซ์ก็เป็นเรื่องจริง

สมกับที่เป็นหนึ่งในเทพบรรพกาล

 

เอ้ะ...เทพบรรพกาลหรือ?

 

ซุสรีบผุดลุกขึ้นจากเตียงทันทีเมื่อนึกอะไรได้ เขารีบเดินไปยังชั้นหนังสือที่เรียงรายไปด้วยหนังสือโบราณมากมาย มือขาวเรียวคว้าหยิบหนังสือปกสีน้ำเงินเข้มเล่มหนึ่งมาก่อนจะเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว

เขาจำได้ว่าเคยอ่านเรื่องราวของอูรานอสมาก่อนเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เพราะช่วงหลังซุสถูกอูรานอสรบกวนในความฝันจนเขารำคาญ...

“นี่ไง...เจอแล้ว” ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามตัวอักษรโบราณนั้นอย่างรวดเร็ว

อูรานอสเป็นหนึ่งในเทพปฐมกาลเช่นเดียวกับท่านไกอา ควบคุมพลังแห่งผืนฟ้ากว้าง...ยิ่งใหญ่และแผ่อำนาจไพศาล ตรงข้ามกับพลังแห่งผืนดินของท่านไกอา เป็นบิดาแห่งเหล่าเทพก่อนท่านโครนอส...แต่เพราะอูรานอสคิดอยากครอบครองทั้งโลกและจะสังหารบุตรธิดาทั้งหมด รวมถึงเทพไททันทั้งปวงและสร้างเหล่าเทพขึ้นมาใหม่เลยถูกท่านโครนอส...ฆ่าและยึดอำนาจมา

การฆ่านั้นมิได้ทำให้เทพดับสิ้นทันที ยิ่งเทพที่ทรงพลังอย่างอูรานอสแล้วยิ่งเป็นไปได้ยาก เพียงแต่จิตวิญญาณของเขาจะถูกจองจำ ถูกพันธนาการ จนสุดท้ายจะอ่อนแรงและดับสูญไปเอง

ดูจากสถานการณ์ความเป็นไปได้แล้ว ซุสคิดว่าอูรานอสคงค่อยๆ หลุดจากการจองจำนั้นมาเรื่อยๆ แล้วเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงมิอาจมาป้วนเปี้ยนในความฝันของตนได้หรอก...แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็หมายความว่าพลังของท่านโครนอสเองก็กำลังอ่อนแอลงเช่นกัน

ซุสรีบเปิดไปอีกหน้า...การตามหาเทพที่มีลักษณะเช่นนี้จำเป็นต้องใช้พลังที่แข็งแกร่ง...พลังที่เกี่ยวข้องกับความเป็นตาย อำนาจมหาศาลที่สามารถพิพากษาวิญญาณเทพได้ แต่ว่าการทำเช่นนี้ผู้ใช้พลังเองก็ต้องระวังให้ดีเพราะถ้าหากพลาดเพียงเสี้ยวเดียวอำนาจนั้นก็จะสะท้อนกลับจนทำให้บาดเจ็บจนถึงจิตวิญญาณได้

ซุสค่อยๆ ปิดหนังสือลงช้าๆ เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่ความจริงที่ได้รับรู้มานั้นทำให้มือสั่นอย่างช่วยไม่ได้

 

คนที่มีพลังเช่นนั้นสามารถตามหาลมหายใจและจิตวิญญาณของอูรานอสได้มีเพียงคนเดียว...ก็คือท่านพี่ฮาเดส

แต่การที่ท่านโครนอสทำเช่นนั้น...เหตุใดจึงคล้ายกับกำลังหลอกใช้ท่านพี่ฮาเดสอยู่เลย

 

ไม่หรอก...ไม่จริงหรอก

ไม่มีทางด้วย...เพราะแววตาของท่านโครนอสไม่ได้สะท้อนความรู้สึกหลอกลวงหรือโกหกเลยแม้แต่น้อย ยามที่ทอดมองท่านพี่ฮาเดสเต็มไปด้วยความชื่นชม ความภูมิใจ...

 

และความอ่อนโยน...

 

ดวงตาสีฟ้าฉายประกายรวดร้าว ในอกปวดแปลบจนซุสได้แต่หอบหายใจถี่ กำมือเข้าหากันแน่น เอนตัวลงบนเตียงกว้าง...

 

มันเจ็บยิ่งกว่าครั้งแรกเสียอีก ความรู้สึกที่เขากดมันไว้ลึกในใจยามนี้ตอนผุดขึ้นมาอีกครั้งทำให้ทรมานจนรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว

 

เพราะถ้าหากท่านโครนอสไม่ได้หลอกใช้ท่านพี่ฮาเดสแล้วล่ะก็...

แสดงว่า...

ท่านโครนอสกำลัง รัก รักท่านพี่ฮาเดส...


..................


ใช่แล้วค่ะ...ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่มาม่าน้ำใส...ก่อนจะเข้าสู่มาม่าน้ำข้นไปอีกประมาณ 10-12 ตอน แล้วค่อยกลับมาหวานๆ กับเผ็ดๆ กันนะคะ ^_^ ช่วงนี้เนื้อเรื่องจะเครียดยาวเลยค่ะ แต่รอแป๊บน้าาา เดี๋ยวถ้าจบเรื่องอดีตกับสงครามพ้นไปแล้ว คู่(?) ก็หวานไม่แพ้นายท่านเขาหรอกค่ะ เพราะคนแก่เรื่องนี้ก็ตามใจเก่งพอกันเลยยยย

วันนี้เราเพิ่งปิดโปรเจคไปได้หนึ่ง มีเวลาให้พักผ่อนยาววันสองวัน เลยดีใจมากเลยค่ะ อยากจะขับรถไปแถวทะเลแล้วกรี๊ดลั่นมาก แต่เดี๋ยวโดนด่าเอา 5555 ทุกคนเองก็อย่าลืมดูแลตัวเองและอย่าลืมรักษษสุขภาพกันด้วยนะคะ ล้างมือบ่อยๆ น้าาา อย่าลืมพกแมสด้วยนะคะ

น่าจะได้เจอกันอีกทีไม่วันอังคารก็วันพุธนะคะ 


สำหรับวันนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #248 L-a-i-L-a-i (@L-a-i-L-a-i) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 10:44

    น้ำตาไหลสงสารน้องงงง
    #248
    0
  2. #226 Ornin_axm (@Ornin_axm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 01:33
    มาม่าน้ำใสน้ำใสที่ว่าคือน้ำตาของชั้รสินะ.....;-;
    #226
    0
  3. #200 pawanratc (@pawanratc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 11:29
    รอคุณไรท์มาอัพต่อนะค่าาาาชอบเรื่องเจ้าซุสมากเป็นเอ็นดูไม่ไหวววว
    #200
    0
  4. #196 liver2541 (@liver2541) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 07:10
    สงสารน้องซุสสสส
    สู้ๆ นะคะไรต์เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #196
    0
  5. #194 punyisa31935 (@punyisa31935) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 23:28

    สู้น่า เขาเป็นกำลังใจให้
    ขนานไรท์ไม่ค่อยว่างยังทำได้ดีขนานนี้เก่งมากๆ เขารอน่า
    #194
    0
  6. วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 22:20
    เป็นกำลังใตให้นะคะ
    #193
    0
  7. #192 Namwanorevyyy (@Namwanorevyyy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 21:04
    เราจะรอวันที่น้องซุสมีความสุข แล้วจะกลับมา้นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #192
    0
  8. #191 จัสมิน (@pungpond2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 21:54

    สู้ๆนะเป็นกำลังใจให้
    #191
    0
  9. #190 got7mkbb (@got7mkbb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 15:19
    สู้ๆกับโปรเจคนะคะ

    แงงง น้องซุส เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ หรูคือคนที่งดงามที่สุดในโอลิมปัสเลยนะ
    #190
    0
  10. #189 liver2541 (@liver2541) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 13:28
    สู้ๆ นะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่าาา
    #189
    0
  11. #188 po_cici (@po_cici) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:20

    สู้ๆนะไรท์
    #188
    0
  12. วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:06
    เป็น กลจ ให้ไรท์นะคะ
    #187
    0