ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ตอนที่ 3 : 一 เหมันตฤดู (2)...ชาโบตั๋นหิมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    6 มิ.ย. 61

แก้ไข : 24 กรกฎาคม 2560



“องค์ชายจะเสด็จไปไหนหรือพะย่ะค่ะ”

“ข้าบอกว่าให้พูดธรรมดาอย่างไรเล่าเสี่ยวเจี้ยนอย่าใช้คำราชาศัพท์ที่นี่”


เขามาในฐานะคุณชายผู้หาซื้อชา ไม่ใช่มาในฐานะองค์ชาย


อีกอย่างแม้ลี่เซียนจะเป็นสถานที่ปลอดภัยและมีการออกกฎห้ามขโมย ห้ามปล้นทรัพย์ หรือทำร้ายร่างกาย เพราะการลงโทษในลี่เซียนเข้มงวดแต่ไม่ได้หมายความว่าออกจากเมืองนี้ไปแล้วจะ...ปลอดภัย

“คุณชายจะไปไหนหรือขอรับ?” ผู้ติดตามเอ่ยถามใหม่

“โรงเตี๊ยมสีแดงสุดปลายถนนลี่เซียนตะวันตก”

“ที่นั่นมีโรงเตี๊ยมด้วยหรือขอรับ?”

“ข้าไม่รู้... แค่อยากได้ไป๋เห่าเหยินเจินให้ท่านยายเท่านั้น”

“มิใช่ท่านยายของท่านสักหน่อยนะขอรับ ทำไมคุณชายต้องมาลำบากลำบนกับเรื่องเช่นนี้ด้วย สั่งให้ใครสักคนไปหาซื้อมาหรือแบ่งจากในวังหลวงมาก็ได้” องค์ชายผู้หนึ่งอยากได้สิ่งใดก็สั่งข้ารับใช้เอา เหตุใดต้องมาลำบากลำบนเช่นนี้

“เจ้านี่ขี้บ่นยิ่งนัก” หัวเราะในลำคอ “ข้าอยากพิสูจน์ความจริงใจให้นางได้เห็น ย่อมต้องทำเรื่องพวกนี้ด้วยตนเอง” 

นางเป็นสตรีที่คู่ควร ไม่ใช่เพียงแค่เป็นโฉมสะคราญงามล่มเมือง หรือท่านหญิงจากตระกูลสูงศักดิ์ สตรีผู้ถูกขนานนามไปทั่วหล้า


นางควรค่ายิ่งกว่านั้น...

องค์ชายที่พบพานสตรีมากนับไปถ้วนเช่นเขาบอกได้เต็มปาก


คิดไปก็นึกถึงดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่หนึ่ง ลึกล้ำ...สงบนิ่งอ่านไม่ออก เสมือนมหาสมุทรกว้างใหญ่ พบเจอเขาก็รู้ทันทีว่ามียศเป็นองค์ชาย ซ้ำยังทำท่าทางเบื่อหน่ายและราวกับต่อว่าเขาในทีไหนจะชักจูงขายของกับเขาอีก


นางเป็นคนแรกที่กล้าทำเช่นนี้... หลิงซิ่นอวี่

นอกจากเยว่หยินแล้ว...ไม่เคยมี

 

 

 

 

องค์ชายแห่งแคว้นอวิ้นหยางแหงนมองโรงเตี๊ยมไม้เก่าที่มีหิมะปกคลุมไปบางส่วน ดวงตาคมกวาดมองสภาพโดยรอบเห็นกลุ่มคนในชุดเดินทางนั่งจิบชา ดื่มสุรา พูดคุยกันอย่างร่าเริง

“คุณชาย...ข้าขอร้องเถิดท่านอย่าเดินออกไปนอกร่มเลยขอรับ ท่านกระชับเสื้อคลุมให้มิดชิดยิ่งกว่านี้ด้วยเถอะขอรับ...หากตัวเย็นเกินไปท่านจะไม่สบายได้นะขอรับ” เสียงบ่นที่ทำให้อวิ๋นเจินหยางหัวเราะ แม้จะรำคาญกับเสียงบ่นเหล่านี้ไปบ้าง แต่รับรู้ว่าเสี่ยวเจี้ยนห่วงใย

“หัวหน้าช่างร้ายกาจนัก! คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วเป็นแน่ จึงได้บอกให้พวกเราหยุดขบวนกันสองชั่วยาม!

“นั่นสิ...ตอนท่านไป่เหลียวมากบอกข้ายังแปลกใจเลย แต่เดินเล่นไปสักพักหิมะดันตกลงมา แถมมีทีท่าจะตกไม่หยุดด้วย”

"ท่านหัวหน้าคาดการณ์ไว้แล้วอย่างไรเล่า"

“หึๆ ข้าหลงนึกว่าท่านหัวหน้าจะใจดีเสียอีก...นานๆ ทีแท้ๆ”

“พวกเจ้าอย่าไปพูดมากนัก...เดี๋ยวท่านหัวหน้าได้ยินจะถูกสั่งให้เดินทางกลางหิมะ ก็รู้อยู่ว่าเคยมีเหตุการณ์เช่นนั้นมาก่อน”

“คราวนั้นเพราะนายท่านส่งจดหมายมาไม่ใช่รึ? ท่านหัวหน้าจึงรีบเร่ง”

“อา...ท่านหัวหน้าที่ฉลาดเฉลียวของเรายังต้องยอมแพ้ให้นายท่าน”

“ฮะๆ เจ้าไม่รู้อะไร นายท่านผู้นั้นจะมีผู้ใดกล้าเป็นศัตรูกับเขาเล่า” เสียงพูดคุยออกความเห็นยังคงดังต่อเนื่อง จวบจนใครบางคนเห็นแขกผู้มาเยือนท่านหนึ่งจึงได้ส่งเสียงทักขึ้น เพราะรูปลักษณ์และท่วงท่าอันสูงศักดิ์ของอวิ๋นเจินหยาง

“นั่น...มีคุณชายจากที่ไหนมา?”

อวิ๋นเจินหยางยิ้มบาง “ทุกท่าน...ข้ามาพบแม่นางท่านหนึ่ง”

กลุ่มขบวนพ่อค้าทั้งหลายเงยหน้ามองผู้มาเยือน เบิกตาไว้เพียงครู่กับรูปลักษณ์อันเป็นเอกนั่น ก่อนจะกลับมาเฮฮากันเช่นเดิม ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยพานพบผู้มีรูปลักษ์เช่นนี้...ดังนั้นจึงทำตัวได้เฉกเช่นปกติ  

จื่อลู่รึ?”

“นางออกไปเดินเล่นหรือ พวกข้าไม่เห็นรู้?”

ดวงตาคมเก็บภาพเมื่อครู่ไว้ในห้วงความคิด ขบวนพ่อค้านี้ไม่ธรรมดาเลย น่าจะมีสมาชิกไม่เกินสิบห้าคนแต่ทุกคนดูชำนาญคล่องแคล่ว และดูแล้ว...ไม่หวั่นเกรงอันตราย

“นางบอกนามว่า...หลิงซิ่นอวี่

“หลิงซิ่นอวี่!!” บุรุษฉกรรจ์ทั้งทั้งหมดตะโกนขึ้นมาพร้อมกันเล่นเอาสะดุ้ง ก่อนทั้งหมดจะเริ่ม...โอดครวญ

“ไหนนางบอกจะพักผ่อนอยู่ในห้องไงเล่า!!

“นั่นเป็นเรื่องไม่มีทางอยู่แล้ว แต่ไหนแต่ไรมาท่านหัวหน้าก็ไม่เคยอยู่นิ่งเป็นที่สุด”

“นางหลบหนีท่านไป่เหลียวและจื่อลู่ไปอีกแล้ว!

“ท่านหัวหน้าที่ร้ายกาจ!!

“พวกเจ้าสรรเสริญข้าขึ้นมาอีกประโยค พวกเราจะออกเดินทางกันทันที ตากหิมะเสียบ้างอาจจะทำให้มองข้าในด้านดีขึ้น”

เหล่าชายผู้อาจหาญกล้าเผชิญอันตรายต่างพากันสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเริ่ม...น้ำเสียงฉอเลาะ

“ท่านหัวหน้ากล่าวอะไรเช่นนั้นเล่าขอรับ”

“ท่านใจดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครเมตตาไปกว่าท่านหัวหน้าของพวกเราอีกแล้วใช่ไหมพวกเรา”

“ใช่แล้วท่านราวกับเทพธิดาจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้า” ฟังคำเยินยอที่ไร้ความจริงใจแล้วท่านหัวหน้าได้แต่กลอกตาไปมาอย่างระอานัก ท่าทางหวาดกลัวต่อสตรีร่างเล็กคนเดียวทำให้องค์ชายแห่งอวิ้นหยางอดหัวเราะไม่ได้

“เชิญมาทางนี้เถอะเจ้าค่ะ” อวี่ซิ่นหลิงเอ่ยเชื้อเชิญ ก่อนจะนำพาไปด้านในโรงเตี๊ยม พลันกลิ่นหอมหวานชนิดหนึ่งก็แตะจมูกของผู้มาเยือนทั้งสอง

ราวกับกลิ่นดอกไม้ในเหมันตฤดู

“นี่คือ...”

“ชาโบตั๋นหิมะ”

“ท่านหัวหน้าเจ้าคะ ทั้งสองท่านนี้คือ?”

“ลูกค้าที่มาซื้อไป๋เห่าเหยินเจินอย่างไรเล่า” ตอบด้วยน้ำเสียงสดใส คนสนิทหน้าหวานแทบจะโอดครวญอย่างเสียกิริยา ดีที่กัดปากตัวเองไว้เสียก่อน

“ท่านไปหาลูกค้ามาจากที่ไหนหรือเจ้าคะ? คงมิใช่ออกไปด้านนอกโดยไม่บอกกล่าวใครอีกแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?” นางอยากบีบคอตัวเองนัก เหตุใดจึงคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะยอมนั่งอยู่ในห้องเฉยได้!!

“จื่อลู่...” หลิงซิ่นอวี่ทอดเสียงอ่อน

“หากเกิดอันตรายขึ้นมาจะทำเช่นไรเล่าเจ้าคะทำไมไม่พาข้าหรือไป่เหลียว หรือใครสักคนไปด้วยเล่า!


ชอบทำให้ผู้อื่นเป็นห่วงเช่นนี้เสมอเลย! ท่านหัวหน้าที่นิสัยเกินเยียวยา!


“จื่อลู่...เจ้าค่อยบ่นข้าตอนเจรจาการค้าเสร็จได้หรือไม่?” แย้มยิ้มบางอย่างไม่เคยสำนึกผิด...

เมื่อรู้ตัวว่าเผลอโวยวายผู้เป็นนายไปต่อหน้าแขก ใบหน้าหวานก็ขึ้นสีแดงจัด “ขะ..ข้าขอตัวก่อนนะจ้าคะ มีสิ่งใดต้องการเพิ่มเติมโปรดเรียกเจ้าค่ะ”

“หึๆ” ดวงตาสีน้ำเงินมองคนสนิทที่เดินออกไป ก่อนจะหันมามองทั้งคู่อีกครั้ง “รอสักครู่เถิดเดี๋ยวข้าจะนำไป๋เห่าเหยินเจินมาให้ท่าน” ขณะพูดมือเรียวนำเอากลีบดอกโบตั๋นสีแดงใส่ลงในแก้วใส เทน้ำร้อนจากกาน้ำชาลงไปอย่างเชื่องช้า มือขาวอีกข้างก็หมุนถ้วยเป็นวงกลม กลีบดอกโบตั๋นค่อยๆ คลี่บาน จากสีแดงน้ำตาลค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีสดขึ้นเรื่อยๆ ส่งกลิ่นหอมหวาน ก่อนนางจะรินน้ำในแก้วสีใสออกจนหมด ตักเกร็ดหิมะในถ้วยหยกขาวขึ้นมาใส่จนพูน และรินน้ำอุ่นใส่ลงไปอีกครั้ง กลีบโบตั๋นค่อยๆ ลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ จนอยู่เหนือเกร็ดหิมะทั้งหมด


ราวกับดอกโบตั๋นที่แย้มบานอย่างแช่มช้าบนผืนหิมะสีขาวที่กำลังละลาย


“เชิญดื่ม..." มือขาวเรียวผักแก้วชาสีใสมาเบื้องหน้าคนทั้งสอง


เป็นการชงชาที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนผู้ใด

แต่งดงามราวภาพวาด


“เอ่อ...ข้าไม่ควร ...” เสี่ยวเจี้ยนที่ยืนอยู่เบื้องหลังส่ายหน้า ชาที่ดูสูงค่าเช่นนี้ผู้ติดตามเช่นเขาไม่คู่ควร...ซ้ำคนชงยังใช้แก้วหยกใสใส่น้ำชา...ซึ่งปกติแล้วการใช้แก้วหยกนั้นจะใช้ได้เพียงครั้งเดียว เพราะจะทำให้แก้วจะร้าวหรือแตก 


ล้วนแสดงให้เห็นว่าพิถีพิถันในการชงชา...


“เจ้าเป็นผู้ติดตามองค์ชายอวิ๋นเจินหยางย่อมแสดงว่าเขาไว้ใจเจ้า อีกอย่าง...โบตั๋นหิมะไม่ได้เป็นชาสูงค่า คนปกติธรรมดาก็หาดื่มได้”


ทำราวกับอ่านใจคนออก


“ถูกดั่งที่แม่นางหลิงกล่าว เจ้าก็นั่งลงเถิดเสี่ยวเจี้ยน” สำหรับเขาเอง...ก็ไม่เคยมองเสี่ยวเจี้ยนเป็นบ่าว...คือสหายตั้งแต่วัยเยาว์ที่คอยอยู่เคียงข้าง 

แววตาคาดคั้นสองคู่ทำให้เสี่ยวเจี้ยนต้องจำยอม

“เป็นชารสเลิศ” อวิ๋นเจินหยางจิบชาเข้าไปและเอ่ยชมออกมา รสชาติหอมหวาน มีกลิ่นไอเย็นติดปลายลิ้น แต่ไม่ได้เย็นจัดกลับอุ่นจนเหมือนกำลังยืนรับแดดบนหิมะ


ดูเหมือนหลิงซิ่นอวี่คนนี้จะมีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะ... 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #109 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 11:26
    ภาพแบบจิงชา ดูหิมะตกอ่ะ โห่เป็นภาพวาดสวยน่าดู555
    #109
    0
  2. #48 Ana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 22:34
    ฟีลอบอุ่นท่ามกลางหิมะเลยค่ะไรท์^~^
    #48
    0
  3. #9 DUK-YA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 01:04
    รู้สึกชอบภาษาที่เขียนสละสลวยดีค่ะ
    #9
    0
  4. #7 NINEE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 21:15
    น่าติดตามค่ะ เนื้อเรื่องและคำบรรยายน่าสนใจ

    มีเรื่องชาด้วย ไม่ค่อยได้ยินชื่อรู้จักแต่ชาเขียว อู่หลง 5555
    #7
    0