ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ตอนที่ 17 : 三 ความวุ่นวาย (1)...งานเลี้ยงที่ผันแปร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    17 มิ.ย. 61


CR : tamnan-flower.blogspot.com




ผู้คนในงานต่างนิ่งงัน ทุกสายตาจับจ้องเพียงร่างบอบบางที่ย่อกายลงเบื้อหน้าไทเฮา ราวกับว่าสติสัมปชัญญะได้ถูกเทพธิดาบุปผาดึงไปเพราะความงามอันพิลาสของนาง

“หม่อมฉันเหลียนเยว่หยิน ถวายดอกสุ่ยเซียนนี้แด่พระองค์ ขอไทเฮามีอายุมั่นขวัญยืนทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปีเพคะ” เสียงหวานที่เอ่ยนั้นฉุดดึงสติของผู้คนให้กลับมา จากนั้นเสียงชื่นชมก็ตามมาไม่ขาดสาย แม้กระทั่งไทเฮาที่คิดช่วยบุตรสาวรังแกโฉมงามยังพอใจของขวัญจากเหลียนเยว่หยินยิ่งนัก

“เป็นระบำที่งดงามยิ่งนัก! อายเจียไม่นึกเลยว่าเจ้าจะร่ายรำได้งดงามเยี่ยงนี้ การร่ายรำนี้มีชื่อว่ากระไรอย่างนั้นรึ?” ไทเฮารับดอกสุ่ยเซียนจากมือเหลียนเยว่หยินด้วยหัตถ์พระองค์เอง ก่อนจะส่งให้นางกำนัลคนสนิทและกำชับให้ดูแลให้ดี

“การร่ายรำชุดนี้ชื่อว่าระบำร้อยบุปผาเพคะ...ไทเฮามีสิริโฉมงดงามเป็นที่กล่าวขานมาตั้งแต่สมัยหม่อมฉันยังไม่เกิด เพียงแย้มโอษฐ์ก็งดงามยิ่งว่ามวลบุปผานับร้อยบานสะพรั่ง วันนี้เหลียนเยว่หยินได้พิสูจน์คำกล่าวนั้นแล้ว...หมู่มวลร้อยบุปผานี้แย้มบานเพื่อพระองค์เพคะ” เหลียนเยว่หยินเอ่ยวาจานอบน้อมและอ่อนหวาน แฝงแววชื่นชมหลายส่วน จนไทเฮาได้ยินก็ปลาบปลื้มยิ่งนัก

 

โฉมสะคราญอันดับหนึ่งในใต้หล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้...แสดงว่าข้าผู้เป็นไทเฮาก็งดงามจริงอย่างว่า

 

“พระราชทานหินมรกตสามสาย กำไลสายหมอกฉลุดอกเหลียน เครื่องประดับชุดบุปผาทองของข้า อาภรณ์ชุดเทพธิดา ผ้าไหมดอกเหลียน ชุดปิ่นร้อยบุปผา ป้ายหยกเลือดนก หวีแดงดอกเหลียน และรองเท้าปักไข่มุกให้ท่านหญิงเหลียน”

ของกำนัลที่ไทเฮาทรงพระราชทานให้เหลียนเยว่หยินทำเอาเหล่าสตรีและขุนนางแต่ละคนต่างตาร้อนวาวอย่างริษยา ของแต่ละชิ้น...มูลค่ามหาศาลแต่ไทเฮามอบออกมาอย่างไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าพอพระทัยการร่ายรำนั้นเป็นอย่างมาก เสนบาดีเหลียนนั้นจิบสุราและยิ้มอย่างยินดี...สกุลเหลียนได้หน้าเช่นนี้ เขาจะไม่พอใจได้อย่างไรกันเล่า

ฉีหรงเฉิงมองโฉมงามที่ย่อกายของพระทัยเสด็จแม่ด้วยรอยยิ้ม ดวงตามังกรฉายแววชื่นชม...

สมแล้วที่นางเป็นสตรีที่เขาต้องใจ ทั้งงดงามและและทระนงไม่ว่าใครจะวางแผนรังแกกลั่นแกล้ง นางก็ไม่หวั่นและแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ได้ทุกครั้ง

 

เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถ


ฮองเฮาหลี่เหมยตานที่ประทับข้างๆ เห็นสายพระเนตรพระสวามีพอดีก็พลันกัดริมฝีปาก “เสด็จแม่มีน้ำพระทัยเช่นนี้เราก็คงต้องมอบของรางวัลเช่นกัน...” เห็นสายพระเนตรของฮ่องเต้ตวัดมองจากนั้นก็ผินหน้ากลับไปราวกับไม่เห็นนางอยู่ในสายตาก็ได้แต่กล้ำกลืนความแค้นไว้ในใจ แม้ใบหน้าจะยิ้มอย่างอ่อนโยน

“เสด็จแม่พระราชทานของให้ท่านหญิงเหลียนมากมายแล้ว ถ้าเช่นนั้น...มอบเกี้ยวบุปผาฉลุทองให้ท่านหญิงเหลียนแล้วกัน”

“ฮองเฮา” มามาข้างกายเอ่ยเบาๆ เกี้ยวบุปผาฉลุทองหลังนั้นฮองเฮาได้สั่งทำพิเศษเพื่อใช้ในงานนี้โดยเฉพาะ...แต่เหตุใดจึงตัดใจมอบให้ท่านหญิงเหลียนได้

“เปิ่นกงสั่งทำเกี้ยวหลังนี้โดนเฉพาะ ใช้ช่างหลวงฝีมือดี ท่านหญิงเหลียนมีศักดิ์เป็นท่านหญิงแต่ยังไม่มีเกี้ยวประจำตำแหน่ง เช่นนั้นถือโอกาสนี้เปิ่นกงมอบให้เจ้าเป็นรางวัลไปด้วยเลย ฝ่าบาทและเสด็จแม่ทรงเห็นเช่นไรเพคะ?”

นางทำเช่นนี้...ตัดหน้าไม่ให้ฮ่องเต้มอบอะไรล้ำค่า หรือของใช้ส่วนพระองค์แก่นางปีศาจนั่นอีก แค่พระองค์คิดคำนึงถึงเหลียนเยว่หยินทุกเวลานางก็เกินจะรับไหวแล้ว!

“อายเจียเห็นด้วยกับฮองเฮา แต่ในเมื่อเกี้ยวบุปผาฉลุทองนั้นฮองเฮาใช้มาแล้วครั้งหนึ่ง เอาเช่นนี้เถิด...ก่อนจะส่งให้ท่านหญิงเหลียน อายเจียจะให้ช่างหลวงตกแต่งใหม่ให้ เพราะท่านหญิงเหลียนอ่อนเยาว์กว่าฮองเฮามากนัก อายเจียเกรงว่าของใช้บางอย่างจะไม่เหมาะสม”

 

กระทบกระทั่งว่าข้าแก่รึยายแก่หนังเหนียว!

 

หลี่เหมยตานกำมือแน่น นางกับไทเฮานั้นไม่ลงรอยกันมานานมาก เพราะอีกฝ่ายไม่พอใจตระกูลของนาง จึงพยายามให้ฮ่องเต้รับสนมจากตระกูลอื่นๆ มาคานอำนาจกับนาง ยามนี้กลับเอ่ยวาจากระทบนางอีก!

“เป็นเสด็จแม่ที่คิดอ่านได้รอบคอบ หม่อมฉันลืมไปเลยเพคะ” ถึงในใจจะก่นด่าไปอย่างไร เบื้องหน้าก็ยังยิ้มอ่อนโยน เป็นลูกสะใภ้ผู้แสนดี

“ในเมื่อเสด็จแม่และฮองเฮาเห็นเช่นนั้น...ก็ทำตามนั้น มอบเกี้ยวบุปผาฉลุทองให้ท่านหญิงเหลียน” ฉีหรงเฉิงมีหรือจะไม่รู้ว่าเสด็จแม่และฮองเฮาไม่ถูกกันแม้ภายนอกทั้งคู่จะทำเหมือนแม่สามีที่เข้าใจลูกสะใภ้ และลูกสะใภ้ผู้อ่อนโยนกตัญญูก็ตาม และมีหรือจะไม่รู้ว่าสาเหตุใดที่หลีเหมยตานมอบเกี้ยวบุปผาฉลุทองให้เหลียนเยว่หยิน...

“หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระทัยไทเฮา และฮองเฮาเพคะ” เหลียนเยว่หยินย่อกายลงอย่างอ่อนน้อม ในใจกำลังพร่ำบ่นไม่หยุด จะมอบจะให้อะไรก็รีบๆ ได้ไม่ได้หรืออย่างไรนะ! นางยืนแล้วย่อ ยืนแล้วย่อแบบนี้มาจะครึ่งชั่วยามอยู่แล้ว! จะยังไงก็ไปตกลงกันเองไม่ได้หรือ!

 

ถึงได้บอกอย่างไรเล่า ว่าเหล่าเชื่อพระวงศ์นั้นน่ารำคาญยิ่งนัก!

 

ไหนจะสายตาอาฆาตแค้นสุดๆ ขององค์หญิงซูหนี่ว์คนงามนั่นอีก...ก็เข้าใจว่าอยากให้นางขายหน้า แต่นางดันไม่ให้ความร่วมมือเสียนี่ จะมองนางแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก...เอาเถอะๆ

ฉีหรงเฉิงเห็นสายตาที่คล้ายกล่าวหาของเหลียนเยว่หยินแล้วก็รู้สึกขำในใจ...เยว่หยินเจ้าคิดเจ้าแค้นและบางทีก็คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ให้นางยืนนิ่งๆ คอยย่อกายขอบคุณแบบนี้นางต้องเบื่อเป็นแน่ เอาเถิด...

“ฉินกงกง นำกล่องของขวัญของเรามอบให้ท่านหญิงเหลียน...และเจ้าก็กลับไปนั่งเถิด”

รับสั่งที่ทำให้ทุกคนดวงตาลุกวาวอย่างอยากรู้อยากเห็นนัก ยิ่งยามที่ฉินกงกงขันทีใหญ่ข้างพระวรกายนำส่งเหลียนเยว่หยินถึงที่และมอบกล่องไม้หอมลายดอกบัวให้เหลียนเยว่หยินยิ่งอยากรู้ว่าข้างในนั้นใส่อะไรเอาไว้ แต่ในเมื่อฮ่องเต้ไม่มีบัญชาให้เปิด...ผู้ใดจะกล้าถามเล่า!

“เริ่มงานต่อ” พระหัตถ์โบกเบาๆ เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลง งานเลี้ยงกลับคืนสู่สภาพเดิม

เหลียนเยว่หยินมองกล่องไม้หอมเบื้องหน้าตัวเอง ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องเปิดที่จวนเท่านั้น ไม่รู้ว่าฮ่องเต้จะเล่นอะไรอีก นางไม่อยากไปวุ่นวายกับวังหลังของพระองค์เท่าไหร่นัก เห็นแก่ที่เขายื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่ให้นางต้องคุกเข่าไปมาต่อหน้าไทเฮากับฮองเฮา นางจะไม่ด่าว่าเขาแล้วกัน

เหลียนเยว่หยินเงยหน้าไปมองพระพักตร์ของโอรสสวรรค์ ดวงตามังกรนั้นฉาบไปด้วยรอยยิ้มยามมองมาที่นาง เหลียนเยว่หยินค้อมศีรษะลง จากนั้นก็หันไปเห็นดวงตาของอวิ๋นเจินหยางที่มองมายังนางเช่นกัน

องค์ชายสามยิ้มน้อยๆ มือจิบน้ำชารสเลิศ เขาจำได้...เสียงไพเราะนั้นมาจาพิณอวิ๋นเม่ยที่เขาเคยมอบให้เลียนเยว่หยินเมื่อสองปีก่อน พิณล้ำค่าที่ยากนักจะมีผู้บรรเลงสอดประสานเป็นหนึ่งได้เช่นนี้...แต่ในเมื่อเยว่หยินเป็นคนร่ายรำ

 

เช่นนั้น...ใครกันที่เป็นผู้บรรเลง

และความรู้สึกที่สัมผัสได้ยามได้ยินเพลงนั้นก็...

 

เหลียนเยว่หยินกวาดตาไปรอบๆ งานเลี้ยงไม่เห็นสองสามีภรรยาที่ช่วยเหลือนางเสียแล้ว สองคนนั้นคงไม่ได้นั่งชมอุทยานหลวงเพราะเบื่อหน่ายงานเลี้ยงกระมัง นึกไปก็อดขำไม่ได้จริงๆ เทียนหานเฟิงผู้นั้นฝีมือการบรรเลงพิณไม่ด้อยไปกว่านางเลยด้วยซ้ำ...ไม่สิ อาจจะเหนือกว่าอยู่ขั้นหนึ่งกระมัง ทั้งรูปโฉม ทั้งความสามารถ หากเขาปรากฏกาย...เกรงกว่าตำแหน่งโฉมสะคราญดันดับหนึ่งในใต้หล้าคงต้องยกให้เป็นแน่

 

แม้เขาจะเป็นบุรุษก็ตาม

อ้อ...เป็นบุรุษที่เป็นโรคหลงภรรยาด้วย

 

ไหนจะหลิงซิ่นอวี่ สตรีคนนั้นลึกลับและมากปริศนาไม่น้อย บอกว่าเป็นแม่ค้าชา แต่กลับวางค่ายกลได้อย่างชำนาญนัก ใช้เพียงก้อนหินและดอกไม้ในอุทยานก็เสกสรรค่ายกลร้อยบุปผาขึ้นมาได้โดยใช้เวลาเพียงเสี้ยว แต่ในเมื่อนางคือภรรยาของเทียนหานเฟิง...ก็แสดงว่าย่อมมียศศักดิ์ไม่ธรรมดา

เหลียนเยว่หยินไม่ได้รู้เรื่องราวนอกแคว้นป๋อมากนัก แต่นางชอบอ่านตำราประวัติศาสตร์ แคว้นอันไม่เหมือนแว่นแคว้นอื่น...ปกครองด้วยสกุลเดียวมานานแสนนานไม่เคยเกิดกบฏล้มล้างหรือแต่งตั้งราชวงศ์อื่นขึ้นมาปกครอง ประวัติศาสตร์อันยาวนานของแคว้นอันฮ่องเต้ทุกยุคสนมัย...มีแต่ สกุลเทียนกล่าวขานว่าแคว้นอันคือแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เป็นทางผ่านไปยังขอบชมฟ้า...

 

ดังนั้น...จึงไม่มีผู้ใดกล้าต่อแยคนสกุลเทียนสักเท่าไหร่

 

“ซิ่นอวี่...เจ้าเป็นใครกันแน่”

ถึงจะยังคาใจในตัวสหายคนแรกเกี่ยวกับความเป็นมาของนาง แต่เหลียนเยว่หยินกลับเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าหลิงซิ่นอวี่ไม่มีทางทำร้ายนาง...ไม่รู้เหตุใดเหมือนกัน...

 

 

 

“อาซ้อไม่ได้สร้างค่ายกลมานาน แต่ฝีมือไม่ตกเลย สมแล้วที่เป็นอาซ้อ” เทียนซือเสียนที่นั่งจิบชาอยู่กับหลานทั้งสองเอ่ยพึมพำเบาๆ ค่ายกลร้อยบุปผาที่งดงามหมดจด และถูกสร้างขึ้นมาในระยะเวลาไม่นานเช่นนี้มีแค่อาซ้อของเขาเท่านั้นล่ะที่จะทำได้

แล้วไหนจะเพลิงพิณอันแสนไพเราะนั่นอีก...ไม่ต้องเสียเวลาคิด เทียนซือเสียนก็รู้ว่านั่นคือฝีมือของพี่ใหญ่!

“ท่านพ่อและท่านแม่เก่งที่สุดเลยเจ้าค่ะท่านอาซือ” ชิงซายิ้มหวาน แก้มขาวๆน่ารักน่าหยิก

“นั่งนิ่งๆ” เทียนหมิงชุนปรามนางมารน้อยที่ขยับตัวไปมาไม่นิ่ง ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าเครื่องประดับตกลงมา ในใจบ่นมือก็ช่วยติดเครื่องประดับบนผมให้น้องสาวอย่างอ่อนโยน

มีหลายคนต่างสอดส่องสายตาใครรู้มาทางท่านอ๋องเทียนซือเสียนตัวแทนแคว้นอัน...รูปโฉมหล่อเหลา เป็นหนึ่งในสี่จตุรบุรุษแห่งยุคสมัยดำรงยศชินอ๋อง ซ้ำยังไม่มีนางในดวงใจ ล้วนเป็นที่หมายปองของเหล่าคุณหนูหลายบ้าน แต่วันนี้กลับพาเด็กชายหญิงสองคนมาด้วย แนะนำว่าเป็นลูกของพี่ชายก็ยิ่งทำให้ผู้คนสงสัยใครรู้ไปอีก

 

พี่ชายท่านอ๋องก็คือฮ่องเต้แคว้นอันและท่านอ๋องสามเทียนเฟยหรงมิใช่หรือ? ทั้งคู่ก็ยังไม่แต่งงาน เหตุใดจึงมีลูกได้ อาจเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาลับๆ ก็ไม่ใช่...เพราะเด็กสองคนล้วนมีสง่าราศี และส่องประกายเสียจนเด็กในวัยเดียวกันและผู้ใหญ่บางคนด้อยไปถนัดตา

 

“ว่าแต่ แม่กับพ่อเจ้าไปไหนกัน? เหตุใดข้าไม่เห็นเสียแล้ว”

“ท่านพ่อ ท่านแม่คงเบื่องานเลี้ยงนี้ยิ่ง อาจเดินเล่นอยู่ในอุทยานก็ได้ขอรับ” เทียนหมิงชุนตอบ ดวงตามองการประชันความสามารถกลางลาน ในบรรดาสตรีทั้งหมดคงไม่มีใครล้มท่านหญิงเหลียนเยว่หยินคนนั้นได้ ดังนั้นจึงเป็นการประชันความสามารถของเหล่าบุรุษแทน แต่ถ้าจำไม่ผิด...สี่จตุรบุรุษแห่งยุคสมัยนั้น...ฮ่องเต้ฉีหรงเฉิง แน่นอนว่าไม่มีใครเสี่ยงกล้าท้าทายพญามังกรเป็นแน่ ท่านลุงเจียวหั่วก็ไม่ย่างกรายออกจากเผ่าชมฟ้ามางานน่าเบื่อเช่นนี้ องค์ชายสามอวิ๋นเจินหยางนั่งจิบชา และแย้มยิ้มบางก็ไร้ผู้ใดท้าทาย ส่วนท่านอาซือ...ยิ่งไม่มีผู้ใดมายุ่งเกี่ยว

เลยกลายเป็นการข่มกันเองของบรรดาคุณชายทั้งหลายแทน ส่วนจตุรบุรุษแห่งยุคก็ยังเป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยน...แต่ละคนเป็นเชื้อพระวงศ์กันทั้งนั้น ผู้ใดจะกล้าล่วงเกิน อ้อ...แม้ท่านลุงเจียวหั่วจะไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ แต่ท่านลุงก็เป็นถึงผู้นำของเผ่าชมฟ้า...ยิ่งไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งเกี่ยว

“พี่หมิง พี่หมิงคิดอันใดอยู่เจ้าคะ น้องเรียกตั้งหลายครั้งแล้ว” เทียนชิงซายื่นหน้ามาหาพี่ชาย ดวงตากลมโตที่ทำให้เทียนหมิงชุนหยิกแก้มน้องสาวทันที

 

นางมารน้อยน่ารังแกยิ่งนัก แก้มนิ่มๆ

 

“ไม่มีอันใด แล้วเรียกข้าทำไมรึ?”

“พี่หมิง...” ไม่ทันที่ชิงซาน้อยจะได้อธิบาย ก็ได้ยินเสียงแก้วแตก และพริบตาต่อมาบรรยากาศพลันเงียบสงบ มีเสียงแหวกอากาศและเสียงกรีดร้องดังขึ้นแทนเสียงดนตรี!

“มีผู้บุกรุก!!

“คุ้มกันฝ่าบาท! คุ้มกันฝ่าบาท!!

“คุ้มครองไทเฮา! ฮองเฮา!

เหล่าคนชุดดำปิดหน้าตาที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไวปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบรอบบริเวณ รังสีฆ่าฟันฉายชัดออกมาจนบรรยากาศเย็นเยียบ

เทียนซือเสียนวางแก้วชา ริมฝีปากผุดยิ้มอย่างนึกสนุกไม่น้อย...ดีนัก งานเลี้ยงน่าเบื่อเช่นนี้ ในที่สุดก็มีอะไรให้ทำสักที ปรายตามองหลานชายหลานสาวที่ไม่มีท่าทีกลัวเกรง เทียนชิงซาดึงชายแขนเสื้อลงทั้งสองข้างเผยให้กำไลสีแดงโลหิตที่ข้อมือ ส่วนเทียนหมิงชุนนั้นหยิบพัดคู่ใจมาโบกเบาๆ คล้ายไม่เห็นเหตุการณ์บุกรุกอยู่ในสายตา

 

สมแล้วที่เป็นลูกของพี่ใหญ่กับอาซ้อ

ไม่มีความตกใจให้เห็นแม้เพียงนิด

 

“เจ้าว่าเป้าหมายในงานนี้คือใครกันหมิงชุน มีพวกหน้าโง่กล้าท้าทายอำนาจฉีหรงเฉิงเช่นนี้ ข้าอยากดูชมนัก” เทียนซือเสียนก้มหน้าลงถาม...ความคิดของเจ้าเด็กหมิงชุนน่ะฟังเข้าทีกว่าผู้ใหญ่หลายคนด้วยซ้ำไป

ซ้ำสถานการณ์รบราฆ่าฟันเบื้องหน้าคล้ายบทละครที่ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง เสียงดนตรีถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงประทะกันของคมดาบ

“นั่นกระมังขอรับ...” เทียนหมิงชุนหุบพัดชี้ไปยังคนชุดดำที่พลิกดาบเข้าหาโฉมงามอันดับหนึ่ง...เหลียนเยว่หยิน!

“เยว่หยิน!!” สุรเสียงทรงอำนาจของพญามังกรดังลั่น วรกายสูงใหญ่เคลื่อนย้ายเพียงพริบตานักฆ่าชุดดำที่จะทำร้ายเหลียนเยว่หยินก็ถูกหักคอทันที

“เยว่หยิน...อย่าอยู่ห่างจากข้า” รับสั่งเสียงเข้ม ปรายมองอวิ๋นเจินหยางที่อยู่ข้างๆ สองบุรุษระวังหน้าหน้าหลัง คุ้มครองโฉมงามไว้ด้วยแผ่นหลังกว้าง ผู้เห็นเหตุการณ์ต่างริษยาระคนปลาบปลื้มแทน

 

ช่างสมเป็นวีระบุรุษยิ่งนัก!

มีหนึ่งองค์ชาย หนึ่งพญามังกรให้ความคุ้มครองเช่นนี้...เหลียนเยว่หยินทำบุญมาดียิ่งนัก!!

 

และมีดวงตาที่มองมาอย่างริษยามาดร้าย ภาวนาให้นางปีศาจนั่นตายๆ ไปเสีย!!

 

 

 

“เป็นอย่างที่ท่านคาดการณ์พี่เฟิง...งานเลี้ยงนี้กลายเป็นงานเทศกาลสีเลือดไปแล้ว” หลิงซิ่นอวี่ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่วงนอกเอ่ยกับสามีเบาๆ นางยิ้มบางๆ ให้ลูกชายลูกสาวที่ดูจะสนุกสนานไม่น้อย ทั้งหมิงชุนและชิงซาย่อมปลอดภัยแน่ เพราะในงานมีหน่วยองค์รักษ์อวิ๋นปะปนอยู่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาปล่อยให้นายน้อยและคุณหนูน้อยทั้งสองละเล่นเบาๆ

“เจ้าพวกนั้นตามใจหมิงเอ๋อร์กับชิงเอ๋อร์นัก” เทียนหานเฟิงส่ายหน้าเบาๆ ที่เขากับอวี่เอ๋อร์ไม่เข้าไปในงานเลี้ยง...เพราะตอนเทียนหานเฟิงบรรเลงพิณจบ สายตาคมกริบของเขามองเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างที่ผิดปกติจึงได้รอดูสถานการณ์อยู่ภายนอก...

 

และเป็นอย่างที่คิด...

 

“เป้าหมายคือเยว่หยินอย่างนั้นหรือ?” หลิงซิ่นอวี่เห็นโฉมงามได้รับการปกป้องโดยฉีหรงเฉิงและอวิ๋นเจินหยางก็ไม่ห่วงสหายเท่าไหร่นัก

เทียนหานเฟิงยิ้มบาง มองหน้าภรรยา “ข้าเกรงว่า...มีคนต้องการให้เข้าใจเช่นนั้นมากกว่า”

“ท่านหมายความว่า...”

เทียนหานเฟิงหัวเราะ รวบเอวบางเข้ามากอด เขาชอบนักยามที่อวี่เอ๋อร์ตามทันความคิดเขา หน้าตานางจะน่ารักน่าเอ็นดูอย่างที่สุด...

“มีใครบางคนจงใจให้เยว่หยินเป็นเหยื่อ”



.........................................


เรื่องนี้ไม่ซับซ้อน...จริงๆ นะคะ 5555 สงอสามีภรรยานี้นี่...เขาจะฆ่ากันตาย เขาตีกันอยู่นะ อย่ามาจีบกันสิ! ทำตัวให้เข้ากับสถานการณ์หน่อยนะคะพี่เฟิง อวี่เออร์

ถ้าเจอคำผิดทักได้นะคะ บางทีตรวจแล้วก็มีที่คลาดสายตาไปบ้าง หรือว่าคำตรงไหนแปลกๆ บอกได้ค่า คนเขียนไม่กัด ไม่โกรธด้วย ^_^

ช่วงนี้คนเขียนประชุมแทบทุกวันเลยค่ะ T_T ฝนตกหนักมากด้วย ทุกคนอย่าลืมรักษาสุขภาพนะคะ ระวังตัวอย่าให้เป็นหวัดกันได้น้าาาาา

จะไปนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มล่ะค่า....


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #153 thanareelin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 23:59
    ไรท์ค่า เพิ่งได้มาอ่าน สนุกมากเลย กลับมาต่อเถอะนะค่า พลีสสสส
    #153
    0
  2. #150 Plang2549 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 12:37
    ไรท์กลับมาต่อไม่ได้หรอเราพึ่งมาอ่านแต่ชอบมากๆค่ะ
    #150
    0
  3. #145 ไก่มีสีขา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:42

    ไม่มีใครสงสัยฝีมือการดีดพิณเลยเหรอคะ ไทเฮาน่าจะให้ของนางบ้าง มีผู้ชายมาจีบคุณสามีน่าจะสนุก555

    #145
    0
  4. #134 UL001 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 15:00
    สนุกมากค่ะมาอัพต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #134
    0
  5. #133 Meifa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 10:35

    อัพเถอะค่ะ ขอร้องงง สนุกมากกก
    #133
    0
  6. #130 tfgz26497 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:30

    รอออออแงงงงงงงงง
    #130
    0
  7. #127 leel26092545 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 22:58
    รอน้าาาาาาา
    #127
    0
  8. #126 Thipnan Bow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 11:20
    แงงงงงงง กลับมาต่อเถอะค่ะไรท์ เรื่องนี้สรุกมากจริงๆ
    #126
    0
  9. #125 Centul2y (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 15:29
    อยากอ่านเรื่องนี้ต่อมากเลยย รอนะคะ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆค้าบบ
    #125
    0
  10. #124 hongty11 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 18:49
    อยากอ่านเรื่องนี้ กำลังสนุกค่ะ♡♡♡♡
    #124
    0
  11. #119 ไอซ์ ไม่กินผัก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 03:22
    มาต่อไหมคะเรื่องนี้ อ่านกระต่ายดื้อเสร็จ ตามมาอ่านคนงามต่อ ยันตีสามครึ่ง ????????
    #119
    0
  12. #118 leel26092545 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 13:27
    รอค่ะรออออ
    #118
    0
  13. #117 Neko1412 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 01:02

    รออออออๆๆๆๆๆ
    #117
    0
  14. #115 faiika2546 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 08:22
    รอออออ
    #115
    0
  15. #113 nawanoi19 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 21:55
    รอค่ะสนุก
    #113
    0
  16. #104 mee_pa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 10:51
    เข้ามาอ่านทีเดียวเลย สนุกดีค่ะ
    #104
    0
  17. #103 the_ZKM (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 10:49
    เป็นกำลังใจให้ค่าาาา สนุกมากๆ
    #103
    0
  18. #102 primo xxii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 10:29
    แงงงงงมาแล้ววว สามีภรรยาคู่นี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมมมมมม
    #102
    0
  19. #100 Niolin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 09:49
    คำผิด เหนือกว่า ไม่ใช่ เหลือกว่า รึเปล่าคะ
    #100
    0