ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ตอนที่ 15 : 二 เทศกาลร้อยสีสัน (7)...ประชันความสามารถ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    13 พ.ค. 61

14.



ภายในงานบัดนี้เหล่าขุนนางและตัวแทนแต่ละแคว้นต่างมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาและนั่งประจำตำแหน่งตนเองอย่างสงบเรียบร้อย อวิ๋นเจินหยางเดินนำขบวนเข้ามาด้านใน ส่งเหลียนเยว่หยินประจำที่เสร็จก็ไปนั่งที่ตัวเอง ท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคน

ใครบ้างจะไม่รู้ว่าองค์ชายอวิ๋นต้องใจท่านหญิงเหลียน แต่มิใช่เพียงองค์ชายอวิ๋นเพียงผู้เดียว...ยังมีฮ่องเต้ฉีหรงเฉิงด้วยอีก

 

สองบุรุษที่ถูกกล่าวขานว่ายอดเยี่ยมที่สุด...ต่างมีใจให้แก่โฉมสะคราญ

คนหนึ่งประกาศตัวผ่านเครื่องประดับบนเรือนร่างงดงาม

อีกผู้หนึ่งประกาศตัวผ่านการเข้างานร่วมกัน...

แต่ไม่มีใครรู้ว่า...ใจโฉมงามอยู่กับผู้ใด

 

หลิงซิ่นอวี่ยิ้มน้อยๆ กวาดสายมองรอบๆ ก่อนจะสบกับดวงตาสุกใสของลูกชายลูกสาว ที่ดูจะสนุกสนานอยู่กับท่านอาสือคนดี ไม่ต้องพนันนางก็รู้...จบงานนี้สือเซียนได้มาพร่ำบ่นนางกับพี่เฟิงเป็นแน่

“ฮ่องเต้เสด็จ! ไทเฮาเสด็จ! ฮองเฮาเสด็จ!” เสียงชันทีประกาศก้อง พร้อมริ้วขบวนสีทองอลังการที่เดินเข้ามาในงาน เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างคุกเข่าคำนับ มีเพียงเชื้อพระวงศ์แต่ละแว่นแคว้นที่เพียงยืนประสานมือ หลิงซิ่นอวี่เองก็คุกเขาลงแต่นางไม่ได้ก้มคำนับ เหลือบมองสามีที่นั่งขัดสมาธิอย่างเกียจคร้านแล้วอมยิ้มขำ

เอาเถิด...คนภายนอกก็เห็นว่าพี่เฟิงคุกเขานั่นล่ะ เขาก็เป็นเสียเช่นนี้...ทระนงในศักดิ์ศรีตนไม่น้อยหน้าผู้ใด

ดวงตาสีน้ำเงินแอบพิจมองฮ่องเต้ฉีหรงเฉิง...รูปงามไม่แพ้อวิ๋นเจินหยาง ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์ดุดันที่ชวนให้ผู้คนสยบยอม ดวงตามังกรคมปลาบ สง่างามและเย่อหยิ่งถือดี ยิ่งสวมอาภรณ์สีทองยิ่งขับเน้นรัศมีเหนือผู้คนออกมา

สมแล้วที่เป็นฮ่อมเต้และควบตำแหน่งจอมทัพแห่งแคว้น...

ส่วนฮองเฮา...หลี่เหมยตานนั้น ใบหน้างดงามแต่ด้อยกว่าเยว่หยินหลายส่วนนัก ซ้ำยังดูราวกับป่วยไข้เสียด้วย...แต่กระนั้นดวงตาของนางกลับนิ่งสนิท ซ้ำยังอ่านยาก...

สตรีที่มีนัยน์ตาเช่นนี้...ไม่ใช่ผู้ที่ถูกรังแกได้โดยง่าย

 

“วันนี้มีแขกผู้สูงศักดิ์มาร่วมอวยพรให้อายเจีย น่าดีใจยิ่งนัก” ไทเฮาแห่งแคว้นป๋อเอ่ยขึ้นมา แย้มยิ้มยินดี เป็นหญิงชราที่ยังดูแข็งแรง ใบหน้าอิ่มเอิบ อาบด้วยไอสูงศักดิ์และน่านับถือ

“ด้วยบุญบารมีและพระเมตตาของเสด็จแม่” ฉีหรงเฉิงประคองไทเฮาก่อนจะประทับนั่งลงบนเก้าอี้มังกร ข้างๆ มีฮองเฮาหลี่เหมยตานอยู่ข้างๆ ดวงตาคมนั้นมองเลยมายังเหลียนเยว่หยิน เห็นเครื่องประดับที่ตนมอบให้ประดับบนเส้นผมสีดำวาว...

งดงามเหมาะสมกับนางอย่างที่คิด

“ฮ่องเต้ยกยอแม่เกินไป ถ้าเช่นนั้นเริ่มงานกันเถิด” ฮ่องเต้ฉีหรงเฉิงโบกมือหนึ่งครา เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลงขึ้นช้าๆ ขับกล่อมบรรยากาศให้ผ่อนคลายมากขึ้น รับกับมวลปุบผาที่บานสะพรั่งเต็มบริเวณ

“อายเจียอยากเห็นของขวัญจากทุกคนเสียแล้ว...ผู้ใดจะเบิกโชคมงคลเป็นคนแรกกัน”

“หม่อมฉันมู่หรงกุ้ยฮวา ขอมอบภาพอวยพรไทเฮาเพคะ” ร่างบอบบางร่างหนึ่งก้าวเข้ามา ยอบกายลงอย่างอ่อนช้อยงดงาม ใบหน้าขาว ปากแดง ยามแย้มยิ้มเห็นฟันเรียงตัวสวย คิ้วเรียว ดวงตากลมโตสดใส ยิ่งสวมใส่อาภรณ์สีชมพูอ่อนปักลายดอกกุ้ยยิ่งทำให้นางงดงามเป็นเอก

“นางคงไม่ใช่หนึ่งในสี่โฉมงามแห่งยุคอีกคนกระมัง?” หลิงซิ่นอวี่กระซิบถาม

“ใช่แล้ว...มู่หรงกุ้ยฮวา หนึ่งในสี่โฉมงามแห่งยุค บิดานางคือเจ้ากรมคลังแคว้นป๋อ นางเชี่ยวชาญการวาดภาพยิ่งนัก ภาพของนางมีค่ายิ่งกว่าทองคำ” เหลียนเยว่หยินกระซิบตอบ พลางยิ้มน้อยๆ สหายของนางคนนี้ดูจะไม่สนใจเรื่องใดจริงๆ นอกจากเรื่องใบชา เพราะเมื่อครู่หลิงซิ่นอวี่เพิ่งวิจารณ์ชาที่ชงว่ารสชาติแย่ไปนิด

“เหลียนเยว่หยิน ฉีเหม่ยเซียน มู่หรงกุ้ยฮวา สี่โฉมงามที่ถนัดกันไปคนละสิ่งอย่าง ฉีเหม่ยเซียน...องค์หญิงแห่งแคว้นป๋อ สมญานามซูหนี่ว์ บรรเลงเพลงพิณได้ไพเราะราวเพลงจากเทพธิดา ถนัดพิณสิบสองสายนับว่าเป็นหนึ่งในมือพิณในตำนานของยุคสมัยนี้อีกคน มู่หรงกุ้ยฮวา...วาดภาพได้ราวเสกสรร แค่เพียงมองก็ยกภาพเหล่านั้นมาปรากฏในผืนผ้า หนึ่งภาพล้ำค่าดุจทองคำ อวิ้นฮุ่ยเจิน องค์หญิงแห่งอวิ้นหยาง เฉลียวชาญเชี่ยวชาญกลศึก และการเดินหมาก ต่างยกย่องว่านางคือปราชญ์หญิงแห่งยุค” เทียนหานเฟิงเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าภรรยาตัวเองมองเขาอย่างอึ้งๆ

“พี่เฟิงถามพี่เจียวมาหรือ?”

“ถามที่ไหน ข้าบอกแล้วว่าเมื่อสองปีก่อน ข้าอยู่ในเหตุการณ์ จะจตุรบุรุษแห่งยุค หรือสี่โฉมงามข้าก็รู้จักนั่นล่ะ”

เหลียนเยว่หยินมองสองสามีภรรยาที่พูดคุยกันก่อนจะยิ้ม นางชอบบรรยากาศของสองคนนี้...ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ใครที่เห็นพวกเขาเคียงข้างกัน...จะรู้ว่าพวกเขาคือสามีภรรยากัน

“แล้วข้าเล่า ในเมื่อท่านเข้าร่วมไม่ชื่นชมข้าให้ซิ่นอวี่ฟังสักหน่อยเหรอ?”

เทียนหานเฟิงหัวเราะเบาๆ เสียงไพเราะราวกระดิ่งเงิน มือขาวนั้นรินชาให้หลิงซิ่นอวี่และเหลียนเยว่หยิน ก่อนจะเอ่ย “เยว่หยินสามารถยิ่งนัก ทั้งดนตรี หมากล้อม หรือภาพวาด เจ้าล้วนชำนาญสิ้น สามคนนั้นล้วนเทียบเจ้าไม่ได้”

“พี่เฟิงเอ่ยชมเช่นนี้ เจ้าก็ดีใจเถิดเยว่หยิน สามีข้าปกติไม่ค่อยชมผู้ใดนักหรอก เขาถนัดแต่ชมตนเอง”

“เพราะข้าล้วนสามารถ” เทียนหานเฟิงพูดราวกับเป็นเรื่องธรรมดา จนสตรีทั้งสองแทบจะกลอกตา เบนสายตากลับไปยังลานพิธีที่มู่หรงกุ้วฮวากำลังตวัดพู่กันไปยังผืนผ้าอย่างชำนาญ...เมื่อนางวางมือลง...ก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นทั่งบริเวณ เพราะภาพที่รังสรรค์จากฝีมือจิตกรเอกนั้น...

ภาพหงส์ขาวพิสุทธิ์ที่เอื้อมปีกทั้งสองประคองกอดมังกรทอง เบื้องหลังคือทิวเขาสลับซับซ้อนดูยิ่งใหญ่ไพศาล เบื้อล่างคือร้อยปุบผาที่บานสะพรั่ง ตัวอักษร หงส์ขาวอุ้มชูพญามังกร แผ่นดินรุ่งเรือง มั่นคงยืนยาว ชั่วนิรันดร์

 

ทั้งยิ่งใหญ่...ทั้งอ่อนหวาน นุ่มนวล ทั้งเปี่ยมความหมาย

 

“ขอทรงพระเจริญพันๆ ปี พันๆ ปี เพคะ”  นางยอมกายอย่างอ่อนช้อย

“ดีๆ เป็นภาพที่ดียิ่งนัก อายเจียชอบมาก ประทานกำไลหยกเลือดนก หยกหินธารธารา แพรไหมลายดอกกุ้ยฮวา และปิ่นมวลปุบผาให้คุณหนูมู่หรง”

เหล่าคุณหนูทั้งหลายต่างริษยามู่หรงกุ้ยฮวายิ่งนัก ของเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งล้ำค่า แต่ไทเฮากลับพระราชทานให้มู่หรงกุ้ยฮวาหลายอย่าง

“ในเมื่อเสด็จแม่พอพระทัย ฉินกงกง นำภาพนี้ไปใส่กรอบทอง และมอบหินครามปุบผากับไหมฟ้าดอกกุ้ยให้คุณหนูมู่หรงอีกชุด”

คราวนี้เสียงสูดหายใจของแต่ละคนดังขึ้นมาพร้อมกัน...หินครามปุบผาซื้อจวนหรูหราได้อย่างน้อยสามจวน ไหมฟ้าดอกกุ้ย...คือผ้าไหมที่อบกลิ่นดอกกุ้ยนานนับสิบปี ทั่วแผ่นดินมีเพียงยี่สิบพับเท่านั้น

ครานี้...นับว่าสกุลมู่หรงได้หน้านัก

เหล่าคุณหนูทั้งหลายต่างออกมาแสดงความสามารถอย่างไม่ยอมแพ้กัน ได้รับของพระราชทานมาตามความเหมาะสม แต่เกรงว่าจะไม่มีใครโดดเด่นเกินมู่หรงกุ้ยฮวาไปได้ นางเป็นถึงหนึ่งในสี่โฉมงามแห่งยุค สตรีธรรมดาล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้...

ส่วนสตรีที่สู้ได้ อย่างสามโฉมงามที่เหลือยังไม่ขยับตัว อวิ๋นฮุ่ยเจินก็ว่าไปเถิด ไม่มีใครกล้าท้านางประลองหมากสักคน องค์หญิงซู่หนี่ว์ก็ไม่ขยับกาย ส่วนเหลียนเยว่หยินน่ะหรือ...แทบจะไม่สนใจการแสดงด้วยซ้ำ นางนั่งสนทนากับหลิงซิ่นอวี่ ฟังเทียนหานเฟิงเกี้ยวภรรยาตัวเองอย่างเปี่ยมสุข ทั้งๆ ที่ดวงตาหลายคู่จับจ้องนางไม่ลดละ

ฉีเหม่ยเซียนเหลือบสายตามองอวิ๋นเจินหยาง เมื่อพบว่าดวงตาของเขาจับจ้องที่ร่างของเหลียนเยว่หยินซ้ำยังอมยิ้มนิดๆ ทำให้นางกัดปากตัวเอง กำมือเข้าหากัน ก้มหน้าน้อยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น และลุกขึ้นเดินตรงมายังลานพิธี ท่ามกลางความสนใจของทุกคน เรือนร่างบอบบางย่อกายลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“ลูกขอมอบบรรเลงอวยพรเสด็จแม่เพคะ” นางพยักหน้าให้นางกำนัลนำพิณประจำตัวมาวาง...พิณซูหนี่ว์ของนางที่เสด็จพี่เสาะหาช่างพิณชั้นเลิศจากทั่วแผ่นดินมาทำ เพื่อมอบให้นางเป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุ 15 พิณนี้ได้ชื่อว่ายอดเยี่ยมที่สุด...แต่ยังด้อยกว่าพิณหยางชูของอวิ๋นเจินหยาง และพิณอวิ๋นเม่ยในมือเหลียนเยว่หยิน

เดิมทีพิณอวิ๋นเม่ยคือพิณของอวิ๋นเจินหยาง...แต่เขากลับมอบมันให้เหลียนเยว่หยิน พิณที่นางเองก็อยากได้! นางมีสิ่งใดที่ด้อยกว่าเหลียนเยว่หยินกัน รูปร่างหน้าตาก็เป็นสี่โฉมงามเช่นกัน ซ้ำยังยศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่า แต่ในสายตาของเขา...ไม่เคยมีนางเลย!

ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดใจ!

นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ...ข้าจะทำให้เจ้าอับอายขยายหน้า ลองดูสิว่าหากเพลงที่เจ้าเตรียมมาถูกข้าบรรเลงไป...เจ้าจะทำเช่นไร!

ปลายนิ้วเรียวกรีดบนสายพิณ...ส่งเสียงแว่วหวาน จังหวะทำนองแปรเปลี่ยนไปตามที่มือขาวเรียวนั้นบรรเลง “ลำนำเหมันต์” นางเอ่ยอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วกรีดบรรเลงท่วงทำนองอันเศร้าสร้อย สงบ และเปล่าเปลี่ยว...วังเวงราวกับอยู่ในฤดูเหมันต์ที่แต้มไปด้วยหิมะ...

ทั้งเศร้าสร้อย...และไพเราะ

“ลำนำใบไม้ผลิ” คราวนี้ท่วงทำนองเพลงเปลี่ยนเป็น ผ่อนคลาย นุ่มนวลราวกับเห็นภาพมวลปุบผาคลี่บานสะพรั่งเต็มไปหมด มองเห็นทิวทัศน์ของใบไม้หลากสีตระกาลตา...

“ท่วงทำนองแห่งคิมหันต์” ท่วงทำนองบรรเลงถูกเปลี่ยนอีกครั้ง...สนุกสนาน รื่นเริง ราวอยู่ในงานเทศกาลที่คึกคัก เสียงพิณเร่งเร้าขึ้นสูง ก่อนจะกึกก้อง คล้ายเสียงพลุหลากสีที่ส่องประกายบนฟากฟ้า...

“คำอำลาแห่งใบไม้ร่วง” ครานี้บทเพลงถูกเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยเงียบเหงา...อ้างว้าง เสียงดนตรีค่อยๆ แผ่วลง แผ่วลง...พร้อมๆ กับมือเรียวบางที่หยุดลง เรือนร่างงดงามยืนขึ้นและย่อกายลงอย่างเคารพ

“ลูกขอถวายพระพรเสด็จแม่ เพลงทั้งสี่นี้ลูกตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเสด็จแม่ จะผ่านไปที่ฤดู กี่หมื่นกี่พันปี ก็ทรงเป็นร่มเงาของลูกเสมอ ขอเสด็จแม่อายุยืนยาวนับพันปี พันๆ ปีเพคะ” น้ำเสียงหวานและรอยยิ้มน่ามอง ทำให้ไทเฮายิ้มอย่างภูมิใจในตัวบุตรสาวคนนี้ยิ่งนัก

ลองดูสีหน้าของทุกคนในงานสิ...ต่างเคลิบเคลิ้มและยังไม่ได้สติจากบทเพลงอันแสนไพเราะมหัศจรรย์ของเซียนเอ๋อร์เลย!

“หากไม่ได้ยินที่เจ้าบรรเลงมาก่อน ข้าคงต้องปรบมือให้องค์หญิงผู้นี้สักที แต่พอเป็นเช่นนี้...นางเอาบทเพลงของเจ้ามาดัดแปลง ซ้ำยังฉวยโอกาสแสดงก่อน เจตนากลั่นแกล้งเจ้าชัดๆ” หลิงซิ่นอวี่พึมพำเบาๆ บอกแล้วว่าองค์หญิงผู้นี้เสแสร้งเก่งไม่น้อย

“ข้าบอกเจ้าแล้ว” เหลียนเยว่หยินวางแก้วชาลง ท่าทางไม่อาทรร้อนใจ

“ไม่ทราบว่าองค์ชายอวิ๋นมีความเห็นเช่นไรกับฝีมือของน้องสาวข้า?” ฉีหรงเฉิงเอ่ยถามเสียงเรียบ

อวิ๋นเจินหยางเพียงยิ้ม ตอบอย่างสุภาพ “บทเพลงขององค์หญิงไพเราะนัก”

องค์หญิงซูหนี่ว์...ฉีเหม่ยเซียนยิ้มหวาน ในใจอิ่มเอมเมื่อได้รับคำชมจากชายที่นางรัก แต่พอคิดแล้ว...เขาชมตามมารยาทเท่านั้น คราก่อนที่เหลียนเยว่หยินบรรเลงบทเพลงภูเขาสูงธารน้ำไหล อวิ๋นเจินหยางเอ่ยชมหลายประโยค ซ้ำยังมอบพิณคู่ใจของเขาให้นางอีก

เหลียนเยว่หยิน! ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะโชคดีไปเสียทุกครา

“เสด็จแม่ ในเมื่อทั้งลูก ทั้งคุณหนูมู่หรงก็ลงมาแสดงอวยพรเสด็จแม่แล้ว...คงถึงคราวท่านหญิงเหลียนแล้วกระมังเพคะ”

ทุกเป้าสายตามุ่งตรงไปยังเหลียนเยว่หยินทันที ซึ่งคนงามแย้มยิ้ม แต่ไม่มีทีท่าจะตอบรับคำเชิญ ไทเฮาขมวดคิ้วนิดๆ นางรู้ว่าบุตรสาวพึงใจองค์ชายอวิ๋น และเกลียดชังเหลียนเยว่หยินแต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้มาก เพราะฮ่องเต้ก็พึงใจในตัวสตรีคนนี้ ซ้ำเสนาบดีเหลียนยังมีอิทธิพลในหมู่ขุนนาง...ดังนั้นวันนี้นางจะช่วยบุตรสาวเอาคืนสักเล็กน้อย

“ไม่ทราบว่าท่านหญิงเหลียนจะลงมามอบของขวัญให้อายเจียได้หรือไม่ ปีที่แล้วอายเจียชื่นชมเจ้านัก คาดหวังว่าปีนี้คงได้เห็นของขวัญล้ำค่าจากเจ้า”

เมื่อไทเฮาเอ่ยปากเช่นนี้ นางจะไม่ลุกก็ไม่ได้ เหลียนเยว่หยินยืนขึ้น ย่อกายอย่างอ่อนช้อย เยื้องยางมายังลานพิธี แต่ละก้าวนุ่มนวลแผ่วเบาราวเดินบนดอกบัว ชายผ้าของนางลากยาว รัศมีที่เปล่งออกมาจากร่างนั้นมีเสน่ห์ราวนางสวรรค์

แค่เดินผ่านก็ทำให้ดอกไม้หม่นหมอง

สะกดทุกสายตาให้ตรึงเพียงนาง...

นี่คือ...โฉมสะคราญอันดับหนึ่งในแผ่นดิน!

ยิ่งเห็นท่าทีเช่นนี้ของเหลียนเยว่หยิน ฉีเหม่ยเซียนก็เกลียดชังยิ่งนัก นางเงยหน้ามองไทเฮาก่อนเอ่ยเสียงหวาน...คลายออดอ้อน “เสด็จแม่...ในเมื่อลูกก็บรรเลงพิณไปแล้ว คุณหนูมู่หรงวาดภาพถวาย เช่นนั้น...ขอให้ท่านหญิงเหลียนร่ายรำดีหรือไม่เพคะ ได้ยินคำร่ำลือว่าท่านหญิงเหลียนล้วนเชี่ยวชาญทุกศาศิลป์ วันนี้ลูกอยากเห็นยิ่งนัก”

มีหรือที่ไทเฮาจะไม่ช่วยเหลือพระธิดา นางมองเหลียนเยว่หยินแล้วเอ่ย “ข้าจะรอดูท่านหญิงเหลียนร่ายรำ”

แค่นี้ก็ตัดสินแล้วว่างานคราวนี้เหลียนเยว่หยินต้องทำสิ่งใด...แม้จะดูเป็นการกลั่นแกล้งที่เห็นได้ชัด แต่ในเมื่อนี่คือพระประสงค์ของไทเฮา และฮ่องเต้ยังนิ่งสงบ...จะมีผู้ใดกล้าสอดปากคัดค้านเล่า

เหลียนเยว่หยินยืนนิ่ง แผ่นหลังยืนตรง ใบหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย แม้จะถูกกลั่นแกล้งอย่างเห็นได้ชัด

ในเมื่ออยากให้นางขายหน้า...นางพร้อมรับข้อเสนอ แต่ผู้ใดจะเพลี่ยงพล้ำนั้น...ต้องรอดูกันเสียก่อน

ดังนั้นร่างบอบบางจึงย่อกายลง เอ่ยเสียงหวาน “หม่อมฉันตกลงร่ายรำถวาย อวยพรแด่ไทเฮาเพคะ”

 

แล้วพวกท่านจะได้รู้...ข้าเหลียนเยว่หยินมิใช่รังแกได้โดยง่าย

 

 

หายไปนานน่าดูเลย...สารภาพว่าเป็นแนวที่เขียนยากจริงๆ ค่ะ ลบๆ เขียน ลบๆ เขียน อยู่หลายครั้งมาก บางทีก็แบลงค์จนเบลอ ข้อมูลเยอะมาก แต่ก็ท้าทายมากเหมือนกัน คาดว่าหลังจากนี้อาจมาได้บ่อยๆ ขึ้นค่ะ 

แล้วก็ขอบคุณหลายคนที่ยังรอนะคะ เพราะพวกคุณคนเขียนจึงเขียนต่อ และไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ! อ้อ...จะเขียนตอนก่อนพบกันของพี่เฟิงกับอวี่เอ๋อร์แน่นอนค่ะ อาจเป็นตอนพิเศษประมาณ 4-5 ตอน

ช่วงนี้...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ระวังอย่าให้ป่วยน้าาาา อากาศแปรปรวนเหลือเกิน

สำหรับคืนนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #94 Pacifist^^ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 14:45

    ไรท์หายไปนาน แต่คุณภาพยังคับแก้วเหมือนเดิม

    รอตอนต่อไปค่ะ ติดตามๆ

    #94
    0
  2. #93 ดาราทวราวดี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 11:28

    สารภาพเลยค่ะว่าเพิ่งมาอ่าน ชอบมากกก คือเขียนดีอ่ะ ในครส.เราแทบไม่นึกเลยว่าเป็นนิยายคนไทยเขียน ชอบจริงๆ ค่ะ อย่าหายไปนานนะคะ รอค่่าาาา

    #93
    0
  3. #92 Puan Juntachaya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 23:09
    ในที่สุดไรท์ก็กลับมา ฮูเร้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    อย่าทิ้งนะ ใช้เวลานานเพื่อคิดได้แต่อย่าหายแบบไม่มีวี่แววอีกนะ.......เค้าติดนิยายไรท์มากเลย
    #92
    0
  4. #90 wata-ame (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 22:11
    สารภาพว่าเพิ่งเคยอ่าน นี่อ่านรวดเดียวเลย ฉันพลาดไปได้ยังไง รอนะคะ
    #90
    0
  5. #89 fern31 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 21:39
    ชอบมากเลยค่ะไรต์ มาต่อไวๆนะ รออ่านอยู่<3
    #89
    0
  6. #88 primo xxii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 20:53
    หายไปนานมากจริง ๆ รออยู่นะคะ อย่าทิ้งกันนนสิ อ่านวนตั้งหลายรอบชอบบบบบบบมากกกกกกก
    #88
    0
  7. #87 princingsanta (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 19:58
    มาแล้วๆๆรออยู่เด้อ
    #87
    0