ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ตอนที่ 14 : 二 เทศกาลร้อยสีสัน (6)...อุทยานหลวงแคว้นป๋อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    19 ม.ค. 61

เทศกาลร้อยสีสัน (6) : อุทยานหลวงแคว้นป๋อ



“สมเป็นอุทยานหลวงของนครที่ร่ำรวยที่สุดนัก บุปผาหายากล้วนมีในครอบครอง” หลิงซิ่นอวี่เอ่ยออกมา ขณะที่กวาดมองรอบอุทยานหลวงอันงดงาม

“นอกจากเรื่องชาแล้วดูเหมือนสหายของข้าจะชำนาญเกี่ยวกับความงามของบุปผาด้วยเช่นกัน?” เหลียนเยว่เหยินหยอกล้อ ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มสดใส “องค์ชายอวิ๋นก็ชมชมชอบบุปผาและเสียงดนตรี เจ้าไม่คิดบ้างหรือซิ่นอวี่ว่านี่...ช่างเป็นโชคชะตาโดยแท้”

 

หากสหายของนางคนนี้ได้เป็นสตรีที่อยู่ข้างกายอวิ๋นเจินหยาง...พวกเขาคงเป็นครู่ครองที่เข้ากันได้ดีเป็นแน่

 

เทียนหานเฟิงที่คลุมหน้าอยู่นั้นหรี่ดวงตาลง รอยยิ้มหวานมากขึ้น...ถึงขั้นจะจับคู่ภรรยาของข้าให้กับอวิ๋นเจินหยาง?

 เหลียนเยว่หยิน...ขวัญกล้าเกินไปแล้ว!

 

ไอเย็นๆ ที่แผ่ออกมาทำให้หลิงซิ่นอวี่ถอนหายใจเบาๆ สามีนางไหน้ำส้มแตกอีกแล้ว เรื่องเล็กน้อยเขาก็หึงหวงได้

เหมือนเหลียนเยว่หยินจะสัมผัสได้ถึงอันตราย และสายตาจากหลิงซิ่นอวี่นางจึงเปลี่ยนเรื่องทันที “จริงด้วยซิ่นอวี่ บอกให้สหายของเจ้าปลดหมวกคุลมหน้าออกเถิด ข้ายังไม่รู้จักนางเลย?”

หลิงซิ่นอวี่หัวเราะขำ ในใจชื่นชม...ดีมากเยว่หยิน สมแล้วที่เจ้าเป็นสตรีอันดับหนึ่งใน ขืนเจ้ายังชังจูงเรื่องของข้ากับองค์ชายอวิ๋นต่อไป จอมมารข้างๆ คงได้พิโรธหนักเป็นแน่

ดังนั้นหลิงซิ่นอวี่จึงสนับสนุนการเปลี่ยนเรื่องสนทนานี้ พลันเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าแน่ในว่าอยากชมโฉมหน้าสหายคนนี้ของข้า?” แม้นางจะเห็นหน้าสามีตัวเองไม่ชัด แต่อยู่ด้วยกันมานานหลายปี นางรู้นิสัยเขาดี

 

พี่เฟิงคงรู้ว่าพวกนางกำลังเปลี่ยนเรื่อง...และจอมมารกำลังยิ้มขำอยู่เป็นแน่

 

“สหายของเจ้าก็เป็นสหายของข้าเช่นกัน อย่าได้กังวลไปเลย”

“แม้ว่าข้าจะไม่ใช่สตรีอย่างที่ท่านเข้าใจเช่นนั้นหรือ...แม่นางเหลียน?” เสียงทุ้มนุ่มนวลที่เอ่ยลอดออกมานั้นทำให้โฉมงามนิ่งไปนาน ก่อนจะขมวดคิ้วทันที เห็นมือขาวเรียวนั้นปลดผ้าคลุมหน้าออก...ใบหน้าที่เผยให้เห็นทำให้เหลียนเยว่หยินเบิกตากว้าง

งดงามมาก!! งดงามราวเทพธิดา!!

ขนาดนางเห็นใบหน้าตัวเองและคิดว่าใบหน้านี้งดงามมากแล้ว...ยังมีคนที่งามกว่านางอีก!...ที่สำคัญ...เมื่อครู่ เขาบอกว่าตนเองไม่ใช่...สตรี?

“ข้าเป็นสามีอวี่เอ๋อร์...ไม่อยากปล่อยให้นางเข้ามาในงานนี้ลำพัง เลยปลอมตัวเข้ามาด้วย อภัยที่ปิดบังแม่นางเหลียน” น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่หากไม่ตั้งใจฟังดีๆ ก็ไม่มีทางแยกออกว่านี่เสียงบุรุษหรือเสียงสตรี

“สามีซิ่นอวี่รึ!” โฉมงานถึงขั้นเสียกิริยา ทำให้ทั้งหลิงซิ่นอวี่และเทียนหานเฟิงหัวเราะ ส่วนเหลียนเยว่หยินนางยกมือกุมขมับ สมองกำลังครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว...นางใช่ว่าไม่เคยเจอบุรุษที่งดงามราวสตรี สถานที่ที่นางจากมานั้นมีเรื่องเหล่านี้มากมาย เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้าทันสมัย...ทำให้ผู้ชายและผู้หญิงคล้ายกันจนแยกแทบไม่ออก

 

แต่...

นางไม่เคยเห็นใครงดงามขนาดสตรียังอับอายได้เท่าบุรุษผู้นี้มาก่อน!!

 

“เจ้า...แต่งงานแล้ว?” หันไปถามสหายสนิททันที

หลิงซิ่นอวี่ยิ้ม กุมมือของเทียนหานเฟิง “ข้าออกเรือนตอนอายุสิบห้า...นี่สามีข้า เทียนหานเฟิง ข้าคงไม่อาจตกลงปลงใจกับองค์ชายอวิ๋นอย่างที่เจ้าปรารถนาได้หรอก...

“อายุสิบห้า? เจ้าตอนนี้อายุเท่าไหร่?”  เหลียนเยว่หยินรู้สึกว่านางปวดหัวมาก เรื่องราวเหล่านี้คืออะไรกัน! พวกเขาเป็นสามีภรรยา...สามีที่งดงามยิ่งกว่านางที่ได้ชื่อว่าเป็นโฉมงามอันดับหนึ่ง และภรรยาที่...ดูแล้วจะมีใบหน้าอ่อนวัยกว่าอายุจริงมากนัก

“วันที่สิบสอง เดือนสิบสองนี้ข้าก็จะ...ยี่สิบห้าปีพอดี”

 

อายุมากกว่านางถึงแปดปี! แต่ใบหน้ากลับเหมือนดรุณีอายุสิบแปด!!

 

“อวี่เอ๋อร์ของข้าหน้าตาอ่อนเยาว์แบบนี้มานานแล้ว นางน่ารักน่าชังยิ่งนัก” เทียนหานเฟิงไม่รอช้าที่จะชื่นชมภรรยา เขายิ้มกับสีแดงที่เห็นบนแก้มขาว

 

บรรยากาศรอบตัวทั้งคู่ทำให้เหลียนเยว่หยินจ้องมองไม่วางตา...

พวกเขาเป็นคู่ที่แค่สบตา แค่ยิ้มให้กัน แต่นางที่เป็นคนอกกลับสัมผัสได้ถึงความรัก ความหอมหวาน และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนั้น...และปฏิเสธไม่ได้ว่านางรู้สึก...อิจฉา

นี่คือ...ชีวิตคู่ที่นางอยากมี

 

“เจ้านี่มีเรื่องมาให้ข้าประหลาดใจอยู่เรื่อยเชียวซิ่นอวี่” เมื่อตั้งสติได้เหลียนเยว่หยินก็ขึงตาดุใส่สหาย ก่อนจะย่อกายลง “ขออภัยที่ข้าจับคู่ซิ่นอวี่กับองค์ชายอวิ๋น ข้าไม่ทราบว่านางมีท่านเป็นสามีอยู่แล้ว...”

“ไม่เป็นไร ข้ามิถือสาแม่นางเหลียน” เทียนหานเหิงเอียงหน้า กิริยาเขาชดช้อยงดงาม จนเหลียนเยว่หยินรู้สึกตัวเองหมองลงไป

 

นี่หากเป็นบ้านเดิมของนาง...รับรองได้ว่าเขาดังถล่มทลายแน่ๆ!!

 

“ว่าแต่...ท่านสกุลเทียน?” สกุลเดียวกับหนึ่งในสี่จตุรบุรุษแห่งยุค...ซ้ำยังเป็นสกุลที่ปกครองแคว้นอันมานาน...คนผู้นี้จะลึกซึ้งเกินไปแล้ว!

“เรื่องนั้น...แม้มิใช่ความลับ แต่ข้าไม่ขยายความเพิ่มเติมนะ”

“พี่เฟิง ท่านก็เลิกกลั่นแกล้งเยว่เหยินเถิด นางไม่รู้ว่าข้าแต่งงานแล้ว ขืนท่านทำให้ใบหน้าโฉมงามขมวดคิ้วบ่อยๆ จะไม่ดีเอาได้”

เหลียนเยว่หยินมองค้อนทันที...ค้อนทั้งคู่นั่นล่ะ กิริยาเง้างอนที่ทำให้นางดูน่าเอ็นดู จนสองสามีภรรยาอมยิ้มน้อยๆ

 

เป็นโฉมงามที่มิได้มีดีแค่เพียงหน้าตาและความสามารถ แต่มีนิสัยที่ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกดี จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสตรีคนนี้...จึงสามารถครองหัวใจของสองในสี่จตุรบุรุษแห่งยุคได้

 

“แม่นางเหลียนข้ารบกวนถามท่านสักประโยค”

“เชิญว่ามาเถิด...เพียงแต่ท่านเรียกข้าเยว่หยินก็พอ ในเมื่อท่านเป็นคนสกุลเทียน ยศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าข้านัก และท่านยังเป็นสามีของซิ่นอวี่ด้วย”

 

แสดงว่าสหายของนางอย่างหลิงซิ่นอวี่...ก็ฐานะไม่ธรรมดาเช่นกัน

 

เทียนหานเฟิงยิ้ม กุมมือมือภรรยาของตนที่มองมาอย่างใครรู้ “เช่นนั้นเยว่หยินเจ้าคงเคยพบเจอคุณชายใหญ่เผ่าชมฟ้า หลิงเจียวหั่วกระมัง?”

“ข้าย่อมเคยพบ...เขาเป็นหนึ่งในสี่จตุรบุรุษแห่งยุค ซ้ำยังเคยทำนายทายทักให้ข้า”

 

เผ่าชมฟ้า...ลึกลับมากปริศนา ไปมาไร้ร่องรอย ไม่มีใครบังคับบงการ อาศัยอยู่บนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์อย่างขอบชมฟ้า...เชี่ยวชาญการทำนาย ล่วงรู้ลิขิตสวรรค์ สร้างค่ายกลได้ราวพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

 

หลิงซิ่นอวี่หันมองเทียนหานเฟิงทันที นางก็เพิ่งจะรู้ว่าเหลียนเยว่หยินได้รับการทำนายจากหลิงเจียวหั่ว

“แม้ข้าจะไม่เข้าใจนักก็เถอะ...เขาทำนายว่าข้าเกิดภายใต้ดาวหงส์ การมาของข้าคือการเปลี่ยนชะตาแผ่นดินนี้ การตัดสินใจของข้าเกี่ยวพันกับสามแคว้น...จะเป็นสันติสุขหรือสงคราม...ขึ้นอยู่กับข้า”

เทียนหายเฟิงถอนหายใจเบาๆ แม้ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มบางๆ

สตรีคนนี้เป็นตัวก่อปัญหาอย่างที่คิดจริงๆ...แต่ทำเช่นไรได้ อวี่เอ๋อร์ที่ไม่ค่อยมีสหายดูเหมือนจะชมชอบเหลียนเยว่หยินมาก ส่วนหลิงซิ่นอวี่ไม่ได้สนใจคำทำนายนั้น มีบางคำสะดุดใจนางยิ่งกว่า...

“การมาของเจ้า...เยว่หยินหมายความว่าเช่นไรหรือ?” คงไม่ใช่ว่า...เหลียนเยว่หยินคนนี้จะเหมือนบางคนที่นางรู้จักกระมัง

ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นไม่ได้จดจ้อง คาดคั้น เพียงแต่ถามไถ่อย่างแปลกใจ ลักษณะนิสัยเช่นนี้ของหลิงซิ่นอวี่ทำให้นางชอบนัก ดังนั้นจึงยิ้มและเอ่ยบอก

“หากข้าบอกว่า...”

“มีคนมา” เทียนหานเฟิงเตือนเบาๆ หมวกผ้าโปร่งถูกสวมกลับที่เดิมอย่างรวดเร็ว เมื่อทั้งสามหันไปมองก็เห็นร่างสูงของอวิ๋นเจินหยางกับคนสนิทเดินมาในอุทยานหลวง

“ข้าคาดไว้แล้วว่าเจ้าต้องมาชมบุปผาอยู่ที่นี่ก่อนงานเริ่มเป็นแน่” แย้มรอยยิ้มอ่อนโยน มองสตรีที่ย่อกายเคารพเขา เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่รับกับความงดงามของนางและทำให้นางเปล่งประกายยิ่งกว่าใคร อวิ๋นเจินหยางหันไปหาสตรีอีกคน เลิกคิ้วเมื่อเห็นร่างที่สวมใส่หมวกคลุมหน้า คงเป็นสหายของแม่นางหลิงกระมัง...

“แม่นางหลิงไม่เจอกันสักพัก ชาของเจ้ารสชาติดีมาก” เขาเพิ่งได้ลิ้มรสชุดชาเหมันต์ไป...ต้องบอกว่าสมแล้วที่เป็นชาของนาง

หลิงซิ่นอวี่ยอบกายลงเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพ...เพราะยามนี้คนตรงหน้านางมาในฐานะองค์ชายสามแห่งแคว้นอวิ้นหยาง และยังมีนางกำนัล ขันที และองค์รักษ์ผู้ติดตามอีกเป็นขบวน ดังนั้น...ทุกคำพูด ทุกกิริยาย่อมต้องระวัง

“องค์ชายชอบก็เป็นเกียรติแก่หม่อมฉันแล้วเพคะ”

เห็นท่าทางของหลิงซิ่นอวี่เปลี่ยนไปจากทุกครั้งที่พบ อวิ๋นเจินหยางก็พยักหน้าเข้าใจ...อย่างที่เขาบอกว่าหลิงซิ่นอวี่เป็นสตรีที่น่าสนใจ นางดูปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

เขาหันกลับไปมาเหลียนเยว่หยิน “ข้ามารับเจ้าเข้างานด้วยกัน...” ดวงตาคมมองชุดเครื่องประดับมวยผมของเหลียนเยว่หยินแล้วย่นคิ้ว เครื่องประดับชุดนี้มองจากประกายก็รู้ว่าทำจากทองคำแท้ อัญมณีที่ใช้ตกแต่งนั่นล้วนเป็นของล้ำค่า...และมีเพียงสตรียศสูงในวังหลวงของแคว๋นป๋อเท่านั้นที่ได้ครอบครอง

 

ดูเหมือน...เฉิงฉีหรงจะอยากประกาศความเป็นเจ้าของผ่านเครื่องประดับชุดนี้...

แต่อวิ๋นเจินหยางหาใส่ใจไม่

หากทำแค่นี้แล้วได้ครอบครองหัวใจของนาง...ก็ไม่ใช่สตรีที่เขาชอบแล้ว

 

“ขอบพระทัยองค์ชายเพคะ ซิ่นอวี่เจ้าเข้าไปในงานพร้อมข้าเลยหรือไม่?” ดวงตาของเหลียวเยว่หยินฉายแววขอร้องแกมบังคับ ทำให้หลิงซิ่นอวี่พยักหน้าลงเบาๆ กระตุกมือสามีให้ตามมา โชคดีที่อวิ๋นเจินหยางไม่สนใจเทียนหานเฟิง ด้วยสายตาอันเฉียบคมและมันสมองของเขา นางเกรงว่าเขาอาจรู้ตัวตนของเทียนหานเฟิงได้ไม่อยาก...

ขบวนของอวิ๋นเจิงหยางก้าวออกไปจากอุทยานหลวง โฉมงามอันดับหนึ่งเดินเคียงข้าง ช่างเป็นภาพที่เหล่าผู้ติดตามต่างรู้สึกชื่นชมและคิดว่าช่างเหมาะสมกันดีแท้...

 

เจ้าคิดเห็นเช่นไร... เทียนหานเฟิงเขียนตัวอักษรบนมือขาวเบาๆ

หลิงซิ่นอวี่ยิ้มบาง ดวงตาสีน้ำเงินมองทั้งสองร่างที่เดินนำอยู่ด้านหน้า นางอาจเหมือนพี่สะใภ้ของข้า...

 


กลับมาอัพได้สักที...หายไปนานมากเลย ไร้คำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ เชิญลงทัณฑ์ตามบัญชา~~~ ความจริงอยากลองเขียนแนวนี้เพื่อฝึกภาษาแต่พอเขียนแล้ว เออ...สนุกดีอ่ะ หาข้อมูลต่างๆ ได้ความรู้เรื่องอื่นๆ ด้วย ตอนนี้ได้โน้ตบุ๊คกลับมาแล้ววววว  จะมาอัพได้แล้วววว 

จบบทเทศกาลร้อยสีสันจะคั่นด้วยการพบกันของพี่เฟิงกับอวี่เอ๋อร์นะคะ


ขอบคุณทุกคนที่ยังอ่านและคอยติดตาม แม้หายไปนานมาก ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ป.ล. ช่วงนี้อากาศแปรปรวนอย่างที่สุด รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


คืนนี้...ราตรีสวัสดิ์และฝันดีค่า ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #84 xīnyán174 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 14:35
    รีบมาต่อน้าาาาา
    #84
    0
  2. #83 nenut (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:11
    ต่อน้าาาาาาาาา
    #83
    0
  3. #82 Unnilium (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:48
    เย่วหยินข้ามมิติมาแน่ๆ
    #82
    0
  4. #78 primo xxii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 11:18
    มาแล้ววววว ความละมุนและอบอุ่นยิ่งกว่าพระอาทิตย์นี้ รอออออออออนะคะ
    #78
    0
  5. #77 nenut (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:49
    พึ่งหลงเข้ามา แต่ไม่คิดเลยว่าจะนั่งอ่านตั้งแต่ต้นจนถึงล่าสุดแบบไม่หุบยิ้มเลย ชอบมากเลยอ่ะไรท์ อัพบ่อยๆนะ^^
    #77
    0
  6. #76 ลูกคนโต (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:26
    แค่กลับมาก็ดีใจละครับ
    #76
    0
  7. #75 Niolin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:31
    รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #75
    0
  8. #74 Noo_malee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:20
    มาอีกนะค่ะ
    #74
    0