fic KNB : kuroko no basuke Yaoi allkaga,aokaga,akakuro,other

ตอนที่ 10 : Special Long Fic : AllKaga....かぞく: 怒るよ!เมื่อเสืองอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    31 พ.ค. 58


SP. เมื่อเสืองอน

 

“ไอ้พวกบ้า!!!” เสียงโวยวายลั่นริมถนนทำให้ผู้คนที่เดินสวนไปมาสะดุ้งตกใจ และเหลือบตามองเจ้าของเสียงโวยวายนั้น...

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดกักคุรันของโรงเรียนเซย์ริน ใบหน้าชวนมองและคิ้วสองแฉก รวมทั้งดวงตาสีแดงดั่งสีของอาทิตย์ยามเย็น ตอนนี้คนๆนั้นกำลังขมวดคิ้ว เรียวปากสวยเม้มแน่น ปรายตาที่บอกว่ากำลังโกรธจัดมองร่างหนุ่มๆเบื้องหน้าเรียงคน...

เจ้าหัวน้ำเงินที่เป็นคนปล่อยหมัดต่อยตีกับชาวบ้านชาวช่องเขาเป็นคนแรก เด็กหัวม่วงที่สมทบและสนับสนุนในเรื่องใช้แรง โดยอาศัยขนาดตัวที่โตกว่าคนอื่น เจ้าหัวเหลืองที่ช่วยเสริมอีกคน คนหัวฟ้าหน้าตาย ที่ไม่แม้จะเอ่ยปากห้ามแถมยังส่งรังสีน่าขนลุก พอๆกับหัวแดงและหัวเขียวที่เขาคิดว่าเจ้าสองคนนี้น่าจะมีความเป็นผู้ใหญ่ ช่วยห้ามปรามที่ไหนได้ กลับยืนนิ่งสนับสนุนให้เกิดการทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร!!

“ทำอะไรลงไปน่ะรู้ไหมหา!!!” คากามิกอดอกแน่น

“ก็ไอ้บ้านั่นมันลวนลามนายนี่หว่า...” อาโอมิเนะยักไหล่

ต่อยไปแค่หมัดสองหมัดนี่ดีแค่ไหนแล้ว เขาเห็นเต็มสองตาเลยนะตอนที่ไอ้บ้านั่นเอามือจับสะโพกของคากามิน่ะ!!

“น่าจะขยี้ให้เละ...คากาจิน ไม่น่าห้าม...เลย”

“ผมล่ะอยากจะเตะไปอีกสักสองถามที มารังแกคากามิจจิได้ยังไง ฮึ่ย!

“ผมก็เห็นด้วยไงครับ...คากามิคุงอย่าโกรธพวกเราเลย”

“แล้วมีเรื่องกันเนี่ยไม่คิดว่าจะกระทบกับการลงแข่งบ้างหรือไงหา!! พวกนายเป็นนักกีฬากันนะเฟ้ย!!

 หากมีเรื่องทะเลาะวิวาทออกไป อาจจะถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขัน...คากามิยังอยากแข่งกับเจ้าพวกนี้ทุกๆคน การได้เล่นบาสฯกับสมาชิกทีมปาฏิหาริย์คือความสุขของเขานี่นา...

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกน่า” มิโดริมะดันแว่นขึ้น

ทำไมเขาไม่ห้ามน่ะหรือ...สมควรแล้วที่ไอ้บ้านั่นจะโดน เขาไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องคากามิหรอก

“ผมจัดการเรื่องนั้นได้ง่ายๆอยู่แล้วไทกะ” อาคาชิยักไหล่

“อ๋อ!! ดีนี่!! พวกนายมันบ้าที่สุดเลย!! ไอ้พวกบ้า!! งี่เง่า!!!

 จะเอาแต่ใจตัวเองกันก็มีขอบเขตบ้างไม่ได้หรือไง....ทำไมไม่คิดบ้างว่าเขาอยากเล่นในสนามแข่งกับเจ้าพวกนี้ขนาดไหน

 ไม่เคยคิดถึงใจกันเลย!!

“ฉันจะไม่คุยกับพวกนายแล้ว!!!” ว่าจบก็ย่ำเท้าออกไปอย่างแรง เดินลิ่วๆจนพวกหนุ่มๆที่ถูกทิ้งได้แต่มองหน้ากันอย่างสงสัยว่าทำอะไรผิด...

พวกเขาก็อยากปกป้องคนสำคัญ...โดยเฉพาะยิ่งคนๆนั้นไร้เดียงสาเสียจนขั้นซื่อบื้อ ไม่รู้แม้กระทั่งตัวเองจะถูกลวนลาม

ไม่รู้ว่าคนอื่นมองตัวเองอย่างหลงใหลแค่ไหน...

ผิดหรือที่จะห่วง...จะหวง ในเมื่อ คากามิ...คือคนที่ไม่มีใครมาอาจแทนที่ได้

ยิ่งรักมากก็ยิ่งดูแลมาก หากเป็นได้พวกเขาก็อยากขังเสือสีแดงตัวนี้เอาไว้ไม่ให้ออกไปไหน...ใส่ปลอกคอ หรือล่ามโซ่ เสียเลยยิ่งดี...จะได้มีแค่พวกเขาในสายตา...

“อ่า...โกรธของจริงด้วยสิครับ” คุโรโกะมองตามแผ่นหลังคู่หูไปด้วยตาละห้อยเหมือนเจ้าเบอร์สองไม่ผิด

“แง...คากาจิน โกรธแล้วอ่า...” เริ่มแบะปากงอแง

“แย่เลยนะฮะ...แบบนี้ คากามิจจิโกรธสุดๆไปด้วย”

“เจ้าบ้านั่นงอนอะไรฟะ” อาโอมิเนะเกาแก้ม

“วันนี้ดวงฉันแย่สุดๆเลย”

“เฮ้อ...” อาคาชิถอนหายใจ

สีหน้าและแววตาของไทกะน่ะ...มีทั้งโมโหและเสียใจปะปนกันไป

“เอาเป็นว่ากลับบ้านกันก่อนแล้วกัน...”

เมื่อพวกหนุ่มๆกลับมาก็ไม่เห็นร่างของใครบางคนที่มักวุ่นอยู่แถวเคาน์เตอร์ หรือนั่งรอพวกเขาที่โซฟา พร้อมรอยยิ้มกว้างสดใสชวนให้ยิ้มตามและคำพูดที่ทำให้อิ่มเอมหัวใจอย่าง กลับมาแล้วเหรอ

“เงียบเกินไปแฮะ” อาโอมิเนะเดินไปหน้าประตูห้องสีแดงสดที่เขียนหน้าห้องว่า คากามิ ไทกะ ลองบิดดูก็พบว่ามันล็อค...

“ปกติคากามิจิไม่เคยล็อคกุญแจนี่นา” คิเสะแบะปากแล้ว ถึงแม้พวกเขาจะชอบหาเรื่องลักลอบเข้าหาคากามิจจิบ่อยๆ จนบางครั้งเสือน้อยก็รำคาญจนล็อคกุญแจห้อง แต่หลังๆมานี่หากปฏิบัติตัวดีก็ไม่มีปัญหานี่นา

“สงสัยโกรธมากๆๆแล้วล่ะ”

“ผมจัดการเองครับ” คุโรโกะดึงเอากิ๊ฟท์ติดผมสีดำเล็กๆขึ้นมา หมุนๆอยู่สักสองสามที ก่อนจะได้ยินเสียงกริ๊กเมื่อลูกบิดถูกปลดออก เล่นเอาคนอื่นๆส่ายหน้า...

นี่มันโจรชัดๆเลย...ซิกซ์แมนเงามายาของรุ่นปาฏิหาริย์นี่นับวันยิ่งมีความสามารถในการเป็นอาชญากรเต็มเปี่ยมขึ้นนะ

มิโดริมะผลักประตูแต่มันก็ไม่ยอมเปิด “หืม? ลงล็อคข้างในด้วย”

“ง่า...แบบนี้ก็เข้าไม่ได้น่ะสิ ฉันอยากไปหาคากาจินแล้ว...หิวด้วยอ่า...”

“นายเพิ่งจะกินมาไม่ใช่หรือไง!” คนอื่นๆส่ายหน้า

“คงต้องรอให้ไทกะใจเย็นลงสักหน่อย” อาคาชิถอนหายใจ เดินนำไปที่โซฟา เปิดทีวีดูข่าวก็ไม่เข้าหัว เพราะเขาคิดถึงแต่คนที่งอนจนขังตัวเองอยู่ในห้อง

“ลำบากเลยแฮะแบบนี้” คนหัวเขียวถอนหายใจแรงๆ ไม่มีคนที่คอยดูแลยกของว่าง หรือของมานั่งให้แหย่เล่นแล้วมันเหมือนขาดอะไรสักอย่าง

“ถ้าเย็นนี้ออกมาทำอาหารก็แสดงว่าคงโกรธน้อยลงล่ะครับ” คุโรโกะเอนตัวลงบนโซฟา

“แต่ถ้าไม่ออกมานี่คือโคตรจะโกรธสินะเท็ตสึ” อาโอมิเนะคว้าหนังสือไมจังมาเปิดดู แต่สองสามหน้าก็ปิดลง เพราะมีแต่ภาพเสืองอนอยู่เต็มไปหมด

“อือ...ไม่มีตักคากามิจจิให้หนุนแล้วทีวีไม่น่าดูเลย...” คิเสะที่มักจะอ้อนขอนอนตักนุ่มๆเวลาดูทีวีทิ้งตัวกลิ้งไปมา

“อื้อ...ถ้าคากาจิน...โกรธ...ก็จะไม่มี...ข้าวกิน จะไม่ได้กอด...” มุราซากิบาระเริ่มงอแง เหล่าหนุ่มๆรุ่นปาฏิหาริย์นั่งเปิดทีวีให้พูดไป ทั้งๆที่ในหัวแต่ละคนมีแต่วิธีง้อคนแสนงอนอยู่เต็มไปหมด นั่งนิ่งไปขยับไปไหน ไม่พูดคุยอะไรกันด้วย เวลาก็เดินผ่านไปเรื่อยๆ

“ห้าโมงกว่าแล้ว” อาคาชิหรี่ตานิดๆ “คงโกรธจริงๆแล้วล่ะ...ไทกะน่ะ”

“อ๋า...ฉันหิว...หิวๆมากๆๆๆ อาคาจินนนนน” เริ่มร้องหนัก จนคนอื่นๆส่ายหน้า เวลาเจ้าเด็กบ้าของกินนี่องค์ลงคนที่ห้ามอยู่ก็มีแค่คากามิที่เอาของกินยัดปากนั่นล่ะ...แต่ตอนนี้เจ้าตัวยังงอนอยู่เลย

“อย่าทำลายข้าวของสิอัตสึชิ เดี๋ยวผมโทรสั่งที่โรงแรมให้เอาอาหารมาให้ก็ได้...” อาคาชิตัดสินใจกดมือถือ ก่อนที่เจ้าหัวม่วงจะทำลายของในบ้านให้คากามิโกรธมากกว่าเดิม “คนอื่นๆจะกินอะไรไหม?”

“ชีสเบอร์เกอร์” ตอบพร้อมกันจนอาคาชิกดหัวคิ้ว

“นั่นมันของโปรดไทกะ...ผมถามพวกนายว่าจะกินอะไร”

“อะไรก็ได้” อาโอมิเนะตอบ

เขาอยากกินฝีมือคากามิมากกว่านี่หว่า

“ซูชิล่ะกัน” กรอกเสียงสั่งการเพียงสั้นๆ จากนั้นไม่นานพนักงานก็มาส่งอย่างรวดเร็ว กล่องซูชิที่ถูกห่อด้วยผ้าอย่างดีวางเรียงรายเบื้องบนโต๊ะ

“โห...สมเป็นอาคาชิจจิ” แค่ไม่กี่นาทีก็ได้ซูชิเลิศรสมาวางตรงหน้า แถมเป็นของดีราคาแพงสุดๆด้วย

“มากินกันเถอะครับ...ผมก็ชักหิวแล้ว”

“มุราซากิบาระ กินช้าๆ อย่าทำเหมือนลูกหมาอดอยากได้ไหมหา!” มิโดริมะห้าม จากนั้นก็แย่งกันกินราวกับผ่านสมรภูมิอันหิวโหยมา

“ก็อร่อยดีแฮะ...”

“เหรอ...” เสียงถามเย็นจัดทำให้มือที่กำลังจับซูชิแต่ละคนหยุดชะงัก ทุกสายตาตวัดไปมองร่างสูงโปร่งในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกสีน้ำผึ้งสวย กางเกงสีดำขาสั้นถูกบดบังด้วยชายเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่

อ่า...ถึงจะรู้ว่าแต่งตัวเอาสบาย...แต่สภาพชวนน่าขย้ำมากกว่านะ ทุกคนคิดเหมือนกัน

“ในเมื่อพวกนายมีของกินแล้วก็ตามสบาย!! อาหารฝีมือฉันคงไม่จำเป็นล่ะ!! พวกคนรวย!!” น้ำเสียงสะบัดอย่างแสนงอน ทำเอาพวกเขาแทบจะปาเจ้าซูชิทิ้ง

ที่ออกมาก็แสดงว่าโกรธน้อยลงแล้ว แต่พอพวกเขากินกันแบบนี้...เจ้าตัวกลับโกรธยิ่งกว่า

“ข้าวเช้าพรุ่งนี้ก็กินซูชิไปกันเลยนะ!!!” เจ้าตัวทำตาวาวสะบัดหน้าเดินเข้าห้อง แล้วปิดประตูดังปัง

อุตส่าห์กลัวว่าจะไม่มีอะไรกิน กลัวจะหิวกัน แล้วดูสิ!!

คิดว่ารวยกันนักหรือไง!! เขาไม่สำคัญแล้วนี่!!

“คนรวยนี่อาคาชิสินะ?” มิโดริมะว่า

“อย่าโยนข้อหาให้ผมสิชินทาโร่” ส่ายหน้าเบาๆ ส่งสายตาปรามพวกเพื่อนๆที่คิดจะโยนให้เป็นความผิดเขา

พวกบ้านี้นี่...

“เห็นทีคงต้องง้อแล้วล่ะ...”

 ไม่อย่างนั้นหากเป็นอย่างนี้หลายวัน...พวกเขานี่ล่ะที่จะเดือนร้อน

“นั่นสิ...”

แล้วจากนั้นวิธีง้อเสืองอนของแต่ละคนก็เริ่มขึ้น...

 

คนแรก...

วิธีง้อฉบับ อาโอมิเนะ ไดกิ

 

ปึก!! ปึก!!

เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังลั่นอย่างกับเจ้าตัวจะระบายอารมณ์โกรธให้หมดไปได้ เล่นเอาคนที่แอบดูสะดุ้งหน่อยๆ

อา...โกรธจัดจริงๆด้วยแฮะ

“มีอะไรเจ้ามิเนะ”

เรียกชื่ออย่างเรียบอ่ะ เอสโทโอคิดในใจ ร่างสูงที่เก่งกล้าราวกับปีศาจในสนามบาสฯกลับทำตัวประหนึ่งลูกแมวเมื่ออยู่ต่อหน้าคากามิ

“อ่า..คือ...ไงดีล่ะ”

“นึกไม่ออกก็กลับไปไป๊”

“ไล่กันเชียวนาย” คนที่คิดอะไรซับซ้อนไม่เป็นขยับตัวแย่งลูกบาสมาถือเอง จนคากามิอ้าปากค้าง พอเห็นอาโอมิเนะหมุนลูกสีส้มๆด้วยนิ้วเดียวยิงรู้สึกหมั่นไส้

“งั้นมาแข่งกันอาโอมิเนะ...ถ้านายชนะ...”

“ต้องหายโกรธด้วยล่ะ!!” มองคนที่ยิ้มอย่างดีใจแล้วกรอกตาหน่อยๆ

หมอนี่มันซื่อบื้อจริงๆ

 คากามิว่าคนอื่นโดยไม่ดูตัวเองว่าใครกันแน่ที่เป็นที่สุดของความซื่อบื้อ

1 On  1 สามแต้มก่อนชนะ” ถึงจะรู้ว่าตัวต่อตัวกันแล้วไม่เคยชนะอาโอมิเนะสักครั้ง...แต่เห็นแก่ความพยามที่มาง้อ...จะยอมรับฟังล่ะกัน

ถึงอย่างไงก็ต้องเล่นตัวหน่อย เจ้าตัวดำนี่จะไม่ได้ใจและเอาแต่ใจตัวเองมากไปกว่าที่เป็นอยู่

“เอ้า...มาเริ่มกันเถอะ” สิ้นเสียงทุ้มนั้นประกายสีน้ำเงินก็ผ่านหน้าคากามิไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงลูกบาสที่ถูกดังค์ลงห่วงอย่างสวยงาม คนผมแดงยืนอึ้งเล็กน้อย...กับการทำคะแนนในชั่วพริบตา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขำจนไหล่สั่น...สุดท้ายก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

 แค่ 1 On 1 แค่นี้...หมอนั่นถึงกับเข้าโซนเชียว

ฮะๆดูเหมือนอยากจะเอาชนะจริงๆนั่นล่ะ...เอาเถอะ...เห็นแก่ที่พยามมากกกกกกกกก

จะหายงอนก็ได้

“ตกลงหายโกรธแล้วใช่ไหม?” อาโอมิเนะถาม เมื่อเห็นว่าคากามิใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อให้เขาอย่างเบามือ

“ก็...นายพยามแล้ว”

“เฮ้อ...ขอบใจ” ดึงร่างที่เตี้ยกว่าเล็กน้อยให้มาใกล้มากขึ้น ก่อนจะโอบแขนกอดแน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอสีน้ำผึ้ง พอคากามิหายโกรธก็สบายใจขึ้นเยอะ

“นี่...คากามิ”

“หืม? ที่โกรธน่ะ...ไม่ใช่เพราะไปต่อยคนอื่น...ใช่ไหม?” คากามิยกแขนขึ้นโอบแผนหลังกว้าง

“อืม...แล้วไดกิคุงคิดว่ายังไงเหรอ?” ว่าด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า จนเอสโทโอนึกจากจะกัดปากสีพีชนั่นแรงๆสักที

“ก็...นายคงโกรธ...หากไม่ได้แข่งกัน...ในสนาม”

 ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เป็นคู่แข่งของกันและกัน

“ก็รู้นี่หว่า”

“ไม่ต้องห่วงหรอก...แมทต์ที่ได้เจอกับนาย คือความสนุกที่สุด...และคือบาสเกตบอลที่ฉันอยากเล่น เพราะอย่างนั้น...ไม่ว่ายังไงก็...จะแข่งกันให้ได้” พอได้ยินน้ำเสียงทุ้มว่าอย่างนั้นคากามิก็คลี่รอยยิ้มบาง

ไม่ได้มีแต่เขาที่รู้สึกแบบนี้คนเดียว...

“อืม... ขอบคุณนะ” ร่างสูงโปร่งผละจากอ้อมแขนแกร่ง ก่อนจะทาบริมฝีปากลงไปบนปากอาโอมิเนะ เป็นรางวัลให้คนที่นานๆทีจะทำตัวน่ารัก จากนั้นก็ก้าวยาวๆหนีเข้าไปในบ้าน เล่นเอาคนถูกขโมยจูบมีสีหน้าแดงจัดขึ้นมา ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง...

อา...หวานจริงๆแฮะ

ตอนที่ถูกจุ๊บน่าจะจูบกลับให้คนยั่วรู้เสียบ้าง

ยิ้มน้อยๆ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเป็นประกาย แต่เอาเถอะ...เวลาจะกินเสือน่ะ...ยังมีอีกเยอะ...

ตอนนี้...หมอนั่นหายงอนเขาเป็นพอแล้ว...

 

คนที่สอง...

วิธีง้อฉบับ มุราซากิบาระ อัตสึชิ

 

“อือ...” เสียงสะลึมสะลือจากร่างที่นอนอยู่บนเตียงสีขาวขนาดใหญ่ ดวงตาสีแดงเข้มกระพริบปริบๆเพื่อปรับสภาพสายตา คว้านาฬิกาปลุกรูปลูกบาสมาดู

วันนี้เขาตื่นสายกว่าปกติ...อาจเพราะไม่ต้องลุกมาทำอาหารเช้าให้พวกตัวปัญหา

 คากามิเสยเส้นผมสีแดงที่ปรกใบหน้าขึ้น ก่อนจะเหลือบมองไปนอกหน้าต่างเห็นแสงแดดจ้าบอกให้รู้ว่าเป็นเวลาสายมากแล้ว พอทำท่าจะลุกก็สังเกตเห็นกองอะไรสักอย่างที่ตรงประตูห้อง... เลิกคิ้วนิดๆ เดินเข้าไปใกล้ มันเป็นขนมกินเล่นมากมายหลายชนิด กองรวมๆกัน

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า...ฝีมือใคร  หยิบขนมพวกนั้นขึ้นมาก่อนจะกัดเข้าปากแล้วอดหัวเราะไม่ได้

วิธีง้อของเด็กโข่งผมสีม่วง...

ร่างสูงเดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำอย่างสบายใจ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เลือกเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสั้นสบายๆตัว เดินออกมาที่โซฟาก็ไม่พบใคร

สายป่านนี้...เจ้าพวกนั้นก็ออกไปกันหมดแล้วล่ะ

“หืม?” เห็นหัวม่วงๆที่นอนคว่ำหน้าซุกโซฟาพร้อมเศษซากขนมมากมายกองอยู่ข้างๆ ส่ายหน้าเบาๆ จิ้มจึกๆ

“มานอนทำไมตรงนี้น่ะ...”

“เอ๋...คากาจิน!!” พอได้ยินเสียงว่าเป็นใครเท่านั้นล่ะ มุราซากิบาระก็สะดุ้งลุกจากโซฟาทันที คว้าร่างสูงโปร่งมากอดหมับ ยกตัวคากามิมาวางบนตักตัวเอง แล้วกอดแน่นจนคนผมแดงเข้มแทบหายใจไม่ออก ได้แต่กรอกตาหน่ายๆ

เจ้าเด็กยักษ์นี่...โตแต่ตัวจริงๆด้วย นิสัยน่ะ...

เฮ้อ...

ยิ้มน้อยๆ ลูบผมสีม่วงอย่างเบามือ จนคนตัวโตเบิกตากว้าง ซุกหน้าลงกับไหล่ สูดกลิ่นหอมที่ชอบเข้าปอด

ถ้าหากคากาจินลูบผมเขาอย่างนี้ก็แสดงว่า...หายงอนแล้ว!!

ดีใจที่สุด!!

“ชอบ...ขนมไหม?”

“ที่นายเอาไปกองในห้องน่ะเหรอ?” เอ่ยกลั้นหัวเราะ “อุตส่าห์เอาของโปรดมาให้ฉัน...แล้วไม่กินหรือไง?”

“ก็...ฉัน...ไม่อยากให้คากาจินโกรธ”

“อืม...ก็หายแล้วนี่ไง”

“ขอโทษนะ”

“หืม?”

“จะไม่ทำอีก...จะแข่งกับคากาจินในสนาม...จะ...” เริ่มงอแงหนักจนคากามิหัวเราะขำๆ เงยหน้าขึ้นมองดวงตาสีม่วงราวกับเด็กน้อย ก่อนจะยื่นหน้าไปจุ๊บเบาๆหนึ่งที

“รู้แล้ว...น่า” มุราซากิบาระเบิกตากว้างก่อนจะฉีกรอยยิ้มกว้างด หัวเราะราวกับเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจ กอดคนผมแดงหมับแถมยังโยกไปมาอีก...

คากาจินน่ะ...น่ารักที่สุดเลย!!   

 

คนที่สาม...

วิธีง้อ ฉบับ คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

“เห...เกิดอะไรขึ้นน่ะคุโรโกะ?” ฮิวงะ จุนเปย์ กัปตันทีมบาสฯเซย์รินเอ่ยถามผู้เล่นผมฟ้าที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้ว ปล่อยรังสีทะมึนๆออกมาจนรุ่นน้องคนอื่นๆไม่กล้าเข้าใกล้ แถมยังส่งแต่ลูกอิกไนต์ พาส ให้จนคนอื่นๆมือชาไปหมดแล้ว ปรายตามองคู่หูผมแดงเอสของทีมที่ดื่มน้ำอึกๆ ปกติจะเข้ามาคุยกับคุโรโกะแท้ วันนี้มาแปลก

“นายไปทำอะไรให้คากามิงอน?” ริโกะกอดออก มองรุ่นน้องสองคนในทีมที่กำลังทำให้บรรยากาศอึมครึม

“ริโกะซังรู้ได้ยังไงครับว่าคากามิคุงงอนผม?”

โค้ชสาวของทีมยิ้ม “สัญญาติญาณของผู้หญิง”

“งั้น...พอจะมีวิธีช่วยให้คากามิคุงหายงอนผมไหมครับ?”

“อืม...อย่างเจ้าบ้านั้น...ใช้วิธีตรงๆจะง่ายกว่านะ”

“ผมก็ว่างั้นล่ะครับ” ดวงตาสีฟ้าจางมองคนที่กำลังไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะวันนี้เลิกซ้อมแล้ว

“อย่าให้ใครเข้าไปนะครับริโกะซัง”

“โอเคๆ แต่ฝากนายไปบอกอาคาชิด้วยล่ะว่าค่าตอบแทนครั้งนี้ให้พวกเราได้ซ้อมแข่งกับราคุซันน่ะ”

“ถ้าคากามิคุงหายงอนพวกเรา อะไรก็เรียกร้องได้ครับ...”

 

“ชิ!” เสียงนุ่มๆพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิดเล็กๆ

วันนี้ทั้งวันคากามิต้องทนกับสายนิ่งๆที่ไม่พูดไม่จาอะไรของคุโรโกะ ตั้งแต่ในห้องที่นั่งจ้องเขาเป็นชั่วโมง หรือตอนซ้อมก็ตาม

จะง้อก็ไม่ว่าอะไรแต่วิธีของเจ้าจืดจางนี่มัน...ฮึ่ม!!

“คากามิคุง”

 เฮือก!! เอสหนุ่มสะดุ้งเมื่อมีเสียงทักเรียบๆไร้ที่มา “คุโรโกะ!!

“ครับ...ผมเอง คากามิคุง...หายงอนผมเถอะนะครับ”

“หา?” ตรงๆอย่างนี้เลยเนี่ยนะ! ร่างสูงโปร่งถูกหนุ่มผมฟ้าดันไปจนติดกับล็อคเกอร์ แม้จะตัวเล็กกว่าแต่คนที่สามารถส่งลูกแรงๆได้นั่นก็ย่อมมีวิธีของตัวเอง มือเรียวของเสือสีแดงถูกตรึงจนขยับไม่ได้ ดวงตาสีฟ้าช้อนมองจนคากามิหน้าแดง

คุโรโกะชอบอ้อนด้วยดวงตาที่เหมือนลูกหมา...

และที่แย่ที่สุดคือ...เขาไม่เคยใจแข็งได้สักที

“ผมรู้ว่าคากามิคุงโกรธเพราะหากมีเรื่องกันจะกระทบถึงการแข่ง แต่ว่า...พวกผมก็เป็นห่วงคากามิคุงเหมือนกัน...อย่าโกรธพวกผมนะครับ...นะครับ...คากามิคุง...นะ” กระพริบตาปริบๆ แถมยังเอาแก้มถูกับผิวสีน้ำผึ้งอีก

“โอเค...ปล่อยได้แล้วน่า ฉันหายโกรธก็ได้”

“จริงนะครับ!!” แย้มรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจสุดๆ

“อืม...ในเมื่อนายสำนึกผิดฉันก็หายโกรธแล้ว”

“คากามิคุงใจดีที่สุดเลยล่ะครับ...” เอื้อมคว้าคอเอสของทีมลงมาก่อนจะทาบทับริมฝีปากไปอย่างแผ่วเบา แทรกปลายลิ้นเข้าไปไล้ปากสีพีชราวกับละเลียอดไอศกรีมรสเลิศ ค่อยๆเร้าร้อนขึ้นตามลำดับ จนคากามิหอบหายใจไม่ทัน...

แม้จะถูกจูบมาหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ชินอยู่ดี

แล้วจูบของคุโรโกะก็ต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าตัว...เร่งเร้า รุนแรง และอ่อนโยนไปด้วย...

“ไม่ได้จูบตั้งนาน...ผมคิดถึง” คิ้วเรียวสีแดงขมวดเข้าหากันนิดๆ ส่ายหน้าน้อยๆ

เกือบสองวัน...ไม่สิวันกว่าๆนี่นะ...

เฮ้อ...แต่เอาเถอะ...

ใบหน้าของเอสเซย์รินเอียงเล็กน้อยยอมให้คู่หูผมฟ้าจูบอย่างเอาแต่ใจไปพักใหญ่ๆ... โดยมีสายตาของโค้ชสาวและเหล่ารุ่นพี่ที่แอบมองอยู่เงียบๆ

ซิกซ์แมนเงามายาของรุ่นปาฏิหาริย์นี่ติดคากามิมากที่สุด...เป็นเงาที่ถูกแสงสว่างพันธการเอาไว้

ถึงเงาที่ว่านั่น...จะเต็มใจก็ตาม

 

 

คนที่สี่...

วิธีง้อฉบับ คิเสะ เรียวตะ

 

สองหนุ่มคู่หูแสงเงาแห่งเซย์รินเดินออกมาจากโรงยิมหลังซ้อมเสร็จ โดยที่วันนี้คากามิตั้งใจจะทำอาหารเย็นมื้อใหญ่

เห็นแก่พวกตัวปัญหาทั้งหลายที่ยอมลงทุนง้อ...

เอาเถอะถึงไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าอีกสามคนที่เหลือก็มีวิธีง้อในแบบของตัวเอง...เขาแค่รอดูแค่นั้นเอง แม้จะใจอ่อนลงไปจนไม่โกรธพวกบ้านี่แล้ว ก็ยังอยากเห็นอยู่ดี...

มันไม่มีบ่อยนักหรอกที่คนหยิ่งยโสในตัวเองอย่างพวกรุ่นปาฏิหาริย์จะยอมลงให้ใครสักคนแบบนี้...

แต่เหมือนว่าคากามิจะเป็นข้อยกเว้นนั้น...

“คากามิจจิ!!!” เสียงทุ้มน่าฟัง พร้อมร่างสูงของหนุ่มนายแบบที่กระโดดกอดคอเอสแห่งเซย์รินจนคากามิเกือบล้มหน้าคว่ำ หากไม่ได้คุโรโกะคว้าแขนไว้เสียก่อน

“คิเสะคุง!!” ดุเบาๆ

“ก็วันนี้ผมน่ะ ไม่มีสมาธิทำอะไรเลยนี่นา!!” คิเสะแบะปาก ทำท่างอแง “เรียนก็ไม่รู้เรื่อง เหม่อจนถูกอาจารย์ว่า ตอนซ้อมที่ชมรมก็ไม่มีกะจิตกะใจ ถูกพวกรุ่นพี่รุมตีหัวจนเกือบแย่!!

“นั่นมันเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ?” คุโรโกะเลิกคิ้ว

“เพราะผมกังวลเรื่องที่ถูกคากามิจจิงอนต่างหาก!!

“หืม?” คากามิเลิกคิ้ว มองคนที่ยังกอดเขาไม่ปล่อย ไม่สนสายตาใครด้วย

“พอโทรปรึกษารุ่นพี่คาซามัตสึ ก็ถูกด่ายับอีก หาว่าเป็นไอ้งี่เง่าอ่ะ!

“ก็จริงนี่นา...นายมันงี่เง่า” คากามิว่า ยกมือลูบผมสีเหลืองนุ่มด้วยแววตาขำขัน

คิเสะ เรียวตะ เป็นหนุ่มนายแบบหน้าตาดี นักบาสฯมากความสามารถ เอสแห่งไคโจวที่เก่งกาจ แต่พออยู่ต่อหน้าเขาทีไร...ก็เหมือนหมาโกลเด้นตัวโตจอมเอาแต่ใจนั่นล่ะ

“อย่าโกรธผมเลยน้าาา~~~~ คากามิจจิ!! คราวหลังผมจะไม่ทำอีกแล้ว! ผมก็อยากแข่งกับคากามิจจิเหมือนกัน”

 เขาพอจะรู้ว่าเรื่องอะไรที่ถูกเสือน้อยงอน...เพราะแม้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็คือคู่แข่งเช่นกัน...ยังไงก็อยากปะทะกันบนสนาม...

“นะๆๆๆ นะครับๆๆ อย่าโกรธผมนะๆๆๆ” ใบหน้าหล่อๆซุกลงที่ซอกคอสีน้ำผึ้ง หอมแก้มเนียนแรงๆ พยักหน้าหงึกๆจนดูคล้ายลูกหมาไปทุกที คุโรโกะหลุดหัวเราะ ส่ายหน้าน้อยๆ

ไม่รู้ว่าคิเสะคุงจะอ้อนจริงๆ หรือฉวยโอกาสเอาเปรียบคากามิคุงกันแน่  เห็นนะว่าหอมแก้มไปเกือบสิบครั้งแล้วน่ะ

“ก็ได้ๆ...นายสำนึกผิดแล้วนี่ แต่เลี้ยงชีสเบอร์เกอร์ฉันด้วยนะ!

“ได้!! จะกี่ชิ้นก็ได้ ผมจะเลี้ยงคากามิจจิเอง! ให้เลี้ยงไปทั้งชีวิตเลยก็ได้!!

“เว่อร์จริงนาย...” คากามิยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำเอาหนุ่มผมเหลืองเกิดอาการรู้สึกดีใจสุดๆของวันนี้

เฮ้อ! แค่คากามิจจิยิ้มให้ก็รู้สึกว่าโลกจะสดใสไปอีกหลายๆวันเลย

“งั้นเย็นนี้คิเสะคุงออกเงินจ่ายค่าอุปกรณ์ทำมื้อเย็นแล้วกันนะครับ” คุโรโกะว่า

“เอ๋? ผมออกก็ได้นะ แต่เย็นนี้คากามิจจิจะทำอาหารเหรอครับ!

“อื้ม...อยากกินซุปหัวหอมกราแตงหรือเปล่า”

ของโปรดของคิเสะ...

“กินคร้าบบบ~~ อะไรที่คากามิจจิทำก็กินทั้งนั้นเลยยยย!” ยิ้มกว้างอย่างเอาใจเต็มที่

“จ้าๆๆ นายไม่ต้องออกหรอก...ฉันมีเจ้านี่อยู่” ชูบัตรสีทองอร่ามขึ้นมาให้ดูก่อนฉีกยิ้ม “อาคาชิให้ไว้ตั้งนานล่ะ แต่ไม่เคยได้ใช้ ไหนๆหมอนั่นก็ทำให้ฉันโมโห รูดบัตรไปเต็มที่เลย อยากรู้เหมือนกันว่าวงเงินมันจะสักเท่าไหร่ หึๆๆ” หัวเราะในลำคออย่างน่าสยอง จนหนุ่มหัวฟ้ากับหัวเหลืองได้แต่มองหน้ากันก่อนจะยิ้มฝืดๆ

ดูท่า...อาคาชิคงได้เสียหลายเยนแน่ๆ ก็ปลายทางที่คากามิกำลังเดินเข้าน่ะ...มันเป็นห้างใหญ่ที่ขายแต่วัตถุดิบเกรดเอ ซึ่งปกติเจ้าตัวไม่เคยเฉียดใกล้เลยแท้ๆ

 แต่เอาเถอะ...ยังไงก็ได้กินอาหารอร่อยๆที่ไม่ได้กินมาตั้งหลายมื้อ!!

 

คนที่ห้า

วิธีง้อฉบับ มิโดริมะ ชินทาโร่

 

“วันนี้ชินจังซวยทั้งวันเลยนะ ทั้งๆที่พกลักกี้ไอเทมติดตัวมาด้วยแท้ๆ” พ้อทต์การ์ดตาเหยี่ยวแห่งชูโตคุหัวเราะเมื่อเห็นสภาพผมเปียกลู่ของคู่หู

วันนี้ชินจังเดินดีๆก็มีลูกเทนนิสตกใส่หัว ชนกระถางต้นไม้ สะดุดล้ม แถมยังถูกลูกบาสฯอัดใส่หน้าอีก เล่นเอาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องในทีมต่างก็แปลกใจกับอาการที่ไม่เคยเห็นจากเอสคนเก่ง...

“ฉันรู้!

ก็วันนี้เขาไม่หอมแก้มลัคกี้ไอเทมเสือน้อยก่อนออกจากบ้าน เพราะอีกฝ่ายงอนจนไม่ยอมลุกมาเตรียมมื้อเช้าให้!!

“เอ๋? เกิดอะไรขึ้น?”

“คากามิ...โกรธฉัน”

“หา! พวกนายไม่ก่อเรื่องอะไรเข้าอีกล่ะเนี่ย!

ปกติเห็นจะเอาแต่ใจกันแค่ไหนเอสเซย์รินก็ไม่เคยโกรธสักครั้งนี่นา

“ก็พอจะรู้ว่าทำไมถึงถูกโกรธ...เฮ้อ...คงต้อง...ง้อ” หนุ่มตาเหยี่ยวหลุดหัวเราะเสียงดัง

แหมๆ...ไม่เคยเห็นคนหยิ่งยโสอย่างชินจังยอมลงให้ใครมาก่อน

ชักอยากรู้วิธีง้อของคนผมเขียวเสียแล้วสิ

“...ชินจังจะทำยังไง?”

“ไม่รู้ ก่อนอื่นฉันต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า” เพราะชุดเขาเปียกชื้อไปหมด เลยตัดสินใจพาตัวเองมาซื้อเสื้อผ้าในห้างนี่ล่ะ

“อืม...ฉันว่าชินจังไม่ต้องคิดแล้วล่ะ โน่นๆๆ ดูโน่น” คนตาดีชี้ให้ดูกลุ่มคนที่กำลังส่งเสียงโวยวายและมีข้าวของมากมายเต็มรถเข็น

“หืม?...”

“มิโดริมะ?” คากามิเลิกคิ้วกับสภาพหัวเปียกๆของคนตรงหน้า เสื้อผ้าไม่เป็นระเบียบ ผิดกับมิโดริมะที่เขาเคยรู้จัก “ไปทำอะไรมา?”

“ก็...หลายเรื่อง”

“นายไม่ได้พกลัคกี้ไอเทมไปเหรอ?”

“พก”

“แล้วทำไม?”

“ช่างเถอะ...ทำไมนายมาแถวนี้ล่ะ” ปกติไม่ค่อยอยากเฉียดด้วยซ้ำ

“ก็หาซื้อของทำมื้อเย็น...อ้อ! มีซุปถั่วแดงของโปรดนายด้วยล่ะ”

“หืม? ไม่โกรธฉันแล้ว?”

“ยังโกรธอยู่” นี่ก็ตอบหน้าตาย โดยมีดวงตาสามคู่มองการสนทนาอย่างขำๆ

“จะให้ทำยังไงถึงจะหายโกรธ...” น้ำเสียงอ่อนลงอย่างไม่ค่อยเป็นทำเอาคนจากชูโตคุอีกคนแทบจะเปิดโทรศัพท์อัดเสียงเอาไว้ฟังทีเดียว

“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก แต่นายควรไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนตัวเองจะเป็นหวัด เพราะหากนายไม่สบาย ฉันจะโกรธนายมากขึ้นกว่าเดิม!! อ้อ...แล้วก็เอ้า! คิดว่าคงได้ใช้พอดี...” คากามิโยนถุงกระดาษให้มิโดริมะที่รับไปอย่างงงๆ

“อะไร?”

“เสื้อผ้าฮะมิโดริมัจจิ! คากามิจจิเลือกให้พวกเราเองเลยน้าาา~ ของผมกับคุโรโกจจิก็มี”

“ความจริงแล้วก็มีของทุกคนนั่นล่ะครับ” คุโรโกะบอก

อดจะนึกขำไม่ได้ คากามิคุงเข้าร้านโน้นออกร้านนี้และใช้บัตรที่อาคาชิคุงให้ไว้อย่างเต็มที่เลย เจ้าตัวบอกแค่ว่าบัตรวงเงินหมดเมื่อไหร่ก็เลิกเมื่อนั้น

ดวงตาสีเขียวมองป้ายยี่ห้อเสื้อผ้าในมือ...เป็นแบบเดียวกับที่เขาใช้ประจำ...โทนสีแบบที่เขาชอบ จะโมโหแค่ไหนก็ยังดูแลเอาใจใส่กันอย่างดีเสมอ

จนเป็นคนสำคัญ...ที่ไม่อาจให้ใครมาแทนที่ได้

“ฉันไปเปลี่ยนเสื้อเดี๋ยวมา”

“งั้นให้คากามิคุงไปด้วยแล้วกันครับ” คุโรโกะบอก

ก็เป็นเวลาง้อของมิโดริมะคุงนี่นะ ไม่ขัดก็ได้

“ทาคาโอจจิไปกินไอติมกับพวกผมไหมล่ะ ระหว่างรอมิโดริมัจจิกับคากามิจจิ”

“เลี้ยงเหรอ?” เรื่องขอฟรีนี่ขอให้บอก!

“หึๆ คนเลี้ยงน่ะอาคาชิจจิต่างหากครับ” ชูเจ้าบัตรสีทองที่คากามิยื่นไว้ให้ดู  

ยังไงๆก็ขอใช้ให้เต็มที่แล้วกันนะครับอาคาชิจจิ!!  

 

“พอดีตัวหรือเปล่า?” คากามิถาม มือเรียวช่วยติดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ให้ ท่าทางที่แสดงออกอย่างคุ้นชินทำให้สาวน้อยพนักงานจ้องด้วยหน้าแดงๆ

แหม...ก็คนหนึ่งหล่อสุขุม อีกคนก็หล่อแบบสวยๆ

แถมคนผมแดงก็ดูแลคล้ายๆกับภรรยาเลยนี่นา...เห็นแล้วฟินนนนนน!!

“อืม...ขอบใจนะ” มิโดริมะยิ้มน้อยๆ...

เอาใจใส่คนอื่นแม้ตัวเองจะโมโหอยู่ คงมีแค่คากามิคนเดียวที่เป็นแบบนี้...

แต่เพราะหมอนี่เป็นแบบนี้...เขาถึงได้หลงเสน่ห์เสือสีแดงจนไปไหนไม่รอด

“ตกลงจะให้ทำยังไงนายถึงจะหายโกรธ?” มือเรียวที่ติดกระดุมเสร็จตบลงบนอกแร่งแรงๆหนึ่งที

“คิดเอาเองสิพ่อคนเก่ง”

“ตอนนี้ไม่เก่งแล้ว”

คากามิจ้องดวงตาสีเขียว ก่อนหัวเราะขำๆ อืม...เห็นทีที่โค้ชบอกไว้ว่ารุ่นปาฏิหาริย์เวลาอยู่ต่อหน้าเขาแล้วเหมือนลูกแมวตัวน้อยนี่น่าจะจริง ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย รู้แค่ว่าตัวเองถูกยอมให้มากกว่าคนอื่น พอเจอจริงๆแบบนี้รู้สึกตัวเองเป็นคนโชคดีแปลกๆเหมือนกัน

“งั้น...ไปกันเถอะ” ดวงตาสีเขียวภายใต้กรอบแว่นกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะดึงคากามิให้เดินตาม มือของมิโดริมะให้ความรู้สึกพึ่งพาได้เสมอ มือใหญ่ที่อบอุ่นและคอยชักนำแต่ในทางที่ถูกที่ควร

เอาเถอะ...ก็มีแค่เรื่องของเขาล่ะนะที่ทำให้พ่อคนสมบูรณ์หลุดน่ะ

“ว่าแต่...จะพาไปไหน?”

“มานี่...” ร่างสูงถูกบังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้นุ่มในร้านดนตรี ก่อนที่มิโดริมะจะผละไปคุยอะไรบางอย่างกับเจ้าของร้าน จากนั้นเจ้าตัวก็เดินไปที่เปียโนสีน้ำตาลไม้ฮอกกานีหลังใหญ่ ไล้ปลายนิ้วลงไปเหมือนทำความคุ้นชิน แล้วกดแป้นคีย์จนเกิดเสียงกังวาน คากามิคลี่รอยยิ้มน้อยๆ

นั่นสิ...ลืมไปเลยว่าเห็นอย่างนี้ มิโดริมะก็มีความสามารถด้านดนตรีเหมือนกัน...โดยเฉพาะเปียโน ที่เล่นได้ไพเราะจนเคลิบเคลิ้ม แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยจับเปียโนเท่าไหร่จนไม่มีใครรู้นอกจากคนที่สนิทจริงๆ 

อืม...ดูท่าว่าเอสแห่งชูโตคุจะใช้ความสามารถที่ว่าในการง้อเขาล่ะนะ หึๆ

เสียงเปียโนดังก้องไปตามจังหวะนิ้วที่พลิ้วลงบนแป้นคีย์อย่างชำนาญ เสียงสดใสบางครั้งก็เว้าวอนราวกับงอนงอจนคนฟังได้แต่หัวเราะขำๆ หลับตาลงฟังท่วงทำนองที่ไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่นักด้วยความผ่อนคลาย

“เห...ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าชินจังเล่นเปียโนเป็นด้วย” ทาคาโอะที่ตามเสียงเพลงมาว่า มองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆ

เอาไปบอกพวกรุ่นพี่ที่จบแล้วจะเชื่อไหมเนี่ยว่าคนอย่างชินจังทำอะไรอารมณ์สุนทรีย์แบบนี้เป็นด้วย!

ตอนนี้รอบร้านดนตรีมีแต่คนรุมล้อม เพราะถูกดึงดูดมาด้วยบทเพลงอันไพเราะ อีกอย่างคนเล่นยังเป็นหนุ่มหล่อซึ่งกำลังตั้งใจเล่นอย่างจริงจัง

“นานมาแล้วนะฮะที่ไม่ได้ฟังเปียโนของมิโดริมัจจิ ตั้งแต่ม.ต้น”  

“ก็ยังฝีมือยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยนนะครับ” คุโรโกะยิ้ม

นี่หากไม่ใช่เพราะง้อคากามิคุง คงไม่ยอมทำถึงขนาดนี้หรอก...

 ตึง!

เสียงกดแป้นคีย์ครั้งสุดท้ายเมื่อเพลงจบลง ก่อนเสียงปรบมือจะดังก้อง เล่นเอาคนที่ไม่ค่อยโชว์ความสามารถตัวเองให้ใครเห็นอดสะดุ้งไม่ได้ มองหาเป้าหมายที่ทำให้เขาต้องเล่นเปียโนต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ 

“ขอโทษ...ยกโทษให้เถอะนะ” คากามิฉีกยิ้มกว้าง ตบมือบนไหล่กว้างก่อนจะถูกรวบเข้ามากอดโดยไม่อายสายตาใคร ท่ามกลงเสียงกรี๊ดที่ดังลั่น

“เฮ้ย! มิโดริมะ!” ร้องเสียงหลง

“เฮ้อ...รู้สึกโล่งใจชะมัด วันนี้ฉันซวยทั้งวัน”

“อ้าว...นายพกลักกี้ไอเทมไปนี่นา”

“พกก็จริง...แค่นายเมินฉันก็แย่พอแล้ว”

“จ้าๆ ^_^” ดวงตาสีแดงเข้มกวาดมองรอบๆเห็นผู้คนบางตาลง เหลือก็แค่คนสามคนที่ยกนิ้วโป้งส่งเสียงหัวเราะมาทางนี้

“งั้น...หายโกรธก็ได้...เนอะ” คนตัวสูงกว่าต้องตกใจเมื่อริมฝีปากของคนขี้อายฝังลงบนแก้มเขาเร็วๆก่อนจะผละออก ใบหน้าหล่อๆอดจะขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ได้ ก่อนจะทอดสายตาอ่อนโยนมองตามร่างสูงที่เดินไปรวมกับคนอื่นๆ

เอาเถอะ...ก็คุ้มล่ะนะ

 

คนสุดท้าย...

วิธีง้อฉบับ อาคาชิ เซย์จูโร่

 

“นั่นอะไรน่ะเซย์จัง?” มิบุจิ เรโอะ มองรุ่นน้องกัปตันทีมที่ได้รับกองกระดาษอะไรสักอย่างจากเลขาส่วนตัวซึ่งเอามาให้ถึงโรงเรียน เพราะวันนี้อาคาชิมีประชุมกรรมการนักเรียนทำให้เจ้าตัวกลับบ้านช้า ทั้งๆที่ใจน่ะ...คงถึงไปนานแล้ว เพราะดูเหม่อลอยหลุดมาดอันแสนสมบูรณ์ไปหลายครั้ง แถมยังปล่อยรังสีทะมึนๆตั้งแต่เช้า จนคนทั้งโรงเรียนอึดอัดแทบจะลาป่วยกลับบ้านกันหมด

“สลิปบัตรเครดิตน่ะครับ หึๆ” ส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหลุดรอยยิ้มขำๆ จนเหล่าสาวๆที่มาแอบมองหนุ่มหล่อคนนี้พากันกรี๊ดเบาๆ

“หืม? แล้วเกิดอะไรขึ้น เซย์จังไปซื้ออะไรไว้เยอะแยะ” ถึงจะรู้ว่ารุ่นน้องร่ำรวยแค่ไหน แต่เซย์จังก็ไม่ใช่คนที่ชอบใช้บัตร...

แบบ...เงินสดล้วนๆ

“เปล่าหรอกครับ...แค่...มีคนกำลังระบายความโมโหโดยการเอาบัตรที่ผมเคยให้ไว้มาใช้เสียเต็มที่” อาคาชิยิ้มอีกครั้ง ดวงตาทอประกายอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยทำ เห็นแบบนี้คนอื่นๆในทีมก็รู้แล้วล่ะว่า...

ใครที่เป็นต้นเหตุของสลิปบัตรนับร้อยนั่น

ดูเอาเถอะ...ปกติไทกะไม่ใช่คนที่ชอบทำตัวฟุ่มเฟือย เจ้าตัวชอบบ่นอยู่เรื่องที่เขาใช้เงินเปลืองเกินเหตุ บัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดที่เคยให้ไว้เผื่ออยากซื้ออะไรตามใจชอบ แต่ก็ไม่เคยถูกใช้เลยสักครั้ง มาวันนี้ล่ะที่รูดไปวันเดียวยอดพุ่งสูงจนเลขาอาคาชิอดจะแปลกใจไม่ได้ รีบเอาสลิปมาดู...แถมยังแซวเขาว่าหิมะอาจตกอีก

 เพราะทุกคนรู้นิสัยเจ้าของหัวใจนายน้อยแห่งตระกูลอาคาชิดี

“อืม...ให้อารมณ์เหมือนภรรยาที่งอนคุณสามีแล้วระบายอารมณ์โดยการช้อปแบบไร้เหตุผลเลยนะ”

“หึๆ ผมก็ว่างั้นล่ะครับ...วันนี้ขอกลับก่อนได้ไหมครับ?”

“อ้อ...ได้สิ เซย์จังทำเอาคนทั้งโรงเรียนกลัวกันหมด กลับมาแล้วดีขึ้นก็โอเคนะ”

“ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นนิดๆ

อืม...ดูเหมือนแค่ถูกเสืองอน เขาจะพาลสร้างบรรยากาศกดดันคนอื่นจนทั่ว

มันช่วยไม่ได้จริงๆ...ในเมื่อคากามิ ไทกะ คือคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาจนละเลยไม่ได้...แม้แต่วินาที

“อ้าว...อาคาชิกลับแล้วเหรอ?” ฮายามะ โคทาโร่ อสูรสายฟ้าแห่งราคุซันที่โผล่หน้ามาไม่เห็นกัปตันทีม  

“อืม...พอดีต้องไปง้อคุณภรรยาขี้งอนที่บ้านน่ะ”

“คากามิน่ะเหรอ? มิน่าเจ้าตัวถึงปล่อยรังสีทำลายล้าง”

“นั่นสินะ...”

 คนๆเดียวที่ทำให้กัปตันผู้เก่งกาจ อัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบหลุดการควบคุมได้ก็มีแค่เอสเซย์รินเท่านั้นล่ะ...

 

“กลับมาแล้วครับ...”  เสียงทุ้มบอกเมื่อกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่พวกเขาอยู่ร่วมกัน ทั้งๆที่ก่อนจะมาเป็นครอบครัวแบบนี้ได้ก็ใช้เวลาไม่น้อยทีเดียว อาคาชิไม่เคยบ่นเรื่องเหนื่อยหรือลำบากอะไรที่ต้องขับรถจากเกียวโตมาโตเกียวเลยสักครั้ง ถึงจะต้องใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าๆก็ตาม

เพราะสถานที่แห่งนี้คือ บ้านที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง

“อ้าว...กลับมาแล้วหรืออาคาชิ” อาโอมิเนะที่นั่งไขว้ห้างกินเลม่อนนำเข้าอบน้ำผึ้งอยู่เงยหน้ามามอง “ตอนนี้เหลือนายคนเดียวแล้วนะที่คากามิงอนอยู่น่ะ รีบๆไปง้อซะทีไป๊!

“ไอ้ที่ไดกิกินอยู่น่ะกรัมล่ะสามพันเยนได้นะครับ” กวาดตามองแค่สีของมันครั้งเดียวก็รู้

“อะไรนะ!!” คนผิวดำแทบจะพ่นเจ้าเลม่อนที่ว่าออกจากปาก

มิน่า...รสชาติดูไฮโซแปลกๆ

อาคาชิจิ้มน้ำผึ้งขึ้นมาละเลียดชิม “น้ำผึ้งขวดละหมื่นเยน...อีกอย่างขวดนี้จุแค่ 500 ml. ด้วย”

“หา!!! เฮ้ย! คากามินี่นายเอาอะไรมาให้ฉันกินเนี่ย!!” เอสโทโอโวยวาย กินไปแล้วจะผื่นขึ้นไหมฟะ!!

“อ้าว...ก็ของดีไงล่ะ หึๆ” คนผมแดงเข้มที่ผูกผ้ากันเปื้อนสีชมพูฉีกยิ้มกวนโมโหให้อาคาชิ “บัตรนายนี่เจ๋งไปเลยนะอาคาชิ รูดไปเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที”

“นั่นมันวงเงินไม่จำกัดน่ะไทกะ” ส่ายหน้าขำๆ

“เอ๋...มิน่าล่ะ”

“ไทกะทำเคย์ตกใจมากเลยรู้ไหม?” เขาหมายถึงเลขาส่วนตัวที่เอาสลิปบัตรเครดิตมาให้ “แล้ววันนี้ทำอะไรกินกัน” ปรายตามองในครัวที่มีข้าวของมากมาย แถมอีกมุมหนึ่งก็เต็มไปด้วยถุงกระดาษเยอะแยะ

“หลายอย่าง...มีของโปรดนายด้วยไม่ต้องห่วง”

คิ้วเรียวเลิกขึ้นนิดๆ “นี่หายงอนผมแล้วเหรอ?”

“เปล่า...เรื่องใช้เงินนายนั่นแค่ทำให้โมโหน้อยลง ความจริงกำลังรอให้ง้ออยู่” กัปตันราคุซันหัวเราะ มองท่าทางคนที่กอดอกสะบัดหน้าอย่างแสนงอน

ไทกะเหมือนเด็กจริงๆเลย...น่าเอ็นดู น่ารัก น่าแกล้ง

“ผมมันคนง้อใครไม่เป็นเสียด้วยสิครับ”

“เล่นตัวจังเลยนะฮะ  อาคาชิจจิน่ะ” คนผมเหลืองว่า ยิ้มกว้าง

“เดี๋ยวพวกผมก็ยุให้คากามิคุงอนหนักกว่าเดิมหรอกครับ” คุโรโกะเอาลูกพลัมเชื่อมอย่างดีเข้าปาก

“ว่าแต่...นายหมดไปเท่าไหร่เนี่ยอาคาชิ?” มิโดริมะที่พอรู้ว่าคากามิระบายความโมโหด้วยการรูดบัตรเครดิตของอาคาชิอดถามไม่ได้

“ผมยังไม่ได้เช็คน่ะชินทาโร่...แต่เห็นเคย์ทำตาโตก็น่าจะเยอะอยู่”

“ขนมอร่อยมาก...อาคาจิน” คนผมม่วงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับกองขนมกินเล่นสูงเกือบเท่าตัวเองไม่ได้ ชอบที่ได้กินขนมเยอะๆ

แต่ที่ชอบที่สุดคือคนซื้อเป็นคากาจิน

อืม...ถึงจะเงินอาคาจินก็เถอะ

“มีเสื้อผ้าพวกนายด้วย...รองเท้า เนคไท กระเป๋าสตางค์ นาฬิกา” คนซื้อร่ายยาว ก่อนจะหยักยิ้มขำๆ

“ไม่ว่ากันนะ...คุณชาย” อาคาชิส่ายหน้า แทนที่จะโกรธกลับหัวเราะ คว้าคอคนที่กำลังลอยหน้าลอยตาอย่างกวนโมโหแต่ดูน่ารักมากกว่ามาใกล้ ใช้ความเร็วฉกจูบริมฝีปากสีพีชและขบกัดเบาๆ ค่อยๆไล้ปลายลิ้นร้อนจนร่างคากามิโอนอ่อน จึงสบโอกาสกวาดชิมความหวานในโพรงปาก จูบซ้ำๆอย่างไม่รู้จักพอ ปรับองศาใบหน้าของอีกฝ่ายให้เอียงรับกับสัมผัสร้อนแรงขึ้น มือแกร่งสอดไปใต้สาบเสื้อ ผละออกมามองใบหน้าสวยที่กำลังหอบหายใจ ปรือดวงตาอย่างเย้ายวน

ไม่ได้เห็นสีหน้าแบบนี้มาตั้งหลายวัน! คิดถึงจนพาลใส่คนอื่นไปทั่ว...

คิดถึงกลิ่นหอมของไทกะ น้ำเสียงชวนฟัง หรือภาพรอยยิ้มตรึงตา

ใบหน้าหล่อจัดการซุกลงที่ซอกคอ ขบเม้มแรงๆสร้างรอยสีแดงเข้ม และเหมือนจะยังไม่พอใจแค่นั้น...

“แฮ่มๆๆๆ!! แฮ่ม!!” เสียงกระแอมดังจากคนอีกห้าคนทำให้คิ้วเรียวของอดีตกัปตันรุ่นปาฏิหาริย์ขมวดเข้าหากันนิดหน่อย ที่ถูกขัดจังหวะ

“อะไรของพวกนาย...ผมกำลังง้อไทกะอยู่นะ” ดึงร่างที่กำลังอ่อนระโหยเพราะถูกโหมจูบให้ไปนั่งตรงโซฟา เห็นเบาะกำมะหยี่ที่ถูกเปลี่ยนใหม่แล้วก็เลิกคิ้ว

ไทกะเปลี่ยนของใหม่ยกบ้านเลยไหมเนี่ย?

จากนั้นก็จัดการเอาร่างคากามิเป็นหมอนนอนอย่างสบายใจ

“ง้ออะไรว่ะ! แกเอาเปรียบชัดๆอาคาชิ!!” อาโอมิเนะโยนตุ๊กตานำโชคของมิโดริมะใส่หน้าอย่างหมั่นไส้

“อาโอมิเนะ! ของฉัน!

“โทษที”

“อาคาชิจจิติดนิสัยหื่นๆมาจากอาโอมิเนจจิเหรอฮะ” คิเสะเอาหมอนของตัวเองตีหน้าคนเจ้าเล่ห์ไปหลายที

“นั่นสิครับ...เห็นพวกผมไม่ขัดหน่อยนี่เอาเต็มที่เลยนะครับ”

 เพราะเห็นว่าเป็นคิวง้อของอาคาชิคุงหรอก ถึงได้ยอมอยู่เฉยๆน่ะ ใครจะคิดว่ากัปตันราคุซันเจ้าเล่ห์ถึงขนาดฉวยโอกาสกับคากามิคุงกันล่ะ!

“อาคาจิน...นิสัยไม่ดี...” เด็กผมม่วงยกขนมวางใส่หน้าอาคาชิ แทนที่คนถูกรุมทำร้ายจะโกรธเจ้าตัวกลับหัวเราะน้อยๆ พลิกตัวซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องเรียบตึง พึมพำเบาๆ

“หายโกรธผมเถอะนะไทกะ...ผมรู้ว่าถูกโกรธเพราะอะไร แต่พวกผมก็หวง ห่วงไทกะเกินกว่าจะให้เป็นอะไรเหมือนกัน”

“ฉันรู้...”

ทุกคนปกป้องเขาจนเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ

“หากเป็นไปได้อยากจะจับเอาไว้แต่ในบ้านไม่ให้ไปไหนด้วยซ้ำ” เอ่ยคำพูดที่อยู่ในใจทุกคนออกมา

“อืม...”

“แต่เพราะหากทำแบบนั้นไทกะก็จะไม่ใช่ไทกะที่พวกผมรู้จัก”

คนที่พวกเขาทั้งหมดยอมรับด้วย...หัวใจ ให้ก้าวมาเป็นคนที่มีอิทธิพลเหนือทุกสิ่ง...

เป็นคนสำคัญที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมาแทนที่

“ที่จริงก็ไม่ได้โกรธอะไรมาก...พวกนายพยามเต็มที่แล้วนี่นา” ลูบเส้นผมสีแดงเบาๆเหมือนปลอบเด็ก

แสดงให้เห็นว่าใส่ใจเขาแค่ไหน

บอกให้รู้ว่าเขา...เป็นคนสำคัญ

“ขอบคุณนะไทกะของผม” กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น จนหนุ่มๆคนอื่นๆเกิดอาการอิจฉาพาร่างตัวเองมาซุกคากามิ เอสเซย์รินต้องร้องเสียงหลง ก่อนจะส่ายหน้าขำๆ

เอาแต่ใจกันทุกคน...งี่เง่า สร้างปัญหา

ถึงอย่างนั้น...ก็เป็นคนที่สร้างความสุขให้เขาเสมอ ให้ความสำคัญกว่าใคร

คากามิก็ชอบที่มีพวกบ้านี่เข้ามาวุ่นวานในชีวิตล่ะนะ...

ภาพเหล่าชายหนุ่มที่ถูกขนานนามว่ารุ่นปาฏิหาริย์และซิกซ์แมนเงามายาที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นตำนานบาสฯม.ต้น ของญี่ปุ่น กำลังออดอ้อนออเซาะเด็กหนุ่มผมแดงเข้มคนหนึ่งช่างหาดูได้ยากจนไม่น่าเชื่อ แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาด...

คากามิถูกอุ้มนั่งบนตักของมุราซากิบาระ ไหล่ซ้ายขวาถูกจับจองโดยคิเสะและอาโอมิเนะ ที่ฉวยโอกาสหอมแก้มเนียนอยู่ตลอด ตักก็ถูกมิโดริมะและอาคาชิหนุนคนละข้าง แล้วก็มีคุโรโกะที่นั่งพื้นพรม วางคางบนเข่าคากามิ ช้อนสายตามองประหนึ่งลูกหมา รอยยิ้มและดวงตาเปล่งประกายบอกชัดให้รู้ถึงความสุข... ครอบครัว...อันแสนสำคัญ

เหล่ารุนปาฏิหาริย์มองหน้ากันก่อนจะหยักยิ้ม

เอาเป็นว่า...เสือน้อยหายงอนแล้ว!! 


เป็นตอนที่ยาวอีกหนึ่งตอน เพราะว่ามาช้าไปหลายวัน จึงอัพสองตอนเพื่อเป็นการสำนึกผิด(?) และแทนการขอโทษ...อย่าโกรธเค้าน้าาา~~ T_T

ช่วงนี้ต้องเข้าสู่เทศกาลฝึกงาน อาจจะมาได้แค่อาทิตย์ละครั้ง T_T แต่จะพยามอัพให้บ่อยขึ้นนะค่ะ

ป.ล. วิธีง้อเสือของแต่ละคนนี่....

ป.ล. 1 ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกกำลังใจ ขอบคุณมากๆ ^_^

ป.ล. 2 ดูแลสุขภาพกันด้วยน้าาา~~ อากาศแปรปรวนมากเลยช่วงนี้ =_= ระวังอย่าให้ป่วยกันนะค่ะ

ป.ล. 3 คิดว่าหลังจบเรื่องครอบครัวป่วนๆ อยากลองเขียนเรื่องดาร์กๆ และมาม่าดู ตอนนี้ในหัวมีโครงเรื่องยาวเลยค่ะ หุๆๆ

ป.ล. 4 SP. ของครอบครัวป่วนๆคราวหน้า เอาเป็นเมื่อทุกคนพากันงอนน้องเสือ? แล้วคากามิของเราจะมีวิธีง้อหนุ่มๆยังไงกันน้ออออ~~~

ป.ล. 5 เจอกันตอนหน้านะค่ะ รักน้าาา~

(ตอนก่อน Talk น้อย เพราะมาจัดเต็มตอนนี้ ^_^)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,748 ความคิดเห็น

  1. #5643 Don't disappoint (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 14:35
    แผนการง้อเสือของแต่ละคน ช่างเด็ดดวงจริงๆขอรับ
    #5,643
    0
  2. #5547 Don't disappoint (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:49
    อย่างที่ทุกคนเคยกล่าวไว้ คากามิเคยโกรธใครนานๆช้ะที่ไหนหล้ะ 555
    #5,547
    0
  3. #5275 Kiseiki5627 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:48
    เจ้าเล่ห์มากอาคาชิ~~~~
    #5,275
    0
  4. #4856 Nut .. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 17:29
    อาคาชิเจ้าเล่จริงๆ
    #4,856
    0
  5. #3847 NUT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 20:02
    ชอบวิธีง้อของอาคาชิมากมาย ><
    #3,847
    0
  6. #2644 thairnee1234 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:10
    อ่านรอบที่ 4 ได้แล้วมั้งตอนนี้แต่อ่านแล้วยังสนุกเหมือนเดิมเลยอ่ะ *-*
    #2,644
    0
  7. #2521 .:: Hibari★Shinn ::. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 12:20
    โอ้ยยยยยยยยยยยย แต่ละคนน่ารักมากมายอ่ะ

    อาโฮ่ง้อได้แบบฉบับตัวเองดีชอบ เล่นบาสคือสิ่งที่ทั้งสองคนชอบ มันดี!!!!!

    มุคคุงก็น่ารัก ง้อด้วยของโปรดตัวเอง ๕๕๕

    น้องครกนี่ เอาแบบตรงไปตรงมา สมกับเป็นตัวเองดี น่ารัก พวกรุ่นพี่นี่ถึงแอบมอง

    เจ้าโกลเด้นหัวเหลืองนี่ก็มาแบบบ้าๆ แต่ขี้อ้อน น่าร้ากกกกก

    ชินจังน่ารักมากกกกก เล่นเปียโนให้ฟัง โอ้ยยยย ฟิน อยากอยู่ในเหตุการณ์

    นายน้อยนี่ ทำคนทั้งโรงเรียนกลัว ๕๕๕ แถมนายน้อยยังหื่นเอาโล่ ติดอาโฮ่มาชัวร์

    แต่เหนือสิ่งอื่นใด น้องเสื้อน่ารักมากกกก ส่วนสูงไม่เป็นผลต่อแนวราบจริงๆด้วย

    ครอบครัวนี้นี่...ทั้งบ้าบอและน่ารักสุดๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 มกราคม 2559 / 18:40
    #2,521
    0
  8. #2477 เพชรดา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:53
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยบสาววายฟินเฟอร์><อาคาชิง้อแบบนี้เอาซ้ะฟินสุดๆอร๊ากกกกกกกกกกกกกก=„=สู้ๆเหล่ารุ่นปาฏิหารทั้งหลายและเป้นกำลังใจให้คนแต่งสู้.........เอาคากามิแบบนี้ละข้าน้อยชอบ=„=
    #2,477
    0
  9. #1987 thairnee1234 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 22:15
    ไรเตอร์แต่งดีมากเลยคะ
    #1,987
    0
  10. #856 fakanda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 19:45
    ยังไงก็ถูกใจวิธีง้อของอาคาชิที่สุดแล้ว...แต่คงแลกมาด้วยจำนวนเงินที่มากมาย = =
    #856
    0
  11. #676 Blood JOKER (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 20:09
    ..... ขนาดวิธีง้อของรุ่นปาฏิหาริย์ยังสนุกขนาดนี้ ..... 

    อยากอ่านรุ่นปาฏิหาริย์งอน แล้วคากาจังง้อจังค่ะ!! 

    จะรอนะค่ะ!!!! 
    #676
    0
  12. #140 &#12411;&#12358;&#12375; (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 14:27
    วิธีง้อของแต่ละคนนี่สมกับเป็นตัวของตัวเองอีกกันทุกคนเลยค่ะ ขำพี่ดำที่ถึงกับเข้าโซน ร้องม่วงที่ลงทุนเอาขนมไปให้ตั้งกอง น้องฟ้าที่จับจูบเลย น้องเหลืองที่อ้อนเหมือนลูกหมาตัวโต พี่เขียวที่ลงทุนเล่นเปียโนง้อ หรือนายร้อยที่เสียเงินไปหลายเยนเลยยยย น่ารักอ่า สุุดๆๆๆด้วย
    #140
    0
  13. #119 มุคคุง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 15:45
    กรี๊ดดดดดดดด เขินอ่าาาาา
    #119
    0
  14. #117 keta32 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 16:22
    //นั่ง นอน ยืน(?)กลิ้งงงงง รอตอนต่อไป
    #117
    0
  15. #116 idear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 22:23
    ถึงจะยาวแต่ก็ชอบน๊าาา อ่านเพลินจนไม่อยากให้จบเลยจร้า สนุกมากคร้า ฮาตอนน้องไฟรูดบัตรแบบจัดเต็มนี่แหละ 555 จะรออ่านตอนต่อไปจร้า Thx. joop joop ja ^^
    #116
    0
  16. #114 จีจี้ซัง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 19:34
    แต่ละคนง้อได้น่ารักม๊ากมากอ่ะ....เป็นตัวของตัวเองกันสุดๆ.........แต่ว่าไม่อยากอ่านแนวดราม่าเลยอ่ะ T^T.......จะรอตอนต่อไปเนอะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มิถุนายน 2558 / 13:47
    #114
    0
  17. #111 furi02 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 17:28
    ตอนนี้สนุกมากเยยยยยย~~~ วิธีการง้อแต่ละคนก็ อืมมมมม~~ รออ่านตอนหน้าจร้าาาา
    #111
    0
  18. #110 Reddream (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 17:18
    ฮาเร็มของเสือ...อบอุ่นดีแท้
    #110
    0
  19. #109 spongplhh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 17:09
    เสื้อน้อยน่าหม่ำ....//โดนกรรไกรเสียบ



    ดูวิธีง้อของแต่ละคนสิ เขินจิกหมอนแทบขาด 555555555



    รีเควสเขียวไฟอีกรอบค่า (ถ้าทำให้รำคาน อย่าโกดกันน้าT_T)
    #109
    0
  20. #104 ปลา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 13:33
    สนุกมากค่ะ ติดตามทุกวันเมื่อไรจะมาน้าาาา เป็นกำลังใจให้นะ ^^
    #104
    0
  21. #103 ปลา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 13:33
    สนุกมากค่ะ ติดตามทุกวันเมื่อไรจะมาน้าาาา เป็นกำลังใจให้นะ ^^
    #103
    0