Fanfic : SlamDunk..รักร้าย..นายจิ้งจอกกับลิงหัวแดง (YAOI)

ตอนที่ 3 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    6 พ.ย. 57

2

 

“เฮ้ย!! แก!!

 ทำไมไอ้หมอนี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้วะ!!

“คิดยังไงถึงมาซ้อมบาสฯ ตอนฝนตกแบบนี้น่ะซากุรางิ?” ไอ้คนตัวโตกว่าผมเอ่ยถาม ผมพยามแกะมือมันออก แต่เรี่ยวแรงและอาการเจ็บแปล๊บๆที่ข้อมือทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจ

“เอ้า! นิ่งๆสินาย! ล้มไปทั้งยืนฉันช่วยอะไรไม่ได้นะโว้ย!!

“ก็...ไม่...ต้องมา...ยุ่ง”

“ฉันไม่ได้ใจดำขนาดเห็นคนย่ำแย่แล้วไม่ช่วยนี่หว่า”

“ปกตินิสัยแกก็แย่อยู่แล้วเหอะเจ้าเซนโด!!” ผมตวาดมัน ก็ไอ้คนหัวตั้งๆที่ใจดีมาช่วยไม่ให้ผมล้มคะมำก็คือเจ้าคนกวนประสาทพอๆกับไอ้จิ้งจอกรุคาว่า แถมมันยังเป็นหนึ่งในคนที่ผมคิดว่าเป็นคู่แข่งด้วย

“แล้วนายมาทำไมแถวนี้ว่ะ?” ผมยอมรับความช่วยเหลือของมันก็ได้ว่ะ!

“นี่มันแถวโรงเรียนฉันเหอะ นายสิเดินมาทำไมตั้งไกล”

 ผมกลอกตาไปมา เดินมาโดยไม่รู้ว่าแถวไหนเลยแฮะ...เหม่อมากไปหน่อย

“ขอบใจที่ช่วยแล้วกัน” พอเห็นว่าผมอาการดีขึ้นแล้วเจ้าเซนโดก็ปล่อยแขนผมลงทันที

“อือ”

“เออ...ไปล่ะ” ผมหันหลังโบกมือให้เซนโดก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋า แล้วเดินออกมาหากไม่ติดว่าไอ้คนข้างหลังดันคว้ามือผมไว้เสียก่อน

อะไรของมันอีกว่ะ!!

“มีอะไรอีก? ก็ขอบคุณแล้วไง” แววตาของไอ้หัวตั้งเซนโดมองผมอย่าเคลือบแคลง

“แน่ใจว่าเดินกลับไหว?”

“ไหวสิ ไม่ได้เป็นไรสักหน่อย”

“ตัวนายรุมๆ”

 ผมหรี่ตา “ตกลงนายจะเป็นนักบาสฯ หรือเป็นหมอว่ะหา!! รู้มากจริงๆ” เซนโดมันส่ายหน้าเหมือนระอาผมมากๆ ก่อนจะลากมือผมเดินไปอีกทางแทน

“เฮ้ย! ไปไหนว่ะ! จะกลับบ้าน!

“เดี๋ยวฉันไปส่ง”

“เฮ้ย!! ไม่ต้อง”

“ไปส่ง”

“กลับเองได้เฟ้ย!

“ไปส่ง”

“ฉะ...” ผมกำลังจะอ้าปากเถียงแต่พบสบแววตาจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นนอกจากในสนามของไอ้หัวตั้งนั่นก็จำใจอ้อมแอ้มรับปาก

“อ่ะ...เอ่อ...ก็ได้ๆ”

 ผมไม่ได้กลัวมันนะ!! คะ...แค่เกรง...นิดเดียวเอ๊ง!!

มันพาผมเดินมาอีกหน่อยครับ พอเห็นเท่านั้นล่ะตาโต!! เฮ้ยนี่มันรถส่วนตัว!! แถมยังเป็นรถนอกเสียด้วย!!

“นี่รถนายเหรอ?” ผมหันไปถามเซนโดอย่างอึ้งๆ มันปลดล็อคแล้วพยักหน้า

“เออ”

ผมขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างงงๆ พวงมาลัยซ้ายด้วยนี่หว่า “นะ...นาย นายเป็นนักเรียน ม.ปลาย จริงๆป่าว? ทำไมถึงมีรถหรูอย่างนี้ขับล่ะ” ที่รู้นี่ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะผมชอบรถยี่ห้อนี้ต่างหาก Mercedes Benz น่ะ

“รถของพ่อ ยืมมาขับ”

“อ่ะ...อืมๆ” ผมพยักหน้าอือออไปเรื่อย เซนโดมันขับรถได้นิ้มนิ่ม แถมเสียงเพลงจังหวะฟังสบายๆก็ทำให้ผมรู้สึกง่วง อาการเจ็บคอและความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวก็ทำให้หนังตาหนักขึ้นทุกๆที...ทุกๆที

 

~ฟรี้ ฟรี้~

เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้คนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถอยู่หันมามอง พอเห็นหัวทุยๆสีแดงๆนั่นชนกระจกรกอย่างไม่กลัวเจ็บก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ตบไฟเลี้ยวจอดข้างทาง ก่อนจะเอื้อมไปหยิบผ้าห่มผืนหนาที่เขามักพกติดรถเสมอมาห่มให้คนข้างๆ ปรับเบาะให้ดีแล้วจับร่างสูงๆนั่นให้นอนราบลงไป ไอร้อนที่สัมผัสได้จึงเอื้อมมือไปแตะหน้าผาก

“ตัวร้อนนี่หว่า” เซนโดพึมพำ กลอกตาไปมาหลายที เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านไอ้หัวแดงจอมกวนนี่อยู่ตรงไหน แค่ไปตกปลาเสร็จ แล้วอยู่ๆฝนก็ตกลงมา โชคดีที่วันนี้เซนโดยืมรถพ่อมาขับ เนื่องจากขี้เกียจเบียดกับคนเยอะๆ แล้วพอขับรถจะกลับก็เห็นว่ามีคนชู้ตบาสฯ อย่างเอาเป็นเอาตายกลางฝน กำลังจะขับเลยผ่านหากไม่ใช่ว่าเห็นหัวแดงๆที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วนั่นเสียก่อน

 เซนโดกางร่มยืนมองเจ้าหัวแดงนี่ชู้ตบาสอยู่นาน มีลงบ้างไม่ลงบ้างไปตามประสา  แต่ท่าทางของหมอนั่นก็สะกดสายตาของเขาได้ดีเหลือเกิน...แววตามุ่งมั่นตั้งใจ และลูกสามแต้มสุดท้ายที่หมอนั่นชู้ตได้ลงห่วงอย่างสวยงามเล่นเอาเซนโดอึ้งไปเลย คิดไม่ถึงว่าคนอย่างเจ้าลิงนั่นก็เล่นสามแต้มเป็นกับเขาด้วย สุดท้ายพอเห็นหมอนั่นเซจะล้ม เลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วย และลากมาขึ้นรถ ปรายตามองคนที่หลับสนิท

“ไว้ใจคนอื่นง่ายไปแล้ว” เซนโดพึมพำ นอกจากจะบ้า ซื่อบื้อ ติงต๊อง แล้วยังเชื่อใจคนอื่นง่ายๆอีกนะหมอนี่ ไม่ได้เจอกันหลายเดือนดูเหมือนเจ้าหัวแดงนี่จะเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ อย่าแรกที่สังเกตได้ง่ายคือส่วนสูง เมื่อก่อนหมอนี่ก็เตี้ยกว่าเขาไม่กี่เซ็นฯ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเซนโดจะสูงกว่าเยอะ อย่างที่สองคือหัวแดงๆนั่นล่ะ ปกติมันจะต้องเป็นทรงแปลกๆหรือไม่ก็เกรียนเหมือนลูกเงาะ แต่ตอนนี้ถูกซอยสไลด์ระต้นคอ มีบางส่วนปรกหน้าด้วย ทำให้ใบหน้ากวนๆของเจ้าหัวแดงดูดีขึ้นเยอะ อย่างที่สามคง...มันผอมลง จากที่มีกล้าเนื้อเหมือนพวกนักกีฬา กลายเป็นคนสูงโปร่งไปได้ เซนโดถอนหายใจเบาๆหนึ่งที เมื่อไม่รู้ว่าบ้านหมอนี่อยู่ไหน เขาเลยขับเลยไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยแทน...

แน่นอนว่าคือบ้านของเขาเอง...

 

จิ๊บๆๆ เสียงนกร้องดังอย่างไม่ขาดสายเสมือนนาฬิกาปลุกยามเช้าที่ทำให้ใครบางคนลืมตาตื่นขึ้นมา ดวงตาคมกระพริบตาถี่เพื่อปรับสภาพ ก่อนจะกวาดมองรอบๆห้อง โซฟาเนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม ผ้าปูที่นอน พรม ผ้าม่านทุกอย่างเป็นสีน้ำเงินหมด มีเพียงเตียงนอนคิงไซส์ที่เขากำลังนอนอยู่เท่านั้นที่เป็นสีขาว

นี่ไม่ใช่ห้องของเก่าๆของผมนี่หว่า?

“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ว่ะ?” ผมเอ่ยเบาๆ จำได้ว่าเมื่อวานซ้อมบาสฯกลางฝน เจอเซนโด แล้วก็...

“เฮ้อ...เอาเถอะ กลับบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากัน ค่อยมาขอบคุณเจ้าหัวตั้งนั่นวันหลัง” ผมลุกขึ้นรู้สึกว่ายังเซๆเล็กน้อย จัดการพับผ้านวมผืนหนาที่ใช้ห่มร่างกายให้เรียบร้อย เห็นข้างหัวเตียงมีข้าวของของผมและกะละมังเล็กๆที่มีผ้าเช็ดตัววางพาดอยู่เลย เมื่อคืนผมคงอาการไม่ดีเท่าไหร่ล่ะมั้ง ปกติก็เป็นแบบนี้ล่ะ ผมไม่ค่อยถูกกับฝน เพราะมันจะทำให้ป่วยง่าย แล้วพอผมป่วยหนักๆก็จะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่เมื่อคืนอาการคงไม่แย่เท่าไหร่หรอก...ไม่งั้นเซนโดคงเข็นผมส่งโรงพยาบาลไปนานล่ะ =_=

 ผมเดินออกจากห้องพยามหาทางเดินลง บ้านหลังนี้ดูดีชะมัด อุปกรณ์ตกแต่งทั้งหลายมีราคา แถมบรรยากาศยังอบอุ่นด้วย พอเจอบันไดผมก็รีบก้าวยาวๆลงมาเลยครับ ตั้งใจว่าจะกลับบ้านตัวเองทันที ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ยังไปโรงเรียนทัน...แต่ไม่น่าจะทันซ้อมตอนเช้า คิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้ากับตัวเองเบาๆ โผล่ไปก็ถูกพูดให้เจ็บใจอีกอยู่ดี

“อ้าว...จะกลับแล้วเหรอจ้ะ อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิจ้ะหนู”

“อ่ะ...เอ่อ” เสียงทักของผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ผมสะดุ้ง เธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่ยังดูสวยและกระฉับกระเฉง แถมใบหน้ายังปรากฏรอยยิ้มใจดีด้วย

“เอ่อ...ไม่...ไม่เป็นไรครับ ผม...”

“อย่าปฏิเสธสิจ้ะ ^_^

“มาๆมานั่งก่อน เดี๋ยวคุณพ่อกับอากิระจังก็ลงมาแล้วล่ะ” ไม่ทันได้อ้าปากพูดครบประโยค เธอก็มาดึงผมไปพร้อมดันไหล่ให้นั่งที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วล่ะครับ =_=

“เมื่อคืนตอนอากิระจังพาหนูกลับมาตัวร้อนจี๋ แม่ล่ะตกใจมากเลย”

“อะ...เอ๋?” ผมทำหน้าแปลกๆ ผู้หญิงตรงหน้าเป็นแม่ของเจ้าเซนโดเหรอไม่น่าเชื่อ!!

“ทำไมเหรอจ้ะ?”

“ก็...คือ...อ่า...คุณน้าดูสาวเกินกว่าจะเป็นแม่เจ้าเซนโดมันนี่ครับ แหะๆ” ผมอ้อมแอ้ม ยกมือลูกท้ายทอยหน่อยๆ ส่วนคุณแม่ของเซนโดหัวเราะ หน้าขึ้นสี

อ๋า! มีคุณแม่น่ารักขนาดนี้ทำไมเจ้าเซนโดมันถึงกวนประสาทนักว่ะ!!

“อุ๊ย!! หนูนี่ปากหวานจังเลย จ้ะ ฮะๆๆ”

“ฮ้าวววว~~ เสียงดังอะไรกันแต่ช้าวอ่ะครับแม่” น้ำเสียงเนือยๆพร้อมร่างสูงๆตาปรือๆเหมือนคนไม่ตื่นนอนดีของเซนโด มันเดินเข้ามาแบบคอพับคออ่อน จะหลับแหล่มิหลับแหล่

นี่พวกเก่งๆมันแบบนี้เหมือนกันทุกคนป่าวว่ะ! ไอ้จิ้งจอกรุคาว่าก็ทีนึง หมอนี่ก็อีกคน

ไม่สิๆ อย่าไปนึกถึงเจ้าจิ้งจอกนั่นนะซากุรางิ ฮานามิจิ มันไม่เห็นจะเก่งตรงไหน อัจฉริยะคนนี้เลิศกว่าอยู่แล้ว!!

“ตื่นสายนะอากิระจัง เพื่อนเราน่ะตื่นก่อนเราเสียอีก”

“หืม?” เซนโดมันปรือตามองผม ทำหน้าไม่อยากเชื่อ “นายตื่นเช้าได้ด้วยเหรอ?”

กวนประสาทล่ะหมอนี่!!

“ทำไม! ฉันตื่นเช้าแล้วนายมีปัญหาอะไรกับฉันหาเซนโด!!

“ก็เปล่าหรอก แค่แปลกใจ”

“เอ้าๆ อย่าชวนเพื่อนทะเลาะอากิระ มาทานข้าวกันดีกว่า” คราวนี้คงเป็นคุณพ่อของเซนโดล่ะครับเพราะหน้าตาคล้ายกันมากแทบจะเคาะพิมพ์กันมา เพียงแต่คุณพ่อดูท่าทางน่าคบหากว่าคนลูกแค่นั้นเอง

“ทานเยอะๆนะจ้ะ ^^” คุณแม่ตักข้าวให้ผมพร้อมรอยยิ้มที่ยากต่อกร บอกเลยผมแพ้ผู้หญิง...โดยเฉพาะคนที่ยิ้มได้อย่างอ่อนโยนแบบนี้ล่ะแพ้หมดท่าเลยครับ =_=

“แม่ยังไม่รู้ชื่อหนูเลย เป็นเพื่อนชมรมบาสฯ ของอากิระเหรอจ้ะ?”

“เปล่าหรอกครับ” ผมส่ายหน้า “เป็นคู่แข่งต่างโรงเรียนกันต่างหาก ผมเรียนอยู่โชโฮคุ ม.ปลายปีสอง ซากุรางิ ฮานามิจิครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมก้มหัวลงทักทายคุณพ่อคุณแม่ของเซนโด ซึ่งไอ้หมอนั่นก็เอาแต่มองผมอย่างอึ้งๆอยู่ได้

อะไรของมันไม่รู้!!

“อ๋อ? ก็รุ่งน้องอากิระปีหนึ่งน่ะสิ? ใช่ไหม” คุณพ่อที่ซัดอาหารอย่างอร่อยถามขึ้น

“อ่า...ครับ” คือความจริงผมไม่ได้สนเรื่องอายุเท่าไหร่ สังเกตได้ว่าไม่ค่อยเคารพใคร อย่างกอรินี่ อายุมากกว่าสองปีผมยังไม่เรียกว่าพี่หรือรุ่นพี่เลย แล้วเซนโดมันก็คู่แข่งผมด้วยอ่ะ

“หมอนี่กระโดดได้สูงกว่าผมอีกนะพ่อ” เซนโดมันโม้กับพ่อตัวเองเฉย แถมยังเอาวีรกรรมของผมตั้งแต่สมัยซ้อมแข่งกับเรียวนัน จนถึงไปทำกายภาพบำบัดมาเล่ายาวเหยียด โดยไม่ถามสักคำ ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ของมันหัวเราะร่า แถมยังมีการมาถามผมเป็นระยะๆอีก ไอ้ผมก็ไม่อาจทำร้ายสายตาวิบวับของผู้สูงวัยทั้งสอง ได้แต่พยักหน้ารับเรื่องน่าอายๆของตัวเองไป อาหารมือนั้นเลยเต็มเปี่ยมไปด้วยเสียงหัวเราะ

เป็นมื้อที่อบอุ่น...ที่ผมไม่ได้สัมผัสมานาน...แสนนาน

 

“ฮานามิจิ!! เมื่อวานนายหายไปไหนมา ทำไมไม่มาซ้อมหา!!” ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในโรงยิมเรียวตะก็พุ่งเข้ามาทุบตีผมทันทีเลย แถมมิจจี้ก็อีกคนด้วย

“โอ๊ยย!! เจ็บนะเรียวจิน มิจจี้ เบาๆ เบาๆหน่อย”

“ก็อยากโดดซ้อมเองนี่หว่า!” ทำอย่างกับตัวเองไม่เคยโดดซ้อมนะมิจจี้

“ช่วยไม่ได้ ไปวิ่งรอบสนามเลยไป๊ 10 รอบ แล้วไปจับคู่ซ้อมกับไมเคิล!!

“ไม...เคิล? ใครหว่าเรียวจิน” ผมทำหน้างงๆ ก็ไม่คุ้นนี่หว่า แถมชื่อยังอินเตอร์ด้วย

“เด็กเข้าใหม่ ฝีมือดีทีเดียว”

“อ่า...ได้ๆ” ผมพยักหน้าเออออ เตรียมตัววิ่งรอบสนามตามคำสั่ง กวาดสายตาไปมองพลางเริ่มออกตัววิ่ง คนอื่นๆก็ซ้อมส่งลูก บางคนก็ซ้อมพื้นฐาน เห็นคุณฮารุโกะกำลังคุยอะไรไม่รู้กับเจ้าจิ้งจอก ฮึ่ย! น่าหมั่นไส้เป็นบ้า พอผมวิ่งผ่านตรงนั้น ตาคมๆของเจ้าจิ้งจอกก็หันมามอง ผมละสายตาออกทันที กลัวตัวเองจะเผยความอ่อนแอออกมาต่อหน้ามัน เพราะคำพูดของรุคาว่ายังคงวิ่งวนในหัวไม่หยุด

“โป๊กกก!! โอ๊ยยย!!” ผมที่กำลังเหม่อๆต้องยกมือลูบหัวตัวเองทันที เมื่อถูกคุณอายาโกะเอาพัดฟาดดังเปรี๊ยะ

“วิ่งจะชนเสาอยู่แล้วนะ!!

“อ่า...ขอโทษคร้าบ~~~” ผมยกมือไหว้คุณอายาโกะอย่างล้อๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนอื่นๆ

“มาก็สาย เหม่อมก็เหม่อ แถมทำให้อายะจังโกรธอีก” เรียวจินกอดคอผม

 แหม...ไม่ค่อยเลยหมอนี่ พอเป็นเรื่องของคุณอายาโกะนี่หูเร็วตลอด!!

“อาทิตย์หน้าเราต้องซ้อมแข่งกับเรียวนันนะฮานามิจิ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ตอนนี้นายไปซ้อมกับไมเคิลก่อนแล้วกันไป”

“อื้ม!” ผมเดินไปหาน้ำดื่มเพื่อดับกระหายอยู่ดีๆก็มีคนเข้ามาทัก

“รุ่นพี่ซากุรางิ ผมไมเคิลฝากตัวด้วยนะครับ”

“หะ...หืม?” ผมก้มหน้าลงมองคนทัก เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่ตัวเล็กพอๆกับเรียวจิน มีเส้นผมสีทองและดวงตาสีเขียวมรกต สีสวยดี

“เด็กใหม่เหรอ?” ผมถาม

“ครับ...ผมเพิ่งเข้าชมรมปีนี้ เพราะชอบในฟร์อมการเล่นของโชโฮคุ”

“อ่าฮะ” ผมพยักหน้า ไม่ได้หลงตัวเองจนคิดว่าเด็กนี่ติดใจฟร์อมการเล่นของผมหรอกนะ เพราะดูจากสายตาที่มองตามเจ้ารุคาว่าอย่างชื่นชมนั่นก็บอกให้รู้ว่าเข้ามาที่นี่เพราะไอ้จิ้งจอก

ชิ! ไอ้หมอนั่นดีดังจริ๊ง

“งั้นไป” ผมวางขวดน้ำไว้ที่เดิม แล้วลงสนามบาสผลัดกันแย่งลูกจากไมเคิลไปด้วย จะว่าไปหมอนี่ก็ฝีมือดีจริงๆนะ...เร็ว แล้วก็ชู้ตแม่นโดยเฉพาะลูกสามคะแนนนี่สวยมาก ลงห่วงอย่างกับจับวาง ฝึกดีๆอีกหน่อยคงเหนือกว่ามิจจี้แหงๆ เสียอยู่หน่อยที่แรงน้อยและกระโดดได้ไม่ค่อยสูง

“แฮ่กๆๆ เก่งนี่หว่า” ผมเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมา

“ระ...รุ่นพี่...กะ...ก็สุดยอดมากครับ”

“ฮะๆ ขอบใจที่ชม” ผมหัวเราะยิ้มกว้าง หันไปถามเรียวจินว่าพอหรือยัง ไม่ใช่อะไรหรอกครับ พอดีช่วงนี้ผมเริ่มทำงานพาร์ทไทม์ด้วย

“เล่นได้ดีขึ้นนี่หว่าฮานามิจิ”

“นั่นสิ นึกว่าหายไปนานฝีมือจะทื่อลง แต่เหมือนนายกระโดดได้ไม่สูงเหมือนเก่านะ” ผมยิ้มไม่ตอบอะไรเรียวตะกับมิจจี้ บอกลากคนอื่นๆแล้วไปเก็บของ เตรียมตัวกลับ

“เดี๋ยวก่อนซากุรางิคุง”

“มีอะไรอ่ะลุง?” ตาลุงอันไซแกเรียกผมทำไมอ่ะ

“โฮะๆ รู้เรื่องซ้อมแข่งกับเรียวนันแล้วใช่ไหม?”

“อื้อ... ว่าแต่ตาลิงหัวโจกก็ออกไปแล้ว ตอนนี้เรียวนันเหลือใครบ้างหว่า?”

“ก็มีเซนโดเป็นกัปตันทีม” ผมพยักหน้าหงึกหงัก มันก็เหมาะดีอยู่

“แล้วลุงมีอะไรเหรอ?”

“เธอไม่ได้ดูการเล่นของเซนโดมานาน ครูอยากให้เธอได้ซ้อมกับรุคาว่าคุง” สิ้นเสียงของตาลุงอันไซผมก็เบิกตากว้าง หันควับไปมองเจ้ารุคาว่าที่มันทำสีหน้าตกใจเหมือนกัน

“การซ้อมกับรุคาว่าคุงจะทำให้เธอรับมือเซนโดได้ดีขึ้น”

“ไม่ๆ ไม่ต้องหรอกลุง!!!” ผมรีบโบกมือปฏิเสธ ขืนให้ผมซ้อมกับเจ้าจิ้งจอก มีหวังตีกันตายพอดี =_= แล้วผมก็ไม่อยากได้ยินคำพูดว่าร้ายของมันอีกด้วย...แค่นี้ก็เจ็บและเครียดมากพอแล้ว ส่วนเรื่องของเซนโด...

“เดี๋ยวผมไปหาคนอื่นช่วยก็ได้”

“ตกลงใช่ไหมรุคาว่าคุง?” ลุงไม่ฟังผมอ่ะ T_T สนใจแต่ไอ้จิ้งจอก ทุกเป้าสายตาเหมือนจะพุ่งไปที่มันคนเดียว ไอ้จิ้งจอกทำหน้านิ่งแป๊บนึงก่อนพยักหน้า

“ก็ได้ครับ”

“เฮ้ย! อะไรว่ะรุคาว่า!! ไม่เอาดิ ปฏิเสธลุงไปดินายยย!!” ผมว่า มันไม่ชอบหน้าผมจะตายแล้วทำไมถึงได้ตกลงรับปากว่ะ!!  คงไม่ใช่ว่าจะกดดันจนผมต้องออกจากทีมหรอกนะ

“ฉันซ้อมให้ก็ดีแค่ไหนแล้วเจ้าบื้อ!!

“โว้ยย!! เพราะแบบนี้ไงล่ะถึงไม่อยากซ้อมกับแกน่ะ!! ฮึ่ย!! ผมกลับแล้วนะลุง!!” ร่างสูงผมแดงสะพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วก้าวพรวดๆออกจากโรงยิมอย่างคนอารมณ์เสีย เล่นเอาสมาชิกเก่าๆที่จำการอาละวาดของซากุรางิ ฮานามิจิ คนนี้ได้ติดตาต่างก็กลัวกันไปเป็นแถบๆ แต่กลับไม่มีสถานการณ์น่ากลัวอะไรเกิดขึ้น

“ไม่เจอกันพักเดียวดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะหมอนั่นน่ะ” อายาโกะผู้จัดการทีมว่า

“นั่นสิ...ฉันนึกว่าหมอนั่นจะเข้าไปต่อยตีกับรุคาว่าแล้วเสียอีก ฮะๆ แถมตอนเล่นบาสฯ เมื่อกี้ยังดูจริงจังผิดคาด ใช่ไหมล่ะไมเคิล” มิยางิ เรียวตะถามลูกทีม

“ครับกัปตัน...ผมเคยเห็นรุ่นพี่ซากุรางิในสนามเมื่อก่อน ก็ต๊องๆฮาๆ แต่พอได้ซ้อมด้วยกันวันนี้นี่เหมือนไม่ใช่เลย”

“โฮะๆ รุคาว่าคุงฝากด้วยนะ”

“ใช่ๆ รุคาว่าเอาให้หนักๆไปเลย”

“จัดการให้มันหายบ้าเลยนะ!!

 พอได้รับการฝากฝังแบบนั้นร่างสูงก็ได้แต่กลอกตา ถอนหายใจเบาๆ รู้นะว่าโค้ชอันไซอยากให้เขาก้าวหน้า สามารถขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้มั่นคง และคาดหวังกับตัวเจ้าบ้านั่น แต่...ก็อดหน่ายไม่ได้จริงๆ ตลอดเวลาที่มันซ้อมบาสฯอยู่ใช่ว่าเขาจะไม่สังเกต อดจะแปลกใจที่ไม่มีเสียงชมตัวเองว่าอัจฉริยะอย่างโน้นอย่างนี้เหมือนทุกที ท่าทางเอาจริงเอาจังผิดคาดด้วย

 เจ้าบื้อนั่น...เปลี่ยนไปจริงๆด้วย

*************************
ถ้ายังซึนอยู่จะยกฮานะจังให้คนอื่นแล้วนะรุคาว่า!! :P

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

870 ความคิดเห็น

  1. #728 `เยลลี่พีชจัง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 18:47

    ที่แท้ก็เซนโดนี่เองที่มาช่วยยย​ งือออ​ เขินฮานะจังกับเซนโดอะ​ เขินอะไรไม่รู้​แต่เขิน>///< ส่วนรุคาว่าก็เลิกซึนได้แล้วนะ!

    #728
    0
  2. #684 Hardase (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:52

    ยกฮานะจันให้ เซนโดเลยยยยย

    #684
    0
  3. #565 โลลิค่อน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:26
    ดีงามมากเซนโด😀😀😀
    #565
    0
  4. #543 Mint Sch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:37
    ทำไมร้ายนักนะรุคาว่าาา
    #543
    0
  5. #490 เวนีล่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 22:26
    เริ่มเอนเอียงไปหาเซนโดแล้วค่ะ ฮานะเราเองก็ไปพบญาติผู้ใหญ่ฝั่งนั้นมาแล้วด้วย(ฮา)
    #490
    0
  6. #420 Mina_Chu+Chu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 01:01
    เซนโดงานดีมาก เขินไม่ไหวแล้ววว
    #420
    0
  7. #314 bk1991ify (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 17:02
    ตอนนี้ทีมเซนโดค่ะ แล้วคือฮานะจังน่ารักขึ้นจริงด้วย ตอนที่โดนเรียกหนูนี่แทบกรี๊ดเลย
    #314
    0
  8. #283 Buka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 19:58
    เซนโดซังใจดีไม่เหมือนคนปากร้ายทำฮานะจังเสียใจ
    #283
    0
  9. #181 bee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 14:04
    เซนโดดดดดดดดดดดด อีกคนที่แสนคลั่งไคล้
    #181
    0
  10. #180 bee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 14:04
    เซนโดดดดดดดดดดดด อีกคนที่แสนคลั่งไคล้
    #180
    0
  11. #157 aNa_AoNg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 14:32
    ถ้ารุคาว่ามันซึนนะกก้สามพีโลดค่า อิอื
    #157
    0
  12. #135 O_O (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 21:58
    พาร์ทนี้พี่เซนโดคนผมตั้งคะแนนนำเลย

    หนูรุนี่ก็อย่าซึนมากนะ

    เดี๋ยวฮานะจังจะเมินไผหาคนอื่นเสียก่อน ฮุ ๆ
    #135
    0
  13. #77 Zoare (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 19:59
    หนูขอ 3 ค่ะ!!! #ผิด



    #โปรดข้ามเม้นนี้ไป -.,-
    #77
    0
  14. #16 ข้าวต้มมัด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 12:04
    เชียร์เซนโดเต็มที่ค่าาาาาาาาา
    #16
    0
  15. #7 NaSUMe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 16:49
    คนเขียนใจร้าย~เปลี่ยนเป็น3pได้ไหม^.,^ รุคาว่าถ้าซึนต่อไปเเบบนี้จะเชียร์เซนโดเเล้วนะ เฮอะ!!
    #7
    0