คัดลอกลิงก์เเล้ว

นาคราช มังกร งูใหญ่ สัตว์ศักดิสิทธิ์ 1

โดย pics-penmen

'งูใหญ๋หรือนาคราชหรือ dragonในหมู่คนฝรั่งเขาเรียกกัน แท้จริงคืออะไรกันแน่ ?และมันมีอยู่บนโลกนี้จริงไหม?

ยอดวิวรวม

1,220

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,220

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ส.ค. 53 / 10:39 น.
นิยาย ҤҪ ѧ ˭ ѵѡԷ 1 นาคราช มังกร งูใหญ่ สัตว์ศักดิสิทธิ์ 1 | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
   

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ส.ค. 53 / 10:39


http://video.sanook.com/โฉมหน้ามังกรที่ตายแล้ว_ที่พบในจีน-415403-player.html        
  






                                      นี่คือ รูปภาพที่ไม่ค่อยเชื่อได้เลยว่าจะถูกถ่ายขึ้นจริงๆโดยไม่มีการตกแต่งแต่อย่างใด   แต่ว่ารูปนี้ค่อนข้างฮือฮาและได้รับการกล่าวขานมากนะครับเพื่อนๆ ผมก็เห็นจากหลายๆที่แล้วเหมือนกัน  ทั้งสื่อวารสารลี้ลับทั้งหลายแหล่  ทั้งโปสเตอร์ขนาดใหญ๋ที่เจ้าของร้านเขาไปติดโชว์หน้าร้าน  หรือแม้กระทั่งในอินเตอร์เนตก็ตาม  มันทำให้น่าคิดนะครับว่า  ถ้ามีการตกแต่งภาพขึ้นจริงนั้น  เขาจะทำไปเพื่ออะไร?และจะได้อะไรบ้าง?และคนในรูปพวกนี้นั้นคือใคร?
                         * รูปนี้ ผู้เขียนได้ข้อมูลมาว่า ภาพในรูปนี้เป็นนาคราชตัวเมีย  ความยาวราวๆสัก6-7เมตรกว่าๆ(7.8เมตร)  ถูกจับได้โดยทหารอเมริกันที่เข้ามาทำสงครามแถวๆเวียดนามเมื่อครั้นสมัยโน่น..สงครามเวียดนามครับ   จับได้บริเวณแม่น้ำโขงครับ
                           ระบุวันเวลาที่ชัดเจน ก็ที่จับได้ก็คือ **วันที่27 มิถุนายน พ.ศ.2516
                            พญานาคนั้นชาวไทย ชาวพุทธและชาวเอเชียเชื่อกันว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์   และมีความใกล้ชิดกะพระพุทธศาสนามาก   จะเห็นได้ว่ามีตำนานและเรื่องเล่าในพระพุทธศาสนาหลายเรื่องมากที่มีสัตว์ชนิดนี้มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ  อย่างเช่นพระพุทธรูปปางนึงของไทยก็มีพญานาค7เศียรเป็นเหมือนจุดเด่น เราเรียกกันว่า ปางนาคปรก ซึ่งเป็นพระประจำของคนที่เกิดวันเสาร์นั่นเอง   และในสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาก็มีพญานาคประดับประดามากมายเป็นที่น่าเกรงขามเป็นยิ่งนัก(พญานาคตัวนั้นมีนามว่า มุจลินทร์)
                            พญานาค เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงบันไดสู่จักรวาลกะสวรรค์ เป็นตัวแทนแห่งความอุดมสมบูรณ์  (ในความหมายของชาวเอเชียนะครับ)
                            พญานาค ถือเป็นสัตว์กึ่งเทพนะครับ ไม่สามารถจะบรรลุธรรมได้เหมือนมนุษย์เรา   แต่ก็อยู่ในสรวงสวรรค์นะครับ อยู่ในชั้นจาตุ           สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ที่มีรูปร่างสวยงามได้




                                      
                         หรือ ประเพณีการบวช ที่เราเรียกผู้บวช ว่า นาค นี่ก็มีประวัตินะครับ  กล่าวคือ ในสัมยพุทธกาลนั้น  เมื่อครั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงออกผนวชและจาริกอยู่ที่ป่าแห่งนึงนั้น  ได้มีพญานาคตนนึงแอบมาเห็นเข้าและบังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมา  จึงร่ายมนต์แปลงกายเป็นมนุษย์ที่มีรูปร่างสวยงามยิ่ง และขอบวชกับพระองค์  ซึ่งพระองค์ก็ไม่ขัดศรัทธา   แต่ในกาลต่อมาไม่นานนัก  ขณะที่นาคแปลงตนนี้ได้หลับอยู่  เผอิญมนต์เกิดเสื่อม  จึงกลายร่างเป็นนาคดังเดิม   พระสงฆ์รูปอื่นเกิดมาพบเห็นเข้า  จึงไปทูลพระพุทธเจ้า   ขอให้สึกเสีย   เพราะว่าผู้ที่บวชอยู่ในร่มกาสาวพัตร์ได้นั้น  ต้องเป็นมนุษย์เพียงเท่านั้น
                       พระพุทธเจ้าจึงทรงเรียกตัวนาคแปลงผู้นั้นมาถามความจริง  นาคแปลงนั้นก็ยอมรับ  พระพุทธเจ้าจึงทรงให้สึก   แต่ว่าเพื่อเป็นการระลึกถึงนาคผู้ที่ใฝ่ในพระธรรมตนนั้น  จึงได้มีตั้งกฏเกณฑืประเพณีการบวชนาคขึ้นมาในภายหลัง  ซึ่งจะมีการถามผู้บวชก่อนเสมอว่า "เจ้าใช่เป็นนาคหรือเปล่า?"(แต่เวลาถามจะถามเป็นภาษาบาลีน่ะครับ)
                 แล้วยังมีอีกมากมาย ที่นาคเข้ามาเกี่ยวพันกับความเชื่อทางพุทธศานา เช่นประเพณีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พราหมณ์+พุทธ)ประเพณีบุญบั้งไฟที่ ยโสธรที่ยิงบั้งไฟรูปพญานาคขึ้นไปบนฟ้าเพื่อขอฝน  โดยเชื่อว่านาคก็คือบันไดสื่อสารระหว่างโลกกะสววรค์นั่นเอง   หรือการแห่เรือ  (ซึ่งหัวเรือก็มักจะมีรูปของนาคอยู่)โดยมากแล้วคิดว่า นาคมักเกี่ยวพันกับสายน้ำและความอุดมสมบูรณ์ครับ
 องค์จตุคามรามเทพ ความเชื่อแนวฮินดู บวกพุทธ สังเกตจะมีรูปนาคอยู่เบื้องหลังองค์จตุคามรามเทพ  เป็นที่ประทับและก็เป็นบัลลังค์
          พญานาคคาดว่าเป็นความเชื่อที่ถูกนำเข้าโดยอินตะละเดียในสมัยโน้น  คาดว่าความเชื่อเรื่องพญานาคมีมาก่อนสมัย ที่พระพุทธศานาจะเข้ามาในดินแดนแถบเอเชียอาคเนย์เสียอีก(มากับศาสนาฮินดูน่ะครับ)   ว่ากันว่า เป็นความเชื่อประจำของคนเอเชียกัน  พวกเขาถือกันว่า เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์  เป็นสัตว์กึ่งเทพ และมีความเกี่ยวพันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศานาพุทธด้วย   ซึ่งต่างจาก  ชาวตะวันตกเพราะพวกนี้เชื่อว่า  สัตว์พวกนี้เป็นตัวแทนแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง   เรียกว่า  เป็นสหายสนิทของซาตานเลยทีเดียว


มังกรในความเชื่อพวกยุโรป มักมีปีก
                                   มาเรื่องในเอเชียกันดีกว่าครับ   ว่ากันว่า พญานาคในเอเชีย(ซึ่งคตินี้ก็มาจากอินเดียนั่นล่ะ)สืบเชื้อสายมาจาก พญาอนันตนาคราช(เศษนาคราช)ซึ่งมีพันเศียร และความยาวนั้นเป็นอสงไขย  ส่วนลูกหลานนั้นบ้างก็9เศียร บ้างก็7และบ้างก็มีเพียงเศียรเดียวแล้วแต่ศักดิ์ครับ  พวกที่มีจำนวนเศียรมากมักจะมีศักดิ์สูง   และอีกอย่างที่***แบ่งศักดิ์ของนาคราชได้เด่นชัดก้คือ  จำนวนเล็บเท้าครับ โดยถ้ามีจำนวนเล็บมาก นั่นก็หมายถึง เป็นนาคชั้นดีทีเดียวครับ เช่น5นิ้วเป็นต้น และชาวจีนก็หมายถึง เป็นตัวแทนของจักรพรรดิพวกเขาเลยทีเดียว ต่างกับนาคที่มีเพียง3นิ้วนะครับ นั่นอาจจะเป็นนาคของชนชั้นสามัญ เท่านั้นเองครับ
                                 วกมาที่ศาสนาฮินดูนะครับ เพราะความเชื่อเรื่องนาคนั้นมาจากศาสนานี้มาก่อนครับ (ก่อนแปรมารวมกับศาสนาพุทธได้ในที่สุด และการที่พญานาคถูกแบ่งชนชั้นศักดินานั้นก็คือได้อิทธิพลมาจากศานานี้ด้วยครับ)ต้นตระกูลของพญานาคทุกสายพันธุ์มาจาก พญาอนันตนาคราช ซึ่งเป็นบัลลังค์ของพระวิษณุกรม  พระวิษณุกรมนี้คือ1ในสามเทพองค์สำคัญที่ชาวฮินดูนับถือกันครับ(ตรีมูติ)อยู่ที่เกษียรสมุทรครับ
                             ว่ากันว่า นาคราชเป็นที่รวมของหลายลักษณะของสัตว์หลายชนิดเข้าไว้ด้วยกันเช่น เกล็ดตามตัวเหมือนปลา  มีเขาเหมือนกวาง  ลำตัวยาวเหมือนงู  กรงเล็บเหมือนเสือ  และช่วงลำตัวก็เหมือนปู  แถมมีกระดูกลำตัวเป็นโหนกนูนคล้ายอูฐอีก แต่นี่ เป็นเพียงการจินตนาการลักษณะรูปร่างของพวกกวี  เพราะตัวเป็นๆก็ยังไม่มีใครยืนยันได้นักว่าพบเห็น คือยังมีหลักฐานอยู่น้อยมากครับ
                             ชาวเอเชียโดยเฉพาะพวกที่นับถือศาสนาพุทธ(อ้างอิงในไตรภูมิพระร่วง) มักคิดว่าลึกลงไปในแผ่นดินสัก16โยชน์นั้นจะเป็นที่อยู่ของพวกนาคนี้อยู่กันและก็จัดแบ่งเป็นชั้นๆ คล้ายๆกับบนฟ้าที่มีสรวงสวรรค์แบ่งเป็นหลายๆชั้นนั่นล่ะครับ   ว่ากันว่านาคมีพิษอยู่64ชนิดและทุกครั้งที่คายพิษทิ้งไว้ก็มักจะมีพวกงู แมงป่อง ตะขาบ ตลอดไปจนถึงมดมากินพิษนี้และนี่ล่ะครับ ที่ทำให้สัตว์พวกนี้สามารถมีพิษได้  เพราะได้กินพิษของพญานาคนั่นเอง(นาคจะคายพิษทุกๆ15วัน)
                           เหตุที่นาคไม่สามารถบรรลุถึงธรรมได้นั่นก็เพราะ ชอบทำบุญที่เจือด้วยราคะนั่นเอง
                                   1.   
                       2.     
                        
                 3.                       4.    
            ภาพ1-4เป็นภาพร่องรอยหลักฐานการพบพญานาคในเมืองไทย  เพื่อนๆดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก กูเกิลนะครับ
             แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีใครพบเห็นนาคตัวเป็นๆเลย หรือว่าหลักฐานนั้นมีน้อยเกินไปก็ไม่ทราบได้  ทุกอย่างจึงยังคงเป็นปริศนามาจนกระทั่งบัดนี้
               *บางทีก็มีคนบอกว่า เป็นปลาชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึก  ชื่อว่า "ปลาพญานาค"ตัวนี้บอกว่าถูกจับได้ที่เกาะโคโลราโดโน่นแน่ะ หาใช่ที่แม่น้ำโขงไม่(แต่บางรายก็บอกว่าถูกจับที่แม่น้ำโขง และเป็นพญานาคด้วย งงเหมือนกัน)
                 ***ถ้าเป็นคติของชาวจีน จะเรียกสัตว์พวกนี้ว่า "มังกร"นะครับ  และก็มีเล็บเท้าด้วย  และใช้จำนวนเล็บเท้านี่ละ ในการแบ่งแยกเป็นศักดิ์ต่างๆกันไป
                                            
                                                   _____________________


                         http://www.video.sanook.com/โฉมหน้ามังกรที่ตายแล้ว___ที่พบในจีน-415403-player.html




































    






            






                             
                               









































      





                    

                                     




                                             
                         
 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ pics-penmen จากทั้งหมด 11 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 20:07
    ขอบคุณนะครับ คุณเดวิลที่มาเม้นท์
    จริงๆผมเห็นมันเป็นรูปถ่ายตั้งอยู่ที่หน้าร้านภาพถ่ายในห้างๆนึงด้วยนะครับ
    ข้างหน้าภาพมันเขียน เป็นภาษาไทยมีโค้งสวยงามเชียว มันเขียนว่า
    นางพระยานาค เพศเมีย และก็เขียนวันเวลาที่จับได้ไว้ชัดเจนด้วยครับ
    หรือว่า บางทีเป้นการอุปมาของคนถ่ายภาพมังครับ??
    #3
    0
  2. วันที่ 24 กรกฎาคม 2553 / 11:28
    ภาพแรกอ่ะคะ   ดูในโทรทัศน์  เขาพิสูจกันแล้วว่า......

    พญานาคในรูปนั้น  มันเป็นแค่ปลาชนิดหนึ่ง  ซึ่ง มีชื่อว่า.....(เอ่อ...จำไม่ได้ค่ะ ชื่อมันอ่านยากมากมาย)
    มันมักอาศัยอยู่แหล่งน้ำจืด(ซึ่งแม่น้ำโขงก้อใช่) แต่มันจะอยู่ลึกมากๆ  มีลักษณะลำตัวแบน  ยาว  เพื่อสะดวกในการแหวกว่ายผ่านซอกก้อนหินต่างๆและเพื่อความคล่องตัว  เมื่อมันโตเต็มที่จะมีลำตัวยาวหลายกิโลเชียวค่ะ   เมื่อได้รู้อย่างงี้แล้ว อย่าคิดมาเลยค่ะ  เพราะเขาได้พิสูจน์มาแล้วจริงๆ 
    #2
    0
  3. วันที่ 12 กรกฎาคม 2553 / 21:44
    ฉันจะเป็นคอมเม้นแรก (ฮา)

    เหลือเชื่อมากเลยอ่ะ หึๆๆ ขยันอัพหน่อยสิฟ่ะ
    #1
    0