PRODUCE101「daehwi's bed」ϟ baekhwi ◦ nielong

ตอนที่ 9 : คุณนักข่าวยิ้มสวยมากเลยครับ ☼

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 พ.ย. 60

B
E
R
L
I
N
 





daehwi's bed ϟ baekhwi ◦ nielong

▸ #เตียงของแดฮวี

chapter 9

คุณนักข่าวยิ้มสวยมากเลยครับ ☼




Image by she.





โปรดคอมเม้นถ้าชอบฟิคกันนะจ๊ะ พลีส พลีส พลีสส มาเตือนอย่างเป็นมิตร เลิฟยู

- ตอนต่อไปมาวันศุกร์จา -



  “เธอ... อีกแล้วหรอ”



  หนุ่มวัยรุ่นทั่วตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ค่อยๆเงยใบหน้าช้ำเลือดช้ำหนองขึ้นมองหาคนที่เอ่ยทัก เสียงทุ้มกังวานที่กระชากตัวตนออกจากห้วงภวังค์ร้ายๆ ดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ และเป็นเสมือนมือที่ดึงเขาออกจากความมืด



  “คุณฮยอนบิน…”



  ปากฟกช้ำเรียกชื่อผู้มาใหม่สั่นเทา หยดน้ำตาร่วงแหมะเมื่อไม่สามารถอดกลั้นความรู้สึกได้อีก เขายกแขนรออ้อมกอดโหยหาไม่ปิดบัง ซึ่งบุรุษในสูทดำก็ปรี่เข้ามาสวมกอดแน่นทันที สัมผัสอบอุ่นยิ่งทำให้ยากต่อการลบเลือน แม้อีกฝ่ายเป็นเพียงชายแปลกหน้า ไม่มีสักส่วนที่เกี่ยวข้องกัน เขาก็ไม่อยากยั้งคิดอีกแล้ว



  “เกิดอะไรขึ้นมินฮยอน ทำไมเธอถึงโดนทำร้ายอีกแล้ว”



  ร่างสูงโปร่งทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สาธารณะเก่าๆ  รีบเอื้อมจับมือเย็นที่สั่นเครือ ตาคมแสดงความเป็นห่วงชัดเจน เพราะทั้งตัวของมินฮยอนมีแต่ร่องรอยความเจ็บปวด



  “ผมพยายามปกป้องน้องชายของผม พ่อเครียดเรื่องงานแล้วมาลงที่น้องอีกแล้ว… ฮึก… ผมควรทำยังไงดีครับ พ่อสลบไปแล้วผมเลยหนีออกมา แดฮวีกับผมไม่กล้ากลับบ้านเลย น้องรอผมอยู่ที่โรงแรมใกล้ๆนี่เอง”



  “น้องเธอปลอดภัยหรือเปล่า”



  “ครับ ปลอดภัยดี ผมเอาตัวบังน้องไว้ทัน แต่ผมไม่รู้จะทนได้อีกนานแค่ไหนแล้ว พี่ฮยอนบิน ผมเจ็บไปทั้งตัวแล้ว...”



  น้ำตาเม็ดใสพรั่งพรูออกมาอย่างคนปวดร้าวสุดขีด ในสภาวะที่ร่างกายและจิตใจเจอสิ่งเลวร้าย ชายยี่สิบกว่าคนนี้ไม่มีแรงพอที่จะแบกรับตัวคนเดียว ฮยอนบินซับน้ำตาออกจากใบหน้าสวยแผ่วเบา ทุกครั้งที่เจอกันล้วนเต็มไปด้วยความหดหู่ เสียงร้องไห้มักมาพร้อมร่างบอบช้ำเสมอ



  “ไม่มีทางไหนที่จะเปิดโปงความจริงเรื่องพ่อเธอเลยหรือ” เขาถามเสียงอ่อน



  “ผมไม่ได้ปรารถนาจะเปิดโปงความจริง เราต้องการให้ความเลวมันตายไปพร้อมกับเขาเร็วที่สุดต่างหาก น้องผมก็ต้องการแบบนั้น” ตาพร่ามัวมองจ้องอีกคน พลางเอ่ยตอบเรียบเฉย



  “สักวันความหวังของเธอจะเป็นจริง เชื่อฉันสิ”



  ลมหนาวพัดมาแรงๆราวกับเบื้องบนตอบรับคำขอ มือเรียวสวยลูบศีรษะชายบอบช้ำดุจลูกนกปีกหักเบามือ นัยต์ตาสีน้ำตาลจ้องกลับมาอย่างมีหวัง มินฮยอนในชุดนักศึกษามอมแมมพยักหน้าหงึกหงัก พร้อมคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา



  “ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลแล้วหรอครับ”



  “ใช่ ฉันยังต้องเช็คอะไรอีกหน่อย”

  ชายวัยรุ่นรีบรั้งอีกคนไว้ก่อน แผ่นหลังกว้างเบื้องหน้า เขาแค่อยากจะรั้งไว้นานกว่านี้



  “เธอจะไปรอฉันในโรงพยาบาลก็ได้ อีกเดี๋ยวก็เสร็จงานแล้ว”



  “ก็ดีครับ ผมว่าจะไปทำแผลพอดี”



  “ยิ่งดีใหญ่ เพราะเธอจะได้รับสิทธิพิเศษจากฉัน ฉันจะทำแผลให้เธอเอง”



  ไม่มีหนทางที่จะตัดขาดรักงมงายครั้งนี้ เมื่อหัวใจไม่เคยคิดอยากถอยห่าง เราทุกคนเปลี่ยนเป็นปีศาจ เพราะแรงศรัทธาในความผูกพันธ์ มินฮยอนยกยิ้มบางเมื่อสายตาหันไปเห็นเก้าอี้สาธารณะตัวเก่า สภาพมันเก่าลงใกล้ผุพัง แต่ภาพซ้อนทับในอดีตยังดูสวยงามดังเดิม



  “เดาว่าเธอคงนึกถึงตอนที่เรากอดกันที่นี่”



  “แหงล่ะ” มินฮยอนหันไปยิ้มกว้างให้คุณผู้อำนวยการ



  “ฉันก็ชอบนึกถึงเหมือนกัน พอขับรถออกจากโรงพยาบาล แล้วเห็นมันตั้งอยู่แถวๆหน้าโรงพยาบาล ฉันก็นึกถึงทุกที”

  ร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์พูดเบาๆท่ามกลางความหนาว ควันจางพวยพุ่งออกจากปากเพราะอากาศติดลบ มินฮยอนที่ลอบมองอยู่ก่อน ดึงมือของชายหนุ่มมาใส่ในเสื้อโค้ทของตน



  “ออกมาเดินเล่นผิดเวลาไปหน่อยนะ” ฮยอนบินพูดติดตลก



  “ไม่ผิดเวลาหรอก ถ้าได้เดินกับคุณ เวลาไหนก็ได้”



  “ทำเป็นพูดซึ้งไป”



  คำขอบคุณแสดงออกทางตาคมกริบชัดเจน มืออีกข้างเกลี่ยไรผมปรกหน้าสวยไปทัดหูแผ่วเบา เวลาที่เราสองคนได้ใช้ร่วมกันสิ้นสุดลงแล้ว ลำบากใจกับการเอ่ยลาทุกครั้ง แต่ก็คงต้องทำ



  “พึ่งได้เจอกันแปบเดียวเองนะ” หน้าเศร้าทำให้ฮยอนบินหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู



  “ก็เธอเลิกงานดึกเอง”



  “คุณก็เลิกดึกไม่ต่างกันหรอก” มินฮยอนยู่ปากงอน “มีวันว่างอื่นอีกไหม เอาไว้เราไปเยี่ยมน้องชายผมด้วยกันเถอะ”



  “แดฮวีหรอจะอยากเจอฉัน ลำพังแค่พี่ชายตัวเองยังไม่อยากเจอเลย กับเด็กอายุแค่นั้น ความรู้สึกผิดน่ะมันลบล้างยากฉันเข้าใจ ก็เหมือนเธอสมัยวัยรุ่น”



  “มันก็ลบล้างยากจริงๆ…” มินฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตาประกายวูบไหวสื่อความรู้สึกบางอย่างชั่วครู่



  เมื่อมองจากมุมไกล เราสองคนไม่มีความแปลกแยกแตกต่างแม้สักนิด เป็นเพียงแค่ผู้ชายสองคนที่มีความสุขเมื่อได้อยู่ด้วยกัน แต่ภายใต้รอยยิ้มจริงใจ แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมอย่างที่ตัวเราเองไม่อยากเชื่อ เนื้อแท้ของฮยอนบินเหมือนกับซาตานไม่มีผิด แต่ผู้มอบความช่วยเหลือที่เปรียบเสมือนแสงสว่าง กลับเป็นซาตานตนนี้เช่นกัน



  “นั่นสินะ” หน้านิ่งพยักหน้ารับเบาๆ



  “ฉันต้องไปแล้ว ขับรถกลับดีๆล่ะมินฮยอน”



  “ครับ!”

  มินฮยอนปรี่เข้ากอดเอวแกร่งยามเจ้าตัวหันหลังเดินไปอีกทาง หน้าคมเอียงมองเอ็นดู มือเย็นวางทาบมือเล็กที่สวมกอดทะนุถนอม พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ



  “โตจนเป็นประธานบริษัทแล้วนะ ยังขี้อ้อนอยู่ได้”



  “อยู่กับคนอื่นผมน่ากลัวจะตาย”



  “แล้วทำไมอยู่กับฉันถึงอ้อนล่ะ”



  “มันเป็นไปเอง” มินฮยอนถูไถแผ่นหลังนิ่มนวล ตาสวยหลับพริ้มเชื่องช้า “เรื่องผู้บริจาคคนก่อนผมจัดการแล้วนะ ทางญาติไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก พวกเขาปักใจเชื่อแล้วว่าอุบัติเหตุที่ทำให้สมองตายเป็นเรื่องบังเอิญ”



  “เก่งมาก”



  “ขอบคุณครับ” ร่างบางอมยิ้มทันที



  “แล้วคุณหุ้นส่วนอยากไปรอที่โรงพยาบาลเหมือนเดิมไหม ดูแล้วคงไม่อยากกลับบ้านแล้วมั้ง ห้องทำงานของฉันว่างเสมอ ถ้าเธอจะมาพัก”



  “ก็ได้ครับ”

  มินฮยอนตอบรับเสียงใส



  ...เปิดแฟ้มคดีลับอันเก่าเลอะฝุ่นขึ้นมาอีกหนึ่งรอบ ความรู้สึกแปลกประหลาดทั้งปวงต้องตัดทิ้งให้หมด เมื่อยิ่งอ่านเรื่องโกหกคำโตในหน้าหนังสือพิมพ์ทวนซ้ำไปเรื่อยๆ หน้าหล่อก็เริ่มเหยเกเพราะความขุ่นเคือง



  “นี่ครับ รูปถ่ายที่ผมตามไปถ่ายถึงหน้าโรงพยาบาล”



  ซองอูยื่นรูปถ่ายสองสามใบให้ชายหน้าเครียด แดเนียลกระดกแก้วเหล้ารวดเดียว พร้อมยื่นมือมารับรูปไปเพ่งดู ไม่มีความตกใจอย่างที่ซองอูคิดไว้ อาจเพราะแดเนียลรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนก็เป็นไปได้



  “ฮยอนบินกับ… มินฮยอนสินะ” หนุ่มหน้าแดงจากเหล้าเอ่ยติดขัด ซองอูรีบพยักหน้าตอบก่อนอธิบายต่อเสียงแจ๋ว



  “ความสัมพันธ์เกินหุ้นส่วนนี้ ทั้งสองไม่ได้คิดปิดบังเลย คงมั่นใจว่ามันไม่มีผลอะไรกับรูปคดี แต่ผมว่ามันมีส่วนนะ คิดดูสิครับ หลังพ่อหายตัวไป มินฮยอนก็ไปร่วมหุ้นปรับปรุงโรงพยาบาลนิรนามต่างจังหวัดหน้าตาเฉย อาจจะเป็นรักที่เกิดขึ้นหลังร่วมหุ้นกันก็ได้ ผมไม่เถียง แต่ผมอยากพิสูจน์”



  “เขารักกันมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยผมยังเป็นหมอที่นั่น”



  “ห้ะ” ซองอูขมวดคิ้ว “คุณว่าอะไรนะ”



  “เขาสองคนมีความสัมพันธ์เกินเพื่อนมานานแล้ว หมอที่นั่นส่วนมากก็รู้นะ”



  “ไม่… ไม่สิ คือผมสงสัยเรื่องที่คุณบอกว่าเป็นหมอที่โรงพยาบาล ประวัติที่คุณบอกสื่อน่ะ ไม่ใช่ว่าทั้งเรียนแล้วก็เป็นหมอที่อเมริกาหรือไง”



  แดเนียลเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ทันที ตาคมเบิกโพลงชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจโล่งๆแล้วอธิบายต่อ

  “ไม่ใช่ ผมจบหมอจากเกาหลี ทำงานที่เกาหลีต่างหาก ประวัติทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก และที่สำคัญคือผมเป็นหมอที่โรงพยาบาลนั้นด้วย”



  “อ่า… ถึงว่า”



  “ถึงว่าอะไร” แดเนียลโพล่งถาม



  “ตอนแรกผมก็แอบสงสัยว่าทำไมคุณมาสนใจเรื่องนี้ ทีนี้ก็กระจ่างสักที มูลเหตุที่คุณอยากสืบก็เพราะอยากรู้ประวัติเจ้านายเก่าคุณใช่ไหมล่ะ” ซองอูพูดจ้อตามประสานักข่าวคุยเก่ง



  “อ่านนี่ซะ”

  แทนที่จะตอบคำถาม แดเนียลทำเพียงยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับเก่ากึกให้ซองอูอ่าน หลังกว้างเอนพิงโซฟาสบายๆ รอคอยให้ซองอูรับรู้เรื่องราวด้วยตัวเอง



  ไร้จรรยาบรรณ! หมอประมาทสองคนคร่าชีวิตคนไข้นิรนามจนตาย ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่พบทั้งศพและคนร้าย แต่ได้รับแจ้งเหตุจากทางโรงพยาบาล...



  “ให้ผมอ่านทำไมครับ?” เมื่อขี้เกียจอ่านต่อ ซองอูจึงเงยหน้าขึ้นถามแทน



  “ผมเอง ผมกับเพื่อนเองที่เป็นคนในข่าว”



  “ห… ห้ะ เป็นฆาตกรหรอครับ” นักข่าวตัวผอมหน้าเผือดสี



  “ก็ถ้าเป็นจริงแล้วจะมาสืบทำไม ผมกับเพื่อนแค่ผ่าตัดคนไข้โดยไม่ได้รับอนุญาติ มันออกข่าวแบบนี้ก็เพื่อตัดอนาคตเราชัดๆ ความจริงแล้วเราก็อยากจะทำตามขั้นตอน แต่โรงพยาบาลไม่ให้เราทำ”



  “ก็ฆ่าคนอยู่ดีแหละ” ซองอูยิ้มเฝื่อน



  “ไม่ได้ฆ่า ยังไม่ทันได้ผ่าก็ตายก่อนแล้ว อีกอย่างนะ คนไข้นิรนามที่ไหน ก็ประธานบริษัทคนนั้นแหละ ที่ข่าวทุกสำนักออกข่าวว่าหายตัวไป ที่จริงตายไปนานแล้ว ผมยังจำได้เลยว่าตัวเองช็อคขนาดไหนตอนดูแถลงข่าวของมินฮยอน หมอนั่นก็อยู่ตอนที่พ่อตัวเองตาย แต่ดันพูดว่าพ่อหายตัวไป พร้อมกับบีบน้ำตาซะแนบเนียน”



  “จริงเปล่าเนี่ย...”



  ซองอูอ้าปากค้าง แดเนียลพึ่งจะพูดทุกอย่างที่เขาสงสัยออกมาทีเดียวจบ เขาเสียเวลาสืบมานานเพื่อตามหาว่าประธานบริษัทหายไปอยู่ที่ใด เพื่อมาพบว่าความจริงเขาไม่ใช่คนสูญหาย แต่ตายไปแล้ว



  “จริง ผมบอกคุณแล้วว่าจะบอกเรื่องทุกอย่างให้ฟัง เพียงแต่คุณต้องช่วยผมพิสูจน์ความบริสุทธ์ ผมกับเพื่อนก็อยากอธิบายเหมือนกันว่าทำไมเราต้องผ่าตัดทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาติ ทุกอย่างมีเหตุผล และผมอยากเปิดโปงคนเลวเต็มที”



  “...นี่มันบ้ามาก แล้วเรื่องอวัยวะล่ะ คุณรู้เรื่องนี้ด้วยไหม”



  “ไม่รู้ แต่ผมจะช่วยสืบด้วยอีกแรง ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”



  “นี่ไม่ได้เมาจนกุเรื่องขึ้นมาหรอครับ?”



  ซองอูยังมีท่าทีคลางแคลงใจเหมือนเดิม ตาสวยหลุบมองแก้วเหล้า กับขวดทรงสวยที่บรรจุน้ำอำพันเหลือเพียงก้นแก้ว ก่อนยิ้มเฝื่อนๆ แดเนียลที่คุยกับเขาตอนนี้ต้องเมาแน่ล่ะ พูดเป็นตุเป็นตะเชียว



  “ผมไม่ได้เมา” ชายหนุ่มตอบหนักแน่น ดันหลังมานั่งตัวตรงทันที



  ภายในห้องสีทึบโอบล้อมด้วยม่านสีเข้ม โซฟาดำด้านที่ชายทั้งสองนั่งร่วมกัน เริ่มกลายเป็นสถานที่เล่นสงครามประสาทของคนทั้งคู่ หนุ่มทะมัดทะแมงขี้สงสัยจ้องกลับไปอย่างจับผิด คนที่กินเหล้าเกือบหมดขวด จะยังพูดความจริงได้อยู่หรือ



  “ผมว่าคุณพักเถอะ ดึกแล้วด้วย”



  “อะไรเนี่ย คุณไม่เชื่อผมหรอ”



  “ก็คุณเมาอยู่นี่ จะให้ผมเชื่อได้ไงครับ” ซองอูถามกลับ



  “ผมไม่ได้เมา” แดเนียลเน้นย้ำ “ให้ผมพิสูจน์เลยก็ได้ สั่งมาสักอย่าง ผมจะทำมันเอง”



  “ล… แล้วจะยื่นหน้ามาใกล้ผมทำไมเนี่ย เหม็นเหล้าครับ”

  ซองอูดันไหล่กว้างอย่างเกร็งๆ หน้าเรียวรีบเบนหนีเมื่อแดเนียลประชิดตัว นี่แหละท่าทางคนเมาชัดๆ!



  “เห้อ… จะไม่ยอมเชื่อจริงหรอ ผมคอแข็งกว่านั้นเยอะนะ”



  แดเนียลผละออกมานั่งหน้าเจื่อน เสียงถอนหายใจทำให้ซองอูรู้สึกผิด นักแสดงหนุ่มทิ้งตัวลงนอนหมดสภาพบนเตียง ใบหน้าเศร้าหลับลงช้าๆ ก่อนที่ซองอูจะใจหายวาบเมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลรินของอีกคน



  “ผมเชื่อก็ได้ อ… เอ่อ ไม่ต้องเศร้าหรอก ผมรู้ว่าช่วงนี้คุณเจอข่าวไม่ดีเยอะ คงเครียดสะสมสินะครับ”



  “ไม่ใช่หรอก…” ร่างแกร่งนอนขดตัวอย่างเหงาๆ “พอได้พูดความจริงที่เก็บเอาไว้มานาน แล้วมันรู้สึกเศร้าแปลกๆ คุณนักข่าวไม่ต้องสนใจหรอกครับ อีกสักพักผู้จัดการผมจะมารับคุณไปส่งบ้าน เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันใหม่โอกาสหน้าดีกว่า”



  “ก็ได้ครับ”

  มือเรียวยื่นทิชชู่บนโต๊ะให้คนตัวโต แววตาแดเนียลแสดงความประหลาดใจ แต่ก็รับไว้ด้วยรอยยิ้ม



  “เหมือนยาเลย”



  “อะไรนะครับ?” เสียงพึมพำในปากของแดเนียล เขาฟังไม่ถ่อยถนัดเลย



  “คุณเหมือนยาที่ช่วยให้ผมหายเครียดเป็นช่วงๆ” แดเนียลยกยิ้มบาง “เรื่องเมื่อวันก่อน ที่ช่วยผมจากพวกนักข่าว ผมขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่มีคุณป่านนี้ผมคงโดนรุมทึ้ง”



  “ด้วยความยินดีครับ”



  “แล้วก็อีกอย่าง คุณนักข่าวยิ้มสวยมากเลยครับ ผมชอบจัง”

  

  

  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

247 ความคิดเห็น

  1. #234 _nnnnumx_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 23:35
    นี่ว่าแล้วอิพิฝ่าร้ายสุด ร้ายไม่พอแบ็คอัพใหญ่ไปอีก
    อยากให้คุณอ๋งกับคุณแดนสือหาเรื่องราวได้เร็วๆ
    #234
    0
  2. #224 maybee23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 14:06
    มินฮยอนน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ดูเป็นที่ทำอะไรๆในเรื่องร้ายๆได้ง่ายๆสบายๆด้วย
    #224
    0
  3. #223 chomnrs (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 23:33
    พี่มินร้ายมาก ;-;
    #223
    0
  4. #222 เจ้าชายอสูร_B2UTY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:12
    มันยุ่งเยิงมากเลย โอ๊ยยยยย คือมินฮยอนบินเขารักกันจริงๆใช่มะ ?? เรื่องมันก็มีประเด็นมานะว่าทำไม มินฮยอนถึงทำแบบนี้ แต่มันก็น่าจะมีวิธีอื่นไง 😭😭😭😭😭 สงสารน้องตอนโดนพ่อตี อารมณ์คงทั้งรักทั้งเกลียดทั้งเสียใจและคงรู้สึกผิดว่าแต่คุณดารานี่คิดไรกะคุณนักข่าวเขาปะคะ แหมมมมมมมม
    #222
    0
  5. #219 mayrinjj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:45
    เพื่อนคุณแดนคงเป็นพี่ดงโฮสินะ
    พี่มินร้ายจริงๆนะสงสารแดฮวีเลยอ่ะ
    แต่คู่เนียลอง กรี๊ดดด ชั้นชอบ><
    #219
    0
  6. #218 fairynorth (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 08:20
    ความสัมพันธ์ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆอ่ะ หรือเรางงเอง55555 ฮยอนบินกับมินฮยอนที่รักกันมาร่วมมือกัน แสดงว่าตอนแรกมินฮยอนก็ไม่ได้จะร้ายขนาดนี้หรอ ?? สงสารแดฮวีจัง คงรู้สึกเหมือนโดนหักหลังอ่ะ
    ส่วนทางด้านของคุณดารากับคุณนักข่าวนี่ แงงง น่ารักอ่ะ เขิน5555
    #218
    0
  7. #217 พัลรยง. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 07:00
    มินฮยอนจะน่ากลัวเกินไปแล้ว สงสารแดนอีก หวังว่าจะสืบต่อไปได้ไวๆนะคะ ;-;
    #217
    0
  8. #216 T wertz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 02:57
    พอรู้แบบนี้มินฮยอนน่ากลัวมากเลยค่ะ ฮือออ ต้องมีเหตุผลไรแน่ๆถึงได้ทำขนาดนี้ รอติตามน้า
    #216
    0