ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    คาถาและอะไรอีกมากมาย

    ลำดับตอนที่ #5 : เรื่อง แอตแลนติส แหล่งประวัติศาสตร์แม่มดในสมัยโบราณ

    • อัปเดตล่าสุด 29 ส.ค. 48


    เรื่อง  แอตแลนติส  แหล่งประวัติศาสตร์แม่มดในสมัยโบราณ



    ว่ากันว่าที่เกาะแอตแลนติสอันมั่งคั่งที่เป็นที่อยู่อาศัยของพลเมืองผู้ทรงคุณธรรม

    และแม่มด กำแพงเมืองเป็นทองคำ และวิหารสร้างด้วยเงิน ในเมืองมีอุทยานหน่อนใจ

    และสนามแข่งม้า

    ทว่ามันถูกทำลายพินาศไปด้วยความพิโรธของเทพเจ้าผู้เนรมิตมันขึ้นมา

    บางก็ว่าว่าผู้ทําลายคือแม่มดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่พอใจพวกมนุษย์

    ตำนานเกี่ยวกับทวีปอันมั่งคั่งโอ่อ่าที่พลเมืองอาศัยอยู่อย่างสุขสันต์แต่ถูกกวาดทำลายสิ้นเพียงชั่วข้ามคืน



    เพลโตปราชญ์ชาวกรีก(บางคนเชื่อว่าเขาคือพ่อมด)ได้พรรณนาถึงการอุบัติและวิบัติของแอตแลนติสไว้

    คำพรรณนาของเขาบันดาลใจให้มีคนพากันเขียนหนังสือเกี่ยวกับดอนแดนนี้ประมาณ 2,000

    เล่ม มีการค้นหาแอตแลนติสเป็นเวลานับไม่ถ้วนจำนวนปี

    บางคนเสนอว่าดินแดนมหัศจรรย์นี้ควรจะอยู่ตรงนั้นตรงนี้ต่างๆกันไปถึงกว่า 40

    แห่ง แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ามันเคยมีอยู่จริง

    เพลโตเขียนไว้ในหนังสือบทสนทนาเรื่อง ทิไมอุส ( Timaeus ) และครีทีอัส

    ( Critias ) ในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสต์กาลเป็นครั้งแรกเรื่องเกาะ

    \"ขนาดใหญ่กว่าลิเบียและเอเชียไมเนอร์รวมกัน\"

    กับผู้คนซึ่งอาศัยบนเกาะอันอุดมสมบูรณ์ เมื่อแรกที่มีการแบ่งดินแดนบนโลกกัน

    โพโซดอน ( Poseidon ) เทพแห่งสมุทรและแผ่นดินไหวได้รับแอสแลนติสมาเป็นสมบัติ

    ชาวแอตแลนติสทุกคนจึงเป็นเชื้อสายของเทพเจ้าองค์นี้กับเคลริโอ (

    Klerio ) ชายาซึ่งเป็นมนุษย์ ตามที่เพลโตเล่าไว้

    แอตแลนติสเป็นชาต์ยิ่งใหญ่ทางทะเลซึ่งตั้งอยู่เลย \"เสาหินแห่งเฮอร์คิวลีส\"

    หรือช่องแคบยิบลอนตาในปัจจุบันออกไป

    อาณาจักรนี้ครอบคลุมน่านน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจรดอียิปต์และตุรกี

    เป็นดินแดนอันอุดมด้วยทรัพยากร และอาหารนานาชนิด ทิวเขาสูงกำบังลมจากทางเหนือ

    สรรพสัตว์ ทั้งช้างและม้าเล็มหญ้าอยู่ในท้องทุ่ง ดื่มกินน้ำจากทะเลสาปและลำธาร

    มีกษัตริย์สิบองค์ครองดินแดนสิบแคว้น

    พลเมืองทั้งหมดอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคีและสันติสุข

    \"พวกเขารังเกียจทุกอย่างนอกจากคุณธรรมความดีงาม ไม่สนใจไยดีต่อสมบัติพัสถาน

    ไม่ว่าทองคำหรือทรัพย์สมบัติอื่นๆ\" ชาวแอตแลนติสเป็นทั้งพลเมืองตัวอย่าง

    และนักขี่ม้าที่เก่งกาจ นอกจากนั้นพวกเขายังเชี่ยวชาญด้านการเดินเรืออีกด้วย

    ต่อมาชาวแอตแลนติสเกิดไม่พอใจกับโชคลาภที่มีและพยายามจะครองโลก

    ในสงครามรุนแรงที่ตามมา

    มีนครเอเธนส์เพียงแห่งเดียวที่ยืนหยัดต่อสู้กับแอตแลนติส

    โพโซดอนพิโรธชาวแอตแลนติสและประมาณ 9,500

    ปีก่อนคริสต์กาลก็เกิดภัยพิบัติร้ายแรงขึ้นทำให้แอตแลนติสจมหายไปใต้เกลียวคลื่น

    ไม่เหลือร่องรอยใดๆเลย เพลโตยืนยันว่าแอตแลนติสเป็นเรื่องจริง

    และอ้างว่ามีคนเล่าเรื่องนี้ให้โวลอน รัฐบุรุษชาวเอเธนส์ฟังเมื่อ 200

    ปีก่อนหน้านั้น เรื่องได้เล่าสืบต่อกันมา ในแง่ประวัติศาสตร์

    แม้แต่อริสโตเติลลูกศิษย์ของเพลโตเองก็ไม่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

    การอุบัติและวิบัติของแอตแลนติสมีปัญหาอยู่สองประการคือ ระยะเวลาและสถานที่ตั้ง

    อารยธรรมแห่งแรกเกิดขึ้นประมาณ 3,500

    ปีก่อนคริสต์กาลในดินแดนประเทศอิรักปัจจุบัน

    และไม่มีร่องรอยของชุมชนถาวรอยู่เลยก่อนหน้าปี 7,000 ก่อนคริสต์กาล

    ไม่มีนครรัฐเอเธนส์ให้ไปทำสงครามกับแอตแลนติสในปี 9,500 ก่อนคริสต์กาล

    ไม่มีการใช้มากันในยุโรปจนกระทั่งนยุคสำริด ( ประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสต์กาล )

    การที่เพลโตย้ำว่าที่ตั้งแอตแลนติสอยู่เลยเสาหินแห่งเฮอร์คิวลีสออกไปทำให้กำหนดที่ตั้งได้ลำบาก

    ที่ตั้งซึ่งเพลโตกล่าวไว้ไม่มีทางจะตรงกับเกาะธีราหรือซานโตรินีของกรีก

    และเมื่อทรอยที่เชื่อกันว่าอาจเป็นที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของแอตแลนติก ในปี

    ค.ศ.1992 ดร.เอเบอร์ฮาร์ท ซังเงอร์ นักธรณีโบราณคดี

    ผู้โยงโบราณคดีเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลก

    ตีพิมพ์ผลการค้นคว้าหาตำแหน่งของแอตแลนติส ซึ่งกินเวาถึง 10 ปี ในหนังสือชื่อ

    อุทกภัยจากสวรรค์ ( The Flood from Heaven )

    เขาเสนอว่าเมืองทรอยซึ่งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ตุรกีนั้นตรงกับคำบรรยายของเพลโต

    เกียวกับที่ตั้งของแอตแลนติส

    เมืองทรอยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของที่ราบติดกับช่องแคบ

    มีลมจากทางเหนือพัดกระหน่ำใส่ และมีบ่อน้ำร้อนและเย็นอยู่ใกล้ๆ

    ยิ่งไปกว่านั้นเขาเชื่อว่าชื่อ \" เสาหินแห่งเฮอร์คิวลิส \" นั้น

    พึ่งจะมาใช้เรียกช่องแคบยิบรอลตาเอาเมื่อราว 500 ปี ก่อนคริสต์กาลนี้เอง

    ก่อนหน้านั้นคำนี้ใช้เรียกช่องแคบดาร์ดาแนล ซึ่งคั่นระหว่างทวีปยุโรปกับเอเชีย

    ช่องแคบนี้เชื่อมต่อไปถึงทะเลดำ

    ส่วนเรื่องการจมหายไปในทะเลของแอตแลนติสที่เพลโตกล่าวไว้นั้น

    ซึ่งเมืองทรอยไม่ได้จมหายไปไหน ) ดร.ซังเงอร์ อ้างว่าประมาณ 1,200

    ปีก่อนคริสต์กาลมีอุทกภัยทำให้น้ำท่วมฉับพลันในดินแดนทรอยส่วนที่อยู่บนที่ราบ

    จะต้องมีการพิจารณาทฤษฎีดังกล่าวกันอย่างรอบคอบก่อนจะพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง

    คนยังคงคิดกันว่าแอตแลนติสอยู่ที่เกาะธีรามีความคล้ายคลึงหลายประการระหว่างคำบรรยายของเพลโตกับซากโบราณคดีจากอารยธรรมยุคสำริด

    บริเวณรอบๆทะเลเอเจียนเมื่อประมาณ 3,000-1,500 ปีก่อนคริสต์กาล

    นักโบราณคดีชาวกรีกชื่อศาสตราจารย์มารินาทอส ขุดค้นที่อ่าวอะโครทิรีบนเกาะธีลา

    และพบซากเมืองใหญ่ในยุคสำริด มารินาทอส+

    สันนิษฐานว่าเมืองที่ขุดพบเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของอารยธรรมไมโนอัน

    บ้านเรือนสูง 2-3 ชั้น

    ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามด้วยภาพเขียนปูนเปียกบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรือง

    เมื่อประมาณ 1,500 ก่อนคริสต์กาลเกาะธีราก็ถึงแก่การพินาศ

    ภูเขาไฟบนเกาะระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงทำให้ทั้งเกาะ \" ถูกกลืนหายไปในทะเล \"

    ทั้งเมืองทรอยและเกาะธีราไม่ได้ตรงกับคำอธิบานของเพลโตว่าแอตแลนติสมีอยู่เมื่อ

    \" 9,000 ปี ก่อนสมัยของโซลอน \" มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดการเผลอเติมเลข 0

    เข้าไปอีกตัวหนึ่ง หากเพลโตหมายถึง \" 900 ปีก่อนสมัยของโซลอน \"

    ระยะเวลาก็จะตรงกับเวลาที่ภูเขาไฟระเบิดพอดี

    อาจจะไม่มีทางบอกได้ว่าสิ่งที่เพลโตเขียนไว้นั้นเป็นเรื่องจริงหรือว่าเรื่องแต่ง

    แต่ก็มีชาวบ้านบางกลุ่มหาว่าเพลโตคือพ่อมดที่คอยเล่านิทานหลอกเด็กให้หลงกลและเข้าไปฟังนิทานของเพลโตทุกวัน

    และจะได้จับเด็กพวกนั้นมาเป็นสมุน

    หากมีการพิสูจน์ได้ว่าเกิดความคลาดเคลื่อนในเรื่องของเวลา

    และว่าเสาหินแห่งเฮอร์คิวลีสนั้นไม่ได้หมายถึงช่องแคบยิบรอลตาเสมอไป

    ปริศนาเรื่องแอตแลนติสก็อาจจะคลี่คลายไปได้





      

        

    --------------------------------------------------------------------------------



    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×