[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,040 Views

  • 73 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    83

    Overall
    1,040

ตอนที่ 5 : Run! Run! Run!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 4

Run! Run! Run!

09 / 04 / 2561




          สตีฟจำข้อตกลงระหว่างเขากับบิลลี่ได้เป็นอย่างดีจนแทบนอนไม่หลับ แต่ก็ไม่คาดคิดเลยว่าสิ่งที่มาจอดแผละอยู่บนถนนหน้าบ้านเขาตอนเช้าตรู่ในวันถัดมาจะเป็นรถคามาโร่คันสีน้ำเงินของหมอนั่น!

 

          ถึงจะไม่ได้คุยลึกถึงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงก็ตามที แต่ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหัวของสตีฟแน่ๆ

 

           ขึ้นรถสิ แฮร์ริงตัน!ตะโกนดังมาแต่ไกล ถ้าหมอนี่ตั้งใจจะทำให้เขาเกลียดเช้าวันจันทร์จนอยากจะคลื่นไส้ล่ะก็ ยินดีด้วย! แกทำสำเร็จแล้ว!

 

          สตีฟเดินเข้าไปใกล้รถของบิลลี่ แค่พอให้ตัวเองเห็นหน้าของอีกฝ่ายผ่านทางกระจกรถ

 

           ฉันมีรถ และฉันจะขับมันไปเอง

 

           แต่ว่าเราทำข้อตกลงกันแล้วนะ เผื่อว่านายจะจำไม่ได้

 

           โอ้พวก เรื่องนั้นฉันไม่ลืมแน่ แต่นั่นมันเฉพาะตอนเย็นเท่านั้น เพราะว่านั่นมันเป็นเว-ลา-งานของฉันสตีฟกลับหลังอย่างตั้งใจจะเดินกลับไปที่รถ ขณะที่ในใจก็ภาวนาขออย่าให้หมอนั่นพล่ามอะไรออกมาอีก

 

           เฮ้! ลูกผู้ชายน่ะแพ้ได้ แต่ว่าทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองไม่ได้หรอกนะ!

 

          สตีฟหยุดกึก เกลียดแกชะมัด! เขาคิดว่าตัวเองจำได้นะว่าไม่เคยเขียนชีวประวัติของตัวเองลงไปในหนังสือเล่มไหน แต่หมอนี่กลับรู้จักจุดอ่อนเขาเป็นอย่างดีอย่างกับไปหาอ่านจากที่ไหนมา!

 

          และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือวิธียั่วโมโห!

 

           โอ้คิงสตีฟ ฉันยอมรับในความเป็นคิงของนายตอนที่เราขับรถด้วยกันเมื่อวานนี้จริงๆ นะ แต่ว่าตอนนี้นายชักจะทำให้ฉันเริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาซะแล้วสิ รู้อะไรมั้ย? ถึงฉันจะเป็นไอหน้าใหม่ของที่นี่ แต่ฉันก็คิดว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมากกว่านายซะอีก…!”

 

           จะพล่ามอีกนานมั้ย?” สตีฟบนเบาะผู้โดยสารข้างคนขับว่าด้วยสีหน้าหน่ายจิตสุดชีวิต เชื่อเลยว่าหมอนี่สามารถพล่ามอะไรก็ได้แบบอินฟินิตี้จนไม่รู้ตัวว่าเขาขึ้นมานั่งบนรถตั้งนานแล้วเลยด้วยซ้ำ!

 

           หึๆ…” เสียงแม็กซ์ฝั่งเบาะหลังกลั้นหัวเราะ

 

           หัวเราะออกมาเถอะแม็กซ์ ถ้าหมอนี่ว่าอะไรเธออีกฉันจะยำหน้ามันเอง

 

           แต่ได้ข่าวว่าล่าสุดฉันเป็นคนยำนายนะ สตีฟ

 

           แล้วล่าสุดของล่าสุดก็คือเเม็กซ์เป็นคนยำนายนะ บิลลี่

 

          บิลลี่เลียริมฝีปาก ดูท่าว่าหมอนี่จะสนใจประเด็นตรงที่ถูกสตีฟเรียกชื่อต้นของตัวเองเป็นครั้งแรกซะมากกว่า แต่นั่นมันก็เป็นเพราะว่าเขาก็ถูกเรียกชื่อต้นตัวเองก่อนเหมือนกันไม่ใช่เรอะ!

 

           วู้ว น่ากลัวจังเลย พริตตี้เบบี้ซิตเตอร์บอย

 

          @#%&฿$#!

 



          .

 



          สตีฟนั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเส้นทางที่อยู่บนรถของบิลลี่ โชคดีที่คราวนี้อีกฝ่ายไม่ได้ชวนเขาคุยนอกซะจากนั่งฮัมเพลงพลางเดาะนิ้วเป็นจังหวะกับพวงมาลัยอย่างอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้ การกวนประสาทคนคงจะกลายเป็นกิจวัตรที่น่าสนุกสำหรับหมอนี่ไปแล้ว

 

          แม็กซ์ลงจากรถไปอย่างรวดเร็วทันทีที่ไปถึง สตีฟคิดจะชิ่งตามเธอไปแต่ก็ถูกมือหนาคว้าแขนเอาไว้

 

           เดี๋ยว!

 

           อะไร!?”

 

           เย็นนี้ฉันนัดนาย

 

           ที่บ้านฮาร์โกรฟ?”

 

           ที่โรงเรียนนี่ต่างหาก เย็นนี้ฉันจะไปส่งแม็กซ์แล้ววนกลับมาพานายไปซุปเปอร์ ตอนนี้ที่บ้านฉันไม่มีอะไรเหลือให้กินแล้วนอกจากขนมปังจืดๆ นั่นทำหน้าแหยเป็นภาพประกอบ คงจะอิ่มเอมกับขนมปังเป็นมื้อเช้าจนเต็มกลืนแล้วจริงๆ

 

           โอเค งั้นตั้งแต่สี่โมงฉันจะรออยู่ที่นี่ เตรียมเงินนายไว้ด้วยล่ะสตีฟว่าเสร็จสรรพและตั้งใจจะออกจากรถไปอย่างเต็มที่ แต่ก็ถูกบิลลี่กระตุกรั้งไว้อีกครั้ง อะไรอีก!? ปล่อยๆ ฉันไปซักทีเถอะน่า

 

           เฮ้ อย่าใจร้อนนักสิ นายก็รู้ว่าอีกตั้งนานกว่าคาบแรกจะเริ่ม

 

           “แต่ฉันต้องรีบไปที่เวทีฉันจะเอาแผนไฟฟ้าไปให้แนนซี่สตีฟพูดและนั่นทำให้บิลลี่มีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับด้วยการหรี่ตาใส่พลางยื่นหน้าเข้ามาจ้องเขาใกล้ๆ สตีฟพยายามเบี่ยงตัวหนี ขณะที่ในใจก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

 

           ยังตัดใจจากเจ้าหญิงไม่ได้สินะ

 

           นั่นมันเรื่องของฉัน

 

           นี่! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเเส่นะ!

 

           “…”

 

           แต่ถ้าเกิดว่านายอยากจะคุยเรื่องนี้กับใครซักคนที่จริงแล้วฉันปลอบใจใครไม่ค่อยเก่งนักหรอก แต่ว่านายสามารถมาระบายกับฉันได้ทุกเรื่อง ตลอดเวลาเลย รู้เอาไว้นะบิลลี่ปล่อยแขนเขา แล้วความคิดประหลาดก็จุดประกายขึ้น สตีฟคิดว่าบิลลี่ดูเป็นคนดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ!

 

           เอ่อขอบใจ ไว้หาคนไม่ได้จริงๆ แล้วจะเรียกหาล่ะกันนะสตีฟยิ้มและนั่นชวนให้อีกฝ่ายยิ้มตาม บางทีพวกเขาอาจไม่จำเป็นจะต้องเป็นศัตรูให้มีเรื่องชวนปวดหัวกันอีกต่อไปแล้วก็ได้ แล้วนี่นายรั้งฉันไว้ทำไม?”

 

           ก็แค่อยากจะถามอะไรหน่อย

 

          โอเค หวังว่านี่จะไม่กวนอารมณ์ฉันแต่เช้านะ

 

           ขอฉันเรียกชื่อต้นนาย แบบว่า...สตีฟได้มั้ย?”

 

          ดะเดี๋ยวก่อน นายตั้งฉายาให้ฉันมาเป็นสิบแล้วเพิ่งจะมาถามเอาป่านนี้อ่ะนะ!?”

 

           ก็นั่นแหละ ตกลงว่าได้หรือไม่ได้ล่ะ?”

 

           ถึงฉันพูดว่าไม่ ยังไงก็ห้ามอะไรนายไม่ได้อยู่ดีไม่ใช่รึไง?”

 

           นั่นมันไม่เหมือนกันซักหน่อย ฉันก็แค่อยากให้นายเต็มใจเวลาที่ถูกฉันเรียกแบบนั้น…” มีความทิ้งช่วงตรงท้ายประโยค สตีฟไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขาไม่มีทางเชื่อแน่ว่านี่จะเป็นเรื่องที่กวนใจบิลลี่มาตลอดหลายวันที่ผ่านมา คนอย่างหมอนี่น่ะเหรอจะเห็นความเต็มใจของคนอื่นเป็นสิ่งสำคัญ

 

          หรือว่าเขาควรจะเชื่อไว้ดีนะ?

 

           อยากจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะสตีฟเปิดประตูรถ แสร้งทำเป็นไม่สนใจในทุกวลีที่บิลลี่พูด ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่ว่าตอนนี้นายเป็นเพื่อนฉันแล้ว ตกลงนะ

 

          บิลลี่ยิ้ม กว้างยิ่งกว่าตอนที่ยิ้มกับเขาเมื่อกี้นี้ซะอีก ใจดีจัง พริตตี้เบบี้ซิตเตอร์บอย

 

          ใครจะเหมือนแกล่ะ ไอ้… บ้าชิบ สงสัยเขาจะต้องหาฉายามาตั้งให้บิลลี่บ้างซะแล้ว

 



          .

 



           เนื้อ น้ำ เส้นหรือว่าผัก?”

 

           เนื้อ

 

           จัดไปไอสิงโตว่าแล้วสตีฟก็คว้าเนื้อหมูทั้งสี่แพ็กลงไปในรถเข็นที่บิลลี่ไสตามมา พลางในหัวก็คำนึงถึงราคากับจำนวนเงินที่อีกฝ่ายมีอยู่ไปด้วย เขาต้องวางแผนซื้อของสดกับขนมกินเล่นไปใส่ไว้ในตู้เย็นบ้านฮาร์โกรฟให้มีปริมาณพอดีกับสองพี่น้องต่างสายเลือดไว้ยังชีพภายในหนึ่งสัปดาห์นี้

 

           ไอสิงโต?”

 

           ก็ฉายาใหม่ของนายไง ไม่ชอบเหรอ?” สตีฟหันไปยิ้มมุมปากใส่คู่สนทนาที่กำลังยืนย่นคิ้วอย่างฉงนจนแทบจะผูกกันเป็นโบว์

 

           นี่ล้อเล่นใช่มั้ย?”

 

           ไม่พวก ถึงฉันจะดูไม่ค่อยมีสาระ แต่ฉันก็ไม่เคยเอาเวลาทั้งวันไปคิดถึงแต่เรื่องล้อเล่นหรอกนะ

 

           จริงดิ!? งั้นอย่างงี้ก็แสดงว่านายคิดถึงฉันตลอดทั้งวันเลยน่ะสิมีมาส่งสายตาเป็นประกาย ให้ตาย ไหงมันโยงไปถึงเรื่องนี้ได้ล่ะฟะ!? 


          สตีฟได้แต่กลอกตาถอนหายใจให้กับความหลงตัวเองในระดับพุ่งสูงปรี๊ดจนปรอทแตกของอีกฝ่าย ก่อนจะนำดิ่งไปที่แผงขายผัก ปล่อยให้บิลลี่หัวเราะชอบใจเขาต่อไปขณะที่เดินตามหลังมาเกือบตลอดทั้งทาง

 

           สตีฟ ดูนี่สิ!เสียงเรียกนั้นทำเอาสตีฟที่กำลังลอยล่องอยู่ในแผงขายผักถึงกับชะงักแล้วหันไปมอง บิลลี่ยืนอยู่ด้านหลังเขา แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือหมอนั่นกำลังเอาต้นคะน้าแนบไว้ข้างหูเหมือนกับกระต่าย ซ้ำยังโยกหัวไปมาเป็นภาพประกอบอีกต่างหาก

 

          อย่าหัวเราะ ห้ามหัวเราะออกมาเด็ดขาดเลยนะโว้ย! สตีฟบอกกับตัวเอง

 

           วางมันลงซะ บิลลี่

 

          ยัง ไม่ยอมวางแล้วยังจะมีหน้ามาทำตาโตๆ แอ๊บไม่รู้เรื่องใส่เขาอีก!

 

          อยากเล่นแบบนี้ใช่มั้ย? ได้!!!

 

           อ้าวดัสติน! นายมาทำอะไรที่นี่กับลูคัสตอนมืดๆ ค่ำๆ แบบนี้น่ะพวก!สตีฟแกล้งทำเป็นทักอากาศที่อยู่ทางด้านหลังของบิลลี่ เขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายสบถ ก่อนจะรีบวางคะน้าลงแล้วหันไปทางทิศเดียวกันกับเขาในทันที สตีฟหัวเราะลั่น ฮ่าๆๆ โอ้ย ฮาว่ะ เฮ้! มันเจ็บนะ

 

          บิลลี่กระทุ้งรถเข็นใส่เขา

 

           นายแกล้งฉัน

 

           ก็นายทำตัวปัญญาอ่อนก่อน

 

          ปึ๊ง! บิลลี่กระแทกรถเข็นใส่เขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สตีฟรับไว้ได้ทันก่อนจะผลักกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

 

          ปึ๊ง!! บิลลี่ทำเหมือนเดิมแต่คราวนี้เพิ่มแรงขึ้นจนสตีฟเซไปทางด้านหลัง จะเอาใช่มั้ย!? ฉันไม่ยอมแกหรอกนะเฟ่ย!

 

          ปึ๊ง!!! สตีฟผลักรถเข็นกลับไปแบบเต็มแรงเช่นกัน และมันได้ผล! บิลลี่โดนรถเข็นเขาชนเข้าจนล้มลงไปกองอยู่บนพื้น สตีฟหัวเราะลั่นเลยไม่ทันสังเกตเห็นว่าบิลลี่ก็ลุกขึ้นมากระแทกรถเข็นใส่เขาอีกรอบ

 

          โครม!!! แต่ว่าคราวนี้สตีฟเซล้มหงายไปโดนแผงกะหล่ำจนผักที่อยู่บนนั้นหล่นลงมา ปรี๊ด! เสียงนกหวีดดังขึ้น ชิบหายแล้วมั้ยล่ะ!

 

           เฮ้ย! พวกนาย!

 

           “Shit! มาเร็ว เราต้องไปกันแล้ว!บิลลี่เข้ามาคว้ามือสตีฟให้ลุกขึ้นแล้วรีบลากให้วิ่งหนีตามไปอย่างสุดชีวิต สตีฟหันกลับไปและพบว่าพนักงานเฝ้าแผงขายผักคนเดิมยังคงเป่านกหวีดวิ่งไล่ตามหลังมาและดูท่าว่าจะมีจำนวนคนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพนักงานประจำแผนกอื่นๆ ที่พวกเขาวิ่งผ่าน มาร่วมตามสมทบด้วย

 

          บิลลี่สไลด์ตัวลงกับราวเมื่อพวกเขาวิ่งมาถึงขอบบันได สตีฟแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองตอนที่เห็นอีกฝ่ายทำแบบนั้น และยิ่งไม่อยากเชื่อเมื่อบิลลี่ไม่วิ่งหนีต่อแต่กลับมายืนรอเขาอยู่ข้างล่าง

 

           หยุดทำไม!? วิ่งหนีต่อไปสิ!

 

           หุบปากแล้วรีบๆ ตามลงมาเถอะน่า!น่าขัน แต่อีกฝ่ายก็หยุดยืนรอเขาวิ่งลงบันไดไปจนถึงขั้นสุดท้ายจริงๆ บิลลี่คว้ามือสตีฟไว้อีกครั้ง ก่อนที่พวกเขาจะตรงดิ่งไปที่ลานจอดรถด้วยกัน

 

           ออกรถ!สตีฟสั่งทันทีที่เสียงปิดประตูรถดังขึ้น พวกเขาหัวเราะ มันทั้งดังปนสะใจเหมือนกับพวกก่อการร้ายไม่มีผิดและมันยิ่งทวีดังขึ้นเมื่อบิลลี่ขับรถหนีพวกที่ตามหลังมาได้

 

 

 

Now run, run away from the boys in the blue,

All my car smells like chocolate

Hey, now I think about what to do, I think about what to say, I think about how to think

Pause it, play it, pause it, play it, pause it

 

 

 

          สตีฟพยักหน้าร้องเพลงตามเสียงเทปที่บิลลี่เปิดค้างเอาไว้ในรถ ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างบิลลี่จะฟังเพลงแนวอื่นนอกจากเพลงแนวร็อคอย่างคนอื่นเขาก็เป็นด้วย

 

           ชอบเพลงนี้เหรอ?”

 

           ร้องตามขนาดนี้คงจะไม่ชอบล่ะมั้ง?”

 

          บิลลี่ยักไหล่ก่อนจะกดเปิดเพลงนี้ให้สตีฟฟังใหม่ตั้งแต่ต้น พวกเขาประสานเสียงในรถด้วยกันอีกครั้ง

 

           แผงไฟที่นายทำให้วีลเลอร์เป็นยังไงบ้าง?”

 

           ก็ดี แค่ต้องเอากลับมาแก้ไขอะไรอีกนิดหน่อย ถามทำไม?”

 

           ไม่มีอะไร ก็แค่อยากรู้บิลลี่ละสายตาจากท้องถนนเบื้องหน้ามามองเขา แค่อยากรู้เท่านั้นเอง

 

           “...”

 



          .



 

          บิลลี่ขับรถพาสตีฟไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อเล็กๆ อีกแห่ง ที่ซึ่งอาจจะมีจำนวนของวางขายไว้น้อยกว่าที่แรก แต่ก็มีความครบครันไม่แพ้กัน บิลลี่รอให้สตีฟหยิบของใส่ตะกร้าโดยที่ไม่สร้างความเดือดร้อนขึ้นมาอีก จนอีกฝ่ายเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แล้วพวกเขาก็ออกไปซื้ออาหารข้างทางกลับไปกินที่บ้านฮาร์โกรฟกันในทันที เพราะตอนนี้มันดึกมากจนสตีฟขี้เกียจทำครัวแล้ว

 

          ทั้งสามคนนั่งทานมื้อเย็นจนอาจจะกลายเป็นมื้อค่ำกันแบบเงียบๆ มีเพียงแค่โทรทัศน์ที่แผดเสียงดังออกมาเท่านั้น จนกระทั่งสตีฟรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมากระเเทกเข้าที่หน้าขา

 

           หยุดเดี๋ยวนี้นะ บิลลี่สตีฟทำเสียงดุ

 

          ตุ๊บ! แต่บิลลี่ก็ยังเตะขาเขาอีกรอบ

 

           เฮ้!สตีฟทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ขณะที่บิลลี่กลับฉีกยิ้มกระดกคิ้วใส่เขาจนสตีฟอดหัวร้อนขึ้นมาไม่ได้

 

          ตุ๊บ!ๆๆ สตีฟเตะขาบิลลี่กลับ พวกเขาทำแบบนั้นสับกันไปมาจนกระทั่งเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดของแม็กซ์ตรงหัวโต๊ะดังขึ้น

 

           นี่! พวกนายเลิกเตะขากันซักที เล่นเป็นเด็กๆ กันอยู่ได้!

 

           พูดอย่างกับว่าเธอเป็นผู้ใหญ่นักงั้นแหละ ยัยหัวแดงบิลลี่ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางผลักหัวแม็กซ์อย่างแรงจนตัวเอนไปทางด้านหลัง สตีฟรีบตีมือของบิลลี่ทันที

 

           เฮ้ย! อย่าทำแม็กซ์แบบนั้นสิ นายเป็นพี่ชายภาษาอะไรเนี่ยฮะ!

 

           ฉันไม่ใช่...

 

           บิลลี่ ฮาร์โกรฟถ้าขืนนายยังพูดว่าตัวเองไม่ใช่พี่ชายของแม็กซ์อีกครั้งนึงล่ะก็นะ!

 

           เออ! ก็ได้บิลลี่ทำหน้าบึ้งแล้วจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อ โดยที่ไม่ได้หันไปเตะขาหรือว่าผลักหัวของใครอีก

 



          .

 



          บิลลี่ขับรถมาส่งสตีฟที่บ้านตอนสามทุ่ม หลังจากที่พวกเขาทานอาหารและล้างจานกันจนเสร็จ บิลลี่ให้ค่าจ้างเขาเหมือนอย่างเมื่อวาน

 

           เสียดายจังที่วันนี้ไม่ได้เห็นคิงสตีฟเข้าครัว

 

           แล้วใครใช้ให้นายก่อเรื่องก่อนล่ะฮะ

 

           ก็ถ้าวันนี้ฉันไม่ก่อเรื่องเราจะสนุกด้วยกันได้ยังไงเล่า จริงป่ะ?”

 

          นั่นเป็นวิธีหาความสนุกของนายอย่างงั้นรึ!?

 

           “ยอมรับมาเถอะว่านายก็สนุก ใช่มั้ยล่ะ?

 

           “ใช่ครับ การวิ่งหนียามในห้างเนี่ยมันช่างเป็นกิจกรรมที่บันเทิงใจของกระผมได้เป็นอย่างดีจริงๆ เลยเชียวล่ะ!สตีฟแกล้งหยีตาสั่นหัวประชด แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มและคว้าแขนเขาเอาไว้ตอนที่กำลังจะลงจากรถ

 

           เดี๋ยวสิ...

 

          จุ๊บ! บิลลี่ดึงสตีฟเข้าไปแล้วรีบประทับริมฝีปากลงมาบนขมับของเขาอย่างรวดเร็ว สตีฟนิ่งอึ้งตกใจจนพูดอะไรไม่ออกนอกจากผลักอีกฝ่ายออกไปเหมือนอย่างทุกครั้ง บิลลี่ยิ้ม

 

           ราตรีสวัสดิ์นะ

 

          สตีฟไม่ตอบนอกจากควานมือไปเปิดประตูหาทางลงจากรถอย่างร้อนรน ก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่หันกลับไปมองบิลลี่อีก

 

          ตึกตัก!

 

          บิลลี่ ฮาร์โกรฟ

 

          ตึกตัก!

 

          แกมันไอบ้า!!!




—————————————————————

ชื่อในตอนนี้ก็เป็น วิ่ง! วิ่ง! วิ่ง! แบบเขมรไล่กระบือเลยทีเดียว แง่ววว ไรท์รู้สึกว่าการได้ทำอะไรบางอย่างกับใครสักคนจนเกิดเป็นความผูกพันนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ แต่การวิ่งหนียามนี่จะเกี่ยวได้มั้ยไม่รู้นะ แต่ก็ทำให้คิงใจเต้นได้ล่ะกัลล ( วิ่งหนีจนหอบค่ะ แฮร่! //ไม่ใช่! )


ไรท์ดีใจนะคะที่ยังมีคนอ่านอยู่ อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนเลยนะจ้ะๆ เจอกันตอนหน้าค่าาา ^O^


ปล. เพลงที่อยู่ในตอนนี้คือ Chocolate ของวง 1975 เน่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #69 aomttyn (@Dodobyun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 02:24
    น่ารักกกจังเลยยค่ะฮือเขิน บิลลี่ลุกคิงหนักมากกๆ //ชอบchocolate ของ1975เหมือนกันเลยค่ะะ พอเห็นแล้วยิ่งเขินเลย ทำไมน่ารักเเบบนี้!!!
    #69
    0
  2. #29 Mayyongchy (@Mayyongchy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 09:13
    คือกรี๊ดดดดดดดดด บิลลี่รุกหนักมากกกกกกก
    #29
    0
  3. #25 R-davil (@rossaton) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 23:48

    แม็กอย่าดุพี่ๆมันดิ คนหัดจีบกันอยู่????

    #25
    0