[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,041 Views

  • 73 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    84

    Overall
    1,041

ตอนที่ 4 : I only lie when I love you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 3

I only lie when I love you

04 / 04 /2561

 


 

          มาที่นี่ทำไม?” นั่นคือคำถามแรกในเช้าวันอาทิตย์ของสตีฟ แฮร์ริงตัน หลังจากที่เขามองเห็นรถคามาโร่คันสีน้ำเงินเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน โดยไม่มีเสียงเพลงร็อคดังกระหึ่มเหมือนอย่างครั้งก่อนที่แล้วมา

 

          สตีฟจำได้ว่าวันนี้เขาจะต้องไปที่บ้านของฮาร์โกรฟเพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็ก แต่เขากลับได้พบหน้ากับลูกชายเจ้าของบ้านที่โผล่มาทำหน้ายิ้มสลอนใส่เขาตั้งแต่เช้า

 

           ถามได้ ก็มารับนายน่ะสิ

 

           แต่ว่าฉันไม่ได้ขอ

 

           ก็ไม่ได้มาเพราะว่านายขอซักหน่อยบิลลี่ยิ้มและแน่นอนว่าพกลิ้นกวนประสาทออกมาด้วย สตีฟหรี่ตา เมื่อไหร่เขาจะเถียงหมอนี่จนชนะได้ซักที

 

          สงบสติอารมณ์ตัวเองไว้ คิงสตีฟ งั้นคราวหลังไม่ต้องมาอีก ฉันจะขับรถไปเอง

 

           งั้นฉันไม่จ่ายค่าจ้างนายนะ พ่อฝากเงินกับฉันไว้ เผื่อว่านายจะยังไม่รู้บิลลี่ว่าพลางโยกถุงเงินแหย่สตีฟไปมา ให้ตายเถอะ! เวรกรรมอะไรเขาถึงจะต้องมาโดนไอหมอนี่กวนประสาทในวันหยุดแบบนี้ด้วยฟะ!? “เอาน่าคิงสตีฟ ถือซะว่าไม่ต้องขับรถไปบ้านฉันให้มันเปลืองค่าน้ำมัน แถมยังได้ค่าจ้างเพิ่มด้วย รึว่านายอยากจะเสียเงินล่ะ หืม?”

 

          สตีฟกลอกตาโดยที่ไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินนั่นเลยซักนิด เพราะชีวิตเขาก็ไม่ได้ขัดสนอะไรถึงขนาดนั้น แต่จะให้เขาไปช่วยเหลือคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ศัตรูกันแบบฟรีๆ มันก็รู้สึกตงิดใจยังไงไม่รู้

 

          แต่จะให้ขึ้นไปนั่งรถกับหมอนี่...ก็ช่างหัวเรื่องเงินนั่นประไร!

 

           หึ! ฉันไม่สนเงินของนายหรอกนะ ฮาร์โกรฟสตีฟตั้งใจจะไปที่รถของตัวเองอีกครั้ง ถึงจะไม่ได้เงินก็ถือว่าเพื่อแม็กซ์ล่ะกันนะ

 

           งั้นก็อย่าหวังเลยว่านายจะได้เข้าไปเหยียบในบ้านฉัน

 

           ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิสตีฟหันไปแค่นยิ้มใส่คำขู่นั้นอย่างไม่ยี่หระ คิดเหรอว่ามีแต่แรงแล้วจะห้ามเขาได้

 

           นายพูดเองนะ

 

           แล้วใครกลัวล่ะ?”

 

           งั้นมาแข่งกัน ใครไปถึงบ้านฉันก่อนคนนั้นชนะบิลลี่ปั้นสีหน้า มันดูขมึงทึงเหมือนในคืนที่เขาถูกซัดหมอบลงไปบนพื้นไม่มีผิด

 

          คิ้วสตีฟกระตุก ไปทางรถกันเนี่ยนะ? สตีฟจำได้ไม่เคยลืมหลังจากที่เขาเคยนั่งบนรถของอีกฝ่ายด้วยความเร็วเกือบจะสูงสุดเหมือนอย่างในรอบนั้น แม้ว่าคนขับจะเป็นน้องสาวต่างพ่อแม่ของหมอนี่ก็ตามทีเถอะ แต่สตีฟก็พอจะประเมินได้ว่ารถของเขาไม่มีทางเร็วเท่ากับรถของบิลลี่แน่ๆ แต่ไอคำว่า ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายก็ดันมาค้ำคอเขาเอาไว้ซะนี่!

 

           เอาสิว่าแล้วสตีฟก็เดินไปขึ้นรถตัวเองด้วยท่าทีสบายๆ ท่าทางไม่หยำเกรงนั่นยิ่งทำให้บิลลี่อยากเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้

 

          พอได้ยินเสียงสตีฟสตาร์ทรถ บิลลี่ก็เริ่มเร่งเครื่องตัวเองอีกครั้ง

 

          เดี๋ยวได้รู้กันแน่ พริตตี้บอย

 

          เสียงรถสองคันเร่งเครื่องดังประสานกันไปมา บิลลี่หันไปพยักหน้าให้สตีฟเป็นเชิงบอกว่าเขาต่อให้ก่อน

 

          คิดว่าตัวเองแน่มากเลยสินะ หึ!

 

          ไม่รอช้าสตีฟเริ่มออกรถในทันที ความเร็วนั่นแรงมากซะจนล้อส่งเสียงดัง เอี๊ยด!เวลาที่เขาหมุนพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถตรงหัวมุมถนน สตีฟขับนำไปได้ซักพักบิลลี่ก็ขับตามหลังมา ใช้เวลาแค่แป๊ปเดียวหมอนั่นก็ตามมาจี้หลังเขาจนได้!

 

          บ้าเอ้ย!

 

          สตีฟเร่งความเร็วขึ้นจนสามารถทิ้งระยะห่างกับหน้ารถของบิลลี่ได้สำเร็จ แต่เขาก็ยังไม่วายหันไปเห็นรอยยิ้มกระหยิ่มของอีกฝ่ายผ่านทางกระจกส่องหลัง บิลลี่เคลื่อนรถมาขนาบข้างเขาในเวลาต่อมา สตีฟรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ก็ต้องพยายามเก็บสีหน้ากังวลของตัวเองเอาไว้ เมื่อหันไปเห็นคู่แข่งยกยิ้มเหนือกว่ามาให้

 

           จะยอมแพ้ตอนนี้ก็ได้นะ แฮร์ริงตัน!

 

           ไม่มีทาง!สตีฟเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง แต่บิลลี่ก็ยังตามเขามาทันอีกอยู่ดี

 

           นายนี่มันดื้อด้านสมกับเป็นคิงสตีฟจริงๆ เลยนะ!

 

           หุบปากน่า!

 

          บรื้น! เมื่อเห็นว่าสตีฟไม่ยอมแพ้ง่ายๆ บิลลี่จึงบังคับพวงมาลัยรถให้เบนขวาเข้าหา จนกระทั่งรถของสตีฟเลื่อนตกจากเลนส์ถนน แล้วเริ่มชนกับถังขยะและตู้จดหมายของบ้านคนแถวๆ นั้น สตีฟก็เลือดขึ้นหน้า

 

           หยุดใช้วิธีสกปรกของนายเดี๋ยวนี้นะ! ฮาร์โกรฟ!

 

           งั้นก็ยอมแพ้ซะสิ!

 

           ฉันไม่ยอมนายหรอกเว่ย!สตีฟยังคงเร่งเครื่องและชนกับข้าวของข้างทางต่อไป จนกระทั่งมองเห็นเสาไฟฟ้าตรงหัวมุมถนนข้างหน้า

 

          ข้างซ้ายมีบิลลี่ ข้างขวามีบ้านหมา ส่วนทางข้างหน้าก็มีเสาไฟฟ้า เลือกไม่ถูกจริงๆ เลยโว้ย!

 

           ยอมแพ้ซะ แฮร์ริงตัน!

 

           ไม่!สตีฟยังคงถือศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของตัวเองเอาไว้แน่น งานนี้ตายเป็นตาย! แม้ในใจเขาจะแอบรู้สึกป๊อดอยู่ตามทีก็เถอะ!

 

           สตีฟ!

 

           บอกแล้วไงว่าอย่ามาเรียกฉันแบบนั้น!สตีฟตะเบงเสียงทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากเสาไฟฟ้าข้างหน้า ถ้าบิลลี่ไม่ได้อยู่ตรงนี้เขาคงจะเหยียบเบรกและตะโกนคำว่า ‘Hellooooo!’ เหมือนอย่างในคืนนั้นไปแล้ว

 

          วินาทีนั้นขณะที่สตีฟกำลังนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจ เสียงเจ้าของรถคันข้างๆ ก็ดังขึ้นมาแบบลอยๆ

 

           ไอบ้าเอ้ย...

 

          เอี๊ยด!!! ทันใดนั้นตอนที่สตีฟเกือบจะนับถึงสิบในใจแล้ว รถของบิลลี่ก็เลี้ยวซ้ายออกไปจนเหลือที่ไว้ให้เขาหลีกทางจากเสาไฟฟ้ากับบ้านหมาไปได้ วินาทีนั้นกะทันหันมากซะจนสตีฟแทบจะหมุนพวงมาลัยรถแทบไม่ทัน

 

          คิดว่าหมอนั่นจะปล่อยให้เขาขับรถชนตายไปจริงๆ แล้วซะอีก...

 

          หลังจากนั้นสตีฟก็ไม่ได้ยินเสียงหรือว่าสบสายตากับเจ้าของรถคามาโร่นั้นอีก เพราะอีกฝ่ายขับรถนำเขาไปตลอดเส้นทาง

 

          นี่เขาเพิ่งรอดตายและแพ้หนุ่มแคลิฟอร์เนียนั่นไปแล้วจริงๆ ใช่มั้ย?

 

          บิลลี่ลอบเงยหน้าขึ้นมองสตีฟผ่านทางกระจกส่องหลัง เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นไม่เป็นอะไร เขาก็เลยตัดสินใจไม่จอดรถลงไปดู คงต้องยอมรับจริงๆ แล้วล่ะว่าทำไมทุกคนถึงได้ตั้งสมญานามหมอนั่นว่าเป็นคิง

 

          แกมันเด็ดจริงๆ ว่ะ แฮร์ริงตัน!

 



          .



 

          สงครามขนาดย่อมระหว่างสตีฟกับบิลลี่จบลง เมื่อลูกชายเจ้าของบ้านฮาร์โกรฟจอดรถ แล้วรีบวิ่งไปกันทางเข้าประตูหน้าบ้านของตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว สตีฟรีบวิ่งตามลงไป ไม่อยากจะยอมรับเลยซักนิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายแพ้ โดยเฉพาะกับไอ้ป่าเถื่อนนี่!

 

           นายแพ้แล้ว แฮร์ริงตัน

 

          เออ! อย่ามาย้ำนักจะได้มั้ย!

 

           ส่วนคนชนะอย่างฉันก็ควรจะได้รางวัลตอบแทน จริงมั้ย?” บิลลี่เดาะลิ้น สตีฟรู้ดีว่าในรอบนี้เขาไม่มีสิทธ์เถียง เลยได้แต่ยืนท้าวสะเอวรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดต่อไป หลังจากวันนี้ ฉันจะต้องเป็นคนที่ไปรับส่งนายเองตลอด

 

          สตีฟจิ๊ปาก ให้ตายสิน่า!

 

           แล้วก็...

 

           แล้วก็อะไร!?” แค่อย่างเดียวก็เกินพอแล้วไม่ใช่รึ!? สตีฟย่นคิ้วพลางเอนตัวหนีคนที่ค่อยๆ เบนร่างหนาๆ ของตัวเองเข้ามาใกล้พร้อมกับทำสายตาที่แฝงรังสีอันตรายเอาไว้แบบปิดไม่มิดนี่ก็ด้วย!

 

          !!! สตีฟตัวแข็งทื่อ เมื่อบิลลี่โฉบริมฝีปากเข้ามาจูบหน้าผากเขาอย่างรวดเร็ว แถมยังส่งเสียงดัง จุ๊บ!มาตอกย้ำให้เขาได้ยินอีกต่างหาก!

 

           “...แล้วนี่ก็คือรางวัลปลอบใจสำหรับคนแพ้บิลลี่เลียริมฝีปาก แล้วสตีฟก็ดันเผลอไปนึกถึงภาพในคืนวันศุกร์ที่เขาถูกลากไปงานปาร์ตี้บ้านทอมมี่ และเสียท่าให้กับหมอนี่ในตอนนั้น...นะ...นี่มันจะเกินไปแล้วนะเว่ย!

 

           อะ...ไอ้...!สตีฟตั้งใจจะออกปากด่า แต่ยังไม่ทันที่พยางค์แรกจะหลุดออกมา บานประตูทางด้านหลังของคนที่กำลังยิ้มไม่รู้สึกรู้สาอะไรก็ถูกเปิดออกมาซะก่อน “...เฮ้ แม็กซ์

 

           หวัดดี สตีฟ

 

           แล้วนี่เธอจะไปไหนบิลลี่ถามโดยที่รอยยิ้มเมื่อครู่นี้จางหายไป ทำไมหมอนี่จะต้องวางตัวเข้มใส่น้องสาวของตัวเองแบบนี้ด้วยน่ะฮะ!

 

           เกมอาเขต

 

           ฉันไม่ไปส่งเธอหรอกนะ

 

           งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งให้สตีฟเสนอหน้าเพราะเขาก็ไม่อยากจะจมปลักอยู่กับศัตรูของตัวเองเลยแม้แต่น้อย และนั่นทำให้คนเข้มๆ แถวนี้ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาจ้อง ที่เกมอาเขตใช่มั้ย? เธอนัดกับพวกดัสตินเอาไว้เหรอ

 

           อือ หมอนั่นงี่เง่าอยากจะเอาชนะสถิติฉันให้ได้น่ะแม็กซ์ตอบอย่างเป็นมิตรพลางเดินตามเขาไปที่รถ แต่ก่อนที่สตีฟจะเปิดประตู คนเข้มๆ ก็ดันหายตัวไปซะก่อน

 

           นายไม่ต้อง ฉันจะเป็นคนไปส่งเอง!บิลลี่ว่าแล้วเดินนำเข้าไปนั่งรอในรถของตัวเองในทันที เขาหันไปสบตากับแม็กซ์อย่างรู้ดีว่าเธอไม่อาจเลี่ยงคำเสนอตัวห้วนๆ นั่นได้

 

          และสตีฟก็ต้องไปที่นั่นกับเธอด้วยเช่นกัน

 

           นั่นเธอจะทำอะไร?”

 

          แม็กซ์ขมวดคิ้ว ก็ขึ้นไปนั่งบนรถสุดหรูของนายไง” ถามอะไรของแกเนี่ย!?

 

           เธอไปนั่งหลัง หมอนั่นต่างหากที่จะต้องมานั่งข้างหน้า

 

           ฉันไม่...!

 

           อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังบังคับนาย แฮร์ริงตัน

 

          นี่มันโคตรจะเอาแต่ใจ! เอาแต่ใจที่สุดเลยโว้ย!

 

          สตีฟขี้เกียจจะเถียงต่อ ก็เลยจำต้องขึ้นไปนั่งบนเบาะหน้าตามที่ใจอีกฝ่ายต้องการ เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงแม็กซ์ปิดประตูรถ บิลลี่ก็เร่งเครื่องออกไปทันที

 



          .



 

           หนึ่งชั่วโมงฉันมารับ เธอห้ามหายตัวไปไหนล่ะ

 

           รู้แล้วล่ะน่าแม็กซ์ตอบด้วยสีหน้าติดจะรำคาญ แล้วเดินแนบเข้าไปในเกมอาเขต สตีฟเอี้ยวตัวมองตามหลังเด็กสาวผมแดงไปด้วยความรู้สึกผิดคาดอย่างสุดขั้ว

 

           มองตามขนาดนั้น สนใจยัยนั่นเข้าแล้วรึไง?”

 

           เปล่าซักหน่อย ก็แค่...นายจะไม่เข้าไปอยู่กับเธอหน่อยเหรอ?”

 

           นายจะให้ฉันเข้าไปนั่งเฝ้ายัยตัวแสบในที่ที่น่าเบื่อแบบนั้นเนี่ยนะ? ไม่มีทางซะล่ะ!

 

          สตีฟกลอกตา ไม่แปลกใจเลยซักนิดที่เนลจะไม่ไว้ใจให้หมอนี่ได้อยู่กับแม็กซ์ตามลำพัง

 

           และอีกอย่างฉันก็ชักจะหิวแล้วด้วย นายไปกินเป็นเพื่อนฉันหน่อยล่ะกันนะ คิงสตีฟ~”

 

          สตีฟอยากจะพูดปฏิเสธออกไปเสียเต็มแก่ แต่คิดหรือว่าเขาจะทำแบบนั้นบนรถของไอบ้าหัวทองนี่ได้?

 

          ก็ไม่น่ะสิ!

 



          .



 

          บิลลี่ขับรถพาสตีฟไปที่ร้านพิซซ่าแดเนียลส์ ( ออกเสียง ส เสือ แบบสึ ) ซึ่งอยู่ห่างจากเกมอาเขตไปประมาณสิบห้านาที หมอนั่นสั่งพิซซ่ามาซะถาดใหญ่ทั้งที่พวกเขามีกันอยู่แค่สองคน บิลลี่ให้สตีฟเป็นคนเลือกว่าจะเอาหน้าไหน เมื่อไม่อยากมีปัญหาสตีฟจึงสั่งหน้าที่ตัวเองชอบแบบส่งๆ ไป แถมเขายังถูกอีกฝ่ายบังคับให้ช่วยกินเข้าไปตั้งสองชิ้น บิลลี่คะยั้นคะยอให้เขายัดชิ้นที่สามเข้าไป แต่เพราะสตีฟจุกจนแทบจะพูดออกมาไม่ไหว อีกฝ่ายจึงไม่ตามมาเซ้าซี้เขาอีก

 

           ฮ่า~ อิ่มชะมัดยากเลยแกกินเข้าไปตั้งสี่ชิ้นแล้วจะไม่ให้อิ่มได้ยังไงล่ะฟะ!? “ที่เหลือเก็บไว้ให้ยัยตัวแสบนั่นล่ะกันนะ

 

          สตีฟเบิกตากว้าง ไม่ยักรู้ว่านายก็นึกถึงน้องสาวของตัวเองเป็นเหมือนกัน

 

          สตีฟจับจังหวะชะงักของบิลลี่ได้ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีสั้นๆ ก็ตาม ก่อนที่อีกฝ่ายจะเบ้หน้ามองมาทางเขาราวกับเป็นคนละคน

 

           ฉันแค่ไม่อยากให้ยัยนั่นไปฟ้องซูซานว่าฉันกับนายดูแลเธอแบบอดๆ อยากๆ ต่างหาก และอีกอย่างยัยนั่นก็ไม่ใช่...น้องสาวของฉัน

 

           นี่ ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนึงนะ นายจะเห็นแม็กซ์เป็นอะไรก็ช่างนายเถอะ แต่ใครๆ ที่ฮอว์กินส์ต่างก็รู้ว่านายกับเธอเป็นพี่น้องกัน...เธอยังเด็กฮาร์โกรฟ เลิกทำร้ายเธอด้วยคำพูดชุ่ยๆ ของนายซักทีนึงเถอะ

 

          บิลลี่ไม่ได้ตะโกนเถียงหรือว่าเลือดขึ้นหน้าจนอาจจะพุ่งเข้ามาต่อยหน้าเขากลางร้านพิซซ่าเหมือนอย่างที่สตีฟคิดเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงเเค่นั่งนิ่งๆ ก่อนจะจ่ายเงินพลางเอาแขนรวบกล่องใส่พิซซ่าชิ้นที่เหลือ แล้วลากแขนเขากลับออกไปขึ้นรถแบบเงียบๆ เท่านั้น

 

          บิลลี่ปิดประตูรถฝั่งคนขับ ร่างหนานั่งจ้องพวงมาลัยรถด้วยสีหน้าครุ่นคิดอยู่ซักพัก ก่อนจะยกยิ้มขึ้นแล้วหันมาพูดวลีเด็ดที่ทำให้สตีฟต้องเป็นฝ่ายหัวร้อนขึ้นมาแทน

 

           นายนี่มัน พริตตี้เบบี้ซิตเตอร์บอย ตัวจริงเสียงจริงเลยว่ะ แฮร์ริงตันบิลลี่หัวเราะ ที่เงียบไปตั้งนานก็เพราะว่ามัวแต่นั่งคิดไอประโยคงี่เง่านี่อยู่เนี่ยนะ!?

 

          สุดจะหาคำมาด่าแล้วจริงๆ ให้ตายเถอะ!

 



          .



 

           จะเอาชาหรือกาแฟ?”

 

           น้ำเปล่า

 

           “...”

 

           ฉันจะเอาน้ำเปล่า ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องสั่งสตีฟแกล้งทำหน้ามุ่ย แอบหวังอยู่ในใจว่าที่ตัวเองทำจะกวนส้นอีกฝ่ายนึงได้

 

          บิลลี่ที่ดูจะไม่สะทกสะท้านอะไร หันไปสั่งเครื่องดื่มกับแม่ค้าด้วยสายตาแพรวพราว ก่อนจะหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง

 

           ตามคำบัญชาเลย เจ้าหญิง

 

          เจ้าหญิงบ้านแกสิ! สตีฟอยากตะโกนประโยคนั้นออกไป แต่ก็กลัวว่ามันจะกลายเป็นฉนวนที่ทำให้พวกเขาต้องมามีเรื่องกันอีกครั้ง เพราะเมื่อเขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่เลี้ยงเด็กของแม็กซ์แล้ว การไม่มีเรื่องกับหมอนี่จนกว่าที่คุณและคุณนายฮาร์โกรฟจะกลับมาดูท่าว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า สตีฟเลยได้แต่กระชากขวดน้ำในมือของบิลลี่มาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

          เมื่อกี้ก็พริตตี้เบบี้ซิตเตอร์บอย คราวนี้ก็เจ้าหญิง ฝากเอาไว้ก่อนเถอะแก!

 

          บิลลี่ออกรถเข้าสู่ถนนอย่างไร้จุดหมายอีกครั้งเพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องไปรับแม็กซ์ หมอนี่ก็เลยพาเขาขับรถเล่นตะลอนไปเกือบทั่วเมืองฮอว์กินส์ ซ้ำยังชวนเขาคุยนั่นคุยนี่ไปตลอดทั้งทาง ที่สตีฟต้องยอมเสียวันหยุดของตัวเองไปหนึ่งวันเต็มๆ ก็เพื่อมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กของแม็กซ์หรือว่าของหมอนี่กันแน่?

 

          บ้าชิบ

 

           แฮร์ริงตัน

 

           อะไร?”

 

           ก่อนที่นายจะมามีเรื่องกับฉัน นายเคยไปตั้นหน้าใครมาก่อนรึเปล่า?”

 

          สตีฟเบ้หน้า จะอยากรู้ไปทำไม?”

 

           ถามแล้วก็ตอบๆ มาเถอะน่า

 

           เคยก็กับโจนาธาน ไบเออร์สนั่นไง

 

           โว้ว จริงดิ งั้นตอนนั้นนายคงจะได้เป็นฝ่ายรุกสินะใช่ป่ะบิลลี่หันมายิ้มแลบลิ้นใส่เขา ราวกับจะล้อเลียนเรื่องเมื่อคืนนั้นที่พวกเขามีเรื่องวิวาทกัน จะบอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายรุกฉันได้ ว่างั้นเถอะ?

 

          ถ้าอย่างงั้นก็เชิญไปภูมิใจในนรกคนเดียวเถอะ ไอหัวทอง!

 

           “...”

 

           เฮ้ อย่าเงียบสิเจ้าหญิง ทำไมงอนกันง่ายจัง

 

           “...” โมโหต่างหากล่ะโว้ย! อย่ามาใช้คำว่า งอนแบบผู้หญิงจ๋ากับฉันนะ!

 

           คิงสตีฟของเรานี่หัวร้อนไวดีจริงๆ เลย ให้ตายซี้

 

           “...” สตีฟยังคงเงียบไม่โต้กลับ เขาเห็นบิลลี่แอบเหล่ตามามองเขานิดหน่อย ก่อนจะเสียบเทปใหม่เข้าไปในเครื่องเล่น และเพิ่มเสียงขึ้นเสียจนรถทั้งคันสั่นสะเทือน

 

          หมอนี่กะจะระเบิดหูตัวเองกับเขาเล่นรึไงงง!?

 



I only lie when I love you!!!

 



           “!!!?”

 

          ทันทีนั้นที่นักร้องในเทปเริ่มร้องท่อนแรก บิลลี่ก็ตะเบ็งเสียงระดับ 180 เดซิเบลขึ้น พร้อมกับหันมองมาทางสตีฟด้วยสายตาที่โคตรจะท้าทาย หลังจากที่ใช้ทั้งแรงทั้งวาจามาปะทะกันแล้ว นี่เขายังจะต้องมา Battle song กับหมอนี่อีกด้วยเรอะ!!?

 



I only crawl when I hit the ground!!!

You only cry when I love you!!!

I only lie when I make a sound!!!

 



          แกมันงี่เง่าบิลลี่ ฮาร์โกรฟ

 



Go ahead, muck about!

I got my conscience twisted!

Pull your hair, make me shout!

It's just that you insisted I was good for nothing!

Like you were onto something!!!

 



          สุดท้ายสตีฟก็ตะโกนเป็นนักร้องคู่กับบิลลี่ เขาพริ้วตามเนื้อร้องได้เป็นอย่างดีเพราะเคยได้ยินเพลงนี้ทางวิทยุแบบผ่านๆ มาก่อน สตีฟพยายามทำเสียงตัวเองให้ดังกว่าคนข้างๆ ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมแพ้เขาเช่นเดียวกัน จนกระทั่งเสียงของพวกเขากลายเป็นเสียงร้องเพลงแบบเพี้ยนๆ ไปในที่สุด

 

          บิลลี่หัวเราะ เสียงนายแม่งโคตรเพี้ยน!

 

           แต่ของนายโคตรจะเพี้ยนกว่า

 

          สตีฟไม่เถียง เสียงของพวกเขามันห่วยพอกันทั้งคู่ ไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่กับคนที่เคยต่อยหน้าตัวเองคือการร้องเพลง

 

          โคตรจะวันเดอร์ฟูล!

 

          สตีฟยังคงประสานเสียงร้องเพลงไปกับบิลลี่แบบเพลงแล้วเพลงเล่า จนเขาไม่รู้สึกว่านี่เป็นการแข่งขันกันอีกต่อไป

 

          เพราะอยู่กับหมอนี่ก็สนุกดีเหมือนกัน

 



          .



 

           อือ...

 

          ...

 

          ..!

 

          .!!

 

           สายัณห์สวัสดิ์ แฮร์ริงตัน

 

          โฮลี่ ชิท!!!

 

          สตีฟสบถ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ตัวเองร้องเพลงแทร็กที่สิบสองของบิลลี่จนเกือบจะจบเพลงเพราะว่าเขา...เผลอหลับไป

 

          ใช่ บนรถคามาโร่ของบิลลี่และมันโคตรน่าอายเป็นที่สุด!

 

          สตีฟสะดุ้งตัวตื่นขึ้นเต็มตา ก่อนจะมองไปรอบๆ แล้วพบว่าที่รถจอดอยู่คือหน้าบ้านของบิลลี่และท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้วด้วย นะ...นี่เขาเผลอหลับไปนานมากขนาดนั้นเลยรึ!?

 

           นี่กี่โมงแล้วสตีฟถามหน้านิ่งๆ เพื่อคีพลุคความคูลของตัวเองเอาไว้แบบขั้นสุด บิลลี่พิงแขนข้างนึงไว้บนพนักคนขับพลางเอื้อมตัวเข้ามาใกล้สตีฟมากขึ้นเล็กน้อย มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือข้างนั้น แต่บิลลี่ไม่สนจะมองมันเลยซักนิด

 

           นายก็มีนาฬิกาข้อมือเหมือนกันไม่มีใช่เหรอ เจ้าหญิง

 

          บ้าชิบ! จะแกล้งทำเป็นดูแล้วตอบๆ มาก็ไม่ได้รึไงฟะ!?

 

           ยิ้มอะไร

 

           เปล้า!โคตรจะไม่มีพิรุธเล้ย!

 

           ยิ้ม-อะ-ไร

 

           เปล่า ก็แค่เวลาที่นายหลับ นายดู...น่ารักดี

 

          น่ารักดี!?

 

          น่ารัก?

 

          น่ารักอย่างงั้นเรอะ!!!

 

           นายล้อเล่นได้น่าขนลุกดี ฮาร์โกรฟสตีฟพูดและแน่ใจบิลลี่จะเถียงกลับเพื่อกวนประสาทเขาต่อ สตีฟเลยรีบชิงพูดเรื่องต่อไปทันที เย็นนี้แม็กซ์จะกินอะไรเป็นมื้อเย็น

 

           พิซซ่า

 

           โอเค แค่วันนี้ก็ได้ แต่ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เธอกินมันไปตลอดทั้งสัปดาห์ที่พ่อกับแม่เลี้ยงนายไม่อยู่หรอกนะ

 

          สตีฟพูดก่อนจะหันไปเห็นรอยยิ้มของคนข้างๆ...สตีฟไม่เคยเห็นบิลลี่ยิ้มแบบนี้มาก่อน และเขาชักเริ่มจะลังเลว่าควรถามคำถามต่อไปนี้ดีหรือไม่?

 

           แล้วนายล่ะจะกินอะไร?”

 

          บิลลี่เลียริมฝีปากคล้ายกับถูกใจสิ่งที่สตีฟถาม ไม่ล่ะ ฉันไม่กินหรอก...เว้นแต่ว่านายจะทำให้กินอ่ะนะ

 

          งั้นก็จงไม่กินต่อไปเถอะโว้ย!

 

           งั้นเหรอ? ก็ดี้ งั้นฉันขอตัวกลับก่อนล่ะกันนะสตีฟเปิดประตูแล้วก้าวออกไปขึ้นรถของตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้บิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง บิลลี่ก็ตามมาตอแยเขาที่หน้าต่างรถอีกครั้ง

 

           เฮ้ คิงสตีฟ ฉันว่านายลืมอะไรบางอย่างไปนะว่าไม่พอมือหนายังแกว่งถุงเงินล่อเขาไปมา สตีฟเพิ่งรู้ตัวว่าลืมเรื่องค่าจ้างไปซะสนิท

 

          ควับ! สตีฟคว้าถุงเงินนั้นมาแบบเงียบๆ แต่เจ้าของรอยยิ้มกวนเบื้องล่างก็ยังไม่วายตามมาพิงขอบหน้าต่างคุยกับเขาต่อ

 

           ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป นายต้องใช้รถฉันนะ อย่าลืมที่เราตกลงกันเอาไว้ล่ะ

 

           รู้แล้วล่ะน่าสตีฟบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องด้วยสีหน้าหงุดหงิด แค่คิดว่าจะต้องไปไหนมาไหนด้วยรถของหมอนี่ก็รู้สึกไม่สงบขึ้นมาแล้ว! สตีฟเร่งเครื่อง บิลลี่จึงผละตัวจากขอบหน้าต่างไปอย่างเชื่องช้า

 

           เฮ้ คิงสตีฟ

 

           “...” สตีฟหันไปตวัดสายตาใส่ ไม่ว่าหมอนี่จะพูดเรื่องอะไร เขาก็สาบานว่าจะตั้งใจฟังเป็นครั้งสุดท้าย

 

           ที่ว่านายน่ารักน่ะ...ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ

 

          ...

 

          ...

 

          ...

 

          ไม่น่าตั้งใจฟังมันตั้งแต่ที่แรกเลยโว้ย!!!

 

          สตีฟดิ่งรถกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว




--------------------------------------------------------------------------

มีความนั่งดูตอนนอนหลับด้วยยย โมเม้นเน้อยากให้เกิดขึ้นจริงจังเลยโว้ย!!! ( ฮื่ออออ )

สำหรับเพลงที่ใช้ในตอนนี้ ยันชื่อตอน คือเพลง I only lie when I love you ของ Royal Blood ปี ค.ศ. 2017 ไม่มีแคร์คำว่ายุค 80S เลย เห้อม แต่เพลงนี้ไรท์ชอบค่ะ แล้วก็มีคนใช้เพลงนี้ทำแฟนวิดคู่นี้อยู่ด้วย ไรท์เลยได้ฟังเพลงนี้เป็นครั้งแรกจากแฟนวิดนี้ จนติดไปในที่สุด >O< ลองไปหาฟังกันดูนะคะ


ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ไรท์เตอร์นะคะ เจอกันตอนหน้าจ้า :P

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #47 แบล๊คฟอกซ์ (@Ployngern) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 23:23
    เขินมากกกกกก
    #47
    0
  2. #11 Here.I.Am (@supernovas) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 22:19
    น่ารักดด สตีฟแอบเขินไหมม
    #11
    0
  3. #6 VindyBell (@VindyBell) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 17:09
    ต่อไปอาจจะเป็น ดอลเฟส ฮันนี่ เบบี้ ดาร์ริ่ง สวีตฮาร์ด ชูก้า เลิฟ คิวตี้พาย ถึงขั้นมัม ก็ได้นะจ้ะ จุ๊บๆ - จาก บิลลี่ #ที่ไม่ได้กล่าว
    #6
    0