ตอนที่ 13 : It was our favorite dream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    26 มิ.ย. 62


Chapter 12

It was our favorite dream

04 / 06 / 2561



 

          สตีฟพบว่าตัวเองยืนอยู่บนริมถนนหลังจากที่เขาออกมาจากงานปาร์ตี้ อาจจะใช้เวลานานอยู่พักใหญ่ กว่าที่เขาจะเดินกลับไปถึงบ้าน แต่ยังไงซะมันก็คงจะดีกว่าการรอนั่งจนบิลลี่กับมาลีนเดินออกมาจากห้องสวีทรูมบ้าบอนั่น

 

          เขาไม่ได้เย็นชาจนสามารถมองสองคนนั้นโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรได้หรอกนะ

 

          สตีฟพยายามลืมเรื่องงี่เง่าทั้งหมดนี่ แต่มันก็ยิ่งทำให้ภาพของบิลลี่กับมาลีนดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น ป่านนี้สองคนนั้นก็คงได้ไปถึงไหนต่อไหนกัน ในขณะที่เขาต้องมาจมปลักอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ แบบนี้อยู่คนเดียว

 

          แต่เขาก็ต้องทำเป็นพูดว่าไม่เป็นไรอยู่ดีนั่นแหละใช่มั้ยล่ะ...

 

          สตีฟกระพริบตาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไหลลงมาจนถึงปลายคาง...น้ำตาของเขา ไม่เอาน่าสตีฟ นายเคยเป็นถึงคิงแห่งฮอว์กินส์ไฮสคูล จะมาเสียน้ำตาให้กับเรื่องแค่นี้ได้ยังไงกันสตีฟเริ่มยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ขณะที่ปากก็พยายามกลั้นเสียงร้องให้เบาที่สุด แม้จะไม่มีคนอยู่แถวนี้เลยก็ตาม

 

          บรืน!

 

          บิลลี่...

 

          สตีฟได้ยินเสียงรถและมันน่าเจ็บใจตรงที่เขาคิดว่ามันเป็นเสียงรถของบิลลี่ 


          นายก็รู้ดีว่าหมอนั่นไม่มีทางโผล่มาอยู่ที่นี่หรอก!

 

           สตีฟ!

 

          !!! สตีฟสะดุ้งก่อนจะหันไปปะทะกับแสงไฟหน้ารถคามาโร่คันสีน้ำเงิน เสียงเรียกคุ้นหูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของเจ้าตัวที่เดินลงมาหาเขาด้วยสีหน้ากังวลอย่างบอกไม่ถูก

 

          เป็นเพราะเขาอย่างงั้นเหรอ?

 

           สตีฟ

 

           มาที่นี่ทำไม?”

 

           “...”

 

           นายควรจะอยู่กับมาลีนที่งานปาร์ตี้

 

           เธอไม่ต้องการฉัน

 

           “...”

 

           ที่จริงแล้วฉันก็ไม่เคยต้องการเธอเลยเหมือนกัน

 

           “...”

 

           นายเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมฉันถึงทำกับนายแบบนั้น...ทั้งหาเรื่อง ทำร้าย โกรธ เกลียดขี้หน้า หาเรื่องเดือดร้อนมาให้นาย...และก็จูบบิลลี่ทำท่าจะเดินเข้ามา สตีฟจึงตะโกนห้ามอีกฝ่ายเอาไว้

 

           อย่าเข้ามานะ!

 

           งั้นก็ตอบมาสิว่านายรู้สึกยังไง หลังจากที่ฉันทำเรื่องทั้งหมดนั่น!?”

 

           “...”

 

           นายต้องการฉันรึเปล่า?”

 

          จังหวะนั้นสตีฟก็อยากตะโกน อยากแสดงให้บิลลี่รู้ว่าเขาต้องการอีกฝ่ายนึงมากแค่ไหน แต่ความคิดที่ว่า ‘บิลลี่ไม่เคยชอบนาย มีแต่นายต่างหากที่ชอบหมอนั่น!’ ก็ยิ่งทำให้เขากลัวการสารภาพความรู้สึกที่มีแต่จะรุนแรงมากยิ่งยิ่งขึ้นนี้ 

 

           แล้วทำไมนายถึงอยากจะต้องให้เราอยู่ห่างกัน!? ในเมื่อมันทำให้นายรู้สึกแย่จนต้องหนีออกมาแบบนี้!

 

           ก็เพราะว่าฉัน...!ไม่ อย่าพูดมันออกไปเชียวนะ

 

           อะไร!?”

 

           “...”

 

           เงียบทำไม! พูดออกมาสิ!

 

           “...”

 

           บอกฉันสิว่าทำไม!?”

 

           ก็เพราะว่านาย...ไม่ควรมาให้ฉันทำแผลให้ตั้งแต่ทีแรก

 

           “...”

 

           นายไม่ควรชวนฉันไปที่บ้านทอมมี่ และ...ก็ไม่ควรหาเรื่องมาให้ฉันไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กตั้งแต่วันนั้น

 

           “...”

 

           นายไม่ควรพาฉันร้องเพลง หรือวิ่งหนียามในซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่ควรพาฉันไปมีเรื่อง และที่ไม่ควรที่สุดก็คือซื้อแหวนวงนี้มาให้ฉัน

 

           “...”

 

           ฉันได้แต่สงสัยว่าทำไมถึงอยากจูบนายในวันนั้น แล้ว แล้วฉันก็ได้รู้ว่า...

 

          ฉันชอบนายมากแค่ไหน

 

           ทุกอย่างที่นายทำ มันก็คือสิ่งไม่ควรทำทั้งหมดนั่นแหละ แต่สิ่งเดียวที่มันควรจะเกิดขึ้นก็คือนายควรจะปล่อยให้ฉันจมน้ำตายไปตั้งแต่วันนั้นซะ เพราะว่าฉันไม่อยากจะรู้สึกอะไรแบบนี้...อีกต่อไปแล้ว” สตีฟปล่อยให้น้ำตาหยาดไหลลงมาบนฝ่าแก้ม โดยที่ไม่สนว่าคนตรงหน้านี้คือบิลลี่ ฮาร์โกรฟ คนที่ไม่ควรจะมีวันได้เห็นหยดน้ำตาของเขามากที่สุดในโลกใบนี้

 

          แต่หมอนี่ก็เห็นแล้ว แถมยังเป็นคนที่ทำให้เขาต้องเสียน้ำตาซะด้วย

 

           เดี๋ยวก่อนนะ

 

           เดี๋ยวก่อนอะไร?”

 

          บิลลี่ยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วความหวาดระแวงก็มาแทนที่ของเสียงร้องไห้

 

           ยะ...ยิ้มอะไรของนายนักหนา?”

 

           ฉันชอบนายนะ สตีฟ

 

          ตึกตักๆ เดี๋ยววว เมื่อกี้บิลลี่พูดว่าอะไรนะ!!!?

 

           “แล้วฉันก็ชอบนายมานานมากของมากแล้วด้วย

 

          ตึกตักๆๆ! บ้าเอ้ย! หยุดเต้นไปกับกลลวงของไอหมอนี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!

 

           นายก็ชอบฉันเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ?”

 

          !!! คำถามนั้นทำให้สตีฟหยุดหายใจไปชั่วขณะ บิลลี่เพิ่งจะจับความรู้สึกของเขาได้ แต่ทำไมถึงไม่อัดเขาลงกับพื้นไปซะล่ะ!?

 

          ทั้งหมดที่ทอมมี่พูดมันคือเรื่องจริงอย่างงั้นเหรอ!?

 

           ชอบจริงๆ ด้วย หน้านายแดงใหญ่เลยรู้ป่ะ

 

           ฉันไม่...!

 

           ชู่ววว อย่าโกหกตัวเองสิ นายอาจจะโกหกคนอื่นได้ แต่ว่านายโกหกตัวเองไม่ได้หรอกนะเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่สตีฟได้เห็นรอยยิ้มขี้เล่นของบิลลี่ในระยะใกล้ พร้อมกับปลายนิ้วโป้งของเจ้าตัวที่ยื่นมาเช็ดน้ำตาให้เขาจนแห้งสนิท

 

           ยอมรับมันเถอะน่า สตีฟ

 

           “...”

 

           ฉันจะได้เลิกคิดปล่อยนายไปซักที” บิลลี่ใช้มือโอบใบหน้าของเขา สตีฟพยายามจ้องลึกเข้าไปหาคำโกหกในแววตาสีน้ำเงินคู่นั้น หากแต่เขากลับพบแต่ความจริงในวาจาของเด็กหนุ่มแคลิฟอร์เนียตรงหน้านี้


           มันคงไม่ผิดที่เขาคิดจะไว้ใจบิลลี่หรอกใช่มั้ย?

 

           นายแน่ใจเหรอ? ไม่กลัวว่าคนอื่นจะรู้หรือไง?

 

           ก็อย่าให้รู้สิ เราเก็บความลับกันเก่งจะตายนี่ จริงมั้ย?”

 

          ความอบอุ่นที่สตีฟโหยหาแนบลงมาบนริมฝีปาก เขามองเห็นบิลลี่อมยิ้มตอนที่ทำแบบนั้น สตีฟจึงเป็นฝ่ายที่ยิ้มบ้างพลางกดจูบตอบกลับไปเพียงชั่วครู่

 

           อย่า...เดี๋ยวมีคนมาเห็น

 

           ก็ได้ งั้นไปคุยกันบนรถ

 

           แค่คุย

 

           “...”

 

           คุยกันเท่านั้นนะ

 

           เออน่า~” บิลลี่ลากเสียงอย่างยอมจำนน ก่อนจะเดินอ้อมมาดันหลังเขาให้ขึ้นไปที่เบาะหลังรถ โดยที่มีหัวของบิลลี่ตามมาสมทบอยู่บนตักเขาติดๆ

 

           สตีฟ

 

           ว่าไง?”

 

           ขอโทษนะที่ผลักนายเมื่อเช้านี้

 

           ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันผิดเองที่ทำให้นายโกรธ ฉันมันน่าโมโหที่ไล่นายไปแบบนั้นสตีฟพยายามทำให้สีหน้าของตัวเองดูไม่ดราม่า หากแต่นัยน์ตาของเขามันแสดงความรู้สึกผิดออกมาจนบิลลี่ต้องคว้ามือเขาไปจูบเบาๆ แล้วกุมมันเอาไว้

 

           ถ้าคืนนั้นฉันไม่บอกนายว่าจะไปเดท เราก็คงไม่ต้องโกรธกันแบบนี้หรอกใช่มั้ย?”

 

           ก็อาจใช่ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังแคลงใจนายอีกอยู่ดี

 

           แคลงใจเรื่องอะไร?”

 

           มีคนเคยบอกว่านายชอบฉัน แต่ว่านายรู้สึกแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ?”

 

          บิลลี่หันมามองแรงสตีฟทีหนึ่ง เป็นคิงนี่ต้องเชื่อคนยากขนาดนี้เลยหรือไงฮะ?”

 

           นายต่างหากที่ทำตัวให้คนอื่นเชื่อถือยาก

 

           ก็ได้ งั้นดูนี่นะ...บิลลี่เอื้อมตัวไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกล่องเก็บของตรงเบาะหน้ารถ แล้วส่งมันมาให้สตีฟดูด้วยรอยยิ้มขัน

 

           ฟาร์ราห์ ฟอว์เชตต์? นะ...นายใช้สเปรย์นี้ด้วยเหรอ?

 

           เปล่า กระป๋องนี้ฉันไม่ได้ใช้

 

           “???”

 

           จำคืนวันเกิดพ่อนายที่เพิ่งผ่านมานี้ได้มั้ย?”

 

          จำได้สิ ก็นั่นมันเป็นคืนที่ปั่นป่วนที่สุดในชีวิตของเขาเลยนี่นะ

 

           คืนนั้นฉันรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่ต้องขับรถไปส่งนายที่บ้าน ฉันก็เลยออกไปหาซื้ออะไรกินในร้านค้า แล้วก็ดัน...นึกถึงกลิ่นเส้นผมของนายขึ้นมา

 

           อย่าบอกนะว่านาย...

 

           ช่าย ฉันเดินดมอยู่ตั้งนานเลยล่ะกว่าจะหาเจอ แต่แปลกดีนะที่ฉันได้กลิ่นนายในโซนของใช้ผู้หญิงน่ะ โอ้ย!สตีฟทุบแขนบิลลี่

 

           หุบปากไปเลย! แล้วก็ห้ามไปบอกใครว่าฉันใช้สเปรย์นี่อยู่เชียวนะ

 

           ไม่บอกก็ได้บิลลี่กระเด้งตัวจากตักขึ้นมานั่งข้างๆ เขาพร้อมรอยยิ้มแพรวพราวซะจนน่าหมั่นไส้ แต่ว่าฉันชอบนายจริงๆ นะ

 

           รู้แล้วล่ะน่า” ให้ตาย เขาจะพูดออกไปแล้วนะ! ฉันก็ชอบ...นายเหมือนกัน

 

          จุ๊บ! บิลลี่หอมแก้มสตีฟเร็วๆ ทีนึง

 

           งั้นไปเดทกัน!

 

           ในเวลานี้เนี่ยนะ?”

 

           เถอะน่า...ไม่มีใครมองเห็นเราหรอก

 



          .

 



          ในทุกทุกที่จะมีคู่รักอยู่เต็มไปหมดโดยเฉพาะในคืนวันวาเลนไทน์ สตีฟคิดว่าบิลลี่จะต้องพาเขาไปหาที่เงียบๆ ที่ไหนซักแห่ง อย่างเช่นในป่าใกล้บ้านแฮร์ริงตัน หรือไม่ก็ในบ้านของเขาซะเอง แต่บิลลี่กลับพาเขามาที่โรงหนัง ใช่ มันคือสถานที่ที่มีคนมารวมตัวกันเยอะมากที่สุดแห่งหนึ่ง แต่บิลลี่ไม่ได้ตั้งใจพาเขามาเพื่อดูหนังหรอกนะ เพราะที่นี่ปิดไปตั้งแต่หกโมงเย็นเพื่อเตรียมจัดคอนเสิร์ตสำหรับวันวาเลนไทน์นี้โดยเฉพาะ

 

           จริงดิ! วง The Neighborhood เหรอ?” สตีฟสบถขณะที่มองขึ้นไปบนป้ายไฟที่หน้าโรงหนัง

 

           ทำไม? นายไม่ชอบเหรอ

 

           ชอบมากต่างหากล่ะ!

 

           งั้นเข้าไปกัน...

 

           เดี๋ยว! ถ้ามีคนเห็นเราล่ะ

 

           ไม่มีหรอกน่า ข้างในนี้มืดจะตาย ถึงฉันปล้ำนายก็ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอกบิลลี่ยิ้มยียวน แต่ว่าใครจะยอมปล่อยให้นายทำแบบนั้นกันเล่า!

 

          ไม่รอช้า บิลลี่ก็ลากสตีฟเดินเข้าไปข้างใน เสียงดนตรีเล่นสดดังอึกทึกครึกโครมขึ้น ข้างในนี้มันมืดไปหมด มีเพียงแค่แสงไฟสีม่วงน้ำเงินสลัวที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นทางได้เท่านั้น บิลลี่จูงมือพาสตีฟไปที่บาร์ซึ่งเคยเป็นโซนขายขนมขบเคี้ยวมาก่อน บิลลี่สั่งน้ำเปล่ามาขวดนึง ก่อนจะส่งมันให้สตีฟ

 

           ดื่มสิ นายเดินหนีออกมาตั้งไกลเลยนี่ใช่มั้ย

 

           ขอบใจ

 



Baby, I got good luck with you

I didn't know we'd get so far

And it's only the start

Baby, you got me worried (hey)

ที่รัก ฉันรู้สึกโชคดีเมื่อได้อยู่กับคุณ

ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเรามากันไกลขนาดนี้

และมันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

ที่รัก คุณทำให้ฉันกังวลแล้วนะ

 



           หึๆ

 

           หัวเราะอะไร?”

 

           นายโยกหัว

 

           ก็เพลงมันเพราะนี่

 

           ฉันชอบนะ...เวลาที่นายอารมณ์ดีสตีฟอมยิ้มขณะที่สบตากับบิลลี่ในความมืด มันสุขใจอย่างบอกไม่ถูกที่พวกเขาได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

 

           เวลาถูกนายหยอดก็ไม่เลวดีเหมือนกันพวกเขาหัวเราะ ก่อนที่เสียงดนตรีคล้ายกับว่าจะเงียบลง สตีฟเป็นฝ่ายเอื้อมตัวเข้าไปจูบบิลลี่ก่อน แล้วผละออกมาอย่างเชื่องช้า

 

           ไปเถอะ อยู่ตรงนี้ไม่ได้ยินหรอก

 


 

Drivin' through the city with me

Just watching you glow

I'm in the passenger seat, you're in control

It's on you now

ขับรถไปในเมืองกับฉัน

แค่มองคุณเปล่งประกาย

ฉันนั่งอยู่ตรงที่นั่งโดยสาร คุณเป็นคนขับ

มันขึ้นอยู่กับคุณแล้วตอนนี้

 

 


          สตีฟลากบิลลี่ไปใกล้โซนเวทีมากยิ่งขึ้น แต่ไกลมากพอที่จะไม่มีคนสังเกตเห็นว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ สตีฟหยิบแว่นกันแดดจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาสวม และมันทำให้บิลลี่ทำสีหน้าไม่เข้าใจเป็นการใหญ่

 

           ข้างในนี้ยังมืดไม่พออีกรึไง?”

 

           ไม่ ข้างในนี้มันมืดซะที่ไหน?” สตีฟโยกตัวไปตามจังหวะเพลงแบบไม่ออกลวดลายอะไรมากขณะที่หันไปเหล่แว่นตาใส่คนข้างๆ ในเมื่อฉันยังเห็นผมของนายเป็นสีทองอยู่เลย

 

           อารมณ์ขันจริงๆ เลยนะคิง มานี่เลยมา

 


 

Your love is scaring me

No one has ever cared for me

As much as you do

Ooh, yeah, I need you here, oh

ความรักของคุณทำให้ฉันกลัว

ไม่เคยมีใครสนใจฉัน

มากเท่ากับที่คุณทำ

โอ้ ใช่ ฉันอยากให้คุณอยู่ตรงนี้

 

 


          บิลลี่ดึงสตีฟให้เดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ในระยะที่พอจะทำให้สายตาของคนรอบข้างคิดว่าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน แต่ก็คงไม่มีใครมาจับผิดพวกเขาในเวลาแบบนี้หรอก จริงมั้ย?

 

          สตีฟได้ยินเสียงบิลลี่ร้องคลอตามเนื้อเพลงเบาๆ เขาพยายามจดจำเสียงพวกนั้น มากพอที่จะทำให้เขาได้ยินแม้ว่าจะไม่มีอีกฝ่ายยืนอยู่ใกล้ๆ บิลลี่เริ่มสอดมือเข้ามากอดรอบเอวของสตีฟ เกยคางเอาไว้บนหัวไหล่ จนพวกเขาได้ยินเสียงของกันและกัน

 

 


If we fall apart

Maybe it wasn't meant to be

If we fall apart

It was our favorite dream

Ooh, ooh, hey

ถ้าเราแยกจากกัน

บางทีนั้นอาจหมายความว่าเราไม่ได้เกิดมาคู่กัน

ถ้าเราแยกจากกัน

มันจะกลายเป็นความฝันที่เราชื่นชอบที่สุด

 


 

          บิลลี่ค่อยๆ ผละกอดออกไป อีกฝ่ายถอดแว่นเขาออก ก่อนจะโน้มริมฝีปากเข้ามาจูบสตีฟอีกครั้ง สตีฟหลับตาลง เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปสัมผัสกับกลุ่มผมสีบลอนด์เข้ม ตอบสนองรสชาติหวานขมผ่านทางเรียวลิ้นนั่นกลับไปอย่างเต็มใจ โดยไม่แคร์ว่าพวกเขาเป็นอะไรและกำลังเลือกเดินไปทางไหน

 

          สตีฟรู้แค่ว่าเขาชอบบิลลี่และบิลลี่ก็ชอบเขา

 

          เขาต้องการเพียงแค่นั้น

 

          ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่านี้อีกแล้ว...

 

 


Your love is therapy

No drug can give me clarity

As much as you do, ooh (as you do, baby)

Yeah, I need you here (I need you here)

ความรักของคุณช่วยเยียวยาจิตใจ

ไม่มียาตัวไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้

เท่ากับที่คุณทำ ที่รัก

ใช่ ฉันอยากให้คุณอยู่ตรงนี้

 

 


          บิลลี่กดจูบสตีฟแน่นขึ้น ขณะที่ความร้อนแรงก็ยิ่งแผดเผาเขาจนแทบจะหลอมละลายไปเสียในโรงหนังนี้ สตีฟลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายค่อยๆ ละริมฝีปากออกไปอย่างอ้อยอิ่ง เป็นอีกครั้งที่สตีฟมองเห็นความปรารถนาลุกโชนในดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น ยะ...อย่าบอกนะว่า!

 

          ยังไม่ทันที่สตีฟจะได้เตรียมใจรับมือ บิลลี่ก็ลากเขาออกมาจากโรงหนัง ดันเขาเข้ากับกำแพงแล้วกดจูบลงมาแรงๆ จนความปรารถนาที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆ ร่ำร้องให้สตีฟปล่อยให้บิลลี่ทำตามใจตัวเองไปซะ แต่อีกใจนึงเขาก็กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อถึงเวลานั้น


          ควับ! สตีฟคว้ามือบิลลี่เอาไว้เมื่ออีกฝ่ายยื่นมันมาจับที่ขอบกางเกงของเขา แววตาลุกประกายวาวนั่นคล้ายกับว่ากำลังขอร้องอ้อนวอนเขาอยู่ มันง่ายที่จะใจอ่อน แต่ก็ยากที่รับมือในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้ สตีฟรีบส่ายหน้า ก่อนจะได้ยินเสียงบิลลี่ถอนหายใจออกมาหลังจากวินาทีนั้น

 

           ก็ได้บิลลี่ยอมละมือออกจากกางเกงเขาในที่สุด “งั้นให้ฉันไปส่งนายที่บ้านนะ

 

           อื้ม” พอสตีฟเห็นสีหน้าหงอยๆ นั่นเขาก็หัวเราะ พลางเดินตามที่อีกฝ่ายจูงมือนำเขาไปที่รถ  บิลลี่!

 

           “?”

 

           พรุ่งนี้ก็อย่าลืมมารับฉันที่บ้านด้วยล่ะ

 

           “ :D 

           เขาล่ะเกลียดรอยยิ้มของไอสิงโตนี่จริงๆ นะ <3



--------------------------------------------------------------
เค้าคืนดีกันแล้ววว เค้าคืนดีกันแล้วค่ะ ฮื่อออ
มาลงตอนนี้ช้ากว่าปกตินิดนึง เพราะช่วงนี้ไรท์จะเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยแล้ว เลยมีอะไรหลายๆ อย่างที่ค่อนข้างจะวุ่นวายมากๆ แต่ก็ภาวนาให้ตัวเองหาเวลามาแต่งเรื่องนี้จนจบค่ะ ฮว่าๆๆ
เจอกันตอนหน้าจ้า มาช้าดีกว่าไม่มานะจ้ะ บัยยย

ในตอนนี้มีเพลง Scary Love ของ The Neighborhood ค่ะ
เนื้อเพลงแปลจาก http://www.introlyrics.com/scary-love-the-neighbourhood/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #35 まる。 (@supernovas) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 18:48
    เขาเป็นแฟนกันแล้วค่ะ <3 ดีงามม ชอบความคถของบิลลี่ ถึงขั้นดมกลิ่นสเปร่ย์5555
    #35
    0
  2. #33 ferfy (@ferfy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 00:07
    ฮือชอบมากเพิ่งเจอฟิคนี้เรารู้สึกโชคดีมากๆเลยที่ได้อ่าน เเกร๊ชั้นเขิน
    #33
    0
  3. #23 //shinon// (@Nike123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 17:50
    ดีต่อใจมากค่ะ ฮืออออ

    อีกนิด ขยับเข้าไปอีกนิด ทีล่ะนิดๆ
    เดี๋ยวจะได้แอ้มคิงแย้วววว
    #23
    0