[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,044 Views

  • 73 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    87

    Overall
    1,044

ตอนที่ 12 : Spin the bottle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 11

Spin the bottle

27 / 05 / 2561



 

          นายหมายความว่ายังไง?’

 

           ‘...’

 

           อ๋อ ใช่สิ

 

           ‘...’

 

           ก็เราควรจะเป็นแค่คนแปลกหน้ากันมาตั้งแต่ทีแรกแล้วนี่นะ!

 

          เสียงไม่พอใจของบิลลี่ดังขึ้นก่อนที่ประตูหน้าบ้านเขาจะถูกกระแทกปิดลง โดยที่สตีฟไม่สามารถย้อนช่วงเวลาก่อนหน้านั้นกลับคืนมาได้

 

          .

 

          ..

 

          ...

 

          เฮ้อ

 

           สตีฟ ฉันว่านายกลับเข้าโรงเรียนของนายไปเถอะ

 

           ทำไม? สี่โมงเช้าแล้วเหรอ

 

           ไม่ นี่ยังไม่ใช่สี่โมงเช้าซึ่งเป็นเวลาเรียนของนาย แต่มันถึงเวลาเรียนของพวกเราแล้วต่างหากล่ะ!พอดัสตินพูดจบ เสียงหัวเราะของพวกแก๊งเด็ก ม. ต้น ก็ฮาครืน เหมือนกับว่าพวกเขาเพิ่งตบมุขให้ดูกันไปยังไงยังงั้นแหละ

 

           อยากไปก็ไปสิ ฉันไม่ได้ล่ามโซ่พวกนายเอาไว้ซักหน่อย

 

           แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วนายเพิ่งบอกว่าให้พวกเราดูเวลาให้อยู่เลยนะ

 

           นายก็เพิ่งบอกว่าจะไปแล้วเหมือนกันไม่ใช่รึไง?”

 

          ดัสตินทิ้งตัวลงมานั่งข้างๆ พร้อมตบไหล่เขาแรงๆ ราวกับเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เกิดอะไรขึ้นกับนาย สตีฟ? นายดูไม่เหมือนคนที่ชอบมานั่งเหม่อในโรงเรียนเด็ก ม. ต้น แบบนี้เลยนะ

 

           “...”

 

           รึว่านายหลบหน้าใครอยู่? อ๋อ รึว่าจะเป็น...สาวคนใหม่ของนายล่ะซี้~”

 

          สตีฟหันไปหรี่ตาใส่ สาวบ้าสาวบออะไรกัน!? ออกจะตัวใหญ่บึกบึนซะขนาดนั้น แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นฝ่ายที่หลบหน้าไอหมอนั่นก่อนด้วย! บิลลี่ต่างหากที่ทำเหมือนกับว่าพวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนมาตลอดสามวันที่ผ่านมานี้ เป็นการตอบสนองไอประโยค ห่างกันซักพักนั่นได้อย่างดีเยี่ยม!

 

          สตีฟรู้ว่าเขาคือคนที่ทำให้ทุกอย่างมันลงเอยแบบนี้ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันไม่แฟร์อีกอยู่ดี

 

           เฮ้! ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในอัพไซด์ดาวน์รึไง? นายถึงต้องใช้เวลาคิดนานมากขนาดนั้นเนี่ยฮะ โอ้ย!สตีฟหันไปดีดหน้าผากดัสตินทีนึง

 

           ทะลึ่งละ เข้าไปเรียนได้แล้วไป

 

           ก็ได้ดัสตินลุกขึ้น นายก็กลับเข้าโรงเรียนของนายไปด้วยล่ะ

 

          สตีฟพยักหน้าก่อนที่พวกดัสตินจะเดินจากไป เขาก้มลงดูนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ใกล้ถึงเวลาแล้ว ไม่ว่ายังไงก็หนีกันไม่พ้นสินะ

 

          เฮ้อ

 



          .

 



          เนื่องจากวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ พอสตีฟกลับเข้ามาในโรงเรียนเขาจึงได้รับดอกไม้กับสติ๊กเกอร์มาจากสาวๆ จำนวนหนึ่ง ทุกอย่างเป็นไปเหมือนกับทุกปี เว้นแต่ว่าปีนี้ไม่มีใครที่เขาควรจะซื้อดอกกุหลาบมาให้

 

          คิดไปก็สงสารใจตัวเองเหมือนกัน

 

          สตีฟรีบไปเปลี่ยนชุดเพื่อเข้าคลาสชั่วโมงพละตอนสี่โมงเช้า วันนี้จะมีการคัดเลือกตัวนักกีฬาเพื่อไปลงเเข่งบาสเก็ตบอลในงานกีฬาภายในที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์หน้า

 

          หนึ่งในนั้นต้องมีบิลลี่ สตีฟรู้ดีและยิ่งอยากถอนหายใจ

 

           คิดแล้วว่าวันนี้ต้องเป็นวันของนาย! ฉันนี่ไม่แปลกใจเลยซักนิดที่พวกสาวๆ จะรุมแห่เอาดอกไม้มาให้นายตั้งมากมายขนาดนี้!

 

          เสียงของทอมมี่ทำให้สตีฟนั่งกลอกตาอยู่บนอัฒจันทร์ เพราะว่าคำสรรเสริญเยินยอนั่นถูกพูดขึ้นให้กับคนที่เจ้าตัวกำลังเดินอยู่ข้างๆ สตีฟไม่รู้ว่าบิลลี่กลับไปสนิทกับทอมมี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะว่าเขาไม่สนใจ ไม่ได้สนใจเลยซักนิด...

 

          บิลลี่เดินเข้ามาในโรงยิมพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ แต่สีหน้ากลับดูไม่ดีใจเท่ากับคนที่เดินอยู่ข้างๆ เลยซักนิด สตีฟนั่งท้าวคางรอว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป

 

           เฮ้! สตีฟแต่ยังรอได้ไม่เท่าไหร่ทอมมี่ก็ตะเบ็งเสียงเรียกขึ้น ทำให้บิลลี่หันมามองทางนี้ด้วย

 

          ผ่านมาแค่สามวันแต่นานเหมือนกับสามปีที่สตีฟไม่ได้สบกับดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น...

 

           คืนนี้จะมีปาร์ตี้ที่บ้านทิน่า นายอยากไปด้วยรึเปล่า!?” สตีฟแทบอยากจะหาไม้มาแคะหูตอนที่ได้ยินคำถามนั้น สิ่งที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าเรื่องที่บิลลี่กลับไปสนิทกับทอมมี่ได้ยังไง ก็คงจะเป็นคำถามว่าทำไมทอมมี่ถึงนึกอยากจะชวนเขาไปด้วยเนี่ยแหละ!

 

           เอ่อ...

 

           ฝากถือหน่อย ฉันจะไปเปลี่ยนชุดว่าจบบิลลี่ก็ยัดดอกกุหลาบใส่มือของทอมมี่ แล้วเดินออกไปโดยที่ไม่รอฟังคำตอบของเขา

 

           เฮ้ย! รอด้วยสิ! ว่าไงสตีฟ นายอยากไปกับพวกฉันคืนนี้ด้วยรึเปล่า?”

 

          สตีฟมองแผ่นหลังของบิลลี่ที่ค่อยๆ เดินจากไป คืนนี้เขาไม่อยากไปที่งานปาร์ตี้และบิลลี่ก็คงไม่อยากให้เขาไปที่นั่นด้วยเช่นกัน เพราะไอประโยค ห่างกันซักพักนั่น สตีฟจึงควรจะนอนหลับฝันดีอยู่ที่บ้านคืนนี้

 

          แต่ถ้าไม่ไปเขาก็ต้องรู้สึกกระวนกระวายใจตลอดทั้งคืนนี้ แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ?

 

           อืม ฉันไปด้วย

 



          .



 

          การคัดตัวนักกีฬาบาสเก็ตบอลเริ่มต้นขึ้นในสิบห้านาทีต่อมาทันทีที่โค้ชมาถึง ทุกคนที่มารอรับการคัดเลือกถูกเรียกให้ไปยืนเข้าแถวหน้ากระดาน บิลลี่ดูเป็นคนที่ได้เปรียบมากที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ ส่วนสตีฟเป็นรองลงมา โค้ชจึงให้พวกเขาเป็นกัปตันทีมและรอดูกันต่อไปว่าใครจะเป็นตัวหลักกับตัวสำรอง

 

          สตีฟให้ลูกทีมทั้งสิบเอ็ดคนมาลองชู้ตลูกบาสลงห่วงและแข่งกันทีมละห้ากับหกคน สตีฟยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ และพอจะรู้แล้วว่าใครควรที่จะเป็นผู้เล่นหลักกับผู้เล่นสำรอง แต่หลังจากนี้ก็มีเวลาเหลืออีกมากพอให้ทุกคนได้พิสูจน์ตัวเอง

 

          สตีฟกะจะจบการคัดเลือกของวันนี้ไว้เพียงแค่นี้ จนกระทั่งอีกทีมที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของสนามบาสส่งเสียงมา

 

           อะไรกันสตีฟ!? นายจะใช้เวลาคัดพวกกระจอกนั่นในเวลาเพียงแค่นี้เองน่ะเหรอนั่นเป็นเสียงของหนึ่งในลูกทีมของบิลลี่ที่ดูจะมั่นใจในความเก่งของตัวเองซะเหลือเกิน

 

           ว่าใครกระจอกฮะ! ไอพวกไก่อ่อน!ลูกทีมของสตีฟก็โต้กลับไปเช่นกัน ต่างจากกัปตันทีมที่เอาแต่ยืนมองกันนิ่งๆ จนสตีฟเป็นฝ่ายละสายตาออกมา เสียงของบิลลี่ถึงได้ดังขึ้น

 

           ใครกันแน่ที่เป็นไก่อ่อน พูดให้มันดีๆ นะปีเตอร์สัน

 

          บิลลี่ว่าพลางเดินถือลูกบาสเข้ามาหาเจ้าของนามสกุลซึ่งเป็นหนึ่งในลูกทีมของเขา สตีฟจึงรีบก้าวเข้าไปขวางทางเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้เดินไปถึง บิลลี่ชะงักก่อนจะเผยรอยยิ้มกวนเบื้องล่างให้เขาเห็นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ผ่านมา

 

           โว้ว ดูเหมือนว่าคนแถวนี้อยากจะมีเรื่องแฮะ

 

           “...”

 

           ก็ได้ งั้นมาแข่งกัน

 

          ตุ๊บ! บิลลี่โยนลูกบาสให้สตีฟ

 

           ฉันให้นายเปิดก่อนเลย สตีฟ แฮร์ริงตัน

 

          โคตรท้าทายอำนาจมืด! คิดว่าตัวเองเจ๋งมากนักรึไง!? เดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่!

 

           นาย นาย นาย แล้วก็นาย มากับฉันทางนี้

 

          สตีฟเดาะลูกบาสขณะที่เดินเข้าไปประจันหน้ากับกัปตันทีมของฝ่ายตรงข้าม บิลลี่ย่อตัวลงและใช้สายตาจ้องมองการเคลื่อนไหวของเขา สตีฟเริ่มออกวิ่งและส่งลูกบาสไปให้อีกคนในทีม เสียงเชียร์และโห่ร้องดังขึ้น ทุกคนต่างวิ่งวุ่นชุลมุน จนลูกทีมของบิลลี่ชิ่งลูกบาสไปได้ บิลลี่จึงได้กลับมาเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุดในการแข่งขันนี้อีกครั้ง

 

           ไม่เอาน่าคิงสตีฟ นายจะแพ้อีกแล้วเหรอ?”

 

          เมื่อทนฟังคำยียวนนั้นไม่ไหว สตีฟก็วิ่งเข้าไปหมายจะครองลูกบาสเอาไว้อีกครั้ง แต่บิลลี่ไม่ยอมแพ้ แถมยังผลักเขาจนล้มหงายหลังลงไปกองอยู่บนพื้น ก่อนจะโยนลูกบาสลงห่วงเอาแต้มไปเหมือนอย่างในรอบที่แล้วไม่มีผิด

 

          เสียงโห่ร้องดังขึ้นขณะที่บิลลี่หันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา จนสตีฟรู้สึกเหมือนกับว่าหมดแรงไปเสียดื้อๆ

 

          ตอนรู้สึกเจ็บใจเพราะว่าถูกบิลลี่กระแทกลงพื้นในวันนั้น มันยังเจ็บน้อยยิ่งกว่าตอนที่เจ้าตัวเอาแต่ยืนมองเขาโดยที่ไม่พูดหรือว่าทำอะไรเหมือนอย่างในตอนนี้ซะอีก

 

          แต่ว่ามันก็...สมควรแล้วนี่นะ

 



          .

 



          สตีฟหาทางไม่ให้ตัวเองได้ปะกับบิลลี่ที่ห้องอาบน้ำรวมได้ เขามีเรียนต่อในช่วงบ่าย ก่อนจะกลับบ้านมาเจอโน๊ตที่บอกว่าเย็นนี้เขาจะต้องอยู่บ้านคนเดียวเหมือนอย่างทุกที อย่างน้อยการไปงานปาร์ตี้ในคืนนี้ก็ตัดปัญหาพ่อกับแม่ออกไปได้เรื่องนึง

 

          ทอมมี่นัดกับสตีฟเอาไว้ว่าจะใช้รถของบิลลี่ขับมารับที่บ้าน สตีฟจึงรีบแย้งกลับไปว่าอยากไปที่นั่นเอง แต่พอทอมมี่ยกเหตุผลว่ากลัวตัวเองกับบิลลี่จะเมาจนขับรถกลับบ้านไม่ไหว จะได้มีเขาเป็นที่พึ่งได้ สตีฟก็ใจอ่อนยอมไปด้วยในทันที

 

          ก็เพราะว่ายังเป็นห่วงอยู่แบบนี้แล้วเขาจะตัดใจเลิกยุ่งกับบิลลี่ได้ยังไงกันล่ะ!?

 

          เสียงเพลงร็อคฟังไม่ได้ศัพท์ดังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สตีฟกำลังยืนรอเจ้าของเสียงนั้นอยู่ตรงริมถนนหน้าบ้านแฮร์ริงตัน ทอมมี่รีบเปิดประตูรับเขาขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง ก่อนที่เขาจะทันได้สังเกตเห็นว่ามีแครอลนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างของอีกฝั่งโดยที่มีทอมมี่นั่งกั้นกลาง และยังมีแม่สาวผมดำนามว่ามาลีนที่นั่งข้างบิลลี่อยู่ตรงเบาะหน้า

 

          สตีฟบังเอิญหันไปสบตากับบิลลี่ผ่านทางกระจกส่องหลัง พอดีกับตอนที่ยัยมาลีนอะไรนั่นซบหัวลงมาบนไหล่ของบิลลี่ สตีฟรู้สึกเจ็บที่บิลลี่ปล่อยให้เธอทำแบบนั้น เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจมองออกไปนอกหน้าต่าง เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

          พอไปถึงที่งานปาร์ตี้ซึ่งถูกจัดขึ้นในบ้านของทิน่าเช่นเคย บิลลี่ก็ถูกท้าให้ไปแข่งเป็นนักดื่มเหมือนอย่างทุกที แต่คราวนี้เจ้าตัวกลับปฏิเสธโดยอ้างว่าต้องเป็นคนขับรถ ยัยมาลีนเลยขอตัวไปรอดูผู้ชนะอยู่ที่สนามหลังบ้าน ทิ้งให้บิลลี่ยืนกร่อยสูบบุหรี่อยู่คนเดียว

 

          สตีฟที่กำลังแอบมองบิลลี่อยู่ตรงมุมหนึ่งของงานคิดว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้เข้าไปคุยกับฝ่ายนั้นอีกครั้ง แต่ในเมื่อเขาเป็นคนไล่บิลลี่ออกไปเอง แล้วจะให้เขายกเรื่องไหนขึ้นไปคุยกับหมอนั่นดีล่ะ?

 

          ไม่ล่ะ ไม่ไปคุยด้วยแล้วดีกว่า

 

          แล้วในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง ผู้คนจึงเริ่มทยอยกันกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะวันพรุ่งนี้ยังมีเรียนต่ออีกวันหนึ่ง แต่ทิน่าเรียกเพื่อนที่ตัวเองสนิทอย่างเช่นแครอลเอาไว้ ทุกคนที่มาบนรถกับบิลลี่เลยพลอยต้องติดร่างแหอยู่ต่อกับเธอไปด้วย

 

           ไหนๆ ก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว เรามาหาอะไรสนุกๆ เล่นกันดีกว่า~” ทิน่าว่าพลางเดินถือขวดเหล้าเปล่ามากลางวง เธอวางมันไว้ตรงนั้นแล้วทุกคนก็เริ่มนั่งล้อมกันเป็นวงกลม

 

          ถ้าเข้าใจไม่ผิดนี่เธอกำลังชวนพวกเขาเล่นเกมหมุนขวดกันอยู่ ใช่มั้ยนะ?

 

           สตีฟ! เข้ามาเล่นด้วยกันสิทอมมี่ส่งเสียงเรียกสตีฟที่ยังยืนอยู่ตรงที่เดิมมาตั้งแต่ต้นงาน แต่พอเขาหันไปสบตากับบิลลี่ที่เป็นหนึ่งในวงนั้น เขาก็ชักจะลังเล

 

           เอ่อ...

 

           มาเถอะน่า ถ้าขาดคิงสตีฟไปซักคน แล้วเกมจะสนุกได้ยังกันล่ะ?” ทิน่าว่าพลางเดินมาลากสตีฟไปร่วมวง ตำแหน่งของเขาคือฝั่งตรงข้ามกันกับบิลลี่ มาดูกันดีกว่าว่าใครจะเป็นคนเริ่มก่อน~”

 

          เสียงหมุนขวดดังขึ้นบนพื้นพรม สตีฟรับรู้ว่าบิลลี่แกล้งทำเป็นไม่สนใจเขา จนกระทั่งปากขวดหมุนไปหยุดที่ใครคนหนึ่ง

 

           สตีฟ!เสียงผู้คนทั้งในและนอกวงดังขึ้น สตีฟสะดุ้งในตอนนั้น ก่อนจะพบว่าปากขวดกำลังหันมาทางเขาอยู่จริงๆ

 

           อำนาจอยู่ในมือของนายแล้ว หมุนขวดเลยซะสิ!ทอมมี่เร่ง แล้วเสียงเชียร์ของคนอื่นๆ ก็เริ่มดังตามมา สตีฟได้สบตากับบิลลี่อีกครั้ง จังหวะเดียวกับที่เขาหมุนขวดลงไปบนพื้น

 

          ใจสตีฟเต้นอย่างระทึก และยิ่งเต้นเร็วขึ้นเมื่อเขาพบว่าบิลลี่ก็กำลังนั่งจ้องขวดเปล่านั้นอยู่ สตีฟภาวนาให้ปากขวดบังเอิญหันไปทางใครก็ได้ที่ไม่ใช่...

 

           บิลลี่!ไม่ใช่เจ้าของชื่อนี้ แต่เจ้าปากขวดตัวดีมันก็ดันหันไปทางนั้นแล้วจริงๆ!!!

 

           คิงบีคงจะโดนถล่มก็คราวนี้!

 

           สตีฟไม่มีทางปล่อยบิลลี่ไปง่ายๆ แน่!

 

           ท้าเลยซะสิว่าอยากให้เขาทำอะไร!

 

          ยิ่งได้ยินเสียงรบเร้า ลิ้นของสตีฟก็ยิ่งชา ขณะที่บิลลี่ก็เอาแต่นั่งจ้องเขานิ่งๆ เหมือนกับจะรอว่าเมื่อไหร่เขาจะพูดอะไรออกไปซักที

 

           ท้าเขาสิสตีฟ!ทอมมี่ถองศอกเรียกสติเขากลับคืนมาอีกครั้ง ท้าอย่างงั้นเหรอ? ความปรารถนาเดียวของสตีฟในตอนนี้ก็คงจะมีแต่ให้บิลลี่เลิกทำตัวเย็นชาใส่เขาซักที แต่คิดเหรอว่าคนอย่างหมอนี่จะทำตามกฎของเกมงี่เง่านี่จริงๆ?

 

          ไม่มีทางซะล่ะ

 

          สตีฟยักไหล่ นายก็ท้าเขาซะสิ

 

           ฮะ!?”

 

           ได้ไง!? ในเมื่อนายเป็นคนหมุน...?”

 

           ฉันยกสิทธิ์นี้ให้นาย

 

           แต่ว่า...

 

           พอๆๆ มัวแต่เถียงกันอยู่นั่น มานี่ เดี๋ยวฉันท้าเอง ในฐานะเจ้าของบ้าน

 

          แบบนี้ก็ได้เหรอ? แต่ก็นะ ยัยทิน่าคงไม่ท้าอะไรที่เลวร้ายต่อจิตใจเขานักหรอก...

 

           ฉันขอสั่งให้คิงบีเข้าไปอยู่กับมาลีนในห้องสวีทรูมของฉัน~”

 

          อึก! สตีฟสำลักน้ำที่เพิ่งยกขึ้นมาแตะริมฝีปาก เสียงวี้ดวิ่วอย่างชอบใจที่ดังไปทั่วบริเวณนั่น ยิ่งช่วยตอกย้ำว่าที่เขาเพิ่งได้ยินไม่ได้เป็นเพราะหูฝาดไป

 

          ห้องสวีทรูมที่ทิน่าเรียก เป็นห้องเล็กๆ ที่ไว้ใช้เก็บของในบ้านของเธอ และมันก็เชื่อมติดกับห้องนั่งเล่นที่พวกเขาอยู่กันเนี่ยแหละ แต่คิดเหรอว่าพอสองคนนั้นเดินเข้าไปแล้วจะยืนมองกันเฉยๆ?

 

          ใช่ นั่นมันโคตรจะเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะกับคนอย่างบิลลี่

 

          สตีฟไม่รู้ว่าบิลลี่มีปฏิกิริยายังไงกับคำสั่งของทิน่า รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาตัวชาจนไม่มีแรงเงยขึ้นไปมองหน้าอีกฝ่ายนึงแล้ว

 

           ฉันให้เวลาพวกนายสามนาที อย่าขาดอย่าเกินกันไปนะจ้ะทิน่าทำหน้าที่แม่สื่อแม่ชักเป็นอย่างดี เสียงปิดประตูห้องสวีทรูมทำให้สตีฟลุกขึ้น ก่อนที่ทอมมี่จะคว้าขากางเกงเขาเอาไว้

 

           เฮ้ จะไปไหน? บิลลี่เพิ่งจะรับคำท้าไปเองนะ

 

          ก็นั่นล่ะที่ทำให้ไม่อยากอยู่... 


          “ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวกลับมา

 

           เออ อย่าไปนานมากนักล่ะทอมมี่ยอมปล่อยเขาแต่โดยดี สตีฟเร่งฝีเท้าไปทางห้องน้ำ หากแต่จุดมุ่งหมายไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เขาพูดเอาไว้

 

          สตีฟทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

 



          .

 



          เท่าที่บิลลี่จำความได้ เขาไม่เคยเป็นฝ่ายจูบมาลีนก่อนเลยตั้งแต่ที่เดทกับเธอมา หรือแม้แต่ในสามวันที่เขาแกล้งทำเป็นไม่สนใจสตีฟ เขาก็ไม่เคยคิดที่จะทำแบบนั้น

 

          เพราะบิลลี่กลัวว่าความคิดของตัวเองจะลอยกลับไปหาจูบที่สระว่ายน้ำบ้านแฮร์ริงตัน ความรู้สึกที่เขาไม่มีวันลืม มันตราตรึงพอที่จะทำให้บิลลี่ยังคงหวนคิดถึงความรู้สึกตอนที่ตัวเองอยู่ตรงนั้น แต่มันก็เจ็บปวดพอๆ กับที่เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวินาทีถัดมา

 

          บิลลี่รู้สึกเหมือนกับใจสลาย ทำไมสตีฟถึงต้องอยากให้พวกเขาห่างกันด้วยล่ะ? และทำไมเขาจะต้องเสียใจจนต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขนาดนี้ด้วย?

 

          บางทีเขาอาจจะต้องหาคำตอบให้ตัวเองซักทีว่าที่เขาสงสัยทั้งหมดนั่นมันเป็นเพราะอะไรกันแน่?

 

           ห้องนี้แคบจัง” มาลีนยิ้มหวานพลางยื่นแขนมาโอบรอบคอบิลลี่เอาไว้ เธอจูบแก้มเขาแรงๆ และยืนเหมือนกับจะรอให้เขาจูบตอบเธอบ้าง มาสิ บิลลี่

 

           “...”

 

           จูบฉันสิ

 

          บิลลี่เอาแต่ยืนนิ่ง เขาได้ยินเสียงมาลีนถอนหายใจ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายโน้มเข้ามาจูบปากเขาซะเอง บิลลี่ตอบสนองรสจูบนั้น เพื่อพยายามตามหาใครอีกคนในร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า บิลลี่หวังให้มันเป็นความอบอุ่นบนริมฝีปาก หรือไม่ก็กลิ่นเส้นผมที่ติดจมูกเขาจนต้องไปเปิดขวดหากลิ่นดมในร้านค้า

 

          กลิ่นฟาร่าห์ไม่ได้อยู่ที่นี่ คิงสตีฟก็เช่นกัน

 

          นี่มันไม่ถูกต้อง

 

          เขาไม่ควรจะมาอยู่ในห้องนี้!

 

          บิลลี่ดึงมาลีนออก มันทำให้เธอหน้าเสีย แต่ก็ยังไม่วายพยายามเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง

 

           ออกไป!

 

           ทำไมล่ะบิลลี่!? นายไม่ต้องการฉันเหรอ

 

           แล้วเธอล่ะต้องการใครบ้าง!?” บิลลี่เดินเข้าไปใกล้มาลีนด้วยสีหน้าที่ขมึงทึงที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมาตลอดทั้งชีวิต เขาทำให้เธอตัวสั่น แต่ก็ยังตีหน้าซื่อเหมือนกับว่าเธอไม่รู้เรื่อง

 

           ฉันไม่...

 

           ฉันเห็นนะว่าเธอมองไอแชมป์นักดื่มนั่นยังไง ออกไปกกกับมันซะ แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก!

 

          บิลลี่คิดว่าตัวเองเพิ่งขึ้นเสียงใส่มาลีน แต่มันกลับทำให้รอยยิ้มได้ใจผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ ที่แท้นายก็หึงฉันนี่เอง ไม่เอาน่า ฉันก็แค่มองไปอย่างงั้น ไม่ได้คิดตั้งใจจะคว้ามาให้เสียเวลาซักหน่อย...!

 

           ฉันไม่ได้หึงเธอ มาลีน!”

 

           “...”

 

           ที่จริงฉันไม่เคยต้องการเธอเลยด้วยซ้ำ

 

          บิลลี่เปิดประตู ทิ้งมาลีนไว้ในห้องนั้นทั้งที่ยังไม่ครบเวลาสามนาที ทำให้เสียงแหกปากร้องเพลงของพวกที่อยู่ข้างนอกปิดเงียบสนิท ก่อนที่บิลลี่จะเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของทอมมี่ขึ้นมาประจันหน้า

 

           สตีฟอยู่ไหน?”

 

           ยะ...อยู่ในห้องน้ำ

 

          บิลลี่เดินไปตามที่ทอมมี่บอก แต่เมื่อเขาเปิดประตูแล้วส่งเสียงเรียกก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในนั้น จนกระทั่งเขาแน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

          คิงสตีฟไม่ได้อยู่ในงานปาร์ตี้นี้อีกต่อไปแล้ว




 -------------------------------------------------------------

จบไปแบบยาวๆ ไรท์รู้สึกว่าตัวเองใช้เวลาไปเยอะมากในการแต่งแชปเตอร์นี่ บทพูดไม่ค่อยมีเพราะมีแต่ความคิดในหัวของสตีฟกับบิลลี่ล้วนๆ ค่ะ เเง่~ แล้วมารอลุ้นกันว่าสองคนนี้จะคืนดีกันรึเปล่า ในตอนต่อไปนะจ้ะ กิ้วๆ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน มาคอมเม้นท์สร้างกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ เจอกันเมื่องานไรท์ไม่มีค่ะ บัยยย >3<

รัคคค <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #34 まる。 (@supernovas) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 18:35
    พึ่งกลับมาอ่าน โอ้ยยย ได้เวลาที่คิงบีจะง้อสตัฟแล้วใช่ไหมมม
    #34
    0
  2. #26 R-davil (@rossaton) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 01:31

    ชอบเวลาสตีฟอยู่กับเด็กๆอะน่ารักดี ว่าแต่เมื่อไหร่พวกเอ็งจะคืนดีกัน

    #26
    0
  3. #22 //shinon// (@Nike123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 05:25
    วรั้ยยยย รีบตามไปง้อเลยยย
    ทำแบบนี่กับน้องตีฟเราได้ไง เด๊ะแม่ตบให้ อยากให้เขาคืนดีกันเร็วๆมากค่ะ&#128514;
    #22
    0