[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,046 Views

  • 73 Comments

  • 41 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    89

    Overall
    1,046

ตอนที่ 10 : He say, You love me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 9

He say, You love me

08 / 05 / 2561

 


 

          เช้าวันเสาร์สตีฟแอบออกจากบ้านมาหาที่นั่งเงียบๆ คนเดียวในร้านไดเนอร์ เพราะคาดว่าวันนี้ตัวเองคงไม่สามารถนั่งฟังพ่อบ่นทั้งที่ยังมีเรื่องของบิลลี่วิ่งอยู่เต็มหัวแบบนี้ได้

 

          การคิดอะไรที่ลึกซึ้งกับหมอนั่น สำหรับสตีฟแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการกระโดดลงไปในรังดีมอร์ด๊อกเลยซักนิด แล้วไหนจะความรู้สึกจากคนรอบข้างของเขาอีก นั่นล่ะคือผลเสียที่จะตามมา

 

          แต่ต่อให้มันเลวร้ายมากแค่ไหน ยังไงซะสตีฟก็ยังเลิกคิดถึงบิลลี่ไม่ได้อีกอยู่ดี...น้ำเน่าดีใช่มั้ยมั้ยล่ะ?

 

          เมื่อวานนี้หลังจากที่ออกมาจากร้านซักรีด เขากับบิลลี่ก็ไปที่เกมอาเขต พวกเขาพบว่าแม็กซ์ไม่ได้อยู่ที่นั่น ก็เลยลองถามคีธ ( คนที่ชอบเดินถือชีโต้สไปทั่วร้าน ) ที่บอกว่าเห็นเธอขี่จักรยานออกไปกับพวกดัสติน บิลลี่เริ่มบ่นเป็นตาแก่ สตีฟก็เลยชวนอีกฝ่ายให้เล่นเกมในอาเขตรอจนกว่าแม็กซ์จะกลับมา

 

          บิลลี่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อว่าเขาชวน ทั้งที่เจ้าตัวเคยบอกว่ามันน่าเบื่อ แต่พอถูกสตีฟท้าให้ไปเล่นที่ตู้เกม PAC-MAN อีกฝ่ายก็จดจ่ออยู่แต่กับหน้าจอพลางตะโกนคำหยาบด่าไปหลายรอบเพราะไม่ผ่านด่านซ้ำๆ นั่นไปซักที จนกระทั่งแม็กซ์กลับมาก็ยังไม่ยอมหยุดเล่น เขาล่ะอดขำไม่ได้จริงๆ ที่รู้ว่าบิลลี่ก็หัวร้อนเป็นเด็กๆ ให้กับเรื่องแบบนี้ได้

 

          จนมาถึงตอนนี้เขาก็ยังขำ ยังหัวเราะเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียวในร้านไดเนอร์ แล้วพอหันไปเห็นแหวนมงกุฏบนนิ้วนางที่บิลลี่ให้ก็ยิ่งทำให้รอยยิ้มของสตีฟฉีกกว้างขึ้นพอกันกับที่เขาอยากจะร้องไห้ออกมา

 

          ทำแบบนั้นไม่ได้ นี่มันที่ไดเนอร์นะ

 

          แต่ว่ามัน ฮึก ให้ตายสิ...

 

           สตีฟ แฮร์ริงตัน!สตีฟรีบกระพริบตาเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกคุ้นหูของทอมมี่ เอช. ซึ่งเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะฝั่งตรงข้ามกันกับเขาโดยที่ยังไม่ได้รับคำอนุญาต

 

          จะมาหาเรื่องฉันอีกล่ะสิ? แต่ไม่น่าใช่...เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทอมมี่ไม่มีทางมาที่นี่คนเดียวแน่

 

           อะไร? ทำไมถึงทำหน้าเหมือนเบื่อฉันขนาดนั้น ไม่เอาน่า วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อหาเรื่องนายซักหน่อย

 

           หึ! ให้มันจริงเถอะ ต้องการอะไร?”

 

           เรื่องของบิลลี่

 

           “...?”

 

           ฉันก็แค่อยากมาเล่าให้นายฟังว่าทำไมฉันกับมันถึงมีเรื่องกันวันนั้น

 

           เพราะแครอล ฉันรู้เรื่องนี้หมดแล้ว

 

          ทอมมี่แค่นหัวเราะ หมอนั่นมันบอกนายว่าอย่างงั้นเหรอ หึ! ฉันคิดไว้อยู่แล้วเชียวว่ามันจะต้องไม่มีทางพูดเรื่องจริงกับนายแน่

 

          เรื่องจริง? ยังจะมีเรื่องจริงอะไรที่บ้าบอมากไปกว่านี้อีกล่ะ!?

 

           หยุดเถอะทอมมี่ ฉันไม่อยาก...

 

           ไอบิลลี่มันชอบนาย

 

          ...ฟัง

 

          ตึกตักๆ

 

           ว่ายังไงนะ?”

 

           ไอบิลลี่มันชอบนาย ชอบมานานมากแล้วด้วย!

 

          ตึกตักๆๆ!

 

           แต่ฉันเพิ่งจะมาสงสัยตอนที่เห็นพวกนายจูบกันในงานปาร์ตี้ที่บ้านฉัน ตอนนั้นฉันก็ยังไม่เชื่อ จนกระทั่งไปถามมัน แล้วมันบอกว่าชอบนาย ฉันก็เลย...

 

           นัดไปมีเรื่องกันวันนั้น?”

 

           ใช่! ถูกเผงเลย!

 

          !!!

 

          งั้นที่ทอมมี่เคยพูดเอาไว้ว่าเขาคือคนโปรด...ก็เป็นเพราะว่าบิลลี่ชอบเขาอยู่น่ะสิ!

 

           ชะ...เช็คบิลด้วยครับสตีฟยกมือเรียกบริกรในร้าน ขณะที่สายตาก็ยังไม่ละออกไปจากเศษแพนเค้กที่เหลืออยู่ในจานไปด้วยความสับสน เอาจริงดิ!? คนอย่างไอสิงโตนั่นเนี่ยนะจะมารู้สึกแบบนั้นกับเขาเหมือนอย่างที่ทอมมี่พูด?

 

          ไม่มีทาง นั่นไม่น่าเชื่อเลยซักนิด แต่ว่ามันก็พอๆ กับที่เขารู้ตัวว่าชอบบิลลี่อยู่นั่นแหละ

 

           นายโอเคมั้ย?”

 

          สตีฟเบ้ปากส่ายหน้า ใช่ ฉันโอเค แต่จะโอเคมากกว่านี้ ถ้านายช่วยเก็บเรื่องไร้สาระทั้งหมดนี่ไปหลอกเด็กแถวบ้านแทน!

 

           แต่ว่าฉันไม่ได้หลอกนาย!

 

          Shit! สตีฟรีบจ่ายเงินค่าอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ แล้วตัดสินใจเดินหนีอดีตเพื่อนของตัวเองไป หนีมันทุกครั้งเหมือนอย่างที่ทอมมี่เคยตะโกนไล่เขานั่นแหละ!

 

           เฮ้!แต่ยังไม่ทันที่เท้าของสตีฟจะได้ก้าวพ้นออกไปจากขอบประตู มือของใครคนหนึ่งก็กระชากแขนเขาเอาไว้...มือของบิลลี่ หมอนี่กำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูร้านไดเนอร์ คล้ายกับว่าเจ้าตัวกำลังจะเดินเข้าไปข้างใน แต่ว่าดันมาสวนทางกับเขาซะก่อน

 

          ตึกตักๆ ให้ตาย หยุดซักทีนึงเถอะน่ะ

 

           คิดจะหนีงานฉันหรือไงถึงได้แอบมาอยู่ที่นี่ พอแม่นายบอกไม่รู้ว่านายอยู่ที่ไหน ฉันก็ขับรถวนหานายซะทั่วเลย รู้มั้ย!?”

 

          สตีฟก้มหน้าย่นคิ้ว สะบัดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของบิลลี่

 

           รู้แล้วล่ะน่า ฉันไม่หนีงานนายหรอก

 

           แล้วทำไมนายถึงได้มานั่งอยู่กับไอทอมมี่...?”

 

           ไว้ไปคุยกันในรถ

 

           แล้วรถนาย?”

 

           จอดไว้นี่ ไปรถนาย ฉันยังไม่อยากกลับบ้าน

 

          สตีฟเดินผ่านไหล่บิลลี่ไปที่รถคามาโร่คันสีน้ำเงินที่จอดอยู่หน้าร้าน บิลลี่ตามมานั่งข้างเขาติดๆ แล้วสตาร์ทรถออกไปทันที

 

           สตีฟ? นายดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลย ไอทอมมี่มันได้ทำอะไรนายรึเปล่า?” บิลลี่หันมาถาม น้ำเสียงเจือไปด้วยความเป็นห่วง ถ้าหูสตีฟไม่ได้ฝาดไปน่ะนะ

 

           เปล่า ไม่ได้ทำอะไร หมอนั่นก็แค่บังเอิญผ่านมา แล้วพูดจากวนโมโหฉันเฉยๆ มันก็เลย...เหมือนอย่างทุกทีนั่นแหละ

 

           พูดจากวนโมโหอย่างงั้นเหรอ? อื้ม หมอนั่นคงไม่ได้ล้อว่านายแอบชอบฉันอยู่หรอกนะ~?”

 

           มะ...ไม่ใช่! ไอทอมมี่มันพูดว่าฉันต้องโง่ขนาดไหนถึงได้ยอมมาเป็นเพื่อนกับนายได้ต่างหาก!” ไม่ได้พูดเรื่องที่นายว่ามานั้นเลยซักหน่อย...

 

           แล้วนายยอมรับรึเปล่า? ที่ว่าโง่น่ะ

 

           ยอมรับสิ ก็คนฉลาดที่ไหนเค้าจะอยากมาเป็นเพื่อนกับนายและคิดอะไรที่บ้าบอกับนาย เหมือนอย่างฉันคนนี้ล่ะ

 

           โอ้ สตีฟ! ซึ้งใจชิบเลยว่ะ! กินใจโคตร!บิลลี่หัวเราะลั่นพลางยื่นมือข้างนึงมาเขย่าหัวไหล่เขาอย่างแรง

 

           เออ รู้แล้วล่ะน่าสตีฟดันมือบิลลี่ออก แล้วทิ้งหัวตัวเองไปบนพนักพิงรถ นี่ก็วันสุดท้ายแล้วที่เขาจะต้องไปที่บ้านฮาร์โกรฟในฐานะพี่เลี้ยงเด็ก ผ่านมาแค่หกวันเองแท้ๆ แต่ทำไมความรู้สึกของเขาถึงได้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากจนไม่น่าให้อภัยขนาดนี้

 

          ว่าแล้วก็เขกหลังหัวใส่พนักพิงไปทีนึง ถ้าโดดลงจากรถแล้วลืมความรู้สึกบ้าๆ นี่ได้ เขาก็คงทำไปตั้งนานแล้ว!

 

           เล่าเรื่องนินจาให้ฟังหน่อยสิ

 

           นินจาอะไร?”

 

           นินจากับสิงโต

 

           ฮะ?”

 

           ก็เคล็ดลับไว้จีบสาวของนายไง

 

          เดี๋ยว! เรื่องนั้น...!?”

 

           เฮ้ ไม่ต้องตกใจไป ตอนที่ฉันยังอยู่กับทอมมี่ มันก็หลุดปากเล่าเรื่องนายให้ฉันฟังแทบทุกวันนั่นแหละ

 

          รวมถึงเรื่องนี้ด้วยอย่างงั้นเหรอ? บ้าชิบ

 

           แล้วนายเอาคำนิยามว่านินจากับสิงโตมาจากไหน?” เพราะสตีฟจำได้ว่าเคยเล่าให้ดัสตินฟังเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าบิลลี่หลงไปคุยกับเด็กนั่นจนได้เรื่องมาหรอกนะ

 

           เปล่า ไม่ได้เอามาจากที่ไหน ฉันใช้สมองอันชาญฉลาดนี่คิดเองล้วนๆ

 

          จริงดิ? ใจจะตรงกันเกินไปแล้ว...

 

          แต่ให้ตาย เขาล่ะหมั่นไส้ไอคำว่า สมองอันชาญฉลาด นั่นชะมัด!

 

           เนียนๆ ช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปแบบนินจา กับเข้มแข็ง ร้อนแรง และหนักหน่วงเหมือนกับสิงโต ใช่ป่ะ?”

 

           เออ

 

           ว่าแต่นายเถอะ ชอบแบบไหน?”

 

           แบบไหนอย่างงั้นเหรอ? อ่า...ไม่รู้สิ แล้วแต่เป็นคนคนไปล่ะมั้ง?”

 

           ไม่ใช่~ หมายถึงนาย ตัวนายอ่ะชอบแบบไหน?

 

          คำว่า ฮะกับเควสชั่นมาร์คดังขึ้นในหัวเป็นรอบที่ร้อยของวัน ถามอะไรของหมอนี่!? จะอยากรู้เรื่องนี้ไปทำม้ายยย!!?

 

           ว่าไงล่ะสตีฟ? นายชอบให้สาวรุกแบบไหนมากกว่ากันอย่างงั้นเหรอ~?”

 

           เลิกพยายามซะบิลลี่ ฉันไม่มีวันบอกนายเรื่องนี้หรอก

 

          ขนาดแนนซี่ที่ไม่เหมือนใคร ยังเคยครองใจของเขาเอาไว้ได้ แล้วจะให้เขามานั่งเลือกระหว่างคนสองประเภทนี้งั้นน่ะเหรอ? ฮะฮะ ไม่มีทางซะล่ะ!

 

          แต่ที่สตีฟรู้ดีก็คือทุกคนต่างจากบิลลี่ เขาชอบหมอนี่โดยที่ไม่ต้องใช้กลยุทธ์จีบสาวใดๆ มาช่วยด้วยเลยด้วยซ้ำ

 

          แต่อาจจะเป็นเขาที่โดนใช้ซะเอง สตีฟได้แต่ภาวนาให้บิลลี่ไม่รู้ตัว

 

           อาฮะ ฉันว่าฉันรู้แล้วล่ะ นายชอบแบบสิงโตใช่มะ? มิน่าล่ะนายถึงได้ตั้งฉายาให้ฉันว่าไอสิงโต ฉันรู้นะๆๆ

 

          ดะ...เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่อย่างงั้นนะ แล้วนี่เขาหลงไปตั้งชื่อนั่นให้บิลลี่ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!!!

 

          บิลลี่เงียบไปซักพักก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง สตีฟ

 

           “อะไรอีกล่ะ?”

 

           ขอบใจนะ สำหรับทุกสิ่งที่นายทำมาตลอดหนึ่งอาทิตย์นี้เลย

 

           อือ ไม่เป็นไร มันหน้าที่ฉันอยู่แล้ว

 

           ใช่ แล้ววันนี้มันก็...เป็นวันสุดท้ายแล้วนี่เนอะ” เสียงแผ่วเบานั่นทำให้สตีฟหันไปมองบิลลี่อีกครั้ง บิลลี่กำลังยิ้มเศร้า เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองหยุดหายใจไปชั่วขณะ ใจหายชะมัด ที่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ฉันจะไม่ได้ไปรับไปส่งนาย และก็จะไม่ได้กินอาหารฝีมือนายอีกแล้วด้วย

 

           นายพูดเหมือนว่าฉันจะย้ายไปอยู่ที่ดาวอังคารแล้วยังไงยังงั้นแหละ

 

           ก็คนมันใจหายนี่หว่า ที่ผ่านมานายก็มาบ้านฉันทุกวัน แต่ว่าหลังจากนี้ก็จะไม่มาอีก แล้วจะให้ฉันไม่รู้สึกอะไรได้ยังไงกันเล่า

 

          สตีฟอมยิ้ม จะดราม่าอะไรขนาดน้าน~

 

           ฉันใจหายจริงๆ นะสตีฟ หลังจากวันนี้ฉันจึงตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่าจะแอบปีนขึ้นหน้าต่างบ้านนายทุกวันเลย

 

          เฮ้ย! เดี๋ยววว! แบบนี้ไม่ใช่ละ!

 

           งั้นนายก็เตรียมรับลูกปืนจากฉันได้เลย บิลลี่ ฮาร์โกรฟทำท่าชักปืนใส่

 

           เปลี่ยนจากลูกปืนเป็นหัวใจของคิงสตีฟแทนได้มั้ยล่ะจ้ะ?”

 

          มันย้อน ดูมันย้อน~

 

           เดี๋ยวฉันจะได้ยิงหัวใจนายทิ้งก่อนเนี่ยแหละ บิล

 

           ไม่เอาน่าพริตตี้บอย ถึงนายจะยิงฉันตรงนั้น ฉันก็ไม่มีวันตายสมใจนายได้หรอก” ว่าไม่พอยังแลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ให้เขาเบิกตาใจสั่นเล่นอีก แค่นี้ยังทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจไม่พออีกรึยังไง!? ถึงสตีฟจะก่นด่าสาปแช่งบิลลี่อยู่ในใจและอยากจะตะโกนบอกให้อีกฝ่ายตั้งใจขับรถดูทางให้ดีกว่านี้มากแค่ไหน แต่เขาก็ยังตั้งใจรอฟังประโยคต่อจากนั้น...

 

           เพราะว่าหัวใจของฉัน...ถูกขโมยไปตั้งนานแล้ว

 

          ตึกตักๆ

 

          ประโยคนั้นยิ่งทำให้หัวใจของสตีฟสูบฉีดเลือดเร็วขึ้น เพราะเขาดันไปนึกถึงคำที่ทอมมี่พูดเอาไว้ที่ร้านไดเนอร์

 

           ไอบิลลี่มันชอบนาย ชอบมานานมากแล้วด้วย!

 

          ที่จริงสตีฟไม่ค่อยจะใส่ใจเท่าไหร่นักว่าบิลลี่ได้มีอะไรในใจกับเขาจริงๆ รึเปล่า เพราะดูจากสถานการณ์และความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่ายังไงหมอนั่นก็ไม่มีทางสนใจเขาอยู่แน่ๆ ( ถึงแม้ว่าจะชอบพูดจาลวนลามหรือพลั้งทำอะไรที่เพื่อนเค้าไม่ทำกันไปหลายครั้งบ้างก็เถอะ ) เพราะคนอย่างบิลลี่ ฮาร์โกรฟที่มีสาวเกือบทั้งฮอว์กินส์มารุมล้อม คงไม่สิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องหันมาชอบเขาที่เคยมีแต่เรื่องกันให้เป็นรอยด่างพร้อยในประวัติสิงห์ล่าสาวของเจ้าตัวหรอก แต่ที่สตีฟสงสัยก็คือทำไมตัวเองถึงหลงมาชอบคนเลี่ยนๆ แบบนี้ได้

 

          คงเป็นเพราะความรักที่ทำให้คนตาบอดล่ะมั้ง?

 




          .

 




           อะ...บิล

 

           “...”

 

           อย่า บิลลี่ ฉันเจ็บ

 

           “...”

 

           ก็บอกว่ามันเจ็บยังไงเล่า!

 

           อะไรกัน? คนเค้าอุตส่าห์นวดให้เพราะว่าเห็นทำงานหนักมาทั้งวัน แล้วจะยังมาบ่นอีก

 

          ก็ใครใช้ให้นายบีบไหล่ฉันแรงขนาดนั้นล่ะ!?

 

           หนักตรงไหนไม่ทราบ?” ก็แค่กวาดบ้าน ถูพื้น ทำอาหาร ล้างจาน ช่วยแม็กซ์ทำการบ้าน เก็บข้าวของ และจัดเตียงนอนแบบที่แทบไม่เคยทำในบ้านตัวเองมาก่อนก็เท่านั้นเอง! นายมีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

 

           เอ่อ คือว่า...น้ำเสียงแบบนี้ แววตาอย่างงี้ มันต้องมีซัมติงบางอย่างอยู่แน่!ๆ

 

           พูดมา

 

           คือว่ายางล้อรถฉัน...มันแบนน่ะ

 

          ฮะ!? สตีฟก้มหน้ามองดูนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาสองทุ่มตรง บิลลี่รู้เรื่องมาก่อนหน้านี้ แต่เพิ่งจะตัดสินใจมาบอกเขาเอาป่านนี้เนี่ยนะ!?

 

           ไม่บอกฉันซะพรุ่งนี้เลยล่ะ!ต้องรีบกลับไปเอารถที่ไดเนอร์แล้ว!

 

          เปรี้ยง! ครืนนน!

 

          ...ฝนตก

 

          หมดกัน

 

          บิลลี่อมยิ้มขณะที่เดินเข้ามากอดคอเขา เอาน่าสตีฟ เมื่อเช้านี้นายก็บอกว่ายังไม่อยากกลับบ้านอยู่เลยนี่

 

           แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อยากกลับตอนนี้ซักหน่อย!ถ้าไม่เห็นว่าเพิ่งอิ่มมื้อเย็นมา นายได้โดนแม่ไม้ศอกกระทุ้งพุงนั่นแน่ๆ!

 

           ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว คืนนี้นายนอนค้างที่บ้านฉันล่ะกันนะ

 

           ฮะ? มะ...

 

           เอาน่า ไม่ต้องเกรงใจ นานๆ จะมีเพื่อนมาค้างที่บ้านด้วยกันทั้งที ฉันนี่แฮปปี้จะตาย

 

          แล้วได้ถามตูรึยังว่าแฮปปี้กับเอ็งม้ายยย

 

          แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว ไม่ว่ายังไงคืนนี้เขาก็ต้องค้างที่บ้านฮาร์โกรฟจริงๆ ล่ะนะ

 

          ...อุตส่าห์พยายามจะไม่อยู่ใกล้กับนายแล้วแท้ๆ

 

          .

 

          บิลลี่มีรูปสาวใส่บิกินี่แปะอยู่ที่ตู้เสื้อผ้า ในขณะที่ห้องของสตีฟมีอย่างนี้แต่เป็นแบบโปสเตอร์แผ่นใหญ่ติดอยู่ที่กำแพง รูปแม่สองสาวนั่นต่างจากบิลลี่โดยสิ้นเชิง และมันทำให้สตีฟยิ่งสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงได้หน้ามืดตามัวมาหลงไอนักเลงจากแคลิฟอร์เนียนี่เข้าให้ได้?

 

          ให้ตายเถอะ ไอบิลลี่มันคงไม่ได้เล่นคาถามนต์ดำใส่เขาอยู่หรอกนะ

 

           เสร็จแล้ว~” เสียงเจิดจ้าของลูกชายเจ้าของบ้านดังขึ้นพร้อมกับร่างของเจ้าตัวในสภาพผ้าคุณหนูผืนเดียวเดินออกมาจากประตูห้องน้ำ สตีฟหันไปหรี่ตามองภาพนั้น ฉันไม่หลงใจเต้นไปกับกล้ามเนื้อบนหน้าท้องของนายเหมือนกับพวกสาวๆ หรอกนะ!

 

          สตีฟสะบัดผ้าคุณหนูขึ้นมาพาดบนหัวไหล่ พร้อมกับกระชับชุดนอนที่บิลลี่ให้ยืมไว้แน่นขึ้น ก่อนจะตั้งใจมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ แต่ก็ถูกเจ้าคนโชว์หุ่นคว้ามือรั้งเอาไว้ซะก่อน

 

           พื้นห้องน้ำมันยังเปียกอยู่ ระวังลื่นล้มด้วยนะจ้ะ

 

          สตีฟยิ้มมุมปาก ทำไมทีเรื่องล้อรถถึงไม่บอกให้มันเร็วแบบนี้บ้าง?”

 

           ก็ฉันกลัวว่าพริตตี้บอยจะเจ็บตัวเอาน่ะสิ

 

           นายนั่นแหละที่จะเจ็บ ถ้าทีหลังยังมัวแต่อมพะนำอยู่แบบนี้สตีฟดึงมือออกจากบิลลี่ แล้วเมื่อเห็นว่าหมอนี่กำลังแลบรอยยิ้มทะเล้นใส่ตัวเองอยู่ ก็รีบเดินหนีเข้าห้องน้ำไปในทันที

 

          ไม่ได้ใจเต้นเลย จริงๆ นะ

 

          สตีฟจัดการถอดเสื้อผ้า หยิบสบู่ขึ้นมา เปิดน้ำฝักบัว แล้วก็...

 

           สตีฟ!

 

          กลอกตามองบน อะไรอีกล่ะคราวนี้?

 

           อะไร!?”

 

           ฉันลืมสร้อยไว้ในห้องน้ำ นายช่วยหยิบมันออกมาให้หน่อยสิ!

 

           นายลืมไว้ตรงไหนอ่ะ?”

 

           ตรงอ่างล้างหน้า ถ้าจำไม่ผิดน่ะนะ

 

          สตีฟหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพันเอว ก่อนจะเดินไปหาของที่คนข้างนอกถามหาตรงอ่างล้างหน้า...อ้อ เจอละ ไอสร้อยคอจี้เล็กๆ ที่บิลลี่ห้อยเอาไว้ตลอดเวลานี่เอง เขาอยากรู้มานานละว่าในจี้นี้มันมีรูปอะไร

 

          อ่า อ๋อ มันคือรูป...

 

           นักบุญคริสโตเฟอร์ เผื่อว่านายจะยังไม่รู้

 

           บิลลี่!แอบเปิดประตูเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!?ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ

 

           ทำไม? อายเหรอ? ไม่เอาน่า~ ทีในห้องอาบน้ำรวมนายยังไม่เห็นว่าอะไรเลย~?”

 

          ก็ที่นั่นกับที่นี่มันเหมือนกันซะที่ไหนเล่า!

 

           ออกไปซะ บิลลี่

 

           ก็ได้บิลลี่แง้มประตูให้กว้างขึ้นอีกนิด ก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งมาใกล้เขา แต่ขอของฉันคืนมาก่อนนะ

 

          สตีฟวางสร้อยคอลงไปบนฝ่ามือของเจ้าของนั่นแรงๆ บิลลี่เอื้อมมือกลับไปก่อนจะยิ้ม แล้วใช้สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองมาที่เขาตั้งแต่ปลายเท้าจรดขึ้นมาถึงเส้นผม นานมากจนหยดน้ำแห้งติดกับผิวหนังของสตีฟไปหมดแล้ว!

 

           จะออกไปดีๆ หรือจะไปทั้งน้ำตา?”

 

           โอเคครับคุณแม่ ออกไปแล้วก็ได้ครับ!

 

          ฮึ่ยยยยย!!!

 

          สตีฟมุ่งเข้าไปหมายจะยีหัวทองๆ นั่น แต่ฝ่ายนั้นก็กลับชิ่งปิดประตูหนีไปซะก่อน เสียงหัวเราะดังขึ้น แกล้งเขาได้แค่นี้จำเป็นจะต้องสะใจดังขนาดนั้นเลยเหรอฟะ!?

 

          แต่น่าแปลกที่เขาดันเผลอยิ้ม...เผลอมีความสุขไปกับเสียงหัวเราะของบิลลี่

 

          ให้ตายสิน่า




--------------------------------------------------------------------

-เอาแบบสารภาพตรงๆ เลยมั้ยคะ คือตอนแรกที่ไรท์ตัดสินใจให้สตีฟเรียกบิลลี่ว่า ไอสิงโต คือจำไม่ได้เลยว่าสตีฟเคยเปรียบเปรยให้ดัสตินฟังตรงรางรถไฟในซีรี่ย์แบบนั้น แล้วนี่ไรท์มาเปิดดูอีกทีแล้วมันใช่ คือบับ...( อู้วววว ) 

-ไรท์รู้สึกว่าหลายตอนที่ผ่านมานี้อาจมีความยืดเยื้ออยู่มาก เพราะไรท์อยากบรรยายว่าตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาของการเป็นพี่เลี้ยงเด็กของสตีฟ มันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะจ้ะๆ

-ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ สัปดาห์หน้าไรท์ก็เปิดเทอมแล้ว ตอนต่อๆ ไปไรท์เลยยังไม่แน่ใจว่าจะมาช้าหรือมาเร็วมากแค่ไหน แต่ไรท์ก็สัญญาว่าจะมาค่ะ เจอกัลๆ

รักกก~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #18 //shinon// (@Nike123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 23:55
    แหมมมมม แกล้งลืมไว้แน่ๆเลย สตีฟของเราจะรอดคืนนี้ไปหรือไม่ หรือจะโดน-สิงห์งาบสะก่อน
    รอติดตามตอนต่อไปอยู่เด้ออออ
    #18
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #18-2 Eski (@0eski0) (จากตอนที่ 10)
      9 พฤษภาคม 2561 / 12:03
      ไม่ง่ายแบบนั้นหรอกค่ะ //ยิ้มกริ่มให้รีดเดอร์ ขอบคุณที่ติดตามไรท์เตอร์นะคะ <3
      #18-2