[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,089 Views

  • 79 Comments

  • 43 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    132

    Overall
    1,089

ตอนที่ 1 : I need the plaster

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Intro 

I need the plaster

19 / 03 / 2561



 

          สตีฟเกลียดแคลิฟอร์เนียเพราะมันนำคนที่สร้างความหายนะเข้ามาในชีวิตของเขา นั่นอาจเป็นคำครหาที่รุนแรง แต่ว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าหาก บิลลี่ ฮาร์โกรฟไม่ได้ย้ายมาจากที่นั่น!

 

           นายจะไม่ตอบโต้หมอนั่นเวลาที่มาหาเรื่องบ้างไม่ได้เลยรึยังไงกันนะแนนซี่ว่าพลางจุ้มสำลีที่ชุ่มไปด้วยยาลงมาบนรอยบวมแดงตรงโหนกแก้มของสตีฟ แนนซี่คงจะไม่มีวันเข้าใจเป็นแน่ว่าไอประโยค ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันสำคัญต่อฉายาคิงสตีฟอย่างเขามากแค่ไหน!

 

           ฉันก็ไม่อยากจะอะไรหรอกนะแนนซ์ ถ้าไอบ้านั่นไม่ได้ตั้งใจโยนลูกบาสมาใส่ฉันก่อนน่ะ

 

          ว่าแล้วก็หยุดย้อนเวลากลับไปคิดถึงสิ่งที่ไอตัวต้นเหตุทำกับเขาเอาไว้ไม่ได้ ถึงแม้ว่าคืนนั้นบิลลี่จะถูกแม็กซ์ขู่ด้วยวาจาและไม้เบสบอลที่สุดแสนจะหฤหรรษ์ไปแบบนั้นแล้ว แต่หมอนั่นก็ยังไม่วายหาโอกาสมาหาเรื่องเขาเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นในชั่วโมงพละของคาบบ่ายที่ผ่านมานี้ยังไงล่ะ

 

          แนนซี่ถอนหายใจ พูดไปนายก็ไม่ฟัง ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายสินะ ฉันไม่พูดแล้วดีกว่า

 

          สตีฟรู้ดีว่าตัวเองเป็นพวกหัวรั้นไม่ฟังใคร แต่เขาก็ยังนึกสงสัยว่านั่นใช่เหตุผลที่ทำให้โจนาธานกลายเป็นคนที่ดีกว่าเขารึเปล่า?

 

          สตีฟถอนหายใจ ถึงแม้ว่าเขากับแนนซี่จะเลิกกันมาได้ซักพักนึงแล้ว แต่คำถามนั้นก็ยังไม่วายแวบเข้ามาในหัวเวลาที่เธอเข้ามาใกล้ชิดกับเขาในฐานะ เพื่อนอยู่แบบนี้ สตีฟคิดว่าเขาควรจะวางตัวให้อยู่ห่างจากแนนซี่ซักระยะ แต่เมื่อเธอเห็นเขาหน้าดำช้ำม่วงก็ต้องลากมาช่วยทำแผลให้เสียทุกที

 

          แล้วอย่างงี้เขาจะเอาเวลาไหนไปทำใจได้ล่ะ...ถามใจตัวเองดู

 

           เอ้อสตีฟ งานโรงเรียนของเราปีนี้จะมีการจัดแสดงละครเวทีด้วยล่ะ

 

          สตีฟเลิกคิ้ว เริ่มรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แปลกๆ แล้ว?”

 

           ชุมนุมฉันยังหาคนที่จะมาเป็นพระเอกของเรื่องไม่ได้ ฉันก็เลยอยากจะชวนนาย...

 

           ไม่ ไม่ๆๆๆๆๆ แนนซี่ เรื่องขึ้นเวทีฉันไม่เอาด้วยเด็ดขาด ไม่เอา ไม่เอาด้วยแน่ๆ

 

           ทำไมล่ะ? ฉันอุตส่าห์คิดถึงนายในบทพระเอกเป็นคนแรกเลยนะเนี่ย พวกสาวๆ ต้องกรี๊ดลั่นแน่ถ้าเห็นนายยืนอยู่ข้างบนนั้น” ผายมือไปตามสายลมเป็นภาพประกอบ

 

           ฮะๆ แนนซ์ แต่เสียงกรี๊ดลั่นของสาวๆ ไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะโปรดปรานนักหรอกนะ

 

          แนนซี่เริ่มกอดอกอย่างครุ่นคิด “ก็แล้วถ้าไม่เป็นนาย ฉันจะไปหาใครที่ไหนมาเล่นแทนดีล่ะเนี่ย?”

 

           ทำไมเธอไม่ลองถามโจนาธานดูล่ะสตีฟว่าพลางเงยขึ้นไปสบตากับเจ้าของชื่อที่ยืนรอพวกเขาทำแผลกันมาตั้งแต่แรกโดยที่ไม่ปริปากบ่นอะไรออกมาซักคำ เป็นอีกครั้งที่สตีฟมองเห็นทั้งคู่สบตากันด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง จนอดอิจฉาขึ้นมาไม่ได้

 

           ฉันกังวลว่าเขาจะไม่ชอบขึ้นเวทีน่ะสิ

 

          ดูเป็นห่วงกันดีจังเลยนะ

 

           ไปตกลงกันดูก่อนเถอะ ถึงหมอนี่จะกลัวเวทีมากแค่ไหน แต่ถ้าเธอเป็นคนขอ เขาต้องยอมเปลี่ยนใจแน่ๆ จริงมั้ยพวก!?”

 

           เอ่อ…” โจนาธานอึกอัก แต่สตีฟมั่นใจแน่ว่าอีกไม่นานโจนาธานจะต้องตอบตกลงเธอเเน่ๆ

 

          ก็ใครที่ไหนจะใจร้ายตอบปฏิเสธแฟนตัวเองได้ลงคอล่ะจริงมั้ย?

 



          .

 



          สตีฟกลับมาถึงบ้านในตอนที่พ่อกับแม่ของเขายังไม่เลิกงาน เขาเลยยังพอมีเวลาคิดว่าจะตอบคำถามเกี่ยวกับรอยแผลบนใบหน้านี้ยังไงดี

 

          หกล้มหัวฟาด ตกจากต้นไม้หรือว่าใช้ไม้เบสบอลตอกตะปูไปหวดตัวอะไรมา เลือกเอาซักอย่างนึงสิเจ้าแฮร์ริงตัน!

 

          อา ถึงจะแก้ตัวแบบไหน ยังไงซะพ่อกับแม่ก็ต้องจับผิดเขาได้อยู่ดีนั่นแหละ ก็ในสายตาของพวกท่านเขาน่ะธรรมดาซะที่ไหนกันล่ะ

 

          บรื้น!!! ทันใดนั้นระหว่างที่สตีฟกำลังจะกวักน้ำในอ่างขึ้นมาล้างหน้า เสียงเครื่องยนต์กับเพลงร็อคก็ดังขึ้นจนพื้นบ้านเขาสั่นสะเทือน สตีฟขมวดคิ้วโดยที่ไม่ต้องรู้สึกสงสัย ใครที่ไหนจะกล้าด้านหน้ามาเปิดเพลงเสียงดังใส่หน้าบ้านคนอื่นได้นอกซะจากหมอนั่น!

 

          ไอบ้าหัวทอง ฮาร์โกรฟ!

 

           อะไรอีกล่ะคราวนี้สตีฟพึมพำขณะที่ก้าวออกจากห้องน้ำเพื่อไปเปิดประตูบ้าน ประจันหน้ากับผู้มาเยือนอย่างไม่สบอารมณ์แบบสุดๆ ต่างจากอีกฝ่ายที่กำลังยืนทำหน้ายิ้มสลอนอยู่หน้ารถ แม้จะมีบาดแผลจากการปะทะกันที่โรงเรียนอยู่เต็มหน้าก็ตามที

 

           เฮ้! แฮร์ริงตัน ดีใจจังที่นายออกมาต้อนรับกัน ทั้งที่ฉันยังไม่ได้เดินเข้าไปกดออดเรียกถึงหน้าบ้านเลยนะเนี่ย~เสียงยียวนของบิลลี่ยิ่งทำให้ความอยากกระแทกประตูปิดใส่หน้าของสตีฟรุนแรงมากขึ้นทุกที หากแต่อีกฝ่ายกำลังจะก้าวเข้ามาใกล้หน้าบ้านเขา สตีฟจึงจำต้องวิ่งออกไปกันท่าเอาไว้โดยอัตโนมัติ

 

          พื้นที่นี้เป็นของคิง ไม่ใช่คิงอย่ามายุ่ง!

 

           บอกมาดีกว่าว่านายต้องการอะไร อ้อ แล้วถ้าจะมาหาเรื่องกันอีกละก็ ฉันขอเลื่อนนัดไว้เป็นวันพรุ่งนี้เพราะวันนี้ฉันทำแผลแล้ว ถ้าเข้าใจก็รีบไสหัวกลับไปซะ!

 

           เฮ้ๆๆ อย่าเข้าใจกันผิดแบบนั้นสิพริตตี้บอย ฉันยังไม่ได้บอกเลยซักหน่อยว่าจะมาหาเรื่อง

 

          ก็คนอย่างแกนอกจากจะตามหาเรื่องชาวบ้านแล้วมันเคยมีเรื่องอื่นอีกมั้ยล่ะ!!?

 

          สตีฟกอดอกจ้องบิลลี่ตาเขม็ง แล้วมาที่นี่ต้องการอะไร?”

 

           มาจีบแม่นาย

 

           ไอ้...!

 

          บิลลี่หัวเราะลั่น จะตลกอะไรนักหนาฟะ! แค่ล้อเล่นเองน่าคิงสตีฟ ไม่คิดเลยว่าเป็นถึงคิงแล้วจะเชื่อคนง่ายขนาดนี้ ฮ่าๆๆ!

 

          แม้จะไม่ได้เจาะจงโดยตรง แต่ประโยคนั้นมันเป็นการหยามกันชัดๆ!

 

           ไม่ได้เชื่อโว้ย! ทีนี้ก็รีบบอกธุระของนายมาซักที ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมารอฟังนายตลอดทั้งคืนหรอกนะ...!

 

           ทำแผลให้หน่อยดิ

 

          ความหัวร้อนของสตีฟถูกตัดฉับด้วยคำพูดของบิลลี่ นี่มันบ้าอะไรกัน! หมอนี่มาถึงบ้านเขาก็แค่เพราะว่าอยากให้มีคนมาทำเรื่องหยุมหยิมแบบนั้นให้เนี่ยนะ!?

 

          ไม่มีทางซะล่ะ!

 

           มีมือก็ทำเองสิสตีฟตอบกลับไปอย่างไม่ใยดี แล้วทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่อีกฝ่ายก็ยังตามมาจองเวรเขาไม่เลิก

 

           บ้านฉันไม่มีพลาสเตอร์

 

          สตีฟข่มตากำมือกุมโทสะเอาไว้แน่นก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับบิลลี่อีกครั้ง

 

           งั้นก็ไปซื้อในเมืองซะสิ!

 

           แต่ว่าฉันไม่มีเงินบิลลี่ยิ้มพลางควงกุญแจรถในนิ้วชี้เล่น ราวกับจะรอดูว่าสตีฟจะพูดอะไรอีกต่อไป

 

           งั้นก็ปล่อยให้แผลนายตากอากาศอยู่แบบนั้นแหละ ปกติฉันก็ไม่ยักจะเคยเห็นนายทำแผลอยู่แล้วไม่ใช่รึไง?” นั่นคือเรื่องจริง ทุกครั้งที่สตีฟเห็นสภาพของบิลลี่หลังจากที่ไปมีเรื่องกับชาวบ้านมาก็คือรอยช้ำม่วงบนใบหน้า ที่ไม่มีพลาสเตอร์หรือแม้กระทั่งยาทาเลยด้วยซ้ำ!

 

          แล้วนี่เกิดนึกครึ้มอยากจะทำแผลขึ้นมาทำไมกันไม่ทราบ!?

 

           ก็คราวนี้อยากทำไง มีปัญหาเหรอ?”

 

          คำด่าเป็นร้อยๆ คำแล่นเข้ามาในหัวของสตีฟ แต่เขากลับพูดมันออกไปไม่ได้เลยซักคำ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะด่าคนตรงหน้านี้ยังไงดีแล้ว!

 

          ไอ้...! ไอ้...!! ไอ้...!!!

 

           เอาน่าคิงสตีฟ ฉันเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองขอมันไม่ได้เข้ากับตำแหน่งคิงของนายเลยซักนิด แต่ว่าฉันสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็น ความลับระหว่างเราสองคนล่ะกันนะ

 

          นั่นมันใช่แก่นแท้ที่สำคัญซะที่ไหนกัน!!! แล้วไอประโยค ความลับระหว่างเราสองคนนั่นยังชวนขนลุกชะมัดยากเลย ให้ตาย!

 

           ไสหัวกลับไปซะฮาร์โกรฟ เพราะยังไงฉันก็ไม่มีทางทำแผลให้นายแน่โดยเฉพาะแผลที่แกท้าให้ฉันต้องเป็นคนลงมือเอง!

 

           ถ้านายไม่ทำฉันก็ไม่กลับ

 

          สตีฟยักไหล่ อยากยืนให้ยุงกัดเล่นก็ตามใจ

 

           งั้นฉันจะจีบแม่นายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นทำให้สตีฟต้องตวัดตาใส่ ช่างเป็นคำขู่ที่น่ากลัวซะจริงๆ!

 

           คิดว่าคำขู่เด็ก ป.2 ของนายจะทำให้ฉันกลัวได้หรือไง เลิกทำปากดีแล้วรีบกลับไปที่ของนายซะ

 

           ฉันพูดจริงนะ แฮร์ริงตัน และฉันจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะได้สิ่งที่ฉันต้องการ

 

           งั้นฉันก็คงต้องใช้กำลังไล่นายออกไปสตีฟก้าวเข้าไปง้างหมัดใส่คนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังหนีหรือสู้ตอบกลับแต่อย่างใด ซ้ำยังกางแขนอย่างเชิญชวนเขาอีกต่างหาก

 

           เอาเล้ย ถ้านายอยากทำแผลให้ฉันเพิ่มก็ตามสบาย

 

          สตีฟกำมือกัดฟันกรอดจนตัวสั่น นายนี่มัน...!

 

           ว่าไงคิงสตีฟ ยิ่งเริ่มเร็ว ก็ยิ่งเสร็จเร็วนะบิลลี่แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องทำตามคำขอที่งี่เง่าของหมอนี่จริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย!?

 

          บ้าเอ้ย!

 

          สตีฟหายใจฟึดฟัด แล้วรีบเดินกระแทกไหล่ของบิลลี่ไปเอาอุปกรณ์ทำแผลในรถ ก่อนจะกลับมาเดินนำแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้าไปในบ้านของตัวเองอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

 

          บิลลี่ทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น โดยที่สตีฟยังไม่ได้กล่าวคำอนุญาตก่อนแม้แต่น้อย แต่เจ้าของบ้านอย่างเขาก็ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคนไร้มารยาทนี่ต่อไปแล้ว

 

           สาบานได้ว่าถ้าฉันทำแผลให้นายเสร็จแล้วยังไม่รีบไสหัวไป ฉันจะซ้ำรอยเดิมและไม่ทำเรื่องงี่เง่านี่ให้นายเป็นครั้งที่สองแน่

 

           แหมๆๆ ไว้ใจกันหน่อยสิคิงสตีฟ คนอย่างบิลลี่ ฮาร์โกรฟพูดแล้วไม่เคยคืนคำหรอก

 

          ขอให้มันจริงเถอะ!

 

          สตีฟเปิดฝาขวดน้ำยาล้างแผลแล้วเทชุบกับสำลี และวางกลับบนโต๊ะไปอย่างแรงกระแทกกระทั้นเพื่อแสดงความไม่พอใจให้กับไอคนตรงหน้า ก่อนที่จะจัดการชุบรอยชุ่มที่รอยช้ำบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักว่ามันจะทำให้รอยแผลพ้นกับคำว่า ติดเชื้อไปได้หรือไม่ ขณะที่มือก็พยายามรั้งแรงของตัวเองไว้ไม่ให้ทำแรงจนเกินไป เพราะขี้เกียจจะฟังเสียงโอดโอยน่ารำคาญของบิลลี่อีก โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าบิลลี่กำลังนั่งเฝ้าสังเกตการกระทำของตัวเองอยู่ตลอดเวลา

 

           เฮ้ แฮร์ริงตัน

 

           อะไร?”

 

           ฉันเพิ่งรู้ว่าตานายเป็นสีน้ำตาลประโยคนั้นทำให้สายตาของสตีฟที่มัวแต่จ้องง่วนอยู่กับรอยช้ำบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นเลื่อนไปสบตาของอีกฝ่ายนึงแทน เพ้อเจ้ออะไรของแกวะ ฮาร์โกรฟ

 

           ตาฉันสีน้ำตาลแล้วมันจะทำไม?”

 

           สาวๆ หลายคนคงจะชอบบิลลี่แค่นยิ้ม แต่ก็คงไม่ชอบเท่ากับตาสีน้ำเงินของฉันหรอก

 

          สตีฟไม่โต้ตอบนอกจากหรี่ตาใส่คนหลงตัวเองอย่างหมั่นไส้ แอบจี้สำลีใส่รอยช้ำรอบสุดท้าย ก่อนจะหยิบสำลีอันใหม่ขึ้นมาชุบยาแล้วทาต่อ

 

           ไม่คิดเลยว่าคิงสตีฟจะมือเบาขนาดนี้

 

           แล้วอยากได้มือแรงๆ มั้ยล่ะ

 

          บิลลี่แลบลิ้นออกมากวนอารมณ์เขาเหมือนทุกครั้ง แรงๆ ก็ได้ เร้าใจดีบิลลี่แกล้งพูดเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำจริง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักสตีฟ แฮร์ริงตันน้อยเกินไปซะแล้ว!

 

           อ้อได้!แกเป็นคนพูดเองนะไอหัวทอง! ว่าแล้วสตีฟก็ปล่อยแรงที่รั้งไว้ทั้งหมดออกมาอย่างเต็มที่จนผู้ถูกกระทำในครั้งนี้สะดุ้งตัวขึ้นมาร้องซะดังลั่น

 

           โอ๊ย! ทำบ้าอะไรของนาย ฉันเจ็บนะ!

 

           บอกว่าอยากได้แรงๆ ก็เลยจัดให้แรงๆ ไปเลยไง!สตีฟออกแรงจี้รอยช้ำบนใบหน้าของบิลลี่อย่างไม่ยอมลดละ พออีกฝ่ายทำท่าจะเบี่ยงหนี เขาก็ใช้มืออีกข้างดึงคางเอาไว้

 

           โอ๊ย! หยุด! ฉันบอกว่าให้หยุดไง!ความอดทนบิลลี่เริ่มขาดผึ่ง เขาไม่เคยปล่อยให้ใครหน้าไหนมาเล่นหัวเล่นหน้ากับเขาได้ถึงขนาดนี้! มีหรือที่นักเลงหัวร้อนอย่างบิลลี่จะปล่อยให้อีกฝ่ายทำแบบนี้กับตัวเองต่อไปได้!

 

          บิลลี่หาจังหวะคว้าข้อมือทั้งสองข้างของสตีฟเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วกำมันเอาไว้แน่นจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่มีทางสะบัดออกได้ รอยยิ้มแห่งผู้มีชัยปรากฏขึ้นบนใบหน้า อกทั้งสองร่างต่างสะท้อนขึ้นลงอย่างเหนื่อยหอบจากการหาทางหนีทีไล่กันไปมาเมื่อครู่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีความเงียบก็เซอร์ราวนด์ไปรอบๆ ตัวพวกเขาเสียแล้ว

 

          สถานการณ์แบบนี้มัน...!

 

          บิลลี่ค่อยๆ คลายแรงที่กำมือของสตีฟเอาไว้ลง ก่อนจะเลื่อนมันลงมาตรงกลางระหว่างอกของพวกเขา สตีฟขนลุกซู่ตอนที่มือหนาใช้ปลายนิ้วโป้งลูบมือเขาไปมา ไหนจะยังสายตาที่จ้องมองมาอย่างกับจะดูดกลืนวิญญาณเข้าไปนี่ด้วย!

 

          และมีอีกอย่างที่สตีฟไม่แน่ใจนักว่าตัวเองตาฝาดไปรึเปล่า...ที่เห็นใบหน้าของบิลลี่เขยิบเข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นจนลมหายใจของอีกฝ่ายเป่ารินรดโดนใบหน้าเขา

 

           กลับมาแล้วจ้า~”

 

          แต่ก่อนที่สตีฟจะทันได้แน่ใจ เสียงของมิสซิสแฮร์ริงตันก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน สตีฟจึงได้สติรีบสะบัดมือบิลลี่ทิ้งแล้วกระโจนตัวหนีจากโซฟาไปอย่างรวดเร็ว

 

           วะ...หวัดดีครับ

 

          พ่อกับแม่สตีฟยิ้ม แต่ก็หุบลงในทันทีที่เห็นรอยจ้ำบนใบหน้าของลูกชายกับชายแปลกหน้าบนโซฟา

 

           สตีฟ? นั่นหน้าลูกไปโดนอะไรมาน่ะ แล้วพ่อหนุ่มคนนี้เป็นใคร คงไม่ได้มามีเรื่องกันในบ้านหรอกใช่มั้ย?”

 

           เปล่านะครับแม่ ผมกับหมอนี่ไม่ได้...

 

           สวัสดีครับคุณและคุณนายแฮร์ริงตันบิลลี่พูดตัดหน้าสตีฟขณะที่ลุกขึ้นไปจับมือทักทายกับพ่อแม่เขาอย่างถือวิสาสะ

 

           สะ...สวัสดีจ้ะ

 

           ผมชื่อบิลลี่ วันนี้ผมกับสตีฟมีเรื่องกันที่โรงเรียนนิดหน่อยครับ

 

          พูดบ้าอะไรของแกวะ!!!

 

           แต่อย่ากังวลไปเลยครับ ผมมาที่นี่ก็เพื่อที่จะได้ปรับความเข้าใจกับเค้าเท่านั้น หลังจากนี้เราจะได้ไม่มีเรื่องกันอีก...จริงมั้ย? สตีฟว่าไม่พอยังหันมาขอความคิดเห็นจากเขาอีก แล้วไอหลายนาทีที่ผ่านมานี่มันเรียกว่า การปรับความเข้าใจกันตรงไหนมิทราบ!?

 

           ครับ และตอนนี้ผมก็คิดว่าได้เวลาที่เขาจะต้องกลับบ้านแล้วสตีฟกอดอก อย่างน้อยคำแก้ตัวของบิลลี่ก็ทำให้เขาไม่ต้องตอบคำถามของพ่อกับแม่เกี่ยวกับรอยช้ำในคืนนี้อีกต่อไป

 

           ใช่ ถ้าอย่างงั้น...ผมก็คงต้องขอตัวกลับก่อน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ

 

           ไว้เจอกันใหม่นะจ้ะ บิลลี่

 

           ครับ คุณนายแฮร์ริงตัน

 

          บิลลี่ก้าวออกมาจากบ้านของสตีฟอย่างสงบ การทำตัวมีมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดนัก แต่ก็ทำมันออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

          บิลลี่ทิ้งตัวลงบนที่นั่งหลังพวงมาลัย ความอ่อนนุ่มบนฝ่ามือของสตีฟยังคงอุ่นอยู่ในมือของเขา คู่ตาสีน้ำตาลที่มักจะมีแววไม่ไว้ใจแฝงอยู่ตลอดทุกครั้งที่เห็นหน้ากันก็ยังติดอยู่ในความทรงจำ แต่สิ่งที่บิลลี่ไม่เข้าใจคือทำไมเขาถึงได้สนใจริมฝีปากสีระเรื่อของอีกฝ่ายจนต้องเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ขนาดนั้นนัก

 

          แล้วบิลลี่ก็นึกขึ้นมาได้

 

          ...คิงสตีฟยังไม่แปะพลาสเตอร์ให้เขาเลยนี่หว่า




-----------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีจ้า รีดเดอร์ทุกท่าน >_< หลังจากที่ไรท์ห่างหายจากเด็กดีไปซะนานก็กลับมาพร้อมกับคู่ชิปใหม่ๆ อีกเป็นพรวน และแน่นอนว่าพล็อตฟิคต้องมา ( แต่ก็ยังเขียนไม่จบเลยซักเรื่อง - -^ ) และเพื่อให้มีไฟฮึดก็เลยตัดสินใจมาลงในเว็บเด็กดีอีกครั้งนึงค่ะ

ไรท์เตอร์ยังไม่สัญญานะคะว่าจะลงประจำวันไหน หรือลงทุกวันที่เท่าไหร่ แต่ไรท์จะพยายามปั่นให้เรื่องนี้จบให้จงได้ค่ะ ฮิ้ววว 

เจอกันตอนหน้าจย้า รัคคค <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #45 แบล๊คฟอกซ์ (@Ployngern) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:45
    น่ารักมากค่ะ;-;
    #45
    0
  2. #36 BBที่ไม่ใช่ครีม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:05

    เรือเราจะไม่เป็นเรือผีอีกต่อไปแล้วสินะ!!!!! มีคนจิ้นคู่นี้เหมือนกันด้วย สู้ๆนะคะไรท์ รออ่านอยู่นะคะ

    #36
    1
    • #36-1 Eski (@0eski0) (จากตอนที่ 1)
      15 ตุลาคม 2561 / 23:11


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ตุลาคม 2561 / 23:15
      #36-1
  3. #27 Mayyongchy (@Mayyongchy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 17:59
    ชอบอ่ะ คือไม่คิดว่าจะมีใครจิ้นคู่นี้เหมือนเรา คือดจีย์
    #27
    0
  4. #21 Kuro_Ariz (@kyonko-sama) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 11:55

    เพิ่งค้นพบเรื่องนี้ค่ะ โฮว////// บิลลี่มันร้ายย55555 ขอบคุณที่แต่งคู่นี้นะคะ ชอบมากเลย จะรีบอ่านตอนต่อไปเลยค่ะ XD

    #21
    0
  5. #8 Here.I.Am (@supernovas) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:49
    ว้าวยๆๆๆๆๆๆ รอคู่นี้มานานนนน เหนือกว่าคิงสตีฟก็บิลลี่นี่แหละ
    #8
    0
  6. #2 เบเบอย่างเน้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:32
    โฮ๊ะๆๆๆๆ นี่มัน idiots in love #เอามือป้องปาก

    ได้ข่าว่างตาบิลลี่เป็นประเภท Mom charmer สินะคร่ะ สนใจ steve harrington mom of the year ไหมจ้ะะะะ
    #2
    0