คุณชอบหน้าอ่านนิยายแบบใหม่มั้ย
ช่วยบอกเราหน่อย
คัดลอกลิงก์เเล้ว
เรื่องสั้น : ฟรีสไตล์ > รักดราม่า

( Short Fic The Walking Dead ) Just A Dream ( Daryl & Beth)

โดย Eski

...เธอจะกลับมามั้ยนะ ไม่มีใครตอบได้หรอก ...ฉันรู้ตัวแล้ว ...ว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้นเอง


ยอดวิวรวม

597

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


597

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


20
จำนวนโหวต : 0

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Just A Dream

Daryl & Beth

คำเตือน

เรื่องสั้นเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ได้มีเจตนาในการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องที่แท้จริง หรือทำให้ผู้ใดเสียหาย ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยค่ะ

สวัสดีค่า ^O^

ฟิคเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการดูซีรีย์ The Walking Dead จากการติดตามมา ทำให้ไรท์ได้พบกับคู่จิ้นคู่หนึ่ง นั่นก็คือป๋าแดริลกับน้องเบ็ท แต่พอจิ้นไปจิ้นมา สุดท้ายน้องเบ็ทก็( นั่นแหละเดี๋ยวหาว่าสปอยด์ TT ) จึงเกิดเป็นเรื่องสั้นเรื่องนี้ขึ้น




My Twitter

@EskiFic

My Wordpress

EskiFic : eskiimagine.wordpress.com

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 7 ก.พ. 59 / 14:24

บันทึกเป็น Favorite


ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงตัวเอง
คิดถึงเรื่องพวกเรา มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ
แล้วพอลืมตาขึ้นมา มันกลับกลายเป็นเพียงฝันไป
ฉันจึงเดินทางกลับไป ในเส้นทางเดิมนั้น
เธอจะกลับมามั้ยนะ ไม่มีใครตอบได้หรอก
ฉันรู้ตัวแล้ว

ว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้นเอง

…..

 

          ฝีเท้าของกลุ่มชนเดินตรงไปอย่างไร้จุดหมาย แต่กลับมีจุดสำคัญที่ว่าจะต้องมีชีวิตรอด แสงแดดในฤดูร้อนแผดเผาผิวกายของพวกเขาให้แสบผิวและกระหายน้ำ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้และยังไม่เลิกคิดที่จะเดินทางต่อไป

          ร่างสูงในเสื้อกั๊กหนังสีดำ ผมสีน้ำตาลเข้มยาวลงมาปรกหน้า หนวดเครารกรุงรังเนื่องจากไม่ได้โกลนมาหลายเดือน ในมือถือหน้าไม้อาวุธประจำตัวเอาไว้อย่างเมื่อยล้า

          ภาพนั้นมันยังคงติดตาตอนที่ทั้งคู่เดินทางไปด้วยกันตอนที่มีคนพรากเธอไปจากเขาตอนที่เขาได้พบเจอเธออีกครั้งตอนที่เธอจากเขาไปอีกครั้งอย่างไม่มีวันหวนกลับและตอนที่เธอนอนหลับอย่างสงบในอ้อมแขนของเขา



         ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอได้จากเขาไปแล้วจากไปชั่วนิรันดร์

          “แดริล” เสียงแครอลที่เดินนำหน้าเขาอยู่หันมาเรียกให้สติเขากลับคืนมา แดริลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากผืนดิน มองหน้าคนเรียกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว “อยากกินน้ำหน่อยมั้ย” แครอลว่าพลางยื่นขวดน้ำให้เขา

          “ไม่เป็นไร ฉันมีอยู่ ขอบใจ” แดริลปฎิเสธไป แครอลจึงพยักหน้ารับรู้แล้วเดินนำต่อไป แดริลยกขวดน้ำของเขาขึ้นมากระดกดื่ม แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหายกระหาย น้ำในขวดนั้นก็หมดก่อนเสียแล้ว “ แครอล บอกริคด้วย ว่าฉันจะไปหาน้ำ”

         แดริลฝากบอกเพียงแค่นั้นแล้วเดินหายเข้าไปในป่า เขาเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

          แดริลเดินลัดเลาะป่าเข้าไปตามเสียงธารน้ำไหลที่เขาได้ยินตามสัญชาตญาณ ในขณะที่สายตาคอยหวาดระวังเหล่าซอมบี้ที่อาจจะมุ่งมาทำร้ายเขาได้ แดริลเดินผ่านป่าเข้าไปได้อย่างง่ายดาย และในที่สุดเขาก็พบลำธารน้ำใสสะอาด

          แดริลใช้ขวดเติมน้ำจนเต็มแล้วเก็บไว้กับตัวอย่างมิดชิด มือหนาวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าคลายความร้อน ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งพิงหลังกับต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ ตัว

          แดริลหยิบมวนบุหรี่และไฟแช็กขึ้นมาจุดสูบพ่นควันขาว เขาอยากจะผ่อนคลายและหยุดพักสักนิด เผื่ออะไรดีๆ จะเกิดขึ้นมาบ้าง

          ทำไมทำไมเธอต้องจากเขาไป ทั้งที่ได้กลับมาเจอกันแล้วแท้ๆคู่ตาสีน้ำตาลเริ่มหม่นลงเมื่อกลับไปนึกถึงจุดนั้นอีกครั้งหนึ่ง หยาดโลหิตสีแดงฉานกระจายอยู่ทั่วพื้นพร้อมกับร่างบางที่ลงไปนอนกองตามอย่างแน่นิ่ง

          แดริลดับบุหรี่ในมือลงกับผืนดินและทิ้งมันไว้อย่างนั้น เขาหลับตาลง เสียงนกร้องกับเสียงธารน้ำไหลกล่อมให้เขารู้สึกผ่อนคลาย หัวสมองเริ่มปลอดโปร่ง เขาได้รับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนกลับมาอีกครั้งนึงหลังจากที่ต้องคร่ำเครียดมานาน

         

         

         

         แดริลเริ่มรู้สึกตงิดใจ เพราะเสียงนกกับเสียงลำธารได้หายไปแล้ว มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ที่มันจะเงียบงันได้ถึงเพียงนี้

          แดริลกลับมาได้สติอีกครั้ง เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แต่นั่นกลับทำให้สติของเขายิ่งพร่าเลือนยิ่งกว่าเดิม

          เขายืนอยู่ตรงนี้ ท่ามกลางกลุ่มฝูงชนที่ยืนแบ่งกันเป็นฟากซ้ายขวา ขอเน้นว่าเป็นคน คนแท้ๆ! ไม่ใช่ซอมบี้! ทุกคนต่างสวมชุดสีขาวรวมถึงตัวเขาเองและที่นี่ก็เป็นโบสถ์ด้วย

          แดริลเริ่มหันรีหันขวาง เขาหันไปพบบาทหลวงที่ส่งยิ้มมาให้อย่างมีเมตตา แต่ที่เขายิ่งต้องประหลาดใจก็คือเมิร์ล ดิกสัน พี่ชายของเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้น!

          เมิร์ลตายไปแล้วไม่ใช่รึ แล้วเขาจะมายืนทนโท่ในสภาพปกติอยู่แบบนี้ได้ยังไง!

          หรือว่าที่นี่จะเป็นดินแดนแห่งความตาย

          แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดลง เมื่อเขามองไปเห็นริค เกล็น เดล ที ด็อกและไทรีส ยืนอยู่ข้างๆ กับเมิร์ล ส่วนอีกฟากนึงมีแม้กกี้ แครอล ชาช่า มิโชน แอนเดรียและลอริยืนอยู่

          “มีอะไรสงสัยหรือเปล่าลูกชาย” บาทหลวงถามขึ้นเมื่อเห็นแดริลมองไปที่กลุ่มคนข้างหลังท่านอยู่นานแล้ว

          “คือผมสงสัยว่าผมมาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไมกลุ่มของผมถึงมา” แดริลพูดเสียงขาดห้วง ปากคอเขาสั่นไปด้วยความสงสัย

          “อ้าว ลูกจำไม่ได้รึว่าวันนี้คือวันวิวาห์ของลูกน่ะ”

          วันวิวาห์วันแต่งงานอย่างงั้นเหรอ!

          “แล้วคนที่อยู่ข้างหลังพ่อ ก็คือเหล่าญาติและสหายของพวกลูกทั้งสองที่มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวของลูกอย่างไรเล่า” บาทหลวงอธิบายเสียงเนิบๆ ด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ลูกคงจะตื่นเต้นมากจนเลอะเลือนไปแล้วใช่มั้ยเนี่ยอ่ะนั่น เจ้าสาวของลูกมาถึงแล้ว”

          บาทหลวงว่าพลางเลื่อนสายตาไปข้างหน้า แดริลละสายตาจากกลุ่มของเขาไปมองตามทางที่บาทหลวงมองทันที เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าเจ้าสาวของเขาจะเป็นใคร

          “ผู้เป็นที่รักของลูกสวยจริงๆ ว่ามั้ย” บาทหลวงพูดอย่างชื่นชม กับแดริลที่เอาแต่ยืนจ้องร่างเล็กอย่างมิอาจละสายตาได้

          ร่างเล็กในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ บนหัวของเธอมีผ้าคลุมสีขาวปิดหน้าเอาไว้ จนแดริลมองไม่ชัดว่าเธอคนนั้นเป็นใคร แต่หัวใจของเขากำลังเต้นอย่างระทึกเพราะเธอผู้นั้นเดินเกาะแขนของเฮอร์เชล พ่อของแม้กกี้กับเบ็ท โดยที่มีคาร์ลกับโซเฟียเดินโปรยกลีบกุหลาบนำทางมาหาเขา

          แต่ในเมื่อแม้กกี้ยืนอยู่ข้างหลังนี่ในฐานะเพื่อนเจ้าสาว งั้นก็แสดงว่าคนที่เดินมานี่ก็

          “ไม่ใช่หรอกน่า” แดริลพึมพำกับตัวเองเบาๆ คู่ตาของเขาเพ่งพินิศมองไปที่ร่างเจ้าสาวที่เดินสละแขนจากเฮอร์เชลเดินขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้าเขา เฮอร์เชลหันมายิ้มให้เขาแวบนึง

          

           “ได้เวลาท่องบทสวดได้แล้วลูกชาย” บาทหลวงกล่าวขึ้น เมื่อเห็นแดริลยืนเงียบไปนาน แดริลที่เอาแต่ยืนจ้องเจ้าสาวถึงกับสะดุ้งตอนได้สติ

          แดริลกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะท่องบทสวดที่เขาเคยได้ยินตอนที่ไปทำพิธีแต่งงานของคนอื่นๆ ก่อนที่โลกจะเปลี่ยนแปลงไป

          “ขะข้าพเจ้าแดริล ดิกสัน ขะขอรับ เอ่อ” แดริลต้องหยุดพูดลงเพราะเขาไม่รู้ว่าเจ้าสาวของเขาเป็นใคร!?

          “เบ็ท กรีน” เสียงหวานนั่นดังเบาๆ ไล่ผ่านผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวเข้ามาในโสตประสาทหูของเขา แดริลเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อแต่ก็พูดต่อ

          “ขะข้าพเจ้าแดริล ดิกสันขอรับคุณเบ็ท กรีนเป็นภรรยา และขอสัญญาว่าจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบายเพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

          “ข้าพเจ้าเบ็ท กรีนขอรับคุณแดริล ดิกสันเป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เสียงหวานนั้นเอื้อนเอ่ยชัดเจน โดยเฉพาะชื่อของเขา เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับแดริลที่หัวใจกำลังเต้นดังโครมคราม

          ทำไมเขาถึงรู้สึกดีใจและอิ่มเอมมากขนาดนี้นะ

          “มีใครจะขอคัดค้านหรือไม่” บาทหลวงถามขึ้น มีเพียงเสียงเงียบที่ตอบกลับมา “งั้นคุณแดริล ดิกสันกับคุณเบ็ท กรีนก็ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขอให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวสวมแหวนให้แก่กันและเปิดผ้าคลุมเจ้าสาวจุมพิตเพื่อเป็นเครื่องยืนยันให้แก่พระบิดาผู้อยู่บนสรวงสวรรค์ด้วยเทอญ”

          แดริลมือสั่นระริก สวมแหวนที่ได้รับมาจากบาทหลวงสวมให้กับเจ้าสาวที่สวมแหวนให้เขาเช่นกัน ก่อนที่แดริลจะค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปเปิดผ้าคลุมหัวของเจ้าสาวออก เผยให้เห็นคู่ตาสีฟ้าหม่น เส้นผมสีทองบลอนด์มัดเป็นทรงสวยและผิวสีขาวเนียนเกือบซีดของเธอ ใบหน้าหวานของเธอแต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อนๆ ไม่จัดจ้าน แต่มันกลับทำให้เธอสวยราวกับนางฟ้า

          “เบ็ท!?” แดริลเรียกชื่อเธออย่างสับสนปนกับโหยหา เขาไม่รู้ว่าเธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้ได้อย่างไร แต่เขายินดีที่เธอยืนอยู่ตรงนี้พร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข

          “จูบฉันสิ ที่รัก” เสียงหวานนั้นเอื้อนเอ่ย ก่อนที่เธอจะหลับตาลงเพื่อรอรับสัมผัสจากเขา แดริลมองใบหน้านั้นอย่างหลงใหล ก่อนที่เขาจะก้มลงไปประทับริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของเธอ

           หวานหวานเหมือนอย่างที่คิดเลยแดริลพร่ำเพ้อในใจ เขาหลงใหลเธอมากเหลือเกิน มากจนอยากให้ทุกสิ่งนี้เป็นความจริง

           หรือว่านี่คือเรื่องจริง เขาไม่ได้ฝันไป

           แดริลรู้ดีว่านี่คือความฝัน เบ็ทไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ เบ็ทได้จากเขาไปแล้ว แต่ถึงจะรู้ดีว่ามันเพียงเป็นแค่ฝัน เขาก็อยากจะเก็บเกี่ยวความสุขจากฝันนี้เอาไว้ให้มากและนานที่สุด เท่าที่เขาจะนึกจินตนาการได้

 

          … … …

          เสียงเพลงดังไปทั่วงานเลี้ยงหลังพิธีแต่งงานของทั้งสอง แดริลยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของงาน ท่ามกลางเสียงดนตรีและแขกร่วมงานที่กำลังเต้นหรือไปก็สนทนากันอย่างสนุกสนาน แต่ความสนใจของแดริลมีเพียงแค่เจ้าสาวของเขาที่กำลังเต้นอยู่กับเหล่าเพื่อนของเธอบนฟลอแดนซ์ด้วยรอยยิ้มและท่าทางเขินอายที่ทำให้ท่าเต้นของเธอดูเก้ๆ กังๆ แต่ก็น่ารักมากเลยทีเดียว

          “ไง ไอน้องชาย” เสียงเรียกพร้อมกับมือที่มาแตะอยู่บนบ่าทำให้แดริลหันไปมอง เขาจำได้ดีว่านี่เป็นเสียงของใคร แม้จะยังไม่ได้หันไปมองก็ตาม

          “ไง เมิร์ล ไม่เจอกันตั้งนานเลยนี่” แดริลฉีกยิ้มออกมาเท่าที่คนขรึมๆ อย่างเขาจะทำได้

          “พูดอะไรออกมาน่ะ เมื่อวานนี้เรายังตัดไม้ด้วยกันอยู่เลยไม่ใช่เรอะ” เมิร์ลพูดเสียงขัน

          เมิร์ลยังไม่รู้อะไร เขายังไม่รู้หรอกว่าโลกแห่งความจริงสำหรับแดริลในตอนนี้มันเจ็บปวดและว้าเหว่มากแค่ไหน

          “หึ! แกก็น่าจะรู้ว่าฉันชอบพูดอะไรไปเรื่อย” แดริลละสายตาของเขากลับไปมองเบ็ทที่หันมายิ้มและโบกมือเรียก

          “รีบไปซะสิ แฟนแกเรียกแล้วนี่” เมิร์ลเตือนพลางถองศอกใส่แขนของเขา

          “ขอกอดหน่อยได้มั้ย” แดริลหันไปถามพี่ชายของเขาที่มองกลับมาด้วยสายตางงๆ แต่ก็ยิ้มและกางแขนเตรียมจะกอดกับเขา แดริลไม่รอช้าเข้าไปสวมกอดพี่ชายของเขาทันที “ฉันรักพี่นะ”

          “ฉันก็รักแก ไอน้องชาย” เมิร์ลตบหลังเขาเบาๆ ก่อนจะเป็นคนผละออกไปและใช้มือขยี้หัวแดริลจนเสียทรงอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ

          “ไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปล่ะ” แดริลโบกมือลาเมิร์ลที่ยกมือขึ้นโบกตอบเช่นกัน ก่อนจะเดินละออกมาหาเจ้าสาวของเขาที่ยืนรออยู่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

          “คุณกับพี่ชายนี่น่ารักเสมอเลยนะ” เบ็ทพูดยิ้มๆ แดริลมองเธออย่างประหม่าจนต้องยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยแก้เก้อเขิน “มาเต้นกันเถอะ”

          เบ็ทลากแขนของแดริลไปตรงกลางฟลอ พร้อมกับจังหวะดนตรีช้าที่ดังคลอขึ้นมาเบาๆ เบ็ทเริ่มพาแดริลเต้นรำ แต่เธอก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อพบว่า

          “หึๆ คุณเต้นรำไม่เป็นนี่”

          “เธอก็น่าจะรู้ ว่าหน้าฉันไม่ได้ให้ไปทางนั้น” แดริลพูดกลั้วหัวเราะ แบบที่เขาไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่

          “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า เดี๋ยวฉันสอนแป๊ปเดียว คุณต้องเต้นได้แน่” เบ็ทพูดขึ้นมาอย่างมั่นอกมั่นใจ

          “จริงเหรอ…? แล้วถ้าฉันเต้นไม่ได้ล่ะ” แดริลยิ้มเจ้าเลห์ใส่เบ็ทที่เงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างขำขัน

          “ก็สุดแล้วแต่คุณอยากจะลงโทษฉันยังไงล่ะกัน แต่ไม่มีทางหรอก เพราะฉันมั่นใจว่าคุณจะต้องเต้นได้แน่ๆ” เบ็ทชูคอยิ้มอย่างไม่เกรงกลัว แดริลหรี่ตามองเธออย่างประเมิน

          “งั้นเดี๋ยวเราจะได้รู้กัน” แดริลยกยิ้มและเริ่มเต้นตามเบ็ทอย่างเก้ๆ กังๆ บางครั้งแดริลก็เป็นฝ่ายพลั้งยื่นเท้าเข้าไปให้เบ็ทเหยียบเท้าเข้า ทั้งสองหัวเราะเกือบทุกครั้งที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แล้วในที่สุดแดริลก็เต้นได้ซักที

          “เห็นมั้ย คุณเต้นได้แล้ว” เบ็ทพูดอย่างดีอกดีใจ แดริลจ้องมองเจ้าสาวแสนสวยของเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเลห์ ก่อนที่จะก้มลงไปฉกห้อมแก้มขาวทีนึง “นี่คุณ ทำอะไรน่ะ” เบ็ทจ้องเขาตาเขียว แต่ที่ผิวแก้มนั้นมีรอยแดงขึ้นสี

          “ให้รางวัลไง รึเธอไม่ชอบ”

          “คนฉวยโอกาส” เบ็ทพูดงอนๆ ก่อนจะกระโดดโลดเต้นไปหาเพื่อนๆ ของเธอ แดริลมองตามแผ่นหลังเธอไปด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

          กว่าแดริลจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนหลังจบงานเลี้ยงแต่งงานไปแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่พากันไปฮันนีมูน ไปเที่ยว ไปซื้อของ ไปทำกิจวัตรที่แดริลไม่ได้ทำมานานแล้วและไม่คิดว่าตัวเองจะได้ทำอีก

          แดริลกลับมาเป็นช่างยนต์อีกครั้งร่วมกันกับเมิร์ล ก่อนที่โลกจะเต็มไปด้วยความบ้าบิ่น แดริลรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาทันทีที่เห็นอุปกรณ์ต่างๆ วางอยู่ข้างเครื่องยนต์ที่รอการซ่อมแซม รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดอาจจะด้วยเพราะเขาไม่ได้ทำมันมานานมากแล้ว

          จนกระทั่งวันหนึ่ง

          “แดริล” เสียงเรียกของเบ็ทดังขึ้นพร้อมกับนิ้วเรียวของเธอที่สะกิดอยู่บนไหล่ของแดริลที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์เหมือนอย่างทุกวัน น้ำเสียงของเธอดูเหมือนกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง ซึ่งมันก็ทำให้แดริลพลอยเป็นกังวลไปด้วย “ฉันมีบางอย่างอยากจะมาบอกคุณ”

           “มีอะไรรึเปล่า เธอดูกังวลนะ” แดริลเกลี่ยเส้นผมสีทองบลอนด์ของเธออย่างที่เขาชอบทำและอยากทำมานานก่อนหน้านี้เบ็ทจ้องมองเขาครู่นึง ก่อนจะยกมือข้างขวาขึ้นมาเพื่อโชว์บางอย่างในมือให้เขาดู

          สองขีดสีแดง

          “เบ็ท จริงเหรอ” สีหน้าแดริลเต็มไปด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

          เบ็ทพยักหน้ายิ้มๆ ตอบเขา รอยยิ้มและน้ำตาแห่งความปลื้มปิติประทับอยู่บนใบหน้าหวาน ก่อนที่ทั้งคู่จะโผเข้ากอดกัน

          แดริลคอยดูแลเบ็ทเป็นอย่างดี ทั้งภรรยาและลูกของเขาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในครรภ์ แดริลพยายามดูแล ทะนุถนอมเบ็ทเป็นอย่างดี ให้สมกับที่เขาอยากทำ ต้องกการทำมันมาโดยตลอด

          และพอมาถึงจุดนี้ แดริลก็เพิ่งเริ่มตระหนักได้ว่าที่ๆ เขายืนอยู่นี้มันไม่ใช่ความจริง

         เมื่อถึงวันกำหนดคลอด เบ็ทก็สามารถทำให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง เบ็ทนอนอยู่บนเตียงห้องนอนพิเศษจากความเหนื่อยอ่อน ในขณะที่แดริลกำลังจ้องมองลูกชายตัวน้อยของเขาที่กำลังนอนหลับอยู่เช่นกัน

         ทั้งคู่ดูมีความสุขจนแดริลกลับไปคิดที่จุดเดิมว่าถ้าเขาดูแลเบ็ทให้ดีกว่านี้ เขาคงจะไม่ต้องเสียเบ็ทไป คงจะได้เห็นเธอยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ได้อยู่ใกล้ๆ เธอ ได้ดูแลเธอ ได้อยู่เคียงข้างเธอ ได้ปกป้องเธอเหมือนอย่างที่เขาเคยทำ

 

และตอนนี้คนรักของคุณก็จากไปแล้ว

และคุณก็ได้แต่หวังว่าคุณจะมอบทุกๆ อย่างให้เขาได้

….

 

         ขอโทษขอโทษที่ดูแลเธอให้ดีกว่านี้ไม่ได้

         กลับมาหาฉันได้ไหม ฉันคิดถึงเธอนะ

         ฉันไม่อยากเสียเธอไปอีกแล้วเบ็ท

         “แดริล แดริล คุณร้องไห้ทำไม” เสียงหวานที่นอนอยู่บนเตียงดังขึ้นมาอย่างตระหนก แดริลปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มขึ้นมาบางๆ และยกเก้าอี้เข้าไปนั่งใกล้ๆ

         “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่มองหน้าเธอกับลูกแล้ว” แดริลพูดอะไรไม่ออก เขาเม้มริมฝีปากกลั้นน้ำตาที่จะไหลออกมาอีกครั้ง “เรามาตั้งชื่อลูกกันเถอะ”

          “ให้คุณตั้งดีกว่า ไว้ฉันค่อยแสดงความเห็นทีหลัง” เบ็ทพูดยิ้มๆ ยื่นมือมาขยี้ปอยผมยาวๆ ของเขาเบาๆ  แดริลนิ่งไปนานอยู่พอสมควรก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

          “ แบล็ค โรส  ดิกสัน เธอว่าดีมั้ย”

          “แบล็คโรส!? กุหลาบสีดำน่ะเหรอ ทำไมคุณถึงอยากตั้งชื่อนั้นล่ะ”

          “เพราะกุหลาบสีดำน่ะ” แดริลเว้นวรรคคำพูด “หมายถึงว่ารักนิรันดร์ยังไงล่ะ”

          รักนิรันดร์เหมือนฉันกับเธอ

           “ฉันรักคุณนะ แดริล”

           “ฉันก็รักเธอเบ็ท” และฉันจะรักเธอตลอดไป

           …

           …

           …

           “แฮ่!!!” แดริลลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพราะมีบางสิ่งกำลังจับท่อนขาของเขาเอาไว้อยู่

          ซอมบี้!!!

         “งับ!” ก่อนที่แดริลจะได้ลงมือต่อกรกับซอมบี้ตัวตรงหน้านี้ มันก็งับขาเขาเข้าซะก่อน เขาช้าเกินไป!

          “แดริล!!!” เสียงริคดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืนที่ยิ่งเข้ากะโหลกซอมบี้ตัวนั้นเข้าเต็มๆ ก่อนที่ริคจะวิ่งเข้ามาดูอาการเขาอย่างร้อนรน หากยังมีสติดีอยู่เสมอ “นายโดนกัด ฉันต้องจัดการกับขานาย แต่ก่อนอื่นเราต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนที่พวกมันจะแห่มากันอีก เร็วเข้า!

           “พอเถอะริค” เสียงแดริลขัดขึ้น ริคจ้องมองเพื่อนเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็พยายามฉุดให้แดริลลุกขึ้นมาวิ่งออกไปจากที่นี่ด้วยกัน

            “เราต้องรีบไปกันแล้วนะ เร็วเข้า เข้มแข็ง ตั้งสติไว้หน่อยสิ แดริล!

           ริคพูดพลางตบหน้าเขาเบาๆ มองไปรอบๆ ตัวอย่างร้อนรน แต่ตอนนี้เขาหูอื้อไปหมด เรี่ยวแรงมหาศาลที่เคยมีสูญหายไป มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีผลต่อสมองของเขา

           เบ็ท

           ฉันจะ รักเธอไปชั่วนิรันดร์ ไม่ว่าหลังจากวินาทีนี้ฉันจะยังคงมีชีวิตรอด กลายเป็นร่างไร้วิญญาณหรือไม่ก็กลายเป็นพวกซอมบี้ไปแล้วก็ตาม ฉันก็จะยังคงรักเธอรักเธอ

           “แดริล!!!

           นั่นเป็นเสียงเรียกสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป

 

ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงตัวเอง
คิดถึงเรื่องพวกเรา มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ
แล้วพอลืมตาขึ้นมา มันกลับกลายเป็นเพียงฝันไป
ฉันจึงเดินทางกลับไป ในเส้นทางเดิมนั้น
เธอจะกลับมามั้ยนะ ไม่มีใครตอบได้หรอก
ฉันรู้ตัวแล้ว

ว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้นเอง

….


---------------------

 ไปพูดคุย & ติดตามกันได้ที่ Twitter : @EskiFic นะคะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Eski จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 21:16

    เศร้าฮืออ เบ็ทตายนี่จะเลิกดูละ555 สงสารป๋าแดลπ_π

    #4
    0
  2. #3 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 23:01
    แงงงง ก่อนอื่นคือดีใจมากค่ะที่มีคนแต่งฟิคคู่นี้ TvT (ไม่คิดว่าจะเจออ่ะ555555) สนุกมากค่ะ คือเศร้า อ่านตอนนี้แล้วภาพแดริลตอนวิ่งตามหาเบ็ทเลยอ่ะ อินจัดจนต้องไปย้อนดูss4อีกรอบ ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่สร้างผลงานดีๆ ให้เราได้อ่าน
    #3
    0
  3. #2 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 22:59
    แงงงง ก่อนอื่นคือดีใจมากค่ะที่มีคนแต่งฟิคคู่นี้ TvT (ไม่คิดว่าจะเจออ่ะ555555) สนุกมากค่ะ คือเศร้า อ่านตอนนี้แล้วภาพแดริลตอนวิ่งตามหาเบ็ทเลยอ่ะ อินจัดจนต้องไปย้อนดูss4อีกรอบ ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่สร้างผลงานดีๆ ให้เราได้อ่าน
    #2
    0
  4. #1 แบมแบม
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 12:30
    ฮือออออเบธToT
    #1
    1
    • 29 พฤศจิกายน 2558 / 18:35
      T T ขอบคุณที่เข้ามาคอมเม้นท์นะค่ะ #ปัจจุบันนี้ก็ยังทำใจเรื่องเบ็ธไม่ได้ค่ะ
      #1-1