ปรมาจารย์เทพสวรรค์ตื่นพิภพ

ตอนที่ 48 : บทที่ 46

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    6 พ.ย. 62

     สามวันต่อมา
     หลังจากเหตุการณ์ในป่าภูมองฟ้าครั้งนั้น อมตะก็รู้สึกว่าพลังของตนเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากหลังจากปะทะกับเหล่าภูติผี อสุราภายในป่าจนใกล้จะทะลวงสู่ขั้นที่สี่ได้แล้ว 
     จึงเร่งการบ่มเพาะขึ้นไปอีกจนก้าวเดียวจะทะลวงสู่ขั้นสี่และหากถึงขั้นนั้นเขาจะสามารถหยิบยืมและสัมผัสถึงกระแสแห่งพลังที่อยู่รายล้อมรอบตัวและหยิบยืมมาใช้ได้โดยไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย
     สามารถใช้เคล็ดวิชาเพิ่มเติมได้มากขึ้นอีกด้วยและตอนนี้ เคล็ดวิชา ผิวทองแดง ก็ยกระเบิดขึ้นไปอีกจนร่างกายแข็งแกร่งมากขึ้นราวกับเป็นทองแดงหนาจริงๆแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังใช้เวลาในการทะลวง
     ปกติแล้วคนในโลกบำเพ็ญเพียรหากไม่อยู่ในดินแดนเทวะ การเข้าถึงขั้นที่สี่ต้องใช้เวลารวมการทะลวงระดับอีกสามขั้นก็คือไม่ต่ำกว่า 8 ปี หรือหากอัจฉริยะก็ใช้เวลาเพียง 2-3 ปี แต่อมตะฝึกไม่ถึงครึ่งปีกลับสามารถใกล้จะทะลวงถึงขั้นสี่ ถือว่าน่าอัศจรรย์มาก
     คงต้องปิดด่านบำเพ็ญตนเพื่อยกระดับแบบก้าวกระโดดให้ทะลวงผ่านถึงด่านรับรู้เร็วๆ จะได้มีพลังพอจะต้านทานพลังของปีศาจที่ชื่อว่า จักระอัคคี ตนนั้นได้ ซึ่งทางที่ดีก็ควรจะนานถึงเดือนหรือสองเดือน และต้องอยู่บนยอดเขาสูง
     แต่ตอนนี้ อมตะก็ยังวางใจได้เปราะหนึ่งเพราะปีศาจตนนั้นบาดเจ็บ แต่ก็ยังต้องรีบทะลวงระดับให้เร็วเพราะพิธีกรรมที่จะดูดกลืนพลังดวงสุริยะจะเริ่มขึ้นในอีกไม่นานหากเร็วก็อาจใช้เวลาเพียงครึ่งปีหรือ 1 ปีเท่านั้น 
     แต่ตอนนี้ อมตะก็กำลังพักอยู่ภายในหอพักพร้อมกับขัดสมาธิ ซึ่งในขณะนั้นเองโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งจนอมตะต้องเหลือบไปมองก็พบกับชื่อของ เก็นเรียว 
      "ฮัลโหลครับ"
      "เฮ้ย รีบมาบริษัทด่วน มีงานเข้า งานรักษาความปลอดภัยระดับ SS รักษาบุคคลสำคัญ!"
     อมตะยิ้มพร้อมกับพูดในใจว่า
      'แม่คุณเอ้ย จะได้ปิดด่านฝึกตนไหมงานนี้'

     ณ กลุ่มเครือบริษัทดราก้อนไดม่อน กรุ๊ป
     อมตะเดินเข้าไปพร้อมกับชุดสูทสีดำสนิทและมีตราสัญลักษณ์บริษัทอยู่ที่หน้าอกขวาบนที่เป็นเข็ดกลัดมันวาวสีดำและมีรูปของมังกรที่มีสีคล้ายกับเพชรแวววาว โดยหัวของมันหันมาข้างหน้าพร้อมกับอ้าปากขู่
     อมตะเดินเปิดประตูเข้าไปก็พบกับเก็นเรียวกำลังเซ็นเอกสารบางอย่างพร้อมกับสริตาที่กำลังโทรคุยเป็นภาษาจีนกับใครสักคนอยู่ อมตะเดินเข้ามาก็พบกับบอดี้การ์ดระดับ S รวมตัวกันนับสิบคน
     พร้อมกับสิงห์ที่กำลังเช็ครายชื่อบอดี้การ์ดอยู่ ก่อนจะหันมาเห็นอมตะก่อนจะร้องเรียกว่า
      "เอ้า รีบเข้ามางานนี้งานใหญ่เป็นประวัติการณ์เลย"
      "อะไรหรอครับ!"
     อมตะพูดพร้อมกับเดินเข้าไปโดยที่เก็นเรียวหันมาเห็นตามเสียงเรียกของสิงห์ก็หยิบเอกสารใบสองใบที่มีคลิปหนีบกระดาษหนีบอยู่พร้อมกับรูปภาพของผู้หญิงคนหนึ่งให้กับอมตะก่อนที่อมตะจะเหลือบมองลงไปพร้อมกับเก็นเรียวที่พูดขึ้นว่า
      "นี่คือข้อมูลการทำงานรวมกับประวัติของเป้าหมาย นายเคยเป็นกองกำลังพิเศษ น่าจะรู้"
     อมตะจับขึ้นมาดูพร้อมกับจ้องมองไปยังรูปภาพของหญิงสาวคนนี้ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะหน้าตาของผู้หญิงคนนี้ดูสวยงามมากเรียกว่าระดับนางฟ้ามาเอง แต่เป็นความสวยแบบคนจีน ผิวขาว ปากชมพูอมแดง ผมที่ยาวจนถึงสะโพก
     [ งาน : คุ้มครอง CEO ของบริษัท ต้าหยู กรุ๊ป 1ใน10บริษัทเสื้อผ้าแแฟชั่นและเครื่องสำอางของจีน
     เวลา : 1 เดือน
     จำนวนเงิน : 10,000,000 ดอลร์ล่าสหรัฐ ]
     
     [ ประวัติบุคลากร
     ชื่อ : หลินจื่อเหวิน
     อายุ : 23 ปี
     สถานภาพ : โสด , ตกอยู่ในความอันตราย
     สินทรัพย์ทั้งหมด : ประมาณ 40,000 ล้านเหรีญสหรัฐ ( 1.2 ล้านล้านบาทเศษ )
     บุตรสาวคนโตของพลตรี หลินเฟย ( เสียชีวิตทางรถยนตร์ ) และนาง อวี่ฉิง ( เสียชีวิตทางรถยนตร์ ) มีน้องสาวทั้งหมด 2 คน คือ หลินจิงเหว่ย และ หลินเปย จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ด้วยเกรดนิยม ด้านการบริหารธุรกิจ นายพล หลินเฟย เสียชีวิตเมื่อ 3 ปีก่อนพร้อมกับภรรยา เธอใช้อำนาจทรัพย์ทั้งหมดที่เหลือในการบริหารธุรกิจที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางและแฟชั่นที่ตนถนัด จนพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยมีความช่วยเหลือจากกองทัพและรัฐบาลโดยมีเส้นสายที่ยังเหลืออยู่ของบิดาช่วยค้ำจุนจนร่ำรวยติด 1 ใน 1,000 อันดับโลกด้วยทรัพย์สินถึง 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันตกอยู่ภายใต้การหมายหัวขององค์กรนักฆ่าสากล - สเกลตัน องค์กรนักฆ่ามืออาชีพ ใช้เงินจำนวนมากจ้างบอดี้การ์ดแต่ทั้งหมดตายเพราะการซุ่มยิงและวางระเบิด ]
      "แล้วทำไม กองกำลังพิเศษถึงไม่ไปช่วยลูกสาวของนายพลหล่ะครับ ถึงแม้พลตรี หลินเฟยจะตายไปแล้ว เพื่อนของเขาที่เป็นนายพลด้วยกันน่าจะช่วยเหลือ"
      "ช่วยก็ช่วยอยู่หรอก แต่ส่วนใหญ่ตายเพราะถูกซุ่มโจมตีหมดแล้ว และบริษัทอื่นๆก็เริ่มไม่พอใจที่รัฐบาลและกองทัพให้ความสนใจมากเกินไป จนทำให้กองกำลังพิเศษต้อนถอยกลับไป แต่ยังมีบางคนยังดูแลอยู่ในฐานะ ร.ป.ภ."
     อมตะพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับสริตาวางสายจากโทรศัพท์ข้างนั้นก่อนจะหันมามองที่อมตะเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า
      "งานชิ้นนี้เป็นงานใหญ่ บริษัทต้าหยู เป็น 1ในบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทเรา เพราะแม่ของเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัย ฉันหวังว่าพวกเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ"
      "ครับ!!!"
     ทุกคนพากันไปจัดกระเป๋าเดินทางพร้อมกับเตรียมอาวุธไปด้วยโดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทไดม่อนกรุ๊ปที่โทรไปหากระทรวงต่างประเทศของประเทศไทยเพื่อให้ติดต่อไปยังประเทศจีนและยังขอให้กระทรวงกลาโหมช่วยติดต่อเพื่อขนย้ายอาวุธเข้าภายในประเทศจีน
     อมตะเดินออกมาพร้อมกับบุหรี่ที่ริมฝีปากพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะเปิดโทรศัพท์หาผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติพร้อมกับเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง โดยที่องค์กรข่าวกรองแห่งชาติจะส่งคำขอไปยังกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีนเพื่อขออนุญาตเบิกทางเข้าไป
     และพลตำรวจโทสงครามเหมือนจะทราบเรื่องและติดต่อไปยังองค์กรรักษาความปลาดภัยแห่งชาติที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมอีกทีเพื่อที่จะสนับสนุน
      "อ้อ พอดีเลย มีชาวจีนคนหนึ่งร่ำรวยจนผิดปกติในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ถ้านายจะไปที่จีนช่วยติดต่อให้หน่อยได้ไหม"
     ผู้บัญชาการหน่วยข่างกรองแห่งชาติ วิทพงษ์พูดพร้อมกับหยิบเอกสารใบหนึ่งออกมาพร้อมกับอ่านชื่อของคนๆนั้นให้กับอมตะฟัง
      "เขาชื่อว่า จ้าวเหว่ย เสี่ยใหญ่ที่มีอิทธิพลในจีน มีบ่อนการพนันใต้ดินและคาสิโนในจีนมากกว่าสองร้อยแห่ง ปล่อยเงินกู้มหาศาล มีอิทธิพลกับตระกูลมาเฟียในจีนและยังมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในระดับหนึ่งด้วย"
     อมตะได้ยินก็นิ่งพร้อมกับคิดสักพักและพูดว่า
      "เขาอยู่ที่ไหนครับ"
      "มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เขาอยู่ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แต่ข้ามไปฝั่งจีนแล้ว น่าจะอยู่ทางเมืองคุนหมิง เมืองหลวงของรัฐยูนนาน"
      "ตกลง"
     อมตะตอบตกลงก่อนจะหันไปมาสริตาที่ยืนมองอยู่ก่อนจะพูดถามไปว่า
      "จะเดินทางเมื่อไหร่ครับ"
      " ตีห้าของคืนพรุ่งนี้เลย"
     อมตะพ่นควันบุหรี่ออกมาก่อนจะถามกลับไปว่า
      "งานนี้จะได้เงินัสกเท่าไหร่ครับ"
      " คนละประมาณ 250,000 บาท ถ้าทำดีจนสามารถสืบหาตัวการได้จะให้เพิ่มเป็นคนละ 1,000,000 บาท"
     อมตะอึ้งกับความใจปล้ำของสริตา แต่ก็ยังเฉยเพราะเงินจำนวนนี้เทียบไม่ได้กับเงินจำนวนมากถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 300 ล้านบาท )
      "แล้วทำไมถึงมีคนคิดทำร้าย คุณหลินจื่อเหวินหล่ะครับ ทั้งที่ก่อนน่านี้ไม่มี และอิทธิพลของพ่อเธอที่เป็นนายพลน่าจะยังอยู่"
     สริตานิ่งลงไปในทันทีก่อนจะมองไปหาอมตะที่ยืนคีบบุหรี่อยู่พร้อมกับถอนลมหายใจและพูดต่อไปว่า
      "พ่อและแม่ของเธอ ไม่ใช้ตายแบบธรรมชาติหรือประสบอุบัติเหตุ แต่เป็นการลอบฆ่าต่างหาก!"
     อมตะดีดก้นบุหรี่ลงไปที่เขี่ยบุหรี่ด้านข้างห้องก่อนจะหันมามองสริตา และสริตาก็สูดลมหายใจเต็มปอดอีกครั้งและเล่าต่อว่า
      "พ่อเธอทำภารกิจพิเศษที่สามเหลี่ยมทองคำ ไปมีปัญหากับผู้มีอิทธิพลด้านมือทั้งกลุ่มกองทัพว้าแดง ราชายาเสพติด ราชาอาวุธสงครามเถื่อน และยังเป็นผู้บัญชาฯ ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้ง 18 คนที่เข้าไปจัดการขุนฟ้าลั่น เธอเป็นคนของกองทัพน่าจะรู้ข่าวนี้ดี ที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของจีนถูกซุ่มโจมตีจนเสียชีวิตทั้งหมดทั้ง 18 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่จู่โจมจับกุมขุนฟ้าลั่น แต่เพราะขุนฟ้าลั่นมีเสี่ยใหญ่ที่เป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองจีน ข้อมูลของหลินเฟยตกไปถึงมือของขุนฟ้าลั่น ขุนฟ้าลั่นจึงสั่งคนไปจัดการฟลินเฟย และอวี่ฉิงจนเสียชีวิต แต่ทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ"
      "งั้นแสดงว่าที่หมายหัวของหลินจื่อเหวินก็คือพวกกลุ่มกองกำลังเถื่อนสินะครับ"
      "ไม่ใช่ น่าจะเป็นอีกกลุ่มเพราะถ้าเป็นพวกนี้จริงๆจะส่งกองกำลังทหารรับจ้างเข้าไปจัดการ หากต้องการจะฆ่าเธอก็แค่เอาระเบิดวางไว้ทั่วึตกอาคารของเธอและบึ้มทีเดียวก็จบแล้ว พวกนั้นมีทั้งอาวุธและกำลังพล แค่ผู้หญิงคนเดียวคงไม่มีพิษมีภัย ต่อให้เธอเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยนับหมื่นล้านเหรียญ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกมัน ที่มีทั้งอาวุธ กองทัพรวมถึงธุรกิจผิดกฏหมายในภูมิภาค และกองทัพจีนก็ไม่สามารถส่งกองกำลังพลเข้ามาได้เพราะติดอาณาเขตสามเหลี่ยมทองคำที่เชื่อมต่อกับสามประเทศอันไร้กฏหมาย และหากเข้าไปก็อาจกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ตอนนี้ ทางรถไฟความเร็วสูงจากจีนก็กำลังสร้างขึ้นที่ยูนนานมาถึงภาคอีสานของไทยด้วย แผนรถไฟความเร็วสูงจากจีนมาไทยนั้นลงทุนมาก หากยกเลิกไปก็จะสูญเสียเงิยไปฟรีๆ น่าจะเป็นอีกกลุ่มที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทต้าหยู แต่ไม่น่าใช้บริษัทธรรมดา น่าจะเป็นบริษัทที่มีเส้นสายกับกองทัพและรู้ความเคลื่อนไหวของบริษัทต้าหยู ว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไร จนถึงขั้นสามารถส่งนักฆ่ามืออาชีพมาเก็บกวาดบอดี้การ์ดและพลรบพิเศษไปทีละคนจนตายเกือบหมด แต่น่าจะเป็นการข่มขู่มากกว่าและใช้การระเบิดเป็นการกดดันบริษัทต้าหยู ทางนั้นถูกปฏิเสธจากบริษัทรักษาความปลอดภัยและทหารรับจ้างจนหมดเพราะทำให้ฝ่ายบริษัทสูญเสียบุคลากรไปจำนวนมาก จึงขอให้เราช่วย"
     อมตะพยักหน้าอย่างเข้าใจฟังพร้อมกับลาออกมาโดยที่ในใจกลับคิดว่า
      "เหมือนไหร่จะพักน้า คนทาง dek-d บอกว่าต้องการให้ใช้พลังด้วย ไม่เหมือนที่บทนำบอกไว้  จะเอาไงดี อยากพักจริงๆแต่มันคิดเรื่องอื่นไม่ได้เสียด้วย  ทำภารกืจนี้ให้เสร็จก่อนค่อยไปปิดด่านฝึกตนแล้วกัน จะขอกองทัพลาสักครึ่งเดือน น่าจะทะลวงได้พอดี ก่อนบุกรังราชายาเสพติด ลายเสือ คำหนัก"
     
     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

217 ความคิดเห็น

  1. #144 0923652545 (@0923652545) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 16:39
    หยุดนี่คือการปล้นส่งตอนต่อไปมา
    #144
    0
  2. #143 าาา (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 05:17

    นึกว่าจะได้พักอัพพลังสัก 4-5 ตอนแม่ง-งานเข้าอีกจบงานนี้ถ้าพลังไม่เพิ่มไปขั้น 5-6 แม่งจะด่าไห้จำไม่ได้เลยว่าด่าไปกี่คำ

    #143
    0
  3. #141 Totorokun (@look-golf) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 22:49
    เมื่อไร่จะได้บำเพ็ญเพียรต่อนะ จะได้ไปโด้ของที่ป่าในลาวอีกที 55555
    #141
    0
  4. #140 ลู่เมิ่ง-sun- (@sroynokthong) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 22:25

    สนุกดีติดงอมแงม
    #140
    0
  5. #138 0642625933za (@0642625933za) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 18:26

    ต่ออออออออออออ
    #138
    0