ปรมาจารย์เทพสวรรค์ตื่นพิภพ

ตอนที่ 42 : บทที่ 40

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 245 ครั้ง
    29 ต.ค. 62

     อาหารมือเช้าก็คือ ผัดหมี่ผักหวานป่า หม้อใหญ่ที่ให้คณะตัดไม้กินพร้อมกับใส่เนื้อเค็มเข้าไปด้วย 
     หลังจากกินข้าวเสร็จก็พากันล้างมือล้างปากที่ลำธาร คณะตัดไม้จึงพากันขึ้นภูต่อโดยมีท้าวคำเพลิงนำโดยมีใช้เข็มทิศช่วยในการเดินทางพร้อมกับมีอนุวงศ์เดินตามอยู่ไม่ห่างก่อนที่อนุวงศ์จะถามถึงเรื่องลี้ลับอาถรรพ์ต่างๆของภูนี้
      "ผมก็ไม่รู้หรอกเพราะพึ่งย้ายมาจากหน่วยงานกลางที่เวียงจันทร์ ที่ผมนำขึ้นเขานี้เพราะมีแผนที่และเข็มทิศ ดงสักในป่านี้ก็รู้ว่ามีอยู่จริง แต่ไม่เคยเห็น แต่จากที่ได้ฟังคนเฒ่าคนแก่ฟังมา ป่านี้มันมีอาถรรพ์จริงๆ แต่ผมก็ศิษย์มีครูเหมือนกันพอมีวิชาอาคม ถ้าเจอผีป่าผีดง คงจะพอสู้ไ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้คงจะต้องวัดดวงเอา"
     ท้าวคำเพลิงพูดพร้อมกับเดินนำไป คนในคณะตัดไม้ที่ได้ยินพากันเสียขวัญตามๆกันยกเว้นแต่อมตะที่สูบบุหรี่ตามท้าย
     บ่ายคล้อยลงมา คณะตัดไม้ก็พากันพักที่ริมธารน้ำ โดยแกะห่อใบตองที่ห่อด้วยข้าวเหนียวและเนื้อเค็มพากันกินเป็นห่อใหญ่จนอิ่ม อมตะพิงต้นไม้สูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์ไม่เอาความอาถรรพ์เข้าที่หัวแม้แต่น้อย
     คณะตัดไม้ที่เหนื่อยล้าก็พากันคุยอย่างสุนกสนานพร้อมกับอนุวงศ์ก็ตะโกนว่าจะงีบสัก 1 ชั่วโมง ให้ทุกคนพักได้ พากันนอนกองที่พื้นงีบหลับกันยกเว้นแต่อมตะที่นั่งพิงต้นไม้มองไปโดยรอบตามแบบฉบับผู้เชี่ยวชาญศึก
     ก่อนที่เสียงปืนลูกซองจะทำทุกคนสะดุ้งพร้อมกับอ้ายฮวดแบกหมูป่าหนักราวๆ 20 กิโลกรัมแหวกผ่านพุ่มไม้ด้านข้างพร้อมกับวางหมูป่าบนไม้ห่ามก่อนจะพูดว่า
      "คืนนี้ไม่ต้องกินเนื้อเค็มกันอีกแล้ว"
      "เอ่อ เว้ย อยากกินหมูปิ้งจังวุ้ย"
     ไอ้ทวน เสือน้อยเดินกระย่องกระแย่งเข้ามาพร้อมกับใช้เขี้ยวเล็กๆขบไปที่หัวของหมูป่าพร้อมกับดึงไปมาจนอมตะต้องอุ้มมันออกมาไปให้พ่อเลี้ยงอนุวงศ์ก่อนที่อมตะจะชักมีดโบวี่ 12 นิ้วออกมาและเริ่มชำแหล่ะหมูป่าอย่างชำนาญ
     คนอื่นก็พากันถลกหนังหมูป่าออกและเอาเนื้อใส่ไปในย่ามส่วนกระดูกและเครื่องในที่ไม่ได้ใช้เผาทิ้งพร้อมกับแผ่เมตตาให้มันเพราะเรากินของเขา เราก็ต้องเคารพเขา
     อมตะก็สวดแบบส่งๆไม่ได้ใส่ใจมากมายก่อนที่พ่อเลี้ยงอนุวงศ์จะสั่งให้ทุกคนตักน้ำจากริมธารน้ำใส่กระบอกเพื่อไว้กินแล้วออกเดินทางทันทีทุกคนพากันตักน้ำให้ได้มากที่สุด
     การเดินทางผ่านมาอย่างทุลักทุเล จนกระทั่งมาถึงชายป่าก่อนทางขึ้นภู ซึ่งเป็นลักษณะบริเวณโล่งแจ้ง พบรอยของการก่อสร้างบ้านเรือน ซึ่งน่าจะเป็นของกลุ่มผู้บุกเบิกทำไร่ในป่า แต่ทว่ามีสภาพรอยทิ้งร้างไว้ โดยรวมๆแล้วก็เกือบจะ 20 กว่าหลังคาเรือน บางหลังยังมีสภาพแทบสมบูรณ์แต่ยังมีความเก่าแก่อายุยี่สิบสามสิบปีขึ้นไป  แต่ว่าไร้วี่แววผู้อยู่อาศัย 
     บัดนี้เป็นเวลาที่จวนจะใกล้พลบค่ำแล้ว
      "เเรานอนพักที่นี้แหล่ะครับ"
     คนในคณะตัดไม้พูดแต่ท้าวคำเพลิงรีบห้ามทันที
      "อย่าเด็ดขาด คนเฒ่าคนแก่เค้าบอกมา ถ้าเจอบ้านร้างในป่าห้ามพัก เราควรนอนที่ชายป่าดีกว่า"
     อ้ายฮวดก็พยักหน้าทำตามก่อนที่ทุกคนจะพากันไปพักที่ชายป่าโดยมีบางคนยังบ่นนินทาเบาๆกับพรรคพวกของตน
     ทิดกว่างพ่อครับประจำคณะจึงหยิบหม้อหุงข้างออกมาก่อนที่จะหยิบหม้อต้มออกมาใส่เครื่องเทศ ทำเป็นต้มยำ บางคนก็สับให้เนื้อหมูป่าละเอียดทำเป็นลาบใส่ข้าวคั่ว และเครื่องลาบที่เตรียมมมา โดยเมนูได้จากหมูป่าตัวนั้น ทั้งทาเกลือย่าง ทั้งผัดพริกแกงใส่ใบกระเพรา   โดยที่ทุกๆคนพากันแยกตัวกัน ออกสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆ  อ้ายฮวดได้พบว่าทางเหนือขึ้นไปจากจุดที่พัก ห่างไปประมาณเกือบ 1 กิโลเมตรนั้น  เป็นดินโป่งดินอยู่ติดกับหนองน้ำ ได้พบรอยสัตว์มากมายหลายชนิด
     อย่างดาบเริงก็เอาเนื้อมาทาเกลือ พริกไทยก่อนจะนำไปย่างอร้อมกับกินอย่างเอร็ดอร่อยแต่อมตะที่นั่งปิ้งหมูอยู่ก็เห็นคนในคณะบางคนแอบไปที่หมู่บ้านร้างนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่พ่อเลี้ยงอนุวงศ์ที่เห็นกะจะห้ามแต่อมตะห้ามเอาไว้ก่อน 
      "ปล่อยมันไปเถอะครับพ่อเลี้ยง ถ้ามันเจออะไร มันจะได้มาบอกเรา พวกดื้อพวกนี้ต้องปล่อยให้มันเจออะไรหนักๆ จะได้รับการสั่งสอนเสียที"
     อมตะพูดพร้อมกับใช้ไม้ไผ่ที่ทำเป็นตะเกียบพลิกเนื้อหมูป่าไปอีกด้านพร้อมกับย่างให้สุดใกล้เกรียมก่อนจะกินอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด
.....
     เสียงกองไฟค่อยๆรุกมอดดับกิ่งไม้แห้งไปเรื่อยๆจนเกิดเสียงปริแตกของกิ่งไม้แห้งที่ถูกเปลวเพลิงเผาผลาญ อมตะที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ชายป่าก็นั่งสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์ไม่สนใจอากาศที่หนาวเย็นแม้แต่น้อย
     ปืนไรเฟิลพิงอยู่ที่ต้นไม้ใกล้ๆส่วนที่ตักมีมีดผีเสื้อที่เหวี่ยงไปมาสะบัดไปมาราวกับกำลังเล่นมีดอย่างสบายอารมณ์
     แต่ขณะนั้นเองเขาก็ได้กลิ่นไอปีศาจอยู่ไกลๆใกล้กับหมู่บ้านร้างนั้นแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่ขณะนั้นเอง อ้ายฮวด ดาบเริงเดพินมาทางีน้พร้อมกับดาบเริงที่เอ่ยชวนอมตะที่นั่งพิงต้นไม้ทันที
      "คุณจะไปนั่งห้างกับเราด้วยไหม"
      "เอาสิ"
     อมตะพูดพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับเดินตามอ้ายฮวดและดาบเริงไปนั่งบนห้างที่ขัดเอาไว้ ใช้เวลาเดินไม่นานก็ไปถึงก่อนที่จะปีนขึ้นไป
     อ้ายฮวดก็บอกว่าห้ามเยี่ยว ห้ามถุยน้ำลายลงมาซึ่งเหตุผลจริงๆก็คือ สัตว์มันมีกลิ่นและประสาทสัมผัสดีกว่ามนุษย์นับร้อยเท่าแค่ทำอะไรสักอย่างสัตว์จะรู้ตัวทันทีและอดจะยิงสัตว์
     อมตะนั่งพิงต้นไม้บนห้างก่อนจะเปลี่ยนปืนไรเฟิลกับปืนลูกซองของดาบเริงเพราะการยิงกลางคืน การใช้ปืนไรเฟิลไม่ถนัดในตอนกลางคืน ปืนลูกซองจึงดีกว่ามากและอมตะก็ชอบปืนลูกซองด้วย
     ฝ่ายแคมป์ ทุกคนก็พากันนอนหลับด้วยความเหนื่อยหล้าเหลือเพียง นายเลิคที่ละลายนมข้นกับน้ำอุ่น เพื่อให้เสือน้อยทวนกินโดยที่ ทิดก้อน ทิดกว่างและคนงานอีกคนนั่งเฝ้าอยู่
      "เดี๋ยว ข้าไปฉี่ก่อน"
     ทิดก้อนพูดพร้อมกับเดินไปฉี่ที่ชายป่าใกล้กับหมู่บ้านร้างโดยที่ทิดก้อนเห็นคนงาน 3-4 คนนอนภายในบ้านร้างเหล่านี้แต่ไม่ได้สนใจเพราะได้ยินที่อมตะพูด แต่ทันใดนั้นเองเขาเริ่มรู้สึกถึงกลิ่นสาบบางอย่าง
     ขณะนั้นเองก็ปรากฏร่างของสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง แววตาครุกรุ่นแดงฉาน ราวกับสัตว์ร้ายที่ออกมาจากขุมนรก มันค่อยๆย่างสามขุมเข้ามาหาเต๊นท์นอนเรื่อยๆ มีกลิ่นเหม็นสาปสางลอยอบอวลรอบบริเวณ มันช่างแตกต่างจากกลิ่นลาแวนเดอร์ยิ่งนัก
     ทันใดนั้นเองคนจากบ้านร้างก็พากันตื่นและวิ่งออกมาเพราะเห็นเงาตะคุ่มๆเข้าล้อมหมู่บ้านเอาไว้ซึ่งเมื่อมองไปก็เห็นตาของเงาตะคุ่มที่เป็นสีเหลืองๆเขียวๆราวกับตาของสัตว์
      "เฮ้ย ตาอะไรวะ"
     ขณะนัน้เองคนงานคนหนึ่งเห็นสายตาสีเลือดที่กำลังย่างก้าวสามขุมไปหาคนในเต้นท์็ก็ร้อง
      "เฮ้ย ตัวเงินตัวทองอะไรวะเนี่ย"
     เสียง้รองนั้นเองทำให้ทุกคนสะดุ้งตื่นและทิดกว่างที่เห็นตาคู่นั้นเหมือนกันจึงชักปืน M 1 คาร์บินลั่นไกใส่สายตาคู่นั้นแบบรัวเลยทีเดียว
      "เฮ้ย ตัวอะไรวะ"
     เมื่อเสียงปืนดังสนั่น อมตะที่นั่งอยู่บนห้างก็สะดุ้งตามสัญชาติญาณทหารประทับปืนลูกซองกวาดไปโดยรอบ
     ท้าวคำเพลิงที่มีวิชาอาคมได้ปักไม้หลักเพลิงเอาไว้โดยรอบ สัตวตัวนี้ถูกอาคมของไม้หลักสกัดเอาไว้และถูกกระสุนปืนยิงถล่มจึงกระโจนหนีเข้าป่า
      "มันเป็นตัวสางดง ทุกคนระวัง"
     ท้าวคำเพลิงป้อนกระสุนเงินเข้าไปในรังเพลิงพร้อมกับยกปืนไรเฟิลขึ้นประทับบ่าแบบทะมัดทะแม่งก่อนที่จะลั่นไกไปที่หน้าอกของสางดงตัวใหญ่มหึมาที่กำลังกระโจนหนี ก่อนที่คนงานบางคนใช้ระเบิดที่ใช้ไว้ล้มไม้ปาใส่สางดง
     เสียงปืน และระเบิด ราวกับสงครามกลางป่า ทำเอาอมตะที่อยู่บนห้างสะดุ้งเหมือนกัน คนงานที่นอนบนเปลก็สะดุ้งคว้าอาวุธคู่กายระดมยิงเหมือนกัน ยิงกันเป็นแถวราวกับทหารที่ยิงในวันสำคัญ
     สางดงตัวนี้หนีขึ้นไปบนห้างก่อนที่จะเสียงเสียงกวีดที่ราวกับมีคนหลายคนร้องจากที่เดียวกัน เสียงโหยหวนของิวญญาณจากขุมนรกที่ร้องจากปากของสางดงตัวนี้
      "จากที่คนเฒ่าคนแก่บอกมา สางดงเป็นปีศาจประเภทภูติไพร มันมีพลังอาถรรพ์ของภูติผีปีศาจตายโหงสิงสู่ มันจะมีเสียงร้องหวีดแหลมคมอย่างกดประสาท และชอบดูดกินเลือดและเครื่องในไส้พุงเป็นอาหาร มันกินได้ทั้งคนทั้งสัตว์ ตัวมันมีขนาดเท่าๆกับลูกวัว รูปร่างเหมือนเสือโคร่งผสมหมีควาย ดวงตาของมันคุกรุ่นสีแดงฉาน ถ้าได้เผชิญหน้าอย่ามองจ้องดวงตามัน เพราะอาจโดนสะกดจิตได้ ลูกกระสุนปืนธรรมดาๆนี้ พรานแก่ๆบอกว่าทำอะไรมันไม่ได้หรอก อย่าเที่ยวไปประจันหน้ามัน ถ้าหนีได้ก็ให้รีบหนีมันไปไกลๆ นี่เป็นเรื่องเล่าของนายพรานเก่าๆ ที่เคยขึ้นมาบนภูนี้ แล้วหนีรอดกลับออกไป เขาสืบทอดเรื่องเล่าขานไว้ว่า ที่ภูนี้มีตัวสางดง อย่าได้ริอาจขึ้นมาล่าสัตว์เด็ดขาด"
      "สงสัยโดนปืนกับระเบิดจนไม่เหลือซากแล้วมั้ง ปืนตั้งเป็นสิบกระบอก ระเบิดอีกหลายแท่ง"
     อ้ายฮวดหันมามองดาบเริงก่อนจะพูดต่อว่า
      "มันน่าจะไปแถวแคมป์ที่พัก ถ้ามันมาทางนี้ได้กลิ่นพวกเรา มันจะหันมาเล่นงานเราเอง เห็นทีเราจะแย่เหมือนกัน พวกเรามีแค่ 3 คน คงจะลำบากแล้วหล่ะงานนี้"
     อมตะถอนลมหายใจออกมา เสียงปืนทางแคมป์ก็เริ่มสงบแล้วเหมือนกัน สายลมก็เริ่มกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงกรี๊ดร้องเริ่มเข้าใกล้มาเรื่อยๆพร้อมกับอ้ายฮวดพูดว่า
      "รึว่าเราเข้ามาในเขตหวงห้ามของสางดงวะ เอากระสุนเงินของข้าไป สางดงมุ่งมาทางเราแล้ว"
     อมตะยกมือโบกไปมา อมตะก็หันไปมองทางนั้นอย่างนิ่งสงบอย่างไม่ใส่ใจเรื่องที่สางดงที่อ้ายฮวดเล่า อ้ายฮวดและดาบเริงปีนขึ้นไปบนที่ปลายยอดไม้เพื่อหลบเหลือเพียงอมตะที่หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ
      "เฮ้ยรีบหลบมา-"
     ขณะที่อ้ายฮวดพูดก็ปรากฏเงาตะคุ่มยักษ์โผล่มาจากด้านล่างอมตะดีดีบุหรี่ลงไป สางดงตัวนี้เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับคำรามเสียงดัง อมตะเหวี่ยงปลายกระบอกปืนเล็งไปด้านล่างพร้อมกับลั่นไก
     กระสุนลูกปรายพุ่งเข้าไปในที่ปากที่อ้าของสางดง แต่มันกลับถอยหลังไม่กี่ก้าวเท่านั้นก่อนจะคายเอากระสุนออกมา อมตะถุยน้ำลายลงพื้นพร้อมกับยืนขึ้นห้างก่อนที่จะกระโดดลงมา
     อมตะใช้เข่าทั้งสองกดไปที่ไหล่สองข้างของตัวสางดงก่อนจะรวบรวมพลังในร่างและชกไปมาบนศีรษะของสางดงหลายครั้งจนมันคำรามและสะบัดหัวไปมา แขนทั้งสองข้างเหวี่ยงขึ้นไปจับที่เอวของเขา
     อมตะใช้แขนทั้งสองข้างปัดป้องแขนอันใหญ่ยักษ์ของสางดงก่อนที่อมตะจะหมุนตัวลงมาก่อนที่อมตะจะตั้งท่าการ์ดพร้อมกับจ้องมองไปยังตัวสางดงพร้อมกับกวักมือเรียก สางดงเห็นอย่างนั้นจึงคิดว่าท้าทายจึงรีบพุ่งเข้ามา
      "เก่งนักหรอ มึง มีใบอนุญาตให้ตะโกนรึเปล่า"
     เคล็ดวิชา  - ฝ่ามือเคลื่อนกระดูก
     ฝ่ามือของเขาที่รวบรวมกำลังภายในและพลังฌาณพุ่งฟาดไปที่หน้าอกของสางดงจนสางดงกระเด็นออกไปเกือบวาพร้อมกบัมันที่หันมามองอเมตะอย่างประหลาดใจพร้อมกับเหวี่ยงหัวไปมาราวกับไล่ความงุนงงออกมา
      "เอ้า อ้าปากมารับส้นเท้ากูมา"
     อมตะพูดพร้อมกับกระทืบเท้าลงบนพื้นพร้อมกับกระเด็นขึ้นมาก่อนที่อมตะจะหมุนตัวใช้ส้นเท้าเหวี่ยงฟาดไปที่ปากของสางดงจนสะบัดตามส้นเท้าที่เหวี่ยงไปมา
     เพลงมวยมังกร 64 ฝ่ามือ
     อมตะชกไปที่หน้าอกและหน้าท้องของสางดง ส้นของฝ่ามือกระแทกไปบนหน้าอกของสางดงและฟาดฝ่ามือไปมาจนสางดงถอยหลัง ก้าวถอยหลังออกไปตามแรงกระแทกของอมตะ
      "โอโห ชกกับสางดง เก่งมาจากไหนวะเนี่ย"
     อ้ายฮวดและดาบเริงพูดพร้อมกับมองไปยังอมตะที่กำลังยกเท้าถีบไปที่ท้องของสางดงจนมันกระเด็นออกไปพร้อมกับใช้สองมือปัดไปที่คอเสื้อและกางเกงของตนก่อนที่จะหันไปมองสางดงที่จ้องมาเหมือนกัน
     อมตะกระโจนขึ้นไปบนฟ้าใช้เข่าลอยกระแทกบนใบหน้าของสางดง แต่สางดงเหมือนจะได้สติใช้แขนสองข้างปัด แต่อมตะตีลังกากลางอากาศใช้เท้าสองข้างแตะบนแขนสองข้างของสางดงที่ยืนเป็นสง่า
     ก่อนจะยกหมัดขวาขึ้นเสยชกไปบนเบ้าหน้าของสางดงก่อนจะใช้มือสองข้างจับไปที่ไหล่ของสางดงและเข่าที่สวนขึ้นมาบนปลายคางของสางดงพร้อมกับอมตะที่ยกมือขึ้นไปบนฟ้าไปทางอ้ายฮวดและดาบเริงที่กำลังมองอยู่
      "เอา ปืนกับระเบิดมา"
     อ้ายฮวดโยนระเบิดแท่งพร้อมกับปืนไรเฟิลไปให้อมตะ อมตะรับพร้อมกับยกเท้าซ้ายเหยียบลยไหล่ขวาของสางดงก่อนจะใช้ปลายกระบอกปืนไรเฟิลกดไปที่ปากที่อ้าของสางดงก่อนจะลั่นไกเข้าไปเต็มๆ 1 นัด
     อมตะก็ใช้แขนสองข้างงัดปากของตัวสางดงขึ้นมาพร้อมกับยัดระเบิดแท่งเข้าไปพร้อมกับตีลังกาลงมาอย่างเท่ๆ
      "อย่าอ้วนเพราะแดกเก่ง เหมือนไอ้ พระวิทย์ เพราะมันจะล้มกลางสภา เอ้ย กลางป่า"

ปล.มุกใกล้คุกเก่งจัง 
ปล. 2 - อัพก่อนล่วงหน้า 2 วัน 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 245 ครั้ง

216 ความคิดเห็น

  1. #193 DarkMof (@DarkMof) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 13:48
    ถ้าไม่เห็นเคล็ดวิชาผมนิว่าอ่านจักรวาลคู่ขนานเพชรพระอุมาแล้วนะ
    #193
    0
  2. #104 779911pk (@779911pk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 16:02

    รพินทร์ ไพรวัลย์ชัดๆ

    #104
    0
  3. #94 Nop (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:38

    555 รพินทร์เวอร์ชั่นมีลมปราณ เสียดายคณะไม่มีคุณหมอ (แซว)


    #94
    2
    • #94-1 Akkarawat Sirisuwan (@ball1334) (จากตอนที่ 42)
      29 ตุลาคม 2562 / 23:18
      คิดเหมือนกันเลย
      #94-1
    • #94-2 DeltaFrostz (@DeltaFrostz) (จากตอนที่ 42)
      31 ตุลาคม 2562 / 01:29
      ถ้าอมตะร่วมคณะหานายชดด้วยนี่รพินทร์สบายกว่าเดิมเยอะ
      #94-2
  4. #93 loveforeverjk35 (@loveforeverjk35) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:20
    5555 ดีนะได้ดูคลิป ไม่งั้นมีงง
    #93
    0
  5. #92 0642625933za (@0642625933za) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 19:56
    5555555
    #92
    0
  6. #91 ตับเลเวล100 (@tonoak1230) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 19:34
    wtf! อ่านข้าม
    #91
    0