ปรมาจารย์เทพสวรรค์ตื่นพิภพ

ตอนที่ 4 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 724 ครั้ง
    19 ก.ย. 62

     เสียงสั่นไหวตามธรรมชาติของชายหนุ่มคนหนึ่งที่วิ่งแบบจ็อดกิ้งตามข้างทางจนพระอาทิตย์ใกล้พ้นขอบฟ้าเปล่งประกายอย่างเต็มที่ เงาจากพุ่มไม้ที่หนาทึบเริ่มลดลงเผยร่างของชายหนุ่มที่กำลังวิ่งอย่างเรียบง่าย แต่กลับคงระดับความเร็วไว้ได้ตลอดเวลา คนปกติอาจคิดว่านี้ธรรมดาแต่ใครจะเชื่อว่าเขาวิ่งแบบนี้ตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์ปล้นรถทัวร์เมื่อสองถึงสามชั่วโมงก่อน
     ที่นครปฐม จนตอนนี้เขาเขตกรุงเทพแล้วเป็นระยะร่วมห้าสิบกิโลเมตรคนปกติคงหอบตายข้างถนนแต่กลับชายคนนี้มีเหงื่อไหลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เสียงพ่นลมหายใจยาวดังออกมาพร้อมกับแขนที่ยกขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากและร่างกายที่หยุดวิ่งลงพร้อมกับอมตะมองไปด้านหน้ามีตึกรามบ้านช่องอยู่เต็มไปด้วย ป่าข้างทางแบบนี้รัฐบาลจัดสร้างขึ้นเพื่อลดมลพิษ
     อมตะนั่งลงใกล้กับต้นไม้เล็กๆที่มีเครือเถาขึ้นปกคลุมทั่วทั้งป่าละเมาะใกล้ๆกับข้างทางและมองไปโดยรอบที่ปากคาบบุหรี่พร้อมกับจุดบุหรี่ขึ้นมาอย่างเรียบง่าย ไลท์เตอร์ตัวงามขึ้นมาเสียงแชะดังครั้งเดียว เปลวไฟสีส้มปนน้ำเงินอ่อนปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงเแลวไฟที่เผาผลาญอากาศอย่างรุนแรง ปลายม้วนบุหรี่จ่อเข้ามาพร้อมกับปิดไลท์เตอร์ควันเผยขึ้น
     พร้อมกับบุหรี่ที่ถูกพ่นออกมาเป็นระยะดวงตามองไปบนท้องฟ้า ยังมีความทรงจำบางส่วนที่สับสนแต่ก็ไม่ใช้ปัญหาเพราะยังไงความทรงจำครั้งแรกที่มาวัดสะพานเหล็กยังอยู่ในความทรงจำเสมอ เขาหลับตาลงนั่งขัดสมาธิพร้อมกับสูดลมหายใจเข้า-ออก ร่างกายเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างธรรมชาติ พลังตบะญาณเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
     แต่ถือว่ารวดเร็วพลังหฤทัยเก้าเมฆาใหล้เข้าสู่ด่านปฐมวิสุทธิ์ขั้นหนึ่ง - ดูดซับพลัง และระดับผู้ฝึกตบะบำเพ็ญ พลังปฐมฟ้าดินในร่างก็ใกล้เข้าสู่ด่านแดนปฐมหรือด่านแรกสัมผัส ส่วนเคล็ดวิชาปาฏิหาริย์แห่งโพธิ์สัตว์ไม่มีขั้นตายตัวสามารถพัฒนาได้เรื่อยๆตอนนี้เคล้ดวิชานี้อาจไม่มีอะไรมากนักนอกจากสร้างทำให้จิตใจสงบและดวงวิญญาณเข้มแข็ง รักษาร่างกายรวดเร็วขึ้น แต่หากพัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง จะสามารถทำให้แม้แต่ร่างกายที่ขาดครึ่งฟื้นฟูในชั่วพริบตา
     เวลา 07 :  00 แสงสุริยันเจิดจ้าสาดกระทบกับใบหน้า
     พร้อมกับดวงตาที่ลืมขึ้นร่างกายกระปรี้กระเป่า ร่างกายสามารถขจัดสารพิษส่วนเกินในร่างได้ 2 ใน 10 ส่วนแล้ว ต่อจากนี้เขาสามารถไม่ถ่ายหนักถ่ายเบาได้ยาวนานถึงหนึ่งวันเต็ม 
     บุหรี่ถูกวางไว้ข้างๆตอนนี้เป็นเถ้าถ่านจนหมดต้องหยิบบุหรี่อันใหม่มาจุดแต่ขณะนั้นเองเสียงโครมครามจากด้านข้างดังขึ้นพร้อมกับเสียงเจ๊กคนจีนพูดไทยแบบแปลกๆ
      "อย่าทำอั๊วเลย อั๊วกลัวแล้ว"
      "ทำไมเอ็งถึงไม่จ่ายค่าคุ้มครองให้กับข้าวะ ห่ะ ไอ้เจ๊กแก่ "
     เสียงชายชราชาวจีนดังขึ้นพร้อมกับเสียงโยนสิ่งของไปกระแทกกับพื้นจนแตกหักเป็นบางส่วน
      "เฮ้ย เฮ้ย ! แถวกรุงเทพมีพวกแก๊งนักเลงด้วยหรอวะ นึกว่าถูกปราบปรามไปแล้วเมื่อปีสองปีก่อนเสียอีก"
     อมตะพูดพร้อมกับกระโดดพรวดขึ้นพร้อมกับเดินไปดูอย่างรวดเร็ว
     เมื่อเดินผ่านหน้าร้านขายของชำที่เขียนป้ายเป็นภาษาจีนแต้จิ่วก็พบกับชายชาวจีนอายุประมาณห้าสิบกว่าปีกำลังนั่งกองอยู่กับพื้นพร้อมกับมีชายฉกรรจ์สองถึสามคนรายล้อมและกำลังทุบทำลายข้าวของจนหมดสิ้น อมตะแอบถ่ายคลิปไว้บางช่วงจากสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากประเทศจีนที่ได้รับเป็นของขวัญแทนไอโฟน 4 เครื่องเก่าที่ได้จากงานเลี้ยงรุ่นนักเรียนทหาร
     อมตะปรี่เข้าไปไม่รอให้พวกนั้นพูดอะไรเมื่อเห็นชายคนหนึ่งเข้ามาอมตะฟาดโครมด้วยหน้าแข้งอันทรงพลังตัดผ่ากลางหลังจนเกิดเสียงกระดูกหักและชายด้านข้างเมื่อเห็นชักมีดพกออกมาจ้วงเข้าไปที่ซี่โครงขวาของเขาในทันที อมตะหมุนตัวหลบและศอกกลับ ศอกนั้นพุ่งราวกับขวานที่กำลังเหวี่ยงฟาดเข้าที่ไหล่ขวาใกล้กับต้นคอของชายฉกรรจ์จนเสียงกระดูกไหล่หักออกมาและ
     อมตะไม่รอให้ชายอีกคนชักบางอย่างออกมาหมัดเสยอัดเข้าที่หน้าท้องเสียงดังตุบพร้อมกับเสียงวัตถุสีดำมะเมื่อมหล่น - ปืนแบบโบราณแต่ทันสมัย พาราเบลลั่มติดกับพานท้ายหล่นลงมาพร้อมกับอมตะแทงเข่าเขาที่หน้าท้อง ไม่น่าแปลกที่คนจะพกอาวุธได้เพราะภาษีอาวุธปืนลดลงและรัฐบาลใช้กฏหมายเข้มงวดเกี่ยวกับอาวุธปืนแต่สามารถให้คนธรรมดาซื้อได้เมื่ออายุครบ 18 ปี 
     มีกฏหมายอาวุธปืนเข้มงวดอย่างมากจนมีแค่ไม่กี่คนที่จะใช้อาวุธปืนในการต่อสู้กันนอกจากแก๊งท้องถิ่นมีเพียงคนที่ได้รับอนุญาตสามารถป้องกันอาวุธและทรัพย์สินโดยการยิงโจรได้ มีร้านอาวุธปืนขายทั่วไปแต่ต้องถ่ายรูปคนที่ซื้อไว้และมีรหัสกระสุนของอาวุธปืน แน่นอนหากมีการยิงกันของเด็กช่างที่ซื้ออาวุธปืนสามารถรู้ได้ทันที ปืนไทยประดิษฐ์ยิ่งเพิ่มอันตรายคูณสองเพราะกฏหมายจะเพิ่มโทษอีก 2 เท่าเมื่อเข้าไปในคุกจะต้องประกอบปืนให้กับกองทัพเป็นการเสริมอาชีพให้กับันกโทษ
     แต่ปืนแบบโบราณนี้ถือได้ว่าเป็นปืนที่พบได้ทั่วไปตามร้านขายของเก่าหรืออาวุธเก่าและตำรวจ รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสนใจนักเพราะเป็นเพียงของสะสม แต่หากเป็นปืนที่ใช้อาวุธจริงได้อย่างปืนทันสมัยแบบนี้คือปืนแบบผิดกฏหมายที่ถูกสร้างและข้ามฝั่งมาจากตะเข็บชายแดน ที่ไม่ส่งอาวุธปืนสมัยใหม่เพราะมีการเตรียมจับได้ง่ายจากอุปกรณ์รัฐและสามารถทำให้มันเป็นเพียงของที่ระลึกแค่ทาน้ำยาที่ให้เหล็กมีสนิทขึ้นได้และล้างสนิมออกพร้อมกับหากระสุนเท่านั้น
     แก๊งท้องถิ่นมักใช้กัน อมตะก็ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเองจึงชงักเล็กน้อยแต่ก็ไม่สนใจกับปืนแบบโบราณนี้เท่าไหล่หันไปเสยที่คางของชายฉกรรจ์แต่ดูเหมือนชายฉกรรจ์คนนี้จะมีมวยวัดเข้าขั้นเกณฑ์ดี หลบได้และพุ่งสวนเข้ามา อมตะหลบซ้ายขวาอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกถีบด้วยเท้าขวาให้ถอยไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มตั้งท่าเช่นกัน สองคนที่สลบเหมือดก็เริ่มจะฟื้นตัวอมตะรีบที่จะจัดการให้เร็วที่หลบหลบหมัดซ้ายขวา หมัดซ้ายหลอกล่อให้แขนทั้งสองของชายคนนั้นตั้งการ์ดเพื่อรับแต่ที่จริงตะบันใบหน้าซีกซ้ายจนหงายหลังล้มตึงก่อนที่เขาจะหันซ้ำอีกสองคนที่กำลังลุกคลานขึ้นมาเพื่อลุกจนสลบไปอีกสองคน!!!
      "ฟู่ เล่นยากเหมือนกันแหะ อึดใช้ย่อยพวกนี้"
     อมตะพูดพร้อมกับหันไปหาเจ๊กอายุห้าสิบปีกว่าที่กำลังดูด้วยความตะลึงจากฝีมือของเขาและรีบลุกขึ้นมาขอบคุณ
      "อั๊วขอบใจมาก พวกนี้ชอบมาหาเรื่องอั๊วเพื่อจีบอาหมวย บ่อยๆ ต้องขอบใจลื้อมากๆ"
      "ม่เป็นไร ทำไมถึงไม่แจ้งตำรวจหล่ะ"
      "พวกตำรวจมาไม่ทันหรอก พวกนั้นเผ่นไปก่อนแล้ว แถมอั๊วไม่มีเงินพอจะติดกล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิดที่ทางหมู่บ้านรวมเงินกันซื้อ ก็ถูกพวกนั้นปาหินใส่จนแตกไปหมดแล้ว รัฐบาลก็ช่วยซ่อมแต่ถูกปาหินใส่เหมือนเดิมจนแตกไปหมด พวกสายตรวจก็ผ่านมาแถวนี้บางครั้ง อั๊วหนักใจ ถ้าอั๊วกล้าไปแจ้งตำรวจ พวกนั้นนำพวกมาถล่มร้านอั๊วแน่ ตำรวจแม้จะจับพวกนั้นได้แต่ไม่น่าจะจับแก๊งพวกนั้นได้หมด อั๊วหล่ะกลัวจริงๆ"
     อมตะได้ฟังก็คิดในใจและสบถด่าออกมาหลายคำก่อนจะโบกมือและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนบางคนที่เป็นมือปราบอยู่แถบกรุงเทพและปริมณฑล
      "ฮัลโหล ผมร้อยตรี สิรพงษ์ พูดครับ ร้อยโท ว่าที่ผู้กอง อมตะ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ"
      "เฮ้ย อย่ากวนบาทา ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง"
     ว่าจบอมตะก็เล่าเรื่องพร้อมกับเอ่ยถึงสามชายฉกรรจ์ที่นอนสลบเหงือก และส่งคลิปที่เขาถ่ายเอาไว้ให้ สิรพงษ์ดู
      "เวรเอ้ย!! พวกนี้มันกล้าขนาดนี้ช่วยหรอ! เอ่อ เอ่อ เดี๋ยวข้าจะส่งคลิปนี้ให้ผู้บัญชาการดู เอ็งรอตรงนั้นก่อนเดี๋ยวข้าไปรับ ไปหาไอ้เก่งพร้อมกัน"
     ผ่านไปอีกห้านาที
     รถตำรวจ 3-4 คันจอดอยู่หน้าร้านขายของชำของเจ๊กจีนพร้อมกับร้อยตรีหนุ่มฉกรรจ์แห่งกองกำลังคอมมานโดพลร่มออกมาจากรถ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E300 อันรถประจำตัวของร้อยตรี สิรพงษ์ ที่เป็นถึงทายาทคนโตของห้างทองขนาดใหญ่กลางกรุงและยังเป็นหลานทางภริยาแรกของผู้กว้างขวางทางสังคมอย่าง ส.ส.โจ้ ที่เรียกว่าภริยาคนแรกเพราะว่ากฏหมายของไทยสามารถอนุมัติให้มีภรรยามากกว่าหนึ่งคนได้!! เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างเมียหลวงและน้อยจนก่อให้เกิดความรุนแรง
      "ไงพวก! กลับจากชายแดนครั้งนี้มาพักกี่วันหล่ะ"
      "30วัน"
      "แค่เดือนเดียว ไม่สมกับเป็นวีรบุรุษตระเวนชายแดนที่เป็นข่าวเลยนะ แถมคราวนี้จะได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติขั้นพิเศษ และยังเลื่อนไปเป็นร้อยเอกได้ทันที ไม่ใช่หรอ"
      "เอ่อ ใช้ก็ใช้ แต่ข้าขอพักแค่เดือนเดียวก็พอ ส่วนเอ็งอะไม่ยุ่งบ้างหรือ เมียเอ็งเจ้าของห้างทองอีกแห่งไม่ด่าหรอที่มาหาข้าตอนเช้าแบบนี้ ไม่กลัวโดนเมียด่าว่าไปหาเมียน้อยรึไง"
      "ฝั่งนั้นคนหัวโบราณ วันๆเอาแต่หาเงิน เฮ้อ ข้าเองก็เบื่อ แต่ยังดีที่เป็นหลานคนจีนซื่อสัตย์ดี เที่ยวไม่เคยเที่ยว เดินห้างเดือนละแค่ไม่กี่ครั้งไม่เหมือนผู้หญิงบางคนในกรุงเทพฯไปหาผู้ชายตอนที่ผัวไปทำงาน แต่นับวันผู้ใหญ่ยิ่งขอให้มีหลานเร็วๆตอนนี้ท้องได้สามสี่เดือนแล้ว นอนอยู่บ้านเฉยๆไม่มาตามข้าหรอก"
     ทั้งสองทักทายตามประสาเพื่อนเก่าที่เคยเรียนสมัยมัถยมต้นและเป็นนายร้อยรุ่นเดียวกันจากโรงเรียนเตรียมฯ ทั้งสองคุยกันจนแดดจ้าขึ้นเรื่อยๆบุหรี่ถูกสูบไปห้าหกตัวจนในที่สุดทั้งสองก็รู้สึกตัว สิรพงษ์ชวนอมตะขึ้นรถพาไปหาเพื่อนเก่าที่ชื่อว่า เก่ง 1ในเพื่อนรักของอมตะ ซึ่งอมตะก็ไม่ได้ว่าอะไรขึ้นรถคันหรูของสิรพงษ์ไปหา เก่ง ที่จบมหาวิทยาลัยช่างฯ เปิดอู่รถใกล้กับวัดที่ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ปทุม จนเป็นอู่ใหญ่แห่งหนึ่ง
     เสียงรถคันหรูขับผ่านหมอกควันยามเช้าจากทั้งรถยนตร์และมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้าซอยขวาที่เขียนว่า สะพานเหล็ก เข้าไปประมาณสองร้อยเมตรก็พบกับเจดีย์เหลืองอร่ามมีอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่อยู่อู่หนึ่งมีรถจอดเรียงรายหลายคัน ช่างที่จบใหม่พากันมาทำงานที่นี้เพราะเงินดีและเจ้าของเชื่อใจได้ ทุกคนในอู่มองที่รถคันหรูอย่างแตกตื่นแต่เมื่อเปิดประตูออกมาเสียงพูดจากด้านบนของอู่ซ่อมรถดังลงมาจากชั้นสอง
      "ไอ้อมตะ! เอ็งมาหาข้าด้วยรึวะ นึกว่าพักอยู่โรงพยาบาล ซะอีก"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 724 ครั้ง

217 ความคิดเห็น

  1. #156 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 09:01
    อยากให้มีนางเอกคนเดียวอ่ะค่ะ
    #156
    0