ปรมาจารย์เทพสวรรค์ตื่นพิภพ

ตอนที่ 38 : บทที่ 36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    27 ต.ค. 62

     อมตะใช้ สัมผัสธรรมชาติ และ เนตรพันลี้ มองไปยังด้านผ่อนหลังของสิงห์พบกับดวงวิญญาณของอสุราตนหนึ่ง - กบิล สัตว์วิเศษที่รูปร่างคล้ายลิงมีพลังอำนาจ มักอยู่ตามแหล่งน้ำ เรียกอีกชื่อว่า กบิลปักษา 
     ในโลกอันยิ่งใหญ่ช่วงกาลก่อน ศูนย์รวมของเหล่ายอดฝีมือที่สามารถควบคุมฟ้าดินได้ สัตว์วิเศษตัวนี้แข็งแกร่งเหนือกว่าสัตว์ธรรมดาและมีสามารถใช้อาวุธในการจู่โจมผู้คนแบบมีสติปัญญาเหมือนมนุษย์ได้
     ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่ที่เริ่มการฝึกฝนจะต่อสู้กับกบิลเพื่อเอาชนะและต่อสู้ไปเรื่อยๆจะได้รับประสบการณ์จากตรงนี้สูงเพราะมันทั้งเคลื่อนไหวคล่องแคล่วดุจสายลมเลยทีเดียวในสายตาของผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรแรกเริ่ม
     ซึ่งในตอนนี้ เขานึกถึง ยันต์ ของทางไสยศาสตร์ฝั่งนี้ที่อาจมีการสืบทอดจาก เผ่าอักขระ เผ่าที่ชื่นชอบในการเขียนอักขระโบราณลงไปในกายมนุษย์ ซึ่งเป็นเผ่าที่อยู่อย่างสันโดษ
     ซึ่งคนจากโลกใบนี้อาจจะนำมาประยุกต์ใช้ในการหลอมรวมดวงวิญญาณของสัตว์อสูรเข้าไปก็ได้ ซึ่งวิธีการนี้ค่อนข้างไปในทางกึ่งธรรมะกึ่งอธรรม ซึ่งในความทรงจำของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ มีการใช้วิธีการนี้ในสำนักหนึ่งแต่สำนักนี้ล่มสลายในช่วงสงครามผนึกปีศาจเซียนสวรรค์ ตอนที่เทพอสูรนำกองทัพสัตว์ประหลาดบุกรุกโลกมนุษย์
     ดวงวิญญาณของกบิลมันวิ่งโลดไปทั่วทั้งร่างของสิงห์พร้อมกับผสานกับ กสิณลม ก่อเกิดเป็นพลังที่กึ่งญาณกึ่งไสยศาสตร์ ตอนนี้สิงห์คล่องแคล่วดุจวานร และรวดเร็วดุจสายลม มีพละกำลังสูงในสายตาของคนทั่วไป
     ขณะอมตะกำลังคิด เมื่อสิงห์ประกาศถามว่าเป็นศิษย์ครูไหนก็นึกถึงโลกในอดีตกาล ที่มีทั้งสำนัก และครูบาอาจารย์สั่งสอนมากมาย ทำให้เขาคิดได้ว่ามันอาจมีผู้คนที่สืบทอดวิชาสายนี้อยู่เหมือนกัน
     อมตะพ่นลมหายใจออกมาก่อนที่จะไม่ตอบและตั้งท่าเหมือนกันแต่ไม่ใช้วิชากรงเล็บคว้าจับมังกรเหมือนที่เคยเป็นเพลงมวยสำหรับจอมยุทธ์
     เพลงมวยมังกร 64 ฝ่ามือ 
     อมตะพุ่งออกไปพร้อมกับปล่อยหมัดออกไป สิงห์กระโจนหลบแต่อมตะยังไม่หยุดก้าวเท้าต่อไปชกไปอีกหมัดด้วยหมัดขวา หมัดนั้นพุ่งไปยังการ์ดที่ป้องบนอกของสิงห์ แต่ก่อนจะถึงหมัดเปลี่ยนเป็นฝ่ามือฟาดไปที่การ์ดของสิงห์
     สิงห์รู้สึกถึงระลอกคลื่นพลังที่หลั่งไหลสู่หน้าอกและหน้าท้องของตนเอง เปรียบประดุจกำแพงหนาทึบที่โถมเข้ามาจนรู้สึกอึดอัดคับข้องจนปวดหัว คลื่นไส้ แต่สิงห์ยังทำใจดีสู้เสือปล่อยออกไปด้วยกระบวนท่า วานรอหังการ 
     หมัดของสิงห์สวนไปที่ใบหน้าของอมตะ อมตะไม่หลบแต่ทนให้หมัดนี้พุ่งเข้ามาเพื่อตรวจสอบระดับพลังของสิงห์เมื่อปะทะกับใบหน้าเขารู้สึกเหมือนค้อนใหญ่ทุบที่ใบหน้า แต่ใบหน้าของเขาแทบไม่บิดเบี้ยวแม้แต่น้อยกลับเกิดออร่าบางอย่างขึ้นมาคล้ายระฆังทอง 
     ยันต์ระฆังทองคุ้มกาย ที่ใช้ได้แผ่นละเพียงสามครั้งูกใช้ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง สิงห์เหมือนถูกระฆังทองใบใหญ่จู่โจมจนหงายหลังล้มคว่ำไปทำเอาบอดี้การ์ดที่เชียร์อยู่พากันตกใจ สิงห์ดีดกายขึ้นมาพร้อมกับจ้องไปยังอมตะที่ยืนนิ่งอยู่
     ฝ่าเท้าวานรโหมกระหน่ำ สิงห์ปล่อยเท้าที่รวดเร็วประดุจสายลมออกมาพร้อมกับอมตะที่ทนรับต่อไปอย่างลำบากเล็กน้อยเพราะแต่ละฝ่าเท้ารู้สึกเหมือนมีคนเอาค้อนปอนด์มาทุบ ไม่เหมือนกับเพื่อทหารรับจ้างที่เขาเคยเจอมาก่อน
     อมตะใช้แขนทั้งสองรับอย่างชำนาญก่อนที่จะใช้เข่าลอยพุ่งเข้าหาหน้าอกของสิงห์ แต่สิงห์ใช้เข่าและศอกรับไว้ได้ก่อนที่จะหมุนตัวใช้ส้นเท้าซ้ายโตะไปที่กรามซ้ายของอมตะจนอมตะหน้าสะบัด อมตะหมุนตัวบิดตัวขึ้นใช้หมัดขวาเสยเข้าที่ชายโครงซ้ายของสิงห์
     สิงห์หลบด้วยความรวดเร็วประดุจสายลมก่อนที่จะเคลื่อนมาหาอมตะก่อนจะระดมหมัดไปที่หน้าอก หน้าท้องของอมตะจนปลิวกระเด็นเกือบออกจากลานประลอง แต่สิงห์ไม่หยุดเท่านั้นรวมพลังเข้าที่หมัดขวาและชกไปที่หน้าอกของอมตะหวงัจะให้พ่ายในหมัดเดียว
     อมตะรวมพลังในร่างเหมือนกันก่อนจะกำหมัดขวาและพุ่งออกไปด้วยกระบวนท่าที่คล้ายคลึงราวกับพยัคฆ์จากแดนสนธยา
     เพลงมวยเทพพยัคฆ์ - หมัดพยัคฆ์สังหาร
     อมตะกำหมัดและพุ่งชกตอบกลับสิงห์เมื่อกำปั้นของสิงห์เข้าปะทะรู้สึกถึงแขนของตนที่ชาและข้อพับของศอกที่สั่นกระเพื่อมไม่หยุดและสิงห์ที่กระเด็นถอยหลังไปประมาณวาเศษก่อนจะตั้งท่าเข้าจู่โจมอีกพยายามกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ที่แขนขวาเอาไว้ออกด้วยกระบวนท่า วานรพิฆาตอสุระ
     พลังสายลมรวมตัวที่ขาขวาของสิงห์ก่อนจะจู่โจมเต็มแรงไปที่ศีรษะด้านซ้ายของอมตะ เท้าของสิงห์นั้นรวดเร็วและเน้นแต่สังหารพยายามเตะเต็มแรงเข้าที่ขมับของอมตะจนอมตะถอยหลังไปเรื่อยๆ
     สิงห์จู่โจมไม่หยุด ขาขวาราวกับเป็นแส้ที่พยายามกอดรัดอมตะให้อยู่ในวงล้อม ทั้งเตะขว้าง เตะเหวี่ยง เตะจิก เตาสะบัด เตะข้าง หรือเตะแบบแส้ จนอมตะรู้สึกชาทั่วทั้งร่าง จนอมตะรวมพลังฟาดฝ่ามือไปที่แข้งขวาของอมตะหลังจากจับทิศทางได้ ก่อนจะถีบไปที่ยอดอกของสิงห์จนล้มกระเด็นกับพื้น สิงห์ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
     อมตะพุ่งเข้าไปชกซ้ายขวาที่หน้าอกของสิงห์จนปลิวออกไปแต่สิงห์ยกแขนซ้ายและขวาขึ้นมาก่อนจะเหวี่ยงไปกงจักร ศอกเป็นเหมือนปลายแหลมของกงจักร แขนทั้งซ้ายขวาของสิงห์พยายามสะบัดราวกับขวาน จนอมตะหลบแทบไม่ทัน นี่คือกระบวนท่า กงจักรวานรพิฆาต 
     อมตะยกศอกขึ้นมากั้นศอกข้างหนึ่งของสิงห์ไว้ได้แต่สิงห์กลับกดกำลังลงมาที่ศอกจนอมตะต้องยกแขนอีกข้างมันกั้นศอกเอาไว้ก่อนที่อมตะจะปล่อยให้ตัวเองร่วงกับพื้นก่อนจะเตะเท้าซ้ายเฉียงไปตามพื้นเข้าที่ข้อเท้าของสิงห์จนสิงห์สะดุดและเกือบล้ม อมตะใช้มือซ้ายขวา จับไหล่ซ้ายและไหล่ขวาของสิงห์
     ยกหัวขึ้นมาปะทะกับหน้าผากของสิงห์จนสิงห์ร้องและถอยหลังอมตะชกไปที่หน้าอกของสิงห์จนล้มกองกับพื้นอมตะลุกขึ้นมาพร้อมกับกระโดดเข่าลอยปะทะหน้าอกของสิงห์ จนสิงห์ที่กำลังลุกถึงกับล้มอีกครั้ง สิงห์ก็มีประสบการณ์เหมือนกัน เกี่ยวขาของตนเข้าไปที่ซอกขาทั้งสองของอมตะก่อนจะใช้เท้าอีกข้างเตะไปที่ข้อพับของหัวเข่า
     จนอมตะทรุดแต่อมตะกลับสามารถจับหมัดที่พุ่งมาจะปะทะหน้าของสิงห์ได้ด้วยมือขวาก่อนจะใช้ศอกขวาฟาดไปที่ไหปลาร้าของสิงห์จนสิงห์กระอักน้ำลายและอมตะก็หนัหลังกลับใช้ศอกซ้ายฟาดแบบศอกกลับไปที่หน้าอกของสิงห์จนสิงห์กองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
     แต่สิงห์ก็ไม่วายใช้เท้าขวาถีบหลังของอมตะจนกระเด็นออกไปและลุกขึ้นมา อมตะพุ่งเข้าไปใช้ฝ่ามือฟาดเข้าไปที่หน้าอกของสิงห์จนทรุดและกระชากร่างของสิงห์ขึ้นมาชกซ้ำไปมาที่หน้าอกของสิงห์ก่อนจะปิดฉาก กระชากร่างของสิงห์ขึ้นมาแทงเข่าไปที่หน้าท้องแกร่งของสิงห์ไปหนึ่งทีก่อนที่จะปิดฉากด้ยเคล็ดวิชาผสม
     เคล็ดวิชา - ฝ่ามือเคลื่อนกระดูก + เพลงมวยมังกร 64 ฝ่ามือ - หัตถ์มังกรเคลื่อนกระดูก
     ฝ่ามือของเขาหงายขึ้นฟาดออกไปแบบฝ่ามือทั่วไปแต่นิ้วทั้งสี่นิ้วรวมถึงนิ้วโป้งถูกเก็บหมด นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อยถูกเก็บครึ่งหนึ่งให้ติดที่โหนกของมือ นิ้วโป้งถูกเก็บให้ชิดและหยิกงอลงมา
     สิงห์รู้สึกสัมผัสถึงความอันตรายที่เข้ามาจึงถอยหลังหนีแต่อมตะเตะเข้าไปที่ต้นขาของสิงห์ด้วยพละกำลังมหาศาลจนต้องหยุดยกการ์ดขึ้นรับ เมื่อหัตถ์นั้นเข้าทาบที่การ์ดอันป้องอยู่ที่หน้าอก สิงห์สัมผัสถึงกระดูกที่แปรเปี่ยนไป มันทั้งบิดงอจนเจ็บปวดและก่อคลื่นฝ่ามือไร้สภาพประทับเต็มแผ่นอกจนกระเด็นราวกับโดนจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายในฟาดฝ่ามือใส่
     สิงห์กระเด็นออกไปจากลานประลองพร้อมกับกระแทกเข้ากับโต๊ะไม้ด้านหลังอย่างเต็มแรงจนโต๊ะไม้พะยูงพังหักโครมลงมาท่ามกลางความตกใจของคนทั้งสนามประลอง ใครไม่รู้บ้างว่าสิงห์นั้นถือเป็นสุดยอดนักสู้ MMA คนหนึ่งที่มีฝีมือระดับพระกาฬ เหตุผลที่ออกจากสังเวียนเพราะว่าถูกชาวต่างชาติท้าทายเรื่องชาติกำเนิดจนเผลอทำให้นักสู้ MMA ต่างชาติคนนั้นแขนขาหัก กระดูกแตกละเอียดและยังทำให้ นัก MMA ทีมชาติไม่สามารถกลับมาสู้ได้อีกถึง 38 คน!
     แม้แต่กองกำลังพิเศษจำนวน 40-50 นาย ยังหยุดสิงห์ไม่อยู่ !!!
     วิลเลี่ยมที่เห็นฝีมือจึงจ้างให้เป็นบอดี้การ์ดภายในเครือของภรรยาตน แต่ตอนนี้ มีคนที่สามารถล้มตำนานแห่ง MMA ได้แล้ว แต่ขณะนั้นเองสิงห์กลับกระโจนลุกขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ยกมือเช็ดเลือดที่ริมฝีปากพร้อมจ้องไปยังอมตะก่อนจะเอามือทาบอกและพ่นเลือดออกมาจนต้องล้มทรุดลงไป
     บอดี้การ์ดอีก 16 คนรีบวิ่งไปพยุงสิงห์ที่มีเลือดไหลย้อยออกจากริมฝีปากพร้อมกับกระอักเลือดออกมาจนนองเต็มพื้น อมตะถอนลมหายใจออกมาผ่อนกล้ามเนื้อ คลายเส้นเอ็น ให้ร่างกายปล่อยพลังเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
     ก่อนที่จะเดินไปหาสิงห์และยื่นมาให้กับสิงห์ สิงห์เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับยื่นมือมาจับและมอตะก็กระชากแขนให้สิงห์ลุกขึ้นส่งกำลังภายในเข้าไปช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
      "แกเก่งกว่าที่ฉันคิดวะ ศิษย์ของครูอังคนารึไงวะ"
      "ฉันไม่เก่งอะไรหรอก แค่รู้จักการประยุกต์ใช้ ไม่ได้เป็นศิษย์ของครูไหนหรอก แค่หลวงปู่สอนให้ฉันตั้งสติประยุกต์สถานการณ์"
     อมตะพูดพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมาพับแขนเสื้อเชิ้ตลงและหยิบเสื้อสูทขึ้นมาวมพร้อมกับใส่เนคไทด้วย
      "โอ้ว ยูช่างเก่งจริงๆถึงกับล้ม สิงห์ได้ ไอนึกว่ายูจะน็อคตั้งแต่ครึ่งนาทีแรก"
     อมตะหัวเราะแห้งๆพร้อมกับพูดต่อไปว่า
      "ผมจะได้ระดับ S รึยัง"
      "แน่นอน จ๊ะ"
     สริตาพูดพร้อมกับหันไปมาเก็นเรียวพร้อมกับสั่ง 2-3 คำ ก่อนที่จะพยักหน้าให้กับอมตะอีกครั้ง อมตะถอนลมหายใจพร้อมกับบอกว่า
      "ผมขอตัวนะครับ"
     อมตะพูดพร้อมกับเดินออกไปท่ามกลางสายตามองของเหล่าบอดี้การ์ด สิงห์ เก็นเรียว วิลเลี่ยมและสริตา
     เมื่อเดินออกมาถึงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไปหาวิทพงษ์
      "ระดับ S สำเร็จ"
      "ดี แล้วนายจะไปไหนต่อหล่ะ ตอนนี้ยังไม่มีภารกิจเข้ามาเลย"
      "ผมกะจะได้มอตเรอ์ไซค์สักสองคัน คันหนึ่งเป็นพวกบิ๊กไบค์ อีกคันเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ต่อข้าง ผมกะจะขายอาหารบังหน้า เพราะถึงยังไงขายอาหารแบบเคลื่อนที่ยังไงก็สะดวกท่าจะไปไหนเพราะเป็นแค่ร้านอาหารติดรถที่พบได้ทั่วไป"
      "งั้นหรอ ฉันจะเตรียมให้"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

210 ความคิดเห็น

  1. #82 0642625933za (@0642625933za) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 17:54
    ไม่นึกว่าจะเป็นครูอังคนา555555
    #82
    0
  2. #81 TSKULL (@TSKULL) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 15:13
    อยากให้อมตะสักยันต์อ้ะน่าจะเท่ฟุดๆ
    #81
    0