ปรมาจารย์เทพสวรรค์ตื่นพิภพ

ตอนที่ 18 : บทที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,074
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 365 ครั้ง
    26 ก.ย. 62

      "เฮ้ย! ข้าตกใจหมดที่เอ็งมาถึงที่นี้ นึกว่าพักอยู่ที่แฟลตซะอีก!"
     เสียงพูดดังขึ้นพร้อมกับพันโทบดินทร์มาตบที่ไหล่ของเขาพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างติดตลกพร้อมกับพูดออกมาอีกว่า
      "คงต้องเรียกว่า ท่านพันตรีแล้วสินะ เอ็งนี้เลื่อนยศไว้เป็นบ้า!"
     อมตะส่ายหัวพร้อมกับนั่งลงที่ด้านบนหุบและหยิบบุหรี่ขึ้นมาดูดสูบพร้อมกับตรวจเช็คอาวุธปืนแบบไม่กลัวอันตรายใดๆพร้อมกับพูดขึ้นตอบว่า
      "เรียกตามสบายเถอะ! หัวหน้า เพราะยังไงคนเราเกิดมาก็ต้องรู้จักการเป็นหัวหน้าและลูกน้อง เป็นลูกน้องเขาก็เป็นให้เป็น เป็นหัวหน้าก็เป็นให้ได้ เท่านั้น!!!"
      "นึกว่าเอ็งบวชมาเสียอีก! 555"
      "แล้วเราจะจัดการยังไงกับพลขับ 2 คนที่ถูกพวกนั้นลากตัวไปดี!"
     พันเอกมาโนชพูดแทรกพร้อมกับมองไปยังทหารจำนวน 4-5 นาย ที่ถูกจับมาได้ก่อนที่จะกระชากปากของทหารรับจ้างคนหนึ่งออกมาและซัดปากไปอีกหนึ่งทีและเตะเข้าที่ชายโครก่อนจะกระชากผมให้ขึ้นมา พันเอกมาโนชตะโกนใส่หน้าว่า
      "เอ็งเอาคนของข้าไปไว้ไหน!"
      "ไปตายซะ!!"
     อมตะก็ปรี่เข้าไปกระชากแขนของมาโนชที่กำลังง้างออกมาพร้อมกับส่ายหัวเบาๆและนั่งยองตรงหน้าของทหารรับจ้างคนแรกสุดที่ดูมีความสุขุมที่สุดแม้จะถูกซัดปากแตกพร้อมกับพูดยิ้มว่า
      "เอ็งเอาทหารของพวกข้าไปไว้ไหน"
      "จะบอกทำซากอะไร-"
     ทันใดนั้นเมื่อสายตาของทหารรับจ้างที่พูดเป็นภาษาอังกฤษคนนี้ก็เบิกโพล่งเพราะดวงตาของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงอย่างช้าๆพร้อมกับร่างกายรู้สึกถึงความเจ็บปวดมหาศาล เส้นเอ็นค่อยๆถูกฉีกออกมาอย่างช้าๆจนทั้งร่างกระตุกไหวไปมาและสั่นเทากระแทกกับพื้นก่อนที่ร่างกายจะสั่นและเมื่อกำลังมีเสียงตอบรู้สึกว่าหัวใจกำลังถูกมีดกรีดลึกจนยอมพูดแบบไม่มีแถว่า
      "ทะ ทะ ทาง ทิศทะวันตกเฉียงเหนือจากทางนี้จะมีแนวเขาอยู่เป็นแนวเขาที่ปกคลุมด้วยป่าทึบมีฐานบัญชาการของเราอยู่!"
     เคล็ดวิชาสะกดจิตสายมาร - เนตรมารชาด ได้ผลชงักนักเมื่อสายตาแผ่ออร่าจากจิตวิญญาณ พลังวิญญาณและพลังฌานจะผสานกันเป็นเข็มไร้สภาพพุ่งเข้าไปกดภายในศีรษะและเส้นประสาทให้สัมผัสถึงความเจ็บปวดมหาศาล ใช้ในการทรมาณคนทางจิต เมื่อจิตใจถูกทำลายร่างกายก็เป็นเพียงกายหยาบเท่านั้น ซึ่งเขามีพลังไม่มากพอจึงใช้ได้เพียงขั้นต้นๆเท่านั้น เพียงให้คนรับสารภาพเท่านั้นหากฝึกถึงพลังขั้น 2 เมื่อไหร่เขาจะสามารถทำให้คนที่มีจิตใจแน่วแน่โอนเอนไปทางอ่อนแอและทำให้คนๆนั้นทำตามที่บอกได้ เหมือนกับเข็มที่กดจุดไปทั่วทั้งเส้นประสาทผ่านสมองที่คอยสั่งการกายหยาบของคนผู้นั้น
      "เอ็งเป็นนักสะกดจิตหรือวะ! รึว่าเอ็งเป็นคนมีวิชาอย่างที่เขาลือกันจริงๆ"
     พันเอกมาโนชและพันโทบดินทร์โพล่งมาแทบพร้อมๆกันพร้อมกับมองไปยังอมตะที่หันหลังให้ก่อนที่อมตะจะผลักให้ร่างของทหารรับจ้างคนนั้นล้มลงก่อนจะหันไปพยักหน้าและไม่ได้สนใจกับคำถามของทั้งสองแม้แต่น้อยโบกมือให้กับเนวีซีล ต.ช.ด. และเรนเจอร์ ที่กำลังเช็คอาวุธอยู่ให้ทุกคนลุก
      "เราจะเริ่มไปทิศนั้นทันทีก่อนที่ตะวันจะขึ้น!"
     อมตะสะพายปืน AR-15 พร้อมกับถือปืนลูกซองตัดพานท้าย M1014 เดินทางนำราวกับชำนาญเส้นทางจนพันเอกมาโนชที่ไม่คุ้นชินกับพื้นที่ถึงกับตกใจแล้วถามออกมาอย่างตรงๆว่า
      "เอ็งเคยมาแถวนี้หรอวะ!"
      "ไม่หรอกครับ ผมเคยไปป่าแถบตะเข็บชายแดนไทย-พม่า แถวป่าลาว และแถบป่าเขมร รวมถึงป่ามาเลเซียที่ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจเท่านั้นไม่เคยมาแถบนี้!"
      "แล้วทำไมเอ็งถึงชำนาญนัก! ในการเดินป่า"
      "ผมเป็นคนบ้านป่าเมืองเถื่อนในภาคเหนือ มีพระชรารูปหนึ่งมารับเลี้ยงให้อยู่ในกรุงเทพฯ นะครับพันเอก"
     ได้ยินเท่านั้นพันเอกมาโยชก็ไม่ได้ติดใจเอาความอันใดอีกแล้วพากันเดินตามแนวสันเขาและใช้หวายป่าโรยตัวลงมุ่งหน้าไปทางแนวเขาทิศตะวันตกเฉียงเหนือทันทีโดยมีพันตรี อมตะ ที่อยู่ภายในนอกราชการนำทางอย่างชำนาญและพาลัดที่สุดผ่านลำธารและแนวหญ้าแห้งหลายแห่งพร้อมทั้งเดินทางลัดขึ้นแนวดินสูงหลายแห่ง
...
เวลา : 00.50 น.
     ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้ความเงียบยามค่ำคืน เสียงขยับหญ้าแห้งเล็กน้อยดังออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกองกำลังเรนเจอร์ เนวีซีล และ ต.ช.ด.ชุดเฉพาะกิจจำนวนหลายสิบคนกระจายกำลังคลานไปตามแนวทุ่งหญ้าแห้งใต้ตีนเขาของแนวเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ต้นไม้แถบนี้ทุกตัดในระยะ 100 เมตร เหลือเพียงทุ่งหญ้าแห้งเท่านั้น
     ทำให้พวกเขาพากันคลานไปในทุ่งหญ้าและมองไปโดยรอบเพื่อค้นหาตำแหน่งของศัตรูจนกระทั่งพบกับร่างของกองกำลังพิเศษกัวเตมาลาคนหนึ่งที่ซุ่มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใต้ตีนเขาเพียงคนเดียวซึ่งกำลังหันปากกระบอกปืนเบนไปโดนรอบเพราะรู้สึกไม่ดีกับค่ำคืนยามนี้ตั้งแต่ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นครั้งใหญ่และเสียงการปะทะ โดยไม่รู้เลยว่าทุ่งหญ้าที่สูงเกือบถึงต้นขากำลังมีบางอย่างขยับอยู่จำนวนมาก
     ปืน AR-15 ค่อยๆยกประทับบ่าและปลดปุ่มเซฟตี้ในทันทีเสียงแกร๊กจากการปลดเซฟตี้ดังอย่างช้าๆจนกองกำลังพิเศากัวเตมาลารู้สึกสัมผัสได้รีบเบนปลายกระบอกปืนแต่ไม่ทันกระสุนขนาด 5.56x45 ม.ม. พุ่งทะลุหัวของกองกำลังพิเศษกัวเตมาลาอย่างรวดเร็วจนร่างนั้นร่วงลงและเขาพุงเข้าไปรับในทันทีไม่ให้เกิดเสียงสงสัยแก่ด้านบนเพราะกองกำลังพิเศษกัวเตมาลาอีก 5 คนกำลังลาดตระเวนลงมา
      "เคลียร์! กระจายกำลังอย่างช้าๆ พวกไคบิล มันหูดี"
     อมตะพูดเสียงแผ่วเบาแต่กระจายกันทั่วทั้งพร้อมกับหลบหลังโคนต้นไม้ด้านล่างเบี่ยงกายเป็นนอนราบหัวและร่างกายเบนไปทางขวาพร้อมกับปืน AR-15 เตรียมพร้อมตลอดเวลา ไนท์วิชั่นถูกสวมพร้อมกับอมตะที่ค่อยๆกวาดปลายกระบอกปืนไปโดยรอบอย่างเชื่องช้า กล่องช่วยเล็ง 2xAGOC ที่ติดอยู่ด้านบนกำลังเผยบางสิ่งที่ออกมาจากแนวขวาด้านบนของแนวเขา พร้อมกับเขาที่เริ่มเคลื่อนไหว
     อมตะค่อยๆคลานไปอย่างเชื่องช้าพร้อมกับหลบไปยังอีกต้นไม้หนึ่งด้านบนแต่อยู่ภายใต้เสียงที่กำลังเดินมาเพียงสองถึงสามขั้นเท่านั้นพร้อมกับเขาที่ค่อยๆชักมีดพก M-9 ออกมาและมือขวาสลับไปที่ Glock - 26 อันเป็นปืนพกสั้นกระทัดรัดที่ติดที่เก็บเสียงอย่างดีเสียงเดินค่อยๆเข้ามาใกล้พร้อมกับเกิดร่างของชายในชุดพราง 5 คนกำลังเดินผ่านพุ่มไม้ ที่ใบหน้าสวมหน้ากากกรองออกซิเจน กรองสารพิษและไนท์วิชั่นที่ใช้กันภายในกองกำลังพิเศษทั่วทั้งโลก
     ชายทั้ง 5 กำลังเดินลงเพื่อไปพูดคุยกับคนด้านบนที่พักอยู่เพียงคนเดียวด้านใต้ตีนเขาเพราะว่ากำลังไม่น้อยถูกส่งไปที่ป่าดงดิบด้านทิศที่เกิดสียงระเบิดและเสียงการปะทะพอดีและอีกคนที่เป็นบัดดี้ของคนที่เฝ้ายามนั้นก็ไปทำธุระและเดินพูดคุยมากับกองกำลังพิเศษกัวเตมาลาที่กำลังเดินเข้ามาอีก 4 คน ทั้งเรนเจอร์ ซีล และ ต.ช.ด. ชักมีดพกและปืนพกออกมาเมื่อพวกนั้นเดินผ่านพุ่มไม้เพียงเล็กน้อย
     อมตะพุ่งออกมาเป็นคนแรกราวกับภูติผีแต่ประสบการณ์ของพวกนี้ไม่ใช้เล่นๆเบนปลายกระบอกปืนไปมาเขาพุ่งเข้าชาร์ตในทันทีละคนอื่นพุ่งเข้ามาใช้มีดแทงที่หลังคอแทงไปเหนือกระดูกสันคอให้ไปถึงสมองเพื่อตายในทันที อมตะพุ่งเข้าไปใช้ปลายมีดตวัดไปที่ลำคอของพวกไคบิลด้วยความคมคอขาดภายในมีดเดียวยิงบวกกับกำลังภายในที่ผสานเข้าไปด้วยและเคล็ดวิชา - ปาฏิหาริย์แห่งโพธิ์สัตว์ ทำให้การลงมือรวดเร็วราวกับสายลม
     และหมัดซ้ายที่ตวัดไปที่ขมับขวาของไคบิลคนหนึ่งที่กำลังกดยิง เสี้ยววินาทีเท่านั้น!!! หมัดกระแทกเข้าไปที่จุดศูนย์รวมประสาททั้งหมดภายในตรงขมับทันที เส้นประสาททั้งหมดเหมือนถูกบีบอัดไปที่เดือด เลือดคั่งในสมองพร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเพราะเลือดที่รวมตัวกันเป็นก้อนและอีกมือหนึ่งทิ้งมีดที่ยาวลงและใช้นิ้วชี้แทงไปกลางหน้าอกของไคบิลที่พยายามกดสัญญาณเรียกทั้งที่ถูกแทงจากด้านหลังทะลุหัวใจแต่ไม่ตาย
     นิ้วชี้แทงเข้าไปที่กลางหน้าอกไปที่เส้นเลือดภายในร่างกายกดไปที่เส้นเลือดที่กำลังหมุนเวียนอย่างรวดเร็วใกล้กับหัวใจพร้อมกับกดให้เลือดจับตัวกันเป็นก้อนบีบอัดเข้าไปที่เส้นเลือดทำให้หัวใจหยุดเต้นทันที เลือดทั้งหมดถูกหยุดพร้อมกับร่างของไคบิลคนนั้นตาค้างและนิ้วชี้ที่ค่อยๆเอาออกมาปรากฏว่าผิวหนังบริเวณที่แทงลงไปไม่มีแม้แต่บาดแผลแม้แต่น้อยมีเพียงรอยบุบที่ถูกกดลงไปเท่านั้น
      "เคลียร์! ลากศพเข้าไปในพุ่มหญ้า"
     ทุกคนรีบทำตามคำสั่งลากศพเข้าไปในพุ่มหญ้ารวมกับไคบิลที่รักษาความปลอดภัยด้านนอกแต่โดนสอยร่วงลงมาจากต้นไม้และอมตะถอดชุดของไคบิลคนหนึ่งออกมา ทุกคนพากันมองอย่างงุนงง
      "ข้าจะแฝงตัวเข้าไป ใส่ชุดของพวกไคบิล พวกนี้มีหน้ากากพวกนั้นไม่น่าจะสนใจพวกเราหรอกนอกจากจะถอดหน้ากากออกมา!"
     อมตะพูดพร้อมกับพันเอกมาโนชและพันโทบดินทร์อาสาทันทีเข้าไปพร้อมกันโดยมีซีล 2 คน ต.ช.ด. 1 คน และเรนเจอร์อีก 1 คน ตามเข้าไปซีล 1 คนจะถูกส่งเข้าไปพร้อมกับตำรวจตระเวนชายแดนและเรนเจอร์เพื่อแฝงตัวไปภายในค่ายและซีลอีกคนหนึ่งจะขึ้นไปบนเนินเขาอีกลูกที่ห่างจากจุดที่ตั้งนี้ประมาณสองร้อยเมตรทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเป็นพลซุ่มยิง
     อมตะสะพายปืนของไคบิลคนหนึ่งขึ้นนั้นคือ IWI Galil ส่วนปืนพกต่างๆของเขายังอยู่เหมือนเดิมมีแค่เพียง AR-15 และ MP-5A3 ฝากไว้เพื่อไม่ให้เด่นสะดุดตาเพราะหากนำอาวุธปืนที่ดูเด่นเข้าไปและหากมีคนใดคนหนึ่งจำได้จะเป็นเรื่องเอาเพราะหากมองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยๆจะเป็นหนทางไปสู่นรกอย่างแท้จริงพร้อมกับพวกเขาที่พากันเดินขึ้นไปบนเนวเขาอย่างรวดเร็ว
      "ไง! ลาดตระเวนเป็นไง"
      "ก็ดี!"
     อมตะตะโกนตอบสั้นๆเป็นสำเนียงที่ทหารจากไคบิลคนหนึ่งไม่คุ้นหูแต่ก็ไม่ใส่ใจนักและปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่รู้เลยว่ากำลังนำพามัจจุราชหลายคนเข้าไปภยในค่ายของตน ค่ายแห่งนี้อยู่ภายใต้ของป่าที่หนาทึบปกปิดสายตาจากภายนอกมีอาคารบ้านเรือนและกระต๊อบประมาณสิบกว่าหลังเท่านั้นแต่มีกองกำลังทหารรับจ้างอยู่หลายสิบคนแต่ไม่ถึงร้อยคนเพราะส่วนใหญ่ถูกส่งไปภายในการปะทะครั้งนั้น แต่ขณะนั้นเองเขาได้ยินคำพูดอังกฤษสำเนียงแม็กซิโกเมื่อหันไปมองเขาก็พบกับคนที่ไม่น่าเชื่อจนสบถในใจมองไปยังคนที่สวมผ้าปิดหน้าและเสื้อผ้ายาวหมดปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด
      "บรรลัยแล้ว!ไอ้ไทเกอร์!!!"
      "เป็นไง ลาดตระเวนมาเป็นไงบ้าง พวกทหารมันเข้ามาถึงที่นี้ไหม??"
     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 365 ครั้ง

210 ความคิดเห็น

  1. #111 KIZUkinada (@Haruhi13) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 16:57
    มีแต่ฉากบู้อย่างเดียว หรอ
    #111
    0
  2. #23 Eluminus (@thephussadin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 18:04
    อ่าว ไอ่เสือ
    #23
    0