Harry Potter || Serene

ตอนที่ 8 : [3] I'm Lint

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 196 ครั้ง
    30 มิ.ย. 62






           ลินท์เริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัววีสลีย์ ทุกอย่างเต็มไปด้วยสีสัน เรื่องแปลกใหม่อย่างเช่นเวทมนตร์ เขาร้องว๊าวทุกครั้งที่เห็นคุณนายวีสลีย์ใช้เวทมนตร์ล้างจาน กวาดบ้าน ถักไหมพรม ล้วนน่าตื่นตาตื่นใจทั้งหมดอย่างกับฝัน 

           เขาเข้ากับทุกคนได้ดีจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัววีสลีย์โดยไม่รู้ตัวอย่างรวดเร็ว แต่ละวันเขาหมดไปกับการวิ่งเล่นกับจินนี่ จอร์จและเฟร็ด แต่บางครั้งเขากับจินนี่อาจจะเหงาหน่อยเมื่อถึงเวลาที่ฮอกวอตส์เปิดภาคเรียน ทั้งเฟร็ด จอร์จและเพอร์ซี่ก็ต้องไปเรียน นายและนางวีสลีย์กังวลเรื่องเงินทองที่ต้องซื้อต้องใช้ของฝาแฝดที่เข้าเรียนปีนี้เป็นปีแรก ลินท์ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเหมือนกัน สิ่งที่พอจะช่วยได้คือต้องประหยัดมากๆ

           ระหว่างที่สองฝาแฝดไม่อยู่ลินท์และจินนี่จึงเหงานิดหน่อย บางครั้งพวกเขาก็แอบเอาไม้กวาดออกไปขี่เล่นบ่อยๆ เกือบทุกวัน และลินท์ชอบเล่าเรื่องร่วเกี่ยวกับโลกที่เขาจากมาให้นายวีสลีย์ฟัง เขาเป็นผู้ฟังที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งที่ลินท์รู้จักเลยละ นายวีสลีย์มักตื่นเต้นทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงสิประดิษฐ์เช่น โทรศัพท์ โทรทัศน์ ไฟฟ้า ถนนและรถยนต์

           แต่หลังจากนั้นไม่นานลินท์ก็ได้ค้นพบว่าเขาพลาดมากที่พูดเรื่องรถยนต์มากเกินไป จนนายวีสลีย์ซื้อรถมือสองของมักเกิ้ลมา ลินท์แทบอุดหูไม่ทันเมื่อนางวีสลีย์ขึ้นเสียงตะโกนลั่นบ้าน นายวีสลีย์ถูกหล่อนบิดหูจนแดงแข่งกับสีผม
           ลินท์ซูดปากมองนายวีสลีย์ที่โดนลากเข้าไปหลังบ้านพร้อมกับเสียงเพล้งพ้าง จินนี่มองหน้าแล้วทำหน้าแหยงๆ ใส่กันทันที เรื่องยังไม่จบดีเมื่อเช้าถัดมาเฟร็ดและจอร์จก็ได้ฝากของมากับนกฮูกไปรษณีย์ นางวีสลีย์แกะของฝากด้วยความงุนงงก่อนหน้าของหล่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

           “กลับมาบ้านก่อนเถอะ! เจ้าลูกตัวดี!”

           ลินท์ชะโงกหน้าเข้าไปก็พบกับฝาส้วมหนึ่งอันพร้อมกับจดหมาย

           ถึงแม่,พ่อ และน้องๆ 
           ผมเอาฝาส้วมในห้องวอตส์มาฝาก มันยังใหม่เอียมเลยนะ! จอร์จบอกว่าจอร์จจำได้ว่าที่บ้านมันหัก—แล้วเฟร็ดเลยเอาระเบิดไปแงะมา—ต้องพูดว่าเราต่างหาก!

           ลายมือโย้เย้ราวกับแย้งกันเขียนทำให้ลินท์หลุดหัวเราะแต่ก็ต้องเงียบเมื่อเจอสายตาดุๆของนางวีสลีย์

           สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่รู้ตัว

           ลินท์ตื่นเช้ามากในวันนี้ ช่วงนี้เขารู้สึกแปลกๆทุกครั้ง มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขางีบหลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว ทุกคนในบ้านเป็นห่วงเขามากจนกังวล 
           เขาไม่ได้บอกใครว่าเขาว่าเขาอาการทรุดหนักลง มีอาการวิงเวียนศีรษะมึนหัวและตาลาย และมักมีเสียงเรียกชื่อเขาอยู่บ่อยๆ ลินท์ไม่รู้ว่าทำไมจนกระทั้งวันนี้..

           วันเกิดครบรอบสิบเอ็ดปีของเขาและรอน

           พวกเขาเกิดวันเดียวกัน ครั้งแรกที่เขารู้เขาก็แปลกใจมากเหมือนกัน แม้กระทั้งคนในครอบครัววีสลีย์ก็ไม่เว้นแถมดูจะตกใจมากกว่าเขาเสียอีก สองปีที่ผ่านมาทุกคนต่างก็ประคบประงมเขามากแม้กระทั้งจินนี่

           “ลินท์มาทานอาหารเช้าเร็วลูก” เสียงเรียกนางวีสลีย์ทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ก่อนเขาจะกวักมือเรียกจินนี่

            “ครับแม่—จินนี่มาเร็ว”

            “กำลังไป” จินนี่ตอบกลับเสียงใส

           แต่จู่ๆ ขาที่กำลังจะก้าวเข้าบ้านกลับอ่อนแรงลง พร้อมกับอาการปวดหัวที่รุนแรงขึ้นฉับพลัน

           โครม!

         “ลินท์!” จินนี่กรีดร้อง เด็กหญิงเริ่มสะติแตก “แม่! แม่! เขาเป็นอีกแล้ว—เหมือนรอนคราวก่อนเลย!”

          ประโยคนั้นของจินนี่ทำให้ลินท์งุนงง แต่เขาไม่มีเวลาคิด มีบางอย่างกระชากสติของเขาให้ดับวูบไป

          “ลินท์!”




50%

---------



            นางวีสลีย์กระวีกระวาดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอแทบร้องไห้ที่เห็นลินท์เป็นแบบนี้—แบบที่รอนเคยเป็นก่อนจะตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ที่กลายเป็นลินท์ เด็กน้อยที่น่ารักของพวกเธอ

            แต่ก็มีความเห็นแก่ตัวไปแวบหนึ่ง.. เธอนิสัยแย่มากที่ต้องการให้รอนกลับมาแล้วให้ลินท์หายไปแทน แต่นั้นก็คือความรู้สึกชั่ววูบ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้งโดยที่ลินท์หายไป พวกเธอคงจะเจ็บปวดมากที่สูญเสียลูกชายอีกคนไป

           เมอร์ลิน—อย่าให้เด็กน้อยของพวกเธอเป็นอะไรไปเลย..

           “แม่!” จินนี่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร “ลินท์—ลินท์ ฮื่อ—แม่ หนูไม่อยากให้ลินท์หายไปนะ ไม่—” 

           “เอาพี่เข้าบ้านก่อน” นางวีสลีย์ตาแดง “แล้วแม่จะเขียนจดหมายหาทุกคน—เร็วเข้า”

           นางวีสลีย์กระวนกระวายใจอย่างหนักหน่วง เธอรีบเขียนจดหมายแล้วส่งให้อาเธอร์—แต่นกฮูกประจำครอบครัวเธอก็แก่มากจนเธอคิดหนัก คราวก่อนที่มันเอาจดหมายจากฮอกวอตส์มาให้ก็ตกลงในชามซุบไก่ของจินนี่ เธอก็ได้แต่ภาวะนาให้มันไปถึงที่หมายโดยเร็วและไม่ร่วงไปกลางทางซะก่อนเมื่อเห็นอาการแอรัลร่อแร่เหลือทน

           “ทนไปก่อนนะแอรัล เรื่องนี้ด่วนมากจริงๆ”

           หล่อนมองตามนกฮูกแก่ที่บินสะเปะสะปะจะร่วงแหล่ไม่ร่วงแหล่อย่างหนักใจ

           นางวีสลีย์รีบขึ้นไปบนห้องนอนของรอน(ซึ่งตอนนี้เป็นของลินท์)หลังจากแอรัลบินลับสายตาไป เธอเห็นจินนี่นั่งจับมือพี่ชายไว้ใจของเธอยิ่งเจ็บปวด

           “ลินท์ต้องไม่เป็นไรจินนี่”

           “คราวก่อนแม่ก็พูดอย่างนี้” เธอสะอื้น “แต่รอนก็ไม่กลับมา—แต่.. ตอนนี้ลินท์เป็น” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น “ลินท์จะหายไปเหมือนรอนไหม? หรือรอนจะกลับมา? แต่หนูก็ไม่อยากให้ลินท์หายไปนะ หรือคนอื่นจะมาแทนที่ แม่รู้ไหม?”

           นางวีสลีย์ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เธอไม่รู้อะไรเลย “เราไปรอพ่อข้างล่างกันเถอะ” เสียงเธอสั่น “ให้ลินท์หลับอยู่ตรงนี้ก่อน”

          จินนี่พยักหน้าก่อนจะลุกออกไปอย่างเชื่องช้า













           ในความมืดมิด ลินท์กำลังล่องลอยไปตามห้วงอวกาศ ลินท์มองไม่เห็นสิ่งใดทั้งนั้นนอกจากดวงดาวที่ลายล้อม

           “ลินท์?”

           เสียงเรียกเล็กๆ ของเด็กผู้ชายดังมาจากข้างล่าง ทำให้ลินท์ที่ล่องลอยอยู่ตกใจ เขาพยายามพลิกตัวให้นอนคว่ำแต่ก็ยากเหลือเกิน

           “นายลองคิดว่าร่างกายนายกำลังหันมาหาฉันสิ”

           ลินท์ทำตามที่อีกฝ่ายบอกทันที ปรากฏว่ามันทำได้จริงๆ 

           “ขอบ—รอน?”

           ลินท์ตื่นตระหนกที่เห็นใบหน้าที่เขาเห็นมาตลอดสองปีที่ส่องกระจก เขารีบล่องลอยเข้าไปหาอีกคนทันที “ทำไม—ทำไมนาย? นายอยู่ที่นี่”

           รอนในวัยเด็กเก้าขวบหยักไหล่ “ก็ฉันอยู่ที่นี่ตั้งแต่นายอยู่ในร่างฉันแล้ว”

           ลินท์นิ่งไปก่อนจะรู้สึกผิด “ฉันขอโทษ”

           “ไม่เห็นต้องขอโทษเลยนะ” รอนว่าก่อนจะทิ้งตัวล่องลอยไปตามอวกาศ “ฉันเป็นคยตัดสินใจเลือกเอง”

           “หมายความว่ายังไง?” ลินท์ถามพลางสั่งร่างกายให้ลอยไปตามรอน

           รอนยิ้มเศร้าออกมาเล็กน้อย “นายก็เห็นว่าครอบครัวฉันเป็นยังไงนะ” รอนหลับตาลง “ฉันเป็นลูกชายคนเล็ก—ไม่ชอบเลย แม่ใส่ใจพี่ๆกับจินนี่มากว่าฉันอีก ฉันน้อยใจมาก พูดอะไรก็เหมือนไร้ค่าไร้ตัวตน แต่วันหนึ่งที่ฉันไล่โนมอยู่หลังบ้านฉันก็ได้ยินเสียงบางอย่าง—มันเรียกชื่อฉัน”

            ลินท์คิดตามที่รอนเล่ามา ความคิดของรอนไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย มันเป็นแค่ความคิดของเด็กคนหนึ่งที่ต้องการความรักของคนในครอบครัว แต่บังเอิญว่าในครอบครัวที่เขาอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ทำให้นายและนางวีสลีย์ดูแลไม่ทั่วถึงและมักละเลยลูกชายคนเล็กไปจริงๆ จากความทรงจำของรอนที่ผ่านเข้าหัวเขา รอนมักอิจฉาพี่ๆ ที่พ่อและแม่สนใจมากกว่า และน้อยใจที่ทุกคนโอ๋จินนี่ที่วิ่งล้มใส่เขา แต่รอนไม่เคยได้รับการปลอบอะไรเลยจากครอบครัวนอกจากคำว่า ‘ระวังหน่อยรอน’

           แต่มันก็น่าน้อยใจจริงๆ นั้นละที่อะไรๆ ก็ถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายและโดนมองข้าม แต่เขาโตมากับสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าเขาจึงมีภูมิต้านทานตรงนี้มากเป็นพิเศษ

            รอนลืมตาและหัวมามองหน้าเขา “เสียงนั้นเรียกฉัน แล้วบอกว่าก็บอกฉันว่า มันให้พรฉันได้” รอนกระซิบเสียงเบา “ฉันก็เลยพูดว่าอยากมีคนรักฉันบ้าง มีครอบครัวที่ดีกว่านี้” รอนทำหน้าซึมเมื่อมองไปยังดวงดาวที่ห่างไกล “ฉันรู้ฉันเห็นแก่ตัวลินท์ แต่อยู่ตรงนั้นฉันไม่มีความสุขเลย—แต่พอนายอยู่ในร่างฉัน ทุกคนก็ดูจะใส่ใจนายมากจนฉันนึกอิจฉาขึ้นอีก”

           ลินท์เม้มปากมองรอนที่กำลังเล่าไปเรื่อยๆ “ฉันอยู่เฝ้านายก่อนเพราะต้องการเห็นครอบครัวของฉันว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ทุกคนดูมีความสุขดี”

           “รอน—ฟังฉันก่อน” ลินท์จับข้อมือของรอน “พวกเขาคิดถึงนายมาก—”

           รอนยิ้มก่อนตัดประโยคของเขา “ฉันรู้แล้วลินท์—แต่ฉันตัดสินใจไปนานแล้ว ฉันเห็นนายมีความสุขกับครอบครับ และพวกเขาก็มีความสุขกับนาย ฉันจะไม่เข้าไปแทรก”

            ลินท์ครางอย่างไม่อยากจะเชื่อ “รอน..”

            “ฉันตัดสินใจจะไปจากตรงนี้” รอนในวัยเก้าขวบยิ้มกว้างทั้งที่มีน้ำตาคลอ “ขอให้มีความสุขนะ ไม่ต้องคิดมาก ฉันไม่ได้เศร้าอะไรเลยรู้ไหม? บอกแล้วไงฉันเห็นแก่ตัวกว่าที่นายคิด..และตรงนั้นไม่ใช่ที่ของฉันตั้งแต่แรก...”

            ลินท์มองร่างของรอนที่ค่อยๆ กลายเป็นละอองสีทองแล้วหายไปเขาร้องเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก “รอน!”

            “ลินท์…”

            เสียงทุ่มเย็นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ลินท์ตื่นตระหนกอีกครั้ง มันเป็นเสียงเรียกเดียวกับที่เขาเคยได้ยินบ่อยๆ ในช่วงนี้

           “ใคร! ออกมานะ!”

           “ฉันไม่มีตัวตนหรอก” เสียงนั้นว่า “ฉันเป็นคนดึงเธอมาที่นี่เอง—ทำตามปราถนาสุดท้ายของเด็กคนนั้น”

           “รอนนะหรอ..”

           “ใช่” เสียงนั้นตอบรับ “ในความเป็นจริงแล้วดวงจิตตนนั้นไม่ควรมาที่นี่ด้วยซ้ำ—มันแค่เป็นการซ้อนทับเวลาและมิติ จนทำให้พลัดหลงเข้ามาในนี้แทนที่จะไปเกิดเป็นเธอในชีวิตของลินท์ และเธอควรเป็นรอน”

            ลินท์นิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ร่างกายลอยไปเองอัตโนมัติ “…”

           “กว่าจะหาเธอพบ เธอก็ดันรู้เรื่องราวในที่ๆ เธอควรเกิดไปหมดแล้วว่าเกิดจากจินตนาการของคนๆหนึ่ง”

           ลินท์คิดว่ามันโหดร้ายมากกับเรื่องที่เขารับรู้ อะไรนะ? พวกเขาจะต้องกลายเป็นตัวละครแค่ในวรรณกรรมจริงๆ นะหรอ ลินท์เริ่มไม่สนุกอย่างที่คิดไว้แล้ว ถ้ามีใครคอยบงการชีวิตของพวกเขาอยู่ด้วยปลายปากกาหรือกระทั้งน้ำหมึกที่พิมพ์

            “แต่ไม่ต้องห่วงไป” เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างกับรู้ในสิ่งที่เขาคิด “เรื่องนี้สร้างจากจินตนาการก็จริง แต่หลังจากนี้พวกเธอทุกคนเป็นคนดำเนินเรื่องเองโดยจะไม่มีใครไปแทรกแทรง”

           “เชื่อได้หรือเปล่า..”

           “เวทมนตร์อย่างฉันที่อยู่ในโลกเชื่อมต่อมิติทำอะไรมากไม่ได้หรอก เพราะนิยายเรื่องนี้จบไปแล้วในอดีต มันจะรีเซตใหม่และเธอจะเป็น Butterfly Effect ของเรื่องนี้ แล้วเเต่เธอจะดำเนิน”

            ลินท์เริ่มคิดหนักกับสิ่งที่เวทมนตร์บอก “มันจะเดินเรื่องเหมือนในหนังสือไหม?”

           “ใช่ มันเป็นแบบนั้น—แต่ตอนนี้เธอเป็นตัวแปรสำคัญอย่าลืมเสียละ—เธอนี่โชคดีนะลินท์ เป็นดังลูกรักของพระเจ้า’’

           ลูกรักลูกชังนะสิ!

           เชื่อเถอะว่าถ้ามีของอยู่ตรงหน้าเขา เขาจะขว้างมันทันที

           “พรของฉัน.. เธอจะกลายเป็นเป็นที่รักของเวทมนตร์”

            อยู่ๆ เสียงนั้นก็เอ่ยออกมาให้พรเขาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อลินท์จะเอ่ยปากถามอีกครั้ง ศีรษะของเขาก็เริ่มหนักอึ้ง แม้เขาจะพยายามพูดออกมาแต่กลับไม่มีเสียงอะไรหลุดออกไปเลยแม้แต่น้อย

            “ฉันจะคืนรูปลักษณ์ส่วนหนึ่งให้เธอ เพื่อให้เธอจดจำว่านี่ไม่ใช่แค่ความฝัน—โชคดีเด็กน้อย..”

            และนั้นเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่เขาจะไม่รับรู้อะไรอีกเลยต่อจากนั้น














           Talk 
           เราหวังว่าเราจะไม่แต่งคาแร็คเตอร์ของรอนแตกต่างจากหนังสือออกไปเท่าไรนะ เราพยายามดึงความรู้สึกนึกคิดของรอนออกมาให้ได้แต่มันก็เหนื่อยหน่อยที่ไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง จริงๆ ชีวิตในวัยเด็กของนางน่าสงสารเหมือนกันก่อนจะดีขึ้นตอนที่แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่เข้ามาเป็นเพื่อนนางอะเนอะ
           ปล. หวังว่าทุกคนจะไม่ผิดหวังกับตอนนี้นะ มันก็คิดมากเหมือนกันที่เปลี่ยนโครงเรื่องมาแนวนี้ TT 
            





















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 196 ครั้ง

152 ความคิดเห็น

  1. #111 SParnzaza (@SParnzaza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 06:50

    สงสารรอนอ่าาาาาาาาาาา
    #111
    0
  2. #94 James J. J. (@JantanaJankaew) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 14:44

    ว้าว ชอมากคะ!
    #94
    0
  3. #93 MoonLightFall (@michaela) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 07:24
    ไม่นะรอน แอบเศร้า
    #93
    0
  4. #92 Dark normol (@0908953549) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 02:03

    ชอบค่าาาาสู้ๆมาต่อเร็วๆนะคะกราบ./\.เรานี่อ่านวนๆไป
    #92
    0
  5. #91 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 18:18
    สองรวมเป็นหนึ่ง?
    #91
    1
  6. #90 __NONAME__ (@Natthida_army) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 06:06

    เกิดอะไรขึ้น รอนะคะ มาต่อเร็วๆน้าาา
    #90
    0
  7. #89 one outs (@oneouts) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 03:50

    มาต่อเร็วๆนะ

    #89
    0
  8. #87 NINA_POP (@nina_lovemob) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 00:38
    รออ่านต่อจ้าาาาาา
    #87
    0
  9. #86 Dark normol (@0908953549) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 00:30

    รออออมาต่อเร็วๆนะคะกราบบบบบ./\.
    #86
    0
  10. #85 Melon4188 (@siriponsiripon32) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:25

    รอตอนต่อไปอยู่นะคะมาต่อเร็วๆน้าาา
    #85
    0