[ Fic KNB&KHR ] わからない แค่คน(ไม่)เคยรู้จัก

ตอนที่ 4 : -Four-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    24 เม.ย. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

:ฐานทัพวองโกเล่

 

 

     ช่วงเวลายามราตรีที่มีพระจันทร์สาดส่องแสงของพระจันทร์เข้ามายังห้องของมิซึกิที่ตอนนี้ข้างกายของเธอมีฮิบารินอนอยู่ด้วยข้างๆ ถึงแม้มิซึกิจะนอนหลับไปแล้วเพราะดูจากการเข้าออกของลมหายใจอย่างสม่ำเสมอก็พอเดาออก มีแต่ฮิบาริเท่านั้นที่ยังไม่หลับ

 

    ตอนนี้ฮิบารินอนอยู่ข้างๆ แฟนสาวแสนบอบบางของเขา ถึงภายนอกจะดูเข้มแข็งร่าเริงอยู่ตลอดเวลา แต่ภายในน่ะใช่ว่าจะเข้มแข็งเหมือนกับภายนอกมันน่ะเจ็บปวด โกรธแค้น เสียใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ฮิบาริรู้อยู่ตลอดแต่ก็ทำได้แค่อยู่ข้างๆ ร่างบางแล้วดูแลเธอเหมือนไข่ในหิน ไม่ให้แมลงมาตอมได้แม้ตัวเดียว

 

 

 

"ถ้าพวกสัตว์กินพืชนั้นมาทำร้ายคุณอีกเป็นครั้งที่สอง ผมจะขย้ำให้เละให้มันเจ็บมากกว่าคุณแน่มิซึกิ" พอจบประโยคฮิบาริก็เข้าไปจูบหน้าผากมิซึกิก่อนจะโอบกอดร่างบางไว้ห่วงแห

 

 

 

 

 

 

 

 

 

| เช้าวันต่อมา |

 

 

:ห้องบอสเดซิโม่

 

 

ยามเช้าของวันหยุดของเหล่าผู้พิทักษ์และอัลโกบาเรโน่อย่างรีบอร์น แต่กลับโดนสึนะเรียกรวมตัวผู้พิทักษ์ทั้งหมดทุกคนยกเว้นรีบอร์นที่ตอนนี้อยูที่อิตาลี





 

"มีอะไรถึงเรียกพวกเราด่วนน่ะสินะ" ยามาโมโตะถามสึนะที่ตอนนี้ยืนมองนอกหน้าต่างอยู่

 

 

 

"น้้นสิสุดขั้ว" ผู้พิทักษ์อรุณซาซางาวะ เรียวเฮถามสึนะ

 

 

 

"ท่านรุ่นที่เก้าติดต่อมา แล้วบอกว่าพวกเราวองโกเล่เดซิโม่และเหล่าผู้พิทักษ์ต้องกลับอิตาลีโดยด่วน และต้องเป็นวันนี้ครับ" สึนะพูดออกว่าโดยที่รู้ว่าทุกคนทำหน้าทำตาอย่างไง แน่นอนว่าคนที่น่าจะหน้าสุดๆ ก็คงเป็นฮิบาริ เคียวยะ

 

 

 

"หมายความไงซาวาดะ สึนะโยชิ" ฮิบาริเริ่มพูดกับสึนะก่อนจะค่อยๆ เริ่มปล่อยจิตสังหารที่ละนิดๆ

 

 

 

"ผมรู้ว่ามันอาจจะกะทันหันไปหน่อย โดยเฉพาะคุณฮิบาริผมถามเหตุผลจากท่านรุ่นที่เก้าแล้ว แต่มันเป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ ครับ"

 

 

 

"เหตุฉุกเฉินของครับพี่สึนะ" แรมโบ้ผู้พิทักษ์อัสนีที่เด็กที่สุดในวองโกเล่ถามสึนะ

 

 

 

 

"ขอโทษนะแรมโบ้ทั้งๆ ที่ยังเด็กอยู่แต่ฉันก็ไม่อยากให้นายไปเสี่ยงอันตรายเลย" สึนะที่อดเป็นห่วงแรมโบ้ไม่ได้แต่มันก็ไม่มีทางเลือ

 

 

"รุ่นที่สิบครับ" โกคุเดระเข้าใจสึนะดีเขาน่ะเป็นห่วงแรมโบ้ที่ยังเด็กที่สุดในบรรดาวองโกเล่ทั้งหมด

 

 

 

"แล้วเหตุฉุกเฉินที่ว่านั้นหมายความว่าไงซาวาดะ สึนะโยชิ" โรคุโด มุคุโร่ผู้พิทักษ์สายหมอกถามสึนะอีกครั้ง

 

 

 

"เหตุฉุกเฉินที่ว่านั้นคือ ท่านรุ่นที่เก้าอยากให้พวกเราสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ยังคงทำการทดลองอย่างลับๆ แบบมุคุโร่ และค่อยกำจัดคนที่เป็นอริกับวองโกเล่ เพียงแต่ว่า…"

 

 

 

 

"แต่ว่าอะไรหรอครับรุ่นที่สิบ" โกคุเดระถามสึนะที่มีสีหน้าท่าทีอึมครึมอย่างหนัก แถมบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียด

 

 

 

 

"ท่านรุ่นที่เก้าอยากให้พวกเรานั้นอยากให้เราตรวจสอบตั้งแต่พันธมิตรไปจนถึงสาขาย่อยของวองโกเล่ที่มีอยู่ 2500 สาขา" คำถามของสึนะนั้นทำให้เหล่าผู้พิทักษ์บางส่วนตกตะลึงกับสาขาย่อยของวองโกเล่( เยอะไปแล้วอิทธิพลของวองโกเล่/ไรท ์)

 

 

 

 

"2500 สาขางั้นหรอซาวาดะ" เรียวเฮถามสึนะอีกครั้ง

 

 

 

 

"ใช่ครับคุณพี่ ถ้ารวมกับพันธมิตรของวองโกเล่ไปอีกล่ะก็เป็น 3900 ที่ที่เราต้องไปกันครับ" จำนวนสถนที่ที่พวเขาต้องต่างพากันสร้างความตกตะลึงอย่างมาก แล้วทันใดนั้นเองฮิบาริก็เริ่มไม่พอใจกับคำสั่งของคนตรงหน้าจนถึงขั้นใช้ทอนฟาอาวุธคู่ใจทุบโต๊ะตรงที่เขานั่งเอง

 

 

 

"เห้ยย!! แกทำอะไรของแกห้ะ!!ฮิบาริ" โกคุเดระเริ่มโมโหฮิบาริกับพฤติกรรมที่แสดงออกมาต่อหน้ารุ่นที่สิบของเขา

 

 

 

"ไม่เป็นไรน่าโกคุเดระคุง ผมเข้าใจครับคุณฮิบาริที่ต้องจากเมืองนามิโมริและก็เป็นห่วงคุณมิซึกิด้วย ผมพยายามแล้วครับแต่ท่านรุ่นที่9นั้นไม่ไว้ใจใครนอกจากพวกเราแล้วน่ะครับคุณฮิบาริ" ถึงสึนะจะให้เหตุผลไปแล้ว แต่ก็ไม่ทำให้ฮิบาริยอมทำตามด้วยจนกระทั่งมีบุคคลคนหนึ่งเข้ามา

 

 

 

 

"ไปเถอะนะเคียวคุง" คนๆ นั้นเป็นใครไม่ได้นอกจากมิซึกิที่เข้ามายังห้องของสึนะแล้วเดินเข้ามาหาฮิบาริ

"คุณมิซึกิ/รุ่นพี่/ยัยจืดจาง/อิบุกิ/พี่มิซึกิ/…" ทุกคนในที่นี่ต่างพากันตกใจที่ร่างบางคนรักของฮิบาริเข้ามาที่ห้องนี้

 

 

 

 

"รู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี้" ฮิบาริถามแฟนสาวที่มีศักดิ์เป็นคู่หมั้นและคนรักของเขา

 

 

 

 

"ก็พอเดาออกว่าคุณน่ะต้องอยู่ที่นี้แน่ๆ"

 

 

 

 

"สมกับเป็นคุณดี"

 

 

 

"ค่ะแล้วก็ฉันได้ยินหมดแล้วนะ เคียวคุงไปเถอะ"

 

 

 

 

"ถ้าผมไปแล้วใครจะดูแล้วคุณ" ฮิบาริภามคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง แม้จะแสดงท่าทีตรงข้ามกับคำพูด

 

 

 

 

"ฉันยังมีเคียวโกะจัง ฮารุจังและโคลมจังค่อยดูแลอยู่นะ คงไม่ว่าอะไรนะเรียวเฮคุง โกคุเดระคุง มุคุโร่คุง" มิซึกิพูดพร้อมหันไปยิ้มให้กับเรียวเฮและโกคุเดระ

 

 

 

 

"โอ้สสส" เรียวยเฮยกนิ้วออกมาให้กัยมิซึกิ

 

 

 

 

"นะ...นัน...นั้นมันก็เรื่องของยัยนั้นสิเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ" โกคุเดระกอดอกพร้อมหันไปทางอื่นแทน

 

 

 

 

"ไม่มีปัญหาครับ" มุคุโร่ยิ้มแสยะออกมา

 

 

 

 

"ฮึฮึฮึฮึงั้นหรอค่ะ" ถึงมิซึกิขะพูดแบบั้น แต่ก็ไม่ทำให้ฮิบาริวางใจได้อยู่ดี

 

 

 

 

"ผมยังไม่วางใจอยู่ดี"

 

 

 

 

"เคียวคุงฉันรู้ว่าเธอน่ะเป็นห่วงฉัน กลับกันฉันเองก็เป็นห่วงเคียวคุงเหมือนกันนะ แต่ว่าผู้พิทักษ์นะต้องอยู่ด้วยกันถึงจะเป็นวองโกเล่แฟมิลี่ ขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้เด็ดขาดแล้วฉันก็รู้ว่าเคียวคุงน่ะไม่ชอบการสุมหัวแต่การที่เราทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มน่ะมันจะทำให้สิ่งที่เราทำอยู่เสร็จเร็วมากกว่าเดิมนะ"

 

 

 

 

"แล้วผมจะได้อะไรถ้าผมสุมหัวกับพวกมัน" ฮิบาริถามร่าบางทีาตอนนี่กำลังจับมือของเขาอยู่

 

 

 

 

"เคียวคุงก็จะได้กลับมาหาฉันได้เร็วๆ ไงล่ะ"

 

 

 

 

"งั้นผมตกลง" ฮิบาริยอมรับความเห็นของแฟนสาวแต่โดยดี

 

 

 

 

"เรียบร้อยแล้วนะสึนะคุง"

 

 

 

 

"ต้องขอบคุณคุณมิซึกิมากๆ เลยครับ ถ้าไม่ได้คุณ มิซึกิผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไงแล้วครับ" สึนเอ่ยขอบคุณร่างบางที่มีศักดิ์เป็นรุ่นพี่ของเขา

 

 

 

 

"ตอบแทนที่พวกสึนะคุงดูแลฉันมาตลอดเวลาที่ฉันมาอยู่ที่นี่ไง"

 

 

 

 

"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ครับมันเป็นสิ่งที่ผมและทุกๆ คนต้องทำอยู่แล้วครับ"

 

 

 

 

 

 

    การประชุมที่แสนจะวุ่นวายก็ได้จบลงในไม่นาน ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานหน้าที่ของตนในทันที่ ทางสึนะเองรีบไปติดต่อกัยท่านรุ่ที่เก้าเรื่องภารกิจที่ไปทำกัน แล้วทางฉันเองที่ตอนนี้กำลังช่วยเคียวคุงเก็บเข้าของจำเป็นสำหรับการเดินทางครั้งนี้ ถึงแม้มันจะเป็นการเดินทางที่ยาวนานไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แน่นอนว่าเราสองคนจะติดต่อกันไม่ได้เพื่อความปลอดภัยของเราอีกด้วย

 

 

    แต่เคียวคุงยังไม่ถึงกับวางใจได้เพราะมันยังมีปัญหาใหญ่กว่า นั่นคือเรื่องคนพวกนั้นที่จะมาที่โรงเรียนนามิโมริถึงพวกจะมาที่นี้เพื่อเก็บตัวแต่พวกเขาต้องเรียนที่นี้ด้วยยั้นคือเงื่อนไขของการเข้าค่ายเก็บตัวแน่นอนว่าพวกสึนะรู้เรื่องนี้ด้วย ซึ่งฮิบาริห่วงตรงมากที่สุด ถึงเขาไม่แสดงปฏิกิริยาให้พวกสึนะเห็น แต่กับฉันเขาแสดงออกโดยเฉพาะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันเท่านั้น ในตอนนั้นเองเคียวคุงก็พูดอะไรบางอย่างออกมา

 

 

 

"ถึงคุณบอกให้ผมไป แต่ผมก็อดเป็นห่วงคุณไม่ได้อยู่ดี" ฮิบาริพูดออกมาในขนาดที่ยังเก็บของอยู่ ฉันที่เห็นแบบนั้นก็หยุดพับผ้าของฮิบาริก่อนจะเข้าไปกอดฮิบาริจากด้านหลังของเขา

 

 

 

 

"ฉันรู้ว่าเคียวคุงเป็นห่วงฉันมาก แต่ในฐานะที่คุณน่ะเป็นผู้พิทักษ์เมฆาของสึนะคุณก็ต้องทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์เพื่อปกป้องสีนะ ปกป้องทุกคนในนามิโมริ และปกป้องฉัน ไม่ใช่ว่าฉันไม่เป็นห่วงเคียวคุงนะแต่มันกลับกันมากกว่านั้นอีก"

 

 

 

 

"กลับกันหรอ??"

 

 

 

 

"อืมเป็นห่วงว่าเคียวคุงจะเป็นอะไรหรือจะได้รับบาดเจ็บหนักจนรอบตัวฮิบาริมีแต่แผลเต็มไปหมด" พอจบประโยคนี้ฮิบาริก็ยิ้มออกมาถึงร่างบางจะไม่เห็นแต่เขารู้ว่าร่างบางนั้นรู้ว่าเขายิ้มอยู่แน่ๆ

 

 

 

 

เพราะรู้จักกันมานานตั้งแต่จำความได้ เขาน่ะรักมิซึกิมากซึ่งมิซึกิรู้ดี เธอเองก็รักเขาเพราะเขาจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ แม้จิตใจของเธอจะแตกสลายจนไม่อยากรักใครอีกแล้ว แต่ฮิบารินั่นได้พิสูจน์ให้เธอได้เห็นกับตาว่าเขานั้นรักแล้วห่วงใยเธอมากแต่ไหน เพราะแบบนั้นเธอจึงยอมคบและยอมหมั้นหมายกับฮิบาริ

 

 

 

 

"งั้นถ้าเคียวคุงเป็นห่วงฉันมากก็ให้คุณคุซาคาเบะมาเป็นบอดี้การ์ดฉันดีไหม เพื่อความปลอดภัยของฉันด้วยคุณคุซาคาเบะจะได้รายงานเคียวคุงได้" มิซึกิที่พูดแบบนั้นทำให้ฮิบาริก็หันมามองร่างบางตรงหน้าก่อนพามานั่งตรงโซฟาก่อนโดยที่มิซึกินั่งอยู่บนตักเขา

 

 

 

 

"แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน" ฮิบาริที่คิดอยู่ครู่นึงก็เห็นด้วยกับความคิดของมิซึกิ

 

 

 

 

"ส่วนเรื่องงานกรรมการคุมกฎที่คุณทำอยู่ ฉันจะดูแลแทนเคียวคุงเองดีไหม ฉันได้อยู่ในสายตาคุณคุซาคเบะได้ไง"

 

 

 

 

 

"แบบนั้นก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะคุณน่ะเป็นกระต่ายน้อยที่ผมหวงมากที่สุดไงล่ะ" ฮิบาริพูดออกมาในขนาดทีาเขานั้นเล่นผมสีไข่มุกของร่างแฟนสาวของเขาอยู่

 

 

 

 

"-///- เคียวคุงบ้า" ประโยคที่ฮิบาริพูดเท่านั้นทำเอาร่างบางนั้นเขินจนไม่รู้จะไปมุดหน้าไว้ไหน

 

 

 

 

 

 

    แต่ด้วยท่านั่งที่ล่อแหลมแบบนั้นทำให้หน้าฮิบาริและหน้ามิซึกิห่างกันไม่กี่เซนก่อนที่ริมฝีปากเข้าใกล้กันจนริมฝีปากของเธอถูกปิดลงด้วยริมฝีปากของฮิบาริ แต่ถึงแบบนั้นมิซึกิก็เอื้อมแขนของเธอไปโอบฮิบาริ และฮิบาริเองก็โอบเอวบางให้แนบชิดกับเขาทำให้ทั้งคู่นั่นได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นดังของกันและกัน

 

 

   ฮิบาริก็ได้ผละริมฝีปากออกแล้วเขามาประกบริมฝีปากบางอีกครั้งอย่างอ่อนหวานและทะนุถนอมอย่างที่สุดฃ ลมหายใจของทั้งคู่ผะผ่าวกันและกัน ไม่มีการลุกล้ำแต่กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาดใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกันทั้งคู่ต่างมองหน้ากันแล้วหายใจแผ่วๆ แม้ตอนนี้หน้าของร่างบางจะแดงไปหมดแล้วก็ตาม

 

 

 

 

"เคียวคุงอ่ะ เก็บของไม่เสร็จทีนะมาทำแบบนี้อีก" มิซึกิตุบอกแกร่งก่อนจะรีบลุกออกจากตักฮิบาริ โดยหน้านั้นยังแดงเถิกอยู่ ฮิบาริที่เห็นแบบนี้ก็หัวเราะออกมากับท่าทีที่เขินอายของมิซึกินิดหน่อยก่อนจะลุกไปเก็บของต่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

| ตอนค่ำ |

 

 

 

"มิซึกิ" ฮิบาริเรียกมิซึกิที่ตอนนี้เขานอนอยู่บนตักร่างบางที่ลูบหัวเขาไปมา

 

 

 

"หืมอะไรหรอเคียวคุง" มิซึกิขานรับฮิบาริ

 

 

 

"ร้องเพลงนั้นให้ผมฟังอีกได้รึเปล่า"

 

 

 

"ได้สิค่ะ" มิซึกิยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มร้องเพลง

 

 

 

 

 

 

 

 

手をつないで歩くこと ただそれだけもできなくて

Te wo tsunaide aruku koto tada sore dake mo dekinakute

หากว่าการจับมือเดินไปด้วยกัน คือสิ่งเดียวเท่านั้นที่ฉันไม่สามารถทำได้

 

戻れない時は過ぎて そのまま終わる気がしてた

Modorenai toki wa sugite sono mama owaru ki ga xeta

ช่วงเวลาที่ผ่านไป ไม่สามารถย้อนกลับมา แต่ฉันยังคงรู้สึกว่ามันได้จบลงแล้ว

 

二人歩く帰り道 終わらず続いてほしくて

Futari aruku kaerimichi owarazu tsudzuite hoshikute

ทางเดินขากลับของเราสองคน ฉันอยากให้มันทอดยาวต่อไปไม่สิ้นสุด

 

道の傍に咲くような 青い花ひとつ

Michi no hata ni saku you na aoi hana hitotsu

ราวกับดอกไม้สีฟ้าเพียงหนึ่งเดียวที่เบ่งบานอยู่ริมถนน

 

消失點の境目に あなたの姿が映る

Shouxsu ten no sakaime ni anata no sugata ga utsuru

รูปร่างของคุณได้สะท้อนออกมายังจุดที่คุณได้หายตัวไป

 

私の暗い部屋の窓辺 暖かな光射した

Watashi no kurai heya no madobe atataka na hikari saxa

แสงสว่างที่อบอุ่นก็ได้ส่องมายังริมหน้าต่างห้องที่มืดมิดของฉัน

 

忘れた時の彼方に すべてが置き去られても

Wasureta toki no kanata ni subete ga okisararetemo

แม้คุณได้ไปไกลเกินจนหลงลืมความทรงจำและทิ้งทุกสิ่งไว้ข้างหลัง

 

ずっと大好きだから 忘れないよ 今はたださようならだけ

Zutto daisuki dakara wasurenai yo ima wa tada sayonara dake

แต่ฉันจะยังรักคุณตลอดไป จะไม่ลืมเลยนะ แต่ในตอนนี้ก็แค่ต้องลาก่อน

 

今ここで生きてること あなたが教えてくれたね

Ima koko de ikiteru koto anata ga oshiete kureta ne

คุณได้สอนให้ฉันรู้ถึงการมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้เลยนี่นา

 

たとえどんな過酷でも ふたりでいれば笑えると

Tatoe donna kakoku demo futari de ireba waraeru to

ไม่ว่าความทุกข์ยากแบบไหนที่เราได้เผชิญ ก็สามารถยิ้มออกมาได้ หากเราสองคนอยู่ด้วยกัน

 

いつかこの世が終わって ふたり別れてしまっても

Itsuka kono yo ga owatte futari wakarete shimattemo

สักวันหนึ่งโลกนี้จะสิ้นสุดลง แม้เราสองคนจะต้องแยกจากกัน

 

いつかきっとまた会える あなたはそう言った

Itsuka kitto mata aeru anata wa sou itta

คุณบอกฉันว่า เราจะได้กลับมาเจอกันอีกในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน

 

終わりが来る星の中で 青い光探してる

Owari ga kuru hoshi no naka de aoi hikari sagaxeru

ฉันได้เฝ้าค้นหาแสงสีน้ำเงิน ท่ามกลางดวงดาวที่มาถึงในตอนสุดท้าย

 

私の心に重なって あなたの鼓動聞こえた

Watashi no kokoro ni kasanatte anata no kodou kikoeta

หัวใจของฉันเกิดซ้อนทับและได้ยินเสียงเต้นของหัวใจคุณ

 

静かな夜の波頭に いつもの朝が消えても

Shizuka na yoru no hadou ni itsumo no asa ga kietemo

แม้ว่ารุ่งเช้าธรรมดาจะหายไปในปลายค่ำคืนอันเงียบสงบ

 

ここでいつまでだって名前呼ぶよ 胸にひとつある傷も

Koko de itsumade datte namae yobu yo mune ni hitotsu aru kizu mo

ฉันจะเรียกชื่อคุณอยู่ที่นี่ตลอดไป แม้จะมีเพียงบาดแผลเดียวในใจของฉัน

 

手のひらに落ちる雫 きっと指から流れる

Te no hira ni ochiru shizuku kitto yubi kara nagareru

หยดลงบนฝ่ามือของฉัน และจากนั้นก็ไหลลงที่นิ้วมือของฉัน

 

そんな悲しみだって変えていける あなたを想うと

Sonna kanashimi datte kaete yukeru anata wo omou to

ฉันสามารถเปลี่ยนความเศร้านั้นได้ เมื่อฉันคิดถึงคุณ

 

ここに残る歌の中 記憶伝わる気がした

Koko ni nokoru uta no naka kioku tsutawaru ki ga xa

ฉันรู้สึกถึงการถ่ายทอดความทรงจำ ในบทเพลงที่หลงเหลืออยู่ที่นี่

 

私がずっと伝え続けるのは ただひとつの想い乗せ

Watashi ga zutto tsutae tsuzukeru no wa tada hitotsu no omoi nose

เพื่อที่จะบอกความรู้สึกของฉันอยู่ตลอดไป กับการเติมเต็มความรู้สึกเพียงหนึ่งเดียวนี้

 

「愛してる」 それだけです

"Ai xeru" sore dake desu

“ฉันรักเธอ” แค่เพียงเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

   ท่วงทำนองที่แปร่งออกมาจากน้ำเสียงของร่างบางนั้นเป็นสิ่งที่ฮิบาริชอบมากที่สุด เสียงที่อ่อนหวานและนุ่มละมุนเพียงแค่ฟังก็ทำให้ตกหลุมรักได้อย่างถอดตัวไม่ออก เพราะแบบไงเขาถึงได้รักเธอมากขนาดนี้ ต่อให้ร่างบางนั้นผ่านความเจ็บปวดมามากแค่เขาเนี้ยแหละจะเป็นคนอยู่ข้างๆ ร่างบางและปกป้องร่างบางจากคนที่จะมาเธอให้ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

_________________





 

ซึ้งอ่ะท่านฮิของไรท์

ส่วนเพลงน่ะมีชื่อว่า koibumi หมายถึงจดหมายรัก

ไรท์ชอบความหมายของมันมาก ถ้าใครอยากฟังก็หาฟังได้จากยูทูปนะ

แต่แนะนำเปิดพร้อมตอนที่อ่านดีกว่านะ

แล้วเจอกันค่าบายย




 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

178 ความคิดเห็น

  1. #113 Cuj27eja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 18:06
    เตรียมตับแล้วค่ะ ตับพร้อม กระดาษทิชชู่พร้อม
    #113
    0
  2. #70 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 19:26
    ชอบมากค่าา!!
    #70
    0
  3. #11 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 12:57

    ชอบอ่าาา คู่นี้น่ารักจัง
    #11
    1
    • #11-1 My_Darkness(จากตอนที่ 4)
      23 เมษายน 2563 / 13:13
      ขอบคุณค่าา
      #11-1
  4. #10 liinmuun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 12:48
    ไม่น่ากดมาอ่านเรื่องนี้ตอนที่ตอนมันยังน้อยๆอยู่เลยค่ะ ไรท์แต่งดีมากๆๆเลยยย
    #10
    4
    • #10-1 My_Darkness(จากตอนที่ 4)
      23 เมษายน 2563 / 13:03
      ขอบคุณค่าาพอดียังเป็นมือใหม่อยู่ค่าาา
      #10-1
  5. #9 vivnalove123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 12:15
    ง่า ชอบเรื่องนี้จังเลยยยย
    ดีจริงๆที่กดเข้ามาลองอ่าน ติดเลยงานนี้
    #9
    1
    • #9-1 My_Darkness(จากตอนที่ 4)
      23 เมษายน 2563 / 12:29
      ขอบคุณมากค่าา
      #9-1
  6. #7 punica2587 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 10:48
    สู้ๆนะค่ะรออยู่ค่าาา
    #7
    1