ความลับแห่งป่าต้องห้าม

ตอนที่ 3 : กลุ่มเด็กที่ถูกจ้องมอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

เราเดินคุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่จนมาถึงโรงเรียน บรรยากาศยามเช้าช่างดูแปลกตา มันแตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผมก้าวขาผ่านประตูเข้ามา เอ็มม่ายืนอยู่ใต้ต้นเมเปิ้ลโบราณข้างลานจอดจักรยาน ลมพัดเบาๆทำผมของเธอปลิวไสวเรียงเส้นอย่างงดงาม ประกอบกับดวงตาที่เปล่งประกายทรงพลังคู่นั้น ผมเหมือนถูกสะกดทุกครั้งยามจ้องใบหน้าของเธอ และด้วยเหตุผลนานาประการที่กล่าวมาทำให้ผมไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปหาเอ็มม่า ผมเร่งฝีเท้าโดยไม่สนใจความเป็นอยู่ใดๆของไอ้แสบ ถึงในใจจะยังช็อกกับเรื่องต่างๆแต่มันก็คงไม่ได้สำคัญไปกว่าการที่ได้คุยกับเอ็มม่าเป็นครั้งแรกของวันนักหรอก

“เอ้า! เจคนายจะไปไหน ฉันยังไม่หายแคลงใจเลย” แม็คตะโกน

“ไฮเอ็ม”

“เอ้าเจค! วันนี้มาเช้าจัง เด็กน่ารักนั่นใครน่ะ” เธอคุยกับผมปกติแล้ว สงสัยเมื่อวานเธอคงจะเครียดกับเรื่องเรียนมากๆ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่พอใจที่เธอบอกว่าไอ้แสบน่ารักแทนที่จะเป็นผม

“อ๋อนี่แม็คจากเมืองไทย บ้านฉันเป็นโฮสต์ให้เค้าน่ะ”

“สวัสดีแม็ค ฉันเอ็มม่านะเรียกว่าเอ็มเฉยๆก็ได้”

“ยินดีที่ได้รู้จักฮะ อ๋อคุณนี่เองที่เจคติดรู...”

“หุบปากเลยไอ้แสบ” ผมใช้มือปิดปากแม็คไม่ให้พูดไปมากกว่านี้พรางยิ้มแสยะให้เอ็มม่า

“ไม่พูดแล้วๆ” แม็คขอร้องด้วยความกระวนกระวายจนผมยอมปล่อยมือ

“น่ารักกันจริง อย่างกับพี่น้องกันเลย” เอ็มม่าพูดขึ้น

“อันที่จริงฉันเพิ่งรู้จักแม็คเมื่อคืน”

"นายไม่เคยเล่าเรื่องแม็คให้ฉันฟังเลย"

"ฉันก็เพิ่งรู้ทุกอย่างเมื่อคืนเหมือนกัน แม่ไม่ได้บอกอะไรฉันเลย"

“เดี๋ยวเจคเสื้อนายไปโดนอะไรมาเนี่ย” เอ็มม่าคงจะสังเกตเห็นรอยไหม้ที่เสื้อของผมน่ะ

“โดนไฟช็อตมาเมื่อกี้”

“ตายแล้วเป็นอะไรหรือเปล่า”

“สบายดีๆ ว่าแต่เพื่อนคนอื่นๆล่ะอยู่ไหน”

“คงกำลังมาน่ะ วันเสาร์นี้มีสวนสนุกเปิดใหม่ข้างๆป่าโรงเรียนนายจะไปมั้ย”

“เอาสิๆ เอ่อ! ถ้าฉัเสร็จจากช่วยครูเบลจัดหนังสือนะ” ผมตอบออกไปทันควันก่อนที่จะฉุดคิดขึ้นได้ว่าตัวเองจะต้องไปช่วยครูเบลจัดหนังสือที่ห้องสมุดในวันเสาร์นี้

“พาแม็คไปด้วยนะ” ผมก้มมองดูสีหน้าของแม็คที่กำลังออดอ้อนเหมือนเด็ก

“แม็ค ฉันว่านายไปหาครูใหญ่ดีกว่าไปให้เค้าหาห้องให้ เดินไปทางนั้นแล้วเลี้ยวขวาจะมีป้ายโตๆติดอยู่ว่าห้องครูใหญ่”

“นายจะให้ฉันไปคนเดียวเหรอ”

“ใช่ ฉันมีธุระต้องคุยและที่สำคัญห้ามบอกแม่”

“งั้นตอนเที่ยงเจอกัน ถ้าฉันไม่ตายซะก่อนอะนะ”

"เอาน่าไม่ตายหรอก เดี๋ยวตอนเย็นฉันพานายไปเรดวู้ด"

"มันคืออะไร ฉันได้ยินตั้งแต่ที่แม่นายพูดแล้ว"

"เดี๋ยวนายก็รู้เองแหละ แต่ตอนนี้ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวสายเอานะ"

"โอเค" พูดจบแม็คก็เดินลับหายไป

"นายจะพาเค้าไปเรดวู้ดโดยที่ไม่มีฉันไม่ได้หรอกนะ" เอ็มม่าพูดขึ้น

"งั้นก็ไปด้วยกันเลยสิ ว่าแต่..เมื่อวานเธอไม่คุยกับฉันเลย”

“ฉันทะเลาะกับที่บ้านนิดหน่อยน่ะ ขอโทษด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็ไม่ใช่คนสำคัญอะไร”

“เป็นอะไรของนาย”

“เปล่าๆ ว่าแต่เอ็มเธอเคยเห็นอะไรแปลกๆที่ป่าต้องห้ามบ้างไหม” คุยเรื่องส่วนตัวอยู่ดีๆภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับเมื่อวานที่จู่ๆหน้าครูนิคกับครูแครอลก็โผล่ขึ้นมา ไหนจะความฝันบ้าๆอีก ทำเอาเสียบรรยากาศหมดเลย

“ฉันคิดว่าไม่นะ มันดูน่ากลัวเลยไม่อยากเข้าใกล้ อีกอย่างแม่ฉันบอกว่าไฟฟ้าที่รั้วเป็นไฟฟ้าแรงสูงด้วย นายถามทำไม”

“เพราะฉันไปเจออะไรเข้าล่ะสิ” ผมพูดจบเสียงกริ่งเรียกเข้าเรียนก็ดังขึ้นอย่างเป็นใจ

“เดี๋ยวตอนกลางวันค่อยคุยกัน ไปเรียนก่อน เดี๋ยวโดนครูใหญ่ว่า”

สิ้นคำพูดของเอ็มม่าพวกเราก็ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นๆที่กำลังเดินเข้าห้องเรียน เราเรียนกันไปเป็นเวลาสี่คาบเช้า โชคดีที่วันนี้ไม่มีวิชาเรียนของอสูรกายกระหายเลือด ’ครูแครอล’ พอถึงเวลาพักเที่ยงเราก็ลงไปกินข้าวกันที่โรงอาหารตามปกติ

“ขอบใจที่วันนี้นายไม่ปากเสียอีก” ผมพูดกับเควนติน

“ฉันคิดว่าเราคงหายกันแล้ว อีกอย่างวันนี้นายก็ไม่ได้โดดเรียนหรือทำตัวแปลกๆ”

“ไม่เอาน่า” เคซี่พูด

“ทำไมวันนี้นายถึงมาเร็วได้ฮะ” เบนยิงคำถามมาที่ผม

“เดี๋ยวนายก็รู้รออีกสักห้าวิ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง” ผมพูดกับเบนพรางจ้องไปหาแม็คที่กำลังเดินมาด้วยความเหงาหงอย

“ไฮเจค” แม็คเดินมาทักผมที่โต๊ะกินข้าวด้วยสภาพที่ยากจะอธิบาย

แม็คทักผมยังไม่ทันขาดคำก็มีกลุ่มเด็กชายคราวเดียวกับเค้าเดินมาชนไหล่แล้วทำมันบดหกใส่รองเท้าคู่ใหม่ที่เค้าเพิ่งจะแกะกล่องเมื่อเช้านี้เอง “ไอ้เตี้ย” เด็กพวกนั้นพูดล้อและไม่รู้สึกผิดใดๆกับสิ่งที่ทำ ซึ่งมันทำให้ผมนึกถึงปีเตอร์ทันทีทันใด

“ไม่ไหวแล้วนะ” แม็คตะโกนขึ้นพรางปลีกตัวออกไปจากโต๊ะด้วยแรงมหาศาลแต่ผมคว้ากระเป๋าเค้าไว้ทัน

“ปล่อยฉันนะ” แม็คพยายามออกแรงมากขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะผมแรงเยอะกว่า

“ตัวนายเท่าลูกหมา ยังอยากไปมีเรื่องกับเค้าอีก นั่งแล้วเงียบซะ”

“ก็มัน...”

“พอเลย! ทุกคนนี่แม็คจากเมืองไทย”

“แม็ค นี่เคซี่ เควนติน โทนี่ เบน แครี่แล้วก็เอ็มม่านายเจอเธอแล้วเมื่อเช้า”

“สวัสดีฮะทุกคน” แม็คพูดขึ้น

“เด็กหล่อกว่านายอีก เจคเอ๋ย” เคซี่กล่าว

“ได้ไง”

“ถ้างั้นแม็คก็คงจะเป็นคนปลุกนายสินะ ทำตัวเป็นรุ่นพี่หน่อยเจค” เบนตำหนิผมด้วยคำพูดที่กรีดแทงจิตใจที่สุด

“กำลังปรับตัวอยู่ อย่างน้อยวันนี้ฉันก็เข้าเรียนทุกวิชา แบบนี้พอจะเหมาะสมกับการเป็นรุ่นพี่มั้ยล่ะ”

“ขอให้จริงไปตลอดเถอะ”

“ขอนั่งด้วยนะฮะ”

“ได้สินั่งเลยน้องชาย เป็นไงล่ะเราวันแรก” เควนตินพูดคุยกับแม็คอย่างเป็นกันเอง

“ตามสภาพนั่นแหละฮะ”

“คงจะโดนมาหนัก” โทนี่เอ่ยขึ้น

“นายโดนไอ้พวกนั้นแกล้งมาใช่ไหม” เคซี่ถามแม็ค

“ก็ประมาณนั้น”

“เดี๋ยวพี่จัดการให้”

เคซี่พูดจบเธอก็ลุกจากที่นั่งมุ่งตรงไปหากลุ่มเด็กแสบที่แกล้งแม็คเมื่อสักครู่ “สวัสดีพี่เคซี่คนสวย มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” หนึ่งในกลุ่มเด็กนั่นพูดขึ้น ในขณะที่สายตาของทุกคนจ้องมองไปที่หน้าอกของเธอ “นี่พวกนาย ถ้าลงที่ตัวเองไม่ได้ก็อย่าไปลงที่คนอื่น” เคซี่กล่าวเตือนเด็กที่มีอิทธิพลอย่างใจกล้า “อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย สักวันนึงพี่จะต้องร้องเรียกหาแท่งสวรรค์ของผม” เด็กคนเดิมพูดด้วยความหยาบคายและเหยียดหยามในสตรีเพศ “ไอ้เด็กนรก” เคซี่ตบไปที่หน้าของเด็กนั่นอย่างจัง ซึ่งคงจะทำให้เค้าโกรธเอามากๆ “พี่คิดว่าเป็นเชียร์หลีดเดอร์โรงเรียนแล้วจะทำอะไรใครก็ได้งั้นเหรอ ถุย”

เบนผู้ดูอยู่ห่างๆเริ่มเห็นว่าเคซี่คงจะรับมือไม่ไหวจึงรีบแทรกเข้าไปทันที “ไอ้พวกเด็กเปรต คิดว่าใหญ่นักเหรอฮะ พูดจาอะไรให้มันดูหน่อย กระดูกคนละรุ่น จะลองซักหมัดไหมฮะ” เบนพูดขึ้น “โถ่เว้ย!” เด็กนั่นถอนหายใจเพราะรู้ว่าตัวเองคงสู้เบนไม่ไหว ก็ดูกล้ามมันสิใหญ่ซะขนาดนั้น ผมลืมบอกไปว่านอกจากเบนมันจะเรียนเก่งแล้วมันยังเป็นนักกีฬาโรงเรียนด้วย “เจอดีแน่ไอ้เตี้ย” เด็กกลุ่มนั้นตะโกนมาหาแม็ค “ฉันก็ไม่เอาพวกนายไว้แน่ถ้าเผลอมาแกล้งน้องฉันอีก” เบนพูดขึ้นพร้อมกับชี้หน้าอย่างจริงจัง

“เป็นไรไหมเคซ” เบนถามเคซี่

“ตบพวกมันไปทีนึง เด็กอะไรแก่แดดชะมัด ปากเสียสุดๆ” เคซี่พูดตอบเบนก่อนทั้งคู่จะกลับลงมานั่งที่โต๊ะ

“ขอบใจนายนะเบน” ผมพูดกับเบน

“น้องนายก็เหมือนน้องฉัน”

“แม็คไม่ใช่น้องฉันโว้ย”

“ช่างมันเถอะพี่ ยังไงก็ขอบคุณนะฮะ แต่ผมกลัวว่ามันจะแย่กว่าเดิมล่ะสิ” แม็คพูดขึ้น

“ไม่ต้องกลัวหรอกแม็ค มันไม่กล้าแกล้งอะไรนายแรงๆหรอก เอานี่เป็นประกันได้เลย” เบนพูดพรางเบ่งกล้ามโชว์

“จะโชว์กล้ามว่างั้น” เอ็มม่าพูดขึ้น

“จะไปกลัวทำไมก็แค่พวกเด็กกร่าง ต่อยมันเลย” เควนตินบอกกับแม็ค มันก็พูดได้สิก็หมัดมันหนักใช่เล่น อีกอย่างพ่อมันก็เป็นตำรวจ

“เฮ้ยๆๆ นายจะบ้าเหรอไง ถ้าแม็คเป็นอะไรมาฉันจะบอกแม่ยังไงล่ะ”

“ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆให้มันแกล้งป้ะ”

“งั้นเดี๋ยวตอนบ่ายฉันไปดูแม็คเอง”

“ไม่ต้องเลยเจค แผนเยอะนักนะ ตอนบ่ายมีสอบแคลคูลัส... ไหนเมื่อเช้าไปเจออะไรมาเล่าหน่อย” เอ็มม่าพูด

“เจออะไร” เพื่อนคนอื่นๆต่างพึมพำด้วยความสงสัย

“ก็เมื่อเช้าเจคพูดอะไรถึงป่าต้องห้ามแล้วเสียงกริ่งดังพอดีเลยไม่ได้เล่า”

“งั้นเล่ามา” โทนี่พูดเสริม

“ก็คือเมื่อเช้าขณะที่ฉันกับแม็คเดินผ่านป่าต้องห้ามจู่ๆก็มีผู้หญิงเดินเข้ามาชนแล้วก็มุดรั้วไฟฟ้าไปได้เฉยเลย”

“นายคงจะตาฝาด” เบนกล่าว

“ไม่ใช่นะ ผมอยู่กับเจค ผมก็เห็นเหมือนกัน” ทุกคนเริ่มมองหน้ากันเมื่อแม็คเสริมขึ้น

“ถ้าพวกนายไม่เชื่อดูนี่” ผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับโชว์รอยไหม้ที่เสื้อคลุมให้ทุกคนดู

“แล้วไง” เควนตินถาม

“ก็เพราะฉันโดนไฟจากรั้วช็อตล่ะสิ”

“นายนี่ก็โง่จริงๆนะเจคอบ นายก็รู้อยู่ว่ารั้วมันมีไฟฟ้า ป้ายเตือนก็ออกจะใหญ่โต” โทนี่ต่อว่าผม

“ก็นั่นแหละฉันจะไปแตะมันทำไมถ้าฉันไม่เห็นอะไรแปลกๆจริงมั้ย”

“เอ่อมันก็พอมีเหตุผล แต่ฉันเริ่มสับสนแล้วขอใหม่ได้มั้ยเอาทั้งหมด” เอ็มม่าขอร้องให้ผมเล่าอีกที

“ก็คืออยู่ดีๆมีผู้หญิงคนนึงเดินมาแบบนิ่งๆเงียบๆน่าขนลุกอยู่เหมือนกัน แล้วก็รอดผ่านเข้าไปทางช่องรั้วได้โดยที่ไม่ถูกไฟช็อต ฉันก็นึกว่าไม่มีไฟฟ้าที่รั้ว เลยจะลองเข้าไปตามเธอคนนั้นเพราะว่ามันอันตรายป่ามืดๆเราก็รู้กันอยู่ แต่ดูเหมือนจะคิดผิดเพราะที่รั้วมันมีไฟฟ้าไงล่ะ”

“และหลังจากนั้นเจคก็ลอยมากระแทกลงที่พื้นดัง ตุ้บ!” แม็คพูดแทรก

“นายไม่ต้องเล่าก็ได้นะตรงนี้เนี่ย”

“สิ่งที่พวกนายเห็นอาจจะเป็นวิญญาณคนตายก็ได้นะ วิญญาณเป็นพลังงานที่สามารถเคลื่อนที่ผ่านวัตถุทุกอย่างได้น่ะ ฉันอ่านหนังสือมา” แครี่ผู้นิ่งเงียบมานานพูดขึ้นเพื่อเสนอความคิดเห็น

“ไปกันใหญ่แล้วเธอจะบ้าเหรอไงแครี่” โทนี่พูดขึ้น

“แต่หนังผีที่ฉันเคยดู เค้าบอกว่าวิญญาณจะไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านสนามไฟฟ้าได้นะ อีกอย่างเธอคนนั้นเดินชนพวกเราด้วยคงไม่ใช่หรอก” พูดจบทุกคนก็มองมาที่ผมอย่างไม่คาดคิดว่าผมจะสนใจเรื่องพวกนี้

“พวกนายแม่งเพี้ยนว่ะ” เควนตินพูด

“ยิ่งฟังยิ่งขนลุก ไปๆรีบกิน” เคซี่แทรกขึ้น

ผมมองไปที่กำแพงอีกด้านจากโต๊ะที่นั่งอยู่ ครูแครอลยืนจ้องผมอย่างผิดวิสัย ที่เสาถัดไปก็เป็นครูนิคที่คาดว่าจะมองพวกเรามานานแล้วเหมือนกัน ผมจ้องครูนิคเพื่อสังเกตพฤติกรรมแต่เค้ากลับเดินจากไปราวกับว่ากลัวผมรู้ว่าเค้ามองพวกเราอยู่ ผมหันกลับมาที่ครูแครอลและเธอยังคงมองอยู่อย่างนั้น เห็นเช่นนั้นผมก็ทำได้เพียงหลบตาของเธอแล้วหันไปคุยกับเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง ผมแอบมองเธออีกครั้งและครั้งนี้เธอก็หายไปเสียแล้ว

หลังจากมื้อกลางวันจบลงผมก็พาแม็คไปล้างรองเท้าแล้วเดินไปส่งก่อนที่จะเข้าสอบวิชาแคลคูลัสของครูนิค ข้อสอบดูยากชวนปวดหัว อาจเป็นเพราะเมื่อวานผมไม่ได้ตั้งใจเรียนตามที่เอ็มม่าบอกก็เป็นได้และผมก็รู้ดีว่าครั้งนี้ผมคงจะสอบตกอีกเช่นเคย แต่ทว่าตลอดระยะเวลาการสอบครูนิคกลับทำตัวประหลาด เค้าเดินวนเวียนไปมาแถวๆโต๊ะผมไม่หยุด เวลาผมเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเค้าสบตาทุกครั้ง ผมไม่แน่ใจว่าเค้ามีอะไรกับผมหรือเปล่า

ท้ายคาบผมเดินออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย หลังยื่นใบข้อสอบก่อนจะย่างเท้าออกจากห้องก็มีเสียงพูดขึ้นว่า “ป่าน่ะมันไม่ใช่ที่ของนายหรอกนะ” มันเป็นเสียงทุ้มต่ำชวนขนลุกจากปากของครูนิคราวกับว่าเค้ารู้ว่าผมไปเจออะไรหรือคิดอะไรอยู่ นั่นยิ่งทำให้น่ากลัวขึ้นไปอีก

ผมเดินออกมาโดยไม่พูดอะไรจนกระทั่งเรียนเสร็จ ผมไปรอรับแม็คที่หน้าห้องเพื่อจะพาเค้ากลับบ้าน แต่แล้วก็เจอเหตุการณ์เดิมๆ ปีเตอร์เดินมาแซวผมเกี่ยวกับแม็คซึ่งมันดูน่ารำคาญมาก

“เดี๋ยวนี้กินเด็กเหรอน้อง”

“เกลียดนายว่ะ”

“ปากดีนักนะระวังไว้เถอะ เด็กนั่นก็เหมือนกัน มันโดนฉันอัดแน่”

“นายห้ามทำอะไรแม็คเด็ดขาดเลยนะ”

“ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ”

“เพราะถ้านายทำฉันจะฆ่านายซะ” ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นตัวเองคิดอะไรอยู่ แต่ผมรู้แค่ว่าการปกป้องคนในครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

“โถๆเจค แกจะทำอะไรได้ ไปพวกเรา” พูดจบปีเตอร์ก็กวักมือเรียกเพื่อนตัวเองแล้วเดินผ่านไป

แม็คค่อยๆเดินมาหาผม เค้าดูนิ่งเงียบไม่พูดอะไรเลยแม้แต่น้อยสงสัยคงจะเหนื่อยมาก ผมคิดไว้อยู่แล้วว่ากล้ามของเบนไม่ได้ช่วยอะไรนักหรอก ยิ่งจะทำให้พวกเด็กนั่นเกลียดเค้าขึ้นกว่าเดิมซะอีก เราเดินออกจากโรงเรียนกลับมาทางเดิม ในขณะที่เราใกล้ถึงป่าต้องห้าม ผมก็สังเกตเห็นสายกั้นสีเหลืองกับเจ้าหน้าที่มากมายยืนรวมกลุ่มกันอยู่ ดูเหมือนจะมีใครเป็นอะไรซะแล้ว

“เค้ามีอะไรกันเจค มันเป็นปกติหรือเปล่า” แม็คที่นิ่งอยู่นานเริ่มให้ความสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า

“ไม่ปกติ... มันไม่ปกติอย่างแรงเลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น