[ EXO ] LET ME TEACH - ( Chanbaek )

ตอนที่ 6 : บทเรียนที่ 5 : "ผมอยากฟังเสียงคุณ..."

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    11 พ.ค. 61








            อือ...!”

            ผมครวญในลำคอเมื่อได้ยินเสียงของบางอย่างดังขึ้นพร้อมกับแสงสว่างที่กระทบกับเปลือกตา ความอบอุ่นที่ผมควานหาก็ได้หายไปจนรู้สึกขัดใจแล้วต้องตื่นอย่างไม่พร้อมเท่าไหร่นัก

            ตื่นไปเรียนได้แล้ว

            เสียงทุ้มของใครบางคนที่ผมเรียกเขาว่าความอบอุ่นเมื่อสักครู่ดังขึ้นเพื่อปลุกผมขึ้นจากภวังค์ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันยากเหลือเกินกับการเปิดตาขึ้นมาเพื่อรับแสงในเวลานี้ จนกระทั่งผืนเตียงข้างๆ ตัวผมยุบยวบลงไป

            ผมยังง่วงอยู่เลย...

            น้ำเสียงงัวเงียของผมเอ่ยออกไปหวังให้เขาให้เวลากับผมอีกสักหน่อย เมื่อคืนกว่าผมจะหลับก็ใช้เวลาไปนานโข ซ้ำยังร้องห่มร้องไห้จนตาบวมส่งผลให้การลืมตาขึ้นในเวลานี้เป็นเรื่องยากเหลือเกิน

            อาจารย์ชานยอลทิ้งตัวลงนอนข้างผมอีกครั้งและรั้งตัวผมเข้าไปกอด อุณหภูมิจากเขาที่ได้รับทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้สวมเสื้อไว้ นั่นทำให้ใบหน้าของผมแนบไปกับลำตัวและรับความอบอุ่นจากเขาเต็มที่ กลิ่นน้ำหอมของเขากับกลิ่นกายของเขามันเข้ากันได้เป็นอย่างดี และบ่งบอกว่าเขาเป็นคนสะอาดและนุ่มลึกถึงเพียงใด

            เห้อ... เขากำลังทำให้ผมไม่อยากลุกออกจากที่นอนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกนะ

            ถ้าคุณไม่ตื่นผมจะปล้ำคุณนะ

            อาจารย์ไม่ทำหรอก...

            ลืมเรื่องเมื่อคืนไปแล้วหรือไง ?” อาจารย์ถามผมเสียงเข้ม นั่นทำให้ผมนึกถึงเรื่องบางอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่เราจะเข้านอนไปด้วยกันเมื่อคืนนี้ “56 ของผมน่ะ... คุณยังไม่ได้ลองเลยนะ ?”

            อาจารย์ชานยอล !!”

            ผมหน้าเห่อแดง ผลักไสเขาออกด้วยมือคู่เล็กๆ อย่างร้อนรนเมื่อนึกถึงการไล่ปล้ำของเขาเมื่อคืนนี้ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเมื่อลืมตารับแสงสว่างเข้ามาเต็มที่จนรู้สึกตื่นตัวและเตรียมจะไปอาบน้ำเพื่อเข้าเรียนคลาสบ่ายให้ทัน

            ให้ตายเถอะ! พอเจอเรื่องดี คำพูดดีเข้าหน่อยผมก็ลืมความหื่นกามตัณหากลับของเขาไปเสียสนิท !

            เขาหัวเราะตามหลังเมื่อผมเดินสะดุดพรมเช็ดเท้าหน้าประตูห้องน้ำแล้วหงุดหงิดจนใช้เท้าถีบมันออกไปไกลอย่างคนนิสัยเสีย

            ก็ดูคำถามของเขาสิจะไม่ให้ผมรู้สึกอะไรเลยหรือไงกัน !

            ผมรู้นะว่าเมื่อคืนคุณแอบมองมัน!”

            ไม่! ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!” ผมโวยวายเมื่อนึกถึงภาพเมื่อคืน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนนี้หลังจากที่เขาจับมือผมไปปลดชุดคลุมอาบน้ำของเขาออกผมก็แอบลืมตาขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ความจริงบางอย่างว่ามันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

            มันใหญ่กว่าที่คุณคิดใช่มั้ย...
            ผม ไม่ เห็น อะ ไร ทั้ง นั้น!!!”         

 

 

 

#เรื่องนี้ผมสอน

 

 

 

 

            ผมนั่งหน้ามุ่ยมาตลอดทางตั้งแต่ออกมาจากคอนโดของอาจารย์ชานยอล เขาเอาแต่แซวไม่หยุดแม้แต่เวลาที่เราต้องนั่งหันหน้าเข้าหากันในเวลาที่ทานอาหารร่วมโต๊ะ เขาเอาแต่พูดว่าผมเป็นเด็กลามกบ้างล่ะ พูดถึงขนาดที่มโหฬารของเขาบ้างล่ะ น่าหงุดหงิดชะมัด!

            ผมอยู่ในชุดนักศึกษาที่อาจารย์เป็นคนซักรีดให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนนี้ที่ผมนอนหลับไป และบีบบังคับให้ผมร่วมเดินทางมากับเขาด้วยเหตุผลที่ว่าในคลาสบ่ายของวันนี้เขาคืออาจารย์ประจำคลาสที่ผมเรียน และมันไม่มีเหตุผลมากเพียงพอที่จะต้องแยกกันไป ดังนั้นตอนนี้ผมจึงทำได้เพียงนั่งนิ่งๆ อยู่บนรถของเขานั่งฟังเสียงแหบๆ ของเขาฮัมเพลงอย่างคนอารมณ์ดีจนอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้

            อารมณ์ดีอะไรนักหนา

            ไม่รู้สิ คุณคิดว่าเพราะอะไรล่ะ ?” เขาหยุดฮัมเพลงที่เปิดคลอเอาไว้ในรถแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปาก คิดว่าเพราะเรื่องที่มีคุณร่วมทางมาด้วย หรือเรื่องที่คุณตื่นตระหนกกับขนาดของผมดี ?”

            อาจารย์ชานยอล !!” ผมเสียงดังขึ้นเมื่อเขาพูดเรื่องเดิมๆ ขึ้นมาอีก ถ้าคุณยังพูดถึงเรื่องนี้อีกผมจะไม่พูดกับคุณแล้วนะ !”

            เขาหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางหัวเสียของผมก่อนที่เขาจะเปิดเพลงในรถให้ดังขึ้นอีกครั้งแล้วแหกปากร้องมันออกมาดังมากกว่าเดิมจนน่ารำคาญ ให้ตายเถอะ! เขาทำตัวเหมือนเด็กกวนประสาทคนนึงไม่ได้เหมาะกับชุดสูทที่ช่วยเสริมให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่เลย!

            ผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปปิดเพลงสะก่อนที่เขาจะกวนประสาทผมไปมากกว่านี้ บางทีการที่เขาเห็นว่าผมกำลังหัวเสียมันอาจจะยิ่งทำให้เขารู้สึกชอบใจมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ผมจึงตัดปัญหาน่ารำคาญนี้ด้วยการพิงศีรษะเข้ากับฝั่งประตูของรถแล้วมองไปนอกหน้าต่างสะเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นเขาแม้แต่หางตา

            ทว่าเมื่อเขาเห็นว่าผมเงียบไปนานเขาก็เอื้อมมือมาลูบศีรษะและใช้มืออีกข้างในการประคองพวงมาลัยให้ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนยานพาหนะต่อ

            คุณงอนผมหรือไงแบคฮยอน ?”

            ...

            ผมขอโทษ แค่ไม่อยากเห็นคุณนั่งหน้าบึ้งแบบนั้น

            ผมไม่ได้ทำหน้าบึ้งสักหน่อย!”

            แต่ปากคุณมันยื่นออกมาจนจะติดคอนโซลรถอยู่แล้ว แล้วดูนี่สิ...เขาย้ายมือของเขามาดึงแก้มของผมจนยืด อมลมเอาไว้จนพอง ทำตัวเป็นเด็กไปได้

            อาจารย์อะ!”

            ผมปัดมือเขาออกแล้วหันไปเผชิญหน้ากับเขาที่กำลังหัวเราะกับท่าทีเหมือนเด็กเอาแต่ใจของผม

            ก็มันติดนี่! เวลารู้สึกหงุดหงิดหรือรำคาญใจมันก็มักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำปากยื่นปากยาวหรือว่าทำแก้มพองๆ แบบที่อาจารย์พูดสักหน่อย เขาไม่มีสิทธิ์จะมาพูดว่าผมทำตัวเหมือนเด็กนะ!

            โอเคๆ ผมไม่แกล้งคุณก็ได้

            เขาหยุดหัวเราะและตีหน้าเข้ม เปิดไหล่ยกอกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ดูเหมือนเขากำลังต้องการใช้สมาธิในการขับรถ แต่เขาฝืนตัวเองได้ไม่นานหรอก...

            ฮะ... ฮ่าๆ

             นั่นไง...

          มันคงเป็นจริงที่ว่าคนเราไม่สามารถหยุดหัวเราะหรือห้ามความต้องการของตัวเองได้เป็นเวลานานๆ

            ผมไม่คุยกับคุณแล้ว

            ผมพูดแล้วหันกลับไปให้ความสนใจกับท้องถนนข้างๆ อีกครั้ง และเวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาทีรถที่เรานั่งอยู่มันก็หยุดนิ่งลงเมื่อต้องทำตามกฎการจราจร

            อาจารย์ชานยอลใช้มือของเขามาประคองใบหน้าของผม เขาเชยปลายคางของผมให้หันหน้าไปหาเขา ก่อนที่ใบหน้าจะยื่นเขามาใกล้และจบลงด้วยริมฝีปากที่ประทับลงบนหน้าผากโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว

            อ...

            คุยกับผมเถอะนะคนดีน้ำเสียงแหบทุ้มของเขาเอ่ยออกมาเบาๆ เขาเลื่อนใบหน้าลงมาจนสายตาของเราอยู่ในระดับเดียวกัน ผมอยากได้ยินเสียงของคุณ...

            เขาใช้สายตาของเขาควบคุมผมอีกครั้ง เขามองลึกเข้ามาราวกับกำลังร่ายเวทมนตร์ให้ผมหยุดนิ่ง...

            หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะเมื่อปลายจมูกของเราชนกัน และลมหายใจของผมก็ถูกช่วงชิงไปเมื่อเขาประทับริมฝีปากของเขาลงมาเมื่อผมเผยอปากเล็กน้อยเป็นการอนุญาตให้เขาเข้ามาเชยชิมรสชาติของผม

            เขาสัมผัสผมด้วยความอ่อนโยนของเขา โอบประคองความหอมหวานของเราด้วยจังหวะลิ้นที่เชื่อมกันเอาไว้จนผมแทบลืมจังหวะหายใจ... มือของผมยกขึ้นดึงคอเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว ผมดึงให้เขาเข้ามาแนบชิดมากกว่านี้ ผมต้องการไออุ่นของเขา ต้องการให้เขาใช้มือข้างที่กอดเอวเอาไว้กระชากตัวผมเข้าไปอีก...

            ทว่าความหวาบหวามเหล่านั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อรถคันหลังบีบแตรขึ้นดังลั่นท้องถนน

            ผมผละออกจากกันแทบจะทันทีที่เสียงนั้นดังมากพอที่จะเรียกสติของเราให้กลับมาทั้งคู่ อาจารย์ชานยอลกลับไปนั่งขับรถดังเดิมพร้อมเสียงกระแอมในลำคอเพื่อเรียกฟอร์มเล็กน้อย ต่างจากผมที่ร้อนรนจนหัวกระแทกเข้ากับกระจกรถอย่างแรงจนเสียงดัง

            เราต่างคนต่างเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผมจะอดทนไม่ไหวแล้วหลุดหัวเราะออกมา และเขาเองก็เช่นกัน เราต่างฝ่ายต่างก็กลับไปเงียบอีกครั้ง แต่หากครั้งนี้กลับไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดอย่างเดิม

            เพราะผมเห็นว่าเขากำลังแอบยิ้ม

 

          และผมเองก็เช่นกัน...

 

 

 

 

 

#เรื่องนี้ผมสอน

 

 

            คุณเข้าห้องไปก่อน เดี๋ยวผมตามไป ฝากบอกเพื่อนๆ ให้เตรียมตัวด้วยล่ะ

            ครับๆ ทราบแล้วครับอาจารย์

            เขากลับมาเนี้ยบเหมือนเดิมเมื่อรถจอดในมหาวิทยาลัยและเรากำลังจะแยกกันเพื่อไปทำหน้าที่ เขาสั่งผมขณะที่กำลังจัดการคอเสื้อที่โดนมือของผมขยำจนยับยู่ยี่ และผมก็กำลังจัดการทรงผมที่ออกจะไม่เป็นทรงเล็กน้อย เราต่างฝ่ายต่างจัดการตัวเองจนเรียบร้อยและผมก็กำลังจะเปิดประตูรถออกไป

            แบคฮยอน

            ครั...

            ผมยังพูดไม่ทันจบเขาก็รวบรัดเอามือทั้งสองข้างของผมไปไว้ในกำมือของเขาด้วยมือเพียงข้างเดียว และกระชากใบหน้าของผมให้หันมารับจูบจากเขาอีกครั้งก่อนจะต้องแยกกัน แต่เพียงไม่กี่วิเท่านั้นเขาก็ผละออกไป

            เผื่อเอาไว้น่ะ... มันคงดีกว่าการที่ผมต้องเห็นหน้าคุณในห้องเรียนแล้วทำอะไรไม่ได้

            อาจารย์...

            ผมไม่อยากไปปล้ำจูบคุณในคลาสเรียนหรอกนะ

           

            เพี้ยะ!

          ผมทำบาปด้วยการตีอกของเขาไปหนึ่งทีอย่างอดไม่ได้ ก่อนที่จะเปิดประตูลงจากรถไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มมากกว่าทุกวัน

            ผมรู้ตัว... ปกติแล้วในชีวิตแต่ละวันผมแทบจะไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีกระจิตกระใจจะมาเรียน ทำตัวประหนึ่งว่าถอดวิญญาณออกจากร่างแล้วมาเล่าเรียนด้วยร่างเปล่าๆ เพียงเท่านั้น แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกว่าผมอยากจะมาเรียน อยากจะกระโดดโลดเต้น อยากจะหัวเราะให้ดังๆ

            ไม่รู้ว่าเพราะได้ระบายความอึดอัดในใจออกไป ได้มีใครสักคนที่รับฟังแล้วเข้าใจ ได้นอนหลับจนเต็มตื่นมากกว่าทุกวัน

            หรือเป็นเพราะมีเขาคนนั้นเข้ามาสร้างสีสันกันแน่...   

          ผมฮัมเพลงที่นั่งฟังด้วยกันกับอาจารย์ชานยอลบนรถเมื่อสักครู่นี้แล้วเดินเข้าห้องเรียนไป กระเป๋าเป้วางไว้บนโต๊ะข้างๆ กันกับคยองซูเพื่อนรัก แต่เพลงสุดแสนโรแมนซ์ของผมก็ถูกขัดขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงเหมือนหมูป่าของคยองซูเข้า

            เมื่อวานนายหายไปไหนมา หา!!”

            เสียงตะโกนแปดหลอดของเพื่อนตัวเล็กเรียกความสนใจของเพื่อนในคลาสได้เป็นอย่างดี ทุกสายตาจับจ้องมาทางเราทั้งคู่อย่างฉงนสงสัยแต่เจ้าตัวที่เป็นคนโวยวายกลับไม่สนใจและดึงให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้

            ฉันโทรไปหานายตั้งกี่สาย นายมีมันไว้เพื่อขว้างหัวหมาหรือไง!!”

            ใจเย็นก่อนน่า...

            ไม่เย็นแล้วโว้ย!!”

          คยองซูโวยลั่นอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์ มันทำให้อดไม่ได้ที่จะตีหน้าผากตัวเองสักทีอย่างหัวเสียแล้วรีบกระซิบกระซาบกับตัวปัญหา คนเขามองกันหมดแล้ว อายบ้างสิวะ!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นเพื่อนตัวแสบก็หันไปมองซ้ายมองขวาเพื่อพิสูจน์ว่าผมพูดจริงหรือไม่ ก่อนที่มันจะยกมือขึ้นทำท่ากระแอมกระไอเพื่อเห็นความจริงรอบตัวในตอนนี้ แต่ก็ยังไม่วายจะมาซักคำกับผมต่ออีก

            เมื่อวานนายหายไปไหนมา ฉันโทรไปหานายตั้งกี่สิบสาย!”

            ขอโทษนะ เมื่อวานพอกลับห้องไปฉันก็หลับยาวเลยผมโกหกคำโต ไม่อยากให้หมอนี่รู้ว่าความจริงแล้วผมหายไปไหนมา เพราะถ้าไม่อย่างนั้นคงได้เสียงดังจนคนรู้กันทั้งมหาวิทยาลัยแน่ๆ

            หลับหรือตายกันแน่ ?!”

            เอาน่า ฉันก็มาเรียนแล้วนี่ไง

            ก็เป็นห่วงหรอก

            จ้าๆ

            ผมขานรับแล้วเก็บกระเป๋าลงด้านล่างเพื่อเตรียมตัวที่จะเรียน แต่ยังไม่ทันจะได้จัดวางของอะไรมือของคยองซูก็ดึงใบหน้าของผมให้หันไปหาอีกครั้ง

            อะไรอีกเนี่ย

            ที่คอของนาย...นิ้วเล็กๆ จิ้มลงที่ลำคอฝั่งซ้ายของผม นี่มันรอย... รอยอะไร ?”

            “!!!”

          ผมตกใจจนแทบลืมหายใจเสียสิ้น ยกมือขึ้นปิดร่องรอยที่คยองซูระบุเอาไว้... ผมลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อคืนนี้อาจารย์ชานยอลเขากัดบริเวณนี้ในช่วงที่เรามีปากเสียงกัน... แย่ชะมัด ตั้งแต่ผมเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยมีคนเห็นไปกี่คนกันแล้วนั่น!

            ผมหันไปควานหาพลาสเตอร์ในกระเป๋าหวังว่าจะเจอมันหลงเหลือสักอันในนั้น แต่ไม่ว่าจะค้นยังไงก็ไม่เจอ จนคยองซูสะกิดแล้วยื่นมาให้ผมอันหนึ่งและผมไม่ปฏิเสธที่จะรับมันเอาไว้เพื่อปกปิดรอยน่าเกลียดนี่ให้เรียบร้อย

            เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวแน่ๆ แบคฮยอน...

            เอ่อ... นี่มันรอย... รอยยุงกัดน่ะ!”

            ผมแก้ตัวน้ำขุ่น ทว่าเจ้าตัวแสบกลับหันหน้ามาหาผม แสยะยิ้มอย่างน่าหวาดกลัวราวกับสัตว์ประหลาดในเรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริงค์เมื่อมันถลนตาจนโตแล้วจ้องมองผม

            เมื่อกี้นายตกใจจนตามันจะถลนออกมาอยู่แล้ว!! แบบนี้น่ะ แบบเน้!!”

            เออๆ เออ!”

            ผมผลักหน้ามันออกเมื่อรู้สึกสยองจนเกินกว่าจะรับได้ และคยองซูเองก็ดูเหมือนจะเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ไม่น้อย เนื่องด้วยเราไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน ใครมีอะไร มีความสัมพันธ์แบบไหนกับใคร ยังไง ก็ต้องบอกกันเป็นคนแรกเสมอ แต่อยู่ดีๆ ผมดันมีหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ ก็ไม่แปลกเลยที่จะต้องถูกคาดคั้นในสถานะผู้ต้องสงสัย

            หลังเรียนเสร็จนายต้องไปกับฉัน ไม่งั้น...มันหันมาหาแล้วทำท่าเอานิ้วปาดคอตัวเอง ตาย!!”

            เออ... รับทราบแล้วครับ

            ผมรับปากพลางคิดถึงเรื่องที่จะพูดเพื่อหลบเลี่ยงการตอบคำถามว่ารอยนี้เกิดขึ้นจากอาจารย์ชานยอลตรงๆ ต่อให้เป็นเพื่อนที่สนิทกันแต่ผมว่ามันคงดูไม่ดีเท่าไหร่หากคยองซูจะต้องมารับรู้ความสัมพันธ์แปลกๆ ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์แบบนี้

            อาจารย์มาๆ

            เสียงของคนคนหนึ่งในห้องพูดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญญาณให้อีกหลายปากปิดสนิทจากการจับกลุ่มคุย และยิ่งหันไปเห็นว่าเป็นใครที่เดินเข้ามาก็ยิ่งก่อบรรยากาศความอึดอัดมากขึ้นเป็นเท่าตัว... อาจารย์ชานยอลคงจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดไม่น้อย เพราะยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรสักคำเหล่านักศึกษาก็นั่งปิดปากเงียบหลังตรงกันเป็นแถว

            ก็คงจะมีแต่ผมที่เอาแต่หลับในคลาสจนไม่รับรู้กิตติศัพท์ของเขานั่นแหละนะ

            อาจารย์ชานยอลวางหนังสือเล่มหนึ่งกับกระเป๋าโน้ตบุ้คบนโต๊ะและทำความเคารพตอบนักศึกษาก่อนที่เขาจะเตรียมตัวและเริ่มบรรยายด้วยบุคลิกอันนิ่งขรึมของเขา

            ผมนั่งฟังพลางเลกเชอร์การบรรยายไปด้วยเพราะวันนี้ผมได้นอนหลับเต็มที่แล้วมันจึงทำให้ผมไม่ต้องมานั่งหลับในคลาสอีก

            เสียงบรรยายเงียบลงเมื่อกำลังจะเปลี่ยนบทเรียน ผมวางปากกาแล้วเงยหน้าขึ้นมองจอโปรเจคเตอร์ที่เปิดสไลด์บทเรียนใหม่ขึ้นมา ทว่าสายตาของผมกลับหยุดลงที่ตำแหน่งอื่นเสียก่อน และมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาจารย์ชานยอลก็กำลังมองมาทางผมเช่นกัน

            เขาจ้องมองผมแล้วใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ และเพียงแค่การกระทำแค่นั้นมันก็ทำให้ผมหน้าแดง หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกวูบวาบ ผมนึกอยากทำบาปด้วยการชูนิ้วกลางให้ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ดึงหน้าตึงใส่แบบโง่ๆ

            ตาแก่ตัณหากลับเอ้ย !           

            การบรรยายในคลาสดำเนินไปเรื่อยๆ จนใกล้จะหมดเวลาพอๆ กับความง่วงที่เริ่มเข้ามาแทรกซึม ความจริงผมควรที่จะแอบหลับสักงีบเพื่อจะได้เก็บพลังในการทำงานคืนนี้ แต่ผมกลับมัวแต่คอยจับผิดอีตาอาจารย์หื่นกามนั่นจนลืมเรื่องการชาร์จแบตให้ตัวเองไปเสียสนิท ครั้นจะขอกลับก่อนเวลาก็คงไม่เหมาะสมในเมื่อเมื่อวานนี้ผมก็ลาไปแล้ววันนึง บางทีช่วงวันหยุดนี้ผมอาจจะต้องชดเชยด้วยการทำงานทั้งวันทั้งคืน ไม่ใช่เพื่อทางร้านแต่เพื่อตัวเองด้วย... ผมไม่ได้ลืมหรอกนะว่าจะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองแล้วจ่ายค่าเช่าห้องอยู่

            ทันทีที่เสียงของอาจารย์ชานยอลเงียบลงเป็นสัญญาณว่าการบรรยายได้สิ้นสุดผมก็ปิดสมุดเลกเชอร์แล้วใช้มันรองแทนหมอนเพื่อที่จะรอเรียนคลาสต่อไปที่ต้องใช้ห้องเดิมในการเรียน ทว่าเสียงบางสิ่งกระทบกับโต๊ะที่ผมใช้ทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นแล้วเห็นว่าเป็นปลายปากกาที่ถูกใช้เคาะเบาๆ

            ผมเงยหน้าขึ้น เห็นชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทที่ดูเสริมให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีภูมิฐาน

            อาจารย์...

            จบคลาสนี้แล้วไปพบผมที่ห้องพักครู

            มีอะไรหรือเปล่าครับ ?”
            มีงานให้คุณช่วย

            เขาพูดเพียงแค่นั้นแล้วเดินออกไปไม่ได้ระบุถึงข้อมูลงานที่จะให้ทำหรือเหตุผลที่ต้องเป็นผม

            คยองซูที่นั่งอยู่ข้างๆ กันสะกิดไหล่เมื่อผมหันกลับมาให้ความสนใจกับการนอนอีกครั้งแม้สายตาของมันจะยังคงมองแผ่นหลังของอาจารย์ชานยอลที่หยุดยืนคุยอยู่กับอาจารย์เฉินอยู่หน้าห้องก็ตาม

            อาจารย์เขาเรียกนายไปทำไมวะ ปกตินายก็แทบจะไม่มีตัวตนในคลาสอยู่แล้วนะ

            ฉันจะไปรู้มั้ยล่ะ... แต่ไอ้เรื่องมีตัวตนในสายตาก็น่าจะมีตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนนั่นแหละ

          ผมปิดการสนทนาด้วยการฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพื่อที่จะพักสักแปปนึงก่อนที่อาจารย์เฉินจะเข้ามาสอนต่อ ผมปิดตาลงทำตามความตั้งใจของตัวเองทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังหันกลับมามองอยู่

           

            เมื่อการสอนของอาจารย์เฉินสิ้นสุดลงผมก็รีบเก็บของรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อหนีคยองซูที่เอาแต่จะตื๊อตามผมให้ได้แม้ว่าผมจะปฏิเสธไปแทบทุกครั้งที่หมอนั่นขอก็ตาม ความจริงผมก็รู้นะว่าเจ้าตัวแสบคงแอบปลาบปลื้มอาจารย์ชานยอลอยู่ไม่มากก็น้อย ด้วยบุคลิกแสนเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นมาให้คนภายนอกได้เห็น มันไม่แปลกเลยที่จะมีนักศึกษาแอบกรี๊ดเขาเพราะความเท่บาดใจ

            แม้แต่ผมเองยังแทบจะปฏิเสธเสน่ห์แสนร้ายกาจของเขาไม่ลงเลย...

            ผมเดินดิ่งไปทางห้องพักครูตามคำสั่งของเขาจนมาถึง ผมเคาะประตูและได้ยินเสียงเขาอนุญาตจึงเปิดประตูเข้าไปแล้วพบว่าเขานั่งอยู่คนเดียวภายในห้องที่มีโต๊ะเกือบสิบตัวและแสงสีส้มเข้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินสาดส่องเข้ามาในห้อง

            ขนาดเห็นเขาเป็นเงามืดๆ เพราะมองย้อนแสงเขายังดูเท่เป็นบ้า...

            อาจารย์จะให้ผมช่วย...

            มานี่สิแบคฮยอน มาใกล้ๆ

            ผมยังพูดไม่ทันจบเขาก็เรียกให้ผมเดินไปหาเขาที่โต๊ะพักครู เขาวางปากกาที่กำลังลงคะแนนลงในใบบันทึกของนักศึกษาก่อนที่จะใช้มือปลดปมเนคไทที่แสนอึดอัดนั่นลงมาพร้อมกับกระดุมเม็ดบนที่ถูกปลดออกสองเม็ด เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อผมเดินมาถึงข้างโต๊ะ และโดยไม่ทันตั้งตัวเขาก็คว้าเอวของผมเอาไว้แล้วอุ้มผมขึ้นไปนั่งบนโต๊ะที่เขาใช้ทำงานเมื่อครู่นี้ ผมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจแต่ยังไม่ทันจะโวยวายอะไรทั้งนั้นเขาก็จับขาของผมแหวกออกจากกันแล้วแทรกตัวเข้ามาที่ตรงกันระหว่างขา       

            อาจารย์ !!”

            ผมจะทำไงดีแบคฮยอน...

            อื้อ !”
            เขาบดริมฝีปากลงมาทั้งที่ยังคงพูดไม่จบ ยกขาทั้งสองข้างของผมให้ตั้งชันขึ้นบนโต๊ะและเบียดตัวเขามาหา กางเกงสแลคที่เขาสวมใส่มาทำงานในวันนี้ไม่ได้ช่วยปกปิดส่วนที่แข็งขืนของเขาให้มาโดนตัวผมได้เลย มันแข็งจนผมรู้สึกได้ถึงความต้องการของเขา รสจูบที่ดุดันของเขาทำให้ผมรู้ว่าเขาต้องการผมมากเพียงใด

            กลิ่นและรสชาติเย็นๆ ของลูกอมปะปนกับกลิ่นบุหรี่ถูกส่งต่อเมื่อผมเผยอปากตอบ ต้อนรับความเปียกชื้นที่สอดแทรกเข้ามาอย่างไม่รอช้า แขนของผมโอบรอบลำคอของเขาเพื่อดึงเข้ามาหาตัวมากขึ้น

            มันหวาบหวามจนแทบสิ้นสติเมื่อเขาเริ่มโยกสะโพกจนส่วนที่แข็งชันเข้ากระทบกับของผมเป็นห้วงจังหวะ เขาผละจูบออกไปแต่ริมฝีปากไม่ห่างไปไหน

            ผมจะจัดการตัวเองยังไงดี...เขาพูดจบก็จูบผมอีกครั้งก่อนที่จะพูดต่ออีก ผมอยาก...

 

          ครืดด!!

 

            ทำไมมันนาน... แบคฮยอน!!

            “!!!”

            เสียงเปิดประตูดังพอๆ กับเสียงของใครบางคนที่ตะโกนเรียกชื่อเมื่อได้เห็นท่าทีที่เป็นอยู่ในตอนนี้ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ ผมผลักเขาออกและเขาก็เลือกที่จะยืนหันหลังเพื่อปิดบังบางส่วนเอาไว้ที่ยังคงไม่อ่อนตัวลงได้ง่ายๆ

            นี่นายกับอาจารย์ชานยอล... มันหมายความว่าไงกัน!!!”

            ผมอ้าปากค้างไม่กล้าจะเอ่ยอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งเจ้าเพื่อนตัวเล็กมาดึงมือผมให้เดินตามไปโดยไม่ฟังเสียงของผมที่ตะโกนให้เขาหยุดเลยแม้แต่นิดเดียว

            หยุดก่อน... คยองซู... นี่!!”

            หุบปาก!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

 

 

 

 

            ขออนุญาตลบคยองซูออกจากตอนนี้จะทันมั้ยคะ 55555 อีนี่ก็แต่งไปนั่งเขินนั่งบิดไป ดูท่าแล้วอีกสักประเดี๋ยวคงจะได้มีเรื่องบัดสีบัดเถลิงเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ด้วยความที่ปรึกษากันกับอีเพื่อนว่าเราควรจะให้ลูกสาวเรามีหลัวเลยดีหรือไม่ แล้วนางตอบว่ายังดีกว่าให้ลูกเก็บซิงไว้ จึงได้ยอมสอดแทรกแม่นางตาโตเข้าไป ทำให้ลูกสาวมิได้มีหลัวเสียที งุ้ยยยยย! อยากจะเผามหาลัยนี้ยิ่งนัก ทำไมประตูห้องพักครูของหล่อนจึงมิมีกลอนให้ลง ลูกฉันจะได้มีสามีเป็นอาจารย์เสียที 55555555

            อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้นกับแฮชแท๊กให้เค้าหน่อยน๊า มันเงียบมากจนบางทีรู้สึกน้อยใจจริงๆ ฮืออ TT มันไม่สนุกหรือยังไงบอกได้เลยน๊า ติชมได้เลยค่ะ จะได้แก้ไขนะ

            สุดท้ายไม่ท้ายสุด รักเหมือนเดิมเพิ่มเติมคืออยากให้ลูกสาวมีหลัว จุ๊บๆ #เรื่องนี้ผมสอน

 

 

 

 

           

 

 

           


 

 

 

 

 

 

 

 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

206 ความคิดเห็น

  1. #203 littleCB (@tualak2140) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 01:41
    555555555 คยองซู
    #203
    0
  2. #200 mybabybaeky (@mybabybaeky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 16:47
    คยองงงงงงทำไมไม่มาช้ากว่านี้สักหนึ่งชั่วโมงงงงง
    #200
    0
  3. #189 เมียพี่หมี (@myyungsoo93) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 09:56
    ถ้าไม่ใช่คยองพี่จะด่าแล้ว5555
    #189
    0
  4. #173 ChanBaekWarrior (@ChanBaekWarrior) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 22:27
    คยองงงงน้องคยองงง
    #173
    0
  5. #74 Cheezedrink (@cycdbh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 02:02
    อีกนิดเดียวเท่านั้น คยองงงงงงงงง
    #74
    0
  6. #73 ไอจัง เองนะ (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    เราว่ามันไม่ผิดนะถ้าจะชอบกัน ตราบใดที่ไม่ได้เสียซิงแลกเกรด แต่ชอบพอกันจริงๆ มันเป็นเรื่องปกติมาก คนเหมือนๆกัน แต่ ก้ควรจะมิดชิดหน่อยอะจนกว่าจะเรียนจบ ค่อยเปิดตัว
    #73
    0
  7. #72 123456789ice (@123456789ice) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 02:33
    ทำไมไม่ล็อคประตู....-.,-
    #72
    0
  8. #71 UNFOUND (@tuck_story) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:41
    น่ะ กำลังจะได้เลยอ่ะ คย๊องงงง กรี้ดดดดดดดดด แต่ก็ใจเย็นๆนะคะอาจารย์ เก็บการบ้านไว้ทำที่บ้านไม่ดีกว่าเหรอคะ 555555555
    #71
    0
  9. #70 itssabilasal6104 (@itssabilasal6104) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:16
    <p>กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฟหกหดกเ้เด้ดกหฟวส</p>
    #70
    0
  10. #69 nuneny_NJ (@nuneny_NJ) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 19:02
    โอ้ยยยย คยองซูก็ชอบอาจารย์หรอ ไม่นะๆๆๆๆ
    #69
    0
  11. #68 s-khamsom (@s-khamsom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 18:13
    คยองซูววววว เทอจะเข้ามาตอนนี้ไม่ได้น้าาา
    #68
    0
  12. #67 Kamolrath Praipruek (@kamolrath) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 03:02
    มดเต็มเลยยยยยยยยยยยยยย
    #67
    0
  13. #66 123456789ice (@123456789ice) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 02:06
    โอ่ยยยยย หวานไปหมดอะ หว้านหวานนนนนน
    #66
    0
  14. #65 Ggammyploy (@GgammyployY) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 00:58
    แหม เลือกชิมความหวานผิดที่ไปหน่อย5555555
    #65
    0
  15. #64 ไอจัง เองนะ (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 00:51
    ก้จะหวานเป็นพิเศษนะคะคนมีความรัก
    #64
    0
  16. #63 Amabella (@kxny_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 00:44
    คือมันดียยยยยยย์
    #63
    0
  17. #62 tamagobyp (@BYPjm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 00:21
    งือออออ คือดี เขินนนนนนนนนนนนนไสวไมกวดวดวกวำ
    #62
    0