Fanfic Saint Seiya (yaoi) รักว้าวุ่นของเหล่าเซนต์

ตอนที่ 44 : { Deuteros x Aspros } คำสัญญาของเราพี่น้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    4 พ.ค. 62



เช้าวันนึงอันแสนวุ่นวายในแซงค์ชัวรี่


เหตุใดจึงวุ่นวายนะหรือ

เหตุนั้นเนื่องมาจากองค์เทพีอาเธน่าได้ทำการสงบศึกกับเจ้านรกฮาเดสต่างฝ่ายต่างเลิกลาต่อกัน

แซงค์ทัวรี่กำลังอยู่ระหว่างซ่อมแซมยกใหญ่เพราะเสียหายจากการต่อสู้กับเจ้านรกค่อนข้างมากโดยเฉพาะวิหารเคียวโก วิหารอาเธน่าและปราสาทเจมินี่

“นี่พักกันได้แล้วนะได้”

เจมินี่ผู้พี่อัสทรอสตะโกนบอกเหล่าโกลด์เซนต์ที่กำลังยกซากและเสาของวิหารที่พังไปซ่อมแซมใหม่พลางให้เดฟเทรอสเจมินี่ผู้น้องและเลโอ เรกูลัสหลายชานสุดรักสุดหวงของชิจิฟอสให้เอาอาหารเที่ยงไปแจกจ่าย

“ขอบใจนะอัสทรอสที่เอาเสบียงมาให้”

ชิจิฟอสยิ้มให้น้อยๆก่อนจะเดินไปรับกล่องข้าวจากอัสทรอส

“ม...ไม่เป็นไร แค่นี้น่ะมันคงไม่เพียงพอที่จะชดใช้กับสิ่งเลวร้ายที่ข้าทำไว้หรอก ข้าขอตัวนะเดี๋ยวข้าจะไปช่วยพวกซิลเวอร์เซนต์ที่ขนซากวิหารเคียวโกลงมาก่อน”

อัสทรอสกำมือแน่นกัดฟังกรอดก่อนจะหันหลังและวิ่งขึ้นบรรไดไป

“เดี๋ยวสิอัสทรอสตัวท่านเองก็ทำงานมาหนักจนล้าแล้วเช่นกันนะท่านจะไม่พักหน่อยหรอ”

อัศมิตาที่ตอนนี้มองเห็นแล้วจ้องแผ่หลังของเจมินี่ผู้พี่

“ข้าไม่เป็นไร”

อัสทรอสพูดจบก็เดินขึ้นบรรนไดไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเบื่องหลัง

“เค้าเป็นแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้วน่ะเดฟเทรอส”

เดเจลที่เอาผ้ามานั่งเช็ดเหงื่อมองไปยังเดฟเทรอส

“2เดือนก่อนตั้งแต่ถูกชุบชีวิตขึ้นมานั่นละ”

เดฟเทรอสที่มองแผ่นหลังของพี่ชายที่เดินจากไปกำหมัดแน่น

“แต่ก็น่าสงสารอยู่นะคนที่ทำอะไรก็สมบูรณ์แบบไปหมดอย่างอัสทรอสกลังทำเรื่องที่ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยอย่างการใช้หมัดมายาปีศาจควบคุมน้องชายของตนอย่างเดฟเทรอสให้ไปสังหารท่านเคียวโกไหนจะฆ่าน้องชายด้วยมือตนเองอีกถึงนั่นจะเป็นเพียงคำคุแยงตะแคงข้างก็เถอะแถมคืนชีพมายังต้องมาอกหักจากชิจิฟอสอีกลงอีลอบนี้จะเป็นแบบนั้นก็ไม่แปลก”

ชิออนที่กำลังนั่งทำแผบให้โดโกอยู่พูดขึ้น

“อกหักจากอาชิจิฟอส???”

แมวเรที่กำลังขนของอยู่วางซากเสาที่ขนลงแล้วมองอย่างสงสัย

“2อาทิตย์ก่อนอัสทรอสมาสารภาพรักกับชิจิฟอสน่ะแต่ว่าตอนนั้นข้าก็คบกับชิจิฟอสอยู่อยู่”

เอลซิดลูบหลังชิจิฟอสที่สำลักน้ำเพราะคำถามสุดสะเทือนใจของหลานชาย

“พูดตามตรงข้าไม่เคยคิดโกรธท่านพี่เลยแม้แต่ครั้งเดียวทั้งเรื่องที่ควบคุมข้าและเรื่องที่ฆ่าข้า...ข้าน่ะไม่เคยโกรธหรือแค้นท่านพี่แม้แต่น้อย”

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่ลงมองตรงไปที่ทิศของวิหารเคียวโก

“ต่อให้โดนท่านพี่ฆ่าตายแต่ว่า...ความตายของข้าก็ทำให้ท่านพี่หลุดพ้นจากฤทธิ์ของหมัดมายาสำหรับข้าเพียงเท่านั้นก็พอ”

น้ำเสียงห้าวหาญแข็งระด้างอ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ

“เห้ยๆเจ้ายักษ์น้ำเงินน้ำเสียงแกมันเปลี่ยนไปแปลกๆวะอย่าบอกนะว่าแกชอบพี่ชายแท้ๆของแกเองน่ะ”

คาร์เดียที่พึ่งโดนเดเจลเอาน้ำแข็ง(ไดม่อนดัส)สาดใส่หน้าได้เอามือไปวางบนไหล่ของเดฟเทรอส

“พ...พูดบ้าอะไรของแกมันจะเป็นไปได้ยังไ...”

เดฟเทรอสที่พยายามจะสบัดตัวหนีคาร์เดียก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเงยหน้าไปเจอกับพี่ชายที่แย้มยิ้มสดใสพูดคุยกับเจ๊พาร์ทีต้าและอาเธน่าใบหน้ายิ้มแย้มของพี่ชายทำให้เค้าเผลอหลุดยิ้มตามตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


โถ่เอ้ยไอ้ยักษ์ซึนหาเรื่องโดนฟ้าผ่าตายแล้วแกเอ๋ยชอบพี่ตัวเอง


เหล่าโกลด์เซนต์คนอื่นๆถอนให้ใจกันออกมาคนละชุดก่อนจะหันไปมองเจ๊พาร์ทีต้ากับอาเธน่าที่แต่งตัวเหมือนกำลังจะไปไหนกัน

“ท่านอาเธน่าเจ๊พาร์ทีต้ากำลังจะไปไหนหรอครับแต่งตัวเช่นนั้น”

ชิจิฟอสเปิดประเด็นถามคนแรก

“เรากำลังจะไปที่อิตาลีน่ะค่ะพอดีว่าเทนมะกับพี่อาโรนที่อยู่ที่นั่นบอกว่าเด็กๆที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยากพบเรา”

“ต้องขอโทษที่ไม่ได้อยู่ในแซงค์ชัวรี่ในช่วงยุ่งๆแบบนี้”

2สาวยิ้มเล็กน้อยอย่ารู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรหรอกครับท่านเองก็ไม่ได้กลับบ้านเกิดนานกลับไปบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกท่านและข้าฝากทักทายเทนมะศิษย์ข้าด้วยนะ”

โดโกโบกมือส่งคนแลกพร้อมชิออนที่ส่งยิ้มให้2สาว

“จะให้พวกเราไปส่งรึปร่าว”

อัลปาฟิก้าที่หันไปมอง2สาว

“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวอัสทรอสจะไปส่งที่ท่าเรือ”

“ยังไงก็ขอโทษทุกคนนะคะที่ไม่ได้อยู่ช่วยในช่วงยุ่งๆแบบนี้แต่เราฝากเรื่องงานและงบไว้ที่เซจกับฮาเครแล้วมีอะไรก็ปรึกษาทางนั้นได้”

องค์เทพีอธิบายรายละเอียดในช่วงที่ตนไม่อยู่ให้เหล่าโกลด์เซนต์ฟัง

“ท่านอาเธน่าเรือใกล้ออกแล้วรีบไปเถอะครับเดี๋ยวจะไปสาย”

“งั้นเราไปก่อนนะเจอกันอีก2อาทิตย์นะคะ”

ว่าแล้ว2สาวก็เดินตรงไปยังท่านเรือโดยมีอัสทรอสเดินตามไปส่ง

“นี่เดฟเทรอสเอาตามตรงนะถ้าไม่มีเมียอยู่แล้วพี่เจ้าไม่น่ารอดข้าวะ”

คาร์เดียที่อยู่ๆก็โพล่งขึ้นรีบถอยหลังหนีเพราะเห็นเดฟเทรอสแยกเขี้ยวใส่

และพอถอยไปเรื่อยๆก็จนกับเดเจลที่ยิ้มเย็นๆให้

“เดฟเทรอสข้าขอเป็นคนจัดการเจ้านี่เองนะเพราะข้าเชื่อว่าเจ้าคงไม่อยากเอาเขี้ยวเจ้ามาขย่ำแมงป่องหรอก”

ว่าแล้วก็สาดแสงออโรร่าใส่คาร์เดียทันที


ผ่านไป10 นาทีหลังกินข้าวเสร็จทุกคนก็กลับไปทำงานกันต่อ


เดฟเทรอสที่กำลังแบกซากเสาอยู่กำลังเดินออกไปเพื่อเอาซากเสาไปซ่อมก็ได้มีมือของคนๆนึงมาแตะไหล่

“เราพอจะรู้ว่าเจ้านั้นมีอะไรอยู่ในใจเราเชื่อว่าพูดออกไปน่าจะดีกว่านะ”

เจ้าของเรือนผมสีทองยิ้มน้อยๆก่อนจะมือบางที่วางอยู่บนไหล่กว้างนั้นตบเบาๆก่อนจะยกเศษซากกำแพงออกไป

“นี่ข้าก็รู้นะว่าเจ้าน่ะเคยชอบอัศมิตาแต่สุดท้ายก็แห้วเพราะสิงห์น้อยดันชิงตัดหน้าไปก่อน”

โดโกที่กำลังนั่งอู้งานอยู่พูดแซวเดฟเทรอส

“เงียบปากซะแกน่ะถึงข้าจะเคยชอบอุศมิตาจริงแต่ข้าก็ไม่ได้จมปลักเสียหน่อยและก็แกน่ะเลิกอู้งานแล้วเอานี่ไปข้าจะไปขนชุดต่อไป”

ว่าแล้วเดฟเทรอสก็โยนซากเสาให้โดโก

“พวกข้าทุกคนรู้หรอกว่าเจ้าน่ะแอบชอบพี่ตัวเองแถมเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ว่าจะบอกไปได้ง่ายๆแต่รู้สึกยังไงก็บอกไปเหอะอย่างมากแค่เข้าหน้ากันไม่ติดแค่นั้นเอง”

มานิกอลที่พึ่งกลับมาจากการวิ่งขึ้นวิ่งลงรายงานสถานะการให้ทางฝั่งวิหารเคียวโกกับด้านล่างรับรู้คำสั่งจากเซจกับฮาคุเรพูดแซวขึ้นก่อนจะซัดน้ำไปเหยือกนึงเพราะเหนื่อย

“เออๆยอมรับก็ได้ว่ามันเรื่องจริงที่ข้าชอบอัสทรอสแต่ไอ้ปูหน้าหักแกพูดงี้นี่ยั่นทอนกำลังใจกันมากเลยนะแกถ้ายังไม่อยาหโดนกัดคอหอยขาดก็กลับไปหาปลากุหลาบแกซะ”

“เห้ยๆใจเย็นสิเจ้ายักษ์ข้าไม่ได้หน้าด้านหน้าทนพอที่จะไปจีบคนที่เค้ามีแฟนแล้วหรอกนะเห้ย”

มานิกอลรีบส่ายหน้าทันทีก่อนจะหันไปมองอัลปาฟีก้าที่กำลังตรวจเช็คสภาพรอบๆอยู่

“นี่เจ้านั่นมันมีแฟนแล้วหรอเห็นไม่ค่อยยุ่งกับใคร”

เดฟเทรอสมองตามก่อนจะถามอย่างสงสัย

“ใครจะไปรู้ล่ะว่าปลากุหลาบคนสวยอันดับ1ในแซงค์ชัวรี่อย่างพริเซท อัลปาฟีก้าจะไปคบหาดูใจกับ1ใน3ตรีทูตแห่งยมโลกกริฟฟอน มีนอส”

หลังจากพูดจบเดฟเทรอสก็หันไปมองมานิกอลเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองแต่มานิกอลก็ยักไหล่แล้วกลับทำงานแบกนู่นแบกนี่แต่ก่อนที่จะไปก็ทิ้งข้อความเล็กๆน้อยๆให้เดฟเทรอส

“เจ้าน่ะลองบอกความรู้สึกให้อัสทรอสรู้ไม่ดีกว่ารึไงถึงผลที่มันออกมาจะไม่เหมือนที่เจ้าคิดแต่มันก็ยังดีกว่าเก็บไปเรื่อยๆไม่ใช่รึไงอย่างน้อยแห้วเพราะบอกความรู้สึกออกไปมันก็ดีกว่าแห้วแล้วเค้าไม่รับรู้ความรู้สึกนะ”

ว่าแล้วก็จากไป

“ไอ้คำพูดนั้นมันควรออกจากปากคนที่กินแห้วแล้วไปคบกับคนใหม่ภายใน3วันหรอ?”

“ข้าก็ไม่รู้และเจ้าคิดไงล่ะ”

เดฟเทรอสหันไปมองฮัสกาตที่เดินสวนมา

“อย่ามาถามตาแก่คนโสดขึ้นคานแบบข้าเลยเดฟเทรอสแต่ก็เอาเถอะข้าเห็นด้วยที่มานิกอลกับอัศมิตาพูด”

ว่าแล้วก็เดินจากไป


ตกกลางคืน

เนื่องด้วยปราสาทหลายๆหลังได้รับความเสียหายเหล่าโกลด์เซนต์จึงต้องไปนอนกระจุกรวมกันที่ปราสาทพริเซทที่เสียหายน้อยที่สุด

กลางดึกสะงัดอัสทรอสได้เดินออกมานอกปราสาทเพียงลำพัง

แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าปรากฎหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม

“ข้าควรทำเช่นไรดีแม้ทุกคนจะไม่ให้อภัยข้าก็มิอาจให้อภัยตนเอง ข้าได้ทำเรื่องที่เป็นบาปมหันลงไป ท่านจะให้ข้าคืนชีพมาเพื่อเหตุอันใดกันอาเธน่าคนเช่นข้าไม่สมควรได้รับการอภัยโทษจากท่าน”

ร่างของอัสทรอสสั่นเทาในมือขวานั้นกำปลายแหลมของมีดเลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาหยดลงพื้นหยดแล้วหยดเล่า

“อัสทรอส!พี่ทำอะไรอยู่เลือดที่มือท่าน!”

เดฟเทรอสที่เดินออกมาเห็นรีบวิ่งเข้าไปปัดมีดในมือผู้เป็นพี่ก่อนจะฉีกชายเสื้อออกมากดซับเลือดบนมือพี่ชาย

“เดฟเทรอสท...ทำไมล่ะ”

“นั่นเป็นคำถามของข้าต่างหากอัสทรอสทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้พี่ข้า”

มือหนาค่อยๆสัมผัสใบหน้าเรียวงามก่อนจะค่อยๆปาดน้ำตานัยตาสีน้ำเงินสั่นไหวก่อนจะปัดมือที่ประคองแก้มตนอยู่แล้วหันหน้าหนี

“เดฟเทรอสขอร้องล่ะอย่าเข้าใกล้ข้ามากกว่านี้เลยและก็ขอร้องอย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นข้าน่ะไม่สมควรที่จะเกิดมาเป็นพี่เจ้าเลยไม่สมควรเลย”

อัสทรอสกัดฟันและกำมือแน่นจนมีเลือดไหลซึมออกมา

“เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้นกันพี่ข้า!”

“เดฟเทรอสเอ๋ยข้าดวงดาวที่สถิตในกายข้าและเจ้านั้นคือกลุ่มดาวคู่แฝดเจมินี่เปรียบแล้วมันคือแสงสว่างและความมืดตัวข้าและเจ้านั้นมันถูกเปรียบโดยที่ข้าเกิดในกลุ่มดาวแห่งแสงสว่างผู้คู่ควรเป็นเจมินี่ส่วนตัวเจ้าคือผู้ที่เกิดขึ้นมาภายใต้ดวงดาวอันอัปโชคและความมืดมิดที่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่แต่ว่า...”

“อัสทรอส...”

เดฟเทรอสจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและดวงตาอ่อนโยนที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

“ผู้คนต่างมองว่าข้าเป็นดั่งแสงสว่างแต่สำหรับข้าแล้วข้าหาใช่เช่นนั้นไม่ข้าน่ะ...ข้าน่ะหาได้ต่างอะไรจากความมืดมิดหรอกแต่ตรงกันข้ามต่างหากน้องข้าเจ้าน่ะไม่หลงกลคำยุยงจากผู้ใดและคอยอยู่เบื่องหลังช่วยเหลือข้าเสมอมาแต่ข้านั้นทั้งๆที่เจ้านั้นเป็นเพียงน้องชายเพียงคนเดียวของข้าเป็นเพียงผู้เดียวที่เข้าใจข้าแต่ข้ากลับถูกเมฟิสโตเฟมเลสเป่าหูและยุยงจนข้านั้นกระทำเรื่องโหดร้ายกับตัวเจ้าทั้งใช้หมัดมายาควบคุมเจ้าซ้ำยัง...เหยียบย่ำจิตใจอันบริสุทธิ์ที่ไร้การเสแสร้งใดๆของเจ้าซ้ำร้ายข้ายัง...ข้ายัง...เป็นผู้สังหาญเจ้าด้วยมือข้าเองคนเช่นข้านั้นไม่สมควรที่จะเกิดมาเป็นพี่เจ้าเลย!ไม่สิข้าน่ะไม่สมควรที่จะเกิดมาเสียด้วยซ...เจ้าจะทำอะไรเดฟเทรอส”

อยู่ร่างของเดฟเทรอสก็ถูกผลักไปติดกับต้นไม้

“ท่านพี่ท่านพูดจนพอใจรึยัง”

“หมายความว่ายัไงกัน”

“ท่านพี่...ไม่สิ...อัสทรอสข้าขอเรียกเช่นนี้แค่ตอนนี้เท่านั้น”

เดฟเทรอสจับแขนซ้ายของอัสทรอสตรึงไว้กับต้นไม้ส่วนมือขวาที่มีเลือดไหลออกมานั้นก็ได้มีริมฝีปากอ่อนนุ่มมาสัมผัสและไล้เลียที่ปากแผล(คือแผลมันจะติดเชื้อมั้ยอะท่าน==)

“เดฟเท...อึก!”

ความชาและความเจ็บปวดแสนหวานแล่นไปทั่วทั้งร่างผ่านทางบาดแผล

“หยุดและอย่าพูดอะไรอีกเลยเถอะนะอัสทรอสข้าน่ะไม่เคยคิดเสียดายชีวิตเพราะข้าคนนี้คือนน้องของเจ้าและข้าก็...”


เราพอจะรู้ว่าเจ้านั้นมีอะไรอยู่ในใจเราเชื่อว่าพูดออกไปน่าจะดีกว่านะ

พวกข้าทุกคนรู้หรอกว่าเจ้าน่ะแอบชอบพี่ตัวเองแถมเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ว่าจะบอกไปได้ง่ายๆแต่รู้สึกยังไงก็บอกไปเหอะอย่างมากแค่เข้าหน้ากันไม่ติดแค่นั้นเอง

เจ้าน่ะลองบอกความรู้สึกให้อัสทรอสรู้ไม่ดีกว่ารึไงถึงผลที่มันออกมาจะไม่เหมือนที่เจ้าคิดแต่มันก็ยังดีกว่าเก็บไปเรื่อยๆไม่ใช่รึไงอย่างน้อยแห้วเพราะบอกความรู้สึกออกไปมันก็ดีกว่าแห้วแล้วเค้าไม่รับรู้ความรู้สึกนะ


คำพูดของอัศมิตากับมานิกอลวนกลับมาในหัวของเดฟเทรอส

“ข้าน่ะ...ยอมทำได้ทุกอย่างก็เพื่อเจ้าเพราะเชื่อในคำสัญญาได้เจ้าและข้าได้ไว้ให้กันว่าข้าและเจ้าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปและเจ้าจะเป็นโกลด์เซนต์ที่สง่างามเพื่อให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันโดนที่จ้าไม่ต้องใส่หน้ากากนั้นข้าเชื่อในคำสัญญานั้นมาโดยตลอด”

“เดฟเทรอส...”

“อัสทรอสตลอดมาข้าไม่เคยบอกสิ่งนี้ให้เจ้ารู้แต่ข้านั้นรักเจ้ามาตลอดไม่ใช่ในฐานะพี่น้องแต่เป็น...โถ่เว้ย!ทำไมเวลาแบบนี้ถึงพูดออกมาไม่ได้กันนะข้าเนี่ย”

“เดฟเทรอสนี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า”

นัยตาสีน้ำเงินเข้มสายแววสับสน

“ถ้าไม่เข้าใจข้าจะทำให้พี่เข้าใจเอง”

เดฟเทรอสแสยะยิ้มก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากนั้น

แต่อยู่ๆร่างของเดฟเทรอสก็ถูกถีบกระเด็นก็แหงล่ะเพราะระยะห่างมันพอที่จะยกเท้ายันโครมได้แต่ก็ไม่ได้ห่างอะไรมากเลยถูกถีบไปได้ไม่ไกล

“ทำบ้าอะไรของเจ้ากัน!”

เพียงเสี้ยววินาทีที่เรือนผมสีน้ำเงินท้องทะเลแปลเปลี่ยนเป็นสีดำอัสทรอสที่หน้าแดงฉ่าเดินตรงไปทางเดฟเทรอสก่อนจะซัดหมัดขวาตรงใส่ไปเต็มๆก่อนจะวิ่งหนีกลับเข้าไปภายในปราสาท

“เห้อ...คงเข้าหน้ากันไม่ติดเหมือนที่แกบอกจริงๆแล้วล่ะมานิกอลแต่ก็ไม่ได้เสียใจหรอกที่ได้พูดออกไป...พวกแกที่อยู่ตรงนั้นน่ะก็รีบๆออกมาซะ”

สายตาแหลมคมจ้องเขม่งไปที่หลังเสาของปราสาทที่มีมานิกอล โดโก ชิจิฟอส และคาร์เดียหลบอยู่

“เห้ยๆแค่สารภาพรักอย่างเดียวน่ะมันไม่ทำให้มองหน้ากันไม่ติดหรอกแต่ไอ้การไปจูบเลียแผลนี่แหละประเด็น”

มานิกอลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“นี่พวกแก2พี่น้องไปทำบาปกันมาแต่ชาตปางไหนเนี่ยทำไมถึงได้มีปัญหากันตลอด”

คาร์เดียเสริมขึ้นก่อนจะนวนขมับอย่างปวดจิต

“ไปทำแต่เข้าหน้ากันไม่ติดเลยพวกเจ้า2คนต้องอยู่ปราสาทเจมินี่ด้วยกันงานนี้ปราสาทคงพังไม่เป็นท่าแน่ๆ”

โดโกแทบจะลงไปกราบแทบเท้าเพราะปัญหาพี่น้องคู่นี้มันเยอะเหลือเกิน

“เอาเป็นว่าตอนนี้ข้าว่าเจ้าควรทำใจให้สบายเสียก่อนตอนนี้อัสทรอสคงสับสนไว้เค้าสงบใจลงได้เดี๋ยวคงมาให้คำตอบเองและก็เพื่อไม่ให้ทำอะไรบ้าๆแบบนี้อีกข้าจะขอให้พวกเอลซิดช่วยดูแล”

ชิจิฟอสผู้ที่ยังคงคุมสติได้ดีที่สุดถอนหายใจเฮือกนึงก่อนจะลากเพื่อนๆไปเข้านอน


2 เดือนถัดมา


ถึงแม้ปราสาทเจมินี่จะซ่อมเสร็จแล้วแต่อัสทรอสก็ไม่ได้กลับไปที่ปราสาทตนเลยเค้าอยู่แต่ที่ปราสาทเวอร์โก

เพราะเหตุการคืนนั้นมันทำให้เค้ายังคงสับสนอยู่เช่นเดิมจนจนอัศมิตาเอือมละอา

“ท่านคิดจะอยู่ที่นี่จนถึงเมื่อไหร่กันอัสทรอส”

“ข้าไม่รู้อัศมิตาข้าไม่รู้ควรทำเช่นไรดี”

“เรื่องน้องชายของท่านงั้นหรอ”

“อืม ทั้งๆที่เป็นพี่น้องกันแต่ทำไมเจ้านั่นถึงพูดแบบนั้นกัน”

“แล้วตัวท่านคิดเช่นไรกับเค้าล่ะอัสทรอสเค้าเป็นเพียงน้องชายหรือเป็นคนๆนึงที่หัวใจของเจ้านั้นต้องการ”

อัสทรอสชะงักไปชั่วขณะก่อนจะก้มหน้าลงครุ่นคิด

“เราไม่อาจตัดสินใจเรื่องนี้ให้ท่านได้มีเพียงท่านเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้ท่านจงคิดดูให้ดีเถิด”

“และถ้าเป็นตัวเจ้าจะตอบเช่นไรล่ะ”

อัสทรอสเงยหน้าขึ้นถามอัศมิตาที่เตรียมตัวจะออกไปตรวจ

“ข้าคงตอบตามที่หัวใจชี้นำกระมั้ง”

ว่าแล้วเจ้าของเรือนผมสีบลอนทองก็เดินออกจากปราสาทไป

“ตามที่หัวใจชี้นำหรอฮะๆพระเช่นเจ้าก็คิดแบบนี้ด้วยรึนี่”


ทางที่หัวใจข้าชี้นำหรอ ฮะๆก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าข้าก็แอบมีใจให้เจ้าเช่นกันน้องข้าอ่อไม่สิ...คนรักของข้า


------------------------------------------------------------------------------

จบแล้วจร้า~

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับตอนนี้

ก็บทสรุปสุดท้ายตอนนี้เป็นไงก็รู้ๆกันเนอะ

ฮืออออคนมาเม้นน้อยไรท์ไม่มีใครคุยด้วยเละอะเหงา

แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะขอแค่ทุกคนยังอ่านนิยาย

และยังอยู่กับไรท์แบบนี้ไรท์ก็ดีใจแล้ว

ใครที่รอค่ายพักร้อนอยู่ก็รอหน่อยนะคะวันอังคารได้อ่านค่ายแน่ๆ

และก็คือช่วงนี้ไรท์อยู่ในช่วยเรียนปรับพื้นฐานม.4

และก็เรียนเป็นสายวิชาอังกฤษญี่ปุ่นซึ่ง

การบ้านมันเยอะมากๆแต่จะพยายามลงให้ได้ตามกำหนดวันค่ะ

ไว้มีอะไรจะอัพเดตข่าวสารไว้ในเพจ

นิยาย By.Miyuki Miko

ถ้าชอบอย่าลืมก็หัวใจกดแชร์และคอมเม้นด้วยนะ

ไรท์อย่านทุกเม้นตอบทุกเม้นน้า

สามารถรีเควสคู่ที่ชอบและอยากให้ไรท์แต่งได้เต็มที่

จะข้ามภาคข้ามรุ่นผิดศีลธรรมแค่ไหน

ไรท์ก็จะพยายามแต่งให้ดีที่สุดค่ะ

เนื่องจากไรท์ต้องแต่งนิยาย2เรื่องในเวลาเดียวกัน

ไรท์จึงขอกำหนดวันในการอัพคือ

นิยายเรื่องSaint Seiya Yaoi จะอัพทุกวัน

อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์

ส่วนนิยายเรื่อง สัญญารักพันธปีศาจ

ซึ่งตอนนี้ยังคิดมุขไม่ค่อยจะออก

จะอัพทุกวัน

จันทร์ พุธ และศุกร์

นะคะส่วนวันอาทิตย์ขอเป็นวันหยุด

พักผ่อนของไรท์นะคะ

ไปล่ะค่ะบ้ายบาย~~~~~~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #98 Shun03 (@Shun03) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:43
    พี่น้องเจมินี่มีปัญหา​ทุกรุ่น
    #98
    3
    • #98-2 Shun03 (@Shun03) (จากตอนที่ 44)
      4 พฤษภาคม 2562 / 22:13
      ของเรกูลัสกับอัศมิฐาบ้างจิ~
      #98-2
    • #98-3 Miyuki Miko (@0897681131) (จากตอนที่ 44)
      4 พฤษภาคม 2562 / 22:13
      เดี๋ยวจัดให้นะคะจอเวลาคิดมุขซักนิด
      #98-3