Fanfic Saint Seiya (yaoi) รักว้าวุ่นของเหล่าเซนต์

ตอนที่ 1 : { Mu x Shaka } เมื่อมูกลายเป็นผู้หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    11 มี.ค. 62


ณ แซงค์ชัวรี่


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด! นี่มันอะไรกันเนี่ย!”

ราตรีอันเงียบสงบถูกทำลายด้วยเสียงกรี๊ดแหลมจนแสบแก้วหูของหญิงสาวดังสั่นขึ้นณ ปราสาทหลังที่1


ปราสาทราศีเมษ แอเรียส


เสียงนั้นทำให้ผู้คนในปราสาท12ราศี

รวมถึงหอเคียวโกและเรือนพักอาเธน่าตื่นจากการหลับไหลทุกคนมุ่งหน้าตรงดิ่งมายังปราสาทแอเรียส

“มูเกิดอะไรขึ้นมีเสียงผู้หญิงกรี๊ดดังมาจากปราสา...”

อัลเดเบอรัน เจ้าของปราสาทมอรัสที่อยู่ใกล้ปราสาทแอเรียสมากที่สุดได้วิ่งเข้ามาภายในปราสาทแอเรียสแต่ก็พบกับบางสิ่งที่ทำให้ตกตะลึงจนตาค้าง

“อัลเดเบอรันนี่ข้าเองมู”

หญิงสาวผู้มีดวงตาสีเขียวมรกตกับเรือนผมสีชมพูอ่อน

เงยหน้ามองชายร่างสูงกำยำตรงหน้าที่ตกตะลึงอยู่

“นี่อัลเดเบอรันเจ้าฟังข้าอยู่รึปร่าว!”

หญิงสาวร่างเล็กตะโกนใส่ชายร่างสูงใหญ่ที่นิ่งอึ้งอยู่

ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง

“อัลเดเบอรันเกิดอะไรขึ้นงั้นหร...”

เสียงของคาน่อน แห่งปราสาทหลังที่3เจบินี่

ดังขึ้นแต่ก็หยุดชะงักลงเมื่อเห็น

แอเรียส มู ซึ่งก็คือผมในตอนนี้ที่กลายเป็นหญิงสาวร่างบาง

หลังจากนั้นเหล่าโกลด์เซนต์รวมถึงเคียวโกก็ได้มาถึง

และเมื่อเห็นมูทุกคนก็สตั้นอึ้งค้างกันทั้งปาง

“คาน่อนทุกคนนี่ข้าเองมู นี่พวกเจ้าจำข้าไม่ได้หรอ”

“จ...จริงดินี่มูจริงๆหรอ”

ไอโอเรีย โกลด์เซนต์แห่งราศรีสิงยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปากแทบจะสัมผัสกัน

“เห~เจ้าแกะทองหน้าหวานนั่นตอนเป็นผู้หญิงก็น่ารักใช่เล่นนิหว่า”

เดสมาร์ด แห่งปราสาทแคนเซอร์โอบเอวผมเข้าไปใกล้

“อ่ะ!นี่เจ้าจะทำอะไรข้ากันไอ้ปูหื่นกาม!”

ผมพยายามใช้มือเล็กๆพยายามดันตัวออกแต่ก็ไม่เป็นผล

“เจ้าน่ะพอได้แล้ว!”x2 

ชากะได้ดึงผมเข้าไปไว้ในอ้อมแขนส่วนเดสมาร์คก็โดนอโพรดิเทที่กำลังหึงจัดใช้สันมือฟาดลงไปเต็มแรงที่ท้ายทอยทำให้เดสมาร์คสลบแล้วลากออกจากปราสาทแอเรียส(นึกๆดูลองนึกสภาพปลาลากปูลงน้ำแล้วมันฮาแปลกๆ//ไรท์)

“จะว่าไปมูเจ้าจำได้มั้ยว่าจะไปทำหรือไปกินอะไรมาถึงเป็นแบบนี้ได้”

ท่านเคียวโกซากะที่ปิดปากเงียบมองสถานะการอยู่ซักพักก็ได้เอ๋ยขึ้นแล้วมองไปทางผม

“ไม่เลยข้านึกไม่ออกเลยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้”

ผมตอบออกไปด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองและนัยตาที่สั่นไหวราวกับจะร้องไห้

“งั้นตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ก็คือการดูแล้วเจ้าลูกแกะน้อยตัวนี้งั้นหรอ”สกอเปียน มิโร่เดินตรงมาแล้วยื่นหน้าเข้าไปหาผมที่อยู่ในอ้อมแขนของชากะ

“เอ๋!?”

ผมอุทานออกมาด้วยความสงสัยพลางกระพริบตาปริบๆและมองไปยังมิโร่

“ถ้าอย่างนั้นใครจะเป็นคนรับหน้าที่ดูแลแม่แกะน้อยตัวนี้กันล่ะที่แน่ๆคงไม่ใช่เจ้าแมลงป่องเจ้าเล่ห์นี่แน่นอนและข้าเองก็ไม่ว่างเช่นกันเพราะเดือนนี้ข้าทำหน้าที่เป็นคนตรวจการรอบๆแซงค์ชัวรี่”

เมื่อคามิลเจ้าของน้ำเสียงเย็นยะเยือกพูดจบเค้าก็ลากคอเสื้อของมิโร่เดินจากไป

“ข้ากับพี่ไอโอรอสก็ไม่ค่อยจะว่างน่ะนะเพราะงั้นขอผ่านเลยก็แล้วกัน”

ไอโอเรียพูดขึ้นด้วยสีหน้าและท่าทางลำบากใจ

“ข้าเองก็ขอผ่านเพราะข้าต้องช่วยงาน(เป็นเบ้น)และก็ช่วยท่านเคียวโกหาข้อมูลให้มูกลับร่างเดิมน่ะนะ”

คาน่อนออกตัวปฏิเสธแล้วเอามือไปวางบนไหล่ซากะผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดและเป็นเคียวโกคนปัจจุบันแทนชิองที่ตอนนี้กำลังไปฮันนีมูนกับโดโกอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลคิโดะในญี่ปุ่น

“ข้าก็ขอผ่านนะเพราะมีนัดไปเด...”

หลังจากคำพูดของชูร่าหยุดชะงักทุกสายตาก็จ้องมองไปที่เค้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“หือกับใครงั้นหรอชูร่า”

ไอโอเรียจ้องมองไปทางชูร่าก่อนจะถามขึ้น

“หือ?ก็คนนี้ไงคู่เดทข้า”

ชูร่าเดินเข้าไปโอบเอว2พี่น้องไอโอเรียและไอโอรอส

“เห้ย!นี่แกเจ้าแพะบ้าแกกะจะควบ2เลยหรอ!”

ไอโอรอสโวยวายขึ้นแล้วมองชูร่า

“เห้ย!ถ้าจะไปจริงๆก็เลือกซักคนสิแก้!”

ไอโอเรียที่โดนผลักให้เดินพยายามดิ้นสุดชีวิต

“เอาน่าก็พวกเจ้า2พี่น้องมันน่ารักนิไปๆเดียวข้าพาไปเที่ยว”

หลังจากที่พวกชูร่าออกไปวิหารแอเรียสก็กลับสู่ความเงียบสงบและไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อัลเดเบอรันได้หายไปจากที่แห่งนี้(ไม่รู้จะใส่บทอะไรให้เฮียขอโทษค่ะ//ไรท์)

“งั้นสุดท้ายก็เหลือแค่เจ้าแล้วล่ะนะชากะเจ้าว่าไง...แต่ว่าข้าคงไม่ต้องรอคำตอบแล้วล่ะนะเพราะงั้นข้าไปล่ะ”

ซากะยิ้มมุมปากนิดๆก่อนจะหันหลังและเดินกลับวิหารเคียวโกไปพร้อมกับคาน่อนแต่ไม่วายสกิลปากของคาน่อนก็สำแดงเดจ

“ชากะถึงเจ้าจะรู้อยู้แล้วก็เถอะแต่ถ้าเจ้าเผลอทำอะไรมูในร่างนี้เจ้าต้องรับผิดขอบนะ”

คาน่อนยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินจากไป

ความเงียบสงัดยามราตรีเข้าปกคลุมปราสาทแอเรียส

“เจ้าไม่เป็นไรนะมู”

ชากะก้มมองผมที่ตอนนี้เป็นหญิงสาวอยู่ในอ้อมแขน

“ข้าไม่เป็นไรหรอกชากะ”ผมเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มหวานอ่อนๆให้ชายหนุ่มผมทองก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสที่หน้าของเค้า

“ข้าไม่เคิดเลยนะว่าคนที่นิ่งเงียบอย่างเจ้าจะออกอาการหึงข้าต่อหน้าคนอื่นๆแบบนี้น่ะชากะ”

“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าที่อยู่ในสภาพเช่นนี้โดนลวนลามโดยเจ้าปูกับไอ้แมลงป่องหื่นกามพวกนั้งงั้นหรอมู” ชากะขมวดคิ้วเข้าหากันแน่ด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนจะผลักผมไปติดกับกำแพงปราสาท

“ด...เดียวสิชากะนี่เจ้าจะทำอะไร”

ร่างของสตรีที่เพรียวบางมือทั้งโดนยึดติดกับกพแพงไม่สามารถขัดขืนได้

“ช...ชากะเจ้าคงไม...อึก!”

ยังไม่ทันพูดจบริมฝีปากของผมก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากของชากะ

“มูเจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นตอนนี้ข้ากำลังหงุดหงิด”

ชากะค่อยๆลืมตาที่มันจะปิดเอาไว้ขึ้นแล้วสบตากับผมที่ตอนนี้ใบหน้าถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยความเขินอาย


แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือจากผู้ที่เป็นหญิงสาวร่างบางบัดนี้กลายเป็นชายหนุ่มร่างเล็กหน้าหวานไปแล้ว

“กลับร่างเดิมแล้วงั้นหรอถ้างั้นก็ดีแล้วข้าจะได้ไม่ต้องปราณี”

ชากะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงแล้วขบริมฝีปากลงที่ต้นคอของผมจนเกิดเป็นรอยแดง

“ข...ข้า..อึก!”ชายหนุ่มค่อยๆอุ้มร่างของผมขึ้นแล้วพรมจูบลงทงไปที่หน้าผากและแก้มของมูก่อนจะเดินตรงไปที่ยังห้องนอนภายในปราสาทแอเรียส

“มูเอ๋ยตอนนี้เจ้าคงกำลังอ่อนล้าเพราะเกิดเรื่องต่างๆขึ้นมากมายพักเพราะงั้นพักผ่อนเสียเถอะ”

ชากะว่างผมลงบนแท่นนอนก่อนจะค่อยๆลูบใบหน้าของผมชากะที่นอนอยู่ข้างๆเผยยิ้มออกมาอย่าเจ้าเล่ห์

“เจ้าจะนอนกับข้าแบบนี้ทั้งคือเลยหรือไง”

ผมเบนสายตาหนีอย่างเขินอายพร้อมใบหน้าที่แดงฉ่า

“หึ...อย่าหลบตาข้าสิมู”

 ชากะใช้มือโอบล้อมรอบตัวของผมแล้วดึงเข้าไปใกล้

“ก...ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมองตลอดเวลานี่”

“ไม่ได้หรอกนะเพราะข้าน่ะอยากให้เจ้ามองข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”

ชากะคร่อมร่างของผมเอาไว้และจ้องเข้ามาในดวงของผมอย่างรักไคร่

“ให้ตายสิเจ้านี่จริงๆเลยนะ”

พูดจบร่างบางก็ได้ดึงใบหน้าของชายที่คร่อมตนอยู่ลงมาจูบซึ่งการจูบนั้นยาวนานจนไม่มีช่องว่าให้หายใจและพวกเราก็ไม่ได้สังเกตุสิ่งรอบตัวที่...

“อะแฮ่ม!ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะ”

เสียงกระแอมของท่านเคียวโกดังขึ้นทำให้พวกเราได้สติและเมื่อพองไปทางต้นเสียงก็ได้เห็นเหล่าโกลด์เซนต์ยืนเหวอทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่ประตู

หน้าของเราทั้ง2แดงฉ่าขึ้นด้วยความอายในสภาพตอนนี้ของตนที่ผู้อื่นได้เห็น

“พวกข้าตั้งใจจะมาบอกวิธีแก้น่ะแต่คงไม่จำเป็น”

คาน่อนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มมีเล่ห์สนัย

“เอาล่ะๆกลับไปที่ปราสาทของตัวเองได้แล้วล่ะขอโทษที่มารบกวนนะชากะมู”

ซากะผู้เผยรอยยิ้มเช่นเดียวกับคาน่อนพูดขึ้นก่อนจะช่วยคาน่อนดันหลังของเหล่าโกลด์เซนต์ออกจากสถานที่แห่งนี้และปิดประตูลง

“จะว่าไปวิธีแก้และต้นเหตุที่ทำให้มูเป็นผู้หญิงมันคืออะไรงั้นหรอซากะคาน่อน”

เดสมาร์คเอ๋ยถ้า2แฝดหลังจากที่ถูกดันออกมาจากปราสาทแอเรียส


ทางฝั่งท่านเคียวโกและน้องชายสุดที่รัก


“ขออนุญาตครับท่านอาเธน่า”

ซากะพูดขึ้นแล้วเปิดประตูเข้าไปภายในวิหารอาเธน่า

“ท่านมาที่นี่เพราะเรื่องของมูสินะคะ”

“ใช่แล้วล่ะครั้บท่านอาเธน่า...ท่านพอจะรู้สาเหตุและวิธีที่จะทำให้มูกลับเป็นเหมือนเดิมรึปร่าว”

คาน่อนพูดเสริมและมายืนอยู่ข้างๆซากะ

“ฮะๆรู้สิจ้ะ”

อาเธน่าเผยรอยยิ้มซุกซนออกมา

“มันคืออะไรงั้นหรอครับ”x2

2แฝดเอยถามองค์เทพีผู้อยู่เบื่องหน้า

“สาเหตุนั้นก็คือสิ่งนี้ค่ะ”

องค์เทพียื่นแอปเปิลสีแดงผลนึงไปทาง2แฝด

“แอปเปิล?”x2

“ค่ะแอปเปิลพวกนี้เราได้รับมาจากแพนโดร่านางบอกว่ามันมีพลังในการจำแลงกาย”(ออลืมบอกนิยายเรื่องนี้การทำสงครามกับเหล่าเทพจบลงด้วยการสงบศึกเทพทุกคนที่เคยต่อสู้กันตอนนี้สงบศึกและดีกับอาเธน่า//ไรท์)

“แล้ววิธีกลับร่างเดิมล่ะครับ”

คาน่อนถามขึ้น

“แต่ก่อนอื่นฝากไปบอกขอโทษมูด้วยนะจ้ะ”


กลับมา ณ ปัจจุบัน


“แล้วสรุปวิธีแก้คือ?”x7

โกลด์เซนตทั้ง7คนถามขึ้น

“ก็สิ่งที่พวกเจ้าเห็นตอนเปิดประตูไปข้างในนั้นไง”x2

2แฝดตอบออกไปโดยพร้อมเพรียงกัน

“อ่า~พอเข้าใจล่ะถ้างั้นคืนนี้2คนนั้นคงหนักหน่อยนะ”

มิโร่เผยรอยยิ้มมุมปากก่อนจะลากคามิลเดินจากไป

และตามด้วยเหล่าโกลด์เซนต์คนอื่นๆ


และคำคืนอันแสนวุ่นวายก็จบลง


#ตอนต่อไปอยากได้เรือไหนคอมเม้นด้วยน้า~~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

209 ความคิดเห็น

  1. #111 Miff desu (@Zamaki-kung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 16:06

    ตะ ตะไมเราอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเป็น ฮิปทานา มากกว่า ทานาฮิป กัน แต่อ่านแล้วเขิลมากค่ะ รออ่านอยู่นะคะ งุ้ววววUwU

    #111
    2
    • #111-1 Miff desu (@Zamaki-kung) (จากตอนที่ 1)
      20 พฤษภาคม 2562 / 16:07
      ผะ ผิดตอน! ขอโทษด้วยค่ะ แงงง
      #111-1
    • #111-2 Miyuki Miko (@0897681131) (จากตอนที่ 1)
      20 พฤษภาคม 2562 / 18:51
      ไม่เป็นไรค่ะเท่าที่ดูจากคอมเม้นก็รู้ว่าอ่านอันไหนไปไรท์จะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ
      #111-2