RABBIT LAND. [Yaoi] #หยุดอัพชั่วคราว

ตอนที่ 4 : RABBIT 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    9 ก.ย. 61







RABBIT 04


"คุณคิดจะขังผมเอาไว้จนถึงเมื่อไหร่กัน" ผมเอ่ยขึ้นตรงหน้าประตูห้องนอน พลางพูดออกไปด้วยความรู้เบื่อหน่าย นี่มันก็หลายชั่วโมงมาแล้วที่ผมถูกขังเอาไว้ในห้องนอนแบบนี้ นี่เขาเห็นผมเป็นตัวอะไรถึงคิดจถกักขังแบบนี้วะ ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ "หิวข้าวโว้ย!"
ครับ ตั้งแต่ตอนเที่ยงนี่ไม่มีอะไรตกถึงท้องของผมเลยสักนิดเดียว และด้วยความที่ผมกินจุ อาหารมื้อหนึ่งก็ขาดไม่ได้เด็ดขาด!
ก๊อก! ก๊อก!! ก๊อก!!!
"คุณ อย่างน้อยๆก็หาอะไรให้ผมทานหน่อยก็ดี ไม่งั้นผมตายแน่..." ผมว่าพลางเคาะประตูแบบไม่อายความงอแงของตัวเองเลยแม้แต่น้อย แล้วไงล่ะ ในเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยผมออกไป ก็จงทนรับความงี่เง่าของผมไปซะเถอะ "คุณ เปิดประตูให้หน่อย พลีสสส"
ก๊อก! ก๊อก!! ก๊อก!!!
ปัง!
เอือก!
ผมสะดุ้งทันทีเมื่อเห็นว่าประตูถูกเปิดอย่างแรง พร้อมๆกับร่างของโคบอลต์ที่มองมาอย่างรำคาญใจ อ่า เขาคงจะรำคาญเสียงผมสินะถึงได้ยอมเปิดออกมาแบบนี้
"ผมทำอะไรให้คุณโกรธนักหนา?" เมื่อเขายอมเปิดประตูให้ผม ผมก็เริ่มพูดขึ้นมาทันที แม้จะไม่ใช่คนที่พูดอะไรเยอะ แต่การต้องมาเก็บกดอารมณ์ไว้แบบนี้ก็ไม่ใช่นิสัยของผมเหมือนกัน ถ้าจะเคลียร์ก็เคลียร์กันให้สุด จะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจกัน "ถ้ามีก็พูดมา ผมไม่อยากจะอยู่กับคนที่มีปัญหากับตัวเองเท่าไหร่หรอกนะ"
สิ้นสุดคำพูด ดวงตาสีเทาก็ตวัดมองมาด้วยใบหน้าไม่พอใจ ผมได้แต่เสมองไปทางอื่นอย่างไม่รู้ไม่ชี้ เพิกเฉยต่อสายตาและรังสีแก่งความไม่พอใจของเขา
ไม่รู้ทำไม แต่ผมมีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่กดดันคนได้เก่งมาก เพราะนอกจากบรรยากาศรอบๆตัวเขาแล้ว โคบอลต์มีบางอย่างที่ทำให้ผมไม่กล้ากับเขา
อีกฝ่ายไม่พูดอะไร ร่างสูงเดินออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วจนผมต้องหันกลับไปมองแล้วคว้าเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายอย่างตกใจ
หมับ!
ร่างสูงชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงที่รั้งเอาไว้ โคบอลต์หันมามองผมด้วยความแปลกใจ ในขณะที่ผมได้แต่อ้าปากกับการกระทำของตัวเอง
นี่ผมทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย...
พรึ่บ
ผมชักมือกลับทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าไม่ควรจะกระทำท่าทางแบบนั้น ก่อนจะเงยหน้ามองร่างสูงพลางเอ่ยโต้ตอบไม่ให้บรรยากาสมันค้างนาน
"ผมไม่อยากมีปัญหากับคุณ" ผมว่าเสียงเบาก่อนจะเงยหน้ามองคนที่จ้องมา ดวงตาสีเทาแฝงด้วยนัยแปลกๆ และผมก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในนาทีต่อมาผมก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อร่างหนาขยับเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับมือที่ผลักไหล่ของผมจนชนเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนผมต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด
ผีเข้าเหรอไอ้บ้านี่!
"โอ๊ย! อย่ากดแรง!" ผมว่าเมื่ออีกฝ่ายกดเข้าที่ไหล่อย่างแรง ยามเมื่อเงยหน้าไปสบตาอีกฝ่าย สิ่งที่เห็นคือดวงตาสีเทาที่ทอดมองมาอย่างดุดัน สายตาที่มองมาทางผมราวกับกำลังโดน 'กำราบ' อยู่
น่ากลัว...
ผมอธิบายได้เพียงแค่นั้น เขาน่ากลัว โคบอลต์ไม่เหมือนกับครั้งแรกที่เราเจอกัน เขาดูดุดันและน่ากลัวกว่าเก่าไปมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน!?
"ปล่อยผม!" ผมว่าก่อนจะดิ้นเพื่อให้ออกจากการเกาะกุม หากแต่ก็ไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายจับเข้าที่ข้อมือของผมแล้วดันให้ชิดกับกำแพงอย่างแรง
เจ็บ...
"คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย!?" ผมว่าพลางเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาโมโห ตอนนี้ไม่ว่าใครก็โมโหทั้งนั้น มีอย่างที่ไหนมาทำร้ายคนอื่นฟ่ะ คิดว่าผมเป็นตุ๊กตายางหรือไง!?
"วันหลัง..."
"..."
"อย่าเปิดประตูให้ใครอีก"
หา!?
ผมขมวดคิ้วอย่างงุนงง มองคนที่โกรธในเรื่องที่ผมไม่รู้ว่าจะโกรธไปทำไม
"นี่คุณ มีคนมาหาคุณจะให้ผมปิดประตูหนีเหรอ บางทีเขาอาจจะมีธุระด่วนก็ได้"
"อย่าเปิดอีก..." ผมนิ่งมองคนตรงหน้า ในสมองเริ่มไม่เข้าในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ
ทำไมเขาต้องยึดติดกับผมขนาดนั้น...
"..."
ผมเงยหน้ามองโคบอลต์ด้วยความไม่เข้าใจ ในหัวมีคำถามมากมายที่อยากจะถามเขาเป็นร้อยๆคำถาม มีบางอย่างที่ผมยังไม่รู้...อะไรบางอย่างที่เขาปิดบังผม
"ผม..." ผมเอ่ยเพียงแค่นั้น ดวงตาสีเทามองมาด้วยใบหน้ายากจะเดาความคิด ในขณะที่ผมได้แต่ยืนนิ่งอย่างไม่รู้จะทำยังไง "ผมเข้าใจแล้ว"
ผมว่าอย่างจำยอม อีกฝ่ายลดแรงที่กระทำเล็กน้อย แต่เพียงแค่เล็กน้อยเท่าไหร่ ก่อนที่ร่างสูงจะตัดสินใจปล่อยผมให้เป็นอิสระ
ไหล่แดงหมดแล้วมั้งเนี่ย...
ผมว่าก่อนจะลูบไหล่ตัวเองเบาๆ ถึงแม้การกระทำของเขาจะทำให้ผมงุนงงไปหลายนาทีก็เถอะ แต่ในเมื่อผมยังต้องพึ่งพาเขาอยู่ ผมก็ไม่ควรจะขัดใจอะไรเขา ถูกไหม?
แต่แค่ในกรณีที่ผมยังอยู่ที่นี่นะ...
"เตรียมตัวซะ"
พรึ่บ!
ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจยามเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างถูกโยนมาให้ ผมรับไว้ได้ทันก่อนจะขมวดคิ้วอย่างงุนงง
"คือ..."
"อย่าเรื่องมาก"
กึก
ผมชะงักไปทันทีเมื่อจะถามว่าจะไปไหน โคบอลต์มองมาทางผมด้วยสายตาอารมณ์ไม่ค่อยดี อืม ดูท่าผมคงต้องทำตามที่เขาพูดสินะ ถ้าไม่...
"เอางั้นก็ได้"
ผมอาจจะเจอเรื่อง ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ เรื่องใหญ่มากน่ะ

ณ Bar Rabbit
ผมมองป้ายร้านขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าหลังจากลงจากรถมอเตอร์ไซค์ของใครบางคน เมื่อเห็นคำว่า 'Bar' ขึ้นต้นปุ๊บ ผมก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างหน่ายๆ
อืม...เอาไงดี
"คือ...พาผมมาที่นี่ทำไม?" ผมเอ่ยถามในที่สุด โคบอลต์มองผมนิดๆหลังจากลงจากรถมาแล้ว เขามองเพียงเล็กน้อยก่อนจะไม่เอ่ยอะไรและเดินเข้าไปที่บาร์ในที่สุด
อืม แสดงว่ายังโกรธไม่หาย นี่ผมควรจะทำตัวยังไงดี(วะ)เนี่ย?
ผมถอนหายใจอีกครั้งอย่างหมดปัญญา ก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปข้างในอย่างช่วยไม่ได้
กริ๊งงง
"บาร์ยังไม่เปิดนะครับ" เสียงของใครบางคนดังขึ้นหลังจากที่โคบอลต์เดินเข้าไป ผมทอดสายตามองไปยังคนที่กำลังจัดโต๊ะอยู่พร้อมๆกับพนักงานคนอื่นๆ ร่างสูงของเขาหันมามองทางพวกผมเล็กน้อย ก่อนจะทำสีหน้าตกใจ แต่ไม่นานอีกฝ่ายก็ยกยิ้มพลางส่งเสียงร้องเบาๆเหมือนจะบอกว่า 'นึกว่าใครมา'
"มันอยู่ไหน" โคบอลต์เอ่ยขึ้น ร่างสูงปาซองจดหมายสีดำผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมเบิกตากว้างทันทีอย่างตกใจ
แม่เจ้า เขาทำได้ยังไง ปาซองจดหมาย!
แม่ง โครตเทพ...
"โอ๊ะโอ้" ร่างสูงของถูกปาซองจดหมายดังขึ้น อีกฝ่ายคว้ามันเอาไว้ได้ทันก่อนที่ซองมันจะโดนหน้าของตัวเอง ผมอึ้งในใจนิดๆเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นรับเอาไว้ได้อย่างสบายๆ แม่ง ประชากรเกาะนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ
ร่างของคนในชุดพนักงานบาร์เปิดซองจดหมายสีดำที่ถูกปาใส่ให้ ก่อนจะกวาดสายตามองข้อความในจดหมายพลางยกยิ้มอย่างเข้าใจ
"แหม ใจร้อนจังนะ บาร์ยังไม่ทันได้เปิดแท้ๆ ดันมีคนขอใช้ห้องวีไอพีซะอย่างนั้น แบบนี้ทางเราก็แย่นะสิ"
เขาเอ่ยอย่างยิ้มๆ ดวงตาของอีกฝ่ายจ้องมองโคบอลต์อย่างไม่เกรงกลัว ในขณะที่ร่างสูงข้างๆผมเริ่มแผ่รังสีความอำมหิตออกมาเรื่อยๆแบบไม่มีหยุด
ขอร้องเถอะ ถ้าจะไฝว้ ข้างได้ม่ะ?
"ฮะๆ อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นสิ ผมไม่ได้คิดจะต่อกรหรือต่อต้านอะไรหรอกนะ แค่ขำๆนะ ขำๆ"
ขำๆ? แต่หน้าตาเมื่อกี้นี่ดูไม่ค่อยจะใช่เลยนะ
"ด้านบนห้อง 7 ครับ ตอนนี้มากันเกือบครบแล้วล่ะ" เขาว่าก่อนจะมองมาทางผม อีกฝ่ายยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ผมก็เลยยิ้มกลับแบบเดียวกันให้
โครก
อะ...
ทุกสายตามองมาทางผมเป็นจุดเดียวกัน ผมได้แต่เกาหัวอย่างเขินๆ
"ขอโทษนะครับ พอดีผมยังไม่ได้ทานอะไรมาเลย มันก็เลย" ผมว่าอย่างพยายามอธิบาย โคบอลต์จ้องมองมาทางผมเหมือนไม่สนใจเท่าไหร่ เหอะ ทั้งๆที่อีกคนเป็นฝ่ายขังผมไว้ไม่ให้ได้ออกมาทานข้าวแท้ๆ
"ฮะๆๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ ทางเรามีอาหารพร้อมบริการอยู่แล้ว แล้วไม่ทราบว่าคุณชื่อ?"
"ริทครับ" ผมเอ่ยตอบอย่างเป็นมิตร อีกฝ่ายยิ้มให้ก่อนจะพูดต่อ
"ผมชื่อ 'ดิว' ครับ เป็นเจ้าของบาร์ที่นี่ ยังไงคุณริทนั่งรออยู่ทางด้านนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวทางเราจะยกอาหารมาให้"
"เอ่อ คือ..." ผมเหล่ตามองโคบอลต์เล็กน้อย ลองดูท่าทีของอีกฝ่ายก่อน เพราะถ้าเกิดทำอะไรไม่ดีอีกเดี๋ยวจะโดนจับขังอีก
โคอบลต์ไม่ได้สนใจอะไร อีกฝ่ายไม่พูดไม่จา พร้อมทั้งยังคงแผ่รังสีอำมหิตออกมาเรื่อยๆเป็นทุนเดิม ก่อนที่ร่างสูงจะเดินฝ่ายหน้าผมไปอย่างไม่ใยดี
เป็นผู้ชายที่เดาใจยากซะจริงนะ...
"เชิญครับ"
"อะ ครับ..." ผมว่าก่อนจะเดินไปทางคุณดิวที่ยืนอยู่ เขาผ่ายมือไปยังโต๊ะๆหนึ่งที่มุมร้าน ซึ่งผมก็ไปนั่งอย่างจำยอม
จะว่าไปแล้ว...เขาพาผมมาที่นี่ทำไมกันนะ

ห้อง 7
เสียงประตูดังขึ้น ร่างสูงของโคบอลต์เดินเข้ามาพร้อมๆกับรังสีความไม่พอใจ ทุกสายตามองไปยังคนมาใหม่ ก่อนที่รอยยิ้มของใครบางคนจะสะกิดความโมโหของเขาเข้า
"อะไรกัน อย่าบอกนะว่าโกรธที่กูไปหาเมียเก็บมึง?" วาเนเดียมเอ่ยขึ้นอย่างติดตลก ดวงตาแวววาวจ้องไปยังร่างของคนมาใหม่ด้วยความสนุก ในขณะที่โคบอลต์มองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ
"ไปทำอะไรมันอีกหรือไง" เสียงหนึ่งดังขึ้น เจ้าของผมสีแดงดุจเปลวไฟมองไปยังวาเนเดียมที่กำลังสนุกกับการยั่วยุคนอื่น ซึ่งเจ้าตัวก็เพียงยักไหล่แบบไม่สนใจ
"ก็อย่างที่พูด" ออสเมียมมองคนมาใหม่อย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันกลับไปมองวาเนเดียวเช่นเดิม "เมียใหม่ของมันไง โอะ หรือว่าจะต้องพูดว่า...เมียเก่าดี?"
พรึ่บ
ทุกสายตาจดจ้องไปยังที่โคบอลต์อย่างพร้อมกัน ดวงตาสีน้ำตาลแดงของออสเมียมมองอย่างประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างต้องการคำตอบ
"หมายความว่ายังไง เมียเก่า?"
"..." ร่างที่ถูกถามไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแค่เดินไปยังที่นั่งบนโซฟาเล็กโต๊ะหนึ่ง ก่อนจะเงียบราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
"นี่มันหมายความว่ายังไงวะ! เมียเก่ามันก็ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ!" เสียงของออสเมียมดังขึ้น ทุกคนหันไปมองวาเนเดียมราวกับต้องการคำอธิบาย คนถูกมองหุบยิ้มลง มองคนข้างๆที่อารมณ์ขึ้นเพียงเพราะรับรู้ถึงคำว่าเมียเก่าของโคบอลต์
"หึ ไม่รู้สิ"
"..."
"ใครจะรู้"
"..."
"บางทีเมียเก่ามันอาจจะยังไม่ตายก็ได้"
"..."
บรรยากาศภายในห้องเริ่มเงียบสงัดเมื่อประโยคของวาเนเดียวจบลง ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความมาคุ บรรยากาศเริ่มไม่เป็นมิตร อากาศภายในห้องเริ่มเย็นราวกับอยู่ในขั่วโลกเหนือ เมื่อรังสีแห่งความน่ากลัวของเหล่าคนที่ขึ้นชื่อว่าเลวที่สุดมาอยู่รวมตัวกัน
สภาพราวกับอยู่ในนรก...
ปัง
"หุบปาก"
สุระเสียงน่าสะพรึ่งกลัวดังขึ้น สายตาทุกคู่มองไปยังแขกคนสุดท้ายที่มาถึง ดวงตาสำดำสนิทกวาดมองรอบๆห้องราวกับมองเศษขยะ ก่อนที่ขายาวจะก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ หากแต่ดุดันเป็นที่สุด...
"หึ ราชามาแล้วไง" เสียงของวาเนเดียมดังขึ้น เงยหน้ามองบุรุษร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศน่ากลัว
หึ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ผู้ชายคนนี้ก็เป็นแบบนี้เสมอ บรรยากาศรอบๆดูน่ากลัวดุจราชสีห์ป่า สายตาคมดุดันราวกับปีศาจ และจิตสังหารเสมือน...ยมทูต
ซาตานของแท้เลยหมอนี้...
ร่างสูงคนสุดท้ายนั่งลงบนโซฟาตัวยาว พร้อมกับปาเอกสารในมือลงบนโต๊ะเสียงดังอย่างไม่สนใจหากเอกสารนั้นจะกระจัดกระจาย
ทุกคนรับเอกสารมาดูคราวๆเกี่ยวกับเรื่องที่จะคุย และคนแรกที่อ่านเสร็จก็ดูเหมือนจะเป็นวาเนเดียม
"พวกมันจะส่งยาออกนอกเกาะ?" ฮีเลียมเอ่ยขึ้น พลางโยนเอกสารทิ้งทันทีเมื่ออ่านเสร็จ "แล้วจะเอายังไง"
ทุกคนอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครเสนออะไรเป็นพิเศษ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ แค่ 'ฆ่า' ก่อนที่พวกมันจะส่งของเสร็จก็หมดเรื่อง...
"ที่ไหน" สุระเสียงเย็นๆเอ่ยขึ้น โคบลอต์เอ่ยประโยคแรกหลังจากเข้ามาในสุด พลางมองเอกสารในมือแล้วโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะมองไปยังคนที่นั่งหน้าตาเฉยเมินอยู่ที่โซฟาตัวยาวคนเดียว
"คลังสินค้า...ที่โคเวล ถนนสายที่สิบสาม"
"ถนนที่สิบสามมีแค่คลังสินด้าทีเดียว" ฮีเลียมเอ่ย มองหน้าของโคบอลต์ที่เรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ "คลังสินค้าขาออกของเกาะ...ที่ติดทะเล"
"พวก Guardian Rabbits...มีคนสมรู้รวมคิด" เสียงของซีนอนดังขึ้น ร่างสูงเพียงคนเดียวที่ไม่ได้หยิบเอกสารขึ้นมาดูปรายตามอง ก่อนจะหงายหลังพิงเบาะโซฟาราวกับไม่มีอะไรให้พูดอีกแล้ว
"หึ นึกว่าวันนี้จะเป็บใบ้ซะอีก" วาเนเดียมเอ่ยเมื่อเห็นว่าคนอย่าง 'ซีนอน' ที่สักครั้งพูด เอ่ยความคิดออกมา ซึ่งคนถูกเอ่ยไม่เพียงแค่ไม่สนใจ แต่หลับตาลงราวกับว่าจะหลับคาที่ประชุมเสียวะอย่างนั้น "แมวชัดๆ"
"กลับเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่าไหม" ฮีเลียมว่าอย่างเบื่อหน่าย "รีบๆคุยกันให้จบ จะได้แยกย้าย"
"ไม่จำเป็น" เสียงเรียบเฉยดังขึ้น โคบอลต์เอ่ยขึ้นพร้อมๆกับรังสีแห่งการฆ่าฟัน ทุกสายตามองไปยังบุคคลที่เอ่ยประโยคดังกล่าวออกมา ก่อนที่ร่างสูงจะยืนขึ้นเต็มส่วนสูง พร้อมๆกับเอ่ยประโยคแสนน่ากลัวออกมา โดยแผ่รังสีของนักฆ่าออกมาอย่างเต็นตัว "กูจะไปฆ่ามันเอง"
"โห้" วาเนเดียมว่าก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ในขณะที่คนอื่นๆเงียบราวกับไม่มีใครจะแย้งอะไร
ร่างสูงหมุนตัวเพื่อเตรียมตัวออกจากห้องไป หากแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากห้อง สุระเสียงแห่งความน่ากลัวก็เอ่ยขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมๆกับนัยของคำพูดที่ถูกเอ่ยออกมา
"แน่ใจ"
ประโยคสั้นๆ หากแต่ความหมาย...
ดวงตาสีเทาทอประกายแห่งความน่ากลัว ก่อนจะตวัดไปมองบุรุษที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ ดวงตาสีดำสนิมราวกับรัตติกาล เส้นผมสีดำที่ยาวลงมาปรกหน้า แม้คนที่นั่งบนโซฟายาวจะมีท่าทีน่ากลัว หากแต่ใบหน้าของร่างสูงกลัวดูดีเสียซะเหมือนฝันร้ายในตอนกลางดึก
"หึ..." เสียงหัวเราะในลำคอของโคบอลต์ดังขึ้น สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับทุกคนในห้องเป็นอย่างมาก
ร่างสูงยืนประจันหน้ากับคนที่เอ่ยประโยคดังกล่าว คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ราชา' ผู้ชายที่เหี้ยมโหดและน่าสะพรึ่งกลัวที่สุดในเกาะ
บิสมัท...
"รออยู่บนบัลลังก์ของมึงไปเถอะ"
"..."
"กูจะตัดคอมันมาถวายให้ถึงตีนมึงเลย..."


ต่อ



"นี่ครับอาหาร"
"ขอบคุณพี่มากนะครับ" ผมเอ่ยขึ้นพลางมองอาหารตรงหน้าอย่างหิวโหย "โห้ เยอะขนาดนี้ผมว่าผมคงทานไม่หมดหรอกครับ"
ผมว่าก่อนจะเงยหน้ามองคุณดิวที่ยกยิ้มให้ อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มรับก่อนจะเอ่ยต่อ
"ไม่ต้องทานให้หมดหรอกครับ พวกนี้เป็นอาหารที่ผมทำเล่นๆนะครับ เอาไว้ฝึกฝีมือเฉยๆ"
"ขอบคุณมากนะครับ"
"ไม่เป็นไรครับ แค่คนกันเอง"
หืม?
"คนกันเอง?" ผมเองอย่างงุนงง พลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เพราะคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบเจอกัน แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงพูดเหมือนเคยเจอผมมาแล้วซะอย่างนั้น?
ผมเงยหน้ามองคุณดิวอย่างต้องการคำตอบ แต่อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มอ่อนมาให้พลางเอ่ยต่อ
"ขอโทษทีครับ สงสัยวันนี้ผมจะมึนๆนิดหน่อย"
"อ๋อ ครับ..." ผมว่า มองดูท่าทางที่ไม่ร้อนรนใดๆของเจ้าของบาร์ และเขาเองก็คงจะเข้าใจผิดไปเองจริงๆนั่นแหละ...มั้ง?
"ถ้าอย่างนั้นเชิญตามสบายนะครับ เดี๋ยวผมคงต้องขอตัวไปเปิดบาร์ก่อน"
"อ๋อ ครับ เชิญตามสบายเลยครับ" ผมว่าพลางยิ้มให้ อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมาก่อนจะหมุนตัวกลับไป ทิ้งให้ผมอยู่กับกองอาหารที่อยู่บนโต๊ะ
แปลก...
มีบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจเกี่ยวกับคนพวกนี้ พวกเขาทำเหมือนกับว่า...
"เพราะมึง...อาจจะทำให้มันคลั่งอีกครั้งไง"
"ไม่เป็นไรครับ แค่คนกันเอง"
เคยรู้จักผมมาก่อน?
ผมไล่ความคิดที่อยู่ในหัวออกไป ก่อนจะหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มลงมือทานอย่างหิวโหย อ่า อาหารที่เขาทำอร่อยจริงๆแฮะ ไปเป็นเชฟน่าจะรุ่งกว่าการมาเปิดบาร์ที่นี่นะ ฝีมือระดับนี้่น่าเสียดายความสามารถแย่...
ปัง!
เอือก!
ผมสะดุ้งโหยงอย่างตกใจยามเมื่อได้ยินเสียงดังตรงประตูทางเข้า เสียงประตูเปิดที่ดังจนผมแทบจะคิดว่าบางทีประตูอาจจะพังไปแล้วก็ได้
ผมเงยหน้าจากอาหาร มองไปยังที่มาของเสียง ตรงนั้นมีคุณดิวอยู่ หากแต่สีหน้าของอีกฝ่ายดูซีดเผือกเสียจนไม่รับรู้ถึงสีเลือด ผมขมวดคิ้วอย่างสงสยว่าทำไมเขาถึงดูเหมือนคนไม่ค่อยสบายขนาดนั้นเพียงแค่เวลาสั้นๆ แต่ในนาทีถัดมาผมก็ถึงกับเกร็งไม่เป็นท่าทันที
ตึก
เสียงย่างของฝีเท้าใครบางคนดังขึ้น พร้อมๆกับร่างสูงของชายที่เข้ามาใหม่ ผมเบิกตากว้างยามเมื่อมองผู้มาใหม่ ก่อนจะรีบกลืนน้ำลายลงแทบจะทันที
ดวงตาสีดำกวาดมองรอบๆร้านราวกับกำลังตรวจจับอะไรบางอย่าง ฉับพลันดวงตาสีทมิฬก็จับจ้องมายังที่ที่ผมกำลังนั่งอยู่
เอือก!
บรรยากาศภายในร้านดูกดดันมากขึ้นเพิ่มเป็นสองเท่า ดวงตาสีดำรัตติกาลมองมาทางผมราวกับเจอเหยื่อ
ผู้ชายคนนี้...อันตราย
ผมมองอีกฝ่ายกลับอย่างหวั่นๆ ใบหน้าที่ดูดีของเขาไม่ได้ทำให้อิทธิพลของเจ้าตัวดูด้อยลงไปเลย ซ้ำร้ายยังดูน่ากลัวเสียซะมากกว่าอีก
ตึก
ราวกับแผ่นดินไหว...
เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายดังขึ้น ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องมายังผมไม่วางตา และก่อนที่จะรู้ตัว...รังสีอำมหิตก็แผ่มาใกล้ตัวผมอย่างฉับพลัน
อึก...
ผมเงยหน้ามองร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาสีดำคมกริบก้มลงมามองผมในขณะที่ระยะห่างของน้อยลง
เขายืนอยู่ตรงนี้...ตรงหน้าผม ต่อหน้าต่อตาเลยแหละ!
"คือ...มีอะไรหรือเปล่า โอ๊ย!" ยังไม่ทันที่ผมจะได้รับคำตอบ มือหนาก็คว้าเข้ามายังปลายคอเสื้อของผมทันที พลางกระชากจนร่างกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว คอเสื้อที่ถูกกระชากทำให้ผมรู้สึกเจ็บที่คออย่างประหลาด ตอนนี้ผมแทบจะมองอีกฝ่ายไม่ได้ด้วยซ้ำ!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าจู่ๆผมก็จะมีเรื่องกับคนที่ดูท่าทางน่ากลัวคนนี้!?
"ไม่มี..."
"...?" ผมเหล่มองร่างสูงที่กระชากคอเสื้ออยู่ ดวงตาของอีกฝ่ายไม่สะท้อนสิ่งใดในนั้น และก่อนที่จะรับรู้อะไร คอเสื้อของผมก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสนะในที่สุด
น่ากลัว...ผู้ชายคนนี้ มันอะไรกัน...
ดวงตาสีดำมองผมเล็กน้อย ก่อนที่ร่างสูงจะเอียงตัวเดินไปยังทางข้างหน้าต่อ โดยปล่อยให้ผมงุนงงกับการกระทำอันป่าเถื่อนของอีกฝ่าย
"อะไรกันวะ" ผมว่าพลางนั่งลงที่เดิมหลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายจากไปแล้ว จะพูดก็ยังไงอยู่ แต่คนๆนี้ดูน่ากลัวซะจนไม่กล้าหายใจเลย...
"ขอโทษด้วยนะครับ" ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของคุณดิว ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ยกยิ้มแห้งๆเป็นเชิงขอโทษมาให้
"เอ่อ คือว่าเขา..."
"บิสมัทนะครับ"
กึก!
บิสมัท...
น่ากลัวสมคำว่ากล่าวจริงๆ
ผมพยักหน้าคล้ายเข้าใจ ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ได้มีปัญหาไปมากกว่านี้ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คงจะไม่รอดเห็นอาทิตย์วันพรุ่งนี้แน่ๆ
"คือว่า..."
"ครับ?" ผมว่าเมื่อคุณดิวเอ่ย เขามองผมอย่างแปลกใจนิดๆ ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างสงสัย
"ขอโทษที่ถามเสียมารยาทนะครับ แต่ว่า...คุณริท มีปานตรงแถวๆไหปลาราหรือเปล่าครับ?"
"เอ๊ะ? ไม่นี่ครับ" ผมว่าพลางมองหน้าคนถามอย่างไม่เข้าใจ คุณดิวทำหน้าประหลาดใจนิดหน่อย ก่อนที่สีหน้าอีกฝ่ายจะดูเจื่อยๆไป
"เป็นไปไม่ได้"
"ครับ?" ผมเอ่ยอย่างงุนงง คุณดิวที่หน้าเจื่อยๆไปกลับมายิ้มอย่างทุกทีก่อนจะเอ่ยต่ออย่างสุภาพอีกครั้ง
"เปล่าหรอกครับ เชิญคุณริททานอาหารต่อเถอะครับ ผมไม่กวนคุณแล้ว"
"อ่า ครับ..." ผมมองแผ่นหลังของคนที่จากไป ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
อะไรกัน ไอ้ความรู้สึกไม่ค่อยรู้เห็นเป็นใจนี้ เหมือนกับว่าทุกคนที่นี่...ไม่ได้อยากให้ผมมาที่นี่เท่าไหร่
"แล้วใครมันอยากจะอยู่กันวะ..." ผมว่าเสียงเบา ก่อนจะสะบัดหัวอย่างอารมณ์ไม่ค่อยจะดี
ก็รู้อยู่หรอกว่าไอ้เรามันคนดี(?) จะมาอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะไม่ควรแบบนี้ไม่ได้ แต่จะให้ทำยังไงกันเล่า ในเมื่อผมดันมาอยู่ที่นี่แล้ว แถมจะออกจากที่นี่ยังไงก็ยังเป็นปรึศนาอยู่เลย ถ้ารู้ว่าออกไปได้ยังไง ผมคงไม่ต้องมานั่งนับดาวนับเดือนรอเวลาอยู่นี้หรอก
ผมว่าอย่างหัวเสียนิดหน่อย ก่อนที่สายตาจะมองไปยังบางสิ่งบางอย่างที่วางไว้อยู่บนโต๊ะ
ใบปลิว?
ผมหยิบใบปลิวที่ถูกสอดไว้บนโต๊ะออกมาดู ก่อนจะเห็นข้อความตัวโตที่อยู่บนกระดาษอย่างเด่นชัด
'เรือขนส่งพิเศษ'
นี่มัน หรือว่า...
"เกาะนี้จะมีเรือขนส่งเอา 'พวกขยะ' มาทิ้งบ่อยๆ ถ้าลองไปขอให้พวกมันพากลับไปได้...ก็คงดีไม่น้อย ว่าไหม?"
ที่วาเนเดียมพูดในตอนนั้น...
"เรือขนส่ง...งั้นเหรอ"
แสดงว่าที่หมอนั้นพูดก็เป็นความจริงสินะ...ถ้าลองขอให้คนพวกนั้นช่วย อาจจะได้ออกไปจากเกาะบ้าๆนี่สักที แต่ปัญหาก็คือ...
จะรู้ได้ยังไงว่าเรือมันจอดที่ไหน แล้วก็...จะออกห่างจากโคบอลต์ยังไงดีไม่ให้มีพิรุธ
ความจริงผมก็เคยคิดว่าจะออกจากที่นี่ไปโดยบอกร่างสูงอยู่หรอก แต่เพราะสถานการณ์และลางสังหรณ์บางอย่าง ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดบอกเขาเรื่องจะออกจากเกาะไป มันไม่ไม่ดีแน่ๆ ทั้งทางตรง และทางอ้อม...
ผมเก็บใบปลิวนั้นใส่ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเริ่มทานอาหารที่ยังเหลือเต็มโต๊ะ ระหว่างที่รอโคบอลต์กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ด้านบน Bar Rabbit ก็เปิดให้บริการ มีผู้คนมากหน้าหลายตามากันให้ควัก และแน่นอนว่าแต่ละคนเป็นคนของ  Guardian Rabbits ทั้งนั้น
ไม่รู้เลยว่าที่นี่เป็นแหล่งมั่วซุ่มประเภทอะไร
กริ๊งๆๆ
เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นระหว่างที่ผมละออกจากอาหาร ผมเงยหน้ามองขึ้นไปบนเวทีที่เสียงดนตรีหยุดลง ผู้คนเริ่มมีออร่าแปลกไป บางคนยิ้มเหมือนเจอเรื่องสนุก บางคนยิ้มเหมือนพวกจิตไม่ปกติ ผมได้แต่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นร่างกำยำของชายสองคนที่อยู่บนเวทีก็แทบจะทรุด!
ไม่ทรุดไม่ได้หรอก ก็ในเมื่อหนึ่งในนั้นคือคนที่ผมรู้จักดี
"โคบอลต์!?" ผมเบิกตากว้าง ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งแล้วมองบนเวทีตาค้าง
เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยวนะ ทำไมโคบอลต์ไปอยู่บนเวทีนั้นได้ล่ะ แล้ว...เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่!? ทำไมผมไม่เห็นรู้สึกตัวเลย!
"อ้าว คุณริทดูจะตกใจนะครับ" ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงของคุรดิวดังขึ้น ผมหันไปมองคนที่เดินมาพร้อมกับแก้วไวน์ที่ลูกค้าดื่มเสร็จ "ไม่ต้องตกใจหรอกครับ นี่คือหนึ่งในกิจกรรมของบาร์เรานะครับ"
"กิจกรรม?"
"ครับ มันเป็นกิจกรรมที่อาทิตย์หนึ่งจะมีแค่ครั้งเดียว" ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย ทำไมต้องเป็นอาทิตย์หนึ่งครั้งเดียวด้วยละนั้น? "เขาเรียกว่า 'ศึกล้างเลือด' นะครับ"
"..."
เอ๊ะ?
"ศึกล้างเลือด?" ผมทวนคำอย่างงุนงง เดี๋ยวนะ ไอ้ศึกล้างเลือดนี่คืออะไรวะ? ไม่เห็นจะเข้าใจเลย "เอ่อ คือ..."
"ฮะๆ มันเป็นกิจกรรมที่ผมคิดนะครับ บ่อยครั้งที่ร้านเราจะมีคนชอบทะเลาะวิวาทซะจนบาร์ยับเยินไปหมด ผมเลยตั้งกฎว่าห้ามต่อสู่กันในร้าน แต่เพราะว่าลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็น Guardian Rabbits ไม่มีทางที่จะหยุดเลือดที่กำลังคลุ้มคลังในตัวพวกเขาได้แน่ เพราะฉะนั้น ผมก็เลยคิด 'ศึกล้างเลือด' นี่ขึ้นมา เป็นศึกที่จะให้คนไม่ชอบขี้หน้ามาสู้กันบนเวทีนะครับ แต่แค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะครับ"
ผมมองคุณดิวอย่างๆอึ้งๆ ถึงจะไม่ใช่คนเข้าใจง่ายก็เถอะ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่คุณดิวทำมันเข้าข่ายส่งเสริมให้คนใช้กำลังกันนะครับ อีกอย่าง...ศึกล้างเลือดเนี่ย มันจะกลายเป็นศึกเรียกเลือดมากกว่า ดูท่างานนี้ใครไม่ใครก็ต้องต้องกลับบ้านไปพร้อมกองเลือดของตัวเองนั่นแหละ
"แล้วทำไมโคบอลต์ถึงไปอยู่ตรงนั้นได้ละครับ?" ผมเอ่ยหน้างุนงง จากที่เฝ้าสังเกตดูพฤติกรรมของอีกฝ่าย โคบอลต์ดูไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องให้ตัวเองเด่นแบบนี้เท่าไหร่ ยกเว้นเรื่องที่จำเป็นจริงๆ
"นั่นสินะครับ" คุณดิวมองผมอย่างยิ้มๆ ผมขมวดคิ้วงุนงงอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาอีกฝ่าน ร่างสูงยกยิ้มให้ก่อนจะขอตัวลา "ถ้างั้นเชิญรับชมให้สนุกนะครับ"
รับชมเหรอ...อีแบบนี้ไม่ค่อยอยากจะชมเท่าไหร่เล้ย
เกิดอะไรขึ้นกับเขากันนะ?

สิบนาทีก่อน...
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องในที่สุดหลังจากเอ่ยจบ ดวงตาสีเทาท่อประกายแห่งความว่างเปล่าก่อนจะเดินไปยังราวบันไดที่เป็นทางลงไปชั้นหนึ่ง ทอดมองร่างบางของใครบางคนที่กำลังนั่งทานอาหารตรงมุมของบาร์ หากแต่จะอยู่ที่ไหนเขาก็สามารถจับจ้องและมองเห็นอีกฝ่ายได้
ไม่ใช่...
นั้นคือความรู้สึกแรกยามเมื่อมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังนั่งทานอาหารด้วยความหิว ดวงตาสีเทาปิดลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่ พลางจ้องมองคนที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจับตาดูอยู่
ริท เป็นชื่อของร่างบางที่กำลังถูกเขามองอยู่ ร่างสูงไม่แน่ใขนักว่านั้นคือชื่อจริงๆของอีกคนรึเปล่า ท่าทางของร่างบางทำให้เขามองไม่ออก ไม่ว่าจะการกระทำหรือความคิด คนๆนี้ดูเข้าหายากกว่าทุกๆคนที่เขาเคยรู้จักมา ให้ความรู้สึกเหมือนจะเข้าหาง่าย แต่พอรู้ตัวอีกทีกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูห่างไกลเข้าไปอีก แม้บางครั้งอีกครั้งจะกวนตีนเขาไปบ้าง แต่ร่างสูงก็พอรู้ว่าอีกคนเป็นพวกปากพูดสมองไม่คิด เอาง่ายๆก็พูดก่อนคิดนั่นแหละ
"หืม ดูสิว่าเจอใครเอ่ย"
ขวับ
สุระเสียงทะเล้นดังขึ้น ดวงตาสีเทาหันไปมองคนที่เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะพบเข้ากับร่างสูงของใครบางคนที่เดินเข้ามา ฉับพลันดวงตาสีเทาก็แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาทันทียามที่เห็นว่าเป็นใคร
"หวัดดี...ไอ้โคบอลต์"
บิล...คู่อาฆาตของเขา
"..." โคบอลต์เลือกที่จะไม่เอ่ยอะไร ร่างสูงเพียงแค่เมินเฉยๆต่อคำกวนตีนของใครบางคน ก่อนจะเตรียมตัวเดินลงจากบันไดเพื่อไปทำ 'ธุระ' ที่เขาได้รับมา หากแต่ยังไม่ทันทีขาจะก้าวไปยังบันไดขั้นที่หนึ่ง เสียงกวนประสาทที่มาพร้อมกับประโยคไม่แสนรื่นหูก็ดังขึ้น พร้อมๆกับความทมึนตึงของใครบางคนที่แผ่ออกมา...
"หึ กูนึกว่าเมียมึงตายไปแล้วซะอีกนะ"
กึก
ร่างทั้งร่างของร่างสูงหยุดชะงัก ดวงตาสีเทาจับจ้องไปยังร่างกำยำที่มีท่าทางไม่ทุกข์ร้อนอะไร ซ้ำยังดูสนุกที่ได้ยั่วโมโหเขาเล่นอีกต่างหาก โคอบล์จ้องมองไปยังบิลด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะกระตุกขึ้น พลางเอ่ยขึ้นบ้างให้อีกคนหัวเสียเล่น
"เมียตาย..."
"..."
"ก็ดีกว่าเมียทิ้งอย่างมึงนั่นแหละ"
"ไอ้นี่!" ร่างกำยำของบิลเตรียมจะเข้าไปกระชากคอเสื้อของร่างสูงให้รู้แล้วรู้รอด แต่โคบอลต์ไวกว่า คว้าเข้าที่มือของอีกคนแล้วเขวี้ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี
"..." ร่างสูงเงียบ มองคนที่เซไปยึดเข้ากับราวบันได ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองมาทางเขาอย่างโกรธแค้น ในขณะที่เขาทำได้เพียงมองอย่างเหยียดๆ
"หึ...หึๆ แล้วไงวะ! เมียทิ้งก็ทิ้งไปดิ เฮอะ! สักวัน มึงก็จะโดนแบบที่กูเคยโดนนั่นแหละไอ้ชั่ว!"
ดวงตาสีเทาหรี่ลงอย่างไม่ชอบใจ มองคนที่เอ่ยวาจาระคายหู และก่อนที่จะรู้สึกตัว เงาดำก็เข้าไปประชิดร่างๆของคนๆนั้น มือหนาคว้าเข้าที่คอเสื้อของอีกฝ่ายอย่างแรง ก่อนที่ดวงตาสีเทาจะมองด้วยรังสีอาฆาต
"ถ้ามึงยังไม่หยุดเห่า"
"..."
"มึงจะไม่มีลิ้นไว้ให้ใช้อีกแน่ ไอ้บิล"
ผลั่ก!
"อั่ก!"
โคบอลต์ผลักอีกฝ่ายกระแทกเข้ากับราวบันไดจนอีกคนร้องเสียหลง บิลเงยหน้ามองคนที่เกลียดแสนเกลียด ก่อนที่ร่างสูงจะเดินลงไปยังชั้นล่าง พร้อมๆกับรังสีแห่งความพิโรธ
"ทะเลาะกันในบาร์มันผิดกฎนะครับ"
"..." โคบอลต์มองคนที่ยืนรอตรงบันไดด้วยความไม่สบอารมณ์ เจ้าของบาร์ยกยิ้มก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ตอนนี้คุณริทรออยู่ จะให้ผมทำยังไงครับ?"
โคบอลต์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ทอดสายตาไปยังร่างบางที่กำลังนั่งเล่นอย่างเบื่อๆ ดูจากสายตาคนอื่นๆ คงจะเห็นว่าร่างบางนั้นมาคนเดียว ซึ่งย่อมมีคนที่อยากจะ...
"หมอนั้นดูดีจังวะ"
ยังไม่ทันขาดคำ...
ขวับ
โคบอลต์หันไปมองที่มาของเสียงในกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่ง ดวงตาสีเทาหันไปมองคนที่กำลังจ้องมองคนของเขาด้วยสายตาอยากได้อยากครอง จนดวงตาแห่งความพิโรธแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นดวงตาแห่งการ...อยากฆ่า
"โอ๊ะโอ้..." เจ้าของบาร์เอ่ยเสียงเบายามเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของใครบางคน พลางมองกลุ่มผู้ชายที่กำลังจ้องมองคนที่ไม่ควรจะมอง  ดิวเงยหน้ามองร่างสูง ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
ดูท่าวันนี้ เขาคงต้องหาเงินมาซ่อมร้านใหม่ซะแล้วมั้ง...

ต่อ

ผมมองโคบอลต์บนเวที ในขณะที่ร่างสูงแผ่รังสีอำมหิตรอบกายเอาไว้ ในใจก็ได้แต่คิดว่าอีกฝ่ายเกิดคึกอะไรขึ้นมาถึงได้ไปอยู่บนนั้นได้ ไม่ใช่ว่าเพราะเขาไม่คู่ควรกับการต่อสู้แบบนี้หรอกนะ เพียงแต่ผมคิดว่าคนอย่างเขาจะไปยืนไฝว้กับคนในบาร์เหมือนกับว่าตัวเองทำเป็นปกติ แบบนั้นดูจะขัดกับลักษณะนิสัยของเขาสุดๆ
ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
"เอ่อ คุณดิวครับ ทำไมโคบอลต์ถึงไปอยู่ตรงนั้นได้ละครับ?" ผมเงยหน้าคนที่มายืนดูข้างๆ ร่างของคนที่กำลังแย้มยิ้มได้แต่ส่ายหน้าไปมา ราวกับไม่อยากจะตอบคำถามของผม
"เฮ้ย นั้นมันโคบอลต์นี่หว่า"
"ทำไมท่านโคบอลต์ถึงต้องมาทำแบบนี้ด้วยวะ"
"เกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าระดับสูงของเราวะนั้น!"
ผมมองคนที่เอ่ยปากซุบซิบกันไม่วางเว้น เงยหน้ามองคนสองคนที่อยู่บนสังเวียนอย่างนึกลำบากใจ ผมมองโคบอลต์ที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ หากแต่ผมกลับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง กลิ่นอายที่คล้ายๆกับคนๆนั้น...ผู้ชายที่ชื่อบิสมัท
ผมนึกย้อนกลับไปยังเหตุการณ์น่าหวาดเสียวเมื่อครั้นที่บิสมัทเดินเข้ามาหาผม ดวงตาสีดำนั้นทำให้ผมตัวแข็งทันทียามเมื่อสบตา เหมือนกับโคบอลต์ในตอนนี้
ดวงตาสีเทาคมของเขาดูมีวาวแห่งนักล่า เป็นแววตาที่ผมเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งในตอนที่เราเจอกันครั้งแรก แต่ถึงอย่างนั้นตัวผมก็ได้แต่เมินเฉยต่อมันเพราะไม่อยากจะสัมผัสถึงกลิ่นอายอันตรายจากตัวของคนๆนี้ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แล้ว อีกฝ่ายแผ่รังสีทมึนเสียจนทั้งบาร์ต้องตกในแรงกดดันที่ไม่อยากจะอธิบายได้
"เอาละนะครับ" เสียของกรรมการบนเวทีดังขึ้น ชายหนุ่มมองคนทั้งสองที่กำลังขึ้นสู่สังเวียนเดียวกับ อีกคนนิ่งเฉย ในขณะที่อีกคนดูจะร้อนรน ผมรู้ทันทีเลยว่าคู้ต่อสู้ของโคบอลต์ไม่ได้อยากจะสู้กับเขาสักนิด งั้นก็แสดงว่า โคบอลต์เป็นคนบังคับงั้นเหรอ?
'กูเลวกว่าที่มึงคิดไว้เยอะ...'
กึก!
ผมชะงักตัวทันทียามเมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาเคยพูด พอลองมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีๆ ผมก็รู้สึกสั่นขึ้นมาอย่างหาไม่ได้
โคบอลต์เอาจริง เขาไม่คิดที่จะสู้ แต่ดวงตาของเขามันฟ้อง ว่าเขาคิดที่จะฆ่า
"น่ากลัว..." ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆเมื่อรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก จนคนที่อยู่ข้างๆเรียกเบาๆ
"กลัวอะไรงั้นเหรอครับคุณริท?"
"อะ! ปะ เปล่าครับ" ผมเอ่ยขึ้นเมื่อร่างของเจ้าของบาร์เอ่ยถาม คุณดิวมองผมเหมือนไม่เชื่อแต่ก็ยกยิ้มให้แล้วเอ่ยต่อ
"เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้าเกิดการแข่งจบลงคุณริทก็ช่วยพาเขาออกจากบาร์ด้วยนะครับ เดี๋ยวจะเกิดเรื่องเอาอีก" ผมมองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง คุณดิวไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงแค่ยิ้มลาก่อนจะเอียงตัวไปทางอื่น
เกิดเรื่องอีก? จะมีอะไรเกิดขึ้นรึไงนะ?
กร๊อบบ
"อ๊ากกกก!"
เอือก!
ผมสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงร้อง หัวรีบหันกลับไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเห็นภาพที่ไม่น่าดูเข้า
ถามว่าผมเห็นอะไร? อือหือ ไม่น่าถาม...
"เอ่อ คุณโคบอลต์ครับ คือว่า..." กรรมการตัดสินดูน่าทำท่าทางไม่ต่อไม่ถูกนิดหน่อยเมื่อเห็นว่ามือหนาของโคบอลต์กำลังเอื้อมไปบีบเข้าที่คอของคู้ต่อสู้ ผมเบิกตากว้างเมื่อพบว่าคนทีถูกบีบคอทำท่าทางทรมานเพียงใด หากแต่ดวงตาสีเทากลับราบเรียบและไร้ซึ่งความเมตตา
อึก!
ดูท่า ที่เขาพูดว่าเลว มันคงจะจริง...
พรึ่บ!
ผมลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อทนรับภาพไม่ไหว อย่าว่าจะบีบคอเลย ผมยังไม่เคยเห็นคนๆไหนจะมีแววตาน่ากลัวเท่าเขาเลย นี่เขากะจะฆ่าผู้ชายคนนั้นจริงๆใช่ไหม!
ผมรีบเดินถอยห่างจากจุดๆนั้น ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังมุ่งดูด้วยความตื่นเต้น ตื่นเต้นกับผีนะสิ! คิดว่าคนฆ่ากันตายนี่เป็นเรื่องน่าดูเหรอ? บ้ารึเปล่า!
"ไอ้พวกเถื่อนเอ้ย! โอ็ย!"
ผลัก!
ในขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากกลุ่มคนมหาศาล แรงกระแทกของกล้ามเนื้อของใครก็ทำให้ผมเซจนหยุดชะงัก เงยหน้ามองคนที่ชนแล้วเอ่ยขอโทษทันที
"ขอโทษครับ ผมมองไม่เห็น" ผมว่าพลางเลี้ยวตัวเตรียมจะหาทางออก แต่ยังไม่ทันจะได้ออกไปไหน แขนซ้ายก็ถูกคว้าเอาไว้อย่างแรงจนผมเซตัวเข้าไปหา
เจ็บนะสัส!
ผมสะบัดหน้าหันไปเตรียทจะด่าคนที่ทำให้ผมเจ็บ แต่คำหยาบที่เตรียมเอาไว้ต้องหายไปอย่างฉับพลันเมื่อเห็นมาเป็นใคร
"หึ ของดีนี่หว่า"
อึก!
ผมมองร่างกำยำของชายต่างชาติคนหนึ่ง เขามากับเพื่อนอีกสองสามคน ซึ่งแน่นอนว่ากล้ามแต่ละคนนี่ อือหือ...มึงเล่นใหญ่มากอะ บอกเลย
"เอ่อ คือ..." ผมพยายามจะเอาแขนออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร อีกฝ่ายก็กระชากผมเข้าไปหา พลางมองหน้าแล้วเลียริมฝีปากตัวเองอย่างคนโรคจิต
อี๋ ทำไมรู้สึกขยะแขยงงี้วะ
"ปล่อยผม" ผมเอ่ยด้วยสีหน้าจริงๆ พวกต่างชาติมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างไม่สนใจ
"ไม่เอาน่า อกหักมาสินะถึงมาที่นี่ เดี๋ยวพวกเราช่วยเอาไหมละ ฟรีๆเลยนะ ไม่ต้องมีเงินสักแดงเดียว"
หา!?
ผมมองค้อนพวกมันด้วยสีหน้าตกใจ
"ไม่ต้องครับ" ผมว่าก่อนจะเริ่มต่อต้านการคุกคามของอีกฝ่าย หากแต่แรงของผมจะไปสู้กล้ามเนื้อใหญ่ๆนั้นได้ยังไงละเนอะ แถมต่างชาติอีกสองคนก็ยังมาประกบขางอีก
"ไม่เอาน่า ยูอย่าเล่นตัวหน่อยเลย"
ไม่ได้เล่นครับ นี่ของจริง ไม่มีเล่นแน่นอน
"ปล่อยผม!"
"ว้าว! เขาโกรธแล้ว ฮ่าๆๆ น่ารักจริงๆ"
น่ารักพ่อง!
ผมมองพวกมันอย่างรังเกียจก่อนจะพยายามดิ้นรนเพื่อออกจาการเกาะกุม แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยหรืออะไร พวกมันก็เริ่มเบียดเสียดเข้ามาเรื่อยๆ
"ไปต่อข้างบนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพวกไอจะทำให้ยูรู้สึกดีเอง"
ดีพ่องสิไอ้ห่านี้!
ผมมองถลึงตาใส่ ก่อนจะดิ้นหนักยิ่งกว่าเดิม
"ปล่อยนะเว้ย! บอกให้ปล่อยไง ใครก็ได้ช่วยด้วย! อื้อ!" ผมร้องโวยวายดังลั่น หากแต่ร้องเพียงแป๊บเดียว มือหนาของกลุ่มต่างชาติก็มาปิดเข้าที่ปากทันที "อื้ม! อื้ม!!"
"โอ้ว ฤทธิ์เยอะจริงๆนะเนี่ย แบบนี้สิถึงเร้าใจ"
เร้าใจบ้าอะไรเล่า! ปล่อยนะเว้ย!
"ไอว่ารีบพามันขึ้นดีกว่า ตอนนี้รู้สึกอย่าง ซี๊ดดด" ผมมองคนพูดด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนจะดิ้นไปมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง
ไม่ ผมไม่เอานะ ไม่มีทางงง ถึงจะยังบริสุทธิ์ แต่ทีเดียวสามคนแบบนี้ก็ไม่ไว้นะเว้ย! ฮือออ
"อื้มมมมมม!!!" ผมร้องลั่นอย่างร้อนรน รู้สึกคิดผืดจริงๆที่เดินออกมาจากที่นั่งของตัวเอง ทั้งๆที่รู้แท้ๆว่าที่นี่เป็นบาร์ ยังไงซะก็ย่อมต้องมีพวก...แบบนี้
ผมถูกลากออกมาจากฝูงชนอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางก็พยายามหาทางหนีทีไล่ แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออก ยิ่งเห็นว่าพวกมันแรงควายแค่ไหนก็ยิ่งกลุ้ม
"นี่! พวกคุณคิดจะทำอะไรนะ"
"What!?"
ขวับ
ผมกับชาวต่างชาติสามคนหันไปมองคนเรียก ยามเมื่อใบหน้าขาวใสของใครบางคนปรากฎ ผมก็แทบจะร้องไห้ออกมาทันที
คุณดิว!
"แล้วคุณยุ่งอะไรด้วย?" ไอ้ฝรั่งเบอร์หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์งหงุดหงิด
"นั่นสิ ยูเป็นแค่เข้าของบาร์ ต้องบริการลูกค้าอย่างไอสิ" ไอ้ต่างชาติเบอร์สองว่า
"ต้องขอโทษจริงๆนะครับ แต่ผมเกรงว่าพวกคุณควรจะปล่อยเขาดีกว่า ก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไป"
หือ?
"หา?" ไอ้ต่างชาติเบอร์สามว่าอย่างงุนงง ผมเองก็ไม่ต่างกัน มองคุณดิวด้วยความสงสัยว่าทำไม เจ้าของบาร์ก็ทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ
"ถ้าหัวหลุดออกจากบ่า..."
"..."
"ผมก็ไม่รู้ด้วยนะครับ"
ปัง!
แผละ!
เอือก!
"FU**!!!"
เสียงอุทานของต่างชาติคนหนึ่งดังขึ้น ทั่วทั้งบาร์ตกอยู่ในความเงียบทันทีเมื่อเสีบงปืนนัดแรกดังขึ้น แต่คงไม่มีใครตกใจเท่าผมหรอก เพราะอะไรนะเหรอ...
"ละ เลือด..." ผมมองไปยังพื้นด้วยความตกใจ ยามเมื่อเห็นสีแดงฉานของเลือดกำลังไหลออกมา แขนที่เคยถูกจับถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว แต่นั้นไม่เท่ากับร่างที่กำลังนอนจมกองเลือดข้างๆผมหรอก!
"อ๊ากกก!" เสียงของต่างชาติร้องลั่นพลางผละออกห่างมาทันที ผมเองก็เช่นกัน ผมผละออกจากร่างที่จมอยู่ หากแต่กลิ่นเลือดที่ลอยฟุ้งทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียด และก่อนที่จะรู้สึก เงาดำทมึนก็คลืบคลานเข้ามาใกล้ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับกระซิบ
"อยู่ดีๆ"
อึก!
ขวับ!
"คะ โคบอลต์!?"
ผมเงยหน้ามองคนที่อยู่ข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาสีเทาท่อประกายแห่งความน่าหลัวแผ่ออกมา ผมสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นว่าเขากำลังมองผมยังไง...
"ยะ ยู ยูเป็นคนของโคบอลต์งั้นรึ!?"
ผมไม่ได้ตอบอะไรคนที่เอ่ยถาม เพียงแค่ยืนนิ่งๆด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ก้มมองมือของตัวเองที่มีเลือดที่แดงสดเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด
กลิ่นคาวของเลือดที่โชยออกมา มาจากตรงนี้เองสินะ
แกร๊ก!
"อ๊าก อย่าๆ อย่ายิงนะ!" ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคนร้อง ก่อนจะเงยหน้ามองโคบอลต์ที่กำลังเหนียวไกปืนไปทางต่างชาติอีกคน ผมเบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นดังนั้น
นี่เขาไปกินรังแตนที่ไหนมาวะ!
"เดี๋ยวคุณ! พอได้แล้ว นี่คิดจะฆ่าแกงกันเลยรึไง!" ผมรู้สึกว่าคำถามที่เอ่ยออกไปเป็นอะไรที่โง่มาก โคบอลต์แทบจะไม่สนใจอะไรใดๆผมเลย ดวงตาสีเทาในตอนนี้คิดเพียงอย่างเดียว...ก็คือฆ่า
แปะๆ
"หยุดอยู่แค่นั้นดีกว่ามั้ง โคบอลต์"
นิ้วที่กำลังจะเหนียวไกปืนหยุดชะงัก ดวงตาสีเทาหันไปมองคนที่เข้ามาขัดจังหวะ ผมเงยหนามองคนที่เข้ามาห้ามการกระทำอุกอาจของโคบอลต์
"ขืนทำมากกว่านี้คงไม่ดีแน่ อีกอย่าง...นายมีเรื่องที่ต้องไปทำก่อนไม่ใช่หรือไง"
"..."
โคบอลต์ไม่ได้ตอบ ดวงตาสีเทายังคงจับจ้องคนที่เขามาขว้างเอาไว้ด้วยสีหน้าอ่านยาก ผมมองคนมาใหม่ด้วยความตะลึง ไม่ใช่ใครที่ไหน...วาเนเดียมนั่นเอง
โคบอลต์ไม่ได้ว่าอะไรต่อ ร่างสูงลดปืนลง ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาว่างเปล่า ผมมองเขาด้วยท่าทางงุนงง และก่อนจะรู้ตัว มือหนาก็คว้าเข้าที่แขนของผมแล้วออกลากอย่างแรงจนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ
"โอ็ย เดี๋ยว เบาๆ!"
ผมถูกโคบอลต์ลากออกมาจากบาร์ทันทีหลังจากนั้น โดยปล่อยให้วาเนเดียมและคุณดิวจัดการที่เหลือต่อ ทามกลางสายตาของคนในผับที่มองมาด้วยความฉงกสงสัยในตัวพวกเรา
"ดูท่าคุณริทจะเจอพายุลูกใหญ่เข้าแล้วสินะ" เสียงของเจ้าของบารืดังขึ้น มองคนที่เดินจากไปอย่างสงสาร ในขณะที่ในใจได้แต่กู่ร้องว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง
"หึ...ดูท่ามันจะยังรักเมียเก่าอยู่" วาเนเดียมเอ่ย ดิวหันไปมองเด็กที่อายุน้อยกว่าตน ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
"ไม่ใช่หรอกนะ ริทไม่ใช่คนที่เราสงสัยหรอก"
หืม...
"หมายความว่ายังไง..." ดวงตาคมจ้องมองร่างที่เอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจ ดิวหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ
"ไม่รู้สิ ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่นายก็น่าจะรู้ดีนี่ นิสัยของหมอนั้นกับริทน่ะ มันต่างกันสุดขั้วเลย"
"..."
"ยิ่งทัศนคติ...ยิ่งไม่เหมือนกันเลยสักนิดเดียว"


____________
สวัสดีค่ะ

แม้จะน้อยแต่ก็มาแน่นอนค่ะ
ช่วงนี้อาจจะสั้นไปหน่อยก็ขอโทษด้วยนะคะ
เข้าเรื่องกันเถอะเนอะ
ตอนนี้ยูเมะเริ่มแต่งให้กับดาร์กขึ้นมาหน่อยแล้วละค่ะ
จากที่ตอนแรกๆเขียนดำเนินเรื่องแบบเรียบๆ
ขึ้นชื่อว่าเลวจะให้แต่งใสๆมันก็ยังไงอยู่นะ ฮ่าๆๆ
สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนค่ะ
ทีเหลือว่าจะเอาไประดมหาทางเขียนนิยายเรื่องอื่นต่อ
(นี่จะรอดไหมเนี่ย ฮ่าๆๆ)
ปล. มาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆเด้อ มีเวลามากมายให้ทุกคนอยู่แล้ว
แล้วเรามีพูดคุยเรื่องราวมากมายกันเถอะเน้อ

__________
สวัสดีค่ะ

ขอโทษที่มาช้านะคะ
เนื่องจากวันที่ผ่านมาไม่สามารอัพได้เพราะไม่มีเน็ต (อ้าว ฮ่าๆๆ)
แต่มาแน่นอนค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ตอนนี้เริ่มมีความดาร์กขึ้นมาแล้วค่ะ
และตัวละครก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆเลยนะคะ
ตอนนี้พระเอกยังออกมาไม่ครบเลย
ที่ออกมาแล้วก็มีแค่ วาเนเดียม ฮีเลียม ออสเมียมกับบิสมัท
แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฮ่าๆๆ เดี๋ยวเราค่อยๆทยอยขนส่งตัวละครออกมาละกัน
ในเรื่องนี้ยูเมะจะเริ่มประกาศขอความเห็นจากผู้อ่านแล้วนะคะ
ตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงจบเรื่องนี้จะมีการให้คนอ่านเสนอตัวละครนายเอกค่ะ
อย่างที่ได้กล่าวไว้ที่หน้าแรกๆเลยค่ะ
ยูเมะจะให้ผู้อ่านแสดงความโลภออกมาค่ะ(?)
โดยให้บอกมาว่าอยากให้ยูเมะเขียนนายเอกลักษณะนิสัยแบบไหนให้คู่กับใครบ้าง
ทำไมถึงต้องมีกิจกรรมแบบนี้?
อย่างที่บอกไปในหน้าแรกค่ะว่านิยายเรื่องนี้ไม่มีการเตียมอะไรเลย ด้นสดรัวๆ ฮ่าๆๆ
ฉะนั้นพล็อตอะไรก็แล้วแต่นี่คือ หายไปราวกับอากาศ ฮ่าๆๆ
และด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะเขียนลักษณะนิสัยนายเอกของแต่ละเรื่องยัไง เลยคิดว่าให้ผู้อ่านคิดให้ดีกว่าว่าอยากให้ยูเมะเขียนแบบไหนบ้าง
โดยส่งความเห็นมาได้หลากช่องทางค่ะ
ช่องทางที่สามารถส่งความคิดเห็นมาได้ก็มีดังนีี้ค่ะ
1. เสนอความเห็นได้ในหน้านิยายนี้ค่ะ
2. ส่งมาทางเมล์ได้ค่ะ จากเมล์นี้เลย Perszifor2016@gmail.com หรือ Patcharamanee2544@gmail.com (สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากก)
3. สามารถส่งเป็นข้อความในเพจได้ค่ะ
มาเริ่มคุยกันเถอะเนอะ ฮ่าๆๆ
สำหรับวันนี้ก็มีแค่นี้ค่ะ ขอตัวลาไปก่อนเด้อ


__________
สวัสดีค่ะ
กราบขอโทษงามๆอีกตอนนะคะ (_ _)
หายไปนานนิดหน่อยอย่างเพิ่งโกรธนะคะ
ยังไม่ปล่อยให้ร้างแน่นอนค่ะ ฮ่าๆๆ
ขอโทษนะคะที่ห่างไปนานพอสมควร
มีอะไรหลายๆอย่างค่ะเลยไม่ได้ต่อเรื่องนี้เลย
ผิดกับเรื่องก่อนหน้าที่แต่งไว้รออยู่แล้วอะ
แต่เรื่องนี้วางพล็อตไปแค่นิดเดียวเอง เลยใช้เวลาในการแต่งพอสมควร
ขอโทษจริงๆที่หายไปนะคะ
ยังคงอัพอยู่เรื่อยๆค่ะ แม้จะห่างไปนานแต่ก็อัพจนได้อะแหละ
ต้องขอโทษจริงๆนะคะ ฮือออ
ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิดอะ มีอะไรผิดสะกิดหน่อยนะ ฮ่าๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 11:02
    "เสียงของเจ้าของบารื"ต้อง"เสียงของเจ้าของบาร์"
    #23
    0
  2. วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 10:58
    "ยูเป็นแค่เข้าของบาร์"ต้อง"ยูเป็นแค่เจ้าของบาร์"
    #22
    0
  3. วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 10:10
    "นึกว่าวันนี้จะเป็บใบ้ซะอีก"ต้อง"นึกว่าวันนี้จะเป็นใบ้ซะอีก"
    #21
    0
  4. #14 Mayahara HiBird Stella (@mayahara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 08:27
    ถ้ามันจะฮาเร็ม ทำไมสงสารโคบอลต์
    #14
    0
  5. #13 Bool14 (@99664811) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 06:46
    รักโคบอลต์อ่าาาาาา ขอยแบบรักเดียวแบบนี้แหละค่ะ มันดูจริงใจดี
    #13
    0
  6. #12 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 21:15
    อยากได้ฮาเร็ม~ 555
    #12
    0
  7. #11 -Haku- (@catnii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:45

    ฮาเร็มได้มั้ยครับ *มองด้วยสายตาลูกหมา* อยากให้นายเอก(ริท) มีอะไรที่ไม่ธรรมดามั่งอะครับ เช่น พวกสัญชาตญาณอะไรแบบนี้ มันจะได้เพิ่มความสนุกขึ้นครับ *หัวเราะด้วยสีหน้าชั่วร้าย*

    #11
    0
  8. #10 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:21
    มาแย้วๆ รอน้าา ปล.คิดไม่ออกอะ 555
    #10
    0
  9. #9 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:24
    ดีใจ~ นึกว่าไรท์จะไม่มาอัพซะแล้ว
    #9
    0
  10. #8 Bool14 (@99664811) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 18:54
    เอ๊ะ?? โอ๊ะ?? อุ๊??? งงเด้ๆ
    #8
    0