ตำนานยอดหญิง ซูเจิน

ตอนที่ 5 : ข้าน้อยมิมีแซ่ขอรับ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    7 ก.พ. 60


ข้าน้อยมิมีแซ่ขอรับ

                กรี๊ดดดดดดดดด!!”

                ฉันกรีดร้องอย่างตกใจสุดขีด เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นผู้หญิงลอยอยู่ด้านบนแล้วจ้องมองมาที่ฉันเขม็ง นี่มันเป็นเหตุการณ์เดิมเหมือนเมื่อตอนนั้นเลย ตกใจหมดเลยยัยบ้า  จะมาเหมือนคนปกติเขาไม่ได้หรือไง

                ฉันถลึงตาใส่คนตรงหน้าที่หัวเราะคิกคิกใส่ฉันอยู่ หน็อยยังมีหน้ามาหัวเราะใส่ฉันอีก เกิดฉันหัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง เพิ่งจะกลับมามีชีวิตเมื่อกี้เองนะ

                แต่ฉันก็หยุดชะงักแล้วจ้องมองคนที่ยังหัวเราะไม่หยุดอยู่ตรงหน้า แล้วถอนหายใจเบาๆ ผู้หญิงคนนี้ตอนมีชีวิตอยู่นั้นช่างน่าสงสาร ถูกคนที่รักหักหลังอย่างเลือดเย็น ที่ยังหัวเราะได้อยู่นั้นก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ถ้าเป็นฉันคงไม่สามารถทำแบบนั้นได้


                ทำไมฉันถึงรู้ได้น่ะเหรอ ก็เพราะว่าตอนนี้ฉันเข้ามาอยู่ในร่างของยัยนี้น่ะสิ

                หลังจากที่หมดสติไปไม่นาน ฉันก็เริ่มเห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆฉายเข้ามาในสมอง ตั้งแต่ภาพเด็กทารกที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน ภาพชายหญิงคู่หนึ่ง ที่คิดว่าน่าจะเป็นพ่อและแม่ของเด็กคนนั้น อุ้มชูหยอกล้อทารกน้อยในอ้อมแขน ภาพเด็กชายที่รีบเข้าไปอุ้มเด็กหญิงคนหนึ่งที่วิ่งตามเขาที่เป็นพี่ชาย จนหกล้มเป็นแผลใหญ่กลับบ้าน ภาพของเด็กชายอีกคนที่นำดอกไม้ทัดหูให้เด็กหญิงคนเดิม โดยมีเด็กหญิงอีกคนยืนมองด้านหลัง และอีกหลายภาพ ทั้งภาพที่เด็กหญิงคนนั้นแอบมองคนทั้งคู่อย่างอิจฉา จากนั้นภาพก็ตัดไปมา


                จนกระทั่งฉายภาพอีกที คือตอนที่หญิงสาวอยู่ในสนามรบ ตอนที่ถูกตัดสินโทษประหาร ตอนที่เอ่ยคำสาปแช่ง แต่ภาพที่เด่นชัดที่สุดคือ ภาพที่ชายหนุ่มบอกรักและภาพที่โดนชายคนเดิมประณามด่าทอภายในคุกที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา


                ภาพเหล่านั้นคงจะเป็นความทรงจำของเจ้าของร่างที่ให้เธอเห็นตอนวิญญาณกำลังเข้าร่างนั่นเอง
ภาพเหล่านั้นมันเด่นชัดเสียจนฉันร้องไห้และกรีดร้องอย่างเจ็บปวด เหมือนว่านั้นคือตัวของฉันเองจริงๆ


                ฉันทิ้งตัวลง หลับตาและยกมือปิดหู ไม่ต้องการที่จะรับรู้อะไรอีก ฉันเสียใจ เจ็บปวด เคียดแค้น และทรมานทุรนทุราย


                แล้วรอบตัวก็เงียบลง ฉันลืมตาขึ้นมามองพร้อมน้ำตาที่ยังคงไหลพราก เห็นผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนคนที่อยู่ในภาพเหล่านั้น และยังเป็นคนเดียวกับคนที่บอกจะให้ชีวิตใหม่กับฉันอย่างไม่เข้าใจ เธอยิ้มให้ฉันแต่ทว่าดวงตาของเธอกลับเศร้าสร้อยและเวิ้งว้างว่างเปล่า


                เธออยากให้ฉันทำอะไรกันแน่ แก้แค้นเหรอ หรืออะไรกันแน่


                แต่ฉันยังไม่ทันได้ถามอะไร ความรู้สึกที่โดนกระชากก็กลับมาอีกครั้ง และทุกอย่างก็ดำมืดลง


                มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่ได้ยินเสียงดังตึงตัง เหมือนใครทำอะไรสักอย่าง ฉันพยายามที่จะลืมตาขึ้น แต่ทว่าพยายามเท่าไรก็ลืมตาไม่ได้สักที ต่อมาลองขยับตัวแต่ก็เหมือนโดนอะไรหนักๆมาทับไว้ ใช่ เหมือนคนเป็นอัมพาตที่รู้สึกตัวแต่ขยับร่างกายไม่ได้ เฮ้ย
! ไม่ใช่ว่าร่างกายยัยนี้เป็นง่อย ใช่งานไม่ได้หรอกนะ เหมือนเมื่อกี้จะเห็นโดนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดตีเอาๆ ตอนอยู่ในคุกด้วย คราวนี้ล่ะ ฉันเริ่มพยายามดิ้นรนสุดชีวิตจะขยับตัวให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงนิ่งเป็นผักไม่ไหวติงเหมือนเดิน

                ยัยบ้า ยัยซูเจิน! ให้มาเกิดใหม่แต่ร่างกายเป็นง่อยยังงี้ก็ไม่เอานะโว้ย แล้วฉันจะไปอ่อยผู้ ตกชายมาอะบาระฮึมได้ยังไงเล่า เกิดใหม่ทั้งทีฉันก็อยากเสียซิงบ้างนะ อะไร ฉันก็อยากลองบ้างอะไรบ้าง ก็คนมันไม่เคยนี่หว่า ครั้งก่อนตายทั้งๆที่ยังซิง มาชาตินี้ถ้าตายแล้วยังซิงอยู่ ก็เสียชาติเกิดแล้ว


                
ว้ากกกกกกอยู่ๆก็ได้ยินเสียงคนร้องตะโกนดังขึ้น ทำเอาฉันตกใจจนหัวใจหล่นไปถึงตาตุ่ม ถึงฉันจะนอนอยู่ก็เถอะ(นี่คือมุกนะ มีใครไม่ทันมุกมัย 555) แล้วตามด้วยเสียงตัดพ้อด่าทอบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงพยายามที่จะลืมตาให้ได้อีกครั้ง ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นก็มีพลังอย่างเหลือเชื่อ ฉันลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วจนตกใจกับสิ่งที่เห็น แล้วก็ต้องกรีดร้องออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละ

 

                ขออภัยด้วยพระนางๆ อภัยให้พวกข้าด้วย!” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น เห็นซูเจินพยักพะเยอหน้าไปด้านข้าง แต่ด้วยฉันยังขยับตัวไม่ได้กรอกตาไปมองจนสุดสายตา ทั้งๆที่ยังถลึงตาอยู่ เห็นชายคนหนึ่งนั่งในท่าชันเข่า มือสองข้างยันไปทางด้านหลังดวงตาเบิกกว้าง แถมยังอ้าปากค้าง เหมือนกับตกใจอะไรสักอย่างจนล้มลง เอตกใจอะไรหว่า


                ส่วนด้างหลังห่างออกไปเป็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังคุกเข่า แล้วตะโกนขอโทษขอโพยอะไรสักอย่าง พอคนเหล่านั้นเห็นฉันกวาดตาไปมอง ก็สะดุ้งจนตัวโยก แล้วเริ่มเอาหัวโขกพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

                อะไรวะ?

             ฉันกวาดสายตาไปมองซูเจินที่ตอนนี้ลอยไปยืนอยู่ข้างๆชายที่อ้าปากค้างอย่างสงสัย

              คนเหล่านั้นเป็นโจร เธอบอกทั้งๆที่ยังยิ้มอยู่ แต่เมื่อกี้ว่าอะไรนะ

               โจร!” ฉันเผลออุทานเสียงดัง อ้าว พูดได้แล้วนี่หว่า

โฮ้ อภัยให้ด้วยเถิดพระนางๆ ได้โปรดนี่ก็เอาแต่บอกอภัยให้ด้วยๆอยู่นั้นแหละ จะให้อภัยอะไรล่ะ

พวกเขากลัวจะโดนเจ้าสาปที่มาปล้นสุสาน

สาป! กลัวฉันจะสาปเนี้ยนะเท่านั้นแหละ ตะโกนกันเสียงดังยิ่งกว่าเดิมอีก ฉันไม่ได้พูดกับพวกนายโว้ย

ฮ่าๆๆ หากเจ้าจะพูดกับข้า เอ่ยใจในก็เพียงพอแล้ว’     

อ้าว ก็ไม่รีบบอก

                หยุด!” ฉันบอกให้คนเหล่านั้นหยุดตะโกนสักที ในนี้มันยิ่งก้องๆอยู่ด้วย แก้วหูจะแตก!

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

115 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 เมษายน 2561 / 15:13
    ฮ่าฮ่า แทนที่จะน่ากลัวกลับฮาซะเนี่ย
    #91
    0
  2. #66 Nani|Bangnan (@Hikari_prk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 23:07
    ถถถถถถ ขำนางมาก
    #66
    0
  3. #56 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 16:48
    5555โจรแต่ละคน
    #56
    0
  4. #25 JikkoHza Xuounoy (@jikkoh-sanrio) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 00:49
    5555 เป็นเรื่องแรกที่ต้อง เมนต์เกือบทุกตอน
    ถ้าคิดตาม แล้ว. พระนางเอ่ยมาทีละคำ
    โจร. ได้ยินทีละคำ

    55 ขำหนักมาก. กรี๊ดดดดด. เหลือบตามอง. โจร...... สาบบบบ
    คนกลัวขี้หนดเลยทีเดียวนั่น 555

    #25
    0
  5. #6 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:10
    จะสงสารใครดี 555
    #6
    0