MYSTERY | AU Hogwarts - 윙참 #พัคฮุนพัคอู

ตอนที่ 2 : 01 : รู้จักกันหน่อย คุณซัลลีแวน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,057
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    25 ก.ค. 61


 CHAPTER 1 

 รู้จักกันหน่อย คุณซัลลีแวน






        หลังจากหนึ่งในซัลลีแวนถูกคัดให้ไปอยู่เรเวนคลอ เรื่องนี้ก็ถูกพูดขึ้นไปขาดสายหลังจากศาสตราจารย์ใหญ่กล่าวคำอวยพร ทุกคนประหลาดใจ เกิดเป็นความสงสัยที่ใครก็ใคร่รู้แม้แต่เขาเอง

        กลายเป็นเสียงซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องจิมมี่ ซัลลีแวนแทนที่จะเป็นเรื่องของเขาในระหว่างทางไปยังหอพัก ก็ดีหน่อยที่เขาพอจะได้โล่งหูบ้าง ไม่นานนักเขาและฮันเตอร์ก็อยู่บนเตียงนอน สาบานได้เลยว่าถ้าหัวถึงหมอนเมื่อไหร่เขาคงได้หลับเป็นตายเพราะเหนื่อยล้ามาทั้งวัน

        “แดเนียลท่าทางจะอารมณ์เสีย”

        “ก็ลองให้เจเนวีฟได้อยู่เรเวนคลอบ้างสิ”

        “ดี ฉันจะได้เงียบหูบ้าง”เจคอบแค่นหัวเราะเมื่อนึกถึงน้องสาวที่ดูท่าว่าจะไม่ชอบใจอะไรหลายๆอย่างในสลิธีริน บ่นมาตลอดทางเดินจนเขาแทบอยากจะเอามือปิดหูมีแต่ฮันเตอร์ที่ดูเห็นดีเห็นงามไปเสียหมด ยิ่งพอเห็นหอพักยัยนั่นแทบเป็นลมหลังจากเห็นว่าที่นี่มีแต่สีเขียวเต็มไปหมด แถมยังอยู่ใต้ดิน

        “แต่จะว่าไป ฉันไม่เคยเห็นจิมมี่ ซัลลีแวนเลย”ทั้งที่ครอบครัวนั้นออกจะมีชื่อเสียง แต่ทำไมถึงไม่รู้จักเจ้าเด็กนั่น

        ใครๆต่างก็รู้ว่าสองตระกูลเลือดบริสุทธิ์นี้ไม่ถูกกันมานานนม เรื่องของเรื่องก็คือหนึ่งในฝ่ายเขากลายเป็นผู้เสพความตายนั่นแหละ อย่างแดเนียลเขารู้จักตั้งแต่เด็กถึงได้เกลียดขี้หน้ากันเข้ากระดูกดำ ส่วนเจ้าเด็กนี่น่ะบอกตามตรงว่าเพิ่งเคยเห็นหรืออาจจะเป็นแค่ญาติของแดเนียล

        ความจริงแล้วจะบอกว่ากำลังสนใจเด็กนั่นก็ถูก จากที่มองแวบแรกมันทำให้เขาอยากเข้าไปพูดจากวนประสาทใส่เอาให้วิ่งหนีไปฟ้องแดเนียลไปเลย ยิ่งเห็นสายตาที่แดเนียลมองรวมทั้งการอยู่บ้านเรเวนคลอ จิมมี่ ซัลลีแวนน่าสนใจเป็นบ้า

        “สองคนนั้นอาจจะเป็นญาติห่างๆ”

        “ก็จริง”ฮันเตอร์พยักหน้า “ฉันว่าเรื่องของนายน่าสนใจกว่าเจคอบ”
“เรื่องอะไรอีก”บางทีการมีฮันเตอร์เป็นเพื่อนสนิทมันก็ทำให้เขาประสาทเสีย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังจะพูดเรื่องอะไร
 
        “ทายาทสลิธีรินน่ะ”เดาผิดซะที่ไหน

        “นี่ ฉันไม่สนว่าใครจะมองว่าฉันเป็นอะไร การเป็นทายาทสลิธีรินนับว่าเป็นเกียรติสำหรับฉันถ้าเป็นจริงๆน่ะนะ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็น เข้าใจไหม”

        “ตอนนี้นายสิบแปดแล้ว ฉันอ่านมา ทุกอย่างที่นายควรจะเป็นจะเริ่มปรากฏ”ฮันเตอร์ว่าพลางยกหนังสือในหน้าที่อ่านค้างไว้ให้ดู

        “ไหนล่ะ อะไรที่ฉันควรเปลี่ยน”

        “นายจะพูดภาษาพาร์เซลเมาท์ได้ ฉันคงรู้สึกขนลุกถ้าเห็นนายคุยกับงู”

        “แล้วได้คุยกับงูสักตัวหรือยังล่ะ”เจคอบเลิกคิ้ว ถ้าบอกว่าทุกอย่างที่เขาควรมีในการเป็นทายาทสลิธีรินอย่างแรกคือคุยกับงู บอกตามตรงว่ายังไม่เคยคุยกับงูเลยแม้แต่ตัวเดียว

        “อย่างที่สองคือนายจะเปิดห้องแห่งความลับที่ซัลลาซาร์ สลิธีรินสร้างไว้ในฮอกวอตส์ เฮ้อนี่มันน่ากลัวจริงๆนะ”

        “…”

        “นายจะปลดปล่อยสัตว์ดุร้ายในนั้นออกมา มันจะฆ่าเด็กนักเรียนที่ไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์และมันจะเสร็จสมบูรณ์ถ้าเกิดว่านายเองฆ่าเด็กที่มีปานรูปมงกุฏอยู่ที่หลังหูข้างซ้ายได้เพราะมันจะเพิ่มพลังให้กับนาย นี่มันโหดร้ายจริงๆ”ฮันเตอร์ถอนหายใจ ในตอนนั้นฮอกวอตส์คงอันตรายสุดขีด

        เจคอบขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าซัลลาซาร์ สลิธีรินจะโหดร้ายขนาดนี้ มิน่าล่ะพวกมักเกิ้ลที่เข้ามาเรียนแต่ละคนไม่มีใครได้มาอยู่สลิธีรินหรอกถึงมีมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าเด็กคนนั้นจะไม่ถูกเพื่อนร่วมบ้านเหยียดเพราะต่างก็ถูกปลูกฝังให้เกลียดพวกมักเกิ้ลหรือคำหยาบที่ใช้กันคือพวกเลือดสีโคลน

        แต่เขายังคงยืนยัน เขาคุยกับงูไม่ได้และไม่รู้จักห้องแห่งความลับอะไรนั่นเลยด้วยซ้ำเพิ่งเคยได้ยินก็ตอนที่ฮันเตอร์เอามาเล่าให้ฟังนี่แหละ ส่วนเด็กที่มีปานรูปมงกุฏอยู่ที่หลังหูข้างซ้ายตอนแรกที่ได้ยินน่ะเขาเกือบหยุดหายใจ เพราะเจเนวีฟมีปานรูปมงกุฏอยู่ที่หลังหูแต่มันอยู่ข้างขวา

        “ตอนฉันอ่านถึงตรงปาน บอกเลยว่าฉันแทบบ้า ฉันคิดว่าถ้านายเป็นทายาทสลิธีรินจริงๆนายจะต้องฆ่าน้องตัวเองแต่โชคดีที่เจเนวีฟมีปานข้างขวา”

        “ฉันไม่ได้เป็นทายาทสลิธีรินนะฮันเตอร์ ฉันคุยกับงูไม่ได้แถมยังไม่รู้จักห้องแห่งความลับเลยด้วยซ้ำ”

        “นายยังไม่สิบแปดปีบริบูรณ์ไง”

        “ฉัน-ไม่-ใช่”

        ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นบอกตามตรงว่าเขาก็กลัว ถ้าหากมันเป็นแบบนั้นจริงๆเขาจะยอมพรากคนที่ตัวเองรักเพื่อยกตัวขึ้นเป็นทายาทสลิธีรินอย่างนั้นหรอ นี่มันบ้าไปกันใหญ่แล้ว













        “เด็กใหม่ฟังทางนี้ หอพักชายไปทางด้านซ้ายมือเดินขึ้นบันไดแล้วเลี้ยวขวา หอพักหญิงก็เช่นกันในทางด้านขวา ทุกคนจะเห็นว่าสัมภาระของตัวเองถูกยกขึ้นมาไว้หมดแล้ว”สิ้นเสียงของพรีเฟ็ค จิมมี่ก็ได้แต่ถอนหายใจ ห้องนั่งเล่นของบ้ายเรเวนคลอสวยมากจริงๆทั้งยังมีหนังสือมากมายราวกับว่านี่คือห้องสมุดขนาดเล็ก

        เขาควรจะรู้สึกดีกับมันแต่ไม่เลย ทำยังไงจะให้ความวิตกกังวลมันหายไปสักที ห้องนอนไม่ได้กว้างอย่างที่คิดแต่รวมๆแล้วก็ดูอบอุ่นดี สีน้ำเงินเข้มทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแต่ก็แค่แปปเดียว 
       
         “ว้าวจิมมี่ เตียงฉันกับนายอยู่ข้างกันเลย”เดวิดยิ้มก่อนจะเดินมาหาจิมมี่ที่เอาแต่นั่งทำหน้าคนหมดอาลัยตายอยาก ตั้งแต่ที่ห้องโถงใหญ่แล้ว“จิมมี่ นายเลิกกังวลเถอะเรื่องมันผ่านมาแล้วนะ”

        “ฉันรู้เดวิด เรื่องมันผ่านมาแล้วแต่อนาคตล่ะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนในครอบครัวของฉันจะรู้สึกยังไง”แค่คิดถึงหน้าของพ่อเขาก็รู้สึกขอบตาร้อนไปหมด อยากร้องไห้ออกมา เขารู้สึกผิดที่ทำให้ครอบครัวผิดหวัง

        “เชื่อฉันสิว่าพ่อของนายจะต้องภูมิใจ ฉันรู้จักพ่อนายด้วย คุณเซบาสเตียน ซัลลีแวนน่ะพวกเขาไม่ได้โหดร้ายหรือดูเข้มงวดเลยนี่”

        “นายรู้จัก?”

        “ใครบ้างล่ะจะไม่รู้จัก คุณเซบาสเตียนน่ะก็ทำงานในกระทรวงเหมือนพ่อฉันมีแต่นายที่ฉันไม่รู้จัก”

        “เป็นเพราะฉันไม่ชอบออกไปข้างนอกหรือโอ้อวดตัวเอง วันๆก็อยู่บ้านกับอ่านหนังสือแถมแม่ก็ไม่อยากให้ออกไป”

        “มิน่าล่ะ พวกเขาคงหวงนายน่าดู”

        “ประมาณนึงเลย”

        “แต่เชื่อฉันสิ คุณเซบาสเตียนไม่ว่าอะไรหรอก เขาเคยสั่งให้นายอยู่กริฟฟินดอร์หรือไงจิมมี่”

        “เขาไม่พูดก็ใช่ว่าจะไม่หวัง จริงอยู่ที่บางทีพ่ออาจจะยินดีกับฉันด้วยซ้ำแต่ใครล่ะจะไม่หวัง พวกเราอยู่กริฟฟินดอร์กันมาตั้งหลายทศวรรษ ยังไงซะฉันก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี”

        “เอาน่า งั้นสัญญากับฉันได้ไหมว่าถ้าพ่อของนายไม่ได้ผิดหวังในตัวนายหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้นายรู้สึกแย่ นายจะใช้ชีวิตเจ็ดปีในบ้านเรเวนคลอกับฉันให้มีความสุขที่สุด”เดวิดยื่นนิ้วก้อยเข้ามาหานั่นเรียกรอยยิ้มจากเขาได้เป็นอย่างดี ครั้งล่าสุดที่เขาเกี่ยวก้อยสัญญาก็ตั้งแต่ตอนเจ็ดขวบที่เขาสัญญากับพ่อว่าจะเป็นเด็กดี

        “ก..ก็ได้”เราสองคนเกี่ยวก้อยสัญญากัน มันทำให้จิมมี่รู้สึกดีที่อย่างน้อยก็ยังมีคนอยู่ข้างๆ เดวิด ลีเป็นคนดีจริงๆ 

        ค่ำคืนของวันแรกในฮอกวอตส์ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จิมมี่ใจชื่นขึ้นมาพอได้อ่านจดหมายจากพ่อที่นกฮูกประจำบ้านนำมาส่งให้ตอนที่ทานอาหารเช้าอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ในเนื้อความพ่อไม่ได้ได้ว่าอะไรทั้งยังอวยพรและพ่อก็ไม่ได้ผิดหวังสักนิด โดยเฉพาะแม่ตอนเธอรู้ว่าเขาอยู่บ้านเรเวนคลอก็แทบจะจัดงานฉลองอยู่แล้ว

        ส่วนแดเนียล แดเนียลไม่มองเขาเลยสักนิด หมอนั่นเห็นเขาเป็นธาตุอากาศมาแต่ไหนแต่ไรจนควรจะชินได้แล้ว แต่ทว่าตอนนี้มันแปลกเกินไปแดเนียลควรจะเดินมาพูดถากถางเขาสักประโยคสองประโยคแต่นี่ไม่มีเลย

        ตั้งแต่ที่บ้านแล้วที่แดเนียลเงียบจนผิดปกติ













        “เจอใครเข้าล่ะนี่ สวัสดีนะคุณซัลลีแวน”เจคอบยกยิ้มหลังจากมองหาคู่กัดอยู่นาน เขาอยากลับฝีปากกับแดเนียลใจจะขาด ไม่ได้ด่าแล้วรู้สึกเหมือนจะตาย

        “ถอยไป”

        “หนีไปไหนล่ะ ขี้แพ้”

        “หุบปากเน่าๆของนายไว้บ้างเจคอบ ฉันรำคาญ ที่นี้หลบไปได้หรือยัง”แดเนียลเอาลิ้นดันกระพุงแก้มพอเห็นหมอนี่ทำหน้าอ้อร้อกวนประสาทใส่ก็อยากสาปให้เป็นหนูท่อ

        “เป็นคำพูดแรงนะ เฮ้ เดี๋ยวนี้ผลักกันหรอซัลลีแวน!”เจคอบตะโกนไล่หลัง แดเนียลมันแรงเยอะชะมัดเกือบล้มไม่เป็นท่าเพราะโดนผลัก“หัวเราะอะไรฮันเตอร์”

        “พอฉันเห็นว่านายจะล้มทั้งยืนแบบนี้โคตรตลก นี่น่ะหรอคนที่จะมาเป็นทายาทสลิธีริน”ฮันเตอร์กลั้นหัวเราะ ยิ่งนึกถึงสีหน้าตอนเจคอบจะล้มแล้วก็อยากหัวเราะดังๆให้สมกับท่าทางตลกๆนั่น
        
        “ฉันไม่ได้เป็น”

        ตอนนี้แดเนียลเดินไปจนลับสายตาแล้ว จะว่าไปหมอนี่ชักจะแปลกมีอย่างที่ไหนด่าเขาแค่ประโยคเดียวแล้วชิ่งหนี ปกติจะต้องด่าจนฮันเตอร์ต้องห้าม แถมสภาพหมอนั่นที่หอบหนังสือหนาๆอีกตั้งหลายเล่มนั่นอีก ร้อยวันพันปีไม่ยักรู้ว่าแดเนียล ซัลลีแวนจะขยันขึ้นมา

        โถงทางเดินที่จะไปเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์แค่คิดก็น่าเบื่อแล้ว เขาควรโดดคาบเรียนนี้ไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่านี้  เมื่อวาน ซัลลีแวนที่อยู่บ้านเรเวนคลอ ตอนนี้ก็ชักจะเบื่อคนพี่แล้ว เขาควรไปทำความรู้จักหน่อยดีไหมนะ? 



        จิมมี่ ซัลลีแวน


        “ฮันเตอร์! ไปเรียนคนเดียวนะ!”






50%





        .
        .




        วิชาแรกที่พวกเขาได้เรียนในวันนี้ถือว่าท้าทายพอสมควรกับการร่ายคาถาจี้เส้นที่เพิ่งเรียนครั้งแรก ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเรียนแค่คาถาง่ายๆไม่ซับซ้อน ศาสตราจารย์เทเวอร์ทำให้ดูเป็นตัวอย่างโดยมีตัวแทนจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟ เป็นที่น่าเสียดายเพราะหลังจากนั้นศาสตราจารย์เทเวอร์ก็ให้แต้มกับบ้านฮัฟเฟิลพัฟ

        จิมมี่จับคู่กับเดวิดตามที่ศาสตราจารย์สั่งให้ลองผลัดกันร่ายคาถาใส่คู่ตรงข้าม พวกเราคือคู่แรกที่ศาสตราจารย์ให้ลอง เขาหลับตาลงคลายความประหม่าในตัว ทุกคนในชั้นเรียนต่างก็คาดหวังคนในตระกูลซัลลีแวน ทุกคนเชื่อเสมอว่าคนตระกูลนี้เก่งกาจกว่าใคร

        “ริกตัสเซมปรา!”เสียงหัวเราะคิกคักของคนที่เพิ่งโดนคาถาไปเมื่อครู่เรียกรอยยิ้มจากศาสตราจารย์เทเวอร์ได้เป็นอย่างดี จิมมี่ทำมันได้ในครั้งเดียวกับคาถาจี้เส้นสมกับเป็นซัลลีแวน เขาอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างรู้กันกับเดวิดเพื่อสลับตำแหน่ง

        “ริกตัสเเซมปรา!”

        “…”

        “ทำไมนายไม่หัวเราะเหมือนที่ฉันหัวเราะล่ะจิมมี่ ได้ไง”เดวิดขมวดคิ้ว หลังจากร่ายคาถาจบจิมมี่ควรคุกเข่าลงแล้วหัวเราะจนตาหยีเหมือนเขาก่อนหน้า แต่นี่ไม่มีปฎิกริยาเลยสักนิด

        “นายอาจจะออกเสียงผิด ลองพูดไหมสิ ริกตัสเซมปรา”

        “ริกตัสแซมปรา”

        “ไม่ๆ เซมปรา”จิมมี่สายหัวเป็นเชิงบอก เดวิดสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งก่อนจะเปล่งเสียงออกมาให้เสียงดังฟังชัด

        “ริกตัสเซมปรา!!”

        “ใช่ อย่างนั้นแหล— คิก”จิมมี่หัวเราะ เดวิดโล่งอกไปนิด กว่าจะร่ายคาถาสำเร็จเล่นเอาเครียดแทบแย่

        “เก่งมากคุณซัลลีแวน คุณลี” ศาสตราจารย์เทเวอร์ตบมือให้ก่อนจะเยื้องมือเป็นเชิงให้พวกเขาเข้าไป “คุณซัลลีแวนอยู่ก่อน”

        “ครับ?”

        “คุณคาทินอส”เสียงโห่ร้องของเด็กนักเรียนในคลาสทำเอาเขาเกร็งอีกครั้ง ก็เคยได้ยินอยู่ว่าตระกูลคาทินอสน่ะไม่ค่อยถูกกับบ้านเขาเสียเท่าไหร่แถมยังเป็นคู่แข่งกันในบ้างครั้ง แต่ก็ใช่ว่าตัวเขาจะเกลียดตาม

        “อยู่นี่ค่ะศาสตราจารย์”เธอยกมือขึ้นก่อนจะเดินขึ้นมาตามที่ศาสตราจารย์เทเวอร์บอก

        “เอาล่ะ ไหนเธอลองร่ายคาถาจี้เส้นใส่คุณซัลลีแวนซิ”

        คาทินอสหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอก็คงจะเกร็งและประหม่าไม่ต่างจากเขาเสียเท่าไหร่ เธอสบตาเขาอยู่เพียงครู่เดียวก่อนจะเปล่งเสียงออกมา จิมมี่คุกเข่าลงพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่นมากกว่าตอนที่โดนเดวิดร่ายคาถาใส่ ทุกคนปรบมือให้เธอย่างชื่นชม

        “เยี่ยมมากคุณคาทินอส”



.


.


        ศาสตราจารย์เทเวอร์ชี้แจงการเรียนการสอนในคลาสหน้าก่อนจะปล่อยให้เด็กๆปีหนึ่งไปพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนที่จะเรียนในวิชาต่อไป เขากับเดวิดตกลงกันว่าจะไปห้องสมุดหาหนังสือเกี่ยวกับวิชาปรุงยาอ่านสักหน่อยก่อนจะไปเรียนอย่างน้อยก็น่าจะตอบคำถามได้เพื่อเพิ่มแต้มให้กับบ้านเรเวนคลอ

        “ไง นายคือจิมมี่ ซัลลีแวนใช่ไหม”เด็กสาวผมสีบลอนด์ยาวเรียบตรงเอ่ยทักเขา เธอคือคาทินอสที่เพิ่งร่ายคาถาใส่เขาเมื่อกี้

        “ใช่ เธอล่ะ”

        “ฉันเจเนวีฟ ยินดีที่ได้รู้จักนะส่วนนาย เอ่อ”

        “เดวิด ลี”

        “ไว้คุยกันนะจิมมี่ มีหลายเรื่องเลยที่ฉันอยากคุยกับเธอ แต่ตอนนี้ต้องไปแล้วล่ะ” เธอโบกมือลา จิมมี่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะยกมือขึ้นโบกมือลาเธอเช่นกัน ส่วนเดวิดดูท่าว่าจะไม่ชอบใจนักหลังจากเจอเธอ

        “เป็นอะไรไปเดวิด”

        “นายไม่รู้หรือไง เธอคือคาทินอสนะ คนตระกูลนั้นเคยเป็นผู้เสพความตายแถมพี่ชายของเธอยังถูกลือว่าเป็นทายาทสลิธีรินอีก ครอบครัวนี้น่ากลัวชะมัด”

        “ทายาทสลิธีริน หมายความว่าไง”จิมมี่ขมวดคิ้ว ทายาทสลิธีรินอย่างนั้นหรอมีอะไรให้น่ากลัวกัน

        “ซัลลาซาร์ สลิธีลินเป็นพวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์ไง เขาแตกหักจากคนที่เหลือเพราะเรื่องนี้ก็เลยสร้างห้องแห่งความลับไว้ รอให้ทายาทที่แท้จริงมาเปิด”

        “แล้วหลังจากนั้น?”

        “เขาจะปล่อยสัตว์ดุร้ายออกมาคร่าชีวิตพวกมักเกิ้ลที่ได้มาเรียนฮอกวอตส์ แล้วก็ต้องฆ่าคนที่มีปาน ฉันจำไม่ได้ว่ารูปอะไรแต่มันอยู่ข้างซ้ายเพื่อที่จะเพิ่มพลังให้ตัวเองเหมือนกับการยืนยันว่าตัวเองคือทายาทที่แท้จริง”

        “….”



        ปานที่หูข้างซ้ายอย่างนั้นหรอ

        ไม่จริงน่า



















        เด็กนั่นจะไปอยู่ไหนกันแน่นะ ห้องเรียนก็ไม่มีถ้าจำไม่ผิดตอนปีหนึ่งจะต้องเรียนคาถาจี้เส้นกับศาสตราจารย์เทเวอร์แล้วก็ไปเรียนปรุงยา แต่นี่เขาเดินมาสองห้องแล้วยังไม่เจอสักที หรือว่าโดดเรียน แต่ก็คงไม่ เด็กบ้านเรเวนคลอเคยโดดเรียนกันซะที่ไหน

        อันที่จริงนอกจากเจคอบจะสนใจในตัวซัลลีแวนคนนี้แล้วเขาก็แค่อยากลองแกล้งดู ประสบการณ์ที่ได้แกล้งแดเนียลมาสามปีน่ะค่อนข้างไม่ค่อยได้ผลเพราะเจ้าตัวมันก็สู้กลับ แต่ถ้าลองแกล้งคนที่เด็กกว่าก็น่าจะสนุกไปอีกแบบ

        “สวัสดีเจคอบ”

        “อ้าวอาร์เทอร์ หวัดดี”เจคอบยิ้มแห้งๆให้กับเพื่อนร่วมสถาบันอย่าง อาร์เทอร์ เกรย์ จากบ้านฮัฟเฟิลพัฟ 

        หมอนี่ค่อนข้างซื่อบื้อพอสมควรเลยแต่ก็ยังมีความกวนประสาทได้หน้าตายและโคตรจะน่าหมั่นไส้ ถ้าหากคู่กัดของเขาคือแดเนียล ซัลลีแวน เจ้านี่ก็คือคู่กัดตลอดกาลของฮันเตอร์ ฟาเรล – ฮันเตอร์ค่อนข้างที่จะเหม็นขี้หน้าน่ะ 

        เจคอบหันมองซ้ายขวาเขาไม่เห็นวี่แววเด็กปีหนึ่งบ้านเรเวนคลอเลยสักนิด ส่วนมากเด็กบ้านนั้นจะไปขลุกตัวอยู่ที่ห้องสมุด – ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ จิมมี่ ซัลลีแวนต้องไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือสักเล่ม

        ขายาวก้าวอย่างไม่เร่งรีบเพื่อเดินไปยังห้องสมุด สายตาที่ผู้คนหวาดกลัวมองดูฮอกวอตส์ที่ตอนนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ฮอกวอตส์คือบ้านหลังที่สองไม่ว่าจะมาอีกสักกี่ครั้งเขาก็จะรู้สึกอบอุ่นใจเสมอ ไม่นับที่ถูกซุบซิบว่าเป็นทายาทสลิธีรินหรอกนะ

        เด็กหนุ่มผมบลอนด์สว่างเดินมาถึงห้องสมุด ระหว่างทางก็โดนทักอยู่ตลอดเวลา ก็รู้ตัวว่าเขาเองก็มีชื่อเสียงในระดับนึง อย่างแรกคือนามสกุลคาทินอสที่ใครๆต่างก็รู้จักกันดี พ่อของเขา ไรอัน คาทินอส เป็นถึงสุดยอดมือปราบมารของกระทรวงเวทย์มนต์ อีกหนึ่งชื่อเสียงก็คือเขาถูกคิดว่าฝักใฝ่ในศาสตร์มืดนี่แหละ แน่นอนว่าเขาไม่ชอบมันนักหรอก

        กวาดสายตามองรอบๆ ให้เดาก็คงไปหาตำราเรียนวิชาปรุงยาเอาไว้ตอบคำถามแล้วคำถามเล่าแล้วเก็บแต้มให้บ้านตัวเอง จริงอยู่ที่สลิธีรินค่อนข้างอยากเอาชนะแต่เราก็ไม่ค่อยมาอ่านหนังสือหรอก

        “ดูสิเดวิด ถ้าฉันเอาผงรากของต้นอัสโฟเดลผสมเข้ากับน้ำกระสายที่ได้มาจากต้นเวิร์มวู้ดจะได้น้ำยานอนหลับที่แรงมากหรือเรียกว่ายาตายทั้งเป็น ฉันว่าเราต้องโดนถามคำถามนี้แน่”

        “นายนี่สมกับเป็นซัลลีแวนจริงๆ”

        เจคอบหันไปตามเสียงที่เอ่ยถึงคนที่เขากำลังตามหา มันดังมาจากทางซ้ายมือหมวดหนังสือเกี่ยวกับการปรุงยา เขาคิดไม่ผิดจริงๆด้วยว่าเด็กคนนั้นจะต้องมาอ่านหนังสือ เจคอบเลยไม่ลังเลที่จะเดินเขาไปทักตามที่ใจหวัง

        เด็กสองคนกับลังเปิดหนังสือดูอย่างสนอกสนใจไม่ทิ้งคราบเด็กบ้านเรเวนคลอเป็นสักนิด เด็กผมน้ำตาลอ่อนกับเขี้ยวเล็กๆที่ปรากฎยามที่เจ้าตัวยิ้มจนตาหยีทำให้ดูน่ารักขึ้นมาเสียอย่างนั้น – แล้วนี่มันใช่เวลาพิจารณารูปลักษณ์หรือไง

        “สวัสดี ฉันเจคอบ”

        “…”

        “…”

        เจคอบยื่นมือให้ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างเป็นมิตร จิมมี่เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่อย่างหวาดหวั่นรวมทั้งเดวิดเองที่ตกใจอยู่ไม่น้อย ผู้ชายร่างหนากับผมสีบลอนด์สว่างที่ดูก็รู้ว่าเป็นใคร เขาคือพี่ชายของเจเนวีฟ คาทินอส

        “ทำไมมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น?”เจคอบเก็บมือเข้าไปที่เดิมหลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังอ้ำอึ้งอยู่ ก็ไม่แปลกคนที่เขาไม่ค่อยสนิทนักเจอหน้ากันที่ไรก็ทำอย่างกับว่าเจอผี

        “เอ่อ คุณมีอะไรรึเปล่า”

        “ฉันก็แค่อยากรู้จักนาย ฉันเป็นเพื่อนกับพี่ชายนายนะ ไอแดเนียลน่ะ”

        “ครับ”

        “ฉันสงสัยตั้งแต่เมื่อคืน เอาจริงๆแล้วนายควรจะไปอยู่กริฟฟินดอร์”เจคอบพิงตัวลงบนชั้นหนังสือพลางกอดอกแล้วมองคู่สนทนาที่อ่านหนังสืออยู่แล้วทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน – เด็กนี่

        “มันไม่ใช่เรื่องของคุณ จิมมี่จะอยู่บ้านไหนก็เรื่องของเขา!”

        “นายนามสกุลซัลลีแวนหรอ หืม?”เดวิดเม้มปาก ก่อนจะวางหนังสือลงบนชั้นขืนปล่อยให้จิมมี่สนทนากับคนแบบนี้ล่ะก็

        “นายเป็นลูกแท้ๆของบ้านนั้นหรือเปล่า”

        “!!!”

        “ฉันสงสัยน่ะ ซัลลีแวนเคยอยู่บ้านอื่นนอกจากกริฟฟินดอร์ที่ไหน มันอยู่ในสายเลือดอีกอย่างนายน่าจะรู้ว่าบ้านฉันกับนายน่ะรู้จักกันมานาน ฉันรู้จักแดเนียลมันมาแต่เด็ก แต่กับนายทำไมถึงไม่รู้จัก”

        จิมมี่ยืนนิ่งแม้เดวิดพยายามจะดึงให้เขาออกไปจากตรงนี้ ให้ตาย ผู้ชายคนนี้กำลังพูดในสิ่งที่เขาเคยคิดมาตลอดเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงเอาแต่ขังเขาไว้ในบ้าน ไม่เคยป่าวประกาศใครว่าเขาคือลูกชาย บ่อยครั้งที่จิมที่คิดว่าตนถูกเก็บมาเลี้ยงแต่แม่ก็มักจะบอกอยู่เสมอว่าทุกอย่างคือทำเพื่อปกป้อง

        “ผมว่าพูดแรงเกินไปแล้วนะ จิมมี่คือลูกแท้ๆของคุณเซบาสเตียน”

        “มั่นใจแค่ไหนกัน นายเองก็เพิ่งเคยเห็นเจ้าเด็กนี่หนิ”

        “…”

        “ฉันรู้ นี่มันเรื่องส่วนตัวของนาย จิมมี่ แต่ฉันแค่สงสัยนิดหน่อยน่ะอะไรๆในตัวนายน่าสนใจไปหมดเลยล่ะ”

        “…”

        “เอาเป็นว่า ยินดีที่ได้รู้จักนะจิมมี่ ซัลลีแวน”

        “ผม—ไม่อยากรู้จักคุณ”จิมมี่พูดเสียงสั่น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเหมือนน้ำตาพร้อมจะไหลลงมาทุกเมื่อ ผู้ชายคนนี้มันอะไรกัน เดิมเข้ามาพูดจาไม่น่าฟังทั้งยังทำให้เขารู้สึกแย่ขึ้นมาเสียดื้อๆ

        “แย่หน่อยนะ พอดีฉันเป็นคนหัวรั้นน่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันฉันเห็นนายยืนตัวสั่นทำเหมือนจะร้องไห้ทุกวินาทีแบบนี่แล้วก็สงสาร”

        “ไปกันเถอะจิมมี่”

        “แล้วเจอกันนะ :)”




        เด็กนี่ แกล้งง่ายกว่าที่คิดแหะ














        กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านถึงแม้ว่าเราจะอัพช้ามากๆก็ตาม 




        อาจจะมาช้าไปสักหน่อยนะคะเพราะเราค่อนข้างกังวลมากๆว่าจะเขียนออกมาได้ไม่ดีพอ ดีใจที่ทุกคนชอบนะคะ ครึ่งหลังจะตามมาเร็วๆนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า♥

***ขอบคุณคนที่เข้ามาเตือนเราเรื่องปีที่เรียนฮอกวอตส์มากๆเลยค่า แงงงง เราจำผิด ขอบคุณนะคะ

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

529 ความคิดเห็น

  1. #497 21febfav (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 18:22
    อย่าแกล้งน้อง!
    #497
    0
  2. #469 prk♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 17:35
    อย่าทำน้องงงง
    #469
    0
  3. #465 CloudPT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 21:59
    ใจร้ายยย
    #465
    0
  4. #457 balloonsk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:28
    เจคอบอย่าแกล้งน้องเส้! น้องจะร้องไห้แล้ว
    #457
    0
  5. #453 Jayp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 19:31

    เก่งมากเลยค่ะ ชอบมากเลย ไรต์เก่งมากๆ เลยค่ะ

    ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ????

    #453
    0
  6. #443 E-pony (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 16:44
    เจคอป!!!!!เเกล้งจิมมี่ทำไมลูก
    #443
    0
  7. #429 893MJ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:59
    เจคอปปป น่าโดนตีๆๆๆๆ ตีให้ช้ำเลย มาแกล้งน้องเราอย่างนี้ได้ไง หื้มมม ที่แม่บอกว่าต้องปกป้องเพราะจิมมี่มีปานใช่มั้ยคะ แง น้อน
    #429
    0
  8. #417 sweety18207 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 16:51
    อย่าแกล้งน้อนนนร อิพี่
    #417
    0
  9. #413 phichyff (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 11:45
    จิมมี่ร้องไห้ต้องน่ารักมากเเน่เลย ฮือออ
    #413
    0
  10. #394 bns_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:23
    อย่าแกล้งน้องง
    #394
    0
  11. #388 jaitrong_exo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 23:12
    จิมมี่มีปานที่ข้างซ้ายแน่ๆๆ
    #388
    0
  12. #380 fpathinee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 19:50
    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆค่า
    #380
    0
  13. #372 onueng_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 17:13
    เจคอปปป ขอตีได้ไหม!!
    #372
    0
  14. #361 siete. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:34
    ทำไมน่าตีแบบนี้เจคอป อย่าแกล้งน้องจิมมี่แบบนี้สิ
    #361
    0
  15. #357 แพรวาไง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 07:15
    เจคอบอย่าแกล้งน้อง น้องจะร้องไห้แล้วว;_;
    #357
    0
  16. #324 กิมจิสีชมพู (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 16:41

    เจคอบบบ แกอย่าทำจิมมี่ของฉันร้องไห้สิเฟ้ยยย

    #324
    0
  17. #302 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 21:00
    (ไอ)เจคอบว้อยยยย อยากจะปาตำราปรุงยาใส่หน้า ฮึ่ย ปากเนี่ย -จริงๆๆๆ
    #302
    0
  18. #300 jaja.cw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 18:39
    สนุกมากเลย ภาษาดีมากๆค่า ไรท์สู้ๆนะคะ
    #300
    0
  19. #290 พิแบคจ๋า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:20
    คาทินอสอย่าแกล้งน้อง!!
    #290
    0
  20. #237 mayushi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 22:11
    เจ้าเจคอปแกแกล้งน้องทำมายยยยย
    #237
    0
  21. #222 เลาจาชิป (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 01:43
    ทำไมน้องมันน่าแกล้งนัก 555555
    #222
    0
  22. #191 Parkaow_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 09:58
    สนใจอยากแกล้งไปอยากแกล้งมาเด่วก็ตกหลุมรักน้องหรอกเจคอบ แหมม
    #191
    0
  23. #177 toei. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 18:30
    ฮื่อออออ จิมมี่ลูกกก พ่อแม่น่าจะทำเพื่อปกป้องนะ ปานอะไรนั่นอ่ะ
    #177
    0
  24. #159 music_music (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 18:43
    น้องมีปานแน่เลย แอบคิดว่าแดเนียลรู้เรื่องนี้เข้าเลยเครียด มาหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่าน งี้ป่าว เดาล้วน55555555 // เจคอบอย่าแกล้งน้อง!!!
    #159
    0
  25. #155 my99__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 13:51
    ที่ๆบ้านไม่ยอมประกาศว่าน้องเป็นลูกชายเพราะปานแน่ๆ
    #155
    0