จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 3 เธอทำมันแตก! [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    17 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 3 เธอทำมันแตก!

 

 

            “ไม่ออก กูจะนอนแล้ว”

            น่านนทีรับสายเพื่อนรักด้วยประโยคปฏิเสธ เพราะดึกดื่นเที่ยงคืนอย่างนี้คนโทร.มาไม่ค่อยมีธุระสำคัญอะไรหรอกนอกจากชวนเขาไปดื่มที่ผับ

            “กูยังไม่ได้พูด เสร่อจริงๆ”

            “อ้าว...ใครจะไปรู้วะ ปกติไม่เคยโทร.มาดึกๆ อย่างนี้นี่หว่า” น่านนทีทำเสียงอ่อนลง “แล้วสรุปโทร.มามีอะไร กวนเวลาหลับเวลานอนคนอื่น บ้านมึงไม่มีนาฬิกาเหรอไอ้เสี่ย”

            “มึงอย่าพากูนอกเรื่องดิ กูมีงานด่วนให้ทำ”

            “งานด่วนอะไรครับคุณลูกค้า”

            เจ้าของบริษัทนักสืบและทนายความทำเสียงกระตือรือร้นขึ้นมาทันที หากอยู่ใกล้ๆ คงได้โดนพันเดชตบกระบาลสักทีเป็นแน่

            “สืบประวัติคนให้กูหน่อย”

            “คนไหนวะ” คราวนี้น่านนทีเริ่มสนใจขึ้นมาจริงๆ เพราะปกติพันเดชไม่เคยอยากรู้ประวัติของใครจนถึงขั้นเอ่ยปากให้สืบอย่างนี้มาก่อน

            คนมีงานให้เพื่อนทำกระแอมไปที ก่อนจะตีเสียงขรึม

            “เดี๋ยวกูส่งข้อมูลคร่าวๆ ให้”

            “เอ๋...ทำไมมันเป็นเลี่ยงๆ คำตอบวะเสี่ย มีอะไรพิเศษหรือเปล่า?” 

            น่านนทีทำเสียงจับผิด เพราะโดยปกติแล้วพันเดชเป็นคนพูดตรง และค่อนข้างฉะฉาน แต่น้ำเสียงเมื่อสักครู่นี้ของคนเป็นเพื่อนฟังดูเหมือนไม่ค่อยอยากเอ่ยออกมานัก

            “ไม่มีอะไรพิเศษทั้งนั้น กูแค่สงสัยและไม่อยากคาใจ ส่วนมึงมีหน้าที่ไปสืบ ไม่ต้องถามมาก”

            “บอกกูมาก่อนว่าคนที่จะให้สืบเกี่ยวข้องอะไรกับมึง”

            “ไม่เกี่ยวห่าอะไรทั้งนั้นละ”

            “ยิ่งน่าสงสัยเลยเสี่ย อยู่ดีๆ มึงจะอยากรู้ข้อมูลของคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตัวเองไปทำไม”

            พันเดชชักสีหน้าหงุดหงิดเมื่อถูกเพื่อนรักไล่ต้อน

            “อยากรู้ให้หมามันถามไง มึงยังจะถามอยู่อีกไหม”

            “ฮ่าๆ เกรี้ยวกราดด้วยว่ะ มึงมีพิรุธอะเสี่ย” น่านนทีว่าอย่างรู้ทัน “งั้นกูขอเดาเล่นๆ นะ...คนที่มึงจะให้กูสืบเนี่ย...เป็นผู้หญิงแน่นอน ถูกต้องไหม?”

            “สัส!”

            “ฮ่าๆๆ ชัดเลย ชัดยิ่งกว่าระบบฟูลเอชดี” น้ำเสียงของคนไล่ต้อนเพื่อนดูอารมณ์ดีขึ้นเหลือกำลัง แต่เมื่อเห็นว่าปลายสายเงียบไป น่านนทีจึงพยายามกลั้นขำและพูดต่ออย่างเป็นการเป็นงาน

            “หึๆ โอเคๆ ไม่กวนละ มึงรีบส่งข้อมูลมาเลย กูอยากรู้ใจจะขาดแล้วว่าผู้หญิงคนไหนที่เก่งกล้าสามารถ ทำให้เพื่อนผู้ไม่ยอมเปิดประตูหัวใจให้ใครมาหลายปีอย่างมึง กระเหี้ยนกระหือรือถึงขนาดลงทุนสืบประวัติอย่างนี้”

            “กูบอกว่าไม่ได้สนใจ แค่มีเรื่องคาใจ มึงนี่!” 

            “ครับเสี่ยครับ ผมเชื่อก็ได้ครับ” น่านนทีตอบรับอย่างกวนๆ เมื่อได้ยินเสียงปฏิเสธของเพื่อนรัก

            “กวนตีน!”

            พันเดชตัดสายทิ้งอย่างหัวเสีย ก่อนจะส่งข้อมูลคร่าวๆ ที่พอจะมีไปให้คนเป็นเพื่อน ทว่าเมื่อฝ่ายนั้นได้รับ ไม่ถึงห้านาทีน่านนทีก็รีบโทรศัพท์กลับมาและโวยลั่น

            “ไอ้เสี่ย! ไอ้เพื่อนเลว ไหงเด็กใหม่มึงเป็นน้องเด็กเสิร์ฟของกูวะ”

            “ของมึงตอนไหน?”

            เสียงแข็งของเพื่อนที่สวนกลับมาทำเอาน่านนทีถึงกับเอาศีรษะทุบกับหมอน

            “ไหนมึงบอกไม่ได้สนใจไง”

            “กูก็ไม่ได้บอกว่าสนใจสักคำ”

            “แต่มึงกำลังจะสืบประวัติน้องเขาเนี่ยนะ”

            “ทำไม? กูแค่อยากรู้อะไรบางอย่างเฉยๆ ไม่ได้หรือไง” 

            พันเดชสวนกลับอย่างไม่ยอมรับ ทำเอาน่านนทีหมดคำจะพูด ครั้นจะซักต่อก็รู้คำตอบดีว่าจะได้อะไรกลับมาเลยทำเพียงถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

            “มึงนี่นะไอ้เสี่ย...แล้วกูจะรอดูว่ามึงจะทำปากแข็งได้สักกี่น้ำ”

            พันเดชปากแข็งยิ่งกว่าหิน จ้างให้เจ้าตัวก็ไม่ยอมรับง่ายๆ จนกว่าจะจนด้วยหลักฐาน

            “ถ้าชีวิตมึงจะว่างรอเสือกกูขนาดนั้นก็ตามใจเถอะ แต่เรื่องที่ให้สืบมึงรีบไปจัดการเลย กูต้องการข้อมูลด่วน ขอละเอียด”

            “เออๆ ตามคำบัญชาครับเสี่ย ไม่เกินสามวันมึงรอรับข้อมูลได้เลย”

 

 

*********************

 

 

            One night pub

            ร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นมองทางเข้าผับแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ ไม่อยากจะทำงานที่นี่ต่อแม้แต่วันเดียว เพราะตั้งแต่วันที่ถูกสั่งให้ขึ้นไปทำงานในเลานจ์ส่วนตัวของพันเดช หญิงสาวก็เห็นเขาเดินลงมาที่ชั้นสองทุกวัน

            แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่ชายหนุ่มไม่ใช้อำนาจสั่งให้เธอขึ้นไปทำงานที่เลานจ์นั้นอีก ไม่เช่นนั้นนาราลักษณ์คงอึดอัดใจตายเป็นแน่ เพราะขนาดได้เจอกันวันละไม่ถึงนาที สายตาของเขาก็ยังอุตส่าห์ทำให้หญิงสาวขุ่นใจได้ทุกคืน

            ‘อดทน’ เป็นสิ่งเดียวที่นาราลักษณ์เฝ้าบอกตัวเอง เธอแจ้งผู้จัดการไว้หมดแล้ว และจะทำงานที่นี่ต่ออีกไม่กี่วันเท่านั้น เนื่องจากทิศเหนือช่วยหางานใหม่ให้เธอได้แล้ว แม้จะได้เงินน้อยกว่าที่นี่ แต่ก็มีความปลอดภัยกว่ามาก

            “นาว เสิร์ฟเครื่องดื่มโต๊ะสิบหน่อย”

            “ได้ค่ะ”

            หญิงสาวขานรับอย่างกระตือรือร้นก่อนจะเดินไปรับเครื่องดื่มและยกไปเสิร์ฟตามคำสั่ง หากแต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าลูกค้าโต๊ะดังกล่าวกำลังมีปากเสียงกับโต๊ะข้างๆ ทำเอาคนที่มักจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆ แทบถอนหายใจ แต่ด้วยหน้าที่จึงจำต้องพาตัวเข้าไปยุติความขัดแย้ง

            “ขอโทษนะคะ เครื่องดื่มมาเสิร์ฟแล้วค่ะ”

            “มาแล้วหรือครับคนสวย พี่รอตั้งนานแน่ะครับ” 

            ชายหนุ่มคนนี้เป็นลูกค้าใหม่ เพราะนาราลักษณ์ไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน รวมถึงโต๊ะคู่กรณีก็เพิ่งเข้ามาใช้บริการครั้งแรกเช่นเดียวกัน

            “ได้ยังไงครับน้อง พี่ก็มาพร้อมมันทำไมมันถึงได้ก่อน ลำเอียงแบบนี้พี่ไม่โอเคนะครับ” อีกโต๊ะโวยลั่น

            “ขอประทานโทษนะคะ รบกวนคุณลูกค้ารออีกสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบตามให้ค่ะ”

            นาราลักษณ์กล่าวอย่างสุภาพ หากฝ่ายนั้นกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพียงเพราะได้รับเครื่องดื่มช้ากว่าอีกโต๊ะ

            “มาทีหลังก็รอสิวะ กูมาก่อนก็ต้องได้ก่อนเป็นธรรมดา”

            “เสือกอะไร กูไม่ได้คุยกับมึง!” 

            ชายหนุ่มคนดังกล่าวตวาดลั่นอย่างฉุนเฉียว พ่อหนุ่มโต๊ะสิบจึงพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายด้วยความเกรี้ยวกราด

            “มาคนเดียวมึงห้าวเหรอไอ้สัส!”

            “มาเป็นฝูงคิดว่ากูกลัวมึงเหรอ!”

            “ได้มึงได้” คนถูกท้าทายเขม่นเข่นเขี้ยวก่อนจะพยักหน้าสั่งลูกน้องจับตัวคนปากดี อีกฝ่ายดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่ความปากดีไม่แผ่วลงเลยสักนิด

            เพล้ง!

            นาราลักษณ์เบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อเห็นชายโต๊ะสิบคว้าขวดเหล้าขึ้นมาทุบกับโต๊ะจนแตก แถมยังคว่ำโต๊ะวางเครื่องดื่มจนกระจายระเนระนาด สร้างความแตกตื่นให้โต๊ะใกล้ๆ จนทุกคนพากันถอยฮือ 

            “เกิดอะไรขึ้นนาว”

            ผู้จัดการร้านที่เดินตรวจงานอยู่ไม่ไกลรีบวิ่งเข้ามาดู พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์สี่คน

            “พวกเขามีเรื่องกันค่ะ”

            หญิงสาวหันไปตอบก่อนถอยออกไปยืนห่างๆ เพื่อความปลอดภัย จากนั้นชัชนันท์ก็เป็นฝ่ายเข้าไปไกล่เกลี่ย ไม่นานลูกค้าทั้งสองโต๊ะก็ถูกหิ้วออกไปจากผับอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเหตุการณ์สงบลงนาราลักษณ์จึงเริ่มทำงานของตัวเองต่อ ทว่าสามสิบนาทีต่อมาหญิงสาวกลับได้รับข่าวร้ายจากผู้จัดการอย่างชัชนันท์ว่า

            “นาว...คุณเดชเรียกให้ไปพบที่ห้องทำงาน”

            “เรื่องอะไรหรือคะพี่ชัช” หญิงสาวถามอย่างสังหรณ์ใจ เพราะสีหน้าของคนพูดไม่สู้ดีนัก

            “ก็เรื่องลูกค้าทะเลาะกันนี่ละ เพราะครั้งนี้มันรอบที่ห้าแล้วนับตั้งแต่นาวเข้ามาทำงาน...พี่ก็ไม่รู้จะช่วยแกยังไงแล้วจริงๆ”

            “แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับนาวเลยนะคะ ลูกค้าทะเลาะกันอยู่ก่อนแล้ว” หญิงสาวพยายามอธิบาย

            “พี่พยายามอธิบายแล้ว แต่คุณเดชไม่เชื่อ เราคงต้องเข้าไปอธิบายกับแกเอง”

            “ค่ะ” นาราลักษณ์ตอบเสียงอ่อน ก่อนที่คนเป็นหัวหน้าจะเดินเข้ามาตบบ่าอย่างให้กำลังใจ

            “ค่อยๆ อธิบาย คุณเดชแกเป็นคนมีเหตุผล พี่เชื่อว่าเขาคงไม่ทำอะไรร้ายแรงหรอก”

            “ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ”

            หญิงสาวบอกอย่างไม่สบายใจ ก่อนจะแยกตัวเดินขึ้นชั้นสามเพื่อไปพบผู้เป็นเจ้าของผับ

 

 

 

**********************

ส่งกำลังใจให้หนูนาวเยอะๆ ค่ะ

ไม่รู้บาปหรือบุญรออยู่เบื้องหน้า ฮ่าๆ

เสี่ยจะมาไม้ไหนหนาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

467 ความคิดเห็น

  1. #420 looktam333666 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 21:11
    เสี่ยมีแผนอะดิ
    #420
    0
  2. #9 puunzaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 16:02
    ร้ายกว่านี้ได้อีกค่ะป๋า
    #9
    1