จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 2 แฟนมารับ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,562
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    16 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 2 แฟนมารับ

 

 

            “ขอเบอร์หน่อยสิครับ”

            นาราลักษณ์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มอย่างสุภาพให้ชายหนุ่มที่พยายามตื๊อถามชื่อและขอเบอร์เธอมาพักใหญ่ด้วยความอดทน แม้ว่าในใจจะเขม่นเข่นเขี้ยวอยากด่าเต็มทนก็ตาม เพราะหญิงสาวเพียรบอกตัวเองเสมอว่าในเวลางาน ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็จะแก้ไขมันอย่างมีสติที่สุด เพื่อไม่ให้มีปัญหาอะไรมากระทบกับงานที่ทำ เพราะเธอจำเป็นต้องรักษาช่องทางหาเงินเอาไว้

            “ทำไมคนสวยถึงหยิ่งจังครับ ยืนขอมายี่สิบนาทีแล้วนะ เห็นใจกันหน่อยสิครับ”

            “ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันไม่สะดวกจริงๆ ค่ะ”

            “หรือว่ามีแฟนแล้ว?”

            “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบส่งเดชเพื่อตัดรำคาญ หากคนช่างตื๊อก็ยังไม่หยุดง่ายๆ

            “มีแฟนก็ส่วนมีแฟนสิครับ นี่อยากคุยกับคนสวยไง ไม่ได้อยากคุยกับแฟนสักหน่อย”

            นาราลักษณ์แกล้งเมินและรีบแจกใบปลิวให้หมด เพื่อจะได้หนีไปจากตรงนี้เสียที ก่อนที่ความอดทนของเธอมันจะหมดก่อนใบปลิวในมือ

            “ใบสุดท้ายแล้วค่ะ ช่วยรับไว้ได้ไหมคะ”

            หญิงสาวกล่าวกับชายหนุ่มร่างสูงที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสามเม็ดโชว์แผงอกกำยำ หุ่นร่างสูงผึ่งผายประหนึ่งนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งมีเสน่ห์และน่าค้นหา นาราลักษณ์อดชื่นชมในใจไม่ได้ เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายที่ไว้ผมยาวแล้วดูดีขนาดนี้มาก่อน

            “รับงานพาร์ทไทม์ด้วยหรือ”

            “คะ?”

            นาราลักษณ์มองเจ้าของคำถามงงๆ เพราะรูปประโยคของเขามันเหมือนคนรู้จักทักทายกันเสียมากกว่า แต่หญิงสาวมั่นใจว่าเธอไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าชายหนุ่มมาก่อน

            เขาชักสีหน้าและขมวดคิ้วเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง แต่ก็โบกมือปัดเหมือนกำลังรำคาญและออกจะหงุดหงิดเล็กน้อยจนนาราลักษณ์เผลอยกมือขึ้นเกาศีรษะ

            ‘อะไรของเขา?’

            “ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายจะรับไหมคะ ถ้าไม่สะดวกดิฉันขออนุญาตแจกให้ท่านอื่นนะคะ”

            “คุณผู้ชาย?”

            พันเดชทวนคำและจ้องร่างบางเขม็ง สาวๆ ในผับเรียกเขาว่า ‘ป๋าเดช’ กันทั้งนั้น เหตุใดเด็กเสิร์ฟคนนี้ถึงเรียกเขาด้วยสรรพนามที่สุดแสนจะห่างเหินทั้งที่ชายหนุ่มเป็นเจ้านายของเธอแท้ๆ

            ‘นี่ไม่รู้จักจริงๆ หรือแกล้งทำเป็นจำไม่ได้วะ’

            พันเดชถามตัวเองในใจพลางมองหญิงสาวอย่างค้นหา ทว่ายิ่งมองก็เห็นแต่แววตาว่างเปล่ากระเดียดออกไปทางงุนงง คนที่แทบไม่มีใครไม่รู้จักโดยเฉพาะลูกน้องในผับออกอาการหงุดหงิดทันที

            “ไม่รู้จักฉัน?”

            เขาถามตรงๆ อย่างไม่ต้องการเสียเวลา ซึ่งนั่นก็ทำให้นาราลักษณ์ทำหน้าแปลกๆ ทันที 

            “คุณ...เป็นดาราหรือคะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันไม่ค่อยได้ดูละคร”

            “อืม ช่างมันเถอะ เอามาสิ ใบปลิวใบสุดท้ายในมือเธอน่ะ”

            “อ๋อ...นี่ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

            หญิงสาวรีบยื่นให้เขาพร้อมกับระบายยิ้มเล็กน้อย ทว่ามันกลับดูงดงามเสียจนใครบางคนตาพร่าไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว

            “ฉันแจกหมดแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

            “อ้าว! จะกลับแล้วหรือครับคนสวย อย่าเพิ่งไปสิครับ ขอเบอร์ก่อน” ชายหนุ่มที่ยืนตื๊อขอเบอร์อยู่นานร้องขึ้น

            “ขอโทษค่ะ”

            นาราลักษณ์ค้อมศีรษะให้เขา ก่อนจะรีบหันไปเก็บของแล้วเดินแหวกฝูงชนหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาที่ยากจะอ่านออกมองตามด้วยความสับสน

            “ทำงานมาเป็นเดือน ไม่รู้จักเจ้านายตัวเองได้ยังไงวะ”

            พันเดชยืนอยู่ตรงนั้นอึดใจหนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง พลันก็บังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองใบปลิวในมือแล้วกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์

            “หึ...คืนนี้มีอะไรสนุกให้ทำแล้วสินะ”

            เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเองก่อนจะแตะปลายลิ้นเลียริมฝีปากอย่างนึกสนุก

 

 

*********************

 

 

            One night pub

            เสียงเพลงดังกระหึ่มขึ้นไม่หยุด ยิ่งดึกจังหวะก็ยิ่งเร่งเร้าทำให้คนที่ยืนรอรับเครื่องดื่มหน้าเคาน์เตอร์บาร์อดโยกตามไม่ได้

            “โต๊ะสี่เสร็จแล้วนาว”

            เสียงเรียกจากบาร์เทนเดอร์หนุ่มทำให้นาราลักษณ์ต้องดึงสติกลับมาอยู่ที่งาน หญิงสาวยืดตัวอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะยกถาดเครื่องดื่มราคาแพงอย่างระมัดระวังเพื่อนำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าวีไอพีสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ

            “เครื่องดื่มมาแล้วค่ะคุณผู้หญิง”

            “ขอบใจ” สาวสวยกล่าวสั้น แต่ก่อนที่นาราลักษณ์จะผละไปให้บริการลูกค้าโต๊ะอื่นเธอก็รีบเรียกไว้เสียงหลง “เดี๋ยวก่อนๆ”

            “ต้องการรับอะไรเพิ่มหรือคะ”

            คนทำหน้าที่สาวเสิร์ฟเอ่ยถามอย่างสุภาพ นาราลักษณ์ทำเช่นนี้จนชินเสียแล้ว เพราะทำงานบริการมาอย่างหลากหลาย ทั้งเสิร์ฟอาหารในร้านอาหาร แจกใบปลิว เป็นพนักงานต้อนรับหน้าร้าน หรือแม้แต่เสิร์ฟเครื่องดื่มในผับอย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ ทุกงานล้วนสอนให้นาราลักษณ์รู้จักวางตัวอย่างเหมาะสม

            “พักนี้พี่เดชมาที่ผับบ้างหรือเปล่า”

            คำถามของลูกค้าสาวทำเอานาราลักษณ์ขมวดคิ้วทันที

            ‘พี่เดชไหนวะ?’

            “เอ่อ...หมายถึงใครหรือคะ”

            “ก็พี่เดชไง เจ้าของผับน่ะ นี่หล่อนทำงานที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว ทำไมถึงไม่รู้จักเจ้านายตัวเอง”

            ซอนญ่าชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด พันเดชหายเงียบไปร่วมอาทิตย์แล้ว ครั้นไปหาที่คอนโดมิเนียมก็ไม่พบ ไปหาที่บ้านก็ไม่อยู่ ยิ่งกว่านั้นคือบุกไปถึงบริษัท แต่ก็ไม่เจอตัวจนหญิงสาวต้องมาตามถึงที่นี่

            จ้างให้เธอก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ยิ่งพันเดชปฏิเสธซอนญ่ายิ่งอยากเอาชนะ

            “ต้องขอประทานโทษจริงๆ นะคะ พอดีคนที่นี่มักจะเรียกคุณพันเดชว่าป๋าเดชน่ะค่ะ ดิฉันเลยไม่ทราบว่าคุณหมายถึงเขา”

            “อืมๆ ช่างเถอะ...แล้วสรุปพี่เดชมาที่นี่บ้างหรือเปล่า”

            ซอนญ่าบอกปัดอย่างรำคาญ ทำเอานาราลักษณ์ลอบกรอกตาเล็กน้อยกับความใจร้อนและเอาแต่ใจของอีกฝ่าย ความจริงเธอก็ไม่ใช่คนอ่อนต่อโลกสู้รบปรบมือกับใครไม่เป็น

            นาราลักษณ์รู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนยอมคน เพียงแต่หญิงสาวตระหนักถึงสถานะและหน้าที่ของตัวเอง จึงต้องใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุด กับลูกค้าบางจำพวกที่มีนิสัยขี้วีนขี้เหวี่ยงและมักมองเหยียดราวกับตัวเองสูงส่งเสียเต็มประดา อย่างที่สุภาพสตรีตรงหน้ากำลังทำอยู่

            “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ดิฉันไม่เคยเห็นคุณพันเดชมาเดินในผับเลยตั้งแต่ทำงานมา”

            “แล้วปกติเวลาพี่เดชมาตรวจงานที่ผับเขาไปอยู่ที่ไหนล่ะ”

            “ไม่ทราบค่ะ”

            นาราลักษณ์ตอบตามความจริง หากแต่คำตอบอย่างคนไม่รู้อะไรของเธอสร้างความหงุดหงิดใจให้ลูกค้าสาวเป็นอย่างมาก

            “ไม่ได้เรื่อง! ถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง”

            ‘เอ้า! ยายคนนี้ ก็คนมันไม่รู้จะบังคับให้รู้ให้ได้เลยหรือไง’

            “ไม่ทราบคุณลูกค้าต้องการอะไรเพิ่มอีกไหมคะ” 

            เมื่อพิจารณาแล้วว่าอยู่ไปคงรังแต่จะทำให้สาวสวยคนนี้อารมณ์เสียมากขึ้น นาราลักษณ์จึงรีบตัดบทอย่างสุภาพ ฝ่ายนั้นจึงมองเธอตาขวางขุ่นทันที

            “ไปตามผู้จัดการมา”

            “ค่ะ รบกวนรอสักครู่นะคะ”

            หญิงสาวค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม พอคนตรงหน้าพูดถึงผู้จัดการก็ทำเอานาราลักษณ์เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะไม่พอใจการให้บริการของเธอจนเอาไปฟ้องคนเป็นเจ้านาย

            เห็นทีว่าหลังจากนี้คงต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของผับมาประดับความรู้ไว้บ้างเสียแล้ว เพราะดูเหมือนว่าสาวๆ ของเขาจะแรงไม่ใช่เล่น ขืนเธอไม่รู้อะไรอย่างนี้บ่อยๆ มีหวังนาราลักษณ์คงได้ถูกไล่ออกเข้าสักวัน

            หญิงสาวคิดพลางเดินตามหาผู้จัดการตามคำบัญชาของเธอคนนั้น ก่อนจะสวนกับเด็กเสิร์ฟด้วยกันจึงหยุดถาม

            “พี่ๆ เห็นพี่ชัชไหมคะ” 

            “อ้าว...นาว เจอตัวพอดีเลย พี่ชัชตามหาเราอยู่แน่ะ แกรออยู่ห้องทำงานนะ”

            “มีเรื่องอะไรหรือคะ”

            “ไม่รู้เหมือนกัน รีบไปเถอะ ดูท่าทางแกรีบๆ อยู่”

            “ได้ค่ะ”

            นาราลักษณ์รับปากด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ได้แต่หวังว่าคงไม่มีลูกค้าคนไหนยื่นข้อเสนออะไรให้เจ้านายของเธออีก เพราะหญิงสาวคร้านจะฟังอะไรที่น่าสะอิดสะเอียนเช่นนี้เต็มทนแล้ว

 

 

********************

 

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            นาราลักษณ์เคาะประตูห้องก่อนจะผลักเข้าไปอย่างเคยชิน ทำงานที่นี่มาเดือนกว่าๆ หญิงสาวก็ถูกผู้จัดการเรียกพบเป็นว่าเล่น ทั้งเรียกมาคุยเรื่องที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกค้าทะเลาะกัน รวมถึงบอกข้อเสนอที่ลูกค้าบางคนยื่นให้เธอด้วย

            “มาแล้วหรือนาว”

            “ค่ะ พี่ชัชมีอะไรจะพูดกับนาวหรือคะ”

            “ไม่มีอะไรหรอก พอดีจะวานให้ขึ้นไปทำงานข้างบนหน่อย” 

            ชัชนันท์ผู้จัดการผับวัยสี่สิบห้าปีกล่าว ทว่าเพียงแค่ได้ยินคำว่า ‘ข้างบน’ ก็ทำเอานาราลักษณ์หน้าซีดเผือดทันที เพราะรู้ดีว่าชั้นสามเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของผับ และเพื่อนร่วมงานสาวๆ หลายคนก็มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถูกพันเดชเรียกใช้เป็นประจำ

            แน่นอนว่านาราลักษณ์รู้ดีทีเดียว คำว่า ‘เรียกใช้’ ไม่ได้มีความหมายเพียงใช้งานทั่วไป แต่หมายถึงทำงานอย่างอื่นที่นอกเหนือจากหน้าที่ ซึ่งเรื่องไร้ศักดิ์ศรีเช่นนั้นนาราลักษณ์ไม่ทำเด็ดขาด หญิงสาวตั้งป้อมเตรียมปฏิเสธ แต่หนุ่มใหญ่กลับโพล่งขึ้นทันควันราวกับล่วงรู้ความคิดของเธอ

            “ทำไมทำหน้าอย่างนั้น นี่เราคงไม่ได้คิดว่าพี่จะส่งขึ้นไปทำงานอย่างว่าหรอกนะ”

            “ก็...ปกติคนที่ขึ้นไปก็ทำเรื่องอย่างนั้นไม่ใช่หรือคะ”

            “ใช่ที่ไหนเล่า เราก็ไปฟังยายพวกนั้นมาก ระดับคุณเดชเขาไม่มาอะไรกับเด็กในผับตัวเองหรอก คู่ควงเขามีแต่ตัวท็อปทั้งนั้น โน่น ดารานางแบบระดับประเทศโน่น สบายใจเถอะนาว”

            “อ้าว...”

            ความรู้ใหม่ทำให้นาราลักษณ์ถึงกับงง ชัชนันท์ยิ้มส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะพูดเสริมอย่างคนที่รู้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างดี

            “พี่ก็ได้ยินมาเหมือนกันนั่นละ ที่พวกนั่งดริ๊งก์เอาไปพูดกันสนุกปากเป็นเรื่องเป็นราวว่าโดนคุณเดชเรียกไปหาน่ะ ความจริงแกไม่เคยเรียกใครไปหรอก พวกนั้นมันก็แค่บลัฟฟ์กันในกลุ่มสนุกๆ ไปอย่างนั้นละ คนไม่รู้เรื่องอย่างเราเข้าใจผิดมาหลายรายละ”

            พันเดชไม่เคยเฉพาะเจาะจงเรียกพนักงานสาวๆ ขึ้นไปใช้งาน...ยกเว้นครั้งนี้ ชัชนันท์คิดในใจ หากไม่ได้พูดออกไปเพราะเกรงว่าจะทำให้คนตรงหน้าตกใจกลัวเสียเปล่าๆ

            แต่ถึงอย่างนั้นผู้จัดการหนุ่มใหญ่ก็ไม่อยากคิดในแง่ร้ายนัก เพราะพันเดชไม่เคยมีนิสัยเป็นสมภารกินไก่วัด บางทีอีกฝ่ายอาจจะมีเรื่องคุยกับนาราลักษณ์เป็นการส่วนตัวก็ได้ อย่างเช่นเรื่องการทะเลาะวิวาทที่มีต้นเหตุมาจากเธอเป็นต้น

            “อย่างงั้นหรือคะ นาวก็นึกว่าเป็นเรื่องจริงซะอีก” หญิงสาวยิ้มแหยเมื่อรู้ว่าเข้าใจผิดอย่างมหันต์ อีกฝ่ายจึงส่ายหน้าอย่างไม่ถือสา

            “เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ พี่จะวานให้นาวขึ้นไปดูแลเลานจ์ข้างบนหน่อยแล้วกัน พอดีพนักงานเสิร์ฟที่ประจำในเลานจ์ลาน่ะ”

            “ได้ค่ะ พี่ชัชมีอะไรอีกไหมคะ”

            “ไม่มีแล้วละ”

            “งั้นนาวขอตัวนะคะ” หญิงสาวจบบทสนทนา แต่ก่อนออกไปจากห้องก็เหมือนจะนึกขึ้นได้จึงหันไปกล่าวกับคนเป็นนายทันที “อ้อ...เกือบลืมเลยค่ะ ลูกค้าโต๊ะสี่ขอพบพี่ค่ะ”

            “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมลูกค้าถึงอยากเจอพี่?”

            “ไม่ทราบค่ะ แต่เธอมาถามหาคุณพันเดชนะคะ...คงจะถามเรื่องนี้กับพี่มั้งคะ” หญิงสาวเดา

            “สงสัยจะเป็นคุณซอนญ่า”

            “ใครหรือคะ?” นาราลักษณ์ถามอย่างสนใจ เพราะท่าทางเอาเรื่องของฝ่ายนั้นทำให้เธอเริ่มอยากเก็บข้อมูลของพันเดชเอาไว้บ้าง

            “ว่าที่คู่หมั้นของคุณเดชน่ะ มาถามหาคุณเดชแบบนี้มีอยู่คนเดียว”

            “อ๋อ...” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะปลีกตัวออกไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

            

 

 

**********************

ป๋าจะเรียกน้องไปทำไมมมมมมมมมมมม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

467 ความคิดเห็น

  1. #447 MALiTTLE BOSS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 16:18
    นิยายดีค่ะ เขียนดี
    #447
    0
  2. #6 kittyphoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 05:04
    เสี่ยคิดๆ เดวน้องม่ะลงเรือนะเออ
    #6
    1