จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 เด็กเสิร์ฟ [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    7 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 1 เด็กเสิร์ฟ

 

 

            ‘One night pub’ เป็นผับหรูตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราอลังการ จุคนจำนวนมากและมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตทุกคืน ผับแห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น และถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยคล้ายห้างสรรพสินค้า ภายในร้านเป็นโถงขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง

            โดยชั้นแรกเป็นโซนยืนสำหรับลูกค้าที่นิยมความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นโซนมั่วนั่นเอง โซนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวที่ต้องการหาคู่นอนแบบวันไนท์สแตนด์ เพราะเมื่อคนหมู่มากมารวมตัวกันและดื่มด่ำความสนุกของเสียงดนตรีกระแทกใจ มันจึงง่ายต่อการพบปะกับคนใหม่ๆ

            ส่วนชั้นสองเป็นเหมือนชั้นลอย มีโซฟาหรูให้นั่งสนุกแบบเป็นส่วนตัว คนไม่พลุกพล่าน ทว่าทุกโต๊ะสามารถมองเห็นการแสดงบนเวทีที่อยู่ชั้นหนึ่งได้อย่างชัดเจน และไม่ปิดกั้นหากลูกค้าวีไอพีจากชั้นสองเกิดเปลี่ยนใจอยากลงไปร่วมสนุกกับพวกโซนยืน

            และชั้นสุดท้าย เป็นชั้นเดียวที่ไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามา เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของผับ ภายในชั้นนี้ถูกแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นห้องๆ แตกต่างจากสองชั้นแรก โดยมีทั้งห้องนอน ห้องทำงาน รวมถึงห้องออกกำลังกาย และเลานจ์ส่วนตัวขนาดย่อมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถมองเห็นความเป็นไปของร้านได้ทั้งหมด

            ซึ่งลูกค้าประจำของเลานจ์ขนาดย่อมแห่งนี้มีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือเพื่อนสนิทของเจ้าของผับอย่าง ‘อธิป’ และ ‘น่านนที’

            สามหนุ่มรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แม้จะแยกย้ายไปเรียนคนละสาขา และมีภาระหน้าที่ของตัวเอง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนยังคงแน่นแฟ้นมาโดยตลอด

            พรุ่งนี้มีนัดกินข้าวกับหนูซอนญ่านะ แม่นัดน้องแล้ว อย่าให้แม่ต้องเสียผู้ใหญ่

            ข้อความจากผู้เป็นแม่ทำให้ ‘พันเดช เมธากิตวานิช’ ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะโยนโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มราคาแพงอย่างไม่อนาทรร้อนใจกับราคาของมัน จากนั้นก็คว้าแก้วที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมากระดกอย่างหงุดหงิด

            “เป็นไรไอ้เสี่ย หน้าบูดเป็นตูดหมาเลย”

            คนถามคือน่านนที เจ้าของบริษัทนักสืบและทนายความที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านเลิกคิ้วขึ้นมองเพื่อนรัก ซึ่งมีบุคลิกแตกต่างกับตนอย่างสิ้นเชิงจนไม่น่าเชื่อว่าจะมาเป็นเพื่อนสนิทและคบกันได้นานขนาดนี้

            “หงุดหงิดขนาดนี้จะมีเรื่องอะไร๊ ถ้าไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้าบังคับเรื่องผู้หญิง...จริงไหมเสี่ย” อธิปพูดขึ้นพลางยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน

            “ฉลาดสมเป็นหมอกระเป๋า”

            “พ่อมึง!” เจ้าของคลินิกเสริมความงามถลึงตาใส่คนเป็นเพื่อน

            พันเดชยกยิ้มมุมปากอย่างไม่สะท้านต่อคำด่า ก่อนจะเทเหล้าแล้วยกขึ้นดื่มพรวดเพื่อดับอารมณ์หงุดหงิดที่ก่อตัวอยู่ภายในใจ

            ปีนี้เขาอายุสามสิบห้าแล้ว และนับว่าเป็นปีที่วุ่นวายที่สุดในชีวิตของพันเดช เนื่องจากถูกผู้เป็นแม่รบเร้าเรื่องแต่งงานมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งตัวเขาเองไม่เคยมีความคิดเรื่องนี้อยู่ในหัว พักหลังๆ ชายหนุ่มจึงไม่ค่อยกลับไปนอนที่บ้าน เพราะคร้านจะทะเลาะกับมารดา

            “แล้วทำไมมึงไม่แต่งๆ ให้แม่ให้มันจบๆ ไปวะ อายุก็เยอะขนาดนี้ละ” น่านนทีพูดขึ้น

            “แต่งมาให้เป็นภาระกูเหรอ ซอนญ่าตามติดกูขนาดไหนมึงก็รู้ ขืนแต่งกันไปกูประสาทแดกตายก่อนครบอายุไขพอดี”

            “สีสันชีวิตไงเสี่ย น้องซอนญ่าสวยขนาดนั้น มึงนี่เรื่องมากชิบเป๋ง” 

            “งั้นมึงไปแต่งแทนกูไหมล่ะไอ้หมอ”

            “โทษที กูยังไม่อยากมีแม่คนที่สอง”

            พอถูกโยนมาทางนี้อธิปก็รีบบอกปัดอย่างไว เพราะรู้ฤทธิ์ของซอนญ่าเป็นอย่างดี แต่ถึงเขาจะอาสาแต่งแทนให้จริงๆ หญิงสาวก็ไม่เอาอธิปอยู่ดีนั่นละ เพราะฝ่ายนั้นคลั่งรักพันเดชมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มีหรือจะเอาคนอื่น

            “งั้นมึงก็ทนหงุดหงิดเรื่องนี้ต่อไปไอ้เสี่ย เพราะตราบใดที่มึงไม่แต่ง คุณหญิงแสงสุรีไม่มีวันปล่อยมึงแน่นอน”

            “เออ ก็คงต้องเป็นงั้น เพราะยังไงกูก็ไม่แต่งอยู่ดี”

            “กับคนอื่นก็ไม่?”

            “ไม่”

            พันเดชตอบสั้นๆ อย่างแน่วแน่ น่านนทีจึงไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มพลางหันไปมองบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแสงสีอยู่เบื้องล่างของผับแห่งนี้ ทันใดนั้นสายตาคมก็ปะทะกับร่างบอบบางของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มอยู่ชั้นสองอย่างสนใจ

            “เด็กเสิร์ฟร้านมึงงานดีจังวะเสี่ย ขอได้ปะ?”

            พันเดชหันไปมองตามสายตาของคนเป็นเพื่อน ก่อนที่หัวคิ้วจะขมวดจนเกิดเป็นรอยย่นเล็กๆ

            “กูไม่ใช่ผัวเขา มาขออะไรกู”

            “ใครวะ คนไหน” อธิปยื่นหน้าชะโงกคอออกไปดูบ้าง ก่อนที่ดวงตาคมลึกจะเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง

            “แม่เจ้า...นี่เด็กเสิร์ฟหรือนางงามโลกวะนั่น ความสวยทิ่มตาเกือบบอด”

            “มึงก็เวอร์ไอ้หมอ”

            พันเดชส่ายหน้ากับคำชื่นชมเกินกว่าเหตุของคนเป็นเพื่อน แต่อธิปกลับไม่ได้รู้สึกว่าคำพูดของตนมันเกินจริงเลยสักนิด

            “หยุดเลยไอ้หมอกระเป๋า กูเจอก่อน”

            น่านนทีรีบดันหน้าผากเพื่อนให้กลับไปนั่งที่เดิม ก่อนจะหันไปกล่าวกับเจ้าของผับมาดเซอร์

            “เรียกให้หน่อยสิวะเสี่ย สวย ถูกใจ สิงโอนไวพร้อมเปย์ค่าเทอม”

            “แน่ใจว่าจ่ายไหว?”

            พันเดชเลิกคิ้วพลางยกมุมปากท้าทาย คนถูกใจจึงตบเข่าฉาด

            “บ๊ะ! กูใครครับ? น่านนที เจ้าของบริษัทนักสืบและทนายความที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ แค่เด็กเสิร์ฟคนเดียวจะสักเท่าไรกันวะ”

            “งั้นมึงก็ไปดีลกับหล่อนเอาเอง กูไม่ใช่พ่อเล้า”

            “อะ ได้...แต่คืนนี้กูขอยืมห้องนอนมึงนะ ไม่อยากเสียเวลาไปเช่าโรงแรม”

            “ไปดีลมาให้ได้ก่อน อย่ามีแต่ราคาคุย”

            “งั้นจับตาดูกูครับเสี่ย”

            ว่าแล้วร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรก็ลุกออกไปทันทีโดยมีสายตาของหมอหนุ่มมองตามตาละห้อย

            “แม่ง! เสียดายฉิบ ไม่น่าเจอช้ากว่ามันเลย”

            พันเดชเพียงแค่รับฟัง หากสายตาคมยังคงจดจ้องอยู่กับสตรีร่างบางที่กำลังยืนคุยกับลูกค้าอย่างระมัดระวังด้วยสายตาอ่านยาก

            ไม่นานก็เห็นน่านนทีโผล่เข้าไปหาและพูดคุยอะไรบางอย่างกับหญิงสาวอยู่สักพัก ก่อนที่ลูกค้าหนุ่มเจ้าของโต๊ะที่เด็กเสิร์ฟสาวให้บริการอยู่จะลุกพรวดขึ้นและทำท่าจะมีเรื่องกับคนเป็นเพื่อน

            “ดูเหมือนเพื่อนมึงจะไปเหยียบตีนนักเลงเข้าแล้วว่ะเสี่ย”

            อธิปพูดขึ้นพลางจ้องเขม็งไปยังภาพเบื้องหน้าที่อยู่ชั้นสอง หากแต่เจ้าของผับกลับไม่คิดจะลุกไปช่วยเคลียร์สักนิด ยังคงทอดมองด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกอยู่เช่นเดิม กระทั่งน่านนทีเคลียร์กับบุรุษผู้นั้นลงตัวและเดินกลับมาอย่างหัวเสีย

            “หึ”

            เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะรินเหล้าใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นไม่นานน่านนทีก็ผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าสุดเซ็ง

            “ลักษณะเหมือนจะมีคนแดกแห้ว ฮ่าๆๆ”

            อธิปพูดขึ้นพลางหัวเราะสะใจ ก่อนที่น่านนทีจะกระแทกก้นนั่งด้วยความหงุดหงิด 

            “ยากฉิบหาย! ถามชื่อก็ไม่บอก ขอเบอร์ก็ไม่ให้ เสนอเงินแสนให้ก็ไม่เอา ยอมเลยว่ะ แถมไอ้หน้าปลาดุกนั่นก็หวงแง่งๆ อย่างกับน้องนั่นเป็นเมียมันงั้นละ ดูก็รู้ว่าแม่งก็ได้แต่มองเหมือนกันยังมีหน้ามาวางกล้ามใส่คนอื่น”

            “กากเดน”

            คำพูดสบประสาทสั้นๆ ของพันเดชทำเอาน่านนทีตาโต

            “หน็อยไอ้เสี่ย ถ้ามึงไม่กากงั้นลองดีลน้องมาให้กูดิ”

            “ไม่ใช่ธุระของกู บอกแล้วว่าอยากได้ให้ไปดีลเอง”

            พันเดชยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขารู้อยู่แล้วละว่าน่านนทีไม่มีทางได้เด็กเสิร์ฟของเขาง่ายๆ หรอก เพราะอะไรน่ะหรือ?

            ก็เพราะเพื่อนเขาไม่ใช่คนแรกที่อยากได้หล่อนน่ะสิ

 

 

*********************

 

            02.30 น.

            “ใกล้เลิกหรือยังนาว มารอหน้าผับละนะ”

            เสียงทุ้มพูดแข่งกับเสียงเพลงที่ดังออกมาถึงด้านนอก ก่อนจะตั้งใจฟังคนปลายสายพูด เพราะเสียงที่แทรกเข้ามามันดังจนแทบกลบเสียงเล็กของฝ่ายนั้นหมด

            “เลิกแล้วๆ เดี๋ยวออกไป”

            “ให้ไวเลย เมื่อกี้แวะสั่งก๋วยเตี๋ยวป้าพู่เอาไว้ เดี๋ยวอืด”

            “โอเคๆ”

            สิ้นเสียงสัญญาณจากปลายสายก็ตัดไป ร่างสูงใหญ่ที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาจึงเก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะนั่งคร่อมเบาะมอเตอร์ไซค์เวฟสีแดงพลางมองไปยังประตูอย่างรอคอย

            ไม่เกินสิบนาทีร่างบอบบางก็เดินแกมวิ่งออกมาจากผับด้วยสภาพเหมือนคนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ

            “ไหวไหมเนี่ย หน้าซีดเป็นศพเลย”

            นาราลักษณ์ไม่ตอบแต่รีบกระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายร่างหนาด้วยความเคยชิน ทิศเหนือจึงเอื้อมมือไปหยิบหมวกกันน็อกหน้ารถมาใส่ให้คนที่ไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง ทั้งที่เขาเตรียมไว้ให้เธอโดยเฉพาะแท้ๆ

            “บอกกี่ครั้งไม่เคยจำว่าหมวกกันน็อกมันสำคัญ ต้องให้บ่นตลอด”

            “แกก็เลิกบ่นสักทีสิเหนือ โว๊ะ!”

            เสียงตอบโต้เนือยๆ คล้ายตุ๊กตากำลังจะหมดถ่านของคนตัวเล็กทำให้ทิศเหนือยิ้มส่ายหน้า เมื่อสวมหมวกให้เพื่อนรักเรียบร้อยจึงสตาร์ทรถและขับออกไปช้าๆ 

            ไม่มีบทสนทนาระหว่างนั้นเพราะเสียงลมค่อนข้างแรง หากจะคุยกันต้องเปล่งเสียงตะโกน ซึ่งนาราลักษณ์ไม่มีแรงมากขนาดนั้น เวลานี้ร่างกายของเธอกำลังจะหมดพลังงาน และต้องการการพักผ่อนเป็นอย่างมาก

            ใช้เวลาไม่นานก็ขับมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยเข้าหมู่บ้านของทั้งคู่ ทันทีที่จอดรถคนหิวโซก็แทบจะพุ่งไปนั่งที่โต๊ะ 

            “ป้าพู่ ที่เหนือสั่งไว้ทำเสร็จยังคะ”

            “วางบนโต๊ะแล้วจ้าคนสวย”

            ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพุ่งไปตามมือของแม่ค้าวัยกลางคนทันที ก่อนที่ทิศเหนือจะเดินตามไป

            “หิวจนจะเป็นลม ลูกค้าเยอะเป็นบ้าเลย”

            คีบเส้นเข้าปากพลางบ่นเป็นหมีกินผึ้ง นาราลักษณ์มักจะมาบ่นทำนองนี้ให้ทิศเหนือฟังเป็นประจำ เพราะชายหนุ่มเป็นคนแรกที่เจอหญิงสาวหลังเลิกงาน เนื่องจากเขาอาสามารับนาราลักษณ์กลับบ้านทุกคืนนั่นเอง

            “แล้ววันนี้มีคนตีกันอีกหรือเปล่า”

            “แค่เกือบๆ แต่โชคดีที่อีกฝ่ายไม่ได้เมาและพร้อมมีเรื่อง ไม่งั้นวันนี้ต้องมีคนตีกันอีกแน่ๆ”

            การทะเลาะวิวาทของลูกค้าเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่ทำงานในผับ แต่ทว่านาราลักษณ์ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้เพียงเดือนเดียว ยอมรับว่ายังไม่ชินกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะเหตุการณ์ทะเลาะที่เกิดขึ้นติดต่อกันสี่ครั้งภายในเดือนนี้อันมีต้นสายปลายเหตุมาจากหญิงสาว

            “เปลี่ยนงานไหมนาว เดี๋ยวฉันช่วยหางานให้ใหม่”

            ทิศเหนือเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เพราะนับวันดูเหมือนลูกค้าจะถูกตาต้องใจนาราลักษณ์เพิ่มมากขึ้น และเป็นเหตุให้ผู้ชายเหล่านั้นทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงหญิงสาวเป็นว่าเล่น ซึ่งทิศเหนือรู้ดีว่าคนที่มาชอบเพื่อนของเขาล้วนแล้วแต่เป็นคนมีฐานะ และค่อนข้างมีอิทธิพล

            เขาเกรงว่าคนเหล่านั้นจะใช้วิธีสกปรกกับหญิงสาวเข้าสักวัน เพราะขนาดทิศเหนือที่ใครๆ ต่างรู้ดีว่าเป็นเพียงเพื่อนสนิทของนาราลักษณ์ ยังเคยถูกดักทำร้ายและขู่ให้เลิกไปไหนมาไหนกับหญิงสาวเลย เพียงแต่เขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนสาวฟังเท่านั้น เพราะเกรงว่านาราลักษณ์จะเกิดความไม่สบายใจจนไม่ยอมให้เขามารับเธออีก

            “ไม่ต้องหรอกเหนือ ขืนเปลี่ยนงานบ่อยๆ คนที่จะเสียไปด้วยก็คือแกนั่นแหละ อีกอย่างทำที่นี่ก็ได้เงินดีด้วย งานอื่นไม่รู้ว่าจะได้เท่านี้หรือเปล่า”

            ทิศเหนือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของนาราลักษณ์ เขาและเธอเป็นเด็กต่างจังหวัดและรู้จักกันมาตั้งแต่เกิด เพราะอยู่หมู่บ้านเดียวกันและเรียนโรงเรียนเดียวกัน แม้กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยทิศเหนือก็ยังสอบเข้าที่เดียวกับเธอและย้ายมาอยู่ใกล้ๆ คอยดูแลให้ความช่วยเหลือนาราลักษณ์อยู่ตลอด

            งานที่ผับแห่งนี้หญิงสาวก็ได้เข้ามาทำเพราะเพื่อนรักคนนี้ช่วยฝากฝังกับผู้จัดการร้านให้ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ได้งานที่เงินดีขนาดนี้

            “แต่แกต้องเสี่ยงโดนฉุดนะนาว ถ้าเกิดอะไรขึ้นมามันไม่คุ้มหรอก”

            “ไม่ขนาดนั้นหรอก อย่าคิดมากเลย”

            “ถ้าไม่อยากให้ฉันคิดมากก็ลดความสวยให้มันน้อยลงหน่อยสิ”

            “ฮะ?”

            หญิงสาวเลิกคิ้วถามเพราะฟังประโยคเมื่อสักครู่ที่คนเป็นเพื่อนพึมพำในลำคอไม่ทัน หากทิศเหนือเลือกโบกมือปัดทิ้ง

            “ไม่มีอะไรหรอก รีบกินเถอะจะได้ไปอาบน้ำนอน”

            “อืมๆ ว่าแต่แกอะ ทำไมยังใส่ชุดนิสิตอยู่เลย นี่มันจะตีสามแล้วนะ” นาราลักษณ์เอ่ยทักเพราะเพิ่งสังเกตการแต่งกายของคนเป็นเพื่อน

            “เผางานยังไม่เสร็จน่ะสิ เดี๋ยวจะรีบกลับไปทำต่อ อาจารย์ยืดเวลาให้ถึงพรุ่งนี้สิบโมง”

            “อ้าว มีงานเร่งแล้วมารับฉันทำไม”

            “เออ น่า...รีบๆ กินไปเถอะ อย่ามัวพูดมาก”

            ทิศเหนือบอกปัดพลางคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก นาราลักษณ์จึงหน้ามุ่ยด้วยความรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนต้องปลีกตัวออกมาจากงานเร่งด่วน

            “คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะเหนือ ฉันไม่อยากให้แกต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”

            “ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกน่า งานมันเหลือไม่เยอะละ”

            “งั้นให้ฉันไปช่วยทำไหม”

            “ไปช่วยพังโมเดลฉันมากกว่าน่ะสิ”

            ทิศเหนือว่ายิ้มๆ เมื่อนึกถึงคราวที่เคยให้นาราลักษณ์ไปช่วยติดกาวทำโมเดลส่งอาจารย์ เพราะหญิงสาวหวิดทำงานของเขาที่เสร็จไปเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์พัง

            ตั้งแต่นั้นมาทิศเหนือก็ไม่เคยขอให้คนเป็นเพื่อนไปช่วยทำงานอีกเลย

            “นั่นมันเรื่องตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วไหมเล่า”

            “อีกสิบปีฝีมือในการทำงานศิลปะของแกก็ยังห่วยเหมือนเดิมนั่นละนาว”

            “ชิ! พัฒนาแล้วเถอะ”

            นาราลักษณ์มองค้อนก่อนจะซดน้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ แล้วคีบเส้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามตลอด

            ทิศเหนือยิ้มในหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับก๋วยเตี๋ยวในถ้วยของตัวเองบ้าง

 

 

*************************

เรือเสี่ยก็น่าลุ้น เรือเพื่อนสนิทก็ดีงาม อิอิ

ฝากเอาใจช่วยด้วยนะคะ

ปล. วันนี้อัพ 3 พาร์ทนะคะ

เที่ยง กับเย็น เดี๋ยวทยอยลงน้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น