จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 5 เด็กเสี่ย [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    22 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 5 เด็กเสี่ย

 

 

            “เดี๋ยวๆ คุณเดี๋ยว” 

            นาราลักษณ์รีบขืนตัวไว้สุดแรงเมื่อพันเดชทำท่าจะลากเธอเข้าไปในร้านอาหารสุดหรู ที่ในชีวิตนี้ไม่มีวันที่เธอจะยอมเสียเงินมหาศาลเพื่อแลกกับอาหารมื้อเดียวที่ไม่แน่ใจว่ารับประทานไปแล้วจะอิ่มท้องเหมือนข้าวแกงจานละสามสิบบาทข้างทางหรือเปล่า

            “อะไรของเธออีก”

            “คุณจะกินร้านนี้จริงๆ หรือคะ”

            “ก็กินจริงสิ กำลังจะพาเข้าอยู่แล้วเนี่ย” พันเดชตอบ

            “งั้นฉันขอรอข้างนอก...”

            “ไม่ได้ ฉันไม่ชอบกินข้าวคนเดียว” เขายืนกรานและทำท่าจะลากเธอเข้าไปในร้าน หากนาราลักษณ์ก็ยังไม่ยอมง่ายๆ

            “แต่ฉันไม่มีเงินจ่ายนะคุณ ร้านหรูขนาดนี้จะหมดกี่พันก็ไม่รู้”

            “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะให้เธอจ่ายเองสักหน่อย”

            “ยิ่งคุณเป็นคนจ่ายฉันยิ่งไม่กล้าเข้า ไม่เอาอะ ฉันไม่กินกับคุณหรอก”

            “นาว”

            เขาพูดคำเดียวสั้นๆ หากสายตาที่มองเธอนิ่งๆ นั้นบ่งบอกถึงความเอาแต่ใจอย่างที่สุด ทำเอาคนถูกบังคับรู้สึกลำบากใจ พยายามขอร้องเขาทางสายตา หากพันเดชไม่สนใจเลยสักนิด เขาเลือกที่จะเมินแล้วลากเธอเข้าไปในร้านแทน

            “เชิญทางนี้ค่ะคุณลูกค้า”

            พนักงานในร้านใส่ชุดยูนิฟอร์มสีดำเดินเข้ามาต้อนรับและนำเข้าไปในร้าน ซึ่งตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น ทว่าเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหรูหราและ...คงแพงน่าดู

            คนทั้งสองถูกพาไปนั่งในห้องหนึ่งซึ่งมีเชฟส่วนตัวสองคนรอให้บริการอยู่ข้างใน พันเดชเลื่อนเก้าอี้เบาๆ แล้วกดไหล่บางให้นั่งลงตรงหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างๆ กัน

            เชฟทั้งสองค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อมก่อนจะอธิบายเมนูที่จะรังสรรค์เล็กน้อยแล้วเริ่มลงมือ นาราลักษณ์ได้แต่มองการกระทำของคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างงงๆ ระคนตื่นเต้น พลางหันไปมองคนข้างๆ ซึ่งดูจะคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้เป็นอย่างมาก ต่างจากเธอที่นั่งเกร็งและทำตัวไม่ถูกแม้ว่าภายในห้องจะไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่ด้วยก็ตาม

            ไม่นานเมนูแรกก็ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้า หญิงสาวมองจานของตัวเองและคนข้างๆ ซึ่งได้รับเมนูเดียวกันแต่คนละชิ้นพลางลอบกลืนน้ำลาย

            นี่ก็เกือบจะบ่ายโมงแล้ว แน่นอนว่านาราลักษณ์กำลังหิวได้ที่เลยเชียวละ หากหญิงสาวก็ยังไม่กล้ารับประทานอยู่ดี เพราะเธอเคยเห็นในรายการโทรทัศน์ว่าร้านแบบนี้ราคาแพงหูฉี่ ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะเรียกว่า ‘โอมากาเสะ’ และราคาไม่ค่อยน่ารักเหมือนหน้าตาอาหารแต่ละเมนูสักเท่าไร 

            “กินสิ ไม่หิวหรือ”

            “คุณจ่ายให้แน่นะ?”

            “อืมมมมม...” พันเดชลากเสียงยาวพลางนึกขันแม่คนจอมประหยัดที่กำลังคิดมากเรื่องค่าอาหาร

            “ไม่เรียกเก็บย้อนหลังนะ?”

            “เออ...กินๆ เข้าไป ถือว่าเป็นค่าจ้างมานั่งกินเป็นเพื่อนแล้วกัน”

            “งั้นไม่เกรงใจแล้วนะ” ดวงตาคนพูดเป็นประกายวาววับขึ้นเมื่อมั่นใจว่าไม่ต้องจ่ายเองและจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินย้อนหลัง

            “อืม ไม่ต้องเกรงใจหรอก กินไปเถอะ”

            เสียงทุ้มเอ่ยอนุญาตครั้งสุดท้ายพลางมองคนที่หันไปหยิบซูชิเข้าปากอย่างมีความสุขด้วยสายตาชนิดหนึ่งที่คนข้างๆ ไม่ทันสังเกต หากแต่เชฟที่ยืนอยู่ตรงหน้าเห็นเต็มๆ 

            “คุณผู้หญิงโชคดีมากเลยนะครับ มีแฟนที่หล่อรวยและเอาใจเก่งขนาดนี้”

            “แค่กๆๆ”

            คนกำลังดื่มด่ำรสชาติความอร่อยถึงกับสำลักหน้าดำหน้าแดง เมื่อถูกเชฟหนุ่มทักขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

            “ค่อยๆ กินสิ” มือหนารีบหยิบผ้าที่วางบนตักมาเช็ดปากพลางยื่นน้ำให้อย่างเป็นห่วง เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นนาราลักษณ์จึงรีบหันไปอธิบายเป็นการใหญ่

            “ไม่ใช่นะคะ ไม่ได้เป็นแฟนกัน”

            “อะไรกันครับที่รัก แค่นี้ไม่เห็นต้องอายจนต้องโกหกเลยนี่นา” 

            “คุณ!” หญิงสาวหันมาเอ็ดคนข้างๆ อย่างลืมตัวเมื่อถูกเขาทึกทักว่าเป็นคนรักทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นอะไรกันเลยสักนิด มิหนำซ้ำพันเดชยังยิ้มกรุ้มกริ่มใส่เธออย่างไม่สะทกสะท้านอีกต่างหาก

            “จ๋า”

            นิสิตสาวถึงกับผงะเมื่อเขาขานรับเสียงหวานอย่างจงใจ เธอน่ะรู้ว่าเขากำลังแกล้ง แต่คนที่ไม่รู้กำลังเข้าใจผิดเต็มๆ

            “หึๆ ไม่ต้องอายหรอกครับ ผมไม่แซวแล้ว”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ”

            “ไม่ใช่อะไรกันเล่าที่รัก เลิกเขินเถอะน่า ทีตอนนั้นยังไม่เห็นอายผมเลย”

            “ตอนไหนของคุณอีก หยุดพูดให้คนอื่นเข้าใจผิดเดี๋ยวนี้เลยนะ”

            ร่างบางออกคำสั่งหน้าดำหน้าแดง ทั้งอายทั้งโมโหที่ถูกเขาแกล้งไม่หยุด หากแต่ก่อนที่เธอจะทนไม่ไหวจนพลั้งมือไปตีเขาเข้า เชฟที่ยืนมองยิ้มๆ ก็ส่งเมนูใหม่มาให้เป็นการสงบศึกคู่รัก

            หญิงสาวมองค้อนก่อนจะหันไปสนใจเมนูที่สอง และรสชาติความอร่อยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตก็ทำให้นาราลักษณ์ลืมความโมโหไปอย่างรวดเร็ว

            พันเดชได้แต่มองคนตัวเล็กอย่างขบขันระคนเอ็นดู คนอะไรขึ้นง่ายเสียจริง แหย่นิดแหย่หน่อยก็โมโหเสียแล้ว และแน่นอนว่าเวลาเธอทำหน้าโกรธมันไม่ได้ชวนหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย หากแต่มันกลับน่าเอ็นดูเสียมากกว่า

            เหมือนลูกแมวที่ต่อให้มันโกรธจนพองขนก็ยังดูน่ารักอยู่ดี

 

 

********************

 

 

            52,000 บาท

            นาราลักษณ์ตาไม่ฝาด หญิงสาวแทบลมจับเมื่อเห็นราคาอาหารที่อยู่ท้ายบิล หลังจากที่พันเดชใช้แบล็คการ์ดจ่ายค่าโอมากาเสะมื้อหรูไปอย่างไม่คิดเสียดายและพาร่างเล็กเดินออกจากร้าน นิสิตสาวก็รู้สึกเหมือนสมองเธอเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ

            มันก็อิ่มท้องและอร่อยจนคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีวันลืมอยู่หรอก แต่เมื่อเห็นราคาแล้วนาราลักษณ์รู้สึกเสียดายเงินเหลือเกิน เพราะเงินจำนวนนั้นสามารถทำประโยชน์ได้ตั้งมากมาย

            “อยากกินอะไรอีกไหม”

            “พอเถอะ แค่ค่าอาหารมื้อเดียวที่คุณพามากินทำเอาฉันอิ่มไปเป็นปีเลย”

            “หึๆ ขนาดนั้นเลย”

            “ยังจะมีหน้ามาหัวเราะสบายใจอีก คุณไม่เสียดายเงินบ้างหรือคะ ตั้งห้าหมื่นกว่าบาทเลยนะ” 

            คราวนี้นาราลักษณ์เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจริงจัง หากพันเดชกลับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

            “ตายไปก็เอาไปไม่ได้ จะไปนั่งเสียดายทำไมนักหนา”

            “แต่กว่าจะหาได้แต่ละบาทมันยาก”

            “มันยากสำหรับเธอ แต่มันง่ายสำหรับฉัน”

            “ก็จริง...แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็มองว่ามันเกินไปอยู่ดี เกิดวันหนึ่งคุณล้มละลายขึ้นมาทำไง ไม่กลัวว่าชีวิตจะยากลำบากบ้างหรือไงคะ”

            “เป็นห่วงฉันหรือห่วงอนาคตตัวเอง”

            “อะไรของคุณ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ หากพันเดชกลับไม่เฉลย ชายหนุ่มไหวไหล่เบาๆ แล้วจูงมือเล็กเดินตามอย่างหน้าตาเฉย

            “เฮ้ย! จะพาฉันไปไหนอีกเนี่ย แล้วก็ช่วยปล่อยมือฉันด้วย ฉันเดินเองได้ คุณ...ปล่อยยยย”

            “อย่าขัดใจได้ไหมเล่า เดินตามมาเฉยๆ เถอะน่า ทำไมชอบให้ใช้กำลังอยู่เรื่อย”

            “คุณนั่นแหละที่เอาแต่ใจ ปล่อยมือฉันเลยนะ” 

            หญิงสาวพยายามตีมือหนาที่จับมือเธอไม่ปล่อย แต่กระนั้นก็ไม่สำเร็จจนเธอต้องเป็นฝ่ายหยุดเสียเอง เพราะยิ่งต่อต้านก็ยิ่งเป็นเป้าสายตาของคนที่พบเห็น

            “อยากได้ใบไหน”

            นาราลักษณ์เบิกตากว้างหันขวับไปมองคนถามด้วยความตกใจ หลังถูกเขาลากเข้ามาในร้านกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอเพียงแค่เคยเดินผ่านแต่ไม่คิดจะมองเข้ามาหรือเดินเข้ามาเยี่ยมชม

            “ถามทำไมคะ”

            “ถามก็ตอบเถอะน่า” เขาทำเสียงรำคาญ

            “แล้วคุณจะถามทำไมเล่า คุณอยากได้ใบไหนก็เลือกเองสิ ฉันไม่มีความรู้เรื่องของพวกนี้หรอก”

            อย่างเธอถนัดซื้อกระเป๋าใบละร้อยกว่าบาทตามตลาดนัดมาใช้เสียมากกว่า

            “งั้นใบนี้เป็นไง เข้ากับเธอดีนะ เอาไว้ถือไปเรียน”

            มือหนาหยิบกระเป๋าถือใบหนึ่งจากชั้นมาให้หญิงสาว ทำเอานาราลักษณ์มองคนใจป๋าตาโต เริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาพาเธอเข้ามาในร้านนี้ทำไม 

            “หยุดความคิดนั้นเลยนะคุณ ฉันไม่ใช่เด็กในสังกัดคุณนะ จะต้องให้บอกอีกสักกี่รอบ”

            “แต่ตอนนี้ฉันจ้างเธออยู่”

            “จ้างอะไร เรายังไม่ได้ตกลงกันเลยนะ” ยิ่งพูดนาราลักษณ์ก็ยิ่งงง

            “ทำไมจะไม่ตกลง แค่เธอยกเลิกงานเพื่อมาหาฉันที่บริษัทก็เรียกว่ายอมรับข้อตกลงแล้ว”

            “อันนั้นคุณคิดไปเองคนเดียว”

            “ไม่รู้ละ ฉันถือว่าเธอเป็นลูกจ้างของฉันแล้ว ไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งเจ้านาย ยูโน๊ว?”

            “ไม่!”

            นาราลักษณ์ปฏิเสธเด็ดขาด เธอยังไม่รู้เลยว่าเขาจ้างมาทำอะไร แล้วหญิงสาวจะยอมรับข้อตกลงของเขาได้อย่างไรกัน

            “นาว อย่าดื้อ แล้วก็อย่าขัดใจ” เขาพูดเสียงเข้มก่อนจะก้มลงมากระซิบเสียงจริงจัง “ถ้าไม่เชื่อฉันจะจูบโชว์พนักงานให้ดู”

            “คุณนี่มัน...” หญิงสาวไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาต่อว่า เพราะเขาลอยหน้าลอยตาโดยไม่สะทกสะท้านสักนิด 

            เมื่อเห็นคนตัวเล็กหน้ามุ่ยและเลิกต่อต้าน พันเดชจึงยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะชูกระเป๋าขึ้นและถามเธอใหม่

            ก็ไม่ได้อยากจะเลี้ยงต้อยเด็กสักเท่าไรหรอก แต่เห็นกระเป๋าเป้ที่เธอสะพายอยู่แล้วมันขัดใจจนนึกอยากจะหากระเป๋าสวยๆ ให้เธอใช้สักใบก็แค่นั้น

            “ชอบไหม”

            “ไม่ชอบค่ะ”

            “งั้นดูใบอื่น”

            “ไม่ชอบทั้งร้านเลยค่ะ” นาราลักษณ์พูดดัก

            “อะไรนะ อยากได้ทั้งร้าน”

            คนแกล้งหูเพี้ยนพูดสิ่งตรงกันข้าม ทำเอานิสิตสาวถึงกับทำปากพะงาบๆ เพราะไม่รู้จะต่อว่าอย่างไรให้เขาหยุดแกล้ง เห็นเช่นนั้นพันเดชก็หัวเราะในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อใบที่อยู่ในมือเพื่อตัดปัญหา เพราะหากรอให้นาราลักษณ์เลือกเองวันนี้คงไม่ได้ออกจากร้านเป็นแน่

            “เอาใบนี้ครับ”

            “คุณ! ก็บอกว่าไม่เอาไง หยุดเลยนะ”

            เสียงเล็กโวยวายเมื่อเขาส่งกระเป๋าใบนั้นให้พนักงานซึ่งยืนมองความพ่อแง่แม่งอนของทั้งคู่ยิ้มๆ

            “รบกวนรอสักครู่นะคะ”

            นาราลักษณ์ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เพราะไม่อาจหยุดการกระทำของเขาลงได้

            “ฉันไม่เอานะคุณ ขอร้องเถอะ เลิกแกล้งสักที”

            “ไม่ได้แกล้ง แค่อยากให้ใช้”

            “แต่ฉันไม่อยากได้” หญิงสาวปฏิเสธเสียงเครียด “แล้วอีกอย่าง อยู่ๆ จะให้ฉันใช้กระเป๋าราคาเป็นแสน คนได้หาว่าฉันมีเสี่ยงเลี้ยงเอาน่ะสิ”

            “ก็หรือไม่จริง เธอมันเด็กป๋าไม่รู้ตัวเหรอ” เขายักคิ้วกวนๆ ก่อนที่นาราลักษณ์จะสวนกลับทันควันด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำ

            “ฝันไปเถอะ! ใครจะเป็น แล้วฉันก็ไม่ใช้ด้วย คุณซื้อมาก็เอาไปใช้เอง”

            “ตาม – ใจ - ฉัน” 

            พันเดชพูดช้าๆ ชัดๆ เน้นย้ำให้รู้ว่าเธอยังมีพันธะสัญญากับเขาอยู่ แต่เรื่องนี้นาราลักษณ์ไม่มีทางยอมง่ายๆ เพราะมันเท่ากับเธอยอมรับการเป็นเด็กในสังกัดของพันเดชกลายๆ แล้ว

            “ไม่!”

            “งั้นจ่ายเงินมา เอามาให้หมดทุกบาท ค่าไวน์ของฉัน รวมทั้งค่าที่เธอทำให้ลูกค้าทะเลาะกันบ่อยๆ นั่นด้วย” หงายฝ่ายมือทวงเงินทันที

            คนตกเป็นรองอ้าปากทำท่าจะเถียง แต่แล้วก็ต้องหุบฉับลงเพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีทางหาเงินมาคืนเขาได้ แต่กระนั้นคนจอมพยศก็ยังไม่วายต่อต้านอยู่ในใจ 

            ‘จ้างให้ก็ไม่ใช้หรอก’

            “แล้วซื้อให้ก็ใช้ด้วย ถ้าไม่เห็นถือไปเรียนฉันจะจูบให้ปากบวมเลยคอยดู”

            พันเดชชี้หน้าคาดโทษอย่างรู้ทัน ทำเอาคนที่คิดว่าจะปล่อยเกาะกระเป๋าแบรนด์เนมหน้ามุ่ยทันที

 

 

 

**************************

สายเปย์ที่แท้ทรู ^O^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

467 ความคิดเห็น

  1. #431 lafindor (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 11:50
    อ่านซ้ำก็ยังฟินกับสายเปย์ของป๋าอยู่ดี5555
    #431
    0
  2. #430 Jreye (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 07:10
    55555อิจฉาเลย
    #430
    0
  3. #19 aranyaorchid (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 17:07
    ลุ้นๆๆๆๆ
    #19
    1